มิตรภาพต่างสายพันธุ์
ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
นางสาวสุภานี พิรยสถิต ชั้นม.5.1 เลขที่40
เสนอ ครูจำรอง จันทร์ดำ
โรงเรียนพัทลุง
ก
คำนำ
หนังสืออ่านเพิ่มเติม"มิตรภาพต่างสายพันธุ์"เล่มนี้
เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทยท๓๒๑o๒ ชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ ๕ จัดทำเล่มขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อเล่าเรื่องราวแห่ง
มิตรภาพ ความรู้สึกที่ผู้แต่งได้รับจาการทำงาน และส่วน
หนึ่งเพื่อต้องการให้ผู้อ่านได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์
ข้อคิด และมุมมองใหม่ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิด
ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หากมีข้อผิดพลาดประการใด
ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
นางสาวสุภานี พิริยสถิต
ข
สารบัญ
ก. คำนำ 11 คนกับช้าง
ข. สารบัญ 12 เราและเธอ
13 อีกฟากหนึ่งของภูเขา
1 กองไฟ 14 บนยอดดอย
2 นกในดวง 15 บางความทรงจำที่ภูเขียว
3 ใจมิตรภาพ 16 ป่าและความเชื่อ
4 หนทางข้างหน้า 17 เสียงเรียก
5 ภูเขา 18 เดินทาง
6 เสือดาวกับรั้ว 19 ลูกผู้ชาย ใบไม้ และป่าทึบ
7 ชะตากรรมของนักล่า 20 เสือนอกกรง
8 บทเพลงของพฤกษ์ไพร 21 เสือในวัด
9 ซือดะ 22 ข้างหลังช้าง
10 ตรีมอกาเซะ 23 สัตว์ป่ากับการถ่ายภาพ
24 หลังเล่นในดงลึก
25 กล้องกับรถ
กองไฟ 1
เพื่อนที่ดีที่สุดของคนเดินป่าสิ่งหนึ่งคือ กองไฟ ดูเหมือนว่า
ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวจะมลายหายไปเมื่อนั่งลงใกล้ๆมองดู
เปลวไฟร่ายรำ
งานชิ้นใหม่ของผมอยู่ที่ดอยม่อนจองกับ"จะปุ๊"เพื่อน ผู้เฒ่า
ชาวมูเซอดำ ผมเริ่มสงสัยว่าผมจะมีชีวิตอยู่ในป่าโดยไม่พกพา
ความเจริญซึ่งอยู่ในรูปแบบของอุปกรณ์ยังชีพในป่าได้หรือไม่
ขณะพักแรมอยู่บนดอยจะปุ๊ให้ผมนอนในเต็นท์คนเดียวผม
ทำได้เพียงขอให้เค้าก็กองไฟเล็ก ๆ ต่อมาผมไม่นอนอุดอู้ อยู่ใน
เต็นท์แต่จะหาที่นอนอยู่ข้างข้างกองไฟกับจะปุ๊ด้วย การก่อไฟ
เพื่อหุงข้าวกินไม่ใช่เรื่องง่าย
ต้องยอมรับว่าคนเดินป่ากับกองไฟเป็นของคู่กันสิ่งสำคัญดู
เหมือนว่าชีวิตในป่าต่างหากที่จะสอนให้ผมรู้ถึงความหมายบาง
ส่วนของชีวิตรู้ว่าการปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดไม่ใช่เรื่องยาก
เย็นความยากลำบากอาจอยู่ที่การมีชีวิต
ผู้ที่เคยนั่งอยู่ข้างกองไฟคงรู้ดีว่าด้านหน้าของเราจะอบอุ่น
ส่วนด้านหลังจะเย็นเฉียบอาจเป็นเรื่องยากสำหรับการทำความ
เข้าใจหาผู้ชายคนหนึ่งจะบอกว่าบนดอยมันหนาวเพียงใดแม้ว่า
จะนั่งอยู่ข้างกองไฟ
นกในดวงใจ 2
ผมเคยบอกเอาไว้ว่านกในดวงใจของผมคือ นกอีโก้ง ผม
รู้สึกเช่นนี้เมื่อมีโอกาสมองนกอีโก้ง หนึ่งพันเทเลสโคป กำลัง
ขยาย 20 เท่าเป็น ครั้งแรกบริเวณทุ่งนาแห่งหนึ่งใกล้ ๆ อำเภอ
ปะทิวจังหวัดชุมพร
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อผมร่วมทริปกับกลุ่มชมนกของนิยมไพร
สมาคมเป็นครั้งแรกเรามุ่งสู่เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การดูนกช่วยสอน ให้รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่เพียงสัตว์สัตว์ปีกบินไป
บินมา นกอีโก้งนี่แหละเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้วิถีชีวิตของผม
เปลี่ยนแปลง
เหตุการณ์ตอนที่เห็นนกชนิดนี้ครั้งแรกผมจะบอกใครๆเสมอว่า
นี่แหละนกในดวงใจของผม ในมือผมมีกล้องถ่ายรูป สิ่งนี้มัน
ทำให้ผมดูนกได้น้อยลง ผมอยากจะบอกว่าต่อเมื่อได้ละสายตา
จากช่องมองภาพ แล้วดูพวกเขาด้วยตาเปล่า ๆ นั่นแหละผมจึง
เริ่มรู้ว่าผมได้เห็นนกอย่างแท้จริงจะปุ๊ บอกผมเสมอว่า เฮาเป็น
ส่วนหนึ่งของดอยนะพี่ใหญ่แต่คนเมืองส่วนหนึ่งกับคิดว่า ดอย
เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา ถึงวันนี้ในฐานะของชีวิตหนึ่งซึ่งใช้
เวลาส่วนใหญ่อยู่ในป่า ผมจึงตอบคำถามได้ง่ายดายว่าไม่มี
หรอก นกในดวงใจน่ะ แต่ในฐานะมนุษย์หากจะให้ลบสิ่งที่เข้า
มาอยู่ในดวงใจออกไปคงทำไม่ได้ง่ายนัก
มิตรภาพ 3
ชาวบ้านแถบอำเภอบาเจาะจังหวัดนราธิวาสเรียกผู้ชาย
สูงวัยด้วยความเคารพว่า"แบ"
ย้อนหลังไป 10 ปี นอกจากทำสวนลองกองเงาะมังคุดและ
ยางพารางานที่ทำรายได้เป็นอย่างดีคือการจับลูกนกไปขาย
"บุหรง บาลง คือนกเงือกหัวแรด มันจะต่างจากนกเงือกตัว
อื่น ๆ เพราะแม่จะออกมาจากโพรงก่อน 20 วันพอออกมาลูก
ก็จะปิดปากปรงไว้อย่างเก่าส่วนแม่จะช่วยพ่อหาอาหารเลี้ยง
ลูก" นกเงือกรักความสะอาดมากเศษอาหารหรือมูล จะถูก
ขับออกมาทิ้ง
ฝนโปรยเม็ดเบาบางขณะที่ผมกำลังเดินทางกลับ“อย่าขับ
รถเร็วนะ” “เป็นอะไรไปจะมีคนเสียใจ” สำหรับผู้ชายที่เลือก
เดินทางไปตามหนทางที่ตั้งใจบนเส้นทางที่ว่างเปล่า การมี
แบ คอยห่วงใย เส้นทางอันยาวไกลก็ดูคล้ายจะไม่เงียบเหงา
เท่าใดนัก
หนทางข้างหน้า 4
ร่างอันไร้ชีวิตของควายป่าตัวผู้ซากยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
มีเพียงเนื้อบริเวณช่องท้องที่มีรอยถูกกัดกินไปควายป่าตัวนี้
โดนต้อนให้มาจนมุมบนหน้าผาและก็ตกลงมา ผมขึ้นไปดูร่อง
รอยข้างบนหญ้าแหวกเป็นทางและรอยตีนเสือโคร่งขนาด
ใหญ่ปรากฏให้เห็นชัด
วันนี้เราไปพบซาก พื้นทรายเปียกๆใกล้ซากมีรอยตีนเสือ
โคร่งประทับไว้ปลายฤดูหนาวสองปีที่แล้วสร้างควายป่าตัว
หนึ่งก็นอนตะแคงอยู่ในลำห้วย สามวันต่อมาผมกลับมาอยู่
หน่วยป่าไม้ซึ่งอยู่ห่างบริเวณนั้นประมาณ 10 เมตร เมื่อใดที่
สัตว์ป่าล้มตายลงด้วยเขี้ยวเล็บของนักล่านั่นคือเวลาเริ่มต้น
งานเลี้ยง
ซากเหล่านั้นก็พอจะทำให้ผมรู้บ้างว่าท้ายที่สุดเรากำลังมุ่ง
หน้าไปทางใด จะว่าไปมนุษย์อาจต้องเดินชีออกนอกเส้นทาง
บ้างเพื่อจะได้เห็นว่าสองฟากทางนั้นเป็นเช่นไร
ภูเขา 5
ขนาดเดินสู่ซุ้มบังไพรบนเทือกเขาบูโดเพื่อเฝ้าดูนกชนหิน
ผมคิดถึงเพื่อนผู้เฒ่าชาวมูเซอดำ จะปุ๊ “เวลาเดินขึ้นดอยพี่ใหญ่
อย่ามองข้างบนมันจะท้อก้มหน้าเดินไปเรื่อยเรื่อยเดี๋ยวก็ถึง” ผม
ยอมรับกับความรู้สึกนี้ เมื่อเริ่มต้นเดินทาง รู้ว่าจุดหมายที่จะ
ไปนั้นมันไกลการไม่รีบร้อนสักวันหนึ่งย่อมไปถึง
พูดได้ว่าเทือกเขาบูโดเกือบจะไม่มีทางราบราบให้เดินคน
เดินป่ารู้ดีว่าการเดินลงมันยากกว่าเดินขึ้นมากความชันทำให้
ลื่นหากวางเท้าโดย ไม่ระวังก็ไม่พ้นลื่นไหล หัวนิ้วโป้งเท้ายันหัว
รองเท้าตลอด เล็บปรากฏเป็นสีม่วงจนเป็นเรื่องปกติ
"สามปีที่ผ่านมาผมทำงานชิ้นหนึ่งเป็นหนังสือภาพสัตว์ป่าที่
ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปกับฤดูกาลอันเปลี่ยนแปลงนะวันที่เริ่มต้น
ผมไม่รู้ ด้วยซ้ำว่าจะมีสำนักพิมพ์ใดยอมทำงานที่ต้องใช้เงินทุน
สูงเช่นนี้หรือไม่ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2544 หน้าสถาบันสมิธโซ
เนียน กรุงวอชิงตัน ภาพสัตว์ป่ากว่า 30 ภาพรวมทั้งหนังสือเล่ม
นี้มีโอกาสแสดงที่นั่น
ฤดูหนาวนี้ผมจะขึ้นไปหาจะปุ๊บนดอย เพื่อบอกเขาว่า
ความเชื่อของเขาถูกต้อง แต่ผมจะเพิ่มเติมดูเหมือนว่าแท้จริง
แล้วเราต้องแน่ใจด้วย ว่าจุดหมายมันอยู่บนภูเขาที่กำลังก้ม
หน้าเดินหน้าไปเรื่อย ๆ ไม่เช่นนั้นมันไม่เพียงแต่เสียเวลาบางที
หนทางข้างหน้ามันอาจจะชันเกินกว่าจะลงมาได้
เสือดาวกับรั้ว 6
หลังจากพบกันโดยบังเอิญระหว่างเสือดาวกับผม
เรามีโอกาสใกล้ชิดกันเป็นเวลานานเขาเงยหน้างับผีเสื้อสี
เหลืองขณะผมบันทึกภาพผมได้ภาพชุดเสือดาวที่ดีแต่ไม่มี
ภาพใดเลยที่มีผีเสื้อรวมอยู่ด้วยสำหรับผมอาจจะพูดได้ว่า
ช่วง เวลาที่ดีที่สุดของการทำงานคงเป็นเวลาที่มีโอกาส
เผชิญเชิญหน้ากับเสือ "โธ่พี่ ถ่ายใกล้ๆอย่างนั้นคนเห็นรูป
เขาก็นึกว่าถ่ายในกรงสิ" "ไม่ใช่หรอกเสือเล่นกับผีเสื้อน่ะ
เขาอยู่นอกกรงเราต่างหากที่อยู่ในกรง"ผมตอบสานไปเช่น
นั้นเสือดาวตัวหนึ่งเคยเปิดโอกาสให้ผมอยู่ใกล้ใกล้บันทึก
ภาพขณะเค้านั่งนั่งนอนนอนไล่งับผีเสื้อ แต่ที่ผมทำได้ก็
เพียงภาพเสือตัวหนึ่งอ้าปากโชว์เขี้ยวงามครอบครองภาพ
แคบเกินกว่าจะเห็นผีเสื้อที่เสือมองอยู่ หากออกมาอยู่นอก
รั้วการเรียนรู้วิถีชีวิตของเสือไว้บ้างนะเป็นเรื่องจำเป็น
ชะตากรรมของนักล่า 7
เสือกินคนนั้นเก้าในสิบ มีสาเหตุจากการได้รับบาดเจ็บมา
ก่อน มนุษย์ไม่ใช่เหยื่อโดยธรรมชาติของเสือ
เสือโคร่งคือผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของอาชีพนักล่า
เสือโคร่งเป็นเช่นเดียวกับเสือชนิดอื่นๆคือรักอิสระและชอบ
สันโดษโดยเฉพาะตัวผู้จะอยู่ตามลำพังนอกจากแม่เสือ
เท่านั้นที่อยู่กับลูก
สถานภาพ ของเสือโคร่งในทุกวันนี้อนาคตมีแต่มืดมน
นอกจากแหล่งอาศัยจะเหลือน้อยลงความเชื่อว่าชิ้นส่วนของ
เสือเป็นยาวิเศษทำให้มีการล่าเสืออยู่ตลอดเพื่อขายซากใน
ราคาแพง
การพรํ่าพูดของคนกลุ่มหนึ่งว่าจะต้องช่วยกันปกป้อง
คุ้มครองเสือนั้นไม่มีประโยชน์อันใดถ้าคนส่วนใหญ่ยังคิดว่า
ในป่ามีสัตว์ดุร้าย มีเสือกินคน
บทเพลงแห่งพฤกษ์ไพร 8
เสียงนกที่มีทำนองไพเราะผมคิดว่าไพเราะกว่าเสียงดนตรี
ที่คนทำขึ้นมามากนัก แต่ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของ
เจ้าของเสียงด้วยเพราะนกจะส่งเสียงเป็นทำนองใดก็อยู่ที่
ความรู้สึกของเขาด้วย
หากเช้ามืดมีเสียงนกเซ็งแซ่สภาพอากาศในวันนั้นจะดี แต่
ถ้าไร้เสียงนกทุกอย่างดูเงียบเชียบวันนั้นฝนอาจจะตก
การร้องคำรามของเสือนั้นหากเราตั้งสติให้ดีอาจดูได้ว่ามันมี
ท่วงทำนองของความหวาดหวั่นอยู่ด้วย
พ่อเคยเล่าว่าสมัยอยู่ปากช่องการล่าสัตว์อ้างว่าเป็นกีฬา
ของชาวกรุงมีสารพัดเสียงเกิดขึ้นในป่าหลายๆเสียงทำให้
ความรู้สึกไพเราะสงบหรือว่าหวาดกลัว
อยู่ในป่าหรือที่ใดในโลกนี้ก็ตามการได้ยินเสียงต่างๆไม่ว่า
จะหวานและรื่นหูหรือน่าตระหนกนับว่าเป็นเรื่องดีเมื่อใดที่ส่ง
เสียงไปแล้วไม่มีเสียงใดใดตอบกลับอาจเป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวด
ยิ่งกว่าโดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งเฝ้ารออยู่ในที่แคบๆรายล้อม
ด้วยความว่างเปล่าความรู้สึกนี้ผมสัมผัสได้ขณะอยู่ในเมือง
ซือดะ 9
ซือดะ” เป็นภาษายาวี คำแรกที่ผมพูดมันมี ความหมาย
ว่า“อร่อย” ผมต้องถาม อาแซผู้ทำหน้าที่แนะนำพื้นที่ป่าแถบ
เทือกเขาบูโดให้ผมว่าอะไรคือคำความหมายของคำว่า อร่อย
ระหว่างทางขึ้นภูเขามีกระท่อมเล็ก ๆ อาแซก็ช่วยผมเอา
ผ้ายางคลุมทำหลังคา เท่านี้มันก็เป็นบ้านที่ผมจะพำนักได้
ตลอดฤดูกาลทำงานที่นี่ ในช่วงปลายฤดูฝนเช่นนี้ลูกนกเงือก
ส่วนใหญ่ออกจากโพรงแล้ว ฤดูแห่งความรักจะเริ่มอีกครั้งเรา
ราว เดือนกุมภาแล้วนี่คือช่วงเวลาที่เหล่านกเงือกกรามช้าง
หรือกู๋กี๋ จะไปอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ อาแซ เป็นผู้หนึ่งที่เข้า
ร่วมโครงการศึกษานกเงือกเค้าทำหน้าที่เป็น ผู้ซ่อมรัง
วันศุกร์เป็นวันหยุดทำงาน ผู้ชายในหมู่บ้านทุกคนจะไป
มัสยิด ตอนเที่ยงเพื่อร่วมการทำละมาด ช่วงบ่ายบ่ายอาแซจะ
เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินขึ้นมาหาผมพร้อมกับซาลาเปาทอดเย็น
ชืด น้ำมันเยิ้ม มันดูจะเป็นขนมที่ไร้ความน่าสนใจ แต่เมื่อมันมา
จากมือของคนที่ต้องเดินจากหมู่บ้านมาเกือบ หนึ่งชั่วโมงมัน
จึงดูราวกับว่าไม่ได้เป็นเพียงซาลาเปาทอด “ซือดะ!” ผมพูด
หลังจากกินซาลาเปาทอดอันเย็นชืด น้ำมันเยิ้ม มันเป็นภาษา
ยาวีคำแรกที่ผมพูด
ตรีมอกาเซะ 10
ต่อจากคำว่า “ซือดะ” ซึ่งหมายความว่า “อร่อย”ภาษายาวี
อีกคำที่ผมใช้พูดเสมอเสมอคือคำว่า “ตรีมอกาเซะ”ซึ่ง
หมายความว่า “ขอบคุณ”
ในการเดินทางเมื่อสองเดือนก่อนผมถึงอำเภอควนขนุน
จังหวัดพัทลุง นาคินหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าควรขี้เสียน
แห่งเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย นี่คือพื้นที่ชุมน้ำที่สมบูรณ์
พอที่จะได้รับการประกาศให้เป็นเขตแรมซาร์ไซต์แห่งแรก
ของประเทศไทย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2533 ที่นี่ถูกเร็ว
ไฟอันร้อนแรงเผาผลาญจนหมดสิ้นเพราะความขัดแย้งของ
คนเขายอมให้ชาวบ้านเอาควายมาเลี้ยงในพื้นที่ป่าพุ
นอกจากจะเดินเป็นประจำจนเป็นร่องน้ำเศษหญ้าใบไม้ที่ถูก
ควายเหยียบจนละเอียดผสมไปกับดิน พอหน้าแล้งเชื้อเพลิง
ที่ติดง่ายง่าย ก็ไม่เหลือเท่าไหร่
อย่าขับรถรวดเดียวเลยนะ แวะมาพักที่บ้านก่อนถ้าผมไม่
อยู่กุแเจ ก็อยู่ที่นี่ นาคินบอก ผมพยักหน้ารับ ในระหว่างการ
เดินทางอันเมื่อยล้าบนหนทางยาวไกล ถ้ารู้ว่าระหว่างทางมี
ที่ให้แวะพักได้มันก็เป็นเรื่องน่ายินดี ข้อสำคัญมันไม่ใช่เพียง
แค่ที่พักแต่มันหมายถึงมิตรภาพ หมายถึงเพื่อนที่จะคุยกันได้
อย่างเข้าใจ “ตรีมอกาเซะ” ผมพูด
“อะไรนะ” นาคินทำหน้างง ๆ ภาษายาวี แปลว่า “ขอบคุณ”
คนกับช้าง 11
อาชีพของผมเกี่ยวข้องอยู่กับป่าดูเหมือนเข้มแข็งไม่
หวาดหวั่นแต่ยามที่ต้องพบเจอสิ่งเหล่านี้บางครั้งแม้ดูภาพ
ข่าวจากโทรทัศน์ผมก็น้ำตาซึมได้
เมื่อได้ดูข่าวช้างตัวหนึ่งถูกคนเลี้ยงรุมใช้มีดและไม้ทุบตี
จนง่วงเป็นบาดแผลลึกข้อหาคือช้างตัวนั้นสะบัดคนเลี้ยง
ตกลงพื้น แต่การสั่งสอนที่ได้รับจากคนดูจะหนักเอาการ
ป่าในประเทศนี้เหลือช้างไม่มาก เป็นข้อมูลที่ทุกคทราบ
และมันเหลือน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็นมาก แต่นั้นป่าก็กว้าง
เกินกว่าลูกช้างเหล่านี้จะตรวจตราได้ทั่วถึงแววตาของช้าง
ที่ถูกสั่งสอนจนกระทั่งวงเป็นแผลลึกนอกจากจะมีตาน้ำตา
ปกคลุม ผมยังเห็นแววแห่งความทุกข์ระทม
เราและเธอ 12
นกทุกตัวถูกกำหนดให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่าง
เหมาะสมกับลักษณะนิสัย รวมทั้งความชำนาญที่มีอยู่
ทุกสิ่งที่ดำเนินอยู่ในธรรมชาติมีเหตุผลทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าบาง
ครั้งเรายังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมจึงต้องเป็นอย่างนั้น
อย่างนี้
แรกที่ผมเริ่มดูนกก็ไม่พ้นที่จะตั้งความหวังไว้กับการ
พบเห็นนกหายาก ยิ่งเวลาผ่านไปเมได้ยินเพียงเสียงเลยเห็น
แค่ท่าทางการบินก็รู้แล้วว่าเป็นนกอะไร หลายๆครั้งผมจึง
ไม่ยกกล้องขึ้นมาดูเสียด้วยซ้ำ การเห็นเพียงเว็บเดียวแล้ว
คิดว่าได้รู้จักนกแล้วทำให้ผมพลาดไปหลายสิ่ง"ขณะที่รู้น้อย
ทว่าเรากลับคิดว่ารู้มากเสมอ"
การจะบันทึกภาพนกหรือสัตว์ป่าให้ได้ดีควรเป็นการ
บันทึกขณะนกหรือสัตว์ปาไม่รู้ตัวเพราะเราจะได้อาริยาบท
สบายๆของพวกเขาไม่ใช่กำลังตื่นหนี
วันหนึ่งมีเสือดาวตัวหนึ่งโทรมาอยู่ตรงแสงสวยๆผมพบ
ว่าได้รูปเสือดาวที่สวยงามมากในแง่ของความเป็นช่างภาพนี่
เป็นสิ่งที่ดีแต่ในความเป็นชีวิตมันคล้ายเป็นเรื่องเศร้าเศร้า
ผมชื่นชมอยู่กับลูกเสือดาวในแสงสวยสวยโดยเจ้าตัวเสือเอง
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมอยู่ตรงนั้น
อีกฟากหนึ่งของภูเขา 13
กลางฤดูหนาวดอยอินทนนท์ผมปักหลักอยู่ที่ร้านลุงแดง
มันคือจุดศูนย์กลางของคนดูนกมาเนิ่นนาน สำหรับผมนั้น
การได้นั่งเงียบเงียบอยู่มุมโต๊ะ คอยฟังเสียงทักทายและ
สนทนาถึงนกชนิดต่างๆก็ดูคล้ายจะเป็นความสุขประการหนึ่ง
การได้เห็นนกชนิดใหม่ใหม่ที่ไม่เคยเห็นดูจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ใจความของมันอาจจะอยู่ที่ว่าแท้จริงแล้วเรารู้จักสิ่งที่เห็น
มากเพียงใด
ผมขับรถออกจากถนนลาดยางที่มุ่งสู่ยอดดอยไปตามทาง
ลูกรังขรุขระผมก็มาถึงบ้านผาหมอนหมู่บ้านชาวปกากะญอ
หรือที่พวกเราเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่าชาวกะเหรี่ยง
ดอยอินทนนท์ยอดดอยสูงสุดของประเทศไทยผมเริ่มต้น
ทำความรู้จักและเดินทางสู่ดอยแห่งนี้อย่างกระตือรือร้นและ
เร่งรีบก่อนจะพบว่ายังมีอีกเส้นทางซึ่งอยู่อีกฝั่ งหนึ่งของดอย
เมื่อเลือกที่จะเดินทางไปอย่างช้าๆบนเส้นทางขรุขระกลับดู
เหมือนว่ายอดดอยที่เคยเห็นอยู่รางเลือนจะเด่นชัดขึ้น
บนยอดดอย 14
หลายวันมาแล้วที่บนพื้นผิวบริเวณ
ยอดดอยอินทนนท์แห่งนี้พื้นขางโพนไป
ด้วยน้ำแข็ง หนาวอย่างนี้นกก็อยู่ไม่
ไหวเหมือนกัน ผมเช่นเดียวกับคนอื่น
อีกจำนวนมากรู้สึกได้ถึงจำนวนนกที่
ลดน้อยลง หลายครั้งที่ผมพูดถึงดอย
แห่งนี้มักจะมีชื่อของ ไมเคิล แม็กมิล
แลนด์ วอลซ์ นักวิทยาศาสตร์จาก
ประเทศแคนาดา
ผมพบเขาบนถนนไม่ต่างจากเวลาที่พบนกเค้าลมหลังเทา
มันหมายถึงฤดูกาลแห่งการเดินทางของเหล่าผู้มาเยือนได้เริ่ม
ต้นขึ้นแล้ว นกอพยพเกือบทั้งหมดเดินทางไปยังที่เดิมทุกปี
บางตัวมาแล้วก็กลับ มีจำนวนหนึ่งไม่ยอมกลับ บางตัวรอด
บางตัวมาไม่ถึง มีบางตัวเหมือนกันที่พบคู่ในระหว่างทาง ไมค์
พูดทำนองนี้เสมอ
เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่เชื่อว่าดอยอินทนนท์คือส่วนหนึ่งของเทือก
เขาหิมาลัย นกกินปลีหางยาวเขียว นกศิวะหางสีตาล หรือ
กุหลาบพันปี พวกนี้เราจะพบเฉพาะบนดอยนี้เท่านั้น แต่สัตว์
และพืชพวกนี้หาง่ายมากในเนปาล เขาอาสาทำศูนย์บริการ
เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ไม่ทันที่ศูนย์บริการข้อมูลเขาจะ
เสร็จ คืนนึงหลังจากเขานอนในบ้านพักใต้ดงสนไมค์ก็ไม่ตื่น
ขึ้นมาอีกเลย
มาดอยอินทนนท์ครั้งนี้นกตัวเดียวที่ผมดูชัด ๆ คือนกเค้าลม
หลังเทาที่บิน ๆ หยุด ๆ นำหน้ารถมันทำให้ผมนึกถึงเรื่องราว
ของนกอพยพ
บางความทรงจำที่ภูเขียว 15
หลังจากห่างเหินไปหลายปีผมกลับไปที่ภูเขียวอีกครั้งใน
ครั้งนั้นเป็นการเดินทางระยะสั้นสั้นที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมง
ผมคงไม่พบกับเหตุการณ์ที่รถลื่นไถลตกสะพานจนกระทั่งล้อ
หักหรอกถ้าผมยอมรับฟังคำทักท้วงว่าให้รอฝนหยุดสักนิด
มันเป็นบทเรียนแรกแรก อันทำให้ผมเริ่มยอมรับในความ
จริงว่าธรรมชาติไม่ได้มีไว้สำหรับให้ผู้ใดเอาชนะการรู้จักรอ
คอยและปรับตัวไปพร้อมๆ กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงเป็น
หนทางที่ชีวิตต้องยอมรับ
บ้านพักหลังเล็กของหัวหน้าหน่วยสร้างด้วยไม้ทั้งหลังตั้ง
อยู่ริมบึงน้ำติดกับป่าทึบผมปูถุงนอนอยู่บริเวณนอกชานกลาง
คืนอากาศเย็นยะเยือกแม้ว่าจะเป็นต้นฤดูฝนผมอยู่ภูเขียว
หลายวันเวลาส่วนใหญ่คือนั่งนิ่งนิ่งอยู่ริมน้ำเฝ้ามองนก
กระทุงช่วงกลางวันและฟังแมลงกรีดเสียงยามกลางคืน
ป่าและความเชื่อ 16
ผมเคยทำงานร่วมกับพิทักษ์ป่าอาวุโสคนหนึ่งชื่อฟื้ น
พี่ฟื้ นกับผมมีความเชื่ออันแตกต่าง ขณะผมเข้าป่าอย่าง
เชื่อมั่นว่าในป่าไม่มีสัตว์ร้ายมีแต่สัตว์ ที่กำลังทำหน้าที่ของ
เขาอยู่สำหรับ พี่ฟื้ นเค้าเชื่อว่าการอยู่ในป่าเป็นเรื่องที่ต้อง
ระมัดระวังตลอดเวลา
ในเวลาโพล้เพล้วันนึงควายส่งเสียงฟืดฟาดขาตะกุยดิน
"ขอทางเถอะโยม อาตมามาดีไม่มีอะไรหรอกใจเย็นๆ
โยม"เสียงพี่ฝืนพูดดังดัง
วันหนึ่งพี่ฟื้ นใช้ความเชื่อของแกห้ามช้างที่กำลังวิ่ง
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เหตุการณ์วันนั้นจบลงได้ด้วยดีคือเราทั้งสอง
ต่างมีความเชื่อมั่นไม่ลนลานวิ่งหนีหรือทำอันใดอันทำให้ช้าง
หงุดหงิดตัวนั้นตื่นยิ่งขึ้น
ถึงที่สุดผมก็ไม่เชื่ออย่างร้อยเปอร์เซ็นว่าควายป่าและ
ช้างหันหลังกลับไปเพราะคาถาพี่ฟื้ น ตามความเชื่อมั่นของ
ผมเป็นเพราะเราต่างรู้ว่าเราไม่ใช่ศัตรูกันไม่มีอันตราย รวม
ทั้งมีใจยอมรับซึ่งกันและกันไม่ว่าคาถาชนิดใดความเชื่อมั่น
และบทท่องแต่คาถาย่อมไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงหากในใจ
ไร้ความจริงสำหรับชีวิตใจเป็นเช่นใดผู้อื่นย่อมสัมพันธ์ได้
เสมอ
เสียงเรียก 17
พรานในสมัยก่อนมีเคล็ดลับหรือวิธีการเรียกสัตว์ป่า
ออกมายิงหลายวิธี วิธีเรียกเสียงสัตว์ชนิดนั้นๆโดยแสร้งทำ
เป็นผู้บุกรุกเป็นวิธีเรียกเค้าออกมาได้ค่อนข้างได้ผล ไก่ป่า
ไก่ฟ้า กระทั่งนกยูง เมื่อได้ยินเสียงตัวผู้ตัวอื่นออกมาร้องใน
ถิ่นของตน เจ้าถิ่นจะออกมายืนร้องโต้ตอบ
ใบไม้ซึ่งแข่งสักหน่อยนำมาพับแล้วเป่าเป็นเสียงแหลมๆ
เรียกเก้งและกวางออกมาให้เห็นได้ แต่นักล่าในสมัยนี้มีวิธี
การทันสมัยใช้วิธีเปิดเทปเสียงสัตว์นั้นๆเลยได้ผลรวดเร็วกว่า
ประสบการณ์ทำให้ผมได้เรียนรู้การใช้เสียงเพื่อเรียกสัตว์
เสียงจากป่าก็ดูคล้ายจะเรียกให้เข้าไปหา ผมเหวี่ยงเป้ใบ
เก่าขึ้นท้ายรถมุ่งหน้าสู่ป่าอันคุ้นเคย เสียงเรียกดูจะดังยิ่งขึ้น
เสียงดังชัดเจนเพราะมันไม่ได้ดังมาจากราวป่า มันเป็นเสียง
เรียกซึ่งดังมาจากข้างในใจ
เดินทาง 18
ผมอยู่ในเครื่องบินปีกหมุนเนื้อพื้นป่าดงนาทาม จังหวัด
อุบลราชธานีเราบินอยู่เนื้อแผ่นดินไทยส่วนอีกฝั่ งคือแผ่นดิน
ของประเทศลาว การค้นหาสัตว์ป่าจากกลางอากาศดูจะเป็น
วิธีหาตัวสัตว์ปาได้ไม่ยากโดยเฉพาะในฤดูแล้งสัตว์เกือบทุก
ประเภททั้งกินพืชและกินเนื้อ
หมู่บ้านปากลา ดูเงียบนอกจากคุณยายที่กำลังนั่งสารตอก
ดูแล้วทุกคนจะไปรวมตัวชุมนุมบริเวณเครื่องบินที่จอดอยู่ชีวิต
เรียบง่ายปรากฏให้เห็นในหมู่บ้านปากลา ไม่นานเครื่องบิน
ปีกหมุนค่อยๆลอยตัวสูงขึ้นและกลับหายไปจากสายตา
ภาพคนกลุ่มใหญ่โบกมือ แหงนหน้ามองค่อยๆเล็กลงและลับ
หายไปจากสายตา ผมเอนหลังพิงพนักขณะล่องลอยไปใน
อากาศเหนือพื้นป่าดงนาทามรอยยิ้มของคุณยายยังติดตา
ท่าทางขมักเขม้นสานตอกเพื่อนำไปแลกข้าวยังประทับอยู่ใน
ใจ หลับตา และรับรู้ว่าชีวิตส่วนหนึ่งที่อยู่กับการเดินทางมัน
คงไม่ใช่เวลาที่สูญเปล่าจนเกินไปนัก
ลูกผู้ชาย ใบไม้ และป่าทึบ 19
หลายปี มาแล้วพ่อพาผมไปพบชายสูงวัยคนหนึ่งที่บ้านไร่
กลางหุบเขา"ปู่เป็นครูพรานของพ่อ"พ่อแนะนำชายสูงวัย
พ่อพาผมไปไม่ใช่เพียงเพื่อเยี่ยมเยียนคุณปู่แต่พ่อคงอยากให้
ผมเห็น ให้ผมรู้จักและอยากให้ผมเรียนรู้ว่า"ลูกผู้ชาย"อย่างปู่
หลังจากภรรยาเสียชีวิตปู่ดูเหงาการถ่ายรูปนกจึงเป็นสิ่งที่
ทำให้ปู่คลายเหงาลงบ้าง ก่อนปีใหม่ผมไปเยี่ยมปู่กับพ่อ
ปู่กำลังไม่สบายพรุ่งนี้จะไปพบหมอ
"คุณเอาอุปกรณ์พวกนี้ไปใช้"ปู่พูดเบาๆ ของมันต้องอยู่กับ
คนที่ใช้มันอย่างคุ้มค่า เอาไปใช้แล้วกลับมาเล่าให้ฟังบ้างว่า
ตอนนี้ป่ามันเป็นอย่างไร เครื่องมือพวกนี้จะทำให้คุณพบ
ความสำเร็จเร็วขึ้น ในห้องเล็กๆของโรงพยาบาลในต่าจังหวัด
แห่งชายสูงอายุ 81 ปีนอนอยู่"กลับไปทำงานเถอะ"ไปทำงาน
ให้เสร็จแล้วเอามาให้ดูผมจะรอ "เอามันให้ได้"ปู่หมายถึงงาน
ที่ผมมุ่งมั่น
สามปีสำหรับการบันทึกภาพสัตว์ป่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน
นักแต่มันก็ช้าเกินกว่าที่ผู้ชายคนนึงจะรอดูไหว ผมพยายาม
กลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างน้อยมันอาจทำให้ปู่รู้ว่าผมยังเป็นลูก
ผู้ชายในแบบที่ปูเป็นอยู่บ้าง
เสือนอกกรง 20
มีข่าวเสือหลุดเข้ามาในเมืองอีกแล้วก่อนหน้านี้มีข่าวว่า
บนถนนมิตรภาพมีเสือลายพลาดกลอนตัวหนึ่งถูกรถสิบ ล้อ
ชนตายในกรณีนี้ผมค่อนข้างเชื่อว่าคงเป็นเสือที่มีผู้เลี้ยงเอา
ไว้แล้วหลุดมา หลายหลายคนที่ไม่เคยเห็นเสือโคร่งนึกภาพ
ไม่ออกว่าขณะที่หลุดออกมาอยู่ในที่อันไม่คุ้นเคยเช่นนั้นเค้า
จะรู้สึกอย่างไร ลองนึกภาพหมาพัดหลงจากบ้านเจ้าของดู
ก็ได้ครับหนีโดยไม่รู้ว่าจะไปทางใดแต่ก็วิ่งไปข้างหน้าเพียง
อย่างเดียว ข้างในหัวใจนั้นใช้คำว่าสลายได้เหมาะสม ผู้ใด
เห็นหมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ย่อมอดเวทนาไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่า
หากเป็นเสือซึ่งรูปร่างภายนอกถูกออกแบบมาให้เหมือน นัก
ล่า ความรู้สึกของผู้พบเห็นนั้นจะกลับกลายเป็นตรงข้าม
ข่าวเสือถูกรถชนตายบนถนนและร่างอันอ่อนนุ่มอัน ไร้ชีวิตที่
ผมและเพื่อนๆช่วยกันอุ้มลงหลุมเพื่อฝังกลางป่าลึก ทำให้ถึง
เวลาที่ผมต้องยอมรับกับความจริง หากต้องการเป็นเสือที่ยัง
มีชีวิตอาจต้องถอยกลับมาอยู่ในกรงเพราะข้างนอกนั้นมัน
ไม่ใช่โลกที่เหมาะสำหรับเสือ
เสือในวัด 21
พระในวัดแถวเมืองกาญจน์เลี้ยงเสือโคร่งพวกนี้มาตั้งแต่
เล็ก ๆ พวกเขาเชื่องและคุ้นเคยกันดี
ประชากรของเสือที่ยังอาศัยอยู่ในป่าเหลือน้อยมาก เสื้อเป็น
นักล่าที่รูปร่างลักษณะผ่านการวิวัฒนาการมาหลายล้านปีคำ
จำกัดความของนักล่าอย่างเสือคือตาคม หูไวมีกรามอันทรง
พลัง ชาวบ้านในดงมีเรื่องเล่าว่าค่างจะลงจากต้นไม้มาให้เสือ
กินถ้าได้ยินเสียงขู่คำรามอยู่เบื้องล่าง
มีความจริงอยู่อีกว่า เสือไม่ใช่นักล่าที่กินไม่เลือกเสือล่าเหยื่อ
ตามหน้าที่และเพื่อยังชีพเท่านั้นพออิ่มแล้วมันก็จะไม่ล่ากว่าจะ
เริ่มหิว
เมื่อไม่นานมานี้ผมเขียนถึงเสือนอกกรง หากอยากมีชีวิตอยู่
บางทีเสื้อก็ต้องถอยกลับเข้ามาอยู่ในกรง ข้างนอกมันไม่
เหมาะสำหรับเสือแต่ข่าวร้ายที่เสือในวัดเมืองกาญจน์ถูกฆ่า
โดยวิธีใส่ยาพิษในอาหารทำให้ ผมเปลี่ยนความคิดเสือ เชื่องเ
ๆ ที่คิดเสมอว่าคนคือเพื่อนรักกลับโชคร้ายถูกฆ่าอย่างเลือด
เย็นเพียงเพราะคนขัดแย้งกัน
ทุกวันนี้ไม่มีที่ใดเหมาะสมสำหรับเสืออีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นใน
ป่า ในกรงหรือ แม้แต่ในวัด
ช้างหลังช้าง 22
ดูเหมือนว่าคราวนี้จะเป็นข่าวค่อนข้างใหญ่เพราะมีช้าง
ถึงห้าตัวถูกฆ่าในป่า ผมเป็นพวกเดียวกับคนงานพี่ทักษ์ป่า
ในหน่วยป่าไม้ โดยปกติเราจะลาดตระเวนเดือนละประมาณ
สี่ครั้ง ครั้งละสามถึงสี่วัน
ทุกวันนี้มันมีเสียงปืนดังมีสัตว์ป่าถูกฆ่าหลายครั้งเราจับ
ผู้ต้องหาได้ผู้ต้องหาแบ่งเป็นสองประเภท พวกแรกเป็นชาว
บ้านที่เข้ามาหาเนื้อไปกินและขาย ส่วนอีกพวกเป็นนักฆ่า
รับจ้างจะเลือกฆ่าสัตว์ใหญ่ๆ ผู้ต้องหาพวกแรก พอเราจับ
ได้ก็พาส่งสถานีตำรวจไม่นานเค้าก็ปล่อยตัว ส่วนพวกหลัง
เขาไม่ยอมง่ายๆ หรอกปืนที่พวกเขาใช้มันคือไรเฟิลแรงสูง
เมื่อมีสัตว์ถูกฆ่าพวกเราก็เลยหลีกความรับผิดชอบไม่พ้น
หรอกครับแต่เราก็ได้ทำงานหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซากช้าง
กำลังขึ้นอืด กระทิงถูกตัดหัวเลือดไหลนอง ซากเหล่านี้ล้วน
น่าเวทนาผมอยากจะบอกว่าทุกครั้งที่เราพบเราจะนิ่งอึ้ง
นั่งลงร้องไห้ผู้ชายเจ็ดถึงแปดคน มีลูกซองห้านัดเก่าๆอยู่ใน
มือสองถึงสามกระบอก นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆสัตว์ป่าที่ถูกฆ่า
ด้วยปืนแรงสูงเสียงร้องไห้คงไม่เบา เท่าใดแต่ป่ามันก็อยู่ลึก
เกินกว่าใครจะได้ยิน
สัตว์ป่าและการถ่ายภาพ 23
ผมเริ่มใช้ชีวิตตามใจหวังใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในป่า
เดินทางด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ มีเครื่องมืออันหมาย
ถึงกล้องและเลนส์ ความโชคดีประการสำคัญของผมคือได้
เกิดในครอบครัวที่แวดล้อมไปด้วย "พราน" เป็นพรานซึ่ง
ล่าสัตว์เป็นอาชีพผมนำทักษะเหล่านั้นมาใช้เมื่อยึดวิถีอาชีพ
บันทึกภาพสัตว์ป่า
ภาพสัตว์ป่าส่วนใหญ่ผมบันทึกได้จากการนั่งเฝ้ารออยู่
ในซุ้มบังไพรหรือที่เรียกกันในหมู่ช่างภาพว่า Blind การต้อง
เฝ้ารออยู่กับความว่างเปล่าวันละ9-10ชั่วโมงดูคล้ายจะเป็น
เรื่องปกติในชีวิตประจำวันของช่างภาพสัตว์ป่า
ภาพการทำงานของเสือดาวที่คาบลิงแสมผมบันทึกภาพ
ชุดนั้นด้วยมืออันสั่นเทา ผ่านมาอีกหลายปี ครั้งหนึ่งเขาเคย
เปิดโอกาสให้นั่งอยู่ใกล้ๆ เป็นเวลานานแม้ว่าจะอยู่ใกล้แค่
เอื้อมแต่มือที่ถือกล้องเล็กกดชัตเตอร์กลับมั่นคงมิสั่นเทา
วันนั้นเป็นวัน ที่ผมเริ่มรู้ว่าผมเป็นช่างภาพสัตว์ป่า
หลังเลนส์ในดงดึก 24
"หลังเลนส์ในดงดึก" เป็นชื่อหนังสือรวบรวมงานเขียน 19
ชิ้นของผม การอยู่เบื้องหลังเลนส์เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในดง
ลึกมาให้ เมืองได้เห็นบ้าง อาจเป็นเรื่องที่สมควรกล่าว
สำหรับอาชีพนี้ ขณะอยู่ในป่าผมสูญเสียการรับรู้เรื่องราว
ของโลกภายนอกแต่การได้นั่งเงียบเงียบก็ดูเหมือนว่าผมจะ
ได้รับรู้เพิ่มเติมทุกวัน
สภาพป่าที่ถูกเมืองล้อมรอบนั้นเปรียบเสมือนก็กลางสมุด
เส้นทางของพวกเขาถูกตัดขาดการต้องอาศัยอยู่ในบริเวณ
แคบๆ สัตว์ป่าชนิดต่างๆในทุกพื้นป่าก็ประสบชะตากรรม
ไม่ต่างกันยังไม่ต้องพูดถึงการถูกฆ่าเพื่อเอาเนื้อหรือเพียง
เพื่อเอาเขาเท่านั้น มีหลายคนมุ่งหน้าสู่ดงลึกเพื่อบันทึกเรื่อง
ราวเหล่านี้ออกมาเผยแพร่
สัตว์ป่าสอนให้ผมรู้ว่าจำเป็นต้องปรับกายและใจให้เป็น
ไปตามฤดูกาล ชีวิตในป่าจะดำเนินวิธีร่วมกันไปอย่าง
สอดคล้อง การเฝ้ามองชีวิตเล็กๆรอบๆตัวทำให้ได้รับรู้เรื่อง
ราวอันใหญ่โตมากขึ้น
กล้องกับรถ 25
นอกจากกล้องและเลนส์ เครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ
ผู้มีอาชีพช่างภาพสัตว์ป่าก็คือรถยนต์ชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อ
ไม่ว่าหนทางจะเละเทะลื่นไถลเพียงใดหลายครั้งผมก็ฝ่าไป
จนถึงจุดหมายได้ครั้งหนึ่งบนเส้นทางสายแม่ละนามุ่งสู่บ้าน
แสนคำลือ วันนั้นผมมัวแต่ดูรถซึ่งเปรอะเปื้ อนโคลนอย่างภาค
ภูมิใจ
ในตอนที่ผมด็ก ๆ ผมรู้จักกับ “ไอ้เฒ่า” รถจี๊ปวิลลี่ รุ่นเหลือ
ใช้จากสงครามโลกครั้งที่สอง แม้แต่ “อีแก่”รถแลนครูเซอร์รุ่น
แรก ๆ การเป็นช่างภาพสัตว์ป่าทำให้ผมผูกพันกับรถ
ประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อ มากขึ้นหลายครั้งผมต้องติดอยู่กลาง
ทางยังไม่น่าติดน้ำที่ขังอยู่ทำให้ มองไม่เห็นว่าตรงนั้นลึก
เพียงใด ผมรู้แล้วว่าทางเบี่ยงสำคัญและสมควรใช้ ผมรู้จักที่
จะรอให้น้ำใน ลำห้วยลดระดับหรือรออีกซักวันให้ทางเละ ๆ
นั้นแห้งสักหน่อย
ผมไม่แน่ใจว่าคนอื่นใช้กล้องและรถอย่างไรแต่โดยส่วนตัวผม
พอจะกล้าพูด ได้ว่ากล้องและรถทำให้ผมรู้จักกับชีวิต
ประสบการณ์ทำให้ผมได้เรียนรู้การใช้เสียง
เพื่อเรียกสัตว์ ในทำนองเดียวกันเสียงจาก
ป่าก็ดูคล้ายจะเรียกให้เข้าไปหาเสียงเรียกดู
จะดังยิ่งขึ้นเสียงดังชัดเจนเพราะมันไม่ได้
ดังมาจากราวป่ามันเป็นเสียงเรียกซึ่งดังมา
จากข้างในใจ