The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานอาชีพ สปาขัดผิว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วนิดา แป๋ว, 2021-11-25 11:00:27

สปาขัดผิว

โครงงานอาชีพ สปาขัดผิว

โครงงานการงานอาชีพ
เร่อื ง เกลอื สปาขดั ผวิ สมนุ ไพรธรรมชาติ

จดั ทาโดย
น.ส. เขมกิ า กกกลาง เลขท่ี 24
น.ส. ณฐั ณิชา สดุ าเดช เลขท่ี 26
น.ส. นฐั ลดา ขนั ทอง เลขท่ี 30

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่5ี /14

นาเสนอ
คณุ ครูวนิดา บญุ พเิ ชฐวงศ์
ตำแหน่งครู วทิ ยฐำนะครูชานาญการพเิ ศษ

โรงเรยี นสตรราชินูทศิ
สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 20

สานกั งานคณะกรรมการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน



ชื่อโครงงาน เกลอื สปาขดั ผวิ สมนุ ไพรธรรมชาติ

ผจู้ ดั ทา น.ส. เขมกิ า กกกลาง เลขท่ี 24

น.ส. ณฐั ณิชา สดุ าเดช เลขท่ี 26

น.ส. นฐั ลดา ขนั ทอง เลขท่ี 30

ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/14

ประเภท ผลติ ภณั ฑ์

ครทู ี่ปรึกษา คุณครวู นดิ า บุญพเิ ชฐวงศ์

โรงเรยี น สตรราชนิ ูทศิ จงั หวดั อุดรธานี

สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต 20

บทคดั ยอ่

โครงงานการงานอาชพี ประเภทผลติ ภณั ฑ์ เกลอื สปาขดั ผวิ จากสมุนไพรธรรมชาติ
มจี ุดมงุ่ หมายเพอ่ื ทจ่ี ะศกึ ษาวธิ ที จ่ี ะนาวตั ถุดบิ ทม่ี ใี นทอ้ งถน่ิ มาใชใ้ หม้ มี ลู คา่ เพมิ่ มากขน้ึ
นอกจากน้ยี งั เป็นการใชส้ มนุ ไพรธรรมชาตใิ นการบารงุ ผวิ เพราะวา่ ในปัจจุบนั น้คี รมี หรอื สบู่
บางชนดิ อาจมสี ารเคมที ป่ี นเป้ือนอยอู่ าจทาใหร้ ะคายเคอื งกบั ผวิ ของเราได้
พวกเราจงึ ไดศ้ กึ ษาและหาวธิ ใี นการทาผลติ ภณั ฑท์ ท่ี าจากสมนุ ไพรธรรมชาตเิ พอ่ื ความปลอดภยั ต่อผใู้ ช้
จงึ ไดใ้ ชเ้ กลอื และผงขมน้ิ เป็นสว่ นผสมหลกั ในการทาโดยการนาเกลอื มาผสมกบั สมนุ ไพรต่างๆ
และยงั มนี ้าผง้ึ กบั ออยลท์ ย่ี งั มสี ว่ นชว่ ยใหผ้ วิ มคี วามชุม่ ชน้ื อกี ดว้ ยและพวกเราไดจ้ ดั ใสบ่ รรจุภณั ฑท์ ่เี หมา
ะสมในการเกบ็ รกั ษาเกลอื สปาขดั ผวิ ใหค้ งสภาพไวเ้ พอ่ื ยดื อายใุ นการใชง้ านไดม้ ากขน้ึ อกี ดว้ ย



กิตติกรรมประกาศ

โครงงานการงานอาชพี ประเภทผลติ ภณั ฑ์ เกลอื สปาขดั ผวิ จากสมุนไพรธรรมชาติ
สำเรจ็ ตามวตั ถุประสงคข์ อขอบพระคณุ ผทู้ ่ีสนบั สนุนและชว่ ยเหลอื การทาโครงงานการงานอาชพี
ในครงั้ น้ี ดงั รายชอ่ื ผสู้ นบั สนุนต่อไปน้ี คุณครูวนิดา บุญพเิ ชฐวงศ์ ครทู ป่ี รกึ ษาโครงงาน
รวมถงึ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/14 ทค่ี อยใหค้ าแนะนาเกย่ี วกบั การทดลองใชผ้ ลติ ภณั ฑ์
โครงงานฉบบั น้ตี ลอดจนเสรจ็ สมบูรณ์

อน่งึ คณะผจู้ ดั ทาโครงงานหวงั วา่ โครงงานฉบบั น้จี ะมปี ระโยชน์ไม่น้อยสาหรบั ผศู้ กึ ษา
ขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ ทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ นนั้ ผจู้ ดั ทาขออภยั ไว้ ณ ทน่ี ้ีดว้ ย
และยนิ ดที จ่ี ะรบั ฟังคาแนะนาจากทกุ ทา่ นทไ่ี ดเ้ ขา้ มาศกึ ษาเพอ่ื เป็นประโยชน์ในการพฒั นาโครงงานตอ่ ไป

คณะผจู้ ดั ทาโครงงาน

สารบญั ค

บทคดั ยอ่ หน้า
กติ ตกิ รรมประกาศ
สารบญั ก
บทท่ี 1 บทนา ข
บทท่ี 2 เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง ค
บทที่ 3 อปุ กรณ์และการดาเนินงาน 1
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงาน 2
บทที่ 5 อภิปรายผลการดาเนินงาน 9
บรรณานุกรม 14
ภาคผนวก 15
16
17

1

บทท่ี 1

ท่ีมาและความสาคญั

เน่อื งจากในปัจจบุ นั ผคู้ นสว่ นใหญ่เหน็ ถงึ ความสาคญั กบั รปู ลกั ษณ์ภายนอกเป็นอยา่ งมากจงึ ไดม้ ี
ผลติ ภณั ฑด์ แู ลผวิ พรรณตา่ งๆ เชน่ สบู่ โลชนั่ เป็นตน้
ทอ่ี าจมสี ารเคมเี ป็นสว่ นประกอบอาจทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อผทู้ ใ่ี ชผ้ ลติ ภณั ฑน์ นั้ ไดก้ ลมุ่ ของดฉิ นั จงึ เลง็ เหน็
ถงึ ปัญหาในสว่ นน้ีจงึ จดั ทาโครงงาน เกลอื สปาขดั ผวิ สมุนไพรธรรมชาติ
ขน้ึ เพอ่ื เป็นผลติ ภณั ฑท์ ท่ี าจากธรรมชาตแิ ละยงั ไม่ใชส้ ารเคมเี ป็นสว่ นผสมและยงั สามารถช่วยผลดั เซลล์
ผวิ และบารงุ ผวิ ใหก้ ระจา่ งใสไดอ้ กี ดว้ ย

เน่อื งจากเกลอื และขมน้ิ เป็นวตั ถุดบิ พน้ื บา้ นทห่ี าไดง้ า่ ยในทอ้ งถนิ่ และมสี รรพคุณในการบารุงให้
ผวิ กระจา่ งใสขน้ึ
และยงั สะดวกตอ่ การหาวตั ถุดบิ และยงั เป็นการสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ของวตั ถุดบิ อกี ดว้ ยกลุ่มของดฉิ นั จงั ลอื กท่ี
จะใชว้ ตั ถุดบิ น้ใี นการทาโครงงาน

วตั ถปุ ระสงค์
1.เพอ่ื ศกึ ษาคณุ สมบตั ขิ องสมุนไพรทใ่ี ชใ้ นการขดั ผวิ
2.เพอ่ื นาวตั ถุดบิ ในทอ้ งถนิ่ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์มากขน้ึ
3.เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหก้ บั วตั ถุดบิ ในทอ้ งถน่ิ

ขอบเขตในการศึกษา
ศกึ ษาจากเวบ็ ไซตแ์ ละสอบถามบคุ คลทม่ี คี วามรเู้ รอ่ื งการทาเกลอื สปาขดั ผวิ

ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
1.เพอ่ื ไดร้ จู้ กั คุณสมบตั ขิ องสมนุ ไพรทใ่ี ชใ้ นการขดั ผวิ เพม่ิ มากขน้ึ
2.เพอ่ื ไดร้ จ้ กั การนาวตั ถดุ บิ ในทอ้ งถน่ิ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์มากขน้ึ
3.เพอ่ื ไดร้ จู้ กั วธิ ที จ่ี ะสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ใหก้ บั วตั ถดุ บิ ในทอ้ งถนิ่ เพมิ่ มากขน้ึ

บทท่ี 2
เอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง

2.1 เกลอื
เกลอื เป็นแรธ่ าตสุ ว่ นใหญ่ประกอบดว้ ยโซเดยี มคลอไรด์ (NaCl)
สารประกอบในระดบั สงู กวา่ เกลอื ชนดิ ต่าง ๆ เกลอื ในธรรมชาตกิ ่อตวั เป็นแรผ่ ลกึ รจู้ กั กนั วา่ เกลอื หนิ
หรอื แฮไลต์ เกลอื พบไดใ้ นปรมิ าณมหาศาลในทะเลซง่ึ เป็นองคป์ ระกอบของแร่ทส่ี าคญั
ในมหาสมทุ รมแี รธ่ าตุ 35 กรมั ตอ่ ลติ ร ความเคม็ 3.5% เกลอื เป็นสง่ิ จาเป็นต่อชวี ติ สตั ว์
ความเคม็ เป็นรสชาตพิ น้ื ฐานของมนุษย์ เน้อื เยอ่ื สตั วบ์ รรจุเกลอื ปรมิ าณมากกวา่ เน้อื เยอ่ื พชื
ดงั นนั้ อาหารของชนเผา่ เรร่ ่อนทด่ี ารงชวี ติ ในฝงู ตอ้ งการเกลอื เพยี งเลก็ น้อย หรอื ไม่ตอ้ งการเกลอื เลย
ขณะอาหารประเภทซเี รยี ลจาเป็นตอ้ งเพมิ่ เกลอื
เกลอื เป็นหน่งึ ในเครอ่ื งปรงุ รสทเ่ี ก่าแก่ทส่ี ดุ และหาไดง้ า่ ยทส่ี ดุ
และการดองเคม็ กเ็ ป็นวธิ กี ารถนอมอาหารทส่ี าคญั วธิ หี น่งึ หลกั ฐานการทาเกลอื ยคุ แรกทส่ี ุดยอ้ นไปถงึ
6,000 ปีกอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช เมอ่ื คนทอ่ี าศยั ในประเทศโรมาเนยี ตม้ น้าเพอ่ื สกดั เกลอื
การทานาเกลอื ในจนี กเ็ กดิ ขน้ึ ในเวลาไลเ่ ลย่ี กนั เกลอื ถกู ชาวฮบี รู กรกี โรมนั ไบแซนไทน์ ฮไิ ทต์
และอยี ปิ ต์ ตรี าคาสงู เกลอื กลายเป็นวตั ถุสาคญั และขนสง่ ทางเรอื ผ่านทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น
ผา่ นทางทางเกลอื ทส่ี รา้ งขน้ึ เฉพาะ และผา่ นทะเลทรายซาฮาราในคาราวานอูฐ
ความขาดแคลนและความตอ้ งการเกลอื ทวั่ โลกนาไปสสู่ งครามชงิ เกลอื และใชเ้ กลอื เพอ่ื เพม่ิ ภาษเี งนิ ได้
เกลอื ยงั ถกู ใชใ้ นพธิ ที างศาสนา และวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ดว้ ย เกลอื ผลติ จากเหมอื งเกลอื
หรอื จากการระเหยน้าทะเล หรอื น้าซบั ทอ่ี ุดมไปดว้ ยแรธ่ าตุในบ่อตน้ื
ผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมหลกั ของเกลอื คอื โซดาไฟ และคลอรนี

3

และใชใ้ นกระบวนการทางอุตสาหกรรมและในการผลติ โพลไี วนลิ คลอไรด์ พลาสตกิ เยอ่ื กระดาษ
และผลติ ภณั ฑอ์ ่นื ๆ จากการผลติ เกลอื ปรมิ าณสอง

ลา้ นตนั ตอ่ ปี มเี พยี ง 6% ทใ่ี หม้ นุษยบ์ รโิ ภค สว่ นอน่ื ๆ ใชใ้ นการปรบั สภาวะของน้า
กาจดั น้าแขง็ บนถนน และใชใ้ นการเกษตร เกลอื ทก่ี นิ ไดม้ ขี ายในหลายรปู แบบ เชน่
เกลอื สมทุ รและเกลอื โต๊ะปกตจิ ะบรรจุสารป้องกนั การรวมตวั เป็นกอ้ น
และอาจเสรมิ ไอโอดนี เพอ่ื ป้องกนั ภาวะพรอ่ งไอโอดนี นอกจากจะใชป้ รงุ อาหารและวางบนโตะ๊ แลว้
เกลอื ยงั พบไดใ้ นอาหารแปรรปู จานวนมาก อาหารทม่ี โี ซเดยี มมากเกนิ ไปทาใหค้ วามดนั โลหติ สงู
และอาจเพมิ่ ความเสย่ี งของกลา้ มเน้อื หวั ใจตายเหตุขาดเลอื ด และโรคหลอดเลอื ดสมอง
องคก์ ารอนามยั โลกแนะนาวา่ ผใู้ หญ่ควรบรโิ ภคโซเดยี มน้อยกวา่ 2,000 มลิ ลกิ รมั
หรอื เทยี บเทา่ กบั เกลอื 5 กรมั ต่อวนั

2.2 ผงขมิ้น

ขมน้ิ ชนั (Turmeric) หรอื ขมน้ิ เป็นพชื ทม่ี เี หงา้ อยใู่ ตด้ นิ
เน้อื ของเหงา้ มสี เี หลอื งเขม้ ไปจนถงึ สแี สด เอกลกั ษณ์ทเ่ี ด่นชดั คอื รสชาตทิ จ่ี ดั จา้ น สสี นั มคี วามสวยงาม
อกี ทงั้ ยงั ไดม้ กี ารนาเอาสมนุ ไพรมาประยุกตผ์ สมผสานลงไปในอาหารไทย
ทาใหไ้ ดร้ สชาตทิ ด่ี แู ตกตา่ งแต่ลงตวั เมอ่ื พดู ถงึ เรอ่ื ง สมุนไพร ทค่ี นไทยนยิ มนามาทาอาหาร
เราคงจะพลาดทจ่ี ะเอ่ยถงึ ขมน้ิ ชนั ไม่ได้ เพราะวา่ เป็นอกี หน่งึ วตั ถดุ บิ ทท่ี าใหอ้ าหารมสี สี นั สะดุดตา
ตลอดจนมสี รรพคณุ ทางยาทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อรา่ งกายเพมิ่ พนู เป็นลาดบั ถดั มาจากความอรอ่ ย
ตอนน้เี ราจะมาทาความรจู้ กั กบั สมนุ ไพรชนิดกนั ใหม้ ากขน้ึ เพราะเหตใุ ดจงึ เป็นทน่ี ยิ ม
และประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากสมนุ ไพรชนดิ น้มี อี ะไรบา้ ง หากพรอ้ มแลว้ มาเรมิ่ เรยี นรไู้ ปพรอ้ มๆ กนั

4

วิตามินและแรธ่ าตใุ นขมิ้นชนั

นอกจากเราจะเราสามารถนาขมน้ิ ชนั ไปใชป้ ระโยชน์ในการประกอบอาหาร ใชย้ อ้ มสี
หรอื ใชเ้ พมิ่ กลนิ่ ใหก้ บั อาหารแลว้ ในขมน้ิ ชนั ยงั มวี ติ ามนิ และแรธ่ าตุมากมาย เชน่ วติ ามนิ เอ
วติ ามนิ บรี วม วติ ามนิ ซี

วติ ามนิ อี แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั เหลก็ เกลอื แร่ เสน้ ใยอาหาร คารโ์ บไฮเดรต และโปรตนี

เรม่ิ เล่าเทา้ ความถงึ ขมน้ิ ชนั นนั้ เป็นไม่ลม้ ลกุ อายหุ ลายปี ความสงู ของลาตน้ เพยี ง 30 – 90

เซนตเิ มตรเทา่ นนั้ มเี หงา้ ใตด้ นิ สว่ นตรงกลางมขี นาดใหญ่รปู ไข่ มแี ขนงแตกออกดา้ นขา้ ง 2 ดา้ น
ทอ่ี ยตู่ รงขา้ มกนั คลา้ ยน้วิ มอื เน้อื ในเหงา้ มสี เี หลอื งเขม้ กลนิ่ หอม
คนไทยรจู้ กั กนั ในฐานะของพชื สมนุ ไพรและเครอ่ื งเทศ นยิ มนามาใชป้ ระกอบอาหาร
ปัจจบุ นั ยงั ไดเ้ พม่ิ การแต่งสี แต่งกลน่ิ เพมิ่ รสชาตใิ หอ้ าหารมคี วามน่ารบั ประทานมากยง่ิ ขน้ึ
อาหารทน่ี ิยมใสข่ มน้ิ ชนั ไดแ้ ก่ แกงเหลอื ง ขา้ วหมกไก่ แกงกะหร่ี ขนมเบอ้ื งญวน ไกท่ อด แกงไตปลา
มสั ตารด์ เนย มาการนี เป็นตน้ จุดเรม่ิ ตน้ ของการทค่ี นเราหนั มารบั ประทานขมน้ิ ชนั นนั้
เชอ่ื กนั วา่ มตี น้ ตอมาจากชาวอนิ เดยี หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ชาวภารตะ ทน่ี ยิ มกนิ ขมน้ิ ชนั กนั มานานกวา่

4,000 ปีแลว้ สว่ นคนไทยกม็ คี วามนิยมกนิ ขมน้ิ ชนั เชน่ เดยี วกนั
โดยเฉพาะทางภาคเหนอื และภาคใตน้ ิยมใสข่ มน้ิ ชนั ลงไปในอาหารประเภทแกงเผด็ เป็นสว่ นใหญ่
เพอ่ื ใหม้ สี เี หลอื งและยงั ชว่ ยดบั กลนิ่ คาวปลาไดอ้ กี ดว้ ย
รวมทงั้ การใสล่ งไปในอาหารกจ็ ะชว่ ยไมใ่ หอ้ าหารบดู เสยี งา่ ย
เพราะในขมน้ิ ชนั มคี ุณสมบตั ทิ ช่ี ว่ ยต่อตา้ นเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ์ นอกจากนนั้
การใชข้ มน้ิ ชนั ในอาหารจะชว่ ยป้องกนั การเกดิ อนุมลู อสิ ระ
ป้องกนั การเหมน็ หนื ของน้ามนั และไขมนั เมอ่ื ตอ้ งเกบ็ ไวเ้ ป็นเวลานานๆ
นบั วา่ เป็นอกี หน่งึ วตั ถุดบิ ในการชว่ ยถนอมอาหารและยงั มคี ณุ คา่ ทางโภชนาการใหอ้ าหารไดอ้ กี ดว้ ย

สรรพคณุ ทางยา

ขมน้ิ ชนั นอกจากทจ่ี ะมคี ณุ คา่ ทางอาหารแลว้ กย็ งั ถอื เป็นพชื ทม่ี คี ุณคา่ ทางยาอกี ดว้ ย
ซง่ึ ชาวไทยนิยมนาสว่ นตา่ งๆ มาใชเ้ ป็นยาเพอ่ื บรรเทาอาการทเ่ี กดิ ขน้ึ รบั รา่ งกาย
โดยสามารถดรู ายละเอยี ดไดด้ งั น้ี

เหงา้ : เหงา้ รสฝาดหวานเอยี ด ใชส้ าหรบั แกอ้ าการไขเ้ รอ้ื รงั ผอมเหลอื ง แกโ้ รคผวิ หนงั
แกเ้ สมหะและโลหติ แกท้ อ้ งรว่ ง สมานแผล แกธ้ าตุพกิ าร ขบั ผายลม แกผ้ น่ื คนั
ขบั กลนิ่ และสง่ิ สกปรกในร่างกาย คมุ ธาตุ หยอดตาแกต้ าบวม ตาแดง

5
น้าคนั้ จากเหงา้ สดทาแกแ้ ผลถลอก แกโ้ รคผวิ หนงั ผน่ื คนั ลดอาการอกั เสบ ทาใหผ้ วิ พรรณผดุ ผ่อง
นามาอดั เมด็ ทาเป็นยารกั ษาอาการทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ ธาตุพกิ าร อาหารไม่ยอ่ ย กระเพาะอาหารอ่อนแอ
รกั ษาแผลในกระเพาะอาหาร แกท้ อ้ งร่วง แกบ้ ดิ
ผงขมน้ิ : (น้าเหงา้ แหง้ มาบดเป็นผง) นามาเคย่ี วกบั น้ามนั พชื ทาน้ามนั ใสแ่ ผลสด
ขมน้ิ สด : (ใชเ้ หงา้ สดลา้ งใหส้ ะอาด) ตากบั ดนิ ประสวิ เลก็ น้อย
ผสมน้าปนู ใสพอกบาดแผลและแกเ้ คลด็ ขดั ยอก เผาไฟ ตากบั น้าปนู ใส รบั ประทานแกท้ อ้ งร่วง

2.3 ผงทานาคา
ทานาคา หรอื กาซาน่า(ชอ่ื ทางพฤกษศาสตรว์ า่ LICODIA ACIDISSIMA )
มที ม่ี าจากตน้ ทานาคาซง่ึ มมี ากในแถบตอนกลางของพมา่
สว่ นทม่ี กี ลน่ิ หอมและเป็นสมุนไพรสารพดั ประโยชน์ คอื สว่ นทเ่ี ป็นเปลอื ก
การนาทานาคามาใชจ้ ะเลอื กตน้ ทานาคาทม่ี อี ายุราวๆ 35 ปี ตดั เป็นทอ่ นๆ
ขนาดพอดมี อื แลว้ ใชส้ ว่ นของเปลอื กไมไ้ ปฝนหรอื บดกบั หนิ ขดั พรอ้ มพรมน้าเป็นระยะจะไดอ้ อกมาเป็นผ
งสอี อกขาวเหลอื ง ใชท้ าหน้า ทาตวั ถอื เป็นวธิ ดี งั้ เดมิ ทานาคามสี ารต่อตา้ นอนุมลู อสิ ระอยสู่ งู มาก
และมสี าร OPC และ Curcuminoid
ทาใหท้ านาคามคี ุณสมบตั คิ รบถว้ นทจ่ี ะต่อตา้ นความเสอ่ื มของเซลลแ์ ละยงั ชว่ ยป้องกนั การเกดิ สวิ ดว้ ยคุ
ณสมบตั ฆิ า่ เชอ้ื แบคทเี รยี และชว่ ยลดผดผน่ื คนั
ลดการเกดิ จุดดา่ งดาและฝ้ามฤี ทธลิ ์ ดการสรา้ งเมด็ สเี มลานนิ
และยงั ชว่ ยป้องกนั การทาลายผวิ จากรงั สยี วู อี กี ดว้ ย

6

สรรพคณุ ของทานาคา

1. ปรบั ผวิ หมองคลา้ ใหข้ าวผอ่ ง อยา่ งปลอดภยั เพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ
2. หน้าเนยี น นุ่ม ลา้ งออกมาหน้าไม่แหง้ ตงึ ลบู แลว้ สมั ผสั ไดถ้ งึ ความเนยี นของผวิ
3. สามารถนามาแตม้ หวั สวิ ได้ ชว่ ยลดการอกั เสบของสวิ สวิ จะยุบและแหง้ เรว็ ควบคุมความมนั
สวิ ใหมไ่ มเ่ กดิ
4. ฝ้า กระ และจดุ ดา่ งดา จางลง อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั
5. ลดผดผ่นื อาการคนั แดง แสบ จากการแพเ้ ครอ่ื งสาอาง และสารเคมหี รอื อ่นื ๆ
6. มสี ารต่อตา้ นอนุมลู อสิ ระประสทิ ธภิ าพสงู ชว่ ยลดรว้ิ รอย รอ่ งลกึ ไดด้ ผี วิ หน้าออ่ นเยาว์

2.4 น้าผงึ้

น้าผงึ้ (Honey) คอื ผลผลติ ของน้าหวานจากดอกไมแ้ ละจากแหล่งอ่นื ๆ
ทผ่ี ง้ึ งานนามาเกบ็ สะสมไว้
โดยผา่ นขนั้ ตอนการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพและทางเคมแี ลว้ สะสมไวใ้ นรงั ผง้ึ
ซง่ึ ปกตแิ ลว้ น้าผง้ึ จะมกี ลนิ่ รส สี ทต่ี ่างกนั ออกไปตามชนิดของพชื นนั้ ๆ
จงึ ทาใหส้ ามารถระบชุ นดิ ของน้าผง้ึ ตามชนดิ ของพชื นนั้ ได้ ๆ เชน่ น้าผง้ึ จากดอกสม้ ดอกลาไย ดอกลน้ิ จ่ี
กจ็ ะแตกตา่ งกนั ออกไป ซง่ึ นิยมนามาใชเ้ ป็นสารใหค้ วามหวานในอาหารหรอื เครอ่ื งดม่ื นานาชนิด
น้าผง้ึ มสี ว่ นผสมของน้าตาลและสารประกอบอน่ื ๆ ซง่ึ สว่ นใหญจ่ ะเป็นฟรกั โทสกบั กลโู คส
และมวี ติ ามนิ และแรธ่ าตุผสมอยดู่ ว้ ย เชน่ วติ ามนิ เอ วติ ามนิ บี 2 วติ ามนิ บี 3 วติ ามนิ บี 5 วติ ามนิ บี 6
กรดโฟลกิ วติ ามนิ ซี ธาตแุ คลเซยี ม ธาตุแมกนีเซยี ม ธาตโุ ซเดยี ม ธาตโุ พแทสเซยี ม ธาตุฟอสฟอรสั

7

ธาตเุ หลก็ ธาตทุ องแดง ธาตสุ งั กะสี เป็นตน้ สาหรบั สารประกอบอ่นื ๆ
ทม่ี อี ยใู่ นปรมิ าณเพยี งน้อยนดิ นนั้ จะเป็นสารทท่ี าหน้าทช่ี ว่ ยต่อตา้ นอนุมลู อสิ ระเป็นหลกั

ประโยชน์ของน้าผงึ้

1. ชว่ ยเพม่ิ ความสดชน่ื ใหแ้ ก่รา่ งกาย
2. มสี ารตอ่ ตา้ นอนุมลู อสิ ระ ชว่ ยชะลอวยั
3. ชว่ ยลดและป้องกนั การเกดิ รว้ิ รอยแหง่ วยั
4. ชว่ ยบารงุ ผวิ พรรณใหเ้ ปล่งปลงั่ สดใส ดมู นี ้ามนี วลเป็นธรรมชาติ

2.5 ออยลท์ าผิว

ประโยชน์ของเบบอี้ อยล์ Baby Oil
1. ใช้เมคอพั ให้ผิวดโู กลว์

วนั ไหนอยากไดล้ คุ โกลวๆ์ หรอื ในวนั เรง่ รบี ทม่ี เี วลาเมคอพั น้อย
ลองหยดเบบอ้ี อยลเ์ ลก็ น้อยผสมกบั รองพน้ื ดสู คิ ะ ผวิ จะเปล่งประกายและชุม่ ชน่ื ไปพรอ้ มกนั เลยล่ะ
2. ใช้แทนแผน่ เชด็ เครอื่ งสาอาง

8

เวลาทต่ี อ้ งการความสะดวก เชน่ เวลาไปตา่ งจงั หวดั หรอื ไปฟิตเนส แผน่ เชด็ เครอ่ื งสาอาง
(makeup remover sheets) ชว่ ยไดม้ ากทเี ดยี วคะ่ แตห่ ากใครอยากประหยดั ท่ี
ลองเทเบบอ้ี อยลล์ งแผน่ คอตตอนใหช้ มุ่ แลว้ เกบ็ ใสถ่ ุงซปิ ลอ็ คเอาไว้
กพ็ กพาไวล้ บเครอ่ื งสาอางไดห้ มดจด+จดั กระเป๋ างา่ ยขน้ึ เยอะคะ่

3.ใช้ทาผิวก่อนโกนขน

ปัญหาผวิ ระคายเคอื งเวลาโกนขนจะหมดไป ดว้ ยการทาเบบอ้ี อยลท์ ผ่ี วิ กอ่ นทกุ ครงั้
ความล่นื ของออยลจ์ ะชว่ ยลดแรงเสยี ดสรี ะหวา่ งผวิ กบั มดี โกน ทาใหโ้ กนงา่ ยขน้ึ และไมบ่ าดผวิ ค่ะ

4.ใช้ทาสครบั ลดปัญหาผิวคลา้ หรือหยาบกร้าน

ไมว่ า่ จะเป็นรมิ ฝีปาก ขอ้ ศอก หวั เขา่ หรอื จุดหยาบกรา้ นอ่นื ๆ กใ็ ชส้ ตู รน้ีไดเ้ วริ ค์ มากคะ่
วธิ คี อื ผสมเบบอ้ี อยลก์ บั น้าตาล (แนะนาน้าตาลทรายแดง) ในอตั รา 2 : 1
แลว้ เตมิ น้ามะนาวลงไปเลก็ น้อย สครบั เบาๆ บรเิ วณทต่ี อ้ งการ ทง้ิ ไว้ 5-10 นาทแี ลว้ ลา้ งออก
ผวิ จะนุ่มชมุ่ ชน่ื สดุ ๆ สว่ นบรเิ วณรมิ ฝีปากสามารถทาก่อนนอนแลว้ ทง้ิ ไวไ้ ดถ้ งึ เชา้
นอกจากปากจะอวบอมิ่ แลว้ ยงั อมชมพอู กี ดว้ ยนะคะ

2.6 ผงไพล

ตน้ ไพล ลกั ษณะไพลเป็นไมล้ ม้ ลกุ มคี วามสงู ประมาณ 0.7-1.5 เมตร มเี หงา้ อยใู่ ตด้ นิ
เปลอื กมสี นี ้าตาลแกมเหลอื ง เน้อื ดา้ นในมสี เี หลอื งถงึ สเี หลอื งแกมเขยี ว
แทงหน่อหรอื ลาตน้ เทยี มขน้ึ เป็นกอ โดยจะประกอบไปดว้ ยกาบหรอื โคนใบหมุ้ ซอ้ นกนั อยู่
เหงา้ ไพลสดฉ่าน้า รสฝาด เอยี ด รอ้ นซา่ มกี ลน่ิ เฉพาะ สว่ นเหงา้ ไพลแก่สดและแหง้ จะมรี สเผด็ เลก็ น้อย
ขยายพนั ธดุ์ ว้ ยวธิ กี ารใชเ้ มลด็ แงง่ หรอื เหงา้
แต่โดยทวั่ ไปแลว้ จะใชส้ ว่ นของเหงา้ เป็นทอ่ นพนั ธุใ์ นการเพาะปลกู

9

พรรณไมช้ นิดน้มี ถี น่ิ กาเนดิ อยใู่ นเอเชยี แถบประเทศอนิ เดยี อนิ โดนีเซยี มาเลเซยี และไทย
ปลกู กนั มากในจงั หวดั กาญจนบรุ ี สพุ รรณบรุ ี ปราจนี บรุ ี และสระแกว้

ใบไพล ลกั ษณะของใบเป็นรปู ขอบขนานแกมรปู หอก ใบเป็นใบเดย่ี วเรยี งสลบั กวา้ งประมาณ 3.5-
5.5 เซนตเิ มตรและยาวประมาณ 18-35 เซนตเิ มตร

ดอกไพล ออกดอกเป็นชอ่ แทงจากเหงา้ ใตด้ นิ กลบี ดอกมสี นี วล มใี บประดบั สมี ว่ ง

ผลไพล ลกั ษณะของผลเป็นผลแหง้ รปู กลม

สรรพคณุ ของไพล

1. ดอกไพล สรรพคณุ ชว่ ยขบั โลหติ และกระจายเลอื ดเสยี กระจายเลอื ดทเ่ี ป็นลม่ิ เป็นกอ้ น (ดอก)
2. ชว่ ยแกธ้ าตุพกิ าร (ตน้ ไพล)
3. ชว่ ยแกอ้ าเจยี น อาการอาเจยี นเป็นโลหติ (หวั ไพล)
4. ชว่ ยแกอ้ าการปวดฟัน (หวั ไพล)
5. ไพลกบั สรรพคณุ ทางยา เหงา้ ชว่ ยขบั โลหติ (เหงา้ )
6. ชว่ ยแกเ้ ลอื ดกาเดาไหลออกทางจมกู (ราก)
7. ชว่ ยรกั ษาโรคทบ่ี งั เกดิ แตโ่ ลหติ ออกทางปากและจมกู (เหงา้ )

บทที่ 3
อปุ กรณ์และการดาเนินงาน

1. เกลอื จากทอ้ งถนิ่

2. ผงขมน้ิ ชนั
3. ทานาคา

11

4. ผงไพล
5. น้าผง้ึ
6.ออยล์

12

7.ชามสาหรบั คนสว่ นผสม
8.ไมพ้ าย
9.บรรจุภณั ฑ์

13

วิธีการดาเนิ นการ

1. นาผงขมน้ิ ผงไพลและผงทานาคา ชนิดละ 4ชอ้ นโต๊ะ
มาผสมน้า1/3ถว้ ยตวง ใสช่ ามผสม

2. จากนนั้ นาน้ากบั ผงสมนุ ไพรมาคนใหผ้ งละลายจนไมเ่ หลอื เศษตะกอน

3. เทเกลอื ปรมิ าณ2/3ถว้ ยตวง ลงชามผสม หากยงั เหลวให้
เทเกลอื เพม่ิ แต่ถา้ มนั ไม่จบั ตวั กนั เป็นกอ้ นใหเ้ ทเกลอื ลงไปเพม่ิ

14

4. ราดนน้าผง้ึ และเบบอ้ี อยลล์ งไป

5.ใสส่ ว่ นผสมลงบรรจภุ ณั ฑท์ เ่ี ป็นสญุ กาศ ปิดใหม้ ดิ ชดิ หา้ มโดนแดด

บทท่ี4
ผลการดาเนิ นงาน

หลงั จากทก่ี ลุ่มของเราไดท้ าการศกึ ษาหาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั สมนุ ไพรทช่ี ว่ ยในการบารงุ ผวิ
ผา่ นทางเวบ็ ไซตท์ น่ี ่าเชอ่ื ถอื ทางอนิ เตอรเ์ น็ตโดยสบื หาจากหลายๆเวบ็ ไซตม์ ารวมกนั และเหน็
พอ้ งตอ้ งกนั แลว้ วา่ ขมน้ิ เหมาะทจ่ี ะเป็นสมุนไพรทจ่ี ะนามาทาเป็นสว่ นผสมในสครบั จากนนั้ เรา
กเ็ รมิ่ จดั หาวตั ถุดบิ ต่างๆในการทดลองทาผลติ ภณั ฑ์ เกลอื สปาขดั ผวิ โดยไดม้ อบหมายใหส้ มาชกิ ท่ี
พกั อาศยั ตดิ หา้ งสรรพสนิ คา้ หรอื ตลาด เป็นคนไปซอ้ื สว่ นผสม และสมาชกิ ทม่ี อี ปุ กรณ์ในการทา
ทบ่ี า้ น กไ็ ดน้ าอปุ กรณ์เหล่านนั้ มาทส่ี ถานทท่ี ดลองทาผลติ ภณั ฑ์ โดยสถานทใ่ี นการทดลองทา
ผลติ ภณั ฑก์ ค็ อื หอพกั ของสมาชกิ ในกล่มุ ตามทไ่ี ดก้ ล่าวขา้ งตน้ ไว้ เมอ่ื ถงึ เวลาทา เราไดแ้ บง่
หน้าทใ่ี หแ้ ต่ละคนรบั ผดิ ชอบในแตล่ ะขนั้ ตอนของตนเอง เพอ่ื ใหผ้ ลติ ภณั ฑเ์ สรจ็ ออกมาเรว็ และ
มปี ระสทิ ธภิ าพ เมอ่ื ผลติ ภณั ฑเ์ สรจ็ แลว้ เราไดล้ องใชผ้ ลติ ภณั ฑเ์ องกอ่ นทจ่ี ะนาไปใหเ้ พ่อื น
ในหอ้ งทดลองใช้ จากการทดลองของพวกเราเองพบวา่ เกลอื สปาขดั ผวิ จากขมน้ิ ชว่ ยทาใหผ้ วิ ดู
นุ่มนวล เปลง่ ปลงั่ ดสู ขุ ภาพดมี ากยง่ิ ขน้ึ ชว่ ยผลดั เซลลผ์ วิ และกาจดั ความสกปรกออกจาก
ผวิ หนงั ไดจ้ รงิ ๆ เมอ่ื นาไปใหเ้ พอ่ื นๆในหอ้ งใช้ กไ็ ดร้ บั ความคดิ เหน็ วา่ หลงั จากใชเ้ ป็นระยะเวลา
1 สปั ดาห์ รสู้ กึ วา่ ผวิ เนยี นและนุ่มยงิ่ ขน้ึ แตม่ ขี อ้ เสยี คอื กลนิ่ สมนุ ไพรแรงจงึ แนะนาใหเ้ ตมิ สาร
สกดั จากสมนุ ไพรอน่ื ทม่ี กี ลน่ิ หอมลงไปดว้ ย เชน่ มะลิ และ ใบเตย ซง่ึ เมอ่ื เราไดรบั คาแนะนา
และคาชน่ื ชมตา่ งๆ จากผทู้ ดลองใชแ้ ลว้ เรากจ็ ะลงมอื คดิ คน้ วธิ เี พอ่ื ใหผ้ ลติ ภณั ฑข์ องเรามี
ประสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ และเป็นประโยชน์ต่อผใู้ ชต้ ่อไป

บทท่ี5

อภิปรายผลการดาเนิ นงาน

ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการทาโครงงาน
1.ไดฝ้ ึกการทางานรว่ มกนั กบั ผอู้ น่ื สรา้ งความสามคั คกี นั ในกล่มุ
2.ฝึกการทางานทเ่ี ป็นชน้ิ เป็นอนั ฝึกความรบั ผดิ ชอบ
3.ไดเ้ รยี นรถู้ งึ ประโยชน์ของขมน้ิ และสว่ นประกอบสาคญั อ่นื ๆในเกลอื สปาขดั ผวิ
4.ฝึกการเขยี น การใชภ้ าษาในการทารายงาน
ข้อเสนอแนะ
1.ควรใชเ้ กลอื ทม่ี ขี นาดเลก็ กวา่ น้ี
2.ควรเตมิ น้าผง้ึ มากขน้ึ เพอ่ื ความออ่ นนุ่มและความกระจา่ งใสของผวิ
3.หลงั จากใชส้ ครบั ขดั ผวิ เรยี บรอ้ ย สามารถนามาพอกผวิ ไดด้ ว้ ย
ขอ้ ควรรเู้ กย่ี วกบั อาเซยี น ผา่ นการทาโครงงาน
ขมน้ิ หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ดใี นอกี ชอ่ื วา่ "ขมน้ิ ชนั " เป็นสมุนไพรพน้ื บา้ นทพ่ี บมากในไทย และยงั
ขน้ึ ชอ่ื มากอกี ดว้ ย แต่ขมน้ิ ชนั กไ็ มไ่ ดพ้ บแคใ่ นประเทศไทยเทา่ นนั้ ยงั พบอกี มากในภมู ภิ าคอ่นื ๆ
ของเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ขมน้ิ ชนั เป็นสมุนไพรทข่ี น้ึ ชอ่ื เรอ่ื งการบารุงผวิ ,พอกผวิ ใหก้ ระจ่างใส ผหู้ ญงิ ไทยและ
ผหู้ ญงิ จากชาตใิ นเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตน้ ิยมใชข้ มน้ิ มาตงั้ แต่โบราณ ถงึ แมว้ า่ ยคุ สมยั จะ
เปลย่ี นไป เทคโนโลยใี หมๆ่ เขา้ มามบี ทบาทต่อผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ ความงามของคุณผหู้ ญงิ แต่
สมุนไพรทแ่ี ลดบู า้ นๆอยา่ ง "ขมน้ิ " กย็ งั ไดร้ บั ความนยิ มไม่น้อยลงกวา่ เดมิ

บรรณานุกรม

ประโยชนข์ องขมิ้นชนั . (2562) . (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า:
https://atherbth.com/2019/09/03

วนั ที่สืบคน้ ขอ้ มูล 17 ตุลาคม 2563
ข้นั ตอนวิธีการทาสครับ. (2561) . (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมา:
https://sites.google.com/site/fruitscrub343/khan

วนั ท่ีสืบคน้ ขอ้ มูล 17 ตุลาคม 2563
รวมสูตรสครับขดั ผวิ สวย. (2561) . (ออนไลน์). แหล่งที่มา:
https://www.tescolotus.com/blog/view/1073

วนั ท่ีสืบคน้ ขอ้ มูล 17 ตุลาคม 2563

ภาคผนวก

ภาพวตั ถดุ ิบและอปุ กรณ์ในการทา

ขนั้ ตอนในการทาเกลือสปาขดั ผิว


Click to View FlipBook Version