1 โครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ผู้จัดทำโครงงาน นางสาวนงนภัส กราดเพ็ชร์ เลขประจำตัว 64202120005 เด้นางสาวปริญญดา ศิษย์ประเสริฐ เลขประจำตัว 64202120008 นางสาวเปมิกา กาญบุตร 11 เลขประจำตัว 64202120026 กลุ่ม ตปท.301 โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาพณิชยกรรม สาขาภาษาต่างประเทศ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ปีการศึกษา 2566
2 คำนำ โครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา โครงงาน จัดทำขี้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านภาพยนต์เรื่อง Frozen โดยมีเนื้อหา เกี่ยวกับ vacabuiary , meaning ขอขอบคุณ อาจารย์ จารุณี แซ่โซ้ง ที่ให้คำปรึกษาแนะนำในการทำ โครงงานเรื่องนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานเรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเรียน การสอนและเป็นประโยชน์ ต่อผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดทำ
ก ชื่อโครงการ : เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ผู้จัดทํา : นางสาวนงนภัส กราดเพ็ชร์ : นางสาวปริญญดา ศิษฐ์ประเสริฐ : นางสาวเปมิกา กาญบุตร สาขาวิชา : ภาษาต่างประเทศ ประเภท : พณิชยกรรม สถานศึกษา : วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ที่ปรึกษาโครงการ : นาวสาว จารุณี แซ่โซ้ง ปีการศึกษา : 2566 บทคัดย่อ ในการจัดทำโครงการเรื่อง เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ครั้งนี้ เพื่อเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนต์เรื่อง Frozen และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ ที่มีต่อการจัด โครงการในครั้งนี้ โดยในการทำกิจกรรมของเรามีการเปิดให้ชมภาพยนต์เรื่อง Frozen พร้อมทั้งมีการอธิบายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ ความหมาย แปลประโยคในภาพยนต์เรื่องนี้ และมีการ ทำแบบทดสอบ เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เข้าร่วมที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการนี้ อีกทั้งยังมีให้ ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย ผู้ตอบแบบทดสอบในโครงการเรียนรู้ คำศัพท์ ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ได้ผลโดยรวม คือ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.18 (S.D. =0.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าโครงงานนี้สามารถ ส่งเสริมความรู้ทางด้านคำศัพท์ รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.68 (SD = 0.81 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจในการ จัดกิจกรรม รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.42 (S.D.-0.91 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจในสถานที่ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม รองลงมา คือ ค่าเฉลี่ย3.05 (S.D.=0.97)
ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาของครูที่ปรึกษาโครงงานได้แก่ อาจารย์ จารุณี แซ่โช้ง และอาจารย์ในแผนกวิชาภาษาต่างประเทศ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีที่ได้ให้คำปรึกษาแนะนำ ชี้แนะ ในการศึกษาค้นคว้าแนะนำขั้นตอนและวิธีจัดโครงงานจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีคณะผู้ จัดทำจึงขอกราบ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ณ โอกาสนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ กลุ่ม ตปท.301แผนกวิชาภาษาต่างประเทศ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ที่ได้ช่วยให้ คำแนะนำที่ดีเกี่ยวกับโครงงานเรัยนรู้คำศัพท์จากภาพยนตร์เรื่องFrozen จึงขอขอบคุณเป็นอย่างสูง คณะผู้จัดทำ
ค สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง จ สารบัญภาพ ฉ บทที่1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมาของโครงงาน 1 1.2 วัตถุประสงค์ 1 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1 1.4 เป้าหมาย 2 1.5 ขั้นตอนในการดำเนินโครงงาน 2 1.6 ค่าใช่จ่ายในการดำเนินโครงงาน 2 1.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่2 เอกสาร หลักการ และทฤษฎีที่เก่ียวข้อง 3 2.1 ประวัติและความเป็นมาของดิสนีย์ 3 2.2 ประเภทของภาพยนตร์ 6 2.3 เรื่องย่อของภาพยนต์Frozen 9 2.4 แอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการดูหนัง 10 2.5 โปรแกรมออกแบบที่ใช้ในการนําเสนอ 12 บทที่3 วิธีการดำเนินโครงงาน 19 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 19 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงการและเก็บข้อมูล 19 3.3 วิธีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 20 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 20
ง สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่4 ผลการดำเนินงาน 22 4.1 การวิเคราะห์ผล 22 4.2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 22 4.3 ผลการสอบถาม 22 บทที่ 5 สรุปผลโครงการ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 25 5.1 สรุปผลโครงการ 25 5.2 ผลประโยชน์ที่ได้รับ 25 5.3 ข้อเสนอแนะ 25 บรรณานุกรม 26 ภาคผนวก ก - แบบเสนอโครงงาน 27 ภาคผนวก ข - ตัวอย่างแบบสอบถาม 32 ภาคผนวก ค - ตารางการวิเคราะห์ผลภาพรวมของแบบสอบถาม 36 ภาคผนวก ง - ประวัติผู้จัดทำ 40
จ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 4.3.1 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบการเรียนรู้ เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen 23 ตารางที่ 4.3.2 ผลการวิเคราะห์หารตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ที่มีต่อโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen 23
ฉ สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 2.1 วอลเตอร์ ดิสนีย์ (Walter Disney) 6 ภาพที่ 2.3 ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Frozen 9 ภาพที่ 2.4 แอปพลิเคชั่น Disney+ Hotstar 10 ภาพที่ 2.5 ภาพภายในแอปพลิเคชั่น Disney+ Hotstar 11
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาของโครงงาน ปัจจุบันมีการใช้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาสำคัญของโลก บางประเทศนำมาใช้เป็นภาษา ทางการเพื่อติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยที่ทราบกันดีว่าทักษะด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน มีปัญหามาโดยตลอด ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง เนื่องจากกลัวการพูดผิด ออกเสียง ไม่ถูกต้อง ขาดความมั่นใจ ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียน ซึ่งสามารถเรียน ผ่านภาพยนต์ที่ตนเองสนใจ ภาพยนตร์มีหลากหลายแนวเช่น แนวโรแมนติก แนวดราม่า แนวสยองขวัญ เป็นต้น เนื่องจากภาพยนต์มีคำศัพท์ประโยค บทสนทนาภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่ายและใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen เป็นสื่ออย่างหนึ่งที่พัฒนา ทักษะการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนดียิ่งขึ้น เนื่องจากภาพยนต์เรื่อง Frozen มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การผญจภัยและมุ่งเน้นเรื่องของเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่มีความคิดที่แตกต่างจากคนอื่น ให้กล้าแสดงความ คิดเห็น ซึ่งในเรื่องนี้มีคำศัพท์ ประโยค บทสนทนาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย เหมาะกับคนที่เริ่มเรียน หรือคนที่มีพื้นฐานไม่เน้น ดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงเลือกทำโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen เพื่อช่วยได้ฝึกทักษะการฟัง การออกเสียง การจำคำศัพท์ ภาษาอังกฤษของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมีความสุข มั่นใจและนำไปใช้ในชืวิตประจำวันได้ 1.2 วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ได้ 2.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนต์เรื่อง Frozen 1.3 ขอบเขตของโครงการ 3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหาข้อมูล 3.1.1 โปสเตอร์แนะนำคำศัทพ์ภาษาอังกฤษ ขนาด A4 3.1.2 เนื้อหาจากภาพยนต์เรื่อง Frozen 3.1.3 วีดีโอจากภาพยนต์เรื่อง Frozen 3.2 ขอบเขตด้านซอฟต์แวร์ 3.2.1 Microsoft Word
2 3.2.2 Google form 3.2.3 Youtube 3.2.4 Microsoft power point 1.4 เป้าหมาย เชิงคุณภาพ นักเรียนจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ได้ เชิงปริมาณ นักเรียนวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ระดับชั้น ปวช.1,2 แผนกวิชาภาษาต่างประเทศ จำนวน 60 คน 1.5 ขั้นตอนในการดำเนินโครงงาน 1.5.1 ประชุม 1.5.2 แบบเสนอโครงงาน 1.5.3 ศึกษา ค้นคว้า ข้อมูล 1.5.4 จัดทำโครงงานตามแผน 1.5.5 สรุปผลการดำเนินการ 1.5.6 จัดทำรูปเล่ม 1.5.7 นำเสนอ 1.6 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ - ค่าจัดทำรูปเล่ม 500 บาท - ค่าพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ 100 บาท 1.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 7.1 นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ได้มากขึ้น 7.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนตร์เรื่อง frozen เป็นอย่างมาก
3 บทที่ 2 เอกสาร หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง คณะผู้จัดทำโครงงานการ เรื่อง เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ได้ศึกษา เอกสารและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานตามโครงงานโดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2.1 ประวัติและความเป็นมาของดิสนีย์ 2.2 ประเภทของภาพยนต์ 2.3 เรื่องย่อของภาพยนต์เรื่อง Frozen 2.4 แอปพลิชั่นที่ใช้ในการดูหนัง 2.5 โปรแกรมออกแบบที่ใช้ในการนำเสนอ 2.5.1 Microsoft Word 2.5.2 Youtube 2.5.3 Microsoft Power Point 2.1 ประวัติและความเป็นมาของดิสนีย์ “ดิสนีย์” (Disney) เป็นนามสกุลของ วอลเตอร์ ดิสนีย์ (Walter Disney) ราชาการ์ตูนโลกชายผู้ให้ กำเนิด มิคกี้เมาส์, พิน็อคคิโอ้, สโนไวท์ และตัวการ์ตูนขวัญใจเด็ก ๆ ทั้งโลก นอกจากนี้เขายังเป็นนักบุกเบิก แอนิเมชั่นของอเมริกา และเป็นบุคคลแรกที่สร้างภาพยนตร์การ์ตูนแบบสีผู้ก่อตั้ง The Walt Disney Company กับ 22 รางวัลออสการ์ที่ได้รับ ในปี 2017 ที่ผ่านมา บริษัทวอลต์ดิสนีย์ มีรายได้รวมอยู่ที่ 55 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีทรัพย์สินทั้งหมดรวม 91 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำกำไรไป 8,990 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีมูลค่าราคาตลาดอยู่ที่ 178 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ วอลเตอร์ เอเลียส ดีสนีย์ (Walter Elias Disney) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Walt Disney นั้น เกิดเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม ปี 1901 เป็นชาวอเมริกัน เกิดในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยคุณพ่อของเขา Elias Charles Disney ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศแคนาดา จนมาพบกับคุณแม่ของเขา Flora Call Disney โดยเขาเป็นลูก ชายคนที่ 4 มีพี่ชาย 3 คน คือ Herbert, Raymond, Roy และมีน้องสาว 1 คน ชื่อ Ruth วอลต์มีความหลงใหลในการวาดภาพมาตั้งแต่ 7 ขวบ ในเวลาว่าง ๆ เขามักจะวาดภาพอยู่เสมอ แถมฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา จึงทำให้ได้มีโอกาสวาดการ์ตูนลงคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ของโรงเรียน แถมยังเคย ขายภาพวาดให้กับเพื่อนบ้านอีกด้วยและตอนที่ครอบครัวของเขาได้ย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่ในฟาร์ม วีรกรรม สุดแสบของเขาก็คือการละเลงฝาผนังทั่วบ้านด้วยสีเต็มไปหมด และใกล้ ๆ ฟาร์มนั้นเอง ก็มีรถไฟวิ่งผ่าน เขาจึงมี
4 โอกาสไปทำงานพิเศษช่วงฤดูร้อนกับบริษัทรถไฟ ด้วยการขายหนังสือพิมพ์ น้ำดื่มและขนม ให้กับผู้โดยสาร และต่อมาเมื่อครอบครัวของเขาย้ายที่อยู่อีกครั้ง โดยย้ายไปในเมือง Kansas City รัฐ Missouri โดยช่วยพ่อของ เขาส่งหนังสือพิมพ์ในเมือง ซึ่งเพาะบ่มให้นิสัยของวอลต์นั้น เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีความ อดทนและขยันขันแข็ง ในสมัยวัยหนุ่มนั้น เขามีโอกาสได้เข้าเรียนเกี่ยวกับด้านศิลปะและการถ่ายภาพที่ Kansas City Art Institute ซึ่งเขาหวังว่า สักวันหนึ่ง จะได้เป็นนักเขียนการ์ตูนลงบนหนังสือพิมพ์กับเขาบ้าง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 วอลต์ได้ไปอยู่หน่วยกาชาดของทหารอเมริกัน โดยมีหน้าที่รับส่งผู้ป่วย ระหว่างประเทศเยอรมันกับฝรั่งเศษ ว่ากันว่ารถพยาบาลที่เขาขับนั้น เต็มไปด้วยภาพวาดการ์ตูนทั้งคัน แทนที่ จะเป็นเครื่องอำพรางให้กับรถ จนกระทั่งในปี 1919 วอลต์ก็ได้ปลดประจำการและกลับมายังบ้านเกิด โดยที่เค้า นั้นได้ตั้งเป้าหมายชีวิตเอาไว้ว่าจะเอาดีทางด้านศิลปะ แต่ฝันของเขานั้นคุณพ่อไม่เคยสนับสนุนเลย วอลต์จึงออกจากบ้านเพื่อเดินตามฝันของตัวเอง เขาได้พบกับ อับบ์ ไอเวิร์ค (Ub Iwerks) ทั้งสองได้ ร่วมมือกันประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยใช้ชื่อว่า Iwerks-Disney Commercial Artists เมื่อปี 1920 แต่ทำได้ ไม่นานนักก็ต้องปิดตัวลงเพราะทั้งคู่ขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจและไม่สามารถหาลูกค้าได้มากพอหลัง จากนั้น Walt ได้เข้าไปทำงานที่ Kansas City Film Ad. และ Iwerks ก็ตามมาทีหลัง เพื่อเก็บเกี่ยว ประสบการณ์และความรู้ในการทำงานในด้านที่เกี่ยวกับการทำภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยทำงานที่นี่เป็นเวลา 2 ปีวอลต์ได้พยายามเปิดบริษัทใหม่ขึ้น โดยใช้ชื่อว่า Laugh-O-Gram Film, Inc. ซึ่งจะเน้นการผลิตการ์ตูนสั้น อิงนิยายสำหรับเด็ก ทำร่วมกับ ไอเวิร์ค เพื่อนของเขา แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะหลังจากที่ สร้างการ์ตูนเรื่อง Alices’s Wonderland ยังเสร็จไม่สมบูรณ์ บริษัทก็ต้องเจอกับภาวะล้มละลาย จึงต้องปิดตัว ลงเขาจึงตัดสินใจนำกล้องไปขายเพื่อนำเงินที่ได้นั้นเดินทางไปยัง ฮอลลิวูด ทีเมือง LA รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือ ได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมบันเทิง โดยวอลต์ตั้งใจจะหันมาเป็นผู้กำกับโดยคิดจะทิ้งงานทางด้าน แอนิเมชั่น แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนรับเขาเข้าทำงานเลย วอลต์จึงต้องกลับมาสร้างแอนิเมชั่นต่อ ต่อมาพวกเขาก็ได้ข่าวว่าบริษัท New York Film ที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายภาพยนตร์ ในเมือง New York กำลังมองหาซีรี่ย์การ์ตูนใหม่ ๆ อยู่ เขาเลยลองส่งผลงาน เรื่อง Alices’s Wonderland ไปที่นิวยอร์ค ให้กับ มาร์กาเร็ต วิงค์เลอร์ (Margaret Winkler) วอลต์ได้รับการตอบกลับทันทีว่า “ต้องการให้สร้างสรรค์ ผลงานให้อีกโดยที่ยึดเอาเนื้อเรื่อง Alices’s Wonderland เป็นหลัก”
5 เมื่อเจรจาตกลงกันได้ เขากับ Roy Oliver Disney พี่ชายของเขา จึงก่อตั้งบริษัท ในวันที่ 16 ตุลาคม ปี 1923 โดยใช้ว่า “Disney Brothers Studio” และถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งจากการแนะนำของ Roy เป็น “Walt Disney Studios”แทน มีสำนักงานอยู่ในเมือง Hollywood ในปี 1925 วอลต์ก็ได้จ้าง Lillian Marie Bounds มาทำงานด้านแผ่นฟิล์ม ทั้งสองได้ใกล้ชิดสนิทสนม กันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้แต่งงานกันในที่สุด และเมื่อปี 1927 วอลต์กับ Iwerks ได้สร้างตัวละครใหม่ ขึ้นมานั่นก็คือ Oswald the Lucky Rabbit โดยนำกระต่าย Oswald ไปเป็นตัวเอกในซีรี่ย์การ์ตูนถึง 26 ตอน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี ทางผู้จัดจำหน่ายก็ได้หยุดให้ทุนในการสร้างซีรี่ย์นี้ โดยได้นำกระต่าย Oswald ไปให้บริษัทอื่นผลิตแทน Walt กับ Iwerks ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่เจ้ากระต่าย Oswald ตัวนี้นั้น พวกเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาแท้ ๆ แต่ก็ด้วยการที่ด้อยประสบการณ์ในเรื่องของลิขสิทธิ์ในตัวละคร ดังนั้นการเสียกระต่าย Oswald ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนอันสำคัญและจดจำไม่มีวันลืมว่าเรื่องของ ลิขสิทธิ์นั้น มันสำคัญมากแค่ไหนต่อผลงานของพวกเขา (แต่ในปี 2006 ทาง Walt Disney ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์ในการ์ตูน Oswald the Lucky Rabbit รวมไปถึงซีรี่ย์ทั้ง 26 ตอน ที่ Walt Disney เป็นผู้สร้างกลับคืนมาในที่สุด) ในระหว่างนั้นเอง เขาได้คิดค้นตัวการ์ตูนขึ้นมาใหม่ ไอเดียได้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ตอนที่เขาเห็นหนูออกมา จากโรงรถ ซึ่งลักษณะของตัวละครนั้นเป็นหนูที่มีใบหูกลมใหญ่มีชื่อว่า Mortimer Mouse แต่ภรรยาของเขา แนะนำว่าควรจะเปลี่ยนชื่อ จึงได้ชื่อใหม่ว่า “Mickey Mouse” โดย Iwerks ได้ทำการดีไซน์เจ้าหนูใหม่ เพื่อให้ ง่ายต่อการทำภาพแอนิเมชั่น ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เจ้าหนูตัวน้อยจะกลายเป็นขวัญใจเด็ก ๆ และผู้คนทั่วโลก Mickey Mouse ปรากฎตัวต่อสาธารณชนทั่วโลกผ่านทางการ์ตูนครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 1928 ใน เรื่อง Steamboat Willie จวบจนปัจจุบัน มิกกี้เม้าส์ ก็ได้เข้าไปอยู่ในใจของเด็ก ๆ ทั่วโลก และได้รางวัล ชนะเลิศจากเวทีการ์ตูน ประกวดหลายเวที รวมถึงสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และได้ออกในรายการ โทรทัศน์ มิกกี้เมาส์คลับ ทางสถานี ABC ตอกย้ำความยิ่งใหญ่จากรุ่นสู่รุ่นทุกครั้งที่ได้รับชม และในช่วง ปี 1930-1940 เหล่าผองเพื่อนมิกกี้ก็เกิดตามมาติด ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น มินนี่ เมาส์(Minnie Mouse), กู๊ฟฟี่ (Goofy), พลูโต(Pluto) และโดนัลด์ ดั๊ก(Donald Duck) จากนั้นทางดีสนีย์ก็เริ่มโครงการการสร้างหนังการ์ตูน เรื่องยาวอย่างจริงจัง ในปี 1955 ดีสนีย์ได้บุกเบิกสร้างอาณาจักรสวนสนุกยิ่งใหญ่ของโลก “Disneyland” ขึ้นที่ เมือง Anaheim รัฐ California เพื่อต้อนรับเด็ก ๆ จากทั่วโลก ต่อมาในปี 1964 วอลต์ก็มีโครงการสร้างสวน สนุกแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม โดยมีพื้นที่กว่า 109 ตารางกิโลเมตรในรัฐฟลอริดา โดยร่วมกันตั้งชื่อสวนสนุกแห่ง ใหม่กับพี่ชายโดยใช้ชื่อว่า “Walt Disney World” แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในปี 1966 วอลต์ได้ป่วยเป็น มะเร็งปอดจากการที่เขาสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน และได้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเซนต์โจเซฟ
6 (St. Joseph’s Hospital) ที่ใกล้กับดิสนีย์สตูดิโอ ก่อนจะได้เสียชีวิตลงหลังจากพึ่งฉลองครบรอบวันคล้ายวัน เกิดในวัย 65 ปี ได้เพียง 10 วัน นั่นก็คือวันที่ 15 ธันวาคม ปี 1966 หลังจากวอลต์เสียชีวิต Roy พี่ชายของเขา ก็ได้สานต่ออุดมการณ์ต่าง ๆ จนตนเองเสียชีวิตในวันที่ 20 ธันวาคม ปี 1971 ในวัย 78 ปี ภาพที่ 2.1 วอลเตอร์ ดิสนีย์ (Walter Disney) 2.2 ประเภทของภาพยนต์ ภาพยนตร์ถูกจัดแบ่งออกเป็นหลายแนวโดยภาพยนตร์หนึ่งแนวหมายถึง ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาจาก องค์ประกอบของเรื่องราวที่คล้ายๆกัน ตามส่วนประกอบของภาพยนตร์หลักๆ 3 อย่าง ได้แก่ ฉาก อารมณ์ รูปแบบ ซึ่งแต่ละส่วนประกอบมีความหมาย ดังนี้ • ฉาก หมายถึง สถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เรื่องราวในภาพยนตร์ดำเนิน • อารมณ์ หมายถึง ความรู้สึกที่ผู้ชมได้รับตลอดการชมภาพยนตร์ • รูปแบบ หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำและวิธีดำเนินเรื่อง อย่างไรก็ตามภาพยนตร์หนึ่งเรื่องอาจมีหลายแนวอยู่ในเรื่องเดียวกันซึ่งในที่นี้จะแบ่งแนวของ ภาพยนตร์ โดยยึดถืออารมณ์ ความรู้สึกที่ผู้ชมได้รับ ดังนี้ 1.ภาพยนตร์แอ็กชั่น (Action Film) หมายถึง ภาพยนตร์แบบ ยิง ต่อสู้ ระทึกใจ สร้างความ ตื่นเต้น เร้าใจให้กับผู้ชมผ่านการใช้ความรุนแรง เหมาะสำหรับคนชอบความรุนแรงและศิลปะการต่อสู้ เช่น ช็อคโกแลต องค์บาก ๑-๓ เป็นต้น 2.ภาพยนตร์สงคราม (War Film) ที่มีการอ้างอิงเหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในอดีต เน้นจุดๆหนึ่ง ในสงครามนั้นๆ
7 3.ภาพยนตร์ผจญภัย (Adventure Film) ภาพยนตร์แนวผจญภัย เข้าป่าฝ่าดง เจอปัญหาอุปสรรค มากมาย และต้องมีการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมผ่านทางการเสี่ยงภัยของตัว ละคร 4.หนังคาวบอยตะวันตก (Western) เป็นภาพยนตร์ที่แสดงวิถีชีวิตของคนอเมริกันยุคบุกเบิกที่เข้า ไปตั้งรกรากในดินแดนป่าเถื่อนแถบตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เน้นเรื่องราวของคนที่มี อาชีพรับจ้างขี่ม้าต้อนวัว หรือเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ ที่ต้องสู้กับแก๊งโจรผู้ร้าย นายทุน หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ชั่วร้าย การดวลปืน พวกนอกกฎหมาย หรือบางเรื่องก็สู้กับพวกอินเดียนแดง 5.หนังตลก (Comedy) ภาพยนตร์ตลก เบาสมอง มุ่งสร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ เหมาะกับ คนที่ต้องการดูเพื่อพักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก 6.ภาพยนตร์ชีวิต : ดราม่า (Drama) สร้างความตื่นตัวตื่นใจ ความเศร้าสลด ผ่านการแสดงของตัว ละคร ที่สร้างความรู้สึกซึ้งเศร้า เคล้าน้ำตา ทำให้นึกถึงชีวิตคนจริงๆ 7.ภาพยนตร์อีโรติก (Erotic Film) เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสม กับผู้ที่มีอายุไม่ถึง ๑๘ ปี เพราะเป็น เรื่องเกี่ยวกับทางเพศ 8.ภาพยนตร์เพลง (Musical) ภาพยนตร์เพลง มีลักษณะที่ตัวละครร้องและเต้นในเรื่องที่นำเสนอ โดยส่วนใหญ่จะเป็นประเภทหนังรัก 9.ภาพยนตร์รักโรแมนติก (Romance) มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักฉันชู้สาว เหมาะกับคู่หนุ่มสาวและ ผู้ที่มีความรักทั้งหลาย 10.ภาพยนตร์นิยายเหนือจริง แฟนตาซี (Fantasy) มักมีหรือเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ การ ผสม จินตนาการ และเรื่องเหนือจริง เรื่องในฝัน เพ้อเจ้อ สร้างความสนุกสนาน และตระการตาตระการใจ ด้วยฉาก และเนื้อเรื่องที่ไม่อยู่ในความเป็นจริง 2.2.1 ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ หรือ ไซไฟ (Science fiction หรือ sci-fi) ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาอ้างอิงวิทยาศาสตร์หรือใช้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการ อธิบายลักษณะตัวละคร ฉาก พฤติกรรมของตัวละคร หรือความเป็นไปของเนื้อเรื่อง มักเป็น เรื่องราวของโลกใน อนาคต หรืออวกาศ ที่มีเทคโนโลยีที่เกิดจากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เป็นองค์ประกอบ และทำให้น่าสนใจโดยผสม จินตนาการเข้าไปด้วย 2.2.2 ภาพยนตร์สยองขวัญ (Horror Film) หรือภาพยนตร์เขย่าขวัญ (Thriller) มีเรื่องราวและฉากที่มุ่งเน้นสร้างความตื่นเต้น ความกลัว สยองขวัญ และความตึงเครียด 2.2.3 ภาพยนตร์ลีกลับ (Mystery)
8 ภาพยนตร์ที่ลึกลับ ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ มุ่งเน้นสร้างความฉงนงงงวย และความรู้สึกท้าทายในการ แก้ไขปริศนา ยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 2.2.4 ภาพยนตร์อาชญากรรม (Crime) เรื่องที่นำเสนอมักเกี่ยวกับการสืบหาฆาตกร ฆาตกรที่ก่ออาชญากรรม แก๊งค์มาเฟีย หรือ กลุ่มผู้ก่อ อาชญากรรม การสูญเสียและการแก้แค้น เรื่องที่ตัวละครเอกเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรม หรือตำรวจ สืบสวน 2.2.5 ภาพยนตร์การ์ตูน (Animation) ภาพยนต์การ์ตูน หมายถึง ภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งปัจจุบันกำลังมาแรง 2.2.6 ภาพยนตร์แนวสารคดี (Documentary Film) แสดงเรื่องราวเป็นสารคดี นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ แต่งขึ้นใหม่ 2.2.7 ฟิล์มนัวร์ (Film-Noir) เน้นการใช้ภาพเป็นตัวสื่อเนื้อหา ดูง่ายหรือยากขึ้นอยู่กับบุคคล
9 2.3 เรื่องย่อของภาพยนต์Frozen Frozen ได้เล่าเรื่องราวคำทำนายที่ทำให้อาณาจักรหนึ่งต้องตกอยู่ภายใต้ฤดูหนาวอันเยือกเย็น และโหดร้ายตลอดกาล อันนา (พากย์เสียงโดย คริสเตน เบลล์) สาวน้อยช่างฝัน จึงร่วมมือกับ คริสตอฟ (พากย์เสียงโดย โจนาธาน กรอฟฟ์) มนุษย์ภูเขาผู้กล้าหาญ ในการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่เพื่อที่จะตามหา ราชินีหิมะ (พากย์เสียงโดย ไอดิน่า เมนเซล) และยุติคำสาปน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่ปกคลุมอาณาจักรแห่งนี้มา อย่างยาวนาน การผจญภัยสุดหฤโหดภายใต้สภาวะอากาศอันโหดร้ายดั่งเทือกเขาเอเวอร์เรส การเผชิญหน้ากับ สัตว์ในตำนานและมนตราในทุกย่างก้าว อันนา และ คริสตอฟ ต้องฝ่าฟันและเอาชนะทุกอย่างที่มาขัดขวางการ ปกป้องอาณาจักรจากการล่มสลาย ภาพที่ 2.3 ภาพส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Frozen
10 2.4 แอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการดูหนัง ภาพที่ 2.4 แอปพลิเคชั่น Disney+ Hotstar คือ ศูนย์กลางความบันเทิงที่ได้รวบรวมเรื่องราวจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังระดับฮอลลีวู้ด ภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุด Block Buster และภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล ต่างๆ จาก Disney, Marvel, Star Wars, Pixar, National Geographic รวมไปจนถึงภาพยนตร์และซีรีส์ จากสตูดิโอชั้นนำจากเอเชียและไทย Disney+ Hotstar เป็นบริการสตรีมมิ่งที่มีการเก็บค่าบริการเป็น รายเดือน / รายปี มีคอนเทนต์ชื่อดังระดับโลกทั้งซีรีส์, ภาพยนตร์ และรายการอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ คอนเทนต์จากค่าย Disney ที่บางคนยังเข้าใจว่าจะมีเฉพาะหนังการ์ตูน หรือหนังเน้นเด็ก ๆ ดูเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วค่าย Disney Studios เป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตหนังอีกหลายเจ้าทั้ง Marvel Studios ผู้สร้างหนังยอดฮิตที่ทุกคนรู้จักอย่าง The Avengers, Lucasfilm เจ้าของแฟรนไชส์ Star Wars หรือ Indiana Jones, 20th Century Studios เจ้าของหนังระดับ Blockbuster อีกเพียบ ซึ่งเหล่า Studio ที่ยกตัวอย่างมา ทั้งหมดนั้นไม่ได้มีแต่หนังเด็ก ๆDisney+ Hotstar ได้รวบรวมเอาคอนเทนต์ระดับ Blockbuster เอาไว้มากมาย มีทั้งภาพยนตร์, ซีรีส์, รายการทีวี โดยบางคอนเทนต์จะหาดูได้จาก Disney+ Hotstar เท่านั้น 2.4.1 ประวัติของ ดิสนีย์+ ฮอตสตาร์ (Disney+ Hotstar) เป็นบริการสตรีมมิงวีดิทัศน์ตามคำขอแบบบอกรับสมาชิกที่ดำเนินการโดยแผนกจำหน่ายสื่อและความ บันเทิงของเดอะวอลต์ดิสนีย์ เริ่มเปิดเผยแบรนด์ครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยสตาร์อินเดีย ในชื่อ ฮอตสตาร์ (Hotstar) โดยเป็นบริการสตรีมมิงที่มีเนื้อหาจากเครือข่ายท้องถิ่น รวมถึงภาพยนตร์ ซีรีส์ทางโทรทัศน์ กีฬาสด และผลงานต้นฉบับ ตลอดจนเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตจากบุคคลที่สามในอินเดีย เช่น เอชบีโอ และ โชว์ไทม์
11 เป็นต้น และท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของบรอดแบนด์เคลื่อนที่ในอินเดีย ฮอตสตาร์ได้กลายเป็นบริการ สตรีมมิงที่โดดเด่นในประเทศอย่างรวดเร็วหลังจากดิสนีย์เข้าซื้อกิจการทเวนตีเฟิสต์เซนจูรีฟอกซ์ บริษัทแม่ ของสตาร์อินเดียเมื่อปี 2019 ดิสนีย์ได้เพิ่มคลังเนื้อหาของแบรนด์สตรีมมิงระดับสากลแห่งใหม่อย่างดิสนีย์+ ลงในฮอตสตาร์ในเดือนเมษายน 2020 ซึ่งรวมถึงผลงานต้นฉบับของดิสนีย์+ และภาพยนตร์และซีรีส์ ทางโทรทัศน์จากแบรนด์เนื้อหาหลักของเดอะวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์, ลูคัสฟิล์ม, มาร์เวล, สตาร์ วอร์ส, ทเวนตีท์ เซนจูรีฟอกซ์, เนชั่นแนลจีโอกราฟิก และพิกซาร์ และบริการทั้งหมดได้กลายเป็นตราสินค้าร่วมในชื่อ ดิสนีย์+ ฮอตสตาร์ ภาพที่ 2.5 ภาพภายในแอปพลิเคชั่น Disney+ Hotstar 2.5 โปรแกรมออกแบบที่ใช้ในการนำเสนอ • Microsoft Word • Youtube • Microsoft Power Point 2.5.1 Microsoft Word ไมโครซอฟท์ เวิร์ด เป็นโปรแกรมประมวลผลคำเพื่องานการสร้างเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและประหยัดเวลา เหมาะกับการพิมพ์เอกสารทุกประเภท เช่น จดหมาย ซองจดหมาย บันทึกข้อความ รายงาน บทความ ประวัติย่อและยังสามารถตรวจสอบ ทบทวน แก้ไข ปรับปรุง ความถูกต้องในการพิมพ์ เอกสารได้อย่างง่ายดาย สามารถตรวจสอบ สะกดคำ และหลักไวยากรณ์ เพิ่มตาราง เพิ่มกราฟฟิก ในเอกสาร ได้อย่างง่ายดาย หรือเพิ่ม เติมข้อมูลได้ตลอดเวลา และยังสามารถตกแต่งเอกสารให้สวยงามได้ตามที่ต้องการ
12 ภาพที่ 2.5.1 ภาพโปรแกรม Microsoft Word 2.5.1.1 ความหมายของโปรแกรม Microsoft Word โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) เป็นโปรแกรมประมวลผลคำแบบพิเศษที่ช่วยให้สร้างเอกสาร แบบมืออาชีพ มีประสิทธิภาพประหยัด เช่น เหมาะกับงานด้านการพิมพ์เอกสารทุกชนิดสามารถพิมพ์เอกสาร ออกมาเป็นชุด ๆ ซึ่งเอกสารอาจเป็นจดหมายบันทึกข้อความ รายงาน บทความ ประวัติย่อ และยังสามารถ ตรวจสอบทบทวน แก้ไข ปรับปรุง ความถูกต้องในการพิมพ์เอกสารได้อย่างง่ายดาสามารถตรวจสอบ สะกดคำ และหลักไวยากรณ์เพิ่มตาราง เพิ่มกราฟิกในเอกสารได้หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตลอดเวลา สามารถใช้งาน ในลักษณะของการจัดพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop Publishing)สร้างโบชัวร์ (Brochures) สร้างงานด้านสื่อโฆษณา (Advertisements)และจดหมายข่าว (Newsletters) เป็นต้น 2.5.1.2 ประโยชน์ของโปรแกรม Microsoft Word • มีระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ช่วยในการทำงานสะดวกขึ้น เช่น การตรวจคำสะกด การตรวจสอบไวยากรณ์ การใส่ข้อความอัตโนมัติ เป็นต้น • สามารถใช้ Word สร้างตารางที่สลับซับซ้อนอย่างไรก็ได้ • สามารถใช้สร้างจดหมายได้อย่างรวดเร็ว • ตกแต่งเอกสารได้ง่ายและรวดเร็ว • สามารถแทรกรูปภาพ กราฟ หรือผังองค์กรลงในเอกสารได้ • เป็นโปรแกรมที่ทำงานบนวินโดว์ ดังคุณสมบัติต่างๆของวินโดว์จะมีอยู่ใน Word ด้วย • ความสามารถในการเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆในชุดโปรแกรม Microsoft Office สามารถโอนย้าย ข้อมูลต่างๆระหว่างโปรแกรมได้ เช่น สามารถดึงข้อมูลใน Excel มาใส่ใน Word ได้
13 • อยากทราบอะไรเกี่ยวกับ Word ถามผู้ช่วยเหลือที่มีชื่อว่า " Office Assistance" ตลอดเวลาขณะที่ใช้ งาน Word • สร้างเอกสารให้ใช้งานในอินเตอร์เนตได้อย่างง่ายๆ ภาพที่ 2.5.1.3 ภาพหน้าภายในโปรแกรม Microsoft Word 2.5.1.3โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด ( Microsoft Word ) สามารถทำงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานประมวลคำ ได้ดังนี้ 1. สามารถพิมพ์และแก้ไขเอกสาร 2. สามารถลบ โยกย้าย และสำเนาข้อความ 3. สามารถพิมพ์ตัวอักษรประเภทต่าง ๆ 4. สามารถขยายขนาดตัวอักษร 5. สามารถจัดตัวอักษรให้เป็นตัวหนา ตัวเอียง และ ขีดเส้นใต้ได้ 6. สามารถใส่เครื่องหมายและตัวเลขลำดับหน้าหัวข้อ 7. สามารถแบ่งคอลัมน์ 8. สามารถตีกรอบและแรเงา 9. สามารถตรวจการสะกดและแก้ไขให้ถูกต้อง 10. สามารถค้นหาและเปลี่ยนแปลงข้อความที่พิมพ์ผิด
14 11. สามารถจัดข้อความในเอกสารให้พิมพ์ชิดซ้าย ชิดขวาและกึ่งกลางบรรทัด 12. สามารถใส่รูปภาพในเอกสาร 13. สามารถประดิษฐ์ตัวอักษร 14. สามารถพิมพ์ตาราง 15. สามารถพิมพ์จดหมายเวียน ซองจดหมายและป้ายผนึก 2.5.2 Youtube YouTube (ยูทูบ) เป็นเว็บไซต์แลกเปลี่ยนภาพวิดีโอที่มีชื่อเสียง(www.youtube.com) โดยในเว็บไซต์นี้ ผู้ใช้สามารถอัพโหลดภาพวิดีโอเข้าไป เปิดดูภาพวิดีโอที่มีอยู่ และแบ่งภาพวิดีโอ เหล่านี้ให้คนอื่นดูได้โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่ายใดๆ ใน YouTube จะมีข้อมูลเนื้อหารวมถึงคลิปภาพยนตร์สั้นๆ และคลิปที่มาจากรายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ และวิดีโอบล็อกกิ้ง (ซึ่งเป็นการสร้างบล็อกโดยมีส่วนของข้อมูลที่เป็นภาพ วิดีโอเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเป็นภาพวิดีโอที่เกิดจากมือสมัครเล่นถ่ายกันเอง) คลิปวิดีโอที่เผยแพร่อยู่บน เว็บไซต์ YouTube ส่วนมากเป็นไฟล์คลิปสั้นๆ ประมาณ 1 - 10 นาที ถ่ายทำโดยประชาชนทั่วไป แล้วอัพโหลดขึ้นสู่เว็บไซต์ของ YouTube โดยมีการแบ่งประเภทและจัดอันดับคลิปเอาไว้ด้วย เช่น ไฟล์ล่าสุด, ไฟล์ที่มีผู้ชมมากที่สุด, ไฟล์ที่ ได้รับการโหวตมากที่สุด ภาพที่ 2.5.2 แอปพลิเคชั่น Youtube 2.5.2.1 ประวัติของ Youtube ยูทูบก่อตั้งขึ้นโดยพนักงานของบริษัทเพย์แพล ซึ่งเป็นเว็บไชต์สำหรับการแบ่งปันวีดิทัศน์ โดยที่สมาชิก ของยูทูบสามารถอัปโหลดและสำรวจวีดิทัศน์ได้โดเมนเนมของยูทูบมีว่า "www.youtube.com" ซึ่งเผยแพร่
15 ครั้งแรกในวันจันทร์ ที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005 เวลา 9:13 นาฬิกา ยูทูบก่อตั้งโดยแชด เฮอร์ลีย์, สตีฟ เชน และยาวีด คาริม โดยทั้งหมดเป็นพนักงานฝึกหัดที่บริษัทเพย์แพล เพื่อที่จะเข้าเป็นบุคลากรของบริษัทเพย์ แพล[8] โดยเฮอร์ลีย์ได้เข้ามหาวิทยาลัยอินเดียดาแห่งเพนสิเวอร์เนีย ด้านการออกแบบ เชนกับคาริมศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์โดยสำนักงานแห่งแรกของยูทูบ อยู่ที่ข้างบนร้านพิซซ่า และร้านอาหารญี่ปุน ในซานเมเทโฮ รัฐแคลิฟอร์เนียโดเมนเนมเปิดใช้งานครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005 พร้อมกับการรวมวีดิทัศน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2005 เป็นการเริ่มต้นคลิปวีดิทัศน์แห่งแรกในยูทูบ ชื่อวีดิทัศน์ Me at the zoo เมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2005 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ ยาวีด คาริม ถ่ายที่สวนสัตว์ซานดิอิโก 2.5.2.2 ประโยชน์ของ Youtube 1.เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้ข้อมูลต่างๆซึ่งสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น การสอนการแต่งหน้า ซึ่งเป็น เทคนิคที่ทำความเข้าใจยาก ถ้าศึกษาจากหนังสือหรือนิตยสาร เราก็ไม่สามารถเห็นการลงมือปฏิบัติแต่งหน้าที่ ชัดเจน เช่นการเลือกสี การลงสี และน้ำหนักหนัก-เบา แต่การศึกษาจาก youtube เราสามารถทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 2. เป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น เพลง มิวสิควิดีโอ เป็นต้น 3. เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ศึกษาการทดลองทางวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก เช่น การทดลองทางด้านbiological molecular ได้แก่ การทำ PCR , พันธุวิศวกรรม เป็นต้น 4.ทำให้สามารถติตามรายการหรือละครต่างๆย้อนหลังได้
16 ภาพที่ 2.5.2.2 ภาพภายในของแอปพลิชั่น Youtube 2.5.3 Microsoft Power Point โปรแกรม Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการจัดทำสไลด์เพ่อนำเสนอหรือฉาย ให้บุคคลทั่วไปได้ชม ปัจจุบันโปรแกรม Microsoft PowerPoint เข้ามามีบทบาทกับการนำเสนอเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้นำเสนอผลงานการประชุม สัมมนาตลอดจนด้านการศึกษาก็นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น เป็น สื่อช่วยสอน ใช้สำหรับนำเสนองานกับครูผู้สอน เป็นต้น จุดเด่นของโปรแกรมคือสามารถสร้างงานที่จะนำเสนอ ได้อย่างง่ายดาย สามารถใส่ภาพ เสียง ตลอดจนภาพเคลื่อนไหวในลักษณะวิดีโอลงในสไลด์ เรียกได้ว่าเป็น สื่อนำเสนอน่าชม น่าฟัง และน่าติดตามยิ่งขึ้น Microsoft Office PowerPoint 2003 ยังมีเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยทำงานให้นำเสนอต่างๆ มีความน่าสนใจขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว ภาพที่ 2.5.3 ภาพโปรแกรม Micorsoft Power Point 2.5.3.1 ความหมายของโปรแกรม Microsoft Power point เป็นชื่อโปรแกรมหนึ่งที่อยู่ในชุดของ Microsoft Office โปรแกรมนี้เน้นในเรื่องการแสดง ภาพประกอบ คำอธิบาย ใช้เพื่อการนำเสนองาน (presentation) โดยทำเป็นหน้า ๆ อาจทำให้มีเสียงบรรยาย
17 ประกอบด้วยก็ได้ หรือจะสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์เพื่อแจกผู้ฟังก็ได้ นอกจากการสร้างงานพรีเซนเตชั่น ออกทางจอภาพแล้ว ยังสามารถสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย เช่น เอกสารแจกผู้ฟัง บันทึกย่อสำหรับ ผู้บรรยาย เป็นต้น รวมทั้งการนำเสนองานในรูปแบบของเว็บเพจ และใน Microsoft PowerPoint 2003 ยังสามารถบันทึกผลงานลงในซีดีรอมเพื่อนำไปแสดงบนคอมพิวเตอร์ที่ได้ติดตั้งโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้ด้วย 2.5.3.2 ประโยชน์ของโปรแกรม Miccrosoft Power Point 1. สามารถสร้างงานนำเสนอได้ แม้ว่าจะไม่เคยสร้างงานนำเสนอมาก่อน เนื่องจากจะมีระบบ ช่วยเหลือ(Office Assistant) ใน PowerPoint ซึ่งจะคอยแนะนำหลักการในการสร้างงานนำเสนออย่างเป็น ขั้นตอน การเลือกสีมาใช้กับสไลด์ และจัดองค์ประกอบทางศิลป์ได้โดยอัตโนมัติ 2. ในส่วนการนำเสนอภาพนิ่ง สามารถที่จะนำองค์ประกอบมัลติมีเดีย เช่น การนำเอฟเฟค เสียง ดนตรีและวีดีโอ มาใช้ประกอบร่วมได้ 3. นอกจากสิ่งที่ได้เตรียมมานำเสนอแล้ว ยังสามารถใช้ PowerPoint เตรียมเอกสารประกอบคำ บรรยายและในขณะที่มีการนำเสนองาน ก็สามารถใช้เมาส์วาดเส้นบนสไลด์ที่แสดงอยู่ในขณะนั้นเพื่อเน้น ประเด็นสำคัญได้ 4. สามารถที่จะดัดแปลงงานนำเสนอที่เป็นไฟล์ PowerPoint เป็นสไลด์ 35 ม.ม. เพื่อใช้นำเสนอผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายอินทราเน็ตภายในองค์กรได้ ภาพที่ 2.5.3.3 ภาพภายในโปรแกรม Microsoft Power Point 2.5.3.3 โปรแกรม Microsoft Power Point สามารถทำงานต่างๆ ได้ดังนี้ 1. สร้างงานนำเสนอตั้งแต่เริ่มต้น หรือจากเทมเพลต
18 2. เพิ่มข้อความ รูป งานศิลป์ และวิดีโอ 3. เลือกการออกแบบระดับมืออาชีพด้วย PowerPoint Designer. 4. เพิ่มการเปลี่ยน ภาพเคลื่อนไหว และการเคลื่อนไหวแบบภาพยนตร์ 5. บันทึกไปยัง OneDrive เพื่อเข้าสู่งานนำเสนอของคุณจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์
19 บทที่3 วิธีการดำเนินโครงงาน การดำเนินโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ในครั้งนี้มีวิธีการ และขั้นตอนการดำเนินดังต่อไปนี้ 3.1 กลุ่มประชากรตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงานและเก็บข้อมูล 3.3 การสร้างสื่อวีดีโอที่ใช้ในการวิจัย 3.4 วิธีการดำเนินโครงงานและเก็บรวบรวมข้อมูล 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 1.3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ 1.3.1.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี ที่เข้าร่วมโครงงาน จำนวน 60 คน 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงานและเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงานครั้งนี้เป็น แบบทดสอบความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์ เรื่อง Frozen และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์๓ษาอังกฤษจากภาพยนตร์ เรื่อง Frozen ซึ่งได้มีการศึกษาสิ่งที่เกี่ยวข้องและทำการรวบรวมข้อมูลที่ได้จัดแบบสอบถาม ขึ้นมาใหม่ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 แบบทดสอบเกี่ยวกับ ความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ส่วนที่ 2 แบสอบถามที่มีผลต่อความพึงพอใจที่มีต่อโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนตร์เรื่อง Frozen สำหรับข้อมูลในแบบสอบถามความพึงพอใจ ส่วนที่ 2เป็นคำถามโดยใช้มาตราวัดแบบประเมินค่า (Rating -Scale) 5 ระดับซึ่งในการวัดตามวิธี ลิเคริท (Likert’Scare) โดยให้ข้อความแต่ละข้อมีคำตอบให้เลือก แบบประเมินค่า 5 ระดับ ได้แก่ มากที่สุด มีน้ำหนักของคะแนนเท่ากับ 5 มาก มีน้ำหนักของคะแนนเท่ากับ 4 ปานกลาง มีนำหนักของคะแนนเท่ากับ 3 น้อย มีน้ำหนักของคะแนนเท่ากับ 2 น้อยที่สุด มีน้ำหนักของคะแนนเท่ากับ 1
20 3.3 วิธีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการค้นคว้า 3.3.1 ศึกษาค้นคว้าจากตำรา เอกสาร บทความ และการค้นคว้าอิสระ ที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่จะศึกษา 3.3.2 กำหนดขอบเขตโครงสร้างของแบบทดสอบและแบบสอบถามความพึงพอใจ 3.3.3 นำแบบทดสอบและแบบสอบถามความพึงพอใจที่สร้างขึ้นไปเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณา ตรวจสอบความถูกต้อง 3.3.4 นำแบบทดสอบและแบบสอบถามความพึงพอใจที่ได้ปรับปรุงแก้ไขในขั้นตอนที่ 3 เสนออาจารย์ ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content Validity) และความเหมาะสมของภาษา ที่ใช้ (Wording) เพื่อขอคำแนะนำและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสม 3.3.5 จัดทำแบบทดสอบและสอบถามความพึงพอใจฉบับสมบูรณ์ หลังจากผ่านการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1 ข้อมูลและแหล่งข้อมูล 3.4.1.1 ข้อมูลปฐมภูมิ จัดเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบและสอบถามความพึงพอใจ 3.4.1.2 ข้อมูลทุติยภูมิ ทำการค้นคว้าจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ การทำแบบทดสอบแบบสอบ ถามความพึงพอใจจากผู้รู้งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลออนไลน์ 3.4.2 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการใช้แบบทดสอบและแบบสอบถามความพึงพอใจ จํานวน 100 ชุด ในการจัดเก็บประเมินเพื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่าง จากการประเมินแบบทดสอบและสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์ เรื่อง Frozen เป็นแบบสอบถามปลายปิด มีรายละเอียดดังนี้ ตอนที่ 1 แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้คำศัพท์จากภาพยนต์ Frozen ตอนที่ 2 สอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ โครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์ เรื่อง Frozen สามารถให้ระดับความพึงพอใจด้วยการเลือกข้อใดข้อหนึ่งตามความคิดเห็นของผู้กรอกแบบสอบถาม โดยเกณฑ์ที่ใช้คือ 5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = ปานกลาง , 2 = น้อย , 1 = น้อยที่สุด ตอนที่ 3 วัดและประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ 3.4.3 นำแบบทดสอบถามความพึงพอใจให้ผุ้ที่เข้าร่วมโครงการ ประเมินโดยใช้แบบประเมินโครงการ ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 5 คะแนน หมายถึง มากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง มาก
21 3 คะแนน หมายถึง ปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง น้อย 1 คะแนน หมายถึง น้อยที่สุด 3.4.4 สถิติที่ใช้ 3.4.4.1 สูตรหาค่าร้อยละ (Percentage) เพื่อใช้แปลความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ตอบแบบสอบถามตามส่วนที่ 1 การนำเสนอข้อมูลดดยใช้ตารางแจกแจงความถี่ (Frequency Table) สูตร P = f ×100 N P แทน ค่าร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ n แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 3.4.4.2 สูตรค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Aritmetic mean) เพื่อใช้แปลความหมายของข้อมูลต่างๆ โดยใช้ในแบบสอบถามส่วนที่ 2 สูตร ̅ = ∑ เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมของค่าความถี่ N แทน จำนวนข้อมูล 3.4.4.3 สูตรความเบี่ยงเบนมาตราฐาน (Standard deviation หรือ S.D.) เพื่อใช้แปลง ความหมายของข้อมูลต่างๆโดยใช้ในแบบสอบถามส่วนที่ 2 สูตร S.D. = √ ∑ 2−(∑×2) (−1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน X แทน คะแนนแต่ละในกลุ่มตัวอย่าง n-1 แทน จำนวนตัวแปรอิสระ n แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (∑ 2) แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวอย่างยกกำลัง
22 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน การดำเนินงานโครงงานการรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้ คําศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen และเพื่อศึกษาความพึงพอใจ ต่อการนำเสนอ ของผู้เข้าร่วมโครงการ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบและแบบสอบถามได้แบ่งผล ของโครงการตาม การวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 4.1 การวิเคราะห์ผล การวิเคราะผลในการจัดทำโครงงาน คณะผู้จัดทำได้จัดทำแบบทดสอบและแบบสอบถามความพึงพอใจ ในการประเมินผลโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen เพื่อสรุปผลการดำเนิน กิจกรรม การกำหนดกฏเกณฑ์ การแปลความหมายค่าเฉลี่ยน้ำหนักความคิดเห็น โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังต่อไปนี้ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 - 4.00 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้องที่สุด 4.2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล N แทน จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม X แทน ค่าเฉลี่ย SD แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.3 ผลการสอบถาม ผลการประเมินโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frpzen สามารถแบ่งออก เป็น 2 ตอน ดังนี้ 4.3.1 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen
23 4.3.2 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ตารางที่ 4.3.1 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบการเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนต์เรื่อง Frozen รายการ จำนวนที่ตอบถูก จำนวนที่ตอบผิด ร้อยละ 1. Acciden หมายถึง 44 16 77.3 2. Halls หมายถึง 43 17 71.1 3. Build หมายถึง 53 7 88.3 4. Gloves หมายถึง 48 12 80.0 5. Overdue หมายถึง 57 3 95.0 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนต์เรื่อง Frozen ตารางที่ 4.3.2 ผลการวิเคราะห์การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen ลำดับ ท ี่ รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D. เกณฑ์ การ ประเมิน 5 4 3 2 1 1 ความพึ่งพอใจด้าน เวลา 10 12 30 7 0 59 3.42 68.47 0.91 ปานกลาง 2 ความพึ่งพอใจด้าน ความรู้ 25 22 12 1 0 60 4.18 83.67 0.81 มาก 3 ความพึ่งพอใจด้าน ความสนุก 11 21 26 2 0 60 3.68 73.67 0.81 มาก 4 ความพึ่งพอใจด้าน สถานที่ 3 17 24 12 4 60 3.05 61.00 0.97 ปานกลาง รวม 49 72 92 22 4 239 14.34 286.81 3.49 มากที่สุด
24 จากตารางที่ 4.3.2 ผู้ตอบแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.18 (S.D.=0.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าโครงงานนี้สามารถ ส่งเสริมความรู้ทางด้านคำศัพท์ รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.68 (S.D.= 0.81 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจ ในการจัดกิจกรรม รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.42 (S.D.=0.91 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจในสถานที่ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย3.05 (S.D.=0.97)
25 บทที่ 5 สรุปผลโครงการ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การดำเนินโครงงาน การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากภาพยนต์เรื่อง Frozen สรุปผล การประเมินโครงการ ได้ดังนี้ 5.1 สรุปผลโครงการ 5.1.1 วัตถุประสงค์ 5.1.1.1 เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen 5.1.1.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 5.1.2 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 5.1.2.1 แอปพลิเคชั่น 5.1.2.2 โปรแกรมออกแบบสื่อที่ใช้นำเสนอ Capcut 5.1.2.3 Microsoft Word 5.1.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 5.1.3.1 นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาภาษาต่างประเทศ ปวช.1 และ ปวช.2 จำนวน 60 คน 5.1.3.2 จํานวนร้อยละของผู้ตอบแบบทดสอบพบว่าแผนกวิชาที่ตอบแบบทดสอบ ผู้ตอบ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen โดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.18 (S.D. =0.81) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าโครงงานนี้สามารถ ส่งเสริมความรู้ทางด้าน คำศัพท์ รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.68 (SD = 0.81 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจในการ จัดกิจกรรม รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย 3.42 (S.D.-0.91 ) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจในสถานที่ ในการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม รองลงมาคือ ค่าเฉลี่ย3.05 (S.D.=0.97) 5.2 ผลประโยชน์ที่ได้รับ 5.2.1 นักเรียน นักศึกษา มีความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนต์เรื่อง Frozen มากขึ้น 5.2.2 นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาภาษาต่างประเทศ ปวช.1 และ ปวช.2 จำนวน 60 คน มีความพึง พอใจต่อโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนต์เรื่อง Frozen 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 กิจกรรมดีมากแต่ระยะเวลาสั้นไป
26 บรรณานุกรรม เรื่องย่อภาพยนต์ Frozen เข้าถึงจาก https://youtu.be/fbA4HEirrJM ประวัติแอปพลิเคชั่น Disney+ เข้าถึงจาก https://www.blueoclock.com/walt-disney-story/
27 ภาคผนวก ก. แบบเสนอโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen
28
29
30
31
32 ภาคผนวก ข. - ตัวอย่างแบบทดสอบโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen - ตัวอย่างแบบสอบถามความพึงพอใจโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนตร์เรื่อง Frozen
33 ตัวอย่างแบบทดสอบโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen
34 ตัวอย่างแบบสอบถามความพึงพอใจโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนตร์เรื่อง Frozen
35
36 ภาคผนวก ค.
37 - ตารางผลการวิเคราะห์ภาพรวมของแบบสอบถามความพึงพอใจที่ใช้เกณฑ์ ค่าคะแนน 5 ระดับ - ตารางผลการวิเคราะห์แบบทดสอบ - ตารงผลการวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจ ตารางผลคะแนนการวิเคราะห์ภาพรวมของแบบสอบถามความพึงพอใจที่ใช้เกณฑ์ ค่าคะแนน 5 ระดับ ลำดับ ท ี่ รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D. เกณฑ์ การ ประเมิน 5 4 3 2 1 1 ความพึ่งพอใจ ด้านเวลา 10 12 30 7 0 59 3.42 68.47 0.91 ปาน กลาง 2 ความพึ่งพอใจ ด้านความรู้ 25 22 12 1 0 60 4.18 83.67 0.81 มาก 3 ความพึ่งพอใจ ด้านความสนุก 11 21 26 2 0 60 3.68 73.67 0.81 มาก 4 ความพึ่งพอใจ ด้านสถานที่ 3 17 24 12 4 60 3.05 61.00 0.97 ปาน กลาง รวม 49 72 92 22 4 239 14.34 286.81 3.49 มากที่สุด
38 ตารางผลการวิเคราะห์ผลการตอบแบบทดสอบโครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก ภาพยนตร์เรื่อง Frozen
39 ตารางผลการวิเคราะห์ผลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงงานการเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D.
40 ลำดับที่ 5 4 3 2 1 เกณฑ์ การ ประเมิน 1 ความพึ่งพอใจ ด้านเวลา 10 12 30 7 0 59 3.42 68.47 0.91 ปาน กลาง 2 ความพึ่งพอใจ ด้านความรู้ 25 22 12 1 0 60 4.18 83.67 0.81 มาก 3 ความพึ่งพอใจ ด้านความสนุก 11 21 26 2 0 60 3.68 73.67 0.81 มาก 4 ความพึ่งพอใจ ด้านสถานที่ 3 17 24 12 4 60 3.05 61.00 0.97 ปาน กลาง รวม 49 72 92 22 4 239 14.34 286.81 3.49 มากที่สุด
41 ภาคผนวก ง.
42 ประวัติผู้จัดทำ ชื่อ-สกุล นางสาวนงนภัส กราดเพ็ชร์ ชื่อโครงการ โครงงานการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ประวัติส่วนตัว วัน เดือน ปีเกิด 7 พฤศจิกายน 2548 อายุ 17 ที่อยู่ปัจจุบัน 98 อัสสัมชัญ 23 ถนน เพชรเกษม แขวง บางไผ่ เขต บางแค กรุงเทพมหานคร 10160 E-mail [email protected] เบอร์โทรศัพท์ 0626359069 ประวัติการศึกษา ปี พ.ศ. 2560 ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ปี พ.ศ. 2563 มัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ ปี พ.ศ. 2564 เข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. สาขาวิชาชีพภาษาต่างประเทศ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี