2
การวเิ คราะหร ายงาน
ทางการเงนิ
(Financial Report Analysis)
1. การเปลย่ี นแปลงในระดบั ราคา
การเปลีย่ นแปลงในระดับราคา คือ การที่ราคาสินคาและบริการเปลีย่ นแปลงไปทําใหมีผลกระทบ
ตอ อาํ นาจซอื้ และคาของเงนิ เปลีย่ นแปลงไปดว ยโดยทีค่ ุณภาพของสนิ คา และบริการยังคงเดิม
1. การเปลีย่ นแปลงในระดับราคาทัว่ ไป (General Price Changes) หมายถึง การเปลีย่ นแปลง
โดยเฉลี่ยของระดับราคาสินคาและบริการโดยทั่วไปของประเทศ ระดับราคานี้มีสวนสัมพันธ
กบั อํานาจซือ้ โดยท่วั ไป คือ ถา ระดับราคาสนิ คาและบริการโดยเฉลีย่ สูงขึน้ จะทาใหอํานาจซ้ือ
โดยทัว่ ไปลดลง และถาระดับราคาสินคาและบริการโดยเฉลีย่ ลดลงก็จะมีผลทําใหอํานาจซือ้
เพมิ่ ขน้ึ
2. การเปลีย่ นแปลงในระดับราคาเฉพาะอยาง (Specific Price Changes) หมายถึงการ
เปลีย่ นแปลงของระดับราคาสินคาและบริการเฉพาะอยาง เชน การเปลี่ยนแปลงของราคา
นาํ้ มนั อาหาร เครื่องด่มื เส้อื ผา เปนตน
13
2. การประเมนิ ผลกระทบของ
การเปลย่ี นแปลงในระดบั ราคา
1. สินทรัพยทีเ่ ปนตัวเงิน (Monetary Assets) ไดแก เงินสด ลูกหนี้การคา หลักทรัพยเพือ่ คาจะแสดงจํานวนเงินคงที่
ไมกระทบตอการวิเคราะหทางการเงินแตกระทบตออํานาจซื้ออาจจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น
2. สนิ ทรัพยท ่ีไมเ ปน ตวั เงนิ (Nonmonetary Assets) ไดแก สนิ คา คงเหลือ เงนิ ลงทุนในหุนสามัญ
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ เปนสินทรัพยทีม่ ีแนวโนมจะเปลี่ยนแปลงตามการเปลีย่ นแปลงของ
ระดับราคาทัว่ ไป เนื่องจากไมไดแสดงราคาตามอํานาจซือ้ ในปจจุบัน ทําใหงบกําไรขาดทุน
และงบแสดงฐานะการเงนิ แสดงผดิ จากความจรงิ จงึ กระทบตอ การวเิ คราะหท างการเงนิ
3. หนีส้ ินที่เปนตัวเงิน (Monetary Liabilities) ไดแก เจาหนีก้ ารคา ตั๋วเงินจาย คาใชจาย
คางจาย เชน คาเชาคางจาย ดอกเบี้ยคางจาย เงินกูย ืมระยะยาว จะไมมีการ
เปลีย่ นแปลงไปตามระดับราคาแตจะทาใหมีผลกําไรหรือขาดทุนจากอํานาจซือ้
เกดิ ขน้ึ จงึ ไมก ระทบตอ การวเิ คราะหท างการเงนิ
14
4. ห นี ส้ ิ น ที ไ่ ม เ ป น ตั ว เ งิ น ( Nonmonetary Liabilities) ไ ด แ ก ห นี ้สิ น ที ่
กําหนดใหชาระดวยการใหบริการหรือสงมอบสินคา มีแนวโนมทีจ่ ะ
เปลย่ี นแปลงไปตามระดบั ราคา จงึ กระทบตอ การวเิ คราะหท างการเงนิ
5. สวนของเจาของ (Proprietorship) โดยปกติจะถือเปนรายการที่ไมเปนตัว
เงิน ยกเวนหุนบุริมสิทธิชนิดทีร่ ะบุจํานวนการจายคืนทีแ่ นนอน
(Liquidation) ดังนัน้ การแสดงรายการสวนของเจาของในงบแสดงฐานะ
การเงนิ จงึ ตอ งปรบั คา ตามการเปลย่ี นแปลงของระดับราคาใหมีผลกระทบ
ตอ การวเิ คราะหท างการเงนิ
15
3. การปรบั ปรงุ ระดบั ราคา
ในรายงานทางการเงนิ
เพื่อใหผูบริหารสามารถใชประโยชนจากรายงานทางการเงินหรืองบการเงิน จึงไดมีการปรับปรุงรายการตางๆ
ในงบการเงินใหใกลเคียงกับความเปนจริงมากทีส่ ุดเทาที่จะทําได ซึ่งการปรับปรุงจะไมบันทึกในสมุดบัญชี แตจะ
ปรบั ปรงุ เฉพาะงบการเงนิ เทา นน้ั นกั บญั ชไี ดเ สนอวธิ กี ารปฏบิ ตั ิ เมอ่ื มกี ารเปลย่ี นแปลงระดบั ราคา 4 วิธี คือ
1. วิธรี าคาทุนปจจบุ นั (Current Cost) แทนราคาทุนเดิม (Historical Cost)
2. วิธีปรับราคาดว ยระดับดัชนีราคา (Price Level Index Adjustment)
3. วิธผี สมแบบทุนปจจุบันและระดบั ดชั นรี าคา (Current Cost and Price Level Index)
4. วิธีเปรียบเทยี บรายจายปจ จบุ ันทส่ี มั พนั ธก ับรายได (Matching Current Costs
Against Revenue)
16
4. การวเิ คราะหร ายงานทางการเงนิ
การวิเคราะหรายงานทางการเงิน (Financial Report
Analysis) หมายถึง กระบวนการคนหาขอเท็จจริงเที่ยวกับ
ฐานะทางการเงิน และผลการดําเนินงานของกิจการในงบ
การเงินมาแยกวิเคราะหโดยวิธีการตางๆ เชน การ
เปรียบเทียบงบการเงิน การหารอยละ การหาอัตราสวน การ
หาแนวโนมแลวแปลความหมาย ตลอดจนการทํางบแสดง
การเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินเพื่อใหสื่อความหมายไดชัดเจน
มากกวาการพิจารณาจากงบการเงินอยางเดียว ซึง่ จะมี
ประโยชนสาํ หรับผบู ริหารและบคุ คลภายนอก
17
ผูว ิเคราะหรายงานทางการเงิน มี 2 จําพวก คือ ผูวิเคราะหภายนอกกับผูว ิเคราะหภายในสําหรับผูวิเคราะห
ภายนอก ไดแก ผูลงทุน เจาหนี้ รัฐบาล เปนตน สวนผูว ิเคราะหภายในคือ ฝายบริหารนัน่ เอง ในการวิเคราะหทาง
การเงินนั้น ผูวิเคราะหภายในคอนขางไดเปรียบกวาเพราะมีขอมูลตัวเลขทางการเงินที่ละเอียดและสมบูรณกวา
อยางไรกด็ ีผูวิเคราะหทางการเงนิ มีวตั ถปุ ระสงคในการวเิ คราะหทางการเงนิ แตกตางกัน ดังน้ี
1. ผลู งทุนหรือเจาของกจิ การ 2. เจา หนี้
3. ผบู ริหาร 4. นกั ลงทุนใหม
5. ผสู อบบัญชี 6. กลุมผลประโยชนอ่ืนๆ
18
5. ความสาํ คญั ในการวเิ คราะห
รายงานทางการเงนิ
1. เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของฝายจัดการและวัดความกาวหนาทางธุรกิจ ทําให
ทราบสมรรถภาพในการหากําไรและฐานะการเงินของกิจการ
2. เพื่อพิจารณาการใหกูยืมของธนาคาร ซึ่งจะพิจารณาวาควรใหกูยืมหรือไม
โดยพิจารณาความสามารถในการชําระหนี้
3. เพื่อใชพิจารณาการลงทุนในบริษทั โดยดูความมั่นคงปลอดภัย
พิจารณาสภาพเสี่ยง และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
4. เพื่อเปนแนวทางในการวางนโยบายและควบคุมการดําเนินงานของบริษัทดาน
ตางๆ เชน กําหนดกําไร อัตราผลตอบแทนตอยอดขาย นโยบายการใหสินเชื่อ
ตลอดจนประสิทธิภาพในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้
19
6. ขอ จาํ กดั ในการวเิ คราะห
รายงานทางการเงนิ
1. วิธีการบันทึกบัญชีตองถูกตองและเปนทีย่ อมรับ (Accepted Accounting
Principle) เพราะการบันทึกบัญชีมีหลายวิธี แตละวิธีกอใหเกิดผลกําไรจาก
การดาเนินงานและแสดงฐานะการเงินแตกตางกัน เชน การคํานวณคา
เสือ่ มราคา การคํานวณตนทุนของสินคาคงเหลือ ถาวิธีการไมเหมือนกัน
อาจทําใหผูว ิเคราะหประเมินขอมูลออกมาตางกันได วิธีแกไขก็คือ ปรับ
รายการใหอยูใตมาตรฐานบัญชีเดียวกัน
2. การวิเคราะหรายงานทางการเงินเปนการวิเคราะหเชิงตัวเลข
(Quantitative) มีปญหาหลายประเภททีไ่ มอาจบอกออกมาเปนขอมูลเชิง
ตัวเลขได เชน ขอมูลการนัดหยุดงาน นาทวมไฟไหม ฯลฯ ซึ่งขอมูลเหลานี้
มีอิทธิพลตองบการเงินมิใชนอย จึงอาจทําใหการประเมินขอมูลผิดพลาด
ได วิธีแกไขก็คือ การรวบรวมขอมูลเชิงคุณภาพมาประกอบการวิเคราะห
ดว ย
20
3. ระยะเวลาสิน้ สุดของงบการเงิน ผูว ิเคราะหตองระมัดระวังงวดการเงินทีแ่ ตกตางกัน
หรือสิ้นสุดไมเหมือนกัน เชน ธุรกิจแหงหนึง่ สิน้ สุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม แตอีกธุรกิจ
หนึ่งทีน่ ํามาเปรียบเทียบนั้นอาจสิ้นสุด 30 มิถุนายน ในกรณีเชนนีอ้ าจนําไปสูการ
เปรียบเทียบที่ผิดพลาดไดและจะผิดพลาดรายแรงยิ่งขึ้นในกรณีการเปรียบเทียบ
กิจการจําหนายสินคาตามฤดูกาล (Seasonal Sales) วิธีแกไขก็คือตองตระหนักถึง
ความจริงขอนี้ และทําการปรับตัวเลขใหอยูใน งวดระยะเวลาเดียวกัน
4. การวิเคราะหไมไดคํานึงถึงคาปจจุบันของเงิน (Time Value of Money) เพราะเงิน
จํานวนเดียวกันแตตางเวลากันอาจมีคาตางกัน ซึง่ อาจทําใหผูว ิเคราะหสรุปผลการ
ดําเนินงานและฐานะการเงินผิดพลาด
5. ตัวเลขตัวหนึ่งๆ มีความหมายเฉพาะตัว ตัวเลขในทางการบัญชีตัวหนึ่งๆ จะนําไปใช
ไดเฉพาะประโยชนอันเดียวเทานั้น จึงเปนเรือ่ งทีผ่ ูใชตัวเลขจะตองศึกษาและเขาใจ
ใหถองแทเสียกอนที่จะนําไปใช มิฉะนั้นการดําเนินงานอาจจะใหคําตอบทีผ่ ิด
ตัวอยางทีเ่ ห็นไดชัดคือ ตัวเลข ที่เกีย่ วกับตนทุนมักจะทําใหผูใชสับสนอยูเสมอ
เพราะมีตนทุนอยูหลายชนิด และแตละตัวจะนําไปใชประโยชนตางๆ กัน
21
6. ตัวเลขในทางการบัญชีเปนตัวเลขโดยประมาณ เพราะไมสามารถหาจํานวนจริงได
เลย เชน คา เสอ่ื มราคา หนส้ี งสยั จะสญู
7. ตัวเลขที่ตองการอาจไมสมบูรณ เนือ่ งจากกิจกรรมบางอยางไมปรากฏเปนตัวเลข
ในทางบัญชี เพราะกิจการจะบันทึกเฉพาะรายการที่เกี่ยวกับเงินสดเทานั้น
8. ตัวเลขเปนเพียงสวนหนึง่ ของขอมูลทั้งหมด ผูว ิเคราะหตองไมใหความเชื่อถือกับ
ตัวเลขมากเกินไป โดยไมคํานึงถึงปจจัยอื่นๆ การวิเคราะหอาจผิดพลาดไดงาย
ฉะนั้นตองพิจารณาปจจัยอื่นประกอบ เชน ชื่อเสียงของกิจการ ประวัติการชําระหนี้
ความสามารถในการบริหารของฝายจัดการ จึงสรุปไดวาจะตองพิจารณาทัง้ ขอมูลที่
เปนตัวเลข (Quantitative Factors) และขอมูลที่ไมสามารถจะแสดงเปนตัวเลข
(Qualitative) ประกอบกัน
22
7. เทคนคิ และวธิ กี ารในการ
วเิ คราะหร ายงานทางการเงนิ
เพื่อใหการวิเคราะหรายการในงบการเงินสามารถเสนอขอมูลไดเดนชัดขึน้ ในการวิเคราะหงบการเงินเพือ่ จัดทํา
รายงาน ผูว ิเคราะหจะตองมีความรูในการใชเทคนิคในการวิเคราะหรายงานทางการเงิน (Financial Analysis
Technique) ซง่ึ เทคนิคการวิเคราะหรายงานทางการเงนิ ทน่ี ยิ มใชม ดี งั น้ี
1. งบการเงินเปรียบเทยี บ (Comparative Financial Statement)
2. การหารอยละของยอดรวม (Common-Size Percentage)
3. การวเิ คราะหอ ัตราสวน (Ratio Analysis)
23
4. การทางบแสดงการเปลยี่ นแปลงฐานะการเงนิ (Statement of Changes in Financial Position)
4.1 งบกระแสเงินทนุ (Fund Flow Statements) หรอื งบเงินทุนหมนุ เวยี น (Working Capital Statement)
4.2 งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
ขอมูลเกี่ยวกับการเปลีย่ นแปลงฐานะการเงินของกิจการเปนประโยชน
ตอการประเมินกิจกรรมดําเนินงาน กิจกรรมการลงทุน กิจกรรมการจัดหา
เงินในรอบระยะเวลาทีเ่ สนอรายงานขอมูลดังกลาวเปนประโยชนตอผูใชงบ
การเงินในการประเมินความสามารถของกิจการในการกอใหเกิดเงินสดและ
รายการเทียบเทา เงินสด ตลอดจนความจาํ เปนในการใชก ระแสเงินสดนน้ั
24