โวหาร
ภาพพจน์
ป ภ า นิ จ ศ รี สุ ภ า
โวหารภาพพจน์
ภาพพจน์ หมายถงึ คา หรือ กลุ่มคา
ที่สร้างขึน้ จากกลวธิ ีในการใช้คา เพ่ือให้ปรากฏ
ภาพที่เดน่ ชัดและลกึ ซึง้ ข้ึนในใจ
ทาให้ผู้อ่านและผู้ฟังเกดิ จนิ ตภาพคล้อยตาม
การสร้างภาพพจน์เปน็ ศลิ ปะทางภาษาขั้นสงู ของการ
แต่งคาประพันธ์ โดยผแู้ ต่งใช้กลวิธีการเปรียบเทียบ
ที่คมคายในลักษณะต่างๆ
อุปมาอปุ ไมยโวหาร
เปรียบเทียบส่ิงทเี่ หมือนกัน มีคาเปรียบเทียบ
เช่น เหมือน ดุจ ดั่ง ประดุจ เฉก เช่น ปาน เพียง เพีย้ ง
ราว ราวกับ เทียบ เทียม เสมอ ละม้าย ประหนึ่ง ถนัด
กล เล่ห์ ป้มิ ว่า ปาน ครุวนา ปูน พ่าง ละม้าย แม้น
**อุปมา คือ สงิ่ ที่นามากล่าวเปรียบเทียบ
เช่น เจบ็ เหมอื น มีดกรดี
**อปุ ไมย คอื เนือ้ ความทตี่ ้องการกล่าว
เช่น เงียบ เหมอื นป่าช้า
เธอสวยเหมอื นนางฟา้ เขาหล่อราวกับเทพบตุ ร
หลอ่ นสูงประหน่ึงเสาไฟฟา้
ทนตแ์ ดงดั่งแสงทับทิม เพรศิ พรม้ิ เพรารับกับขนง
(อเิ หนา)
อุปลักษณโ์ วหาร
ภาพพจนท์ ี่นาเอาส่ิงต่างกัน 2 สิ่งหรอื มากกว่า
มาเปรียบเทยี บในคุณลักษณะที่ร่วมกันโดยตรงไม่ต้องมี
คาเชื่อมโยง บอกได้เลยว่าคอื อะไรเป็นอะไร ตามลักษณะ
เด่นทตี่ ้องการเปรียบ กวีและนักเขียนนยิ มใชอ้ ุปลักษณ์ใน
วรรณกรรมทแี่ ต่งเพราะได้
ความกะทัดรัดแสดงความเฉียบแหลมในการหา
จุดเหมอื นที่บง่ บอกถงึ ประสบการณแ์ ละทัศนคติของผู้แต่ง
คาเชื่อมทใี่ ช้ในอุปลักษณจ์ ะใชค้ าว่า เป็นและคอื หรอื ไม่ใช้
เลยก็ได้
มันก็เปน็ ช้างงาอนั กล้าหาญ เราก็เป็นช้างสารอันสูงใหญ่
จะอยปู่ า่ เดียวกันนัน้ ฉันใด นานไปกจ็ ะยับอปั มาน
(ขุนช้างขุนแผน)
บคุ คลวัต
บุคลาธิษฐาน หรอื บคุ คลสมมตุ ิ ภาพพจน์การ
สมมุตใิ ห้ส่ิงไม่มีชีวติ ความคิด นามธรรมหรอื สัตว์ ให้มี
สติปัญญา อารมณ์ หรือ กริ ิยาอาการเยี่ยงมนษุ ย์
“ลมหนาวเรม่ิ ลอ่ งมาจากฟา้ แลว้
พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโรยฝา้ ฝัน
คลนื่ คลี่เกลียวแก้วม้วนกบั นวลจันทร์
กระซบิ สั่น ซ่านกระเซ็นเป็นลานา”
(ลมหนาว – เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย)์
ในบทนี้เปน็ การนาเสนอของกวที ี่ใหล้ มหนาวมาทาอาการจูบ
ลานา้ เจ้าพระยาคลนื่ กระซบิ และสั่นจนเกดิ เปน็ เพลงลานา
อตพิ จน์ อธิพจน์
ภาพพจนท์ กี่ ล่าวเกนิ จรงิ หรอื ผดิ จากความจรงิ
ด้วยเจตนาเน้นข้อความที่กล่าวนัน้ ให้มีน้าหนักยงิ่ ขึ้น
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้สกึ เพม่ิ ขนึ้ แต่อย่างไรก็ตามกม็ ีเค้าแห่ง
ความจรงิ เจือปนอย่บู า้ งไม่ใช่เรื่องทกี่ ขุ น้ึ หลอกลวง
ตัวอย่างเชน่
รถเอยรถที่นั่ง บษุ บกบัลลังก์ตั้งตระหง่าน
กวา้ งยาวใหญเ่ ท่าเขาจักรวาฬ ยอดเยี่ยมเทียมวมิ านเมืองแมน
ดมุ วงกงหันเปน็ ควนั ควา้ ง เทียมสงิ ห์วิ่งวางขา้ งละแสน
สารถีขี่ขับเข้าดงแดน พืน้ แผ่นดินกระเด็นไปเป็นจณุ
นทตี ีฟองนองระลอก คลื่นกระฉอกกระฉ่อนชลข้นขุ่น
เขาพระเมรุเอนเอียงอ่อนละมุน อานนทห์ นุนดินดานสะท้านสะเทอื น
ทวยหาญโห่ร้องก้องกมั ปนาท สุธาวาศไหวหวนั่ ลั่นเลื่อน
บดบังสุรยิ ันตะวนั เดือน คลาดเคลื่อนจตุรงค์ตรงมา
(รามเกียรต์ิ – รัชกาลที่ 2)
ปฏพิ ากย์ หรือ ปฏิพจน์
คือ การใชโ้ วหารบอกความตรงข้าม ภาพพจน์ที่
ใช้คากล่าวที่มองอย่างผิวเผินแล้วจะขัดกนั เองหรอื ไม่น่าจะ
เปน็ ไปได้ ด้วยเพราะขัดแยง้ กันแต่ถ้าพจิ ารณาให้ดีจะเปน็
คากล่าวที่มคี วามหมายลกึ ซึ้งและเปน็ ไปได้ ตัวอย่าง
รักก่อววิ าทกัน !โอ้ความชังอันน่ารัก ! (ศัตรูที่รัก)
โลกมนุษย์ยังมีสีดาขาว มีดนิ ดาวร้อนเยน็ และเหม็นหอม
โอ้ความเบาแสนหนัก !ความป้ออันงมึ งมั !
ขนนกหนัก !ควันผ่องพรรณ ! ไฟเยน็ , อีกไข้สขุ า !
ตื่นอยู่แต่หลบั ในนี่ไม่เป็นเช่นเห็นนา !
(โรเมโอแอนจูเลียต – รัชกาลที่6)
สัญลักษณ์
ภาพพจน์ที่ใช้ส่ิงมีชีวติ หรือไม่มีชีวิตมาแทนสิ่งที่
ต้องการกลา่ วถงึ จริงๆ สองส่ิงนัน้ จะมีคณุ สมบัติร่วมกนั
บางประการ สิ่งที่นามานั้นต้องเกิดการตีความ และเข้าใจ
กนั ในวงกว้างและเป็นที่ยอมรับกันสญั ลักษณใ์ นบางครั้ง
อาจจะเปน็ ส่ิงที่กาหนดขึ้นเองเพ่ือจุดประสงคข์ อง
นักประพันธ์กไ็ ด้ตัวอย่าง
“อย่าเอ้ือมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม
สูงสุดมอื มักตรอม อกไข้
เด็ดแต่ดอกพยอม ยามยาก ชมนา
สูงกส็ อยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง”
(โคลงโลกนติ ิ – สมเดจ็ กรมพระยาเดชาดศิ ร)
นามนัย
ภาพพจน์ที่ใช้คาหรือวลีบ่งบอกลักษณะหรอื
คุณสมบัตขิ องสิ่งหนึ่งสงิ่ ใดมาแสดงความหมายแทน
ส่ิงของที่มลี ักษณะเด่นหรือสิ่งของท่มี ีสัมพนั ธภาพใกล้ชดิ
กบั สงิ่ ทแี่ ทน ในความหมายเปน็ สากล นามนัยอาจจะ
คล้ายกับสัญลักษณ์แต่ต่างกันที่นามนัยจะแสดง
ความหมายท่ตี รงตัวและชัดเจนกว่า
ซ่ึงพระองค์จะพาสองหลาน ออกไปสังหารยักษา
ก็ต้องความตาม ไวกณู ฐ์ มา สดุ แต่พระมหามนุ ี
(รามเกียรติ์ – รัชกาลที่ 1)
ไวกณู ฐ์ เปน็ ที่ประทับขององคพ์ ระนารายณ์ในทนี่ ใี่ ช้เป็นนามนัย
ที่หมายถงึ องค์พระนารายณอ์ วตาร
อนุนามนัย
คอื การนาส่วนน้อยหรือส่วนย่อยทเี่ หน็ เด่นชดั มา
กล่าวโดยหมายถงึ ส่วนท้งั หมด เช่น กรงุ เทพฯคอื ประเทศ
ไทย เพชรบุรีเมืองคนดุ
นามนัยและอนนุ ามนยั เป็นภาพพจน์ที่ใช้เพื่อหลกี เล่ยี ง
การใชค้ าธรรมดา ซ้าซาก มาใชค้ าสั้นๆที่บอกจุดเด่นของ
ส่ิงนั้นได้ โดยผสู้ ่งสารไม่ต้องเสียเวลาอธิบายและทาให้
ผู้รับสารมองเหน็ ภาพได้ทนั ที
-เขากินหมาก
(หมาก หมายถึง หมากพลู ปูน และส่วนผสมอื่น ๆ)
-เรื่องนี้ได้กล่ินตุ ๆ วา่ คนมีสีอย่เู บ้อื งหลัง
(คนมีสี หมายถึง ข้าราชการ)
-มันสมองเหลา่ นีม้ ีค่าแกป่ ระเทศชาตอิ ยา่ งยง่ิ
(มันสมอง หมายถึง ปัญญาชน)
สัทพจน์
ภาพพจนท์ ี่ใช้เสียงธรรมชาติต่างๆ มาแสดง
ประกอบเพื่อให้เกดิ มโนภาพภาพพจนช์ นดิ นีม้ ีลักษณะที่
เด่นชัดมากและเข้าใจง่ายท่สี ดุ ในบรรดาภาพพจน์
ทัง้ หมดและยังเป็นทนี่ ิยมของกวีในการแต่งคาประพันธ์
ตัวอย่างเชน่
ต้อยตะริดตดิ ตเี่ จ้าพ่เี อ๋ย จะละเลยเร่รอ่ นไปนอนไหน
แอ้ออี ่อย สร้อยฟ้าสมุ าลัย แม้นเดด็ ได้แลว้ ไม่ร้างให้ห่างเชย
(พระอภัยมณี – สนุ ทรภู่)
ต้อยตะรดิ ตดิ ตี่ , แอ้ออี ่อย เป็นเสียงของป่ี