The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติ วันรพี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wirujn Nilsacoo, 2022-08-03 00:44:19

ประวัติ วันรพี

ประวัติ วันรพี

วนั รพี
7 สงิ หาคม

พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
พระองค์เจา้ รพพี ฒั นศกั ด์ิ กรมหลวงราชบรุ ดี เิ รกฤทธิ์

พระบดิ าแหง่ กฎหมายไทย
"วันรพี"ตรงกับวนั ที่ ๗ สิงหาคมของทุกปี
เปน็ วนั คลา้ ยวนั สน้ิ พระชนมข์ อง พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบรุ ีดิเรกฤทธิ์ ผทู้ รง
ไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" เนอื่ งจากพระองค์ทรงเปน็ นกั นิติศาสตร์ และ
ทรงวางระบบแบบแผนศาลยุตธิ รรม รวมถึงทรงจัดตงั้ โรงเรียนกฎหมายขึ้นเปน็ ครัง้ แรกในประเทศ
ไทยอนั เปน็ ประโยชนใ์ หญ่ ยิ่งแกป่ ระเทศชาติ
พระเจา้ บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศกั ด์ิ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ิ พระผมู้ ี
พระมหากรณุ าธคิ ุณอยา่ งใหญ่หลวงตอ่ ประชาชนชาวไทยท้ังปวง โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในหมู่
นกั กฎหมายไทย เพื่อเปน็ การเผยแพร่พระเกยี รตคิ ณุ และเป็นการน้อมราลกึ ในพระกรณุ าธิคณุ
ของพระองค์ จงึ ขออัญเชิญ พระประวัตขิ องพระองค์ท่าน เพอ่ื เปน็ การเผยแพร่พระเกยี รตคิ ุณ

ดังตอ่ ไปน้ี



พระประวตั ิ

พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ รพพี ัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบรุ ีดเิ รกฤทธิ์ ทรงมีพระนาม
เดิมว่าพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้ารพพี ัฒนศักดิ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๑๔ ในสมเดจ็ พระปิย
มหาราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว รชั กาลที่ ๕
แห่งพระบรมราชจกั รวี งศ์ ซ่งึ ประสูตแิ ต่เจา้ จอมมารดาตลบั ธิดาพระยาเวยี งในนฤบาล (หร่งั )
ประสตู ิ ณ วันพธุ ขึ้น ๑๑ คา่ เดือน ๑๑ ปจี อ ฉศก จลุ ศักราช ๑๒๓๖ ตรงกับวันท่ี ๒๑ ตุลาคม
พทุ ธศักราช ๒๔๑๗ พระองค์ทรงเป็นตน้ ราชสกุลรพพี ฒั น์

การศึกษา
เมอ่ื พระชนมายุไดพ้ อสมควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว องคส์ มเดจ็ พระบรมชนกได้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองค์เจา้ รพพี ฒั นศกั ดิ์ ทรงเข้าศกึ ษาวิชา
ภาษาไทยเป็นครั้งแรกในสานักพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกรู ) เมื่อได้ทรงผ่าน
การศึกษาภาษาไทยเป็นเบอื้ งต้นแลว้ ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจา้ ลกู ยาเธอพระองค์
เจา้ รพีพฒั นศักด์ิ ทรงเขา้ ศึกษาภาษาอังกฤษขั้นต้นในสานกั ครรู ามสามิ และในปพี ทุ ธศกั ราช
๒๔๒๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเจา้ ลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพฒั นศักดท์ิ รงเข้าศึกษา
ภาษาไทยอยใู่ นสานักพระยาโอวาทวรกจิ (แกน่ เปรยี ญ) จนกระทงั่ ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๗
จงึ ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนพระตาหนักสวนกหุ ลาบในความดแู ลของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาดารงราชานภุ าพ โดยมเี จา้ พระยายมราช (ปน้ั สขุ ุม) เป็นครูผูส้ อน ทรงศึกษาร่วมกบั
พระเจา้ ลกู ยาเธออีก ๓ พระองค์ คอื พระองคเ์ จ้ากติ ยิ ากรวรลกั ษณ์ พระองคเ์ จ้าประวติ รวัฒโนดม
และพระองค์เจ้าจิรประวตั ิวรเดช พระองค์ทรงมคี วามรแู้ ตกฉานในการ เล่าเรยี นเป็นทพ่ี อใจของ
เจา้ พระยายมราชครูผสู้ อนเป็นอย่างยิง่



พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ทรงเลง็ เห็นความสาคัญของการศึกษา

โดยเฉพาะอย่างย่งิ การศึกษาของพระราชโอรส ดังนนั้ พระองค์จึงมพี ระราชปณธิ านแนว่ แน่ท่จี ะสง่

พระราชโอรสทุกพระองคไ์ ปทรงศึกษายังต่างประเทศดว้ ยพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองค์ พร้อมทัง้

ทรงวางแผนการศึกษาให้แกบ่ รรดา พระราชโอรสไวอ้ ย่างครบถว้ น เพ่อื สนองความต้องการของ

บา้ นเมอื งอย่างตรงเปา้ หมาย ซึง่ นับวา่ จาเปน็ สาหรับบ้านเมอื งในยคุ นนั้ ทรงกาหนดเวลาการส่ง

ราชโอรสไปทรงศึกษาในตา่ งประเทศตามลาดับพระชนมายุและทรงกาหนดจะส่งพระราชโอรสรนุ่

ใหญ่ ๔ พระองค์ ออกไปทรงศึกษา ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘

เพื่อให้การเป็นไปตามทที่ รงกาหนดไว้ ดงั นนั้ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั

จึงโปรดเกล้าให้ตง้ั การพ ระราชพธิ ีโสกันตพ์ ระเจา้ ลูกยาเธอทม่ี ีพระชนมายถุ งึ กาหนดโสกนั ต์ได้

คอื พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ รพีพัฒนศกั ดิ์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองคเ์ จา้ กติ ิยากรวรลกั ษณ์

และพระเจ้าลูกยาเธอ พระองคเ์ จ้าประวติ รวัฒโนดม เมื่อวนั ที่ ๒๖ ธันวาคม พทุ ธศักราช ๒๔๒๗

สว่ นพระเจา้ ลกู ยาเธอพระองค์เจา้ จริ ประวตั ิวรเดชนนั้ โสกนั ต์ตอ่ มาภายหลงั

และเนอ่ื งจากท้งั ๔ พระองค์ จะตอ้ งเสดจ็ ไปทรงศกึ ษา ณ ต่างประเทศซึ่งมไิ ด้นบั ถือ

พระพทุ ธศาสนา พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว จงึ มพี ระราชดาริว่าพระเจา้ ลกู ยาเธอ

นา่ จะไดม้ ีโอกาสศกึ ษาหาความรู้และขอ้ ปฏิบัติต่างๆ ในพระพุทธศาสนาไวเ้ ป็นพ้นื ฐาน ซ่งึ มี

ประเพณที รงผนวชของเจ้านาย อนั ถือว่าเป็นการปฏิญาณมอบถวายพระองคไ์ ว้ในพระพุทธศาสนา

ดงั น้ันแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาส้นั และพระเจ้าลูกยาเธอจะทรงพระเยาวก์ ว่าเจ้านายทีท่ รงผนวชมา

ก่อน แต่ทรงตง้ั พระทยั ท่ีจะทรงผนวช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั จงึ โปรดให้

จดั การทรงผนวชพระเจ้าลูกยาเธอ ทง้ั ๔ พระองค์ เมื่อวนั ศกุ ร์ท่ี ๘ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช

๒๔๒๘ ณ วัดพระศรีรตั นศาสดาราม โดยมสี มเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวรยิ าลง

กรณ์ เปน็ องค์อปุ ัชฌาย์ และได้สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรสประทานศลี

หลังจากผนวชแล้วทรงจาพรรษา ณ วดั บวรนเิ วศ อนั เปน็ ทปี่ ระทบั ของสมเด็จ พระมหาสมณเจา้

กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณอ์ งคอ์ ุปชั ฌาย์ ในการนี้ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ไดท้ รงเป็นหว่ งในพระราชโอรสเนื่องดว้ ยยงั ทรงพระเยาว์นกั จงึ ทรงอาราธนาสมเด็จพระมหาสมณ

เจา้ กรมพระยาวชิญาณวโรรส ซึ่งในขณะน้ันทรงประทบั อยูท่ ี่ วดั มกุฎกษัตรยิ าราม ใหม้ าประทบั

อยทู่ วี่ ดั บวรนิเวศเป็นการชั่วคราว

ในวันศุกร์ท่ี ๒๙ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๔๒๘ จงึ ลาผนวช เสดจ็ กลบั เข้าประทับใน

พระบรมมหาราชวัง เพอ่ื เตรยี มพระองคก์ อ่ นที่จะเสดจ็ ไปทรงศึกษา ณ ทวปี ยโุ รป ต่อไป



เสดจ็ ยุโรปรุ่นแรก
หลงั จากท่ีพระองค์เจา้ รพีพัฒนศกั ดิ์ ลาผนวชแลว้ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้
เจ้าอยูห่ ัว จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้เสด็จไปศึกษาตอ่ ที่ประเทศองั กฤษพรอ้ มกับ
สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธออีก ๓ พระองค์ นับเปน็ พระราชโอรสรุ่นแรกท่ีทรงศึกษาตอ่
ยงั ต่างประเทศ โดยใหพ้ ระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศวรฤทธิ์เมือ่ ยังเปน็ อคั รราช ทูตไทย
อยู่ ณ ประเทศองั กฤษ เป็นผ้จู ัดการศึกษาให้พระยาไชยสรุ ินทร (ม.ร.ว. เทวหนึง่ ศิริวงศ์)
ตามเสดจ็ ออกไปเป็นผใู้ หญอ่ ยู่ดว้ ย กบั ให้เจ้าพระยายมราช (ป้ัน สขุ ุม) เมอื่ คร้ังยังเปน็
ขนุ วิจิตรวรสาสน์ ซงึ่ เปน็ ครสู อนภาษาไทยติดตามไปถวายการสอนพระอักษรไทยท่ี
กรุงลอนดอนอกี ผูห้ น่ึง
ในชั้นตน้ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระนเรศวรฤทธ์ิ ทรงหาครชู าวตา่ งประเทศมา
ถวายการสอนภาษาอังกฤษทกุ วัน คร้ันมีเวลาวา่ งจงึ ใหเ้ จ้าพระยายมราชถวายการสอน
ภาษาไทยจนกระท่งั ๑ ปีให้หลัง พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธ์ิเสดจ็ กลับ
กรุงเทพฯ เจา้ พระยายมราชจึงรับหน้าทท่ี ง้ั ในฐานะครูและพระอภบิ าลสืบต่อมา
ต่อมาในช่วงปลายปี พุทธศักราช ๒๔๓๑ ทรงเข้าศึกษาต่อชั้นมธั ยมในกรุงลอนดอน
๓ ปี เมื่อทรงสาเรจ็ การศกึ ษาในชน้ั มธั ยม พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัวทรงให้
พระองคศ์ กึ ษาวชิ าพลเรือน โดยพระองคท์ รงเลือกศึกษาวชิ านิติศาสตร์ เหตุทพี่ ระองคส์ น
พระทยั เลอื กศกึ ษาวิชากฎหมายก็เนือ่ งจากเมืองไทยในขณะนั้น ศาลกงสุลฝรั่งชาวยุโรป และ
อเมรกิ ามีอานาจในประเทศไทย ซึ่งยากแกก่ ารปกครอง จึงมพี ระทัยต้งั มน่ั ท่จี ะขอเลิกอานาจ
ศาลกงสลุ ตา่ งๆ ทัง้ นเ้ี พ่ือใหป้ ระเทศของเรามเี อกราชทางการศาลอยา่ งแทจ้ ริง จึงทรงเลอื ก
ศึกษาวิชากฎหมายเพือ่ จะได้นาความรูท้ างดา้ นกฎหมายสมัยใหม่มาวางรากฐาน ปฏริ ูป
จดั ระบบทางดา้ นกฎหมายและกระบวนการยตุ ิธรรมของไทยให้ทนั สมัยจนเป็นทย่ี อมรบั ของ
ชาวต่างประเทศในเวลาต่อมา



พระอจั ฉรยิ ภาพ

พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองค์เจา้ รพีพัฒนศกั ด์ิ ทรงมพี ระสติปญั ญาเฉลียวฉลาดมา

ต้งั แต่ทรงพระเยาว์ และในการศกึ ษาวชิ ากฎหมายในประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงแสดงพระ

ปรีชาสามารถสอบผา่ นเขา้ เรยี นในวิทยาลัยไครสต์เชิรช์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

(Christchurch College, Oxford University) ได้ เมือ่ พระชนมายุได้ ๑๗ พรรษา คราว

แรกมหาวทิ ยาลยั ไมย่ อมรบั เข้าศึกษา อา้ งระเบยี บว่าพระองค์จะศึกษาไดต้ ้องมีพระชนมายุ

๑๘ พรรษา พระองค์จงึ มดี ารสั กับคณะกรรมการของสภามหาวทิ ยาลัยออกซฟ์ อร์ดว่า

“คนไทยเกดิ ง่ายตายเร็ว ” และขอให้ไดท้ รงทดลองเขา้ สอบ ซง่ึ ทางมหาวิทยาลยั ก็ยนิ ยอมให้

เข้าสอบแขง่ ขนั และกป็ รากฏว่าทรงสอบไดใ้ นท่สี ดุ จงึ ไดเ้ ขา้ ศกึ ษาวชิ ากฎหมายทวี่ ิทยาลัย

ไครสต์เชริ ์ช มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พระองคท์ รงพระอตุ สาหะเอาพระทยั ใสเ่ ป็นอย่างมาก

สอบไล่ผา่ นทุกวชิ าได้รบั ปริญญาตรีเกยี รตินยิ มทางกฎหมาย (Bachelor of Arts.Hons.)

ภายในระยะเวลาเพยี ง ๓ ปี จากหลกั สตู ร ๔ ปี ขณะนัน้ ทรงมพี ระชนมายเุ พยี ง ๒๐ พรรษา

นบั วา่ ทรงมีพระสติปญั ญาทีเ่ ฉลยี วฉลาดและมพี ระอจั ฉรยิ ภาพอย่างมาก เป็นที่พอพระราช

หฤทัยของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอ มเกล้าเจ้าอยู่หวั ยิ่งนัก ถงึ กบั ทรงเรียกพระองค์ทา่ นว่า

“เฉลยี วฉลาดรพ”ี

หลงั จากนนั้ พระองคต์ ้งั พระ ทัยทีจ่ ะศึกษาที่ Inn of Court หรอื โรงเรียนเนติบณั ฑติ ย

สภาของอังกฤษ และถ้าสาเรจ็ ได้รบั เรยี กเปน็ เนตบิ ัณฑติ องั กฤษแลว้ ก็จะทรงไปศกึ ษาตอ่ ท่ี

ประเทศเยอรมนั อย่างไรกต็ าม พระองคห์ าไดท้ รงมโี อกาสศึกษาต่อดงั ที่ต้งั พระทัยไว้แต่อยา่ ง

ใดไม่ ด้วยเหตทุ ่พี ระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั ทรงเรยี กกลับมารับราชการ

เนือ่ งจากสถานการณใ์ นประเทศไทยขณะนัน้ มีปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการรุกราน

ของฝร่ังเศส ใน ร.ศ. ๑๑๒ หรอื ปีพุทธศักราช ๒๔๓๖



เสด็จกลบั กรุงเทพมหานคร และทรงรับราชการ

เม่ือเสดจ็ กลบั มาถงึ กรุงเทพมหานคร ในปีพุทธศกั ราช ๒๔๓๗ พระบาทสมเดจ็ พระ

จลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ได้ทรงตระหนักว่าแม้พระองค์เจ้ารพีพัฒนศกั ดจ์ิ ะทรงมคี วามรทู้ าง

กฎหมายมาอยา่ งดีแล้ว แตก่ ็ทรงมีความรคู้ วามชานาญเพียงในเชิงทฤษฎีเท่าน้นั ยงั คงต้อง

ทรงอาศัยการฝึกฝนในเชงิ ปฏบิ ตั ิอกี ช่วงระยะเวลาหนึง่ ดังนน้ั พระบาทสมเดจ็

พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู วั จึงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พระองคเ์ จ้ารพีพัฒนศกั ดิ์ทรงฝึกหดั

ราชการในกรมราชเลขานุการ ในการนพี้ ระองคท์ รงมีพระปรีชาในการทางานอยา่ งมาก

โดยทรงมพี ระปรีชาสามารถในการรา่ งพระราชหตั ถเลขา ถวายพระบาทสมเดจ็ พระ

จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดอ้ ย่างยอดเย่ียมจนเป็นท่ีพอพระราชหฤทยั เป็นยิง่ นัก

ทรงศกึ ษากฎหมายไทย
ในขณะทรงปฏบิ ตั ิราชการในกรมราชเลขานุการนนั้ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า
เจา้ อย่หู ัวได้ทรงรับส่งั ให้พระองค์ท่านตดิ ตอ่ กบั เจ้าพระยาอภัยราชา หรอื ดร.โรแลง ยัก
แมงส์ (Dr.Gustave Rolin Jacquemyns) ซงึ่ เปน็ นกั กฎหมายชาวเบลเย่ียมและมตี าแหน่ง
เปน็ ท่ีปรกึ ษาราชการแผ่นดนิ ในขณะนั้น เจา้ พระยาอภัยราชาไดข้ อใหพ้ ระองคท์ ่านศกึ ษา
กฎหมายไทยท้งั หมดท่หี มอบลดั เลยไ์ ดพ้ มิ พ์ไวแ้ ล้วจัดทาสารบัญรายละเอียดเปน็
ภาษาองั กฤษ พระองค์เจา้ รพพี ัฒนศักดท์ิ รงใช้ระยะเวลาในการศึกษากฎหมายไทยเพยี งไม่
นานซง่ึ สรา้ งความประหลาดใจแก่เจ้าพระยาอภยั ราชาเป็นอนั มากว่า พระองคท์ ่านทรงมี
ความจาดีมาก โดยทรงสามารถอา่ นเพยี งครัง้ เดยี วกส็ ามารถจาความสาคัญๆ ในกฎหมายได้
ทั้งหมดจนกระทง่ั พระองคท์ า่ นทรงแตกฉานในกฎหมายไทยและสามารถปฏบิ ตั ริ าชการได้
อยา่ งคลอ่ งแคล่วในเวลาตอ่ มา



ทรงเรมิ่ งานศาลยุติธรรม

ในกาลตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ใหจ้ ดั ตง้ั โรงเรยี นมหาดเล็กหลวงเพอ่ื ใหค้ วามรู้เบื้องตน้ สาหรบั ผูท้ เี่ ขา้ รบั ราชการพลเรอื นใน
กระทรวงตา่ งๆ และทรงมพี ระราชดาริท่ีจะโปรดเกล้าฯ ใหพ้ ระองค์เจา้ รพีพัฒนศกั ด์ทิ รงเปน็
อธบิ ดโี รงเรยี นมหาดเลก็ หลวงนี้ แต่อย่างไรก็ตามพระองค์เจา้ รพีพัฒนศักด์ิได้กราบบงั คมทูล
ว่าได้ทรงศึกษาวชิ านติ ิศาสตรเ์ ป็นสาคัญ จึงทรงพระประสงคท์ จ่ี ะรบั ราชการทางฝ่ายตุลาการ
ซง่ึ พระประสงค์ดังกล่าวน้สี อดคล้องกับพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า
เจา้ อยหู่ ัวท่จี ะใหม้ ีการจดั การแกไ้ ขระเบยี บศาลยตุ ธิ รรมอยกู่ ่อนแล้ว จึงทรงพระกรณุ าโปรด
เกล้าฯ ใหต้ ั้งกองข้าหลวงพิเศษสาหรับหัวเมอื งข้ึน และรับส่งั ให้พระองคท์ า่ นทรงรบั ตาแหน่ง
นายกสภาข้าหลวงพิเศษ จัดการศาลยุติธรรมใหห้ ัวเมอื งโดยมี ขนุ หลวงพระยาไกรสี (เปล่ง
เวภาระ) กบั มิสเตอร์ อาร์. เย. เกกิ ปาตริก เปน็ ข้าหลวงพิเศษประจาการไปจากกรงุ เทพฯ
และมเี ลขานกุ ารประจาพระองค์ คือ เจา้ พระยามหธิ ร (ลออ ไกรฤกษ์) ทัง้ น้เี พ่ือจัดการแกไ้ ข
ธรรมเนียมศาลยตุ ิธรรมหัวเมืองและเพ่อื จัดการตั้งศาลยตุ ิธรรมสาหรบั พจิ ารณาคดตี าม
หวั เมอื งทงั้ ปวงและชาระคดีความตามศาลให้หมดสนิ้ ไปโดยยตุ ิธรรม
ทรงจัดตัง้ ศาลในมณฑลอยุธยาเป็นแหง่ แรกตามคากราบบังคมทูลของกรมพระยา
ดารงราชานุภาพโดยรว่ มกับขา้ หลวงพิเศษในทอ้ งท่อี ีก ๒ คน คือ พระเจา้ นอ้ งยาเธอกรม
ขุนมรุพงศ์ สริ ิพฒั น์ สมุหเทศาภบิ าลมณฑล และพระยาชัยวชิ ติ (นาค ณ ปอ้ มเพชร) รกั ษา
กรุงศรีอยธุ ยา ทรงตัดสนิ คดีทั้งปวงด้วยพระองค์เอง โดยความรวดเร็วและยุตธิ รรม ปรากฏ
พระปรีชาสามารถ เปน็ ทน่ี ยิ มยนิ ดที ่ัวไปในหมปู่ ระชาชน นอกจากน้นั ไดท้ รงจดั ต้งั
ศาลมณฑลตา่ งๆ อกี หลายแห่ง



เสนาบดกี ระทรวงยุตธิ รรม

ตอ่ มาตาแหน่งเสนาบดกี ระทรวงยุตธิ รรมไดว้ ่างลง เนอ่ื งจากพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอกรม
หลวงพิชติ ปรชี ากร เสนาบดีกระทรวงยตุ ธิ รรมได้กราบบังคมลาออกจากตาแหน่งเสนาบดี
กระทรวงยตุ ธิ รรม เนื่องจากประชวร ดงั น้นั พระเจา้ พระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานุ
ภาพจงึ ทรงเสนอต่อพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวให้ทรงตั้งพระองค์เจ้ารพพี ฒั น
ศักดิข์ ้ึนดารงตาแหน่งแทน จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ แต่งต้งั ใหพ้ ระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์
เปน็ เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เมื่อวนั ท่ี ๓ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๔๓๙ ซง่ึ ขณะนัน้ พระองค์
ทรงมีพระชนมายไุ ด้ ๒๒ พรรษา และทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเปน็ ลาดบั ที่ ๓ นับ
แต่มกี ารสถาปนากระทรวงยตุ ธิ รรมขึ้นมา

เม่ือพระองค์ทรงได้ตาแหน่งเปน็ เสนาบดีกระทรวงยุตธิ รรมแล้วก็ได้ทรงเร่ิมจัดการ
แก้ไขเปลี่ยนแปลงงานในกระทรวงยุตธิ รรมใหเ้ ปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยยิ่งข้ึน เพ่อื ให้เข้ารปู แบบ
สากลนิยม ทรงวางระเบียบศาลยุติธรรมโดยออกเป็นกฎเสนาบดกี ระทรวงยุตธิ รรม (ซง่ึ กฎ
เหล่าน้ีได้ใชบ้ ังคับตลอดมา จนกระท่ังมกี ารประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความ
อาญา ในปพี ุทธศกั ราช ๒๔๗๘ และเพ่ือให้มคี วามสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี ได้ทรง
ปรบั ปรงุ ไต่สวนคดีและการลงโทษผู้กระทาผดิ ใหร้ วดเรว็ ยง่ิ ข้ึน



พระกรณียกจิ
พระเจ้าลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ รพีพัฒนศักด์ิ ทรงประกอบพระกรณียกิจท่มี คี ุณูปการ
อย่างใหญ่หลวงตอ่ ประชาชนชาวไทยมากมาย แตจ่ ะนามากล่าวโดยสังเขปดงั น้ี

๑. ทรงเป็นประธานกรรมการร่างกฎหมายเม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๐
๒. ทรงเปน็ กรรมการตรวจตดั สินความฎีกา เมอื่ พ.ศ. ๒๔๔๑
๓. ทรงตั้งโรงเรยี นกฎหมายข้ึนเปน็ ครั้งแรก โดยขอยืมสถานทขี่ องกระทรวงยตุ ิธรรม
เป็นสถานที่สอน และประทานสอนวิชากฎหมายให้แก่นกั เรยี นด้วยพระองค์เอง เมอ่ื พ.ศ.
๒๔๔๐
๔. ทรงเป็นกรรมการตรวจตาแหน่งพนกั งานในรัฐบาล พ.ศ. ๒๔๔๑
๕. ทรงรว่ มจัดราชการฝา่ ยการราชทณั ฑ์ พ.ศ. ๒๔๔๐
๖. ต้งั กองพมิ พล์ ายมือ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๓
๗. ทรงร่วมจดั การการทะเบียนกรรมสิทธท์ิ ีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๔๔
๘. ทรงเปน็ กรรมการตรวจรา่ งกฎหมายลกั ษณะอาญา ร.ศ ๑๒๗ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๒ -
๒๔๕๔
๙. ทรงยกร่างกฎหมายออกโฉนดท่ดี นิ ฉบับที่ ๓ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๒
๑๐. ทรงร่วมจัดการชลประธานในระยะแรก พ.ศ. ๒๔๕๙

ฯลฯ
ทรงลาออกจากตาแหนง่ เสนาบดีกระทรวงยตุ ิธรรม
ครน้ั ถงึ ปพี ุทธศักราช ๒๔๕๓ พระเจา้ ลูกยาเธอกรมหมื่นราชบรุ ีดิเรกฤทธ์ไดถ้ วาย
หนังสือกราบบงั คมทูลลาออกจากตาแหนง่ เสนาบดีกระทรวงยตุ ธิ รรมเพราะเหตุประชวร
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ลาออกจาก
ตาแหนง่ เสนาบดกี ระทรวงยุติธรรมเพื่อรกั ษาพระองคไ์ ด้ นบั รวมเวลาทท่ี รงดารงตาแหน่ง
เป็นเวลาถึง ๑๔ ปี ตลอดเวลาเหล่าน้ีไดท้ รงปฏิบัตหิ นา้ ทร่ี าชการอยา่ งเตม็ ความสามารถ
ครนั้ วันท่ี ๒๓ ตลุ าคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั เสด็จสวรรคต พระบาทสมเดจ็ พระมงกฏุ เกล้าเจ้าอย่หู ัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
สบื แทน

๑๐

เป็นเสนาบดกี ระทรวงเกษตราธิการ
ในปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๕ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ สด็จในกรมฯ กลบั เขา้ รบั ราชการเป็นเสนาบดกี ระทรวงเกษตราธกิ ารตาม
ประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๔ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๔๕๕
ในระหว่างทท่ี รงเปน็ เสนาบดกี ระทรวงเกษตราธิการ เสดจ็ ในกรมฯ ได้ทรงพระวิรยิ ะ
อตุ สาหะจดั การแกไ้ ข วางระเบยี บในกระทรวงนี้อย่างมากมาย เชน่ ทรงวางระบบการ
ทะเบยี นท่ดี นิ การชลประทาน การโลหกิจ นอกจากนีไ้ ดท้ รงจดั สรา้ งสวนทดลองการ
เพาะปลกู หรือนยั หนงึ่ สถานกี สกิ รรมขนึ้ ท่อี าเภอพรมพิราม จังหวัดพษิ ณโุ ลก เมื่อพุทธศักราช
๒๔๕๘ ทางดา้ นการปศุสัตวไ์ ดจ้ ัดตงั้ โรงเรียนสตั วแพทยข์ ึ้นในกรมเพาะปลูกในปีพุทธศกั ราช
๒๔๕๗ อกี ด้วย

ทรงพระประชวร และสน้ิ พระชนม์
ในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๖๒ เสด็จในกรมฯ ทรงประชวรด้วยพระวณั โรคท่ีพระวกั กะ (ไต)
จึงได้ขอพระราชทานกราบถวายบงั คมลาพกั ราชการรักษาพระองค์ และไดเ้ สด็จไปรักษา
พระองค์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แพทยไ์ ดป้ ระกอบพระโอสถถวายและผา่ ตัด จัดการ
รักษาพยาบาลโดยเต็มกาลัง พระอาการก็หาทุเลาขึน้ ไม่ หากแตก่ ลับทรงกับทรดุ ลงทุกวัน
คร้นั ถึงวนั ท่ี ๗ สงิ หาคม พุทธศักราช ๒๔๖๓ เวลา ๒๑ นาฬกิ า พระองค์จงึ สน้ิ พระชนมท์ ่ี
กรุงปารสี รวมพระชนมายุได้ ๔๗ พรรษา นาความโศกเศรา้ เสียใจมาสู่ประเทศไทยย่ิงนัก
พระศพของพระองคท์ ่านได้รบั การประกอบพธิ ถี วายเพลงิ พระศพ ณ กรุงปารสี น่นั เองตามที่
พระองคไ์ ด้ทรงรบั สงั่ ไวก้ ่อนสิ้นพระชนม์วา่ ใหจ้ ัดการพระศพถวายพระเพลงิ เสีย แล้วจงึ ส่งแต่
อฐั ิเขา้ มากรุงเทพฯ โดยมหี ม่อมเจ้าไขแสงรพี ซึง่ เป็นโอรสเชญิ พระอัฐเิ ขา้ มากรงุ เทพมหานคร
เมื่อวนั ที่ ๑ ธนั วาคม พุทธศกั ราช ๒๔๖๓

ในวันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๔๖๓ ไดม้ พี ธิ บี าเพญ็ กศุ ลฉลองพระอัฐิของพระองค์ โอกาส
เดยี วกนั นนั้ ได้มกี ารจดั ต้ังมูลนธิ ิ " รพบี ญุ นิธิ " ข้ึนเพือ่ บาเพ็ญประโยชน์ระลกึ ถึงพระคณุ ของ
เสดจ็ ในกรมฯ สง่ นกั กฎหมายไทยไปศกึ ษาต่อตา่ งประเทศ ซ่งึ มผี ู้ได้รบั ทนุ นห้ี ลายท่าน เชน่
ศาสตราจารย์ ประมูล สวุ รรณศร เปน็ ทา่ นแรก ตอ่ มากม็ ี ฯพณฯ ศาสตราจารยส์ ญั ญา ธรรม
ศักด์ิ เป็นตน้ ทา่ นเหลา่ นล้ี ้วนแต่ได้ช่อื วา่ เป็นนักกฎหมายชัน้ อาจารย์ และไดป้ ระกอบกิจอนั
เป็นคณุ ประโยชนแ์ กป่ ระเทศไทยเปน็ อย่างมาก

๑๑

ทรงไดร้ บั การถวายพระสมัญญาวา่ "พระบดิ าแหง่ กฎหมายไทย"
ดว้ ยคณุ าณุปการอันล้นพน้ ดงั กลา่ วข้างตน้ เนติบัณฑิตยสภาจึงไดถ้ วายการยกย่อง
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดเิ รกฤทธิ์ เป็น “พระบิดาแหง่ กฎหมายไทย ” เมอื่ ปี
๒๔๙๗ ทง้ั เริ่มต้นเรยี ก วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เปน็ “วันรพี” เพอื่ เป็นการน้อมราลกึ ถงึ วนั
คล้ายวันสิ้นพระชนม์ พร้อมทง้ั มกี ารจัดงานบาเพญ็ กุศลอทุ ศิ ถวายเปน็ ประจาทุกปี

อนุสาวรยี พ์ ระรปู หนา้ สานักงานศาลยุติธรรม
เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๘ คณะกรรมการเนติบณั ฑติ ยสภาได้มีมติจดั สร้างอนสุ าวรยี พ์ ระรูป
พระองคเ์ จา้ รพพี ัฒนศักดิ์ขนึ้ โดยไดจ้ ดั การเรี่ยไรเงินจานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตอ่ มาวันที่ ๒๗
มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๗ ไดร้ ับเงินบริจาครวมท้งั หมดเปน็ จานวน ๒๙๖,๕๔๖ .๗๕ บาท ซ่ึงก็ยงั
ไมค่ รบตามจานวนทต่ี ้งั ไว้ แตแ่ มจ้ านวนเงินบรจิ าคนน้ั จะยงั ไม่ครบ แต่ในส่วนของตวั
อนุสาวรยี น์ น้ั ไดม้ กี ารป้ันเสรจ็ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวพรอ้ มด้วย
สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ไดเ้ สด็จพระราชดาเนนิ ทรงเปดิ อนุสาวรีย์พระรูป
พระองค์ เจ้ารพีพฒั น์ศักดใิ์ นวนั ท่ี ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗

พระบดิ ากบั เนติบณั ฑิตยสภา
พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอพระองคเ์ จ้ารพีพัฒนศกั ดิ์ กรมหลวงราชบรุ ดี เิ รกฤทธท์ิ รงเป็นผทู้ ี่
มีความวริ ิยะอุตสาหะในการทางานอยา่ งดี เมื่อพระยามานวรราชเสวี จงึ ทลู ว่า “ไมเ่ คยเหน็
ใครทางานมากอยา่ งใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝา่ พระบาท มีพระประสงค์อย่างไร” ทรงตอบวา่ “รู้
ไหมวา่ My life is Service” ซง่ึ หมายความวา่ ชวี ิตของฉันเกดิ มาเพ่อื รบั ใช้ประเทศชาติ
และทรงยกคติพจน์ของชาวอังกฤษ ชือ่ Kingsley ให้ฟัง โดยรบั ส่งั วา่ พระองค์ทรงยดึ ถือคติ
พจนน์ น้ั เปน็ หลกั ประจาพระองค์ คอื

“คนเราควรจะให้ แตไ่ ม่ควรจะขออะไรจากผู้อื่น

ควรจะกนิ พอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไปถึงกับทอ้ งกาง

ควรชว่ ยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เหยยี บยา่

ควรจะรับใช้ ไมค่ วรคิดเป็นนายคน ”

๑๒

พระประวตั แิ ละพระกรณียกจิ ตลอด ระยะเวลาแหง่ พระชนมช์ ีพของพระองคท์ ่าน
แสดงให้เหน็ ถงึ พระปรีชาสามารถ พระวริ ยิ ะอุตสาหะ และความเอาพระทัยใสใ่ นการพฒั นา
ประเทศชาติบา้ นเมืองโดยไมเ่ หน็ แก่ความเหนด็ เหนอื่ ยของพระองคเ์ อง ทรงสร้างคุณูปการ
อยา่ งใหญห่ ลวงแก่วงการนติ ศิ าสตรไ์ ทยท้งั ทางด้านการวางรากฐานการศกึ ษาวิชานิตศิ าสตร์
การศาลยุตธิ รรมและอนื่ ๆ นานปั การด้วยเหตนุ ีเ้ ราจึงยังคงราลึกถึงพระองคท์ ่านอยู่เสมอใน
พระนามว่า “พระบิดาและองค์ปฐมาจารย์แหง่ นกั นติ ศิ าสตร์ไทย”

พระอสิ ริยยศ
(พ.ศ. ๒๔๑๙ – ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๒)
พระเจ้าลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ รพพี ฒั นศกั ด์ิ เฉลมิ พระนาม โดย พระบาทสมเดจ็

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
(๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๒ – ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓)
พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมน่ื ราชบรุ ีดิเรกฤทธิ์ เฉลมิ พระนามโดย พระบาทสมเด็จ

พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว
(๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ – ๑๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๕๕)

พระเจา้ พย่ี าเธอ กรมหมนื่ ราชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ เฉลมิ พระนาม โดย พระบาทสมเด็จพระ
มงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั

(๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕ – ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘)
พระเจา้ พีย่ าเธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ิ เฉลมิ พระนามโดย พระบาทสมเดจ็ พระ
มงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว
(๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ - ปจั จบุ ัน)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจา้ รพีพฒั นศกั ด์ิ กรมหลวงราชบรุ ดี เิ รกฤทธิ์ เฉลมิ พระ
นาม โดย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล

๑๓

พระชายาและหม่อมในพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองคเ์ จา้ รพพี ัฒนศกั ด์ิ
กรมหลวงราชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ

๑. พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญงิ อรพัทธ์ประไพ มพี ระนามเดมิ ว่า หม่อมเจา้ หญงิ
อรพทั ธป์ ระไพ จกั รพนั ธ์ สถาปนาขึ้นเปน็ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอรพัทธ์ประไพ
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว เม่ือวันท่ี ๒๖ เดอื นพฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช
๒๔๓๖ และสถาปนาข้นึ เปน็ พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าหญงิ อรพัทธ์ประไพ โดย
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว เมือ่ วนั ท่ี ๑๒ เดอื น เมษายน พ .ศ. ๒๔๔๓
ทรงเป็นพระราชธิดาใน สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ จาตรุ นต์รศั มี กรมพระ
จักรพรรดพิ งศ์ ประสูตเิ มอ่ื วันท่ี ๓๐ เดอื น พฤษภาคม พ .ศ. ๒๔๒๓ และสนิ้ พระชนม์ เมอื่
วนั ท่ี ๑๖ เดอื น สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๓

๒. ออ่ น (หมอ่ มออ่ น รพพี ฒั น์ ณ อยธุ ยา ) ธดิ าของหมอ่ มราชวงศห์ ญิงสาอาง เสนี
วงศ์ และพระยาสพุ รรณพจิ ิตร (ตอ่ ) เกดิ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๐ ถงึ แก่อนจิ กรรม เม่อื วันที่ ๔
เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๘

๓. แดง (หมอ่ มแดง รพีพัฒน์ ณ อยธุ ยา) ถงึ แก่อนจิ กรรมประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๒
๔. หมอ่ มราชวงศห์ ญิงสอางค์ ปราโมช (หม่อมราชวงศ์หญงิ สอางค์ รพพี ฒั น์ )
พระธิดาใน พระวรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าคารบ เกดิ เม่อื วันท่ี ๑๙ เดือน กุมภาพันธ์ พ .ศ.
๒๔๔๐ ถงึ แก่อนิจกรรม เมอื่ วันท่ี ๑ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๙

๑๔

จัดทาโดย
กลุ่มงานบริการประชาชนและประชาสัมพนั ธ์

สานกั งานประจาศาลแขวงราชบุรี
115 หมู่ท่ี 3
ตาบลน้าพุ
อาเภอเมือง
จงั หวัดราชบุรี
032 337004


Click to View FlipBook Version