The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

17_พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by su_g2021_55, 2022-07-25 04:33:45

17_พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต)

17_พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต)

พระยานัฏกานุรักษ์

ทองดี สุวรรณภารต

ครูและผู้บริหาร
มหรสพไทย

ฤทัยภัทร เวียงชัย ม.5/1 เลขที่ 17

สารบัญ 1
5
ชีวประวัติ 6
ผลงาน (โดยย่อ)
เอกสารอ้างอิง

ชีวประวัติ

เป็นที่น่าประหลาดใจว่าในวงการนาฏกรรมเราได้ออกนามท่านบ่อยครั้ง แต่น้อยนักที่จะได้รู้จัก
ท่านว่าเป็นอัจฉริยศิลปินผู้หนึ่งที่เป็นกลไกขับเคลื่อนงานนาฏกรรมสยามจนเปลี่ยนผ่านมาได้
ถึงยุคปัจจุบัน ท่านผู้นั้นคือ พระยานัฏกนุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) ผู้เชื่อมโยงกรมโขน กรม
มหรสพ มาสู่กรมศิลปากร นายทองดี เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2408 ตรงกับช่วงปลาย
รัชกาลที่ 4 เป็นบุตรของนายทองอยู่และนางขำ ด้วยเหตุที่นายทองอยู่ (เกิดปีกุน พ.ศ. 2382 ใน
รัชกาลที่ 3) รับราชการเป็นมหาดเล็กในกรมโขนหลวงแสดงโขนในบทบาทยักษ์จนมีชื่อ ออก
ฉายากันว่า "ทองอยู่ พิเภก"

ฉายาพิเศษนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าไว้ว่า
"..เหมือนจะพึ่งมามีแปลกที่นายทองอยู่นี้ นายทองอยู่เป็นตัวพิเภกเล่นดีไม่มีใครเสมอ จน
เรียกกันว่า นายทองอยู่พิเภก รู้จักกันทั่วไป ไม่เคยได้ยินว่ามีใครได้ชื่อพิเภกเป็นฉายามาแต่
ก่อน เพราะมิใช่ตัวยักษ์เอก ช่วงที่จะเล่นให้ดีไม่ใคร่มี จึงมักเล่นกันแต่พอไปได้ตาม
ธรรมเนียม จนนายทองอยู่มาประดิษฐ์คิดกระบวนขึ้นเล่นในบทพิเกก ข้าพเจ้าได้เคยเห็น
นายทองอยู่เล่นตอนพิเภกถูกขับ เล่นดีทั้งกระบวนให้ขบขัน แลกระบวนโศกเศร้าให้น่า
สงสาร ไม่มีใครเล่นได้เหมือนจึงขึ้นชื่อลือนามว่าเรียกกันว่า นายทองอยู่พิภก”ดังนั้น
ตระกูลของนายทองอยู่ก็ได้ทำหน้าที่ตามธรรมเนียมที่มหาดเล็กจะต้องฝึกหัดโขนเพื่อใช้ใน
ราชการจนสืบต่อมาถึงในชั้นบุตรคือ นายทองดีและนายทองใบ ก็ได้ใช้ชีวิตในด้านการ
มหรสพนี้เช่นกัน

1 จาก 6

ชีวประวัติ

ต่อมาใน พ.ศ. 2449 ท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ขุน" ในราชทินนาม "นัฏกานุรักษ์"
(ยศชั้นนายรอง เบี้ยหวัด 40 บาท) ได้ฝึกหัดโขนสมัครเล่นให้ออกแสดงในงานราชการช่วง
ปลายรัชกาลที่ 5 หลายครั้ง เช่น งานเปิดโรงเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2452 มีคำกล่าว
ยกย่องครูทั้งสามไว้ว่า "ในที่สุดนี้ พวกโขนถือโอกาส เพื่อแสดงให้ปรากฏว่าที่เล่นได้ถึงเพียงนี้
ก็เพราะอาสัยความฝึกสอนของครู ซึ่งนับว่ามีวิชาอย่างดีที่สุดในสมัยนี้กล่าวคือ ขุนระบำภาษา
(ครูยักษ์) 1 ขุนนัฏกานุรักษ์ (ครูพระและนาง) 1 ขุนพำนักนัจนิกร (ครูวานร) 1 จึงควร
ขอบใจท่านทั้ง 3 นี้" ความดีความชอบนี้เป็นผลให้ในปี พ.ศ. 2453 ท่านได้รับพระราชทาน
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้น 4 เป็นเครื่องหมายที่ได้ถวายงานด้านการมหรสพด้วยความ
จงรักภักดี

ในช่วงที่ท่านเป็นขุนนัฏกานุรักษ์นี้ท่านได้แต่งงานอีกครั้งกับแม่เทศ ละครตัวยักษ์มีชื่อแห่งวัง
บ้านหม้อ (ต่อมาคือคุณหญิงนัฎกานุรักษ์ - เทศ สุวรรณภารต ซึ่งก่อนหน้านั้นท่านมีบุตรกับ
ภรรยาเดิมคือนางพ่วง ชื่อ นายทองแล่ง (คือ หลวงไพจิตรนันทการ - ทองแล่ง สุวรรณภารต
ซึ่งก็ได้รับราชการเป็นโขนมาในวังบ้านหม้อเช่นกัน) และต่อมาก็ได้มีบุตรอันเกิดแต่คุณหญิง 3
คน คือ นางทองทศ นางสาวทองกร และนายทองสิงห์ สุวรรณภารต เมื่อสมเด็จพระบรมโอ
รสาธิราชได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ.
2454 แล้ว ขุนนัฎกานุรักษ์ได้ถวายงานต่อในฐานะข้าหลวงเดิมในพระองค์ ได้รับพระราชทาน
เข็มข้าหลวงเดิมเหรียญราชรุจิกะไหล่ทอง และเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์มงกุฎ
สยาม อีกทั้งเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ตั้งแต่ปีแรกในรัชกาลที่ 6

2 จาก 6

ชีวประวัติ

ด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก (Global recession) ในปลายปี พ.ศ. 2468 - 2469
ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 6 และ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีความ
จำเป็นที่จะต้องตัดทอนรายจ่ายในพระราชสำนัก ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนกรมมหรสพนั้น
มีอัตราสูงและถือว่าเป็นรายจ่ายที่เกินความจำเป็น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
ยุบกรมมหรสพรวมทั้งโรงเรียนพรานหลวง ทำให้ข้าราชการและนักเรียนต้องออก
จากราชการโดยพระยานัฏกานุรักษ์ ได้ออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.
2469 มีการยุบเลิกตำแหน่งของท่าน

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนก็ทรงพิจารณาเห็นว่างานด้านมหรสพมีความจำเป็นต้องใช้ใน
ราชการบางอย่าง เช่น รับแขกเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการกรม
มหรสพเดิมบางท่าน เข้ารับราชการใน "กองมหรสพ" ที่สังกัดกระทรวงวัง มีหน้าที่จัดแสดง
ตามราชการในพระราชสำนัก และทำให้พระยานัฏกานุรักษ์ได้กลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2469 ในตำแหน่งผู้กำกับกรมปี่พาทย์และโขนหลวง อีกทั้งคุณ
หญิงนัฎกานุรักษ์ก็ได้รับพระมหากรุณารับกลับเข้ามาในหน้าที่ครูละครหลวงด้วยเช่นกัน

3 จาก 6

ชีวประวัติ

พระยานัฏกานุรักษ์ได้ถวายงานตราบจนกระทั่งเกิดการปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ
ประเทศ คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 แต่ยังคงทำราชการภายใต้
การดำเนินงานของรัฐบาลในตำแหน่งภาคี สมาชิกราชบัณฑิตยสถาน ดังที่หลวง
วิจิตรวาทการบันทึกไว้ว่า "แม้ในสมัยที่ประเทศมีการปกครองโดยรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลรัฐธรรมนูญก็ยังตีราคาคุณวิชาของพระยานัฏกานุรักษ์เป็นอย่างสูง ถึงกับ
เลือกเข้าเป็นภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน ข้อควรที่จดในประวัติศาสตร์ชั้นหลังนี้ ก็
คือพระยานัฏกานุรักษ์เป็นภาคีสมาชิกผู้มีอาวุโสที่สุด และได้นั่งเป็นประธานการ
ประชุมราชบัณฑิตยสถานแห่งประเทศสยามเป็นครั้งแรก พระยานัฏกานุรักษ์เป็นที่
เคารพนับถือของบรรดาภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถานโดยทั่วไป"
ทว่าอายุที่มากขึ้นของท่านเจ้าคุณเป็นเหตุให้ท่านเริ่มมีสุขภาพที่อ่อนแอลง ประจวบ
เป็นเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับ ณ สหราชอาณาจักร
งานในกองมหรสพเดิมจึงเปลี่ยนบทบาทมาเป็นโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ใน
สังกัดกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2477 และในปี พ.ศ. 2478 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัวก็ทรงประกาศสละราชสมบัติ ในปีนั้นพระยานัฏกานุรักษ์เริ่มป่วยเป็นโรค
หัวใจพิการ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478

4 จาก 6

ผลงาน (โดยย่อ)

เป็นผู้เชื่อมโยงกรมโขนและกรมมหรสพเข้าสู่กรมศิลปากร
เล่นในบทพิเภกได้อย่างดีเยี่ยม
ฝึกหัดโขนสมัครเล่นให้แสดงในงานราชการหลายครั้ง

5 จาก 6

เอกสารอ้างอิง

จดหมายเหตุเสือป่า ร.ศ.131
ธนิต อยู่โพธิ์, โขน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2511.
ประวัติผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลป. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2521.
หลวงวิจิตรวาทการ, นาฎศิลป. เจ้าพระยารามราฆพและ พระยาอนิรุทธเทวา พิมพ์แจกใน

งานพระราชทานเพลิงศพ
พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2478 ณ วัดมกุฎ

กษัตริยาราม.
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ และสมภพ จันทรประภา. "ประวัติคุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์"

ใน อนุสรณ์ในงาน
พระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงเทศ นัฏกนุรักษ์ วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2511

ณ ฌาปนาสถานวัดธาตุทอง.
ฝ่ายทะเบียนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและช่างอนุรักษ์, วังจันทรเกษม กระทรวง

ศึกษาธิการ. แบบสำรวจข้อมูลโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี, 2543.

6 จาก 6


Click to View FlipBook Version