The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-bookกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jaruwanaum1999, 2022-03-08 00:01:34

E-bookกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

E-bookกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ชิ าภาษาไทย

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

นวัตกรรมหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สว์ รรณคดี

พระราชนพิ นธใ์ น
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑



ประวัตผิ แู้ ตง่

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระยาดารงราชานุภาพ

ได้ประทานความเป็นมาของกาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวานไว้ว่า รัชกาลท่ี ๒ คงได้
พระราชทานพระราชนิพนธ์ขึ้นต้ังแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงชมฝีพระหัตถ์สมเด็จ
พระศรีสุริเยนทราบรมราชินี แต่คร้ังยังทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ
เจ้าฟ้าหญิงบุญรอดด้วยทรงมีความสามารถเป็นเลิศในการปรุงเครื่องเสวย
ส่วนจุดประสงค์ในการพระราชนิพนธ์ก็เพ่ือใช้เป็นบทเห่เรือเสด็จประพาสส่วน
พระองค์

๑. เพือ่ ทรงชมฝพี ระหตั ถส์ มเดจ็ พระศรีสรุ ิเยนทราบรมราชนิ ี
๒. เพ่ือใชเ้ ปน็ บทเหเ่ รอื เสดจ็ ประพาสสว่ นพระองค์

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้แต่งตามแบบกาพย์เห่หรือกาพย์เห่เรือ
คือแต่งเป็นโคลงผสมกาพย์ โดยมีโคลงสี่สุภาพ ๑ บท เป็นบทนาหรือขึ้นต้น
แลว้ แตง่ เปน็ กาพยย์ านี ๑๑ ไม่จากดั จานวน ขยายความตอ่ จากโคลงบทนั้นโดยมาก
เน้ือความในกาพย์ยานีบทแรกจะเลียนความโคลงส่ีสุภาพตอนตันบทประพันธ์
ในลักษณะนี้หากพรรณนาความรู้เก่ียวกับเรือหรือการเดินทางทางเรือ เรียกว่า
กาพย์เห่เรือ แตถ่ า้ พรรณนาเรือ่ งอ่ืน ๆ จะเป็นเรื่องใดก็ได้ เช่น ชมนก ชมหนังสือ
หรือชมเครื่องคาวหวาน ดังทอ่ี า่ นนี้ เรียกวา่ กาพยเ์ ห่

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานกล่าวถึงลักษณะเด่นของอาหารไทยโบราณ
ชนิดต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความประณีตในวัฒนธรรมด้านอาหารของคนไทยโดย
พระราชนพิ นธเ์ ชอื่ มโยงอาหารกบั นางผเู้ ปน็ ทร่ี กั อยา่ งกลมกลนื แยบคาย ผอู้ า่ นจงึ ได้
ความรู้ดา้ นเรื่องอาหารพรอ้ มกับความเพลิดเพลนิ จากบทประพนั ธ์

กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวานพระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๒ เปน็ วรรณคดที ม่ี ี
เนอ้ื หาเกยี่ วกบั ประเพณมี เี นอื้ ความพรรณนาอาหารคาวหวานและผลไม้

๑. เครอื่ งคาวทป่ี รากฏในคาประพนั ธ์ คอื มสั มนั่ ยาใหญ่ ตบั เหลก็ ลวก
หมแู นม กอ้ ยกงุ้ แกงเทโพ นา้ ยา แกงออ่ ม ขา้ วหงุ ปรงุ อยา่ งเทศ แกงควั่ สม้ ใสร่ ะกา
พลา่ เนอื้ ล่าเตียง หรมุ่ รงั นก ไตปลา แสรง้ วา่

๒. กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวานมลี กั ษณะเปน็ นริ าศ กลา่ วคอื มกี ารครา่ ครวญ
ถงึ นางอนั เปน็ ทรี่ กั

๓. กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน เปน็ บทประพนั ธท์ น่ี กั วรรณคดนี ยิ มกนั วา่ เปน็
วรรณคดบี รสิ ทุ ธคิ์ อื เพง่ เลง็ ความงดงามไพเราะยงิ่ กวา่ อยา่ งอน่ื

คณุ ค่าของวรรณคดเี รอ่ื งน้ี อย่ทู ค่ี วามไพเราะ และความคมคายของบทเปรียบเทียบ
ในการพรรณนาที่ทาให้ผอู้ า่ นเกิดจินตภาพ รูปลักษณ์ กล่ิน สี ของอาหารได้อย่างชัดเจน
อาหารท่ีปรากฏในเร่ืองกาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวาน สามารถเล่าเรื่องราวได้มากมาย
ทั้งวฒั นธรรม ประเพณี วถิ ีชีวิต และสภาพบ้านเมอื งทาให้ภมู ใิ จในเอกลักษณ์ของอาหาร
ไทยทมี่ คี วามงดงามวจิ ติ ร และพถิ พี ถิ นั ในทกุ ขน้ั ตอนการทา เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี ท่ีผู้หญงิ ไทย
ในปจั จุบนั ควรยดึ ถือ และตระหนักถงึ ความสาคญั ของเสนห่ ์ปลายจวัก

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

พระราชนพิ นธ์ใน
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

แกงมสั มัน่ ไกท่ ่ีทามีกลน่ิ หอมของย่ีหร่าและมีรสชาติท่ีร้อนแรง ผู้ชายคน
ไหนได้รับประทานแกงนี้เข้าไปต้องหลงรักรวมท้ังติดใจในรสชาติ อยากจะ
กลบั มารับประทานอกี

ยาใหญ่มีเคร่ืองต่าง ๆ อย่างครบครัน จัดจานอย่างสวยงามสุดจะพรรณนา
ยิง่ ปรงุ รสด้วยน้าปลาญ่ปี ุ่น ก็ย่งิ ทาใหน้ า่ ล้มิ ลองเป็นทสี่ ดุ

- กาพยเ์ ห่ชมเครอื่ งคาวหวาน -

ตับเหล็กลวกใส่น้าส้มและพริกไทยเล็กน้อย รสชาติของตับเหล็กลวกนี้
อร่อยมากแบบหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อาหารน้ีไม่มีใครทาอร่อยสู้ฝีมือของ
นอ้ งไดเ้ ลย

หมูแนมรสชาติอร่อยเลิศ มาพร้อมกับเคร่ืองเคียงอย่างพริกสดและ
ใบทองหลางมองดแู ลว้ สวยงาม ยามใดทพ่ี ี่ห่างห่อหมแู นม (ไม่ไดก้ นิ หมแู นมนาน ๆ)
ก็จะทาใหพ้ ป่ี ัน่ ปว่ นหัวใจ คิดถงึ แตน่ อ้ งอยูท่ ุกเวลา

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

ก้อยกุ้งปรุงเสร็จแล้วกลิ่นหอมมากราวกับอาหารทิพย์บนสวรรค์ เมื่อ
สัมผัสถูกล้ินมีความอร่อยมากจนแทบขาดใจ จึงไม่มีใครท่ีมีฝีมือ ปรุงอาหาร
เทียบน้องได้

แกงเทโพใช้เน้ือส่วนท้องของปลาเทโพในการปรุง ทาให้น้าแกง มีความมัน
มองดูนา่ ซด รสชาติก็อร่อยมากเปรยี บเหมอื นอาหารบนสวรรค์

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

ด้วยความรักของน้องที่มีต่อพี่ น้องจึงเปล่ียนมาทาน้ายา (ขนมจีน)
แบบแกงขม รสชาตกิ ลมกลอ่ มคลา้ ยแกงออ่ มมะระ ทาใหพ้ ตี่ อ้ งชมฝมี อื ของนอ้ ง
ไมข่ าดปาก และเหมือนจะเห็นหนา้ น้องตลอดเวลา

ข้าวหุงเครือ่ งเทศนมี้ รี สชาติพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อใส่ลูกกระวานลงไป ใครหุงข้าวน้ี
กไ็ ม่อรอ่ ยเทา่ นอ้ งท่ตี ้งั ใจหงุ เลย

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

นอ้ งมคี วามรู้เกย่ี วกบั การทาอาหารมาก ดจู ากการนาเอาหมูป่ามาต้มทา
แกงค่ัวส้มใส่ระกา ทาให้เห็นความลับระหว่างพ่ีกับน้อง ซ่ึงมีแต่ความเจ็บช้า
ระกาใจ

พลา่ เน้อื สดสง่ กลิ่นหอมฟุ้งมากจนเร้าอารมณ์ของพี่ ทาให้คิดถึงคร้ังเม่ือ

เราเคยทะนถุ นอมมอบความรักใคร่ให้แก่กัน ได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน จนได้กล่ิน

กายหอม ๆ ของน้อง - กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

เห็นล่าเตียงแล้วพ่ีก็คิดถึงเตียงนอนของน้อง ซ่ึงเป็นเตียงทองอันมี
ลวดลายเป็นชั้น ๆ สวยงามเหมือนเตียงบนสวรรค์ เห็นแล้วก็ทาให้คิดอยาก
นอนกบั นอ้ ง

พอเห็นหรมุ่ ความเศร้าโศกกเ็ ข้ามารมุ เรา้ ร้อนระอุอยู่ในอก ความเจ็บปวด
ด้วยใจคดิ ถึงน้องนีท้ าใหพ้ รี่ ้อนร่มุ หัวใจ

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

รังนกน่ึงน่ารับประทาน รสชาติก็อร่อยกว่าอาหารอื่น ๆ การท่ีนกต้อง
พรากจากรงั กเ็ ปรยี บเหมือนกับตัวพที่ ีต่ อ้ งพลัดพรากจากนอ้ งไป

อาหารที่ดูเหมอื นจะเป็นไตปลาแต่ความจรงิ คือ ‘แสรง้ วา่ ’ ทท่ี าเลียนแบบ
ไตปลา ทาให้พ่ีหวนคิดถึงคาพูดที่มีชั้นเชิงของน้อง พอเห็นใบโศกก็ทาให้พี่รู้ว่า
นอ้ งกาลงั โศกเศรา้ คร่าครวญถึงพ่ี ทาให้พเี่ ฝา้ คอยน้องอยตู่ ลอดเวลา

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

ผักสองชนดิ คอื ผักโฉมและผักหวาน แล้วเปรียบเทียบว่าผักโฉมน้ี
คอื โฉมของน้องหรอื โฉมของนางใด สว่ นผกั หวานนนั้ เมื่อกวีไดแ้ ลเหน็ กท็ า
ใหค้ วามรกั อนั หวานซง้ึ แผซ่ ่านไปท่ัวหัวใจ

พระราชนพิ นธ์ใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

สังขยาทามาจากไข่ และข้าวเหนียวย้อมสีโศก คือ สีเขียวอ่อน ซ่ึงคงจะ
ย้อมด้วยใบเตยเป็นสาคัญ แต่สาคัญกว่าน้ัน ข้าวเหนียวสีโศกหน้าสังขยาใน
กาพย์ฯ แสดงถงึ ความโศกเศร้าทีต่ อ้ งพรากจากคนรกั

ซ่าหริ่มกะทิสดกับน้าหวานที่เชื่อมน้าตาลทราย และกินแบบเย็น
ซ่งึ น้าแขง็ มใี นสมยั รชั กาลท่ี ๕ การทาซ่าหร่ิมให้เย็นในอดีตเกิดจากการใชเ้ กล็ด
พมิ เสนโรยแทนน้าแข็งวิตกกงั วลแต่พอได้รบั ประทานซ่าหริ่มกท็ าให้ชน่ื ใจ

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

คาศพั ท์ โฉม หมายถงึ ความงาม ฉม หมายถงึ กลน่ิ หอม ชวยโชย หมายถงึ สายลมทพี่ ดั ออ่ น ๆ

ขนมลาเจยี กเปน็ ขนมพนื้ บ้านทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณข์ องจังหวดั อ่างทองเปรยี บ
ไดก้ บั การหา่ งจากนางอนั เปน็ ท่รี ักและไม่ได้กลิน่ ท่ีหอมหวนก็ทรมานใจ

มัศกอด เปน็ ขนมโบราณที่มีมาตัง้ แตส่ มัยอยุธยา หนา้ ตาคลา้ ยกบั คพั เคก้
ฝร่งั รชั กาลท่ี ๒ พยายามหาคาตอบว่ามศั กอดทาไมถงึ ตอ้ งชอ่ื นี้ พยายามค้นหา
จากเอกสารแต่ก็ไม่พบข้อมูล หรืออีกความหมายหน่ึง คาว่า กอดเคล้นใน
บทประพันธ์ หมายถึง กอดแน่น ๆ

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

เปน็ อาหารวา่ งของคนไทย มีลักษณะเป็นแป้งสีเหลืองแผ่นกลมคล้ายโรตี
รับประทานเคียงด้วยการห่อเค้ากับแกงไก่ หรือแกงเขียวหวาน โดยต้องการ
ชื่นชมคนทาลดุ ต่ใี หก้ ินและบรรยายลักษณะของลดุ ต่ใี หเ้ ห็นภาพ

ขนมจีบจีบห่อสวยงามทาให้นกึ ถึงจบี ผา้ นุ่งของนอ้ ง

- กาพยเ์ ห่ชมเครอื่ งคาวหวาน -

คาศพั ท์ คานงึ หมายถงึ คดิ ถงึ เจยี น หมายถงึ ตัด
จากคาประพันธ์ข้างตน้ ผแู้ ตง่ ต้องการจะสื่อใหเ้ ห็นว่าผู้แต่งกาลังมองคน
รักกาลังห่อขนมเทียน

คาศพั ท์ ทพิ ย์ หมายถงึ ของเทวดา ดี วเิ ศษ เทยี มทดั หมายถึง เท่ากับ
ขนมทองหยบิ มกี ลน่ิ หอม ตอ้ งการชมวา่ การจบั จีบของเจา้ ฟา้ หญงิ บญุ รอด

สวย หลงหยิบทองหยิบข้ึนมาจะดมเพียงเพราะอยู่กับคนรัก จึงเกิดอาการ

เขินอาย - กาพยเ์ ห่ชมเครอื่ งคาวหวาน -

พูดถึงลักษณะของการทาขนมผิงที่กาลังร้อนท่ีเกิดจากการทาให้สุกด้วย
ความร้อน เทียบกับจิตใจตนเองท่ีร้อนเหมือนกับขนมผิงที่อบอยู่ในเตาไฟ
ความรสู้ กึ รอ้ นรมุ่ เกดิ จากการรอ้ นอกรอ้ นใจทต่ี อ้ งพลดั พรากจากคนรกั ถา้ ได้เหน็
เจ้าฟ้าหญงิ เมื่อไหร่จติ ใจจะเย็นข้ึน

ขนมรงั ไรคล้ายกบั รงั นก เม่อื รชั กาลท่ี ๒ มองเห็นขนมรังไรก็นึกถึง
นก นกเมอื่ ทารงั คือการมคี ู่ คิดแทนนก นกมีรงั คอื มคี ู่กค็ งจะยินดมี ีความสุขเช่น
กับตนเองมคี นรักกม็ คี วามสขุ เชน่ กัน

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

รัชกาลท่ี ๒ มองเห็นขนมทองหยอดและทองม้วนท่ีแนบสนิทก็คิดถึง
ความหลังที่พระองค์ปิดความลับไว้ เป็นเวลา ๒ ปี แต่ลาพังความลับเรื่อง
ความรกั ของทงั้ สองคนไมม่ ีคนรูเ้ ลย รู้กนั แค่ ๒ คน

จ่ามงกุฎ มีลักษณะคล้ายกะละแมสีขาว ทาจากแป้งข้าวเจ้า หรือ

แป้งข้าวเหนียวผสมกับแป้งถั่วเขียว จากน้ันนาไปกวนกับกะทิ และน้าตาล

ทรายขาวกวนไปเร่ือย ๆ จนเหนยี วคลา้ ยกะละแมซ่ึงต้องใช้เวลากวนนานกว่า

๒ ชว่ั โมง - กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

คาศัพท์ เครง่ หมายถงึ หย่อนลง สถน หมายถงึ เตา้ นม
พอรัชกาลที่ ๒ เห็นบัวลอยนึกถึงดอกบัวจึงคิดถึงหน้าอกของเจ้าหญิงที่มี
ลกั ษณะคล้ายดอกบวั ตูม

คาศัพท์ โกสมุ หมายถงึ ดอกไม้ กล หมายถงึ เหมือน
รัชกาลที่ ๒ ชมว่าช่อม่วงรสชาติอร่อย และมีกล่ินหอมและยัง

มองเหน็ สขี องชอ่ มว่ งเหมือนกบั สไบท่คี นรกั คลมุ

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

พูดถึงลักษณะเส้นของฝอยทอง มีลักษณะเหมือนกับเส้นไหม
พอเห็นเส้นฝอยทองก็คิดถึง เร่ืองราวในอดีตตอนที่เจ้าฟ้าหญิงกาลังเย็บ
ชนุ เสอ้ื ผา้ ดว้ ยไหมทองจีน

คาศัพทท์ ค่ี วรรู้
ยอง หมายถงึ เสน้
เยาวมาลย์ หมายถงึ หญงิ สาวสวยงาม

พระราชนพิ นธใ์ น
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

ผลชดิ มีกลิ่นหอมตลบ และมีรสชาติหอมหวาน เม่ือทานแลว้ กค็ ดิ ถงึ
นอ้ งนาง

ผลตาลเฉาะ มรี สเย็นๆ ทานแล้วถูกใจทาให้ใจเย็นขน้ึ และคดิ ถึงนาง

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

ผลจากลอยแก้ว เหมอื นจะบอกถึงการพลัดพรากจากกัน เป็นบ่อเกิด
ของความทุกขโ์ ศก

คาศพั ท์ทค่ี วรรู้ นาสา หมายถงึ จมูก

มะปราง น้องนางปอกใส่โถแก้วแพรวพราว เม่ือทานแล้วรู้สึกสดชื่น
รู้สกึ อิ่มเอบิ ใจ เหมอื นได้ใกล้ชิดจมูกของนาง

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

คาศัพทท์ คี่ วรรู้ อุรา หมายถงึ อก

มะม่วงพนั ธุ์หมอนทองและอกรอ่ ง มีรสหวานอรอ่ ย เมอ่ื ทานแลว้ กน็ กึ ถงึ
ยามนอนแนบชดิ อกกบั นอ้ งนาง

ล้ินจ่ี ที่นามาทาเป็นของหวาน ถ้าใส่เปลือกส้มซ่าจะเรียกว่า
สม้ ฉุน สม้ ฉุนเม่อื รับประทานแลว้ ก็คิดถึงเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ที่มาแสดงออด
อ้อนคาพดู อย่างมชี ้ันเชงิ

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

คาศัพท์ จัก หมายถึง แกะสลกั โอษฐ์ หมายถงึ ปาก
พลบั จนี ถกู แกะสลกั เปน็ แฉก ๆ เมื่อรบั ประทานแล้วนึกถึงรอยยิ้มที่
เย้ายวน เหมอื นรสชาติของพลับจนี

คาศัพท์ จักทนั หมายถึง เทียบ เปรยี บ
น้อยหน่าถูกปอกเปลือกและนาเมล็ดออก เป็นการชมฝีมือของหญิง
อนั เปน็ ทรี่ กั ว่าไม่มีใครทดั เทียมได้

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

ผลเกด รสชาติหอมหวานน่าทาน เมื่อทานผลลูกเกดแล้วนึกถึงเอวบาง
อรชร ตอนทก่ี าลงั นงั่ สางผมดว้ ยขนเมน่

ทับทิม มลี ักษณะสแี ดงคล้ายเมด็ พลอย เหมือนแหวนท่นี อ้ งนางท่รี ักสวม

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

ทุเรียนทีว่ างไว้บนใบตองมีเน้ือสีเหลืองสวยดูน่ารับประทาน เปรียบได้กับ
ผวิ ของนอ้ งอันเป็นทรี่ ักของพี่

ผลลางสาดต้องหาผลทีม่ ีเนือ้ หอม ผลสุกงอมกินแล้วมีรสชาติหวาน เม่ือ
ได้กนิ แลว้ ทาใหน้ ึกถงึ เทศกาลตรุษสารท

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

แม้ภายนอกผลเงาะจะไมง่ าม แต่รสชาติแสนอรอ่ ย เห็นแล้วนึกถึงความรกั
ของรจนากบั เจ้าเงาะที่รจนาไมไ่ ดม้ องคนแต่ภายนอก

ผลสละนั้นเมื่อมองผลแล้วทาให้คิดถึงลาต้นของมันที่เต็มไปด้วยหนาม
เปรยี บไดก้ บั พ่ีท่เี หมอื นมหี นามทมิ่ แทงใจ เพราะน้องมาสละสิ้นไรเ้ มตตาตอ่ พี่

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

๑. คุณค่าดา้ นเนอ้ื หา หมายถงึ เหตุการณต์ า่ ง ๆ

ที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีและวรรณกรรม เน้ือหาจึง

ประกอบดว้ ยบทบรรยาย บทสนทนาของตวั ละคร และ

ฉาก การพิจารณาคุณค่าด้านเน้ือหา จึงมุ่งไปท่ีการ

พิจารณาองค์ประกอบเนื้อหาเหล่าน้ันว่ามีคุณค่าหรือ

เป็นประโยชนต์ อ่ ผู้อา่ นอยา่ งไร ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ หมายถึง ศิลปะ

ในการเลอื กสรรถอ้ ยคาให้เกิดความไพเราะงดงาม

ท้ังน้ีเพื่อให้ผู้อ่านได้รับรสของเสียง สัมผัสได้ถึง

อารมณ์ และความรู้สกึ ของกวีหรอื ตัวละครในเรอ่ื ง

๓. คุณคา่ ดา้ นสงั คม หมายถงึ การพจิ ารณาสง่ิ ท่ี
สะทอ้ นจากวรรณคดแี ละวรรณกรรม ซึง่ กวีนิยมแทรก
ไว้ในเร่ืองเพื่อเสริมเนื้อความให้มีความชัดเจนและ
สมจรงิ มากขนึ้ นอกจากนยี้ งั แสดงถงึ ความรอบรู้ของกวี
ในเรอ่ื งราวหรอื เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในสังคม
เชน่ ประเพณี ความเช่ือ การดาเนินชีวิต และค่านิยม
เป็นตน้ ๔. คุณค่าด้านการนาไปประยุกต์ใช้ใน

ชีวติ ประจาวนั หมายถงึ ผอู้ า่ นสามารถนาแนวคิด
และประสบการณ์จากเร่ืองท่ีอ่านไปประยุกต์ใช้
หรอื แก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวนั ได้

- กาพยเ์ ห่ชมเครอื่ งคาวหวาน -

ให้ความรเู้ กยี่ วกบั วฒั นธรรมดา้ นอาหารการกนิ ของคนไทยสมยั โบราณ

กาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวาน สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน พิถีพิถัน
ในทุกขนั้ ตอนของการทาอาหาร ไมว่ ่าจะเปน็ การจดั วาง สสี ัน และรปู ลักษณ์ของอาหาร
คาวหวาน รวมท้งั ผลไมช้ นิดตา่ ง ๆ โดยอาหารบางชนดิ นนั้ ไมป่ รากฏแพรห่ ลายหรอื ไม่
คุ้นช่ือในปัจจุบัน อาหารคาว เช่น แสร้งว่า หรุ่ม ล่าเตียง ยาใหญ่ มัศกอด ช่อม่วง
เปน็ ต้น ซ่ึงจะยกตัวอยา่ งดังรายละเอยี ดต่อไปนี้

เป็นอาหารประเภทยา วิธีทา นากุ้งซีแฮ้ ย่างไฟ
พอนา้ ตก ปอกเปลอื กแลว้ เอาเสน้ ดาทห่ี ลงั ออก นาน้ามะนาว
หรือมะกรดู ผสมกบั เกลอื ปน่ ใหเ้ ข้ากนั เทลงในถ้วยกงุ้ เคลา้ ให้
เข้ากัน โรยตะไคร้ห่ันซอย หัวหอมเล็กซอย ขิงอ่อนซอย
ต้นหอม ผักชี พริกแดงพริกเหลืองหั่นโรย คลุกเคล้าให้เข้า
กนั รบั ประทานพรอ้ มกบั ผัก แตงกวา มะเขือ

เป็นอาหารว่าง วิธีทา นารากผักชี กระเทียม
พริกไทยทบี่ ดแลว้ ผดั จนหอมใสห่ อมแดง หมบู ด กุ้งแหง้ ปรุง
รสด้วยน้าปลา น้าตาล ผัดจนแห้ง ใส่ถั่วลิสงค่ัวบด ตักใส่
จาน ตีไข่ไก่ ๑ ฟอง ไข่เป็ด ๓ ฟองจนเข้ากัน ใช้น้ิวจุ่มไข่
โรยไข่ในกระทะให้เป็นรูปตารางสี่เหลี่ยม ลอกใส่จาน วาง
พรกิ ชี้ฟา้ แดงหั่นเป็นเสน้ ยาวบนแผ่นไข่ วางทบั ดว้ ยผกั ชี ใส่
ไสท้ ผี่ ดั ไว้หอ่ เปน็ รปู ส่ีเหล่ยี มขนาดพอคา

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

ในดา้ นของการแกะสลักผลไม้ ก็ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือท่ีแสดงถึงความพยายามและ
ความประณีตของผู้ทา ปรุงแตง่ ด้วยความวจิ ิตรสวยงามทงั้ รูปลกั ษณ์ภายนอกและรสชาติของ
อาหาร ผลไมต้ อ้ งปอกเปลือกควา้ นเมลด็ ออก โดยยังคงรูปลักษณ์เดิม เชน่ “น้อยหน่านาเมลด็
ออก ปล้อนเปลือกปอกเป็นอศั จรรย์” หรือดัดแปลงให้งดงามย่ิงข้ึนอย่างมะปรางร้ิว “หมาก
ปรางนางปอกแล้ว ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง” ก็ทาให้เห็นได้ว่าการแกะสลักผลไม้จะต้องใช้
ความประณีตละเอียดลออในการทาเปน็ สาคัญ

สว่ นขนมไทยวรรณคดกี ม็ กี ารสะท้อนถงึ กรรมวธิ ีการทาทค่ี นรนุ่ หลังแทบไม่มโี อกาส
ไดเ้ หน็ เน่ืองจากกรรมวิธกี ารทาย่งุ ยาก ต้องอาศัยฝมี อื และความอุตสาหะอยา่ งยงิ่ เช่น

ขนมไทยที่ต้องใช้เวลาในการทานาน เร่ิมจากการ
นากะทมิ ากวนกบั นา้ ตาลทราย แป้งขา้ วเหนยี ว และนา้ ใบเตย
ซึ่งในขน้ั ตอนนอี้ าจใช้เวลาถงึ ๒ ชั่วโมง เมื่อไดท้ แี่ ลว้ ตักหยอด
ลงบนใบตองให้มขี นาดพอดคี า แล้วใส่เมล็ดแตงโมท่ีกะเทาะ
เปลือกแล้วลงไป ห่อแลว้ กลัดดว้ ยไม้กลัดให้สวยงาม จากนั้น
นาไปผึง่ แดดจนเน้ือขนมแหง้ กรอบนอกนุ่มใน

เป็นขนมไทยที่ต้องใช้ฝมี ือในการทาอย่างมาก โดย
ผสมแป้งกับน้าดอกอัญชัน คนในกระทะทองเหลืองด้วยไฟ
ออ่ น ๆ ให้สกุ นามานวด แบ่งเป็นก้อน ก่อนจะนาแป้งมาแผ่
ตักไสท้ ่มี สี ว่ นผสมของถั่วนึ่งบดกับฟัก ผสมน้าตาลทรายและ
เกลือ คนในกระทะทองเหลือง ทิ้งให้เย็นห่อแป้งให้มิด ใช้ท่ี
หนีบขนมจับจีบให้เป็นกลีบดอกไม้น่ึงจนสุก แล้วใช้หัวกะทิ
พรมไม่ให้ติดกนั

- กาพยเ์ ห่ชมเครอื่ งคาวหวาน -

๒.๑ การเลน่ เสยี งพยญั ชนะ การเลน่ เสยี งสระ และการเลน่ เสยี งวรรณยกุ ต์

การเลน่ เสยี งพยญั ชนะ คอื การใชส้ มั ผสั พยญั ชนะ (หรอื สมั ผัสอกั ษร)
หลายพยางคต์ ิดกนั เพ่ือความไพเราะ

การเล่นเสยี งสระ คอื การใช้สมั ผัสสระหลายพยางค์ติด ๆ กัน แบ่งได้ ๒ ประเภทคือ

สมั ผัสนอกและสมั ผสั ใน การเล่นสมั ผัสนอกนน้ั เปน็ ไปตามขอ้ บงั คับของฉนั ทลักษณ์อยู่เเลว้ สว่ นการเลน่
สัมผสั ใน เปน็ การเลน่ คาทเ่ี ปน็ ลลี า เป็นสว่ นทที่ าให้เกดิ เสยี งพเิ ศษที่ไพเราะและสะเทือนอารมณ์ ซ่ึงเป็น
ส่วนทกี่ วีใชอ้ วดฝมี อื ตนเอง

การเล่นเสียงวรรณยุกต์ คือ การใช้คาไล่ระดับเรียงตามการผันวรรณยุกต์ไทย ๒ หรือ ๓
ระดับ ตดิ กันเป็นชุด ๆ เป็นการเล่นเสยี งแบบท่ีทาได้ยากที่สุด เพราะนอกจากจะเล่นเสียงแล้วยังต้อง
คานงึ ถึงความหมาย ไม่ให้ผดิ เพ้ียนอีกด้วย

บทประพันธ์ของวรรณคดี เร่ือง กาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวาน สะท้อนคุณค่าทางด้าน
วรรณศิลป์ท้ังการเล่นเสียงพยัญชนะ การเล่นเสียงสระ และการเล่นเสียงวรรณยุกต์ อย่างคล้องจอง
ไพเราะ ดงั ตัวอย่าง

จากบทประพันธจ์ ะเหน็ ไดว้ า่ มกี ารเลน่ เสยี งพยญั ชนะ คอื หรุ่ม,รมุ
รุ่ม,รมุ่ ,เร้า รอ้ น,รมุ ,รมุ่ เลน่ เสยี งพยญั ชนะ /ร/ ไฟ,ฟอน เลน่ เสียงพยัญชนะ
/ฟ/ กลุ้ม,กลาง เล่นเสียงพยัญชนะ /ก/ การเล่นเสียงสระ คือ หรุ่ม,รุม
รุม่ ,รมุ่ ไกล,ใจ รมุ ,ร่มุ ,กลมุ้ และการเล่นเสียงวรรณยุกต์ คือ หรุ่ม,รุม เล่น
เสยี งวรรณยุกต์เอก-สามัญ รุ่ม,รุ่ม,เร้าเล่นเสียงวรรณยุกต์โท-โท-ตรี และ
รอ้ น,รมุ ,รุ่ม เลน่ เสียงวรรณยุกตต์ รี-สามญั -โท

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

จากบทประพันธ์จะเห็นไดว้ ่ามกี ารเลน่ เสียงพยัญชนะคือ จีน,จัก
เลน่ เสียงพยญั ชนะ /จ/ ณีต,น้า เล่นเสียงพยัญชนะ /น/ โอษฐ์,อ่อน เล่น
เสยี งพยญั ชนะ /อ/ ย้มิ ,ยวน ยล,ยง่ิ ยับ,ยบั เลน่ เสยี งพยญั ชนะ /ย/ การเลน่
เสียงสระ คือ พลับ,ยบั ,ยับ และการเลน่ เสียงวรรณยุกต์ คอื ยลยิ่งพลับยับ
ยบั พรรณ เปน็ การเล่นเสยี งวรรณยกุ ต์สามญั -โท-ตรี ตามลาดบั

๒.๒ การใชโ้ วหารเปรยี บเทยี บ หรอื อปุ มาโวหาร ช่วยทาใหเ้ กิดจนิ ตภาพ เชน่

จากบทประพันธ์จะเห็นได้ว่ามีการใช้โวหารเปรียบเทียบ หรืออุปมาโวหาร คือคาว่า ดุจ
โดยเปรียบเทยี บว่าผลไมท้ บั ทิม มลี ักษณะสแี ดงคลา้ ยเม็ดพลอย

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

๒.๒ การใชโ้ วหารเปรยี บเทยี บ หรืออปุ มาโวหาร ชว่ ยทาใหเ้ กิดจนิ ตภาพ เช่น

จากบทประพนั ธจ์ ะเห็นไดว้ ่ามกี ารใชโ้ วหารเปรยี บเทียบ หรืออปุ มาโวหาร คือคาวา่ เหมือน
โดยเปรียบเทยี บวา่ เมือ่ เห็นรังนกก็นึกถึงการท่นี กต้องพรากจากรังไปซึ่งก็เหมือนกับการที่ตัวพี่ต้อง
พลัดพรากจากนอ้ งไป

๒.๓ การใชโ้ วหารเกนิ จรงิ หรอื อติพจน์ เพื่อเนน้ ยา้ ความหมาย ให้ผอู้ า่ นเหน็ ถงึ
ฝมี อื การปรงุ อาหารทเ่ี ปน็ เลศิ ยากจะหาใครเทยี บได้ เช่น

จากบทประพนั ธ์จะเหน็ ได้ว่ามกี ารใชโ้ วหารทเ่ี กินจริง คอื กลา่ วว่ากอ้ ยกงุ้ ปรุงเสร็จแลว้ กลิ่น
หอมมากราวกบั อาหารทพิ ย์ เมื่อสัมผัสลน้ิ อรอ่ ยมากจนแทบขาดใจ ฝมี อื ปรุงอาหารของนอ้ งจึงไม่มี
ใครเทยี บได้ แมว้ ่าจะเปน็ การกลา่ วทดี่ เู กนิ ความเปน็ จรงิ แตห่ ากพิจารณาแลว้ เราจะรู้ไดว้ า่ การท่ีตอ้ ง
กล่าวเกนิ จรงิ กเ็ พราะตอ้ งการเนน้ ยา้ ใหผ้ อู้ า่ นเห็นถงึ ความสามารถชนั้ ยอดในการปรงุ อาหารทไี่ มม่ ใี คร
สามารถเทยี บเทยี มไดน้ น่ั เอง ในส่วนนก้ี จ็ ะทาใหผ้ อู้ า่ นรสู้ กึ ชืน่ ชมในสว่ นของความสามารถในการปรงุ
อาหารชาววัง

- กาพยเ์ หช่ มเครอ่ื งคาวหวาน -

๒.๔ การเลน่ คา เพ่อื สรา้ งอารมณส์ ะเทอื นใจใหแ้ กผ่ อู้ า่ น เช่น

จากบทประพนั ธจ์ ะเหน็ ว่ามกี ารเล่นคาคอื คาวา่ จาก โดยคาว่า จาก ในวรรคแรก หมายถึง
ผลจากท่เี ปน็ ผลไม้ ส่วนคาวา่ จาก ในวรรคท่ี ๒ และ ๓ หมายถึงการพลดั พรากจากกนั กวีตอ้ งการ
จะส่อื ว่าผลจากลอยแกว้ เหมอื นจะบอกถึงการพลดั พรากจากกนั ซึ่งเปน็ บ่อเกิดของความทุกข์โศก
น่นั เอง

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -

สะท้อนสภาพบา้ นเมอื งในสมยั อดตี

การติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน ชาวอินเดีย หรือชาวเปอร์เซีย ทาให้มีการ
แลกเปลย่ี นวฒั นธรรมดา้ นอาหารการกนิ ในเรอื่ งกลา่ วถึงอาหารคาวหวานท่ไี ทยไดร้ ับกรรมวิธกี าร
ทามาจากชาวต่างชาติ ดังตวั อย่าง ดงั ตวั อยา่ ง

จากบทประพันธจ์ ะเหน็ ไดว้ ่ามกี ารหุงข้าวโดยใช้เนยหรือน้ามันเนยเป็นตัวรัดเมล็ดข้าวให้
เรียงตัวดูสวยงามและใสเ่ ครอ่ื งเทศชนิดหนึ่งมชี ่อื ว่า ลูกเฮลท์ ซง่ึ เพีย้ นเสียงมาเป็น ลกู เอ็น ทาให้มี
กลิน่ เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะ ซง่ึ กรรมวธิ ใี นการทาดงั กล่าวเราได้รับมาจากชาวต่างชาติ

จากบทประพันธ์จะเห็นได้ว่าขนมลุดต่ีเป็นขนมอย่างหน่ึงที่เราได้รับมาจากการค้าขายกับ
ชาวต่างชาติเชน่ กนั คือชาวแขก เน่ืองจากขนมมีกลิ่นอายของความเปน็ แขกอยูอ่ ยา่ งชัดเจน

จากบทประพันธ์จะเห็นได้ว่าเรามีการติดต่อค้าขายกับชาวญี่ปุ่นด้วย คือการใช้น้าปลา
ญี่ปุน่ ในการปรุงอาหาร โดยคาดวา่ น้าปลาญีป่ ุ่นถุกนาเขา้ มากับเดินเรือสินคา้ ในสมัยก่อน จงึ ทาใหค้ น
ไทยไดม้ ีการนาเครอื่ งปรุงคอื น้าปลาญป่ี ุ่นมาใชใ้ นการปรุงอาหารของชาววงั ในประเทศไทย

- กาพยเ์ หช่ มเครอื่ งคาวหวาน -

๔.๑ คนไทยตระหนกั ในคณุ ค่าทางโภชนาการอาหารไทยทมี่ ไี มแ่ พอ้ าหารนานาชาติ

การเรียนรู้วรรณคดีไทยเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องหวาน จะเป็นช่องทางสาคัญในการสร้าง
ความตระหนกั ร้ใู หค้ นไทยไดร้ ู้วา่ อาหารไทยชาววงั ของเรามคี ณุ คา่ ทางโภชนาการทไี่ ม่แพ้อาหารของ
ชาวต่างชาติหรืออาหารอื่นทั่วโลก เห็นได้จากอาหารไทยจะมีกรรมวิธีใน การทาอย่างประณีต
ละเอียดลออ เพราะใสใ่ จในการปรงุ และต้องการใหผ้ ทู้ ไ่ี ดร้ บั ประทานไดร้ บั ถงึ รสชาตแิ ละคณุ คา่ ทาง
โภชนาการอยา่ งเตม็ ที่ วรรณคดีเรอื่ งน้จี งึ ทาใหเ้ ราสามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตเราได้อีกว่าเรา
ควรร้จู กั เลอื กปรุงอาหารทง้ั คาวและหวานอย่างถกู ตอ้ งตามกรรมวิธีไมใ่ หผ้ ดิ เพ้ียน เพราะการที่เรา
ใสใ่ จในกรรมวธิ ีในการปรุงอาหารก็ยอ่ มจะสง่ ผลดีในด้านโภชนาการสาหรับผู้บริโภค และถือเป็น
การอนุรักษ์อาหารคาวหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยไปในตัวด้วย กลับกันหากเราไม่ใส่ใจใน
กรรมวิธีในการปรุง หยิบจับผสมกันไปมาอย่างไม่มีความแน่ชัด ก็จะทาให้อาหารออกมาไม่น่า
รบั ประทาน และอาจส่งผลกระทบตอ่ คณุ ค่าทางโภชนาการทางดา้ นรา่ งกาย รวมถงึ ทาใหเ้ อกลกั ษณ์
ความถูกตอ้ งของอาหารไทยลดทอนลงไปด้วย

๔.๒ อาหารไทยเปน็ เครอ่ื งสอื่ ความรกั ความหว่ งใย และความผกู พนั ของครอบครวั

เมื่อเรารู้จักท่ีจะปรุงอาหารด้วยกรรมวิธีท่ีถูกต้อง และใส่ใจท่ีจะทาอย่างประณีต
ละเอียดลออทุกกระบวนขน้ั ตอน แมอ้ าหารบางชนดิ จะใชเ้ วลานานหากเราเลอื กท่จี ะปรงุ อย่างถกู
วธิ ีและประณตี แต่สาหรบั ผบู้ ริโภคแลว้ เมอื่ เลง็ เหน็ วา่ สง่ิ ทร่ี บั ประทานมีรสชาตทิ อี่ รอ่ ยตามแบบฉบบั
ถูกสุขลกั ษณะ ผูบ้ รโิ ภคยอ่ มรสู้ ึกได้วา่ คนทามคี วามใสใ่ จอยา่ งแทจ้ ริง เราสามารถนามาประยุกตใ์ ช้
ในชีวติ ไดค้ ือการปรงุ อาหารสาหรบั คนในครอบครวั เพราะเวลาเราปรงุ อาหารอย่างประณีตทกุ จาน
กจ็ ะทาใหค้ นในครอบครวั เห็นถึงความตง้ั ใจ ใสใ่ จผ่านการลงมือทา และร้วู า่ ผทู้ ท่ี าอาหารปรารถนา
ดีอยากจะใหค้ นในครอบครัวได้รบั คณุ คา่ ทางโภชนาการทด่ี ี

- กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวาน -


Click to View FlipBook Version