The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mew.chonlada02, 2022-02-08 10:17:48

e-book

e-book

การจัดการเรียนรู้

แบบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค KWL Plus.

เสนอ
อาจารย์ ดร.รัชกร ประสีระเตสัง
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏชัยภมู ิ

คำนำ

หนังสือเล่มน้ ีเป็ นส่วนหน่ึงของรายวิชาทักษะและเทคนิคการสอน รหัสวิชา
5002614 จดั ทาข้ ึนเพ่ือศึกษาหาความรูใ้ นเร่ืองรูปแบบการจดั การเรียนรูแ้ บบเน้น
กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus โดยเน้ ือหาประกอบไปด้วย ความหมาย
วตั ถุประสงค์ ข้นั ตอนของการจดั การเรียนรู้ บทบาทของผูส้ อน ขอ้ ดี ขอ้ ด้อยของการ
จดั การเรียนรูแ้ บบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus และแผนการจัดการ
เรียนรโู้ ดยการประยุกตใ์ ชก้ ารจดั การเรียนรแู้ บบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL
Plus

คณะผู้จัดทาขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.รัชกร ประสีระเตสัง ที่คอยให้
คาแนะนาในการจดั ทาแผนการจดั การเรียนรแู้ ละใหค้ าแนะนาการจดั ทาหนังสือเล่มน้ ี
คณะผจู้ ดั ทาหวงั วา่ หนังสือเล่มน้ ีจะเป็ นประโยชน์กบั ผูอ้ ่าน นักเรียน นักศึกษา หรือผู้
ที่สนใจท่ีกาลงั หาขอ้ มูลเร่ืองน้ ีอยู่ หากมีขอ้ แนะนาหรือมีขอ้ ผิดพลาดประการใด คณะ
ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ที่น้ ี

คณะผจู้ ดั ทา

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus ก

สำรบัญ

สารบญั หนา้
เร่อื ง ก
คานา ข
สารบญั
การจดั การเรียนรแู้ บบเน้นกระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus 1
4
ความหมาย 5
วตั ถุประสงค์ 9
ขน้ั ตอนการจดั การเรียนรู้ 13
บทบาทของครูและนักเรียน 14
ขอ้ ดี 15
ขอ้ ดอ้ ย 27
แผนการจดั การเรียนรโู้ ดยการประยุกตใ์ ชเ้ ทคนิคการสอนแบบ KWL Plus 33
ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
บรรณานุกรม

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค KWL Plus ข

ควำมหมำย

Carr and Ogle (1987: 626 - 631) อา้ งใน วชั รี แกว้ สาระ (2555)
ใหค้ วามหมายของการจดั การเรียนรโู้ ดยใชเ้ ทคนิค KWL Plus ไวด้ งั น้ ี

K (What do I know?) เป็ นข้นั ตอนที่นักเรียนตรวจสอบหวั ขอ้ เร่ืองว่าตนเองมี
ความรูเ้ ก่ียวกบั หวั ขอ้ เร่ืองมากน้อยเพียงใด เป็ นการนาความรูเ้ ดิมมาใชเ้ พราะการ
เช่ือมโยงความรูใ้ หม่กบั ความรูพ้ ้ ืนฐาน และประสบการณข์ องผูเ้ รียนเป็ นสิ่งสาคญั ใน
การจดั กิจกรรมก่อนการอ่าน ซึ่งเป็ นการเตรียมนักเรียนในการเรียนรูเ้ น้ ื อหาใหม่
การบูรณาการระหว่างความรูพ้ ้ ืนฐานและเรื่องที่นักเรียนจะอ่านช่วยให้นักเรียน
สามารถสรา้ งความหมายของบทอ่านได้ดีและผูอ้ ่านควรไดร้ ับการกระตุน้ ความ รู้
พ้ ืนฐานใหเ้ หมาะสม ดงั น้ันในข้นั ตอนน้ ีทฤษฎีประสบการณเ์ ดิมซ่ึงเป็ นทฤษฎีวา่ ดว้ ย
หลกั การนาความรูพ้ ้ ืนฐาน ความรูเ้ ดิมและประสบการณ์เดิมมาใชใ้ นการเรียนการ
สอน จึงเป็ นทฤษฎีที่เกย่ี วขอ้ งและมคี วามสาคญั มาก

W (What do I want to learn?) เป็ นข้นั ตอนท่ีนักเรียนจะตอ้ งถามตนเองว่า
ตอ้ งการรูอ้ ะไรในเน้ ือเร่ืองที่จะอ่านบา้ ง ซึ่งคาถามที่นักเรียนสร้างข้ ึนก่อนการอ่านน้ ี
เป็ นการต้งั เป้าหมายในการอา่ นและเป็ นการคาดหวงั วา่ จะพบอะไรในบทอ่านบา้ ง

L1 (What did I learn?) เป็ นข้นั ตอนที่นักเรียนสารวจว่าตนเองไดเ้ รียนรู้
อะไรบ้างจากบทอ่าน โดยนักเรียนจะหาคาตอบให้กับคาถามที่ตนเองต้ังไว้ใน
ข้นั ตอน W และจดบนั ทึกสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ พรอ้ มกบั สารวจขอ้ คาถามท่ียงั หาคาตอบ
ไมไ่ ด้ เพอ่ื คน้ หาคาตอบต่อไป

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 1

ควำมหมำย

L2 (Mapping) เป็ นขน้ั ตอนท่ีนักเรียนนาความรูท้ ่ีไดจ้ ากข้นั ตอน K มาจดั กลุ่ม
โดยเขียนความคิดหลักไวต้ รงกลาง แลว้ แตกสาขาความคิดรอง ความคิดย่อยเพ่ือ
อธิบายเพ่มิ เติม

L3 (Summarizing) เป็ นข้นั ตอนที่นักเรียนสรุปเร่ืองราวจากแผนผงั ความคิดอีก
ครง้ั หนึ่ง

เกียรติชยั ยานะรังษี (2540: 39) กล่าววา่ การจดั การเรียนการสอนโดยใช้
เทคนิค KWL Plus เป็ นยุทธวิธีการอ่านเพ่ือความเขา้ ใจ เป็ นการสอนท่ีสนับสนุนให้
ผเู้ รียนนาเอาประสบการณเ์ ดิมมาชว่ ยในการตีความเน้ ือเรื่องท่ีอ่าน ส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียน
มีส่วนร่วมในการต้ังคาถาม ทาใหผ้ ูเ้ รียนมีจุดประสงคใ์ นการอ่าน มีการแลกเปล่ียน
ขอ้ มลู กบั เพ่อื นในกลุม่

สุวิทย์ มูลคา และอรทยั มลู คา (2545: 88) กล่าววา่ การจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้
เทคนิค KWL Plus เป็ นกระบวนการเรียนรูท้ ี่เน้นใหผ้ ูเ้ รียนมีทกั ษะกระบวนการอ่าน
ซ่ึงสอดคลอ้ งกับทักษะการคิดอย่างรูต้ ัวว่าตนคิดอะไร มีวิธีคิดอย่าง ไร สามารถ
ตรวจสอบความคิดของตนเองได้ และสามารถปรบั เปลี่ยนกลวิธีการคิดของตนได้ โดย
ผเู้ รียนจะไดร้ บั การฝึกใหต้ ระหนักในกระบวนการทาความเขา้ ใจตนเอง มีการวางแผน
ต้ังจุดมุ่งหมาย ตรวจสอบความเขา้ ใจของตน มีการจัดระบบข้อมูลเพื่อดึงม าใช้
ภายหลงั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus 2

ควำมหมำย

ฆนัท ธาตุทอง (2551: 234) ไดใ้ หค้ วามหมายของ การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้
เทคนิ ค KWL Plus ไว้ว่า เป็ นการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นกระบวนการอ่าน โดย
กระบวนการทาความเขา้ ใจตนเอง มีการวางแผน ต้ังจุดมุ่งหมาย ตรวจสอบความ
เขา้ ใจของตนเอง และมกี ารจดั ระบบขอ้ มูล

จากความหมายขา้ งตน้ จึงสรุปไดว้ ่า การจัดการเรียนรูโ้ ดยใชเ้ ทคนิค KWL
Plus หมายถึง การจดั การเรียนรทู้ ี่เนน้ ทกั ษะกระบวนการอ่าน ทกั ษะการคิดอย่างรูต้ ัว
การนาประสบการณเ์ ดิมของผูเ้ รียนมาช่วยในการตีความเน้ ือเรื่อง การมีส่วนร่วมของ
นักเรียนในการต้งั คาถาม โดยมขี ้นั ตอนในการสอน ดงั น้ ี

1) กจิ กรรมนักเรียนรอู้ ะไร K (What do I know)
2) กิจกรรมนักเรียนตอ้ งการรอู้ ะไร W (What do I want to learn)
3) กิจกรรมนักเรียนไดเ้ รียนรอู้ ะไร L1 (What did I learn)
4) กจิ กรรมสรา้ งเป็ นแผนภูมิรปู ภาพความคิด L2 (Mapping)
5) กจิ กรรมการสรุปเรื่อง L3 (Summarizing) เพ่ือสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ท่ีเรียน
อีกคร้งั หน่ึง
KWL Plus เป็ นเทคนิควธิ ีสอนหนึ่งท่ีมีเป้าหมายในการนามาใชต้ ามแนวคิดของ
นักการศึกษา ดงั ต่อไปน้ ี
Martini (2003) กล่ าวถึ งวัต ถุ ประสงค์ของการจัด การเรีย นรู้โ ดยใช้
เทคนิค KWL Plus ดงั น้ ี
1. ส่งเสริมใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนรแู้ บบรว่ มมอื และทางานเป็ นทีม
2. เพื่อเก็บช้ ินงานจากแผนภาพตาราง KWL มาเป็ นขอ้ มูลสาหรบั ครูในการ
ช่วยเหลือการเรียนรขู้ องนักเรียน
3. เพื่อใหน้ ักเรียนเรียนเป็ นรายบุคคลโดยใชช้ ้ ินงานในการประเมินพัฒนาการ
ของนักเรียน

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค KWL Plus 3

วัตถปุ ระสงค์

นอกจากน้ ี Conner (2004), วิไลวรรณ สวสั ดิวงศ์ (2547: 74) และวชั รา
เล่าเรียนดี (2547: 145) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้
เทคนิค KWL Plus ไวส้ อดคลอ้ งกนั ดงั น้ ี

1. เพื่อส่งเสริมใหน้ ักเรียนมีส่วนร่วมในการอ่านอย่างกระตือรือร้น เป็ นการ
อ่านท่ีฝึกการถามตนเองและการใชค้ วามคิด และคิดในเร่ืองท่ีอ่านเป็ นสาคญั

2. สามารถพฒั นาสมรรถภาพในการกาหนดเป้าหมายหรือวตั ถุประสงคใ์ นการ
อ่าน สรุปสาระสาคญั จากเร่ืองท่ีอ่าน จดั การกบั สาระความรูข้ ้ ึนใหม่ตามความเขา้ ใจ
ของตนเอง โดยการใชแ้ ผนผงั มโนทศั น์หรือแผนผงั ความคิด และเขียนสรุปเรื่องท่ีอ่าน
จากแผนผงั น้ัน

3. ส่งเสริมและพฒั นาทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะหใ์ หก้ บั ผเู้ รียนได้
4. ฝึกการระดมสมองโดยมีกรอบในการรว่ มกนั คิด
ฆนัท ธาตุทอง (2551:235) และสุวิทย์ มูลคา และอรทยั มูลคา (2545:
88) ได้กล่าวไวส้ อดคล้องกันว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิ ค KWL Plus มี
วตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ฝึกใหผ้ เู้ รียนมีความตระหนักในกระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง โดยมี
การวางแผน ต้งั จุดมุง่ หมาย ตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเอง ตลอดจนมีการจดั ระบบ
ขอ้ มูลความรอู้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 4

ขน้ั ตอนกำรจัดกำร
เรียนรู้

ขน้ั ตอนการจดั การเรียนรดู้ ว้ ยเทคนิค KWL Plus เป็ นกลวิธีการจดั การเรียนรูท้ ่ี
ช่วยใหน้ ักเรียนคิดโดยผ่านการอ่านไดด้ ีย่ิงข้ ึน และสรา้ งปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างครูกบั
นักเรียนนักวิชาการหลายท่านไดก้ ล่าวถึงข้นั ตอนการจดั การเรียนรูด้ ว้ ยเทคนิค KWL
Plus ดงั น้ ี

ศศิธรชวาลไชย (2554: 45) ไดก้ ลา่ วถึงขน้ั ตอนการจดั การเรียนรขู้ องเทคนิค
KWL Plus ไวว้ า่ ข้นั ตอนของการจดั การเรียนรแู้ บบ KWL Plus มขี น้ั ตอน 4 ข้นั ดงั น้ ี

1. ข้นั K (What you Know) หมายถึง ข้นั กอ่ นอ่านเป็ นขน้ั ท่ีใหผ้ ูเ้ รียนสารวจ
ความรขู้ องตนเองวา่ มคี วามรอู้ ะไรบา้ งเกย่ี วกบั เรื่องที่จะอา่ นข้นั

2. ขน้ั W (What you Want to Know) หมายถึง ระหวา่ งอา่ นเป็ นขน้ั ท่ีใหผ้ เู้ รียน
ต้งั คาถามวา่ ผเู้ รียนตอ้ งการรอู้ ะไรจากเร่ืองท่ีอ่าน

3. ข้นั L (What you Have Learned) หมายถึง ขน้ั หลงั อา่ นเป็ นข้นั ที่ผูเ้ รียนหา
คาตอบจากเรื่องท่ีอ่าน

4. ข้นั Plus หมายถึง การทาแผนผงั ความคิดออกมาในรูปของการเขียน

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค KWL Plus 5

ข้ันตอนกำรจัดกำร
เรยี นรู้

วิไลวรรณ สวัสดิวงศ์ (2547: 75) อา้ งถึงใน Carr and Ogle (2004)
ท่ีไดเ้ สนอข้นั ตอนของการจดั การเรียนรแู้ บบ KWL Plusไวด้ งั น้ ี

1. ข้นั K (What do I know) ข้นั ตอนน้ ีกอ่ นท่ีนักเรียนจะอ่านเร่ือง ครูอธิบาย
ความคิดรวบยอดของเรื่องและกาหนดคาถามโดยครูกระตุน้ หรือถามใหน้ ักเรียนได้
ระดมสมอง (Brainstorms) เกี่ยวกบั สิ่งที่นักเรียนรูแ้ ลว้ และนาขอ้ มูลท่ีไดม้ าจาแนก
แลว้ เขียนคาตอบของนักเรียนในแผนภูมิรูปภาพช่อง K (What do I know) หลงั จาก
น้ันนักเรียนและครูร่วมกนั จดั ประเภทความรูท้ ี่คาดการณว์ า่ อาจเกิดข้ ึนในเร่ืองท่ีจะ
อ่าน

2. ขน้ั W (What do I want to learn) ในขน้ั ตอนน้ ีนักเรียนคน้ หาความจริงจาก
คาถามในสิ่งที่สนใจอยากรู้ หรือคาถามที่ยงั ไมม่ คี าตอบเก่ียวกบั ความคิดรวบยอดของ
เรื่อง พรอ้ มท้งั ใหน้ ักเรียนเขียนรายการคาถามท่ีต้งั ไว้ ในระหวา่ งอ่านนักเรียนสามารถ
เพม่ิ คาถามและคาตอบในกลุม่ ของตวั เองได้

3. ข้นั L1 (What did I learn) ในข้นั ตอนน้ ีนักเรียนบนั ทึกความรูท้ ่ีไดร้ ะหว่าง
การอา่ นและหลงั การอ่าน ลงในช่อง L (What did I learn) พรอ้ มท้งั ตรวจสอบคาถาม
ที่ยงั ไมไ่ ดต้ อบ

4. ขน้ั L2 (Mapping) นักเรียนนาขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ดั ประเภทไวใ้ นข้นั ตอน K (What
do I know) เขียนชื่อเรื่องไวใ้ นตาแหน่งตรงกลางและเขียนองคป์ ระกอบหลกั ของแต่ละ
หวั ขอ้ พรอ้ มทง้ั เขียนอธิบายเพมิ่ เติมในแต่ละประเด็น

5. ข้ัน L3 (Summarizing) ข้ันตอนน้ ี นักเรียนช่วยกันสรุปและเขียนส รุป
ความคิดรวบยอดจากแผนภูมิความคิดซึ่งการเขียนในข้นั น้ ีจะเป็ นประโยชน์ต่อครูและ
นักเรียนในการประเมินความเขา้ ใจของนักเรียน

กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ KWL Plus 6

ขน้ั ตอนกำรจัดกำร
เรยี นรู้

ณฐั ภทั ร ปันปิ น (2559: 32) ไดก้ ลา่ วถึงข้นั ตอนการจดั การเรียนรูข้ องเทคนิค
KWL Plus ไวว้ า่ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรมการเรียนรดู้ ว้ ยเทคนิค KWL Plus ประกอบดว้ ย
4 ขน้ั ตอนสาคญั ดงั น้ ี

1. กจิ กรรมกอ่ นการอา่ นเป็ นการคน้ หาพ้ นื ฐานความรู้ (Know) เกี่ยวกบั เรื่องที่
จะอ่านของนักเรียนโดยใชว้ ิธีการระดมสมองแลว้ บนั ทึกความรูข้ องนักเรียนไวใ้ นช่อง
K-What I know หลังจากน้ันใหน้ ักเรียนใชข้ อ้ มูลที่ได้จากการระดมสมองคาดเดา
เหตุการณ์

2. กจิ กรรมระหวา่ งการอา่ นในขน้ั น้ ีเป็ นการตรวจสอบวา่ นักเรียนตอ้ งการท่ีจะรู้
อะไรบา้ งเกี่ยวกบั เร่ืองที่จะอ่าน (Want to know) โดยครูต้งั คาถามไวแ้ ลว้ ใหน้ ักเรียน
อ่านและบนั ทึกคาถามไวใ้ นแผนภาพตารางชอ่ ง W – What do I want to know

3. กิจกรรมหลังการอ่านเป็ นการตรวจสอบวา่ นักเรียนรูอ้ ะไรบา้ ง (Learned)
บนั ทึกความรทู้ ี่ไดไ้ วใ้ นตารางช่อง L – What I have learned หลงั จากน้ันนาขอ้ มูลต่าง
ๆ มาจดั ระบบและจดั ประเภท

4. กิจกรรมการสรุปแผนผงั ความคิดสรุปเร่ืองราวท้งั หมดดว้ ยความเขา้ ใจ

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 7

ข้ันตอนกำรจัดกำร
เรียนรู้

มาลินี สุทธิเวช (2561:31) ไดก้ ล่าวถึงข้นั ตอนการจดั การเรียนรูข้ องเทคนิค
KWL Plus ไวว้ า่ ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรูด้ ว้ ยเทคนิค KWL Plus มี 4 ข้นั ตอน
ดงั น้ ี

1. ขน้ั ท่ี 1 กจิ กรรมกอ่ นอ่านข้นั K นักเรียนเชื่อมโยงความรูเ้ ดิมกบั เร่ืองท่ีครูจะ
ใหอ้ ่านครูกระตุน้ ต้งั คาถามใหน้ ักเรียนระดมสมองเพ่ือคน้ หาส่ิงที่นักเรียนรูแ้ ลว้ เขียน
บนั ทึกสิ่งที่รใู้ นตารางชอ่ ง K

2. ข้นั ท่ี 2 กิจกรรมระหว่างการอ่านข้นั ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ต้งั คาถามจากหวั ขอ้
เร่ืองท่ีครกู าหนดใหพ้ รอ้ มทง้ั เขียนบนั ทึกคาถามไวใ้ นตารางช่อง W

3. ขน้ั ที่ 3 กิจกรรมหลงั การอา่ นข้นั นักเรียนตรวจสอบผลการอ่าน L ของตนเอง
สรุปรายละเอียดพรอ้ มทง้ั ตอบคาถามจากเรื่องที่อ่านและบนั ทึกความรูท้ ่ีไดไ้ วใ้ นตาราง
ช่อง L

4. ข้นั ที่ 4 สรา้ งแผนภาพความคิดข้นั Plus นักเรียนสรุปความสาคญั ของเรื่อง
ท่ีอา่ นแลว้ จดั ทาเป็ นแผนภาพความคิด

จากการศึกษาข้ันตอนการจดั การเรียนรูด้ ว้ ยเทคนิค KWL Plus ที่กล่าวมา
สามารถสรุปไดว้ ่าข้ันตอนการจดั การเรียนรูด้ ว้ ยเทคนิค KWL Plus เป็ นกลวิธีการ
จดั การเรียนรูท้ ่ีพฒั นาดา้ นการอ่านจากการใหน้ ักเรียนคิดเชื่อมโยงความรูเ้ ดิมการ
คน้ ควา้ หาความรูด้ ว้ ยตนเองการประมวลความรูจ้ ากการศึกษาและนามาสรุปส่ิงที่ได้
จากการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ตามลาดับจนสามารถพัฒนา
ความสามารถในการอ่านจบั ใจความ

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus 8

บทบำทครแู ละ
นักเรยี น

วไิ ลวรรณ สวสั ดิวงศ์ (2547: 77 - 78) อา้ งถึงใน Carr and Ogle (1987)
ไดก้ ล่าวถึงการนาเทคนิค KWL Plus มาใชเ้ ป็ นกลวิธีในการจดั การเรียนรูเ้ พื่อพฒั นา
ทกั ษะการคิดวเิ คราะหโ์ ดยผ่านการอา่ น ดงั ต่อไปน้ ี

1. เลือกเรื่องหรือบทความท่ีเหมาะสมกบั ระดบั ช้นั และระดบั ความสามารถใน
การอา่ นตามวยั ของนักเรียน

2. สรา้ งแผนภูมิภาพ KWL (KWL-chart) บนกระดานและสรา้ งใบงานสาหรบั
นักเรียนดงั ตาราง

KWL
(นักเรยี นรูอ้ ะไรบา้ ง) (นกั เรยี นตอ้ งการรูอ้ ะไร) (นกั เรยี นไดเ้ รยี นรูอ้ ะไร)

แผนผงั มโนทศั น์

ในการดาเนินการสอนน้ันครูจะตอ้ งกระตุน้ ใหน้ ักเรียนแสดงความคิด ระดม
พลังสมอง (Brainstorm) แลกเปล่ียนความรูเ้ พื่อดึงดูดความรูท้ ้งั หมดของนักเรียน
เก่ียวกบั หวั ขอ้ ท่ีจะอ่าน โดยครูใชค้ าถามตะล่อม(Prompting) กระตุน้ นักเรียนเพ่ือให้
อธิบายเหตุผลที่นักเรียนมีความคิดเช่นน้ัน บนั ทึกสิ่งที่นักเรียนเรียนรูใ้ นช่อง K (What
do I know?) และแนะนานักเรียนเก่ยี วกบั การจดั หมวดหมขู่ องขอ้ มลู ท่ีคาดวา่ จะใช้

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus 9

บทบำทครแู ละ
นกั เรียน

3. แนะนานักเรียนเก่ียวกบั การต้งั คาถามเพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่ึงคาตอบที่ตอ้ งการจาก
การอา่ น นาคาถามท่ีต้งั ไวใ้ สล่ งในช่อง W (What do I want to learn?) คาถามเหล่าน้ ี
อาจไดม้ าจากการอภิปรายหรือการระดมความคิด คาถามควรมีหลากหลายเพื่อ
พฒั นาการคิด การจดั ประเภทองคป์ ระกอบหลกั ของขอ้ มูลท่ีคาดการณ์ไวจ้ ะเป็ นการ
ชว่ ยใหน้ ักเรียนมีวตั ถุประสงคใ์ นการอา่ น

4. ในขณะอ่านกระตุน้ นักเรียนใหแ้ สวงหาคาตอบจากคาถามที่ต้ังไว้ แสวงหา
ขอ้ มูลใหมเ่ พ่ิมเติมและเพิ่มคาถาม

5. หลงั จากอา่ นเรื่องหรือบทความ ครูเปิ ดโอกาสใหน้ ักเรียนไดอ้ ภิปรายผลการ
เรียนรูท้ ่ีไดจ้ ากการอ่านและเขียนลงในช่อง L (What did I learn?) บนั ทึกแนวคิด
ความรทู้ ่ีพบวา่ น่าสนใจจากการอา่ น สาหรบั คาถามบางคาถามท่ียงั หาคาตอบท่ีไดจ้ าก
การอ่านคร้งั น้ ี ครคู วรแนะนาแหลง่ คน้ ควา้ เพิ่มเติมแกน่ ักเรียน

6. สรา้ งแผนภาพความคิด ใหน้ ักเรียนจดั ประเภทของขอ้ มูลที่ไดบ้ ันทึกไวใ้ น
ช่อง L (What did I learn?) และถามคาถามเพ่ือใหน้ ักเรียนไดบ้ รรยายความคิด สรา้ ง
แผนภาพความคิดขอ้ มลู ที่มีความสาคญั ท่ีไดจ้ ากเร่ืองที่อา่ น

7. แนะนานักเรียนในการสรุป การเลือกขอ้ มูลและการจดั ระบบขอ้ มูล ครูควร
แนะนานักเรียนใหใ้ ชโ้ ครงร่างขอ้ มูลจากแผนภาพความคิด เพ่ือช่วยใหน้ ั กเรียนสรุป
ขอ้ มูลไดเ้ หมาะสมมากย่ิงข้ ึนและใหน้ ักเรียนเขียนรายละเอียดเฉพาะท่ีเป็ นใจความ
หลกั เพ่อื ขยายหวั ขอ้ ในแต่ละประเภท

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 10

บทบำทครูและ
นักเรยี น

จากท่ีกล่าวมาจึงสามารถสรุปบทบาทหนา้ ที่ของครูและนักเรียนไดด้ งั ตาราง

ข้นั บทบาทครู บทบาทนักเรยี น

K - ครูเลือกเร่ืองหรือบทความท่ี - ตอบคาถาม และบนั ทึกส่ิงที่

เหมาะสมกบั ระดบั ชน้ั และ นักเรียนรใู้ นชอ่ ง K (What do
ระดบั ความสามารถในการ I know)
อา่ น

ตามวยั ของนักเรียน กระตุน้ ให้

นักเรียนแสดงความคิด โดยใช้

คาถามตะล่อมเพ่ือใหน้ ักเรียน

อธิบายเหตผุ ลและแนะนา

นักเรียนเก่ียวกบั การจดั

หมวดหมู่ของขอ้ มูลท่ีคาดว่าจะ

ใช้

W - แนะนานักเรียนเกี่ยวกบั การ - อภิปรายและระดมความคิด

ตง้ั คาถามเพอื่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึง เขียนคาถามท่ตี ง้ั ไวล้ งใน

คาตอบทตี่ อ้ งการจากการอ่าน ช่อง W (What do I want to

- กระตนุ้ ใหน้ ักเรียนแสวงหา learn?)

คาตอบจากคาถามทต่ี ้งั ไว้ - อ่านเร่ืองหรือบทความและ

ในขณะอา่ น ตอบคาถามทต่ี ง้ั ไว้ รวมท้งั

เพม่ิ เติมคา ถามในประเด็นท่ี

ตอ้ งการรู้

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 11

บทบำทครูและ
นกั เรียน

ข้นั บทบาทครู บทบาทนกั เรยี น

L - ครเู ปิ ดโอกาสใหน้ ักเรียนได้ - อภปิ ราย และเขียนบนั ทกึ

อภิปรายผลการเรียนรทู้ ่ีได้ แนวคิดความรทู้ พี่ บวา่ น่าสนใจ

จากการอา่ น จากการอา่ นลงในชอ่ ง L

- ครูแนะนาแหล่งคน้ ควา้ (What did I learn)

เพิ่มเตมิ แกน่ ักเรียนในส่วนที่ - คน้ ควา้ เพิ่มเตมิ คาถามบาง

นักเรียนยงั หาคาตอบไมไ่ ด้ คาถามทีย่ งั

หาคาตอบไมไ่ ดจ้ ากการอ่าน

คร้งั น้ ี

Plus - ทบทวนรปู แบบการเขยี น - สรา้ งแผนผงั มโนทศั น์ โดย

แผนผงั มโนทศั น์โดยให้ เลือกขอ้ มลู สาคญั ทีไ่ ดจ้ าก

นักเรียนชว่ ยกนั เลือกรปู แบบที่ เร่ืองที่อา่ น

เหมาะสมในการสรุปเร่ืองที่ - สรุปขอ้ มูลโดยใชโ้ ครงร่าง

อ่าน ขอ้ มูลจากแผนผงั มโนทศั น์

เพื่อช่วยใหน้ ักเรียนได้

เหมาะสมมากยง่ิ ข้ นึ โดยเขียน

รายละเอียดเฉพาะท่ีเป็ น

ใจความหลกั เพ่ือขยายหวั ขอ้

ในแตล่ ะประเภท

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 12

ขอ้ ดี

1. การจัดการเรียนการสอนด้วย KWL Plus เป็ นการสอนที่เน้นทักษะ
กระบวนการอา่ น โดยนาความรเู้ ดิมมาเช่ือมโยงกบั ความรูใ้ หม่ ทาใหน้ ักเรียนเกิดการ
เรียนรูอ้ ย่างมีความหมาย ส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ ึน ครูผูส้ อนจึงควรนา
วิธีการสอนดังกล่าวไปใชใ้ นการจดั การเรียนสอน เพื่อสลบั ปรับเปลี่ยนกับการสอน
แบบเดิม ๆ และสามารถเปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรไู้ ด้

2. การจดั การเรียนรูด้ ว้ ย KWL Plus ท่ีเน้นการทางานเป็ นกลุ่ม ทาใหน้ ักเรียน
ทุกคนมีโอกาสเขา้ ร่วมกิจกรรมอย่างทัว่ ถึง ได้ฝึกความคิดอย่างอิสระ ส่งเสริมให้
สมาชิกในกลุ่มท่ีประกอบไปดว้ ยนักเรียนท่ีมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสูง กลาง และตา่
ไดช้ ว่ ยเหลือกนั และ ทาหน้าท่ีแทนครผู สู้ อน อนั เป็ นการทบทวนความรูเ้ ดิมของตัวเอง
การฝึกฝนซ้า ๆ ในแต่ละข้นั ตอนช่วยใหน้ ักเรียนมีความมนั่ ใจในการแสดงพฤติกรรม
ทาใหก้ ารเรียนรเู้ ป็ นไปอยา่ งมีความหมาย และมคี วามสุขกบั การเรียน เพราะผูเ้ รียนได้
มโี อกาสแลกเปลี่ยนความรทู้ ่ีไดจ้ ากการอภิปรายเพื่อระดมความคิดนาเสนอผลงานให้
เพ่อื นๆ ในหอ้ งเรียน ทาใหผ้ เู้ รียนไดแ้ สดงออกตามความสามารถ ไดพ้ ฒั นาทกั ษะทาง
สมอง

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค KWL Plus 13

ข้อด้อย

1. ครูผูส้ อนจะตอ้ งใชร้ ะยะเวลายาวนานในการเตรียมตัว เน่ืองจากจะตอ้ งทา
การทดสอบผูเ้ รียนก่อนวา่ มีความรู้ ความเขา้ ใจ หรือมีประสบการณใ์ นเร่ืองที่จะเรียน
มากนอ้ ยเพียงใด หากผูเ้ รียนไม่มีความรู้ ความเขา้ ใจ หรือมีประสบการณใ์ นเรื่องที่จะ
เรียนเลย ครผู สู้ อนเองกจ็ าเป็ นทาการสอนใหผ้ เู้ รียนไดเ้ ขา้ ใจเน้ ือหาโดยครา่ ว ๆ กอ่ น

2. การจัดการเรียนรูด้ ว้ ย KWL Plus ท่ีเน้นกระบวนการทางานเป็ นกลุ่ม ใน
หอ้ งเรียนจะตอ้ งมีนักเรียนอยา่ งน้อย 20 คน จึงจะสามารถทาใหก้ ารจดั การเรียนรู้
ดว้ ยวธิ ีน้ ีมปี ระสิทธิภาพ

กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ KWL Plus 14

ตวั อย่ำงแผนกำร
จัดกำรเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้
โดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนแบบ KWL Plus

รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

Topic: Where Animals Live เวลา 1 ช่ัวโมง

ผู้สอน............................................. ภาคเรียนท่ี 2/2564

______________________________________________________________

1. สาระสาคญั

การอ่านประกอบไปด้วย การอ่านจับใจความ และการอ่านตอบคาถาม ถือเป็น

ทักษะที่สาคัญอีกทักษะหนึ่ง นอกจากการอ่านจะทาให้เราได้เรียนรู้ จับใจความสาคัญ

เขา้ ใจในเนอ้ื เร่อื งทอ่ี า่ นแล้ว ยังสามารถเรียนรู้คาศัพท์ และประโยคเก่ียวกับเนื้อเร่ืองที่อ่าน

และนาไปประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและมีประสิทธิภาพอีกดว้ ย

2. ตัวชี้วัด

ตัวช้ีวัดขอ้ ที่ 4 ตอบคาถามจากการฟังและอา่ นประโยคและบทสนทนา และนิทาน

ง่ายๆ (ต 1.1-4)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงคป์ ลายทาง

อา่ นจบั ใจความเร่อื ง Where Animals Live แล้วเขียนสอ่ื ความและสรุปเป็นแผนผัง

ความคิดได้

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus 15

ตัวอยำ่ งแผนกำร
จัดกำรเรียนรู้

3.2 จุดประสงค์นาทาง
ความรู้ตามเน้ือหา (K : Knowledge)

1. คาศัพท์และความหมาย เร่ือง Where Animals Live เช่น tiger, bear,
lion etc. ใน Handout 1

2. บทความเกีย่ วกบั เร่ือง Where Animals Live ใน Handout 2
กระบวนการเรยี นรู้ (P : Procedure)

1. ฟังครูออกเสียงคาศัพท์แล้วออกเสียงตาม เร่ือง Where Animals Live
เชน่ tiger, bear, lion etc. ใน Handout 1

2. อ่านบทความเกย่ี วกบั เรือ่ ง Where Animals Live ใน Handout 2
3. อ่านบทความเกีย่ วกับ Where Animals Live เร่อื ง Wild Animals ใน
Handout 2 แลว้ เขียนสรุปเรอื่ งลงในตารางและแผนผงั ความคดิ ใน Worksheet 1 ได้ถูกต้อง
4. อ่านบทความเก่ียวกบั Where Animals Live เรื่อง Sea Animals ใน
Handout 2 แล้วเขียนสรุปเรอ่ื งลงในตารางและแผนผงั ความคดิ ใน Worksheet 2 ได้ถกู ตอ้ ง

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 16

ตัวอย่ำงแผนกำร
จดั กำรเรยี นรู้

สมรรถนะการเรยี นรู้ (C : Competency)
 1. ความสามารถในการสอ่ื สารกระบวนการปฏิบัติเนน้ ทักษะ การอา่ น .
 2. ความสามารถในการ คดิ วิเคราะห์ .
 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต การทางานเป็นกลุ่ม ..
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A : Attitude)

มุ่งมัน่ ในการทางาน
4. การบูรณาการกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น: กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ (Science)

5. สาระการเรียนรู้
Topic : Where Animals Live
Vocabulary : tiger, bear, lion etc.
Function : Reading the passage and summarize the content.
Major skill : Reading
Minor skills : Writing, Listening, Speaking
Integration : Learning Area of Science

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus 17

ตัวอย่ำงแผนกำร
จัดกำรเรยี นรู้

6. สื่อการเรยี นการสอน
6.2 Handout 1: Vocabulary
6.3 Handout 2: the passage about Where Animals Live

6.4 Worksheet 1: Read the passage and summarize the content about
Wild Animals.

6.5 Worksheet 2: Read the passage and summarize the content about
Sea Animals.

7. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (1 ชวั่ โมง)

กจิ กรรมการเรยี นรู้ บทบาทครู บทบาทนักเรียน
1. ซกั ถามความรเู้ ดิม เกย่ี วกบั
1. การเตรยี มความพรอ้ มและ 1. ชแี้ จงจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้
ใหค้ วามรูพ้ ื้นฐานด้านการอ่าน ให้นกั เรยี นทราบวา่ ในชัว่ โมงนี้ 2.ทบทวนความร้เู ดมิ เกีย่ วกบั
จบั ใจความ การอ่านเชงิ จะฝกึ การอ่านโดยต้องการให้ การปฏิบัตกิ จิ กรรมและการ
วเิ คราะห์ บทความ โดย นักเรยี นมที ักษะการอ่านเชงิ เขียนบนั ทกึ ตาราง KWL Plus –
ประยุกต์ใชเ้ ทคนคิ การสอน วเิ คราะห์และการคิดวิเคราะห์ Chart
แบบ KWL Plus 3. นักเรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 4
คน

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 18

ตัวอยำ่ งแผนกำร
จดั กำรเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรยี นรู้ บทบาทครู บทบาทนักเรียน

2. การจัดกิจกรรมการอ่านจับ 2. ทบทวนข้นั ตอนการเรยี นรู้
ใจความ การอ่านเชิงวิเคราะห์
จากการอ่าน ตามเทคนิคการสอนแบบ KWL
2.1 นาเข้าสบู่ ทเรียน
Plus และการเขยี นบันทกึ ตาราง

KWL Plus – Chart

3. ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ

4 คน

1. สนทนาเรื่อง “Where 1. นกั เรยี นสนทนาเรอื่ ง

Animals Live” และคดิ ภาพท่ี “Where Animals Live” และ

อยูอ่ าศัยของสัตวช์ นดิ ตา่ ง ๆ คิดภาพท่อี ยอู่ าศัยของสัตว์ชนิด

ลกั ษณะ รวมท้งั อาหารของสตั ว์ ตา่ ง ๆ ลักษณะ รวมท้ังอาหาร

เหล่านนั้ เพอ่ื เช่อื มโยงสู่ เร่ือง ของสตั ว์เหลา่ น้นั

Where Animals Live

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค KWL Plus 19

ตัวอย่ำงแผนกำร
จัดกำรเรยี นรู้

กิจกรรมการเรียนรู้ บทบาทครู บทบาทนกั เรียน
2.2 จดั กิจกรรมการอา่ นจบั
ใจความและการอา่ นเชิง 1. ครูให้นักเรียนบอกทอ่ี ยู่อาศัย 1. รว่ มกันระดมสมองสง่ิ ทรี่ ้แู ล้ว
วิเคราะห์ด้วยเทคนคิ KWL
Plus มี 5 ขนั้ ดังน้ี ขน้ั ที่ 1 ลักษณะ และอาหารของสตั วป์ า่ เกย่ี วกบั “Where Animals
กจิ กรรมกอ่ นอา่ น ขั้น K
(What we Know) นกั เรียนรู้ (Wild Animals) และสตั ว์ทะเล Live”
อา่ นไรบา้ งจากเรอ่ื งท่อี ่าน
(Sea Animals) ตามความเขา้ ใจ 2. บนั ทกึ คาตอบทีไ่ ด้ลงใน
ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมระหวา่ งการ
อ่าน 2. แจก Worksheet KWL Plus ตารางช่อง K
ข้นั W (What we want to
Know) นกั เรยี นคดิ คาตอบว่า – Chart
ตอ้ งการร้อู ะไรบา้ งเกย่ี วกับ
เรอ่ื งทอ่ี ่าน 3. กระต้นุ ให้นกั เรียนคดิ และ

ตอบคาถามสงิ่ ที่นกั เรียนร้แู ล้ว

1. ทบทวนการตัง้ คาถามคิด 1. ทบทวนความรู้เดิมเกยี่ วกบั

วิเคราะห์ เร่อื ง การต้งั คาถามคิดวิเคราะห์

2. กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั คิด 2. ร่วมกนั ระดมสมองถึงส่ิงที่
และตง้ั คาถามในสิ่งท่นี กั เรยี น ตอ้ งการรู้เกี่ยวกบั นิทานเร่ือง
ต้องการรู้เกี่ยวกับเน้ือเรื่อง “Where Animals Live”
“Where Animals Live” ทีจ่ ะ 3. บันทกึ คาถามลงในตาราง W
อา่ น เปน็ รายกลมุ่
3. บันทกึ คาถามของนักเรยี นลง

ในตาราง W

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus 20

ตัวอยำ่ งแผนกำร
จัดกำรเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรยี นรู้ บทบาทครู บทบาทนักเรียน
ขัน้ ท่ี 3 กิจกรรมหลงั การอา่ น
ขนั้ L (What we have 1. กระตุ้นใหน้ ักเรียนบอกส่งิ ที่ 1. รว่ มกนั ระดมสมองในส่ิงทีไ่ ด้
learned) นกั เรียนไดร้ ู้
อะไรบ้างเกีย่ วกบั เรอื่ งท่ีอ่าน ได้เรียนร้แู ลว้ หลังจากการอ่าน เรียนรแู้ ล้วหลังการอ่านเนือ้ เร่ือง

ขนั้ ที่ 4 การเขียนแผนผงั เน้อื เรอ่ื ง “Where Animals “Where Animals Live”
ความคิด (Mind Map)
Live” 2. บันทึกสง่ิ ที่นักเรยี นได้เรียนรู้

2. บนั ทกึ สิ่งนกั เรยี นได้เรียนรู้ แลว้ ลงในตาราง L เปน็ รายกล่มุ

แลว้ ลงในตารางชอ่ ง L

1. ทบทวนวิธีการเขยี นแผนผงั 1. ตอบคาถามครูและร่วมแสดง

ความคดิ เพอ่ื สื่อความหมายจาก ความคดิ เห็นในการวาดภาพที่มี

เรือ่ งราวที่ไดอ้ า่ น รายละเอยี ดและสอดคลอ้ งกับ

2. กระตุ้นให้นักเรียนรว่ มแสดง เรอื่ ง “Where Animals Live”

ความคดิ เห็นในวิธีการเขยี น 2. วาดภาพจากการอา่ น

แผนผงั ความคิดจากการอา่ น เรือ่ ง “Where Animals Live”

“Where Animals Live” เปน็ รายกลมุ่

3. ครูให้นกั เรียนนาเสนอแผนผงั 3. นักเรียนนาเสนอแผนผัง

ความคดิ หนา้ ชนั้ เรียน ความคดิ หน้าช้นั เรียน

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus 21

ตัวอย่ำงแผนกำร
จดั กำรเรียนรู้

กิจกรรมการเรยี นรู้ บทบาทครู บทบาทนักเรยี น
ขั้นที่ 5 การสรปุ เรอ่ื งจากการ 1. ทบทวนความร้จู ากเรอ่ื งการ 1. รว่ มกันระดมสมองสรปุ
อ่าน (Summarizing) เขียนสรปุ เรื่องราวจากการอ่าน เรอื่ งราวทอี่ า่ น
ให้กบั นักเรยี น 2. นาเสนอการเขียนแผนผงั
2. กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ความคดิ นทิ านเร่ือง “Where
สรปุ เรื่อง “Where Animals Animals Live” และสรปุ
Live” เรื่องราวจาก การเขียนแผนผงั
ความคิด

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เครื่องมอื วดั เกณฑ์การวดั

สง่ิ ท่ตี อ้ งการวดั การตรวจ Worksheet 1, 2 นกั เรยี นอา่ นจบั ใจความ
P: (Procedure) ใบงาน ไดถ้ กู ต้องตามเกณฑ์ร้อย
*อา่ นจับใจความเรื่อง Where ละ 70%
Animals Live แลว้ เขียนส่อื
ความและสรุปเปน็ แผนผงั
ความคิดได้

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 22

ตัวอยำ่ งแผนกำร
จดั กำรเรยี นรู้

สงิ่ ทีต่ ้องการวดั วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารวดั
C: (Competency) การตรวจ
 1. ความสามารถในการ แบบฝึกหดั Worksheet 1, 2 นกั เรียนสามารถอา่ น
สอื่ สารกระบวนการปฏบิ ตั ิเนน้ จบั ใจความและเขียน
ทักษะ การสงั เกต สอื่ ความและสรปุ เป็น
การอา่ น .. แผนผงั ความคดิ ได้
- ตามเกณฑร์ อ้ ยละ
 2. ความสามารถในการคดิ การสงั เกต 70%
การคิดวิเคราะห์
- แบบประเมินแบบ นักเรียนคดิ วเิ คราะห์
 3. ความสามารถในการ สงั เกตการปฏิบัตงิ าน การใชค้ าศพั ท์
แก้ปัญหา
 4. ความสามารถในการใช้ ของนักเรยี น ประโยคได้ตามเกณฑ์
ทักษะชวี ิต การทางานรว่ มกนั ร้อยละ 70
..
--
 5. ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี แบบประเมินแบบ นกั เรยี นมปี ฏสิ มั พนั ธ์
สังเกต การ กับ ผอู้ น่ื ไดต้ ามเกณฑ์
ปฏบิ ตั ิงานของ รอ้ ยละ 70
นักเรยี น

--

กระบวนการคิดด้วยเทคนคิ KWL Plus 23

ตวั อยำ่ งแผนกำร
จัดกำรเรียนรู้

สิ่งทต่ี อ้ งการวัด วธิ กี ารวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารวดั
A: (Attribute)
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์: การสงั เกต แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ม่งุ มั่นในการทางาน พฤติกรรม คณุ ลกั ษณะอันพึง คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์ มีวินยั รอ้ ย
ประสงค์ มวี นิ ยั
ละ 70%

Rubrics การใหค้ ะแนนชนิ้ งาน KWL Plus - Chart จากเน้อื เร่อื งทก่ี าหนด

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

4 3 21

การเขียนคาตอบลง บันทกึ คาตอบได้ บันทึกคาตอบได้ บันทึกคาตอบได้ บันทึกคาตอบ

ในตาราง KWL Plus ทกุ รายการและ ทุกรายการและ ทกุ รายการและ ได้ ไมค่ รบทุก

- Chart สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกับ รายการและไม่

คาถามและระบุ คาถามและระบุ คาถามและระบุ สอดคล้องกบั

รายละเอยี ดของ รายละเอยี ดของ รายละเอยี ดของ คาถามและระบุ

เรื่องท่อี ่านได้ เร่อื งท่อี ่านได้เป็น เรือ่ งท่อี า่ นไดเ้ ป็น รายละเอียด

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ สว่ นน้อย ของเร่ืองทอ่ี า่ น

ไม่ได้

กระบวนการคิดดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 24

ตัวอยำ่ งแผนกำร
จดั กำรเรียนรู้

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4
32 1
การเขียนแผนผงั แผนผังความคิด แผนผังความคดิ
ความคิด (Mind Map) สือ่ ความหมายมี แผนผังความคิด แผนผงั ความคดิ ไมส่ ่อื ความหมาย
ขาดรายละเอียด
รายละเอียดและ สอ่ื ความหมายมี สื่อความหมายแต่ และไมส่ อดคลอ้ ง
สอดคลอ้ งกับเนอ้ื กับเน้ือเรื่องท่ี
เร่อื งทีอ่ ่าน รายละเอียดแต่ไม่ ขาดรายละเอยี ด อา่ น
เขยี นสรุป
สอดคล้องกับเนอ้ื และไมส่ อดคลอ้ ง ใจความ สาคัญ
ไม่ ครอบคลุมไม่
เรือ่ งที่อา่ น กบั เน้อื เรื่องทีอ่ ่าน ถกู ต้องและ
เรยี งลาดบั
การสรปุ ใจความ เขยี นสรุปใจความ เขยี นสรุปใจความ เขียนสรุปใจความ ความคิดไม่
สาคัญ สาคัญครอบคลมุ สาคญั ครอบคลมุ สาคัญครอบคลมุ ตอ่ เนื่องหรอื
ครบถ้วน ครบถว้ น แต่ ถูกตอ้ งเป็นสว่ น คัดลอกจาก
(Summarizing) เรยี งลาดบั เรียงลาดบั ใหญ่เรยี งลาดบั ข้อความเดิมของ
ความคดิ ต่อเนอ่ื ง ความคิดไม่ ความคดิ ไม่ เรอื่ งทีอ่ า่ น
ชัดเจน มคี วาม ต่อเน่ืองใช้ภาษา ต่อเน่ืองชัดเจนยัง
สมบูรณด์ ้วย เดมิ ของเรอ่ื งท่ี ใช้ภาษาเดมิ ของ
สานวนภาษาของ อา่ นและส่ือ เร่ืองทอ่ี า่ น
ตนเองและสอ่ื ความหมายได้
ความหมายได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพ
คะแนน 10 – 12 คะแนน อยู่ในระดบั ดีมาก
คะแนน 7– 9 คะแนน อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 4 – 6 คะแนน อยู่ในระดับ พอใช้
คะแนน 1 – 3 คะแนน อย่ใู นระดับ ปรับปรงุ

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนคิ KWL Plus 25

ตวั อยำ่ งแผนกำร
จดั กำรเรียนรู้

9. อา้ งองิ
หนังสอื เรียนวิชาพ้ืนฐานภาษาอังกฤษ Say hello 5 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐานพุทธศกั ราช 2551 บริษัท : แมค็ เอ็ดดเู คชน่ั จากัด

10. บันทกึ หลังการสอน
10.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………

10.2 ปัญหา/อปุ สรรคในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………...……………
…………………………..…………………………………………………………………………………………………

10.3 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………..………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …….………………………………… (ผู้สอน)
(...........................................)

กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus 26

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 27

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 28

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 29

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 30

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 31

สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus 32

บรรณำนกุ รม

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฎั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา. (2560). ขอ้ ดแี ละ
ขอ้ ดอ้ ยของการจดั การเรยี นรูแ้ บบเนน้ กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL
Plus. สืบคน้ วนั ท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก http://nrwpa.blogspot.com/2018/04/blog-post_53.html.

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. (2560). บทบาทของครูและนกั เรียนใน
การจดั การเรียนรูแ้ บบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนิค KWL Plus.
สืบคน้ วนั ท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก http://www.edu.nu.ac.th/researches/admin/upload.

ธญั ชนก วงศว์ รรณ. (2561). วตั ถุประสงคข์ องการจดั การเรียนรูแ้ บบเนน้
กระบวนการคิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus. สืบคน้ วนั ท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก https://sites.google.com/site/kruthunchanok1.

ดร.พจิ ตรา ธงพานิช. (2561). ความหมายของการสอนแบบเนน้ กระบวนการคิด
ดว้ ยเทคนิค KWL Plus. สืบคน้ วนั ที่ 12 มกราคม 2565,
จาก https://chittaponchuenta.blogspot.com.

วิไลวรรณ สวสั ดิวงศ.์ (2547). ข้นั ตอนของการจดั การเรยี นรูแ้ บบเนน้ กระบวนการ
คิดดว้ ยเทคนิค KWL Plus. สืบคน้ วนั ที่ 12 มกราคม 2565,
จาก https://nrwpa.blogspot.com/2018/04/blog-post.

สุพรรณี สุทธรินทร.์ (2547). การจดั การเรยี นรูแ้ บบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ย
เทคนิค KWL Plus. สืบคน้ วนั ท่ี 12 มกราคม 2565,
จาก https://sites.google.com/site/kruthunchanok1/t4

กระบวนการคดิ ด้วยเทคนิค KWL Plus 33

จัดทาโดย

1. นางสาวจีรวรรณ ยบั พราช 611505104
2. นางสาวชนัญญญญา เพง็ ลนุ 611505105
3. นางสาวชลดา คาภูแกว้ 611505106
4. นางสาวเรณกุ า จาปาทอง 611505122
5. นายพรี พล นอบไทย 611505216

นักศกึ ษาสาขาวชิ าภาษาองั กฤษ
เสนอ ชัน้ ปที ี่ 4

การจัดการเรียนรแู้ บบเนน้ กระบวนการคิดด้วยเทคนิค KWL Plus

เสนอ

การจดั การเรียนรแู้ บบเนน้ กระบวนการคดิ ดว้ ยเทคนคิ KWL Plus


Click to View FlipBook Version