ประเดน็ นำเสนอหลกั กำรทรงงำน ข้อท่ี 24
1 23
ควำมหมำย ตวั อยำ่ ง แนวทำง
และแนวทำง พระรำชกรณียกิจ กำรประยุกตใ์ ช้หลักกำรทรงงำน
ของหลกั กำรทรงงำน ท่เี ก่ยี วกับหลกั กำรทรงงำน
ในชีวิตประจำวนั
อะไรคือ พออยู่ พอกิน ??
พออยู่ คอื การทีเ่ ราปลกู ป่ าท่ีใหไ้ ม้ พืช ท่ีจาเป็ น
ตอ่ การนามาใชท้ า ท่อี ยอู่ าศยั ตา่ งๆ เชน่ ไมท้ าเาา
ไมท้ าพ้ืน ไมท้ าฝา ไมท้ าโครงารา้ งบา้ นตา่ งๆ
เป็ นตน้ ครน้ั เมอ่ื เหลอื ใช้ เราก็แบง่ จ่ายแจก ขาย
เป็ นรายไดเ้ าริมใหค้ รอบครวั ได้
พอกิน คือ การที่เราปลกู ป่ าเพ่ือใหไ้ ดพ้ ืชท่ีเราจะนามาใช้
กินไดอ้ ย่างพอเพียง เชน่ ขา้ ว ผกั ฯลฯ เม่ือเหลือกินแลว้
เราก็แบ่งออกขายหารายไดเ้ าริมได้
การดาเนนิ ชวี ิตใหพ้ ออยพู่ อกนิ นน้ั ตอ้ งมีทรพั ยากรใหเ้ พียงพอตอ่ การ
ดารงชวี ิต ตอ้ งอาศยั ความอดุ มามบรู ณข์ องทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละา่ิงแวดลอ้ มเป็ นาาคญั
หากขาดแคลนจะทาใหไ้ มเ่ พยี งพอ อดอยาก ไมม่ นั่ คงในชวี ิต จานวนประชากรเพ่ิมข้ึนทกุ วนั
แตท่ รพั ยากรลดลงทกุ ที ภาวะขาดแคลนยอ่ มเกิดขน้ึ ทรงแกไ้ ขปัญหาทกุ ดา้ นเก่ียวกบั
ทรพั ยากรธรรมชาตทิ รงฟื้ นฟูและรกั ษาความามดลุ ของทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่เาียไปเพื่อ
ารา้ งความยงั่ ยืนใหเ้ กดิ ขนึ้ เพราะเป็ นพ้นื ฐานการดารงชวี ิตของมนษุ ย์
แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง : เกษตรทฤษฎีใหม่
พระบาทามเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 ไดพ้ ระราชทานแนวพระราชดาริเร่ืองเกษตรทฤษฎีใหม่
โดยเป็ นตวั อยา่ งการใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในขนั้ ตน้ โดยการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ การแบง่
พื้นท่อี อกเป็ น 4 าว่ น ตามอตั รา 30-30-30-10เพ่ือขดุ เป็ นาระกกั เก็บนา้ 30%
ปลกู ขา้ วในฤดฝู น 30% ปลกู ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ พืชผกั ามนุ ไพร 30% และเป็ น
ทอ่ี ยอู่ าศยั อีก 10% ซ่ึงเป็ นระบบการผลติ แบบพอเพียง ทเี่ กษตรกราามารถเลย้ี งตวั เองได้
ในระดบั ทีป่ ระหยดั ทงั้ นชี้ มุ ชนตอ้ งมคี วามาามคั คี รว่ มมอื ร่วมใจในการชว่ ยเหลอื ซึ่งกัน
เพื่อลดค่าใชจ้ า่ ย และเนอื่ งจากขา้ วเป็ นปัจจยั หลกั ที่ทกุ ครวั เรือนจะตอ้ งบริโภค ดงั นน้ั
จงึ ประมาณว่า ครอบครวั หนงึ่ ทานา 5 ไร่ จะทาใหม้ ขี า้ วพอกนิ ตลอดปี
โดยไมต่ อ้ งซื้อหาในราคาแพง เพื่อยึดหลกั พ่ึงตนเองไดอ้ ยา่ งมอี ิารภาพ
และตอ้ งมนี า้ เพื่อการเพาะปลกู าารองไวใ้ ชใ้ นฤดแู ลง้ หรือระยะฝนทิ้งชว่ ง
ไดอ้ ยา่ งพอเพียง ดงั นนั้ จงึ จาเป็ นตอ้ งกนั ที่ดนิ าว่ นหนงึ่ ไวข้ ดุ าระนา้ โดยมหี ลกั ว่า
ตอ้ งมนี า้ เพียงพอทจ่ี ะทาการเพาะปลกู ไดต้ ลอดปี
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
เดมิ าถานท่ีแห่งนม้ี กี ารบกุ รกุ ผนื ป่ า ทาไร่เลอื่ นลอย ปลกู ขา้ ว
ปลกู ฝ่ิ น จากชาวเขาเผา่ กะเหร่ียง และชาวไทยภเู ขา ทาใหป้ ่ า
มาี ภาพเาอ่ื มโทรม ในหลวงรชั กาลที่ 9 ทรงอยากใหช้ าวเขาเหลา่ นนั้
มพี นื้ ที่ทากินเป็ นหลกั แหลง่ ชว่ ยใหา้ รา้ งอาชีพ ารา้ งรายได้ ใหแ้ ก่
ราษฎร เพอื่ ใหม้ คี วามเป็ นอยทู่ ่ีดขี น้ึ จึงมพี ระราชดาริใหถ้ ่ายทอด
ความรกู้ ารเกษตรแผนใหม่ ใหห้ นั มาทาการเกษตรแบบถาวร จงึ
จดั ตงั้ “าถานวี ิจยั โครงการหลวงอินทนนท”์ ขน้ึ ในปี 2522
ดาเนนิ งานวิจยั ดา้ นไมด้ อก ไมป้ ระดบั พืชผกั และไมผ้ ล
และเปล่ยี นมาเป็ น “าถานเี กษตรหลวงอินทนนท”์ ในปี 2550
ตง้ั อยใู่ นอทุ ยานแห่งชาตดิ อยอินทนนท์ ต. บา้ นหลวง อ. จอมทอง จ. เชยี งใหม่
โครงการอ่างเก็บน้าบางกาปรดั
เดมิ ทีพืน้ ที่บริเวณนมี้ คี วามแหง้ แลง้ เป็ นอยา่ งมาก เมอ่ื ใดทฝี่ นท้ิง
ชว่ ง ชาวบา้ นที่ประกอบอาชพี เกษตรกรรมจะไดร้ บั ความเดือนรอ้ น
จากการขาดนา้ ทานา ในหลวงรชั กาลท่ี 9 เมอ่ื ทราบเร่ือง
ทรงศึกษาพื้นที่ และมพี ระราชดาริใหก้ รมชลประทานารา้ ง
“โครงการอา่ งเก็บนา้ บางกาปรดั ”ขนึ้ เพ่ือเป็ นแหลง่ อปุ โภค
และบริโภคของคนในพื้นท่ี รวมถึงพ้ืนท่ีฝัง่ ขวาของโครงการฯ
บริเวณเหนอื ฝาย ยงั เป็ นแหลง่ เพาะพนั ธป์ุ ลานา้ จืด
ไดอ้ ยา่ งดีอีกดว้ ย
ตงั้ อยทู่ บี่ า้ นโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบ่ี
ปลกู พืชาวนครวั ไมผ้ ล พอที่จะมไี วก้ นิ เองในครวั เรือน แบง่ ใหเ้ พื่อนบา้ นบา้ ง
ถา้ เหลือคอ่ ยนาไปขาย
ชว่ ยกนั ประหยดั ไมว่ า่ จะอยทู่ ่ีบา้ นหรือโรงเรียน ก็ควรปิ ดนา้ ปิ ดไฟ
เมอื่ เลกิ ใชง้ านทกุ ครงั้
รจู้ กั พอ รจู้ กั ประมาณตน ไมใ่ คร่อยากใครม่ เี ชน่ ผอู้ ื่น ยึดความประหยดั
ตดั ทอนรายจา่ ยในทกุ ๆวนั ที่ไมจ่ าเป็ น ลดละความฟ่ ุมเฟื อย
จบการนาเสนอ