ค่มู อื การละเลน่ พืน้ เมือง
ของชนเผ่าไทใหญ่
ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
จดั ทำ�โดย
นางสาวมัณฑนา แดงสุข
นายณฐกร ยอดเพชรดิ์
ที่ปรกึ ษางานวิจัย
นางกมลพรรณ ทานา
กองการศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
อ�ำ เภอแมล่ าน้อย จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน
คำ�นำ�
เทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย มอี �ำ นาจหน้าท่ตี ามพระราชบัญญัตเิ ทศบาล.พ.ศ.๒๔๙๖ (แก้ไขเพิ่มเตมิ พ.ศ. ๒๕๔๓)
ได้กำ�หนดหน้าท่ีของเทศบาลในมาตราท่ี ๕๐(๘) บำ�รุงศิลปะจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถ่ินและวัฒนธรรมอันดี
ของท้องถิ่น.และพระราชบัญญัติกำ�หนดแผนและข้ันตอนการกระจายอำ�นาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ.๒๕๔๒ ได้กำ�หนดหน้าท่ีของเทศบาลในมาตรา ๑๖ ให้เทศบาลเมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วนตำ�บล
มีอำ�นาจและหน้าที่ ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง
(๑๑) การบำ�รุงรักษาศิลปะจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถ่ินและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น.กองการศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรมเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย จึงได้ทำ�การวิจัยเชิงคุณภาพเร่ือง ศึกษาแนวทางการอนุรักษ์และสืบทอด
การละเล่นพ้ืนเมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย.เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำ�เป็นหนังสือ
คู่มือการละเล่นพ้ืนเมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย ขึ้น เพ่ือเป็นฐานความรู้ถ่ายทอดให้แก่
ผู้ท่ีสนใจศึกษา.ประชาสัมพนั ธ์และเผยแพรต่ ่อไป
การจดั ท�ำ หนงั สอื คมู่ อื การละเลน่ พนื้ เมอื งของชนเผา่ ไทใหญใ่ นเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย.ไดร้ บั ความรว่ มมอื
จากหน่วยงาน.ชมุ ชน.คณะท่ีปรึกษา.ซึง่ เป็นผู้มคี วามรู้และประสบการณ์ จึงขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสน้ี
คณะผู้จดั ทำ� หวังเป็นอยา่ งย่ิงวา่ หนังสอื คู่มอื การละเลน่ พืน้ เมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บล
แมล่ าน้อย.จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ไปในการสืบทอด.อนุรักษ์.สง่ เสรมิ .เผยแพร่ให้การละเล่นพนื้ เมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่
ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ยคงอยู่สืบไป
คณะผ้จู ัดท�ำ
นางสาวมัณฑนา แดงสุข
นายณฐกร ยอดเพชรด์ิ
คูม่ ือการละเลน่ พน้ื เมอื งของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
ทป่ี รกึ ษางานวิจัย : นางกมลพรรณ ทานา
ผ้จู ัดท�ำ : นางสาวมัณฑนา แดงสขุ
นายณฐกร ยอดเพชรดิ์
Editorial : นางสาวมณั ฑนา แดงสขุ
ออกแบบรูปเลม่ Graphic Design : นายณฐกร ยอดเพชรด์ิ
ถา่ ยภาพ : นายณฐกร ยอดเพชรดิ์
กองการศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม MODEL
เทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
อ�ำ เภอแม่ลาน้อย จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน เด็กชายคตี กร สุขมา
คณะกรรมการ เดก็ ชายชยั พัฒน์ สขุ ธำ�รงค์ราตรี
อาจารย์ วนิ ยั ไชยวงคญ์ าติ
อาจารย์ ดร. วรี วิชญ์ ปยิ นนทศลิ ป์ เด็กชายสริ วิชญ์ นิรันดเ์ิ กษม
อาจารย์ คมศิลป์ ประสงค์สขุ เดก็ ชายชลชาติ ดวงพร
เดก็ ชายศริ ชิ ยั อทิ ธพิ ลทรพั ย์
เด็กชายนมิ ิตร แสงศริ โิ ชค
เดก็ ชายวฒุ ษิ านนท์ ตระการพรรณงาม
เด็กชายสิทธพิ ล คงเจริญศรี
เด็กชายชยั รตั น์ บรรณพตอรณุ
เดก็ ชายกฤษณะพงศ์ ค�ำ วงค์ษา
เดก็ ชายภีมพล จงสมบรู ณโ์ ชค
เด็กหญิงวิชญาพร วไิ ลสขุ สกุล
เด็กหญิงกิตตวิ รา จนั ทรฟ์ อง
เดก็ หญิงทชั ชา นิธศิ ิรพิ นั ธ์วงศ์
เด็กหญงิ ฑฆิ ัมพร อาสามขุ
โรงเรยี นไทจ่ ง (เทศบาล๓)
สังกัดกองการศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
คมู่ อื การละเล่นพื้นเมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลานอ้ ย
สารบัญ หนา้
เรอื่ ง ๐๒
๐๕
ประวตั คิ วามเป็นมาของการละเลน่ พืน้ เมอื งของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลาน้อย ๐๖
หมากนมิ ๐๗
หมากนิมโท ๐๘
หมากกอน ๐๙
ม้าโกกกาก ๑๐
อข่ี ุม หรือ หมากขุม ๑๑
ลกู ข่าง ๑๒
หมากล้อกลิ้ง ๑๓
ม้าก้องย่อง ๑๔
อีตา อตี าขา้ ม หรือ อตี าเคร่อื งบิน ๑๕
กระปอ๋ งวัวนม ๑๖
อี่ตัก ตกั เมด็ ๑๗
โยนกระป๋อง ๑๘
หมากขเ้ี บา้ ๑๙
โต นกกง่ิ กะหรา่ ๒๐
แนวทางการอนุรกั ษ์และสืบทอดการละเล่นพ้ืนเมืองของชนเผ่าไทใหญ่ ฯ
ผใู้ ห้ข้อมูลการละเล่นพืน้ เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ ฯ
คมู่ อื การละเลน่ พื้นเมอื งของชนเผ่าไทใหญใ่ นเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
๑
ประวตั ิความเป็นมา
การละเลน่ พื้นเมอื งของชนเผ่าไทใหญ่
ในเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลานอ้ ย
คู่มอื การละเล่นพืน้ เมืองของชนเผา่ ไทใหญใ่ นเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
๒
ประวัติความเป็นมาการละเลน่ พื้นเมอื ง
ของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
ชนชาตไิ ต หรือไทใหญ่ อาศยั ในเขตตอนเหนอื ของผนื แผน่ ดนิ ใหญ่ เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ มานาน
มีถิ่นฐานแรกเร่ิมที่เมืองมาวหรือลุ่มแม่นำ้�มาวโหลงทางตอนใต้ของจีนนิยมเรียกตัวเองว่า “ไต” หรือ
“ไทหลวง” หรือ “ไทใหญ”่ แต่ถกู คนไทถ่ินอนื่ ในจีนเรียกว่า “ไทเหนอื ” ตามอักษรและภาษาที่ใช้ และเรียกวา่
“ไทมาว”ตามบรเิ วณทตี่ ง้ั ถนิ่ ฐานชาวไตเปน็ เจา้ ของดนิ แดนบรเิ วณลมุ่ แมน่ �้ำ มาวโหลงมอี าณาเขตครอบคลมุ
บางส่วนไปถึงจีนและพม่ามีระบอบการปกครองคือเจ้าฟ้าปกครองนครรัฐสืบต่อกันมาหลายสิบพระองค์
มอี กั ษรใชเ้ ปน็ ของตนเอง มรี ะบบศาสนาท่ผี สมผสานระหวา่ งพุทธศาสนาและการนบั ถอื ผี คนไตบางสว่ น
อพยพเข้าไปในภาคกลางของพมา่ และรัฐฉาน บางส่วนอยูแ่ ควน้ อสั สัมของอินเดีย บางสว่ นมาอยู่ในเขต
ล้านนามีลักษณะเด่นท่ีเป็นกลุ่มชนท่ีขยันขันแข็งทุ่มเทในการทำ�บุญกุศลมีความสามารถด้านการค้าและ
การต่อสู้
ชาวไต หรอื ไทใหญ่ ในแมฮ่ อ่ งสอน เปน็ ชนพ้ืนเมอื งทอ่ี พยพมาจากเมืองต่างๆในเขตรัฐฉานของพม่า
ต่อมาในราวพุทธศตวรรษท ๒๔ - ๒๕ เกิดการแบ่งเขตแดนในช่วงล่าอาณานิคม โดยชาวตะวันตก
ทำ�ให้บ้านเมืองของชาวไทใหญ่ ถูกแบ่งแยก ผู้คนอพยพกระจัดกระจายไปหลายประเทศ
โดยเฉพาะ ทางภาคเหนือของประเทศไทยนั้น มีการอพยพ และการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาวไทใหญ่
เ ข้ า ม า สู่ จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย แ ล ะ ใ น จั ง ห วั ด แ ม่ ฮ่ อ ง ส อ น ซึ่ ง อ า ศั ย ก ร ะ จ า ย อ ยู่ ทั่ ว ทุ ก อำ � เ ภ อ
ในพื้นทขี่ องจงั หวัดแมฮ่ ่องสอน เช่น อ�ำ เภอเมอื ง อำ�เภอปาย อ�ำ เภอขนุ ยวม และ อ�ำ เภอแม่ลานอ้ ย
คมู่ อื การละเล่นพืน้ เมืองของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
๓
หมบู่ ้านแมล่ านอ้ ย เร่มิ มีการตัง้ ถ่ินฐาน เมอ่ื ปพี .ศ ๒๔๖๐ โดยมผี ู้น�ำ ในการตง้ั ถน่ิ ฐานคอื นายสา่ งทลู
ต่อมาได้รับเลือกเป็นกำ�นันตำ�บลแม่ลาน้อยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทใหญ่มีการแบ่งส่วนการบริหาร
หมบู่ ้าน ออกเป็น ๒ ป๊อก คือ ปอ๊ กทางออก กบั ป๊อกทางตก ปัจจุบันได้แบง่ การปกครองในหมบู่ า้ นออกเปน็
๔ ชมุ ชนไดแ้ ก่ ชมุ ชนรว่ มใจพฒั นา ชุมชนกองมู ชุมชนหางบ้าน และชุมชนดอยแกว้ โดยแต่ละป๊อกจะมี
หัวหนา้ ปอ๊ กเปน็ ผูด้ ูแล และเรยี กประชมุ ชาวบา้ น
ชาวไทใหญใ่ นบา้ นแม่ลานอ้ ยนบั ถอื ศาสนาพุทธ และเป็นพุทธศาสนกิ ชนทเี่ คร่งครัดในพทุ ธศาสนา
เปน็ อย่างยงิ่ มคี วามเช่อื ในพทุ ธศาสนาที่สง่ อทิ ธิพลต่อการด�ำ เนินชวี ติ ในความนยิ มท�ำ บญุ ของชาวไทใหญ่
ปรากฏเป็นพิธีกรรมสำ�คัญเม่ือมีงานประเพณีหรือการทำ�บุญ ในแต่ละช่วงจะมีเทศกาลประจำ�หมู่บ้าน
เช่น เดอื น ๑๑ หรอื เดอื นตุลาคม จะมีประเพณแี หเ่ ทยี นเหง เดอื น ๑๒ จะมีพิธีลองซอ้ ม ตกั บาตรหน้าบ้าน
จำ�นวน ๕ วัน มีพธิ ีแหผ่ ้าเหลือง และเขา้ พรรษา ผูส้ งู อายจุ ะไปนอนวดั อีกทง้ั เดอื น ๖ หรือเดอื นพฤษภาคม
จะมีปอยจะต่ีกองม (ก่อเจดีย์ทราย) ประเพณีท่ีชาวไทใหญ่ในตำ�บลแม่ลาน้อยให้ความสำ�คัญคือ
ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประเพณีเขาวงกต และประเพณี
แห่จองพารา ประเพณีเหล่าน้ีถูกจัดขึ้นประกอบกับการแสดงของชุมชน และการประกวดศิลปวัฒนธรรม
ไทใหญ่ การประกวดรำ�นก รำ�โต (จามรี) การประกวดรำ�ไต (ระบำ�ไทใหญ่) การประกวดมองกาก
(การละเล่นของชาวไทใหญ่โบราณ มีอุปกรณค์ อื ไมไ้ ผ่ สองอัน มาตีกระทบกันใหเ้ ป็นเสียงดนตรี ตามจงั หวะ
ของคนเล่น) การประกวดก้าแลว (การรำ�ดาบ) การประกวดก้าลาย (การร่ายรำ�โดยใช้ลีลาท่าการต่อสู้)
นอกจากนยี้ ังมีการละเล่นพน้ื เมืองตา่ งๆให้เลน่ มากมาย โดยมจี ดุ มุง่ หมายเพ่อื ความสนุกสนานเพลิดเพลนิ
ในโอกาสต่างๆ การละเล่นบางชนิด ได้รับการถ่ายทอด สืบสานต่อกันมา และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
เพอื่ พฒั นารูปแบบอยา่ งต่อเนือ่ งจนมลี ักษณะเฉพาะถนิ่
คู่มือการละเล่นพนื้ เมอื งของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ าน้อย
๔
การละเลน่ พ้นื เมอื ง ของชาวไทใหญ่ ท่อี าศัยอย่ใู นเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย หมทู่ ี่ ๑ ในปัจจบุ ัน
ที่ยงั หลงเหลืออยู่ นบั ว่าเปน็ สว่ นน้อยมากและมแี นวโนม้ ท่จี ะสญู หายไปในอนาคต ซงึ่ ส่วนใหญผ่ ู้ท่ีมคี วามรู้
และสนใจเกย่ี วกับการละเล่นพนื้ เมอื งนั้น จะอย่ใู นช่วงวัยผสู้ งู อายแุ ละวัยชรา และผู้ท่ีสนใจศกึ ษาในเรอ่ื งของ
การละเล่นพ้ืนเมืองของชนเผ่าไทใหญ่น้ันมีจำ�นวนน้อยทำ�ให้ขาดข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลพ้ืนฐานในระดับ
ปฐมภมู (ิ primary data) ซงึ่ เปน็ ขอ้ มูลท่ีบง่ บอกถงึ สภาพวิถีชวี ติ ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และการแสดงออก
ให้เหน็ ถึงการสง่ั สมความรแู้ ละเหน็ คณุ คา่ ต่อการสบื ทอดภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินของบรรพบรุ ุษในอดตี
การละเล่นพื้นเมอื ง.ในปัจจุบนั นน้ั .มกี ารน�ำ ไปเลน่ ในวันสำ�คัญ.หรือในงานประเพณีตา่ งๆ.น้อยลง
หรอื แทบจะไมม่ ใี หเ้ หน็ แลว้ เนอ่ื งจากขาดการอนรุ กั ษ์ ผวู้ จิ ยั เหน็ วา่ ควรสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหม้ กี ารอนรุ กั ษ์
และสบื ทอดต่อไป
ดว้ ยเหตนุ ้ี ผวู้ จิ ัย จงึ สนใจมุ่งศกึ ษา การละเลน่ พ้นื เมอื ง ของชนเผา่ ไทใหญู่ ในเขตเทศบาลตำ�บล
แมล่ านอ้ ย เพอื่ จดั ท�ำ เปน็ ฐานขอ้ มลู และท�ำ การศกึ ษาอปุ สรรคปญั หาวธิ กี ารอนรุ กั ษเ์ พอื่ วเิ คราะหห์ าแนวทาง
ในการอนุรักษแ์ ละสืบทอดการละเล่นพน้ื เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ใหค้ งอยู่ตอ่ ไป
คู่มอื การละเล่นพ้นื เมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
หมากนมิ (หมากนมิ แดงหรือหมากนมิ ลาย) ๕
สถานท่ีเลน่ : บริเวณสนาม ลานกว้าง ใต้ร่มไม้ ลานวดั
จ�ำ นวนผเู้ ล่น : ๒ คนขนึ้ ไป ขา้ งละไม่เกิน ๕ คน ไม่จำ�กดั เพศและวยั
อุปกรณ์ : หมากนมิ แดง หรือ หมากนมิ ลาย จำ�นวน ๑๐ ลูก
วิธีการเล่น : แบ่งผูเ้ ล่นเปน็ ฝ่าย จัดตั้งหมากนมิ เปน็ แถวตามจำ�นวนผเู้ ล่น ห่างกนั ระหวา่ งลกู ประมาณ
๕ ซม. ขดี เส้นก้นั เขตให้ผเู้ ลน่ อยู่หลงั เสน้
รอบท่ี ๑ ผ้เู ลน่ ใชห้ มากนิมโยนหมากนิมทต่ี ้งั ไว้ เปลยี่ นกันโยนให้หมากนมิ ลม้ ทีละลกู
กระเดน็ ออกไปอย่างนอ้ ย ๑ ศอก หากไม่พ้นศอก ถอื ว่าไม่ได้คะแนนจะตอ้ งไมโ่ ดนลูกอ่ืนดว้ ย
หากโดนลกู อ่ืนจะถูกปรบั เปน็ แพ้ แล้วให้อีกฝ่ายเปน็ ฝ่ายเล่นแทน ต้องตงั้ หมากนมิ ใหม่
เปล่ยี นกนั โยนใหค้ รบทุกอัน
รอบท่ี ๒ ผู้เลน่ ใช้เท้าเข่ียลกู หมากนมิ ๓ จังหวะ ให้หมากนมิ ล้มทีละลูก กระเดน็ ออกไป
อย่างน้อย 1 ศอก
รอบท่ี ๓ ผูเ้ ล่นใชน้ ว้ิ ดดี ลกู หมากนิม ๓ จงั หวะ ใหห้ มากนิมลม้ ทลี ะลกู กระเด็น ออกไป
อยา่ งน้อย 1 คืบ
ทง้ั ๓ รอบ ท�ำ เหมือนกติกาขา้ งตน้ จนจบ ฝา่ ยใดท�ำ ผา่ นทกุ รอบก่อน จะเป็นฝา่ ยชนะ
ฝ่ายท่ชี นะจะไดร้ ดน้�ำ ฝ่ายท่ีแพ้ (ในชว่ งเทศกาลสงกรานต)์ หรือฝา่ ยทแี่ พ้ จะถูกลงโทษ
ดว้ ยการกินน้ำ�
ประโยชน์ท่ไี ด้รบั : ๑. เปน็ การออกกำ�ลังกายแขน และการบงั คบั กลา้ มเนอ้ื มือ
๒. ฝกึ ทักษะในการใชม้ ือ น้ิว และสายตาให้สมั พนั ธก์ นั
๓. ฝกึ ใหเ้ ปน็ คนชา่ งสงั เกต
๔. พัฒนาจิตใจให้แจม่ ใส ยอมรับในกฎระเบยี บกติกา
คูม่ ือการละเลน่ พน้ื เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
๖
หมากนมิ โท
สถานที่เล่น : บริเวณสนาม ลานกว้าง ใตร้ ม่ ไม้ ลานวดั
จำ�นวนผเู้ ล่น : ๒ คนข้ึนไป ข้างละไมเ่ กิน ๕ คน ไมจ่ �ำ กัดเพศและวัย
อุปกรณ์ : ไม้ท�ำ เปน็ ทอ่ น ยาวประมาณ ๑ คืบ
วิธกี ารเล่น : แบง่ ผ้เู ลน่ เป็นฝ่าย จัดไม้ไปตง้ั ไว้ ๕ อันโดยมีระยะประมาณเจ็ดถึงสบิ ก้าว ไมเ่ หมาะเล่น
บนพื้นคอนกรตี
รอบท่ี ๑ ผูเ้ ลน่ ใช้ไม้โยนไมท้ ่ีต้ังไว้ เปลยี่ นกันโยนใหไ้ มล้ ้มทลี ะอัน กระเด็นออกไป
อยา่ งน้อย ๑ ศอก หากไม่พน้ ศอกถือวา่ ไมไ่ ดค้ ะแนน และจะต้องไม่โดนไม้ต้งั อนั อนื่ ด้วย
หากโดนไม้ตงั้ อันอืน่ จะถูกปรับเปน็ แพ้ แล้วให้อีกฝา่ ยเปน็ ฝ่ายเลน่ แทน เร่มิ ตงั้ ไมใ้ หม่
เปล่ียนกนั โยนใหค้ รบทุกอนั
รอบที่ ๒ ผเู้ ลน่ ใช้ไม้วางบนหนา้ เท้า จากน้นั เล็งยิงไมต้ งั้ ให้กระเดน็ ออกไป
อย่างนอ้ ย ๑ ศอก จะนับเป็น ๒ คะแนนในรอบท่ี ๒ นี้
รอบที่ 3 เปลี่ยนรปู แบบการต้ังไม้ใหซ้ ้อนกนั ๒ ท่อน ผู้เลน่ หา่ งจากไม้ตงั้ ๑ กา้ ว
และใชไ้ ม้เขวีย้ งจากบรเิ วณข้างล�ำ ตวั ใหไ้ ม้ตัง้ ทว่ี างซ้อนกันทง้ั ๒ ท่อน กระเด็นออกไป
อยา่ งนอ้ ย ๑ ศอก
ท้งั ๓ รอบทำ�เหมือนกติกาข้างตน้ จนจบ ฝา่ ยใดท�ำ ผา่ นทุกรอบกอ่ น จะเป็นฝา่ ย
ชนะ สามารถเล่นได้ท้ังชายและหญงิ
ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ : ๑. เปน็ การออกกำ�ลงั กายแขน และการบังคบั กล้ามเนอ้ื มือ
๒. ฝึกทกั ษะในการใช้มอื น้ิว และสายตาใหส้ ัมพนั ธก์ นั
๓. ฝกึ ใหเ้ ปน็ คนชา่ งสังเกต
คูม่ อื การละเล่นพ้นื เมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
๗
หมากกอน
สถานทเ่ี ล่น : ใตถ้ นุ บา้ น ในบริเวณท่โี ล่ง
จ�ำ นวนผูเ้ ลน่ : ๒ คนขน้ึ ไป ไม่จ�ำ กดั เพศและวยั
อุปกรณ์ : ถุงผ้าบรรจเุ ม็ดมะขาม จำ�นวน ๑ ถงุ
วิธกี ารเล่น : ในสมัยก่อน นยิ มเล่นกันใตถ้ ุนบ้าน ผเู้ ลน่ จะอยปู่ ระจำ�สเ่ี สา ซ่งึ บ้านไทใหญ่
จะมีลักษณะใต้ถุนโล่ง และโยนรับส่งถุงหมากกอนให้กัน คนที่รับได้ก็ส่ง
ถุงหมากกอนตอ่ ๆกนั ไป หากคนไหนรบั ไมไ่ ด้กจ็ ะถูกลงโทษด้วยการกนิ น้ำ�
ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ : ๑. เพ่มิ ประสิทธภิ าพระบบประสาทสมั ผัส การสัง่ การของสมอง การมอง
เห็น และใหก้ ล้ามเนอ้ื ทำ�งานได้ไวข้นึ ร่างกายจะทำ�งานเป็นอตั โนมัติ
๒. สรา้ งความสัมพนั ธ์ ความเข้าใจกัน ของผู้เลน่
๓. ฝกึ ใหเ้ ป็นคนชา่ งสงั เกต
๔. พัฒนาจิตใจให้แจม่ ใส ยอมรบั ในกฎระเบียบกตกิ า
คมู่ อื การละเล่นพนื้ เมอื งของชนเผ่าไทใหญใ่ นเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
๘
ม้าโกกกาก
สถานที่เลน่ : บรเิ วณสนาม ลานกว้าง
จำ�นวนผ้เู ล่น : ๑ คน หรอื ๒ คนขน้ึ ไป ไม่จ�ำ กดั เพศและวยั
อุปกรณ์ : ทำ�จากไมไ้ ผ ่เลือกขนาดพอเหมาะ มาสองอัน นำ�มาเจาะรใู ห้ทะลทุ ั้งสองทาง
แล้วเอาไมส้ �ำ หรบั เหยยี บเสยี บลงไป ใส่ไม้สลักให้แนน่ กนั หลดุ
วิธกี ารเลน่ : ขึ้นเดินขเ่ี ลน่ กนั เล่นไดท้ ุกโอกาส เป็นการฝึกทรงตวั และการออกกำ�ลงั กาย
สามารถวงิ่ หรือกระโดดแขง่ กนั ได้
ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั : ๑. เพื่อความแขง็ แรงของกล้ามเน้อื แขน ขา
๒. ฝกึ การทรงตวั ในเด็ก สรา้ งความสมดลุ ของร่างกาย
๓. สง่ เสริมด้านสังคม และ อารมณ์
๔. ในกรณีท่มี ีการแข่งขัน จะท�ำ ใหม้ ีปฏิสมั พนั ธ์แกบ่ คุ คลรอบกาย
๕. ร้รู กั สามคั คี มนี ำ�้ ใจนกั กีฬา
คู่มอื การละเลน่ พืน้ เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
๙
อี่ขุมหรอื หมากขมุ
สถานทเ่ี ล่น : บริเวณสนาม ลานกวา้ ง ใต้ถุนบา้ น
จ�ำ นวนผเู้ ลน่ : ๒ คนขึ้นไป เลน่ เปน็ คู่
อุปกรณ์ : เมด็ มะขามหรือลูกหิน ๔๐ เมด็
วิธกี ารเลน่ : ขดุ หลุมดินให้มีความลึกพอประมาณ จ�ำ นวน ๑๐ หลมุ เรยี งเปน็ ๒ แถว
แถวละ ๔ หลมุ เรียกวา่ ขมุ และขุดหลมุ ทอ่ี ยทู่ างด้านบนสดุ ทงั้ สองด้าน
ดา้ นละ ๑ หลุม เรียกว่าหลุมเมือง ผูเ้ ล่น ๒ ฝ่ายใส่เม็ดมะขาม หรือลูกหนิ
ลงหลุม หลมุ ละ ๕ ลกู ทงั้ ๘ หลุม สว่ นของหลุมเมอื งไม่ตอ้ งใสเม็ดมะขาม
ใหเ้ ว้นวา่ งไว้ เรมิ่ ต้นเกมดว้ ยการเป่ายิงฉบุ หาคนเริ่มเกม ผลัดกันเดนิ
เก็บหมากในหลุมใหค้ รบทกุ หลุม นำ�หมากทไ่ี ดม้ าหยอดลงในหลมุ เมอื ง
จนหมากหมด คราวน้ใี หน้ ับหมากทใ่ี ส่หลุมเมอื ง ของฝ่ายใดมมี ากกว่า
เปน็ ผูช้ นะ
ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั : ๑. ฝกึ ลบั สมอง การวางแผน
๒. ฝึกสายตา ความว่องไว
๓. ฝึกให้เปน็ คนชา่ งสังเกต
คูม่ ือการละเล่นพนื้ เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
๑๐
ลูกขา่ ง
สถานท่เี ลน่ : บรเิ วณสนาม ลานกว้าง ใต้ร่มไม้ ลานวดั
จำ�นวนผู้เลน่ : ๒ คนข้ึนไป ไม่จำ�กดั เพศและวัย
อปุ กรณ์ : ใชไ้ ม้ท�ำ เป็นตัวลกู ขา่ ง ทำ�จากไม้กระถนิ ขนึ้ รปู เปน็ ทรงกรวย เป็นวงกลม
ใช้ตะปูตอกเข้าไปทำ�เปน็ เดือย หาเชอื ก หรอื เศษผ้ามาปัน้ เป็นเชือก โดยให้
มคี วามยาวพอประมาณ ๑ เมตร
วิธกี ารเลน่ : ขีดเสน้ เปน็ วงกลมกบั พน้ื (พืน้ ทใี่ ชส้ ำ�หรับยงิ ลูกข่าง) จากนน้ั ยิงลูกข่างเพ่อื
หาผู้แพ้ก่อน เพื่อจะใช้เป็นเป้า ตั้งเวลาโยนลูกข่าง ใครเก็บลูกข่างขึ้นช้า
ถือว่าแพ้ ตอ้ งวางลูกขา่ งตง้ั ไวใ้ ห้คนอ่ืนตอี ีกคนละครั้ง หรอื กร่ี อบกแ็ ลว้ แต่
เพ่ือใหเ้ ดือยเจาะลูกขา่ งของอีกฝ่ายแตกใหไ้ ด้ ถ้าลกู ขา่ งใครแตกก็ถือวา่ แพ้
ต้องทำ�มาแข่งกนั ใหม่
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับ : ๑. เพือ่ ความแข็งแรงของกลา้ มเน้อื แขน ขา
๒. ฝึกการทรงตัวในเดก็
๓. สง่ เสรมิ ด้านสังคม และอารมณ์มปี ฏิสมั พันธ์ แกบ่ ุคคลรอบกาย
๔. รูร้ กั สามคั คี มนี �ำ้ ใจนักกีฬา
คมู่ อื การละเล่นพนื้ เมอื งของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลานอ้ ย
๑๑
หมากลอ้ กลิ้ง
สถานทเ่ี ลน่ : บรเิ วณสนาม ลานกวา้ ง ใตร้ ม่ ไม้ ลานวัด ถนน
จ�ำ นวนผเู้ ลน่ : เลน่ คนเดียว หรือ ๒ คนข้นึ ไป ไมจ่ �ำ กัดเพศและวยั
อปุ กรณ์ : แบบท่ี ๑ : ขอบกระดง้ ทไี่ ม่ใช้แล้วทำ�เป็นวงลอ้ หรอื น�ำ ไมไ้ ผ่มามดั เป็นวง
และทอ่ นไม้ขนาดพอมอื ส�ำ หรบั ตี
แบบที่ ๒ : ล�ำ ไม้ไผ่ น�ำ มาใสล่ อ้ ไม้ และทส่ี ำ�หรบั บงั คบั เลี้ยวได้
วธิ ีการเลน่ : แบบที่ ๑ : ใชท้ ่อนไม้ตีล้อให้หมนุ ไปข้างหนา้
แบบที่ ๒ : แบกพาดไหล่ วง่ิ เลน่ แขง่ กนั
ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ : ๑. เป็นการออกกำ�ลังกายแขนขา และการบงั คับกล้ามเนื้อมอื
๒. ฝึกความว่องไว สมาธิ
๓. ฝึกใหเ้ ป็นคนช่างสงั เกต
ค่มู ือการละเล่นพ้ืนเมอื งของชนเผา่ ไทใหญใ่ นเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
๑๒
ม้ากอ้ งย่อง
สถานท่เี ล่น : บรเิ วณสนาม ลานกว้าง ใต้รม่ ไม้ ลานวดั
จำ�นวนผูเ้ ล่น : ๔ คนขน้ึ ไป เลน่ กันเป็นคู่ ไมจ่ �ำ กดั เพศและวยั
อุปกรณ์ : ใชล้ ูกโป่ง ลูกบอล หรอื กระดาษพนั กนั เป็นลูกบอลเอาหนงั สติ๊กรดั ไว้
วิธกี ารเล่น : ขดี เสน้ เปน็ วงกลมกับพืน้ จากนัน้ จับคู่ เพื่อเป่ายิงฉุบใครชนะไดข้ ี่หลงั ก่อน
ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั : โยนลกู โป่งหรือลกู บอลสง่ ใหก้ ัน ภายในวงกลม หากลูกโป่งหรอื ลกู บอลตก
คนท่เี ป็นมา้ ต้องรบี เก็บ แล้วปาลกู บอลให้โดนคนขี่ ซงึ่ จะว่งิ หนี เพ่อื เปล่ียน
เป็นคนขีแ่ ทน เล่นวนไปเร่ือยๆ
๑. เปน็ การออกก�ำ ลังกาย และการบังคบั กล้ามเน้อื
๒. เพอ่ื ฝึกความว่องไวและการใช้ไหวพริบ
๓. เพื่อฝึกความซอื่ สัตย์ ความยุตธิ รรม
๔. พฒั นาจิตใจให้แจม่ ใส ยอมรบั ในกฎระเบยี บกตกิ า ความสามคั คี
คู่มือการละเล่นพน้ื เมืองของชนเผ่าไทใหญใ่ นเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลานอ้ ย
๑๓
อตี า อตี าข้าม หรอื อีตาเครื่องบนิ
สถานทีเ่ ลน่ : บรเิ วณสนาม ลานกว้าง ใต้รม่ ไม้ ลานวัด
จ�ำ นวนผู้เลน่ : ๒ คนขนึ้ ไป ไม่จ�ำ กดั เพศและวยั
อปุ กรณ์ : เงนิ ลกู หิน หรือกระเบือ้ งแตก เรียกว่า เบีย้ จำ�นวนคนละ ๑ ชน้ิ
วิธีการเลน่ : วาดรูปบนพื้นเป็นช่องๆตามรูปแบบ อีตาข้าม ๙ ช่อง อีตาเครื่องบิน
ประโยชนท์ ่ีได้รบั : ๑๐ ชอ่ ง วิธกี ารเลน่ ใหผ้ ู้เลน่ โยนเบ้ียเขา้ ชอ่ ง โดยห้ามใหเ้ บยี้ ทับโดนเสน้
หรือออกจากเสน้ หากทบั หรอื ออกจากเสน้ ผเู้ ล่นตอ้ งออก ให้ผู้เล่นคนใหม่
เลน่ ต่อ เรมิ่ จากโยนเบีย้ ลงในชอ่ งท่ี ๑ แลว้ กระโดดขาเดียวข้ามช่องท่มี ีเบย้ี
ไปให้ครบทุกช่อง แล้วจงึ วนกลบั ลงมาเกบ็ เบี้ย รอบท่ี ๒ โยนเบย้ี ลงชอ่ งท่ี ๒
แล้วกระโดดขาเดยี วขา้ มชอ่ งทมี่ ีเบี้ยอยู่ ไปใหค้ รบทุกช่อง แล้ววนกลับลง
มาเก็บเบยี้ รอบท่ี๓ โยนเบี้ยลงช่องท่ี ๓ กระโดดขาเดยี วข้ามชอ่ งท่มี ตี วั เบีย้
ท�ำ ไปเรอื่ ยๆ จนกวา่ จะออก ใหผ้ ู้เลน่ คนตอ่ ไปเลน่ ต่อ
๑. เปน็ การออกก�ำ ลงั กายขา และการบังคบั กลา้ มเนื้อ
๒. ชว่ ยเผาผลาญพลงั งานส่วนเกินของร่างกาย
๓. ฝึกการทรงตวั ช่วยใหร้ า่ งกายรู้สกึ กระฉบั กระเฉง คล่องแคลว่ ว่องไว
๔· ชว่ ยพัฒนาการประสานงานของสมองและรา่ งกาย
ค่มู อื การละเล่นพื้นเมืองของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
๑๔
กระปอ๋ งวัวนม
สถานท่เี ลน่ : บริเวณสนาม ลานกวา้ ง ใตร้ ่มไม้ ลานวดั
จำ�นวนผู้เลน่ : ๒ คนข้ึนไป ไม่จ�ำ กดั เพศและวัย
อุปกรณ์ : กระปอ๋ งนม ๑ กระปอ๋ ง และลกู หิน
วธิ กี ารเลน่ : น�ำ กระปอ๋ งนมตัง้ ไว้ โดยภายในใส่หนงั สต๊ิกจ�ำ นวนตามความชอบ
มีการแบ่งระยะ โดยตเี ส้นไว้ แลว้ ใชล้ กู หนิ กอ้ นกลมๆ โยนขา้ มเส้น
หากใครโยนหินใกลก้ ระปอ๋ งมากทสี่ ุด ก็จะได้หนังสตก๊ิ ไปเปน็ รางวัล
ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั : ๑. เปน็ การออกก�ำ ลังกายแขน และการบังคับกลา้ มเนื้อมือ
๒. ฝึกทกั ษะในการใชม้ อื นว้ิ และสายตาให้สัมพนั ธก์ นั
๓. ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต
๔. พฒั นาจติ ใจใหแ้ จ่มใส ยอมรบั ในกฎระเบียบกติกา
ค่มู อื การละเล่นพน้ื เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลาน้อย
๑๕
อตี่ กั ,ตกั เม็ด
สถานท่เี ลน่ : บนอาคาร บรเิ วณสนาม ลานกว้าง ระเบยี ง
จำ�นวนผเู้ ล่น : ๒ คนข้ึนไป ไมจ่ �ำ กัดเพศและวัย
อุปกรณ์ : เม็ดมะขามหรือเม็ดนอ้ ยหน่า จำ�นวนพอสมควรและกระดาษท�ำ เปน็ กรวย
วธิ กี ารเลน่ : สำ�หรับตัก
กตกิ าใช้กรวยตกั เม็ด โดยหา้ มโดนเม็ดอนื่ จำ�นวนเม็ดท่ีต้องตกั ขนึ้ อยู่กับ
ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั : การเล่นเปน็ รอบ คอื รอบท่ีหนง่ึ ทลี ะ ๑ เม็ด รอบท่สี อง ทีละ ๒ เมด็ เพิ่มไป
เรื่อยๆในแตล่ ะรอบ ใครเก็บได้เยอะก็เป็นฝา่ ยชนะ
๑. เป็นการออกกำ�ลังกายแขน และการบงั คบั กลา้ มเน้อื มือ
๒. ฝกึ ทกั ษะในการใช้มอื นวิ้ และสายตาใหส้ มั พนั ธ์กนั
๓. ฝกึ ให้เป็นคนช่างสังเกต
๔. พัฒนาจิตใจให้แจ่มใส ยอมรบั ในกฎระเบยี บกติกา
คู่มอื การละเล่นพืน้ เมอื งของชนเผา่ ไทใหญใ่ นเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
๑๖
โยนกระป๋อง
สถานท่ีเลน่ : บรเิ วณสนาม ลานกวา้ ง ใตร้ ม่ ไม้ ลานวัด
จำ�นวนผเู้ ล่น : ๒ คนขึ้นไป ไม่จ�ำ กดั เพศและวัย
อุปกรณ์ : กระป๋อง จ�ำ นวนคนละ ๑ กระปอ๋ ง
วธิ ีการเล่น : เรม่ิ จากการทอยเบยี้ หนิ ใครทอยไปไกลท่ีสดุ เป็นฝา่ ยไดโ้ ยนกระปอ๋ งกอ่ น
ขีดเส้นไว้ ๒ เส้น ให้ผเู้ ล่นยืนจรดปลายเท้าอยู่ตรงเสน้ แรก หา้ มยนื ล้ำ�เส้น
หรือเลยเส้นออกไป จากนน้ั ใชแ้ ขนเหวย่ี งกระปอ๋ งในมอื ออกไป ใหต้ ก หรอื
ทบั เสน้ ทส่ี อง เมือ่ ทอยกนั ครบทกุ คนแล้ว ใหเ้ ปรียบเทียบ กระปอ๋ งของใคร
ตกใกล้กบั เสน้ ที่สดุ ถือว่าเป็นผชู้ นะ จากนัน้ ผชู้ นะจะตอ้ งมายืนที่ต�ำ แหนง่
กระป๋องของตัวเอง แล้วใช้กระป๋องของตัวเอง เอ้ือมหรอื ปาให้โดน กระปอ๋ ง
ของคนอนื่ ทอ่ี ย่หู า่ งเสน้ ในลำ�ดบั ถัดไปเพอ่ื จะได้กิน (ครอบครอง) สงิ่ ทีอ่ ยู่
ในกระปอ๋ งนน้ั มีต้งั แต่ หนงั สตก๊ิ ฝาน�ำ้ อดั ลม ฯลฯ
ประโยชนท์ ่ีได้รบั : ๑. เป็นการออกก�ำ ลังกายแขน และการบังคบั กล้ามเนอ้ื มือ
๒. ฝกึ ทกั ษะในการใชม้ ือ นิ้ว และสายตาให้สัมพนั ธก์ นั
๓. ฝึกให้เป็นคนชา่ งสังเกต
๔. พฒั นาจติ ใจให้แจ่มใส ยอมรับในกฎระเบียบกติกา
ค่มู อื การละเล่นพ้นื เมืองของชนเผ่าไทใหญใ่ นเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
หมากข้เี บา้ ๑๗
สถานทเ่ี ล่น : ลานกว้างริมแม่น้�ำ
จำ�นวนผูเ้ ล่น : ๒ คนขึน้ ไป
อปุ กรณ์ : ดินปั้นเปน็ ก้อนกลม จ�ำ นวน ๑ ลูก
วิธีการเล่น : ปน้ั ดนิ ท่ไี มม่ ีเมด็ ทราย โดยป้นั เป็นเม็ดเล็กๆ เอาฝ่นุ โรยดินเปน็ สีๆ สีแดง
สดี �ำ สีขาว โรยสลับกันจนเป็นก้อน จากนั้นขุดดินให้เปน็ ราง โคง้ ออกมา
เจอกนั นับหน่ึงสองสาม ปล่อยก้อนดนิ ให้มาชนกนั กอ้ นดนิ ฝ่ายใดแตก
ถือว่าแพ้ แข่งเป็นรอบ รอบละ ๒ คน
ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั : ๑. พัฒนากลา้ มเนือ้ มอื กลา้ มเน้ือมัดเล็ก มือและน้ิวมอื ในการนวด คลึง
และป้ัน
๒. พัฒนากล้ามเนื้อมือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ แขนหยิบจบั เล่น
๓. พัฒนาประสาทสัมพนั ธ์ สอดคลอ้ งระหว่างตากบั มือ ระหวา่ งที่ป้ัน
๔. ฝกึ สมาธิท�ำ ให้เดก็ จดจอ่ กับงานท่ีท�ำ ได้นานมากขน้ึ
๕. ผอ่ นคลายอารมณเ์ กิดความสนกุ สนานเพลดิ เพลินขณะท�ำ กจิ กรรม
๖. เสริมสร้างความภมู ใิ จในตัวเอง พงึ พอใจในผลงานของตน
๗. พฒั นาการทางดา้ นสงั คม โดยเดก็ สามารถเล่นร่วมกับเพอื่ น พ่นี ้อง
คมู่ อื การละเล่นพนื้ เมืองของชนเผ่าไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ าน้อย
๑๘
โต นกกงิ่ กะหล่า
ประวัตคิ วามเป็นมา ของการละเล่น นกกิ่งกะหล่า โต เปน็ สตั วป์ ่าหิมพานต์ อยใู่ นเรอื่ งราวของ
พระเวสสนั ดรชาดก หรือทศชาติท่สี ิบ ขององคพ์ ระสัมมาสัมพุทธเจา้ ในเดอื นสบิ เอ็ด ชาวไทใหญ่
เชอื่ กันวา่ เปน็ วนั ที่พระสมั มาสมั พุทธเจา้ เสดจ็ กลับโลก จากสวรรค์ชนั้ ดาวดงึ ส์ หลังจากพระองคไ์ ด้
แสดงพระธรรมโปรดพุทธมารดา สัตว์น้อยใหญ่ต่างดีใจอยากได้บุญเช่นเดียวกับมนุษย์
จงึ พร้อมใจกันออกมาฟอ้ นรำ� เพอื่ ถวายต้อนรบั ในการเสด็จกลบั มา ขององคพ์ ระสมั มาสัมพทุ ธเจา้
ชาวไทใหญ่เช่ือกันว่า เปน็ วันเมตตาแหง่ โลกเหมือนกัน
การละเลน่ มีลักษณะเปน็ การฟอ้ นรำ� ท่วงทา่ เลียนแบบลกั ษณะท่าทางของสัตว์ กระโดดเล่น
โลดโผน สรา้ งความต่ืนเตน้ ให้แก่ผ้พู บเหน็
คมู่ อื การละเล่นพืน้ เมืองของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
๑๙
แนวทางการอนรุ กั ษ์และสบื ทอด
การละเลน่ พ้ืนเมอื ง ของชนเผา่ ไทใหญ่
ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ าน้อย
แนวทางการอนุรักษแ์ ละสบื ทอดการละเลน่ พนื้ เมืองของชนเผ่าไทใหญฯ่ ควรท�ำ การฟ้ืนฟู
โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สถาบันทางศาสนา หน่วยงานและสถานศึกษา
ในการส่งเสริมและสนับสนุน โดยจัดพื้นท่ีการแสดง สาธิตและการแข่งขันในงานประเพณี
เทศกาลหรืองานกีฬาต่างๆ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลท่ีเป็นพื้นฐานความรู้ ถ่ายทอดให้แก่
ผู้ท่ีสนใจศึกษา กำ�หนดนโยบายในสถานศึกษา บรรจุเน้ือหาไว้เป็นสาระในการเรียนการสอน
ท้องถิ่นของเรา ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต เพ่ือร่วมกันอนุรักษ์
และสืบทอดต่อไป
คูม่ ือการละเลน่ พืน้ เมืองของชนเผ่าไทใหญใ่ นเขตเทศบาลต�ำ บลแม่ลาน้อย
ผใู้ หข้ ้อมลู การละเล่นพน้ื เมืองของชนเผา่ ไทใหญ่ ๒๐
ในเขตเทศบาลตำ�บลแมล่ านอ้ ย
พระครูญาณสัมปยตุ พระครูอนสุ ฐิ ปรยิ ตั ิโวหาร
อายุ ๗๙ ปี อายุ ๕๙ ปี
เจา้ คณะอ�ำ เภอแม่ลานอ้ ย เจา้ อาวาสวดั โวหารคณุ
เจา้ อาวาสวัดแม่ลาน้อย ทอ่ี ยู่ วัดโวหารคุณ ๑๘๓ ม.๑
ท่ีอยู่ วัดแมล่ านอ้ ย ม.๑ ตำ�บลแม่ลานอ้ ย
ตำ�บลแมล่ านอ้ ย อำ�เภอแมล่ านอ้ ย
อำ�เภอแมล่ าน้อย จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน
จงั หวัดแมฮ่ ่องสอน นายหนมุ่ มณีศรี
นางต๋า วิรยิ ะ อายุ ๘๔ ปี
อายุ ๙๔ ปี ประกอบอาชพี : ช่างตีมีด
ที่อยู่ ๒๑ ถ.นฤสาร ม.๑ ทอ่ี ยู่ ๖๒/๑ ม.๑
ตำ�บลแมล่ าน้อย ตำ�บลแมล่ าน้อย
อำ�เภอแม่ลานอ้ ย อ�ำ เภอแม่ลาน้อย
จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน
นางสนี วน ดอนแก้ว นายทวี ชกู ร
อายุ ๖๗ ปี อายุ ๖๐ ปี
ประกอบอาชพี : คา้ ขาย ประกอบอาชพี :
ท่อี ยู่ ๑๓๔ ม.๑ พนกั งานจ้างเหมา ภารกิจ
ต�ำ บลแมล่ าน้อย ต�ำ แหนง่ พนกั งานดับเพลงิ
อ�ำ เภอแม่ลาน้อย ท่อี ยู่ ๑๐/๒ ม.๑ ต�ำ บลแม่ลาน้อย
จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน อำ�เภอแม่ลานอ้ ย
จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน
นายประสิทธิ์ มณีศรี นางวิไล วริ ิยะ
อายุ ๕๗ ปี อายุ ๕๘ ปี
ประกอบอาชพี : ชา่ งตีมดี ทอ่ี ยู่ ๒๑ ถ.นฤสาร ม.๑
สมาชิกสภาเทศบาลตำ�บล ต�ำ บลแมล่ านอ้ ย
แมล่ าน้อย,นกั ปราชญ์ อำ�เภอแมล่ านอ้ ย
ท่อี ยู่ ๖๒/๑ ม.๑ ต�ำ บลแม่ลาน้อย จังหวดั แมฮ่ ่องสอน
อำ�เภอแม่ลานอ้ ย
จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน
นายสุพจน์ วรรณวนิ จิ นายกฤษณะชยั แสงเมือง
อายุ ๔๕ ปี อายุ ๕๒ ปี
ประกอบอาชีพ : ประกอบอาชีพ : ชา่ งตัดผม
ผอู้ ำ�นวยการสถานศกึ ษา ผู้ดแู ลพิพธิ ภณั ฑท์ ้องถ่ินวดั แมล่ านอ้ ย
ที่อยู่ ๔๖๒ ม.๑ อดีตกำ�นนั ตำ�บลแมล่ าน้อย
ตำ�บลแม่ลาน้อย ทีอ่ ยู่ ๑๕ ถ.นฤสาร ม.๑
อ�ำ เภอแม่ลาน้อย ตำ�บลแมล่ านอ้ ย
จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน อำ�เภอแม่ลานอ้ ย
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
คู่มอื การละเลน่ พ้ืนเมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
คณะผจู้ ัดทำ�
ทีป่ รึกษางานวจิ ยั
นางกมลพรรณ ทานา
ตำ�แหน่ง : นักวิชาการศกึ ษาชำ�นาญการ
สังกัดกองการศกึ ษาเทศบาลต�ำ บลแม่ลานอ้ ย
ผจู้ ดั ท�ำ
นางสาวมณั ฑนา แดงสขุ
ต�ำ แหนง่ : นักสันทนาการปฏิบัติการ
สังกัดกองการศกึ ษาเทศบาลต�ำ บลแม่ลาน้อย
ผ้จู ดั ท�ำ
นายณฐกร ยอดเพชรด์ิ
ครูจา้ งสอน
ตำ�แหนง่ : งานประชาสมั พันธ์ ฯ
โรงเรียนไท่จง (เทศบาล ๓)
สังกดั กองการศึกษาเทศบาลต�ำ บลแม่ลาน้อย
แม่ลาน้อยเลิศล�ำ้
ถ�ำ้ แก้วงามวจิ ติ ร
ผลผลิตถวั่ เหลือง
ลื่อเลอ่ื งวดั แม่ปาง
เมืองสรา้ งคนดี
ประเพณเี ขาวงกต
มรดกพระเพชร
ค่มู ือการละเลน่ พนื้ เมอื งของชนเผา่ ไทใหญ่ในเขตเทศบาลต�ำ บลแมล่ าน้อย
กองการศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เทศบาลตำ�บลแม่ลาน้อย
หม่ทู ี่ 1 บ้านแม่ลานอ้ ย
ตำ�บลแมล่ าน้อย
อำ�เภอแม่ลานอ้ ย
จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน
58120
ติดต่อ โทร : 0864286852