หน่วยที่ 3
การบญั ชีมลู นิธิและสมาคม
สาระการเรยี นรู้
1. ความรเู้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั มลู นิธิ
2. ความรเู้ บ้ืองตน้ เกย่ี วกบั สมาคม
3. ความแตกต่างระหว่างมลู นิธิและสมาคม
4. สถานท่ีจดทะเบียนมลู นิธิและสมาคม
5. หนา้ ที่ของมลู นิธิและสมาคมที่ตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมาย
6. การเสียภาษีเงินไดข้ องมลู นิธิหรอื สมาคม
7. อตั ราภาษีและการคานวณภาษี
8. มลู นิธิหรอื สมาคมที่ไดร้ บั การยกเวน้ ภาษี
9. งบการเงินของมลู นิธิหรอื สมาคม
ความหมายของมลู นิธิ (Foundation)
“มลู นิธิ” ตามมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด 2 นิติบุคคล ส่วนที่ 3 มลู นิธิ บัญญัติไวว้ ่า หมายถึง ทรัพย์สินที่
จดั สรรไวโ้ ดยเฉพาะสาหรับวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อการกศุ ล สาธารณะ การศาสนา
ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชนอ์ ย่างอื่น
โดยมิไดม้ ่งุ หาประโยชนม์ าแบ่งปันกันและไดจ้ ดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่ง
ประมวลกฎหมายน้ี และการ จัดการทรัพยส์ ินของมลู นิธิ ตอ้ งมิใช่เป็ นการหา
ผลประโยชน์เพื่อ บุคคลใด นอกจากเพื่อดาเนินการตามวัตถปุ ระสงค์ของ
มลู นธิ ินน้ั เอง
โดยมลู นิธิที่ไดจ้ ดทะเบียนแลว้ จะมีฐานะเป็ นนิติบุคคล ตามมาตรา
122 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์
ทรัพยส์ ินตามมาตรา 110 นนั้ เป็ นการนาเอาเงนิ สดและอสงั หาริมทรัพยม์ ารวมกนั เขา้ เป็ น ทรัพยส์ ิน
เพอ่ื ทากิจกรรมใหเ้ ป็ นไปตามวัตถปุ ระสงค์ หลกั เกณฑข์ องการจัดตง้ั มลู นธิ ิ ทางราชการ กาหนดทนุ ทรัพย์
เร่ิมแรกไว้ คือ ตอ้ งมเี งนิ กองทนุ เป็ นเงนิ สดไมน่ อ้ ยว่า 500,000 บาท ถา้ เป็ นทรัพย์สินอื่นตอ้ งมีเงินสดไม่
นอ้ ยว่า 250,000 บาท แต่ถา้ มลู นธิ ิมีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อการสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา
ศาสนา สาธารณภยั และเพ่ือการบาบัด รักษา คน้ ควา้ ป้ องกันผปู้ ่ วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมลู นิธิเป็ น
หนว่ ยงานของรัฐ ไดร้ ับการผอ่ นผนั ใหม้ ที รพั ยส์ นิ เป็ นกองทนุ ไมต่ า่ กว่า 200,000 บาท ถา้ เป็ นทรัพยส์ ินอ่ืน
จะตอ้ งมเี งนิ สด ไมน่ อ้ ยกว่า 100,000 บาท
การจดั ตง้ั มลู นิธิ
ตามมาตรา 111 แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ไดก้ าหนดใหม้ ลู นธิ ติ อ้ งมี
ขอ้ บงั คบั และตอ้ งมคี ณะกรรมการของมลู นธิ ิ ประกอบดว้ ยบคุ คลอย่างนอ้ ย 3 คน
เป็ นผดู้ าเนนิ กจิ การของมลู นธิ ิตามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ของมลู นธิ ิ การกอ่ ตงั้ มลู นธิ ิ
ตอ้ งมบี คุ คลหรือคณะบคุ คลมาร่วมกนั ปรึกษาหารือ เพอ่ื ดาเนนิ การในเรื่อง ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ทรัพยส์ ินท่ีจะจดั ตงั้ มลู นธิ ิ
2. จดั ทาขอ้ บงั คับของมลู นธิ ิ
3. กาหนดทตี่ ง้ั ของสานกั งานมลู นธิ ิ
4. แตง่ ตง้ั และกาหนดตาแหนง่ กรรมการมลู นธิ ิ เชน่ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ เหรัญญิก เลขานกุ าร เป็ นตน้
การจดั ตง้ั มลู นิธิ
5. แตง่ ตงั้ บคุ คล เพือ่ มอบหมายใหด้ าเนนิ การในเร่ืองการยนื่ เรืองราวขอจดั ตงั้ มลู นธิ ิ เมอ่ื ได้ ประชมุ กนั กระทาการ
ตามขอ้ 1-5 แลว้ ใหผ้ ไู้ ดร้ ับมอบหมายจดั ทาเอกสารเพอ่ื ย่นื เรื่องขอจดั ตง้ั มลู นธิ ิ จานวน 3 ชดุ ดงั นี้
1. แบบคารอ้ งขอจดทะเบียนจดั ตงั้ มลู นธิ ิ (แบบ ม.น.1)
2. ใบอนญุ าตจดั ตง้ั สมาคมหรือองคก์ าร (แบบ ว.ธ.3) กรณีท่ีมลู นธิ มิ วี ตั ถปุ ระสงค์ เกยี่ วขอ้ งกบั ศลิ ปะ วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนยี มประเพณี
3. รายงานการประชมุ จดั ตง้ั มลู นธิ ิ
4. ขอ้ บงั คบั ของมลู นธิ ิ
5. หนงั สอื รบั รองการเงนิ
6. หนงั สอื คามนั่ สญั ญา
7. หนงั สอื อนญุ าตใหใ้ ชส้ ถานท่ี
8. หนงั สอื อนญุ าตใหใ้ ชช้ อื่ ตวั หรือชอ่ื สกลุ เป็ นชอ่ื ของมลู นธิ ิ (ถา้ มกี รณีเกยี่ วขอ้ ง)
9. แผนท่ีแสดงท่ตี งั้ สานกั งานมลู นธิ ิ
10. บนั ทึกคาใหก้ ารของผจู้ ะเป็ นกรรมการของมลู นธิ ิ
11. หนงั สือรับรองราคาประเมนิ ท่ดี นิ ของเจา้ พนกั งานท่ีดนิ (กรณีมที รพั ยส์ ินเป็ นท่ีดินอย่ใู น กองทนุ จดั ตงั้ มลู นธิ ิ)
12. บญั ชรี ายชอ่ื กรรมการมลู นธิ ิ
13. สาเนาทะเบยี นของอาคารสถานท่ีตง้ั สานกั งานมลู นธิ ิ
14. สาเนาทะเบยี นบา้ นของผจู้ ะเป็ นกรรมการมลู นธิ ทิ กุ คน
15. สาเนาบตั รประจาตวั ประชาชนของผจู้ ะเป็ นกรรมการมลู นธิ ิทกุ คน
16. อน่ื ๆ (ถา้ ม)ี เชน่ สาเนาพินยั กรรม สาเนาโฉนดทด่ี นิ เป็ นตน้
การดาเนินงานของมลู นิธิ
1. ปฏิบัตติ ามขอ้ บงั คบั และขอ้ กาหนดของกระทรวงมหาดไทย
2. ตอ้ งรายงานผลการดาเนนิ งานใหเ้ ขตหรืออาเภอทอ้ งทที่ ี่มลู นธิ ติ ง้ั อยู่ ดงั นี้
2.1 สง่ สาเนาบนั ทึกรายงานการประชมุ ใหเ้ ขตหรืออาเภอทราบทกุ เดือน หากเดอื นใด
ไมม่ กี ารประชมุ ใหร้ ายงานดว้ ยว่าไมม่ กี ารประชมุ
2.2 รายงานผลการดาเนนิ งานใหเ้ ขตหรืออาเภอทราบ อย่างนอ้ ยปี ละ 1 คร้ัง
2.3 รายงานงบดลุ (ปัจจบุ ันคืองบแสดงฐานะการเงนิ ) และงบรายรบั รายจ่ายใหเ้ ขต
หรืออาเภอทราบปี ละ 1 คร้งั
2.4 อานวยความสะดวกโดยการจดั เตรียมเอกสารหลกั ฐานตา่ งๆ ใหเ้ จา้ หนา้ ที่เขต
หรืออาเภอตรวจสอบ ขณะออกตรวจผลการดาเนนิ งานประจาปี ของมลู นธิ ิ
ทนุ ของมลู นิธิ
ตามมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กาหนดไวด้ งั น้ี
1. ทนุ เร่ิมแรก ตอ้ งมีเงินกองทนุ เป็ นเงินสดไม่นอ้ ยกว่า 500,000 บาท
ถา้ เป็ นสินทรพั ยอ์ ื่นตอ้ ง มเี งนิ สดไมน่ อ้ ยกว่า 250,000 บาท
2. ถา้ มีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อการสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา
ศาสนา สาธารณภยั และเพื่อการบาบัด รักษา คน้ ควา้ ป้ องกนั ผปู้ ่ วยจากยาเสพติด
เอดส์ หรือมลู นิธิเป็ นหน่วยงานของรัฐ ทนุ จดทะเบียนตอ้ งเป็ นเงินสดไม่ตา่ กว่า
200,000 บาท ถา้ เป็ นทรัพยส์ ินอ่นื จะตอ้ งมเี งนิ สดไมน่ อ้ ยกว่า 100,000 บาท
การเลิกมลู นิธิ
ถา้ มลู นิธิมีเหตตุ อ้ งเลิก ทรัพย์สินที่เหลืออย่ทู ั้งหมดตอ้ งตกเป็ นกรรมสิทธ์ิของ
นิติบุคคลอ่ืนท่ีมีวัตถปุ ระสงค์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 110
เท่านนั้
สถานท่ีจดทะเบียนมลู นิธิ
ในเขตกรงุ เทพมหานคร : ใหย้ ื่นต่อนาย
ทะเบียนมลู นธิ ิแห่งทอ้ งที่ที่สานกั งานมลู นิธิ
ตงั้ อยู่ ณ สานกั งานเขต
ในเขตจังหวัด อ่ืน : ให้ย่ื นต่อนาย
ทะเบียนมลู นิธิจังหวัด ณ ที่ว่าการอาเภอ
ทสี่ านกั งานใหญ่ มลู นธิ ติ ง้ั อยู่
ความรเู้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั สมาคม
ความหมายของสมาคม (Association)
“สมาคม” ตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง หมายถึง การก่อตั้ง
สมาคมเพือ่ กระทาการใด ๆ อนั มลี กั ษณะตอ่ เนอื่ งร่วมกนั และมใิ ชเ่ ป็ นการหาผลกาไรหรือ
รายไดม้ าแบ่งปันกนั ตอ้ งมขี อ้ บงั คับและจดทะเบียนตามบทบญั ญัตแิ หง่ ประมวลกฎหมายน้ี
โดยสมาคมที่ไดจ้ ดทะเบียนแลว้ จะมฐี านะเป็ นนิติบคุ คลตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ นอกจากนสี้ มาคมยงั อาจจดั ตงั้ ขน้ึ ตามกฎหมายอื่น ๆ ดงั นี้
- พระราชบัญญตั สิ มาคมการคา้ พ.ศ. 2509
- พระราชบัญญตั กิ ารฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2517
- พระราชบญั ญัตแิ รงงานสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2518
ขอ้ บงั คบั ของสมาคม
ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 79 และ มาตรา 80 ไดบ้ ญั ญัตเิ กย่ี วกบั
ขอ้ บังคบั ของสมาคม และชอ่ื สมาคมไวด้ งั นี้
มาตรา 79 ขอ้ บังคบั ของสมาคมอย่างนอ้ ยตอ้ งมรี ายการดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ชอื่ สมาคม
2) วตั ถปุ ระสงคข์ องสมาคม
3) ที่ตง้ั สานกั งานใหญ่ และท่ตี งั้ สานกั งานสาขาทง้ั ปวง
4) วิธรี บั สมาชกิ และการขาดจากสมาชกิ ภาพ
5) อตั ราค่าบารงุ
6) ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั คณะกรรมการของสมาคม ไดแ้ ก่ จานวนกรรมการ การตงั้
กรรมการ วาระการดารงตาแหนง่ ของกรรมการ การพน้ จากตาแหนง่ ของกรรมการ และการ
ประชมุ ของคณะกรรมการ
7) ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั การจดั การสมาคม การบญั ชี และทรพั ยส์ นิ ของสมาคม
8) ขอ้ กาหนดเกีย่ วกบั การประชมุ ใหญ่
มาตรา 80 สมาคมตอ้ งใชช้ อื่ ซ่ึงมคี าว่า “สมาคม” ประกอบกบั ชอื่ ของสมาคม
การจดั ตง้ั สมาคม
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 81 และมาตรา 83 ไดบ้ ญั ญัติ
เก่ยี วกบั การจดั ตงั้ สมาคม ไวด้ งั น้ี
มาตรา 81 การขอจดทะเบียนสมาคมนนั้ ใหผ้ จู้ ะเป็ นสมาชกิ ของสมาคม
จานวนไมน่ อ้ ยกว่า สามคน ร่วมกนั ย่ืนคาขอเป็ นหนงั สือตอ่ นายทะเบียนแหง่ ทอ้ งที่
ท่ีสานกั งานใหญ่ของสมาคมจะตงั้ ขน้ึ พรอ้ มกบั แนบขอ้ บงั คบั ของสมาคม รายชอื่ ท่ีอยู่
และอาชพี ของผจู้ ะเป็ นสมาชกิ ไมน่ อ้ ยกว่าสบิ คน และรายชอ่ื ท่ีอยู่ และอาชพี ของผจู้ ะเป็ น
กรรมการของสมาคมมากบั คาขอดว้ ย
มาตรา 83 สมาคมทีไ่ ดจ้ ดทะเบียนแลว้ เป็ นนติ บิ คุ คล
จากบทบัญญัติขา้ งต้นสรุปได้ว่า การจัดต้ัง
สมาคมตอ้ งปฏิบัตดิ งั นี้
1. การก่อต้ังสมาคมตอ้ งมีขอ้ บังคับและจด
ทะเบียนเป็ นนติ บิ คุ คล
2. การขอจดทะเบียน ผจู้ ะเป็ นสมาชิกของ
สมาคมจานวนไมน่ อ้ ยกว่าสามคนร่วมกนั ยื่น
คาขอเป็ นหนงั สือตอ่ นายทะเบียนแห่งทอ้ งท่ี
ที่สานักงานใหญ่ของสมาคมจะตั้งขึ้นพรอ้ มกับ
แนบขอ้ บังคบั ของสมาคม รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพ
ของผจู้ ะเป็ นสมาชกิ ไม่นอ้ ยกว่าสิบคน และรายชื่อ
ท่ีอยู่ และอาชีพ ของผู้จะเป็ นกรรมการของ
สมาคมมากบั คาขอดว้ ย
ประเภทสมาชิก
สมาชกิ ของสมาคมมหี ลายประเภทแตโ่ ดยทวั่ ไปจะมี 2 ประเภทไดแ้ ก่
1. สมาชกิ สามญั
2. สมาชกิ วิสามญั
นอกจากนอ้ี าจมสี มาชกิ ประเภทอื่น เชน่ สมาชกิ สมทบ สมาชกิ
กิตตมิ ศกั ดิ์ สมาชกิ สถาบนั เป็ นตน้
การชาระคา่ บารงุ สมาชิก
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 90 และมาตรา 92 ไดบ้ ัญญัติ
เก่ยี วกบั การชาระ ค่าบารงุ สมาชกิ และความรบั ผดิ ในหนขี้ องสมาคมไวด้ งั น้ี
มาตรา 90 สมาชิกของสมาคมตอ้ งชาระค่าบารงุ เต็มจานวน ในวันท่ีสมคั รเขา้ เป็ น
สมาชกิ หรือในวนั เริ่มตน้ ของระยะเวลาชาระค่าบารงุ แลว้ แต่กรณี เวน้ แตข่ อ้ บังคับของสมาคม
จะกาหนดไวเ้ ป็ นอย่างอื่น
มาตรา 92 สมาชกิ แตล่ ะคนมคี วามรบั ผดิ ในหนขี้ องสมาคม ไม่เกินจานวนค่าบารงุ
ที่สมาชกิ นนั้ คา้ งชาระอยู่ จากบทบญั ญัตขิ า้ งตน้ สรปุ ไดว้ ่า ผเู้ ป็ นสมาชกิ ของสมาคมจะตอ้ ง
ชาระค่าบารงุ เต็มจานวน ยกเวน้ ขอ้ บังคับของสมาคมจะกาหนดไวเ้ ป็ นอย่างอ่ืน เช่น ใหช้ าระ
เป็ นงวด ดงั นน้ั ในกรณีท่ียงั ชาระใหไ้ มห่ มด สมาชิกรายนน้ั จะตอ้ งรับผดิ ในหนส้ี ินของสมาคม
กบั ส่วนทย่ี งั ไมไ่ ดช้ าระหรือคา้ งชาระ
ตวั อย่าง สมาคมแห่งหนง่ึ รับสมาชกิ 2 ประเภทคือ สมาชกิ สามญั และวิสามญั โดย
กาหนดอัตรา ค่าบารงุ สมาชิกไวด้ ังน้ี สมาชิกสามัญ คนละ 1,000 บาท ต่อปี สมาชิก
วิสามญั คนละ 1,200 บาท ตอ่ ปี นาย ก สมคั รเป็ นสมาชกิ สามญั โดยชาระค่าบารงุ ในวันท่ี
สมคั รจานวน 700 บาท ท่ีเหลือ จะนามาชาระภายหลงั ดงั นน้ั นาย ก ตอ้ งรับผิดในหนี้สิน
ของสมาคมจานวน 300 บาท
การเลกิ สมาคม
ตามมาตรา 101 แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ พ.ศ. 2535 กาหนดให้
สมาคมเลกิ ดว้ ยเหตหุ นงึ่ เหตใุ ด ดงั น้ี
(1) เมอื่ มเี หตตุ ามทกี่ าหนดในขอ้ บังคบั เป็ นการเลกิ ตามเหตทุ ี่กาหนดไวใ้ นขอ้ บังคับ
ของสมาคมนนั้ ๆ และสมาคมไดป้ ฏิบตั ติ ามเหตทุ ่ี กาหนดไวค้ รบถว้ นแลว้
(2) ถา้ สมาคมตงั้ ขน้ึ ไวเ้ ฉพาะเวลาใด เมอื่ สิ้นระยะเวลานนั้ เป็ นการเลกิ ตาม
กาหนดเวลาทต่ี กลงไว้ ซึ่งอาจกาหนดไวใ้ นขอ้ บงั คับหรือในมตทิ ี่ประชมุ จดั ตง้ั ก็ได้
(3) สมาคมตง้ั ขน้ึ เพือ่ กระทากิจการใดเมอื่ กิจการนนั้ สาเร็จแลว้ เป็ นการกาหนดไว้
เป็ นการเฉพาะกจิ และกจิ การนน้ั ไดก้ ระทาครบถว้ นแลว้
(4) เมอื่ ทีป่ ระชมุ ใหญ่มมี ตใิ หเ้ ลกิ เป็ นการเลกิ โดยผลจากที่ประชมุ ใหญ่ของสมาคม
(5) เมอื่ สมาคมลม้ ละลาย เป็ นการเลกิ โดยผลทส่ี มาคมถกู ฟ้ องลม้ ละลาย และศาลได้
สงั่ เป็ นท่ีส้นิ สดุ แลว้
(6) เมอ่ื นายทะเบียนถอนชอ่ื ออกจากทะเบียน ตามมาตรา 102
(7) เมอ่ื ศาลสงั่ ใหเ้ ลกิ ตามมาตรา 104
ความแตกต่างระหว่างมลู นิธิและสมาคม
1. เป็ นองคก์ รท่ตี ง้ั ขนึ้ และดาเนนิ งานโดยเอกชนหรือประชาชน
2. ไมแ่ สวงหาผลกาไร และมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื การกศุ ลและสาธารณประโยชน์
3. มตี ราสารหรือขอ้ บงั คับ มลู นธิ จิ ะมตี ราสาร และสมาคมจะมขี อ้ บังคับ
ซึ่งจดทะเบียนไวก้ บั ทางราชการ การดาเนนิ งาน จะตอ้ งเป็ นไปตามตราสารและ
ขอ้ บังคบั ทกี่ าหนดไว้
4. มคี ณะกรรมการดาเนนิ งาน ตามจานวนทกี่ าหนดไวใ้ นตราสารหรือ
ขอ้ บังคบั และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รบั ผดิ ชอบในการ
ดาเนนิ งานโดยมปี ระธานมลู นธิ หิ รือนายกสมาคม เป็ นประธานคณะกรรมการ
และเป็ นผแู้ ทนของมลู นธิ ิและสมาคม ในการทาธรุ กรรมหรือกจิ กรรมตา่ ง ๆ
5. จะตอ้ งจดทะเบียน เมอ่ื ไดร้ บั อนญุ าตแลว้ จะมฐี านะเป็ นนติ บิ คุ คล
สถานท่ีจดทะเบียนมลู นิธิและสมาคม
มลู นิธิและสมาคมสามารถจดทะเบียนได้ 2 ท่ี คือ
1. สานกั การสอบสวนและนติ กิ าร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
2. กรมสรรพากร
ปัญหาเรื่องการบงั คบั ใชก้ ฎหมายของมลู นธิ ิหรือสมาคม สามารถแบ่งเป็ น 2 กลมุ่ คือ
กลม่ ุ แรก จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย คนท่ีบริจาคเงนิ ใหก้ บั มลู นธิ ิหรือสมาคมกลมุ่ นีน้ าใบเสร็จ
รับเงนิ มาหกั ภาษไี มไ่ ด้ ส่วนมลู นธิ ิหรือสมาคมมหี นา้ ที่ตอ้ งเสียภาษีเงนิ ไดน้ ติ บิ คุ คล พรอ้ มแนบงบการเงนิ เหมือน
บริษทั หา้ งรา้ นทวั่ ไป ปรากฏว่ามมี ลู นธิ ิหรือสมาคมประเภทนไี้ มม่ าย่ืนแบบหรือหนภี าษี
กลม่ ุ ที่ 2 มลู นิธิหรือสมาคมท่ีไดร้ ับการยกเวน้ ภาษี ขอ้ มลู ณ วันที่ 13 มีนาคม 2556 ตามประกาศ
กระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยการยกเวน้ ภาษเี งนิ ไดแ้ ละภาษมี ลู ค่าเพิ่ม ฉบบั ที่ 2 กาหนดให้ ผทู้ ่ีบริจาคเงนิ ใหก้ บั มลู นธิ ิ
หรือสมาคมกล่มุ นี้นาใบเสร็จหักภาษีได้ ส่วนตัวองคก์ รไดร้ ับยกเวน้ ภาษีเงินได้และภาษีมลู ค่าเพิ่ม แต่มีขอ้ แมว้ ่า
มลู นิธิหรือสมาคมกล่มุ น้ีตอ้ งส่งรายงานการประชมุ ใหญ่ งบดลุ รายรับรายจ่าย ผลการดาเนินงานของมลู นิธิ-
สมาคมใหก้ รมสรรพากรตรวจสอบภายใน 150 วนั หากพน้ กาหนดเวลาจะถกู เพิกถอนรายชือ่ ออกจากประกาศ
กระทรวงการคลงั ฯ กลบั ไปเป็ นมลู นธิ หิ รือสมาคม กลมุ่ แรก ซ่ึงตอ้ งเสยี ภาษตี ามปกติ
หนา้ ที่ของมลู นิธิและสมาคมท่ีตอ้ งปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
การเสียภาษีเงินไดข้ อง มลู นธิ ิหรือสมาคมท่ีประกอบการมรี ายได้ หากรัฐมนตรีว่าการ
มลู นิธิหรอื สมาคม กระทรวงการคลัง มิไดป้ ระกาศกาหนดใหเ้ ป็ นองค์การหรือสถาน
สาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร มหี นา้ ท่ี
ตอ้ ง นารายไดท้ ่ีไดร้ ับก่อนหักรายจ่ายใดๆ มารวมคานวณเพื่อเสีย
ภาษเี งนิ ไดน้ ติ ิบคุ คล และย่ืนแบบแสดงรายการภาษเี งนิ ไดม้ ลู นิธิหรือ
สมาคม ตามแบบ ภ.ง.ด.55 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสดุ ทา้ ยของ
รอบระยะเวลาบญั ชี
1. รายไดข้ องมลู นิธิหรือสมาคมท่ีจะตอ้ งเสียภาษเี งนิ ได้ ไดแ้ ก่
รายไดจ้ ากการประกอบกิจการ เช่น ค่าเช่า รายไดจ้ ากการจาหน่าย
สินคา้ และบริการ และรายไดจ้ ากทนุ เช่น ดอกเบี้ย และเงินปันผล
เป็ นตน้
มลู นธิ ิหรือสมาคมจะตอ้ งนารายไดด้ งั กลา่ วมาคานวณภาษเี งนิ
ไดน้ ิติบคุ คลตามอัตรา ท่ีกฎหมายกาหนด โดยไม่มีการหักค่าใชจ้ ่าย
ใดๆ ทงั้ ส้ิน
การเสียภาษีเงินไดข้ อง 2. รายไดข้ องมลู นิธิหรือสมาคมท่ีไดร้ ับยกเว้นภาษีเงินได้
มลู นิธิหรอื สมาคม มลู นธิ ิหรือสมาคมท่ีไมไ่ ดร้ ับการประกาศกาหนดใหเ้ ป็ นองคก์ ารหรือ
สถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
จะไดร้ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ งนารายไดด้ ังต่อไปน้ีมาคานวณภาษีเงินไดน้ ิติ
บคุ คล ไดแ้ ก่
1. ค่าลงทะเบียนหรือค่าบารงุ ที่ไดจ้ ากสมาชกิ
2. เงนิ หรือทรพั ยส์ นิ ท่ไี ดร้ บั จากการบริจาค
3. เงนิ หรือทรัพยส์ นิ ท่ีไดจ้ ากการใหโ้ ดยเสนห่ า
4. เงนิ ไดจ้ ากกิจการโรงเรียนเอกชนของมลู นิธิหรือสมาคม
ซึ่งไดก้ ่อตงั้ ขนึ้ ตามกฎหมายว่า ดว้ ยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงเงนิ
ไดจ้ ากการขายของ การรับจา้ งทาของ หรือการใหบ้ ริการอื่นใดท่ี
โรงเรียนเอกชนซึ่งเป็ นโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษาไดร้ ับจากผซู้ ึ่งมิใช่
นกั เรียน
อตั ราภาษีและการคานวณภาษี
อัตราภาษี มลู นิธิหรือสมาคมซึ่งมีหนา้ ท่ีเสียภาษีเงนิ ไดน้ ิติบคุ คลจะตอ้ ง
เสยี ภาษจี ากยอดรายรบั กอ่ นหกั รายจ่ายในอตั รา ดงั นี้
(ก) เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ตามมาตรา 40(1)-(7) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น
เงินไดจ้ ากดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าสิทธิ ค่านายหนา้ เป็ นตน้ เสียภาษีใน
อตั รารอ้ ยละ 10.0
(ข) เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ตามมาตรา 40 (8) แหง่ ประมวลรัษฎากร ซ่ึงไดแ้ ก่
เงนิ ไดจ้ ากธรุ กิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอตุ สาหกรรม การขนส่ง การขาย
อสงั หาริมทรพั ย์ หรือการอ่ืนๆ นอกเหนอื จาก(ก) เสียภาษใี นอตั รารอ้ ยละ 2 .0
การคานวณภาษี
เม่ือมลู นิธิหรือสมาคมมีรายไดจ้ ากการ
ประกอบกิจการจะต้องนารายได้ ซึ่ง
ไม่ได้รบั ยกเว้น มาคานวณภาษี โดย
คานวณจากรายได้ก่อนหักรายจ่าย
คณู ดว้ ยอัตราภาษีรอ้ ยละ 10.0 หรือ
รอ้ ยละ 2.0 แลว้ แต่กรณี ผลที่ไดเ้ ป็ น
ภาษีที่ตอ้ งเสีย การคานวณภาษีเงินได้
นิ ติ บ ุค ค ล ข อ ง มูล นิ ธิ ห รื อ ส ม า ค ม
จะตอ้ งคานวณตามรอบระยะเวลาบญั ชี
เช่นเดียวกบั “บริษัทหรือหา้ งหนุ้ ส่วน
นิติบคุ คล”
มลู นิธิหรอื สมาคมท่ีไดร้ บั การยกเวน้ ภาษี
มลู นธิ ิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลงั ประกาศกาหนดใหเ้ ป็ นองคก์ าร
หรือสถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7)(ข) แหง่ ประมวลรษั ฎากร จะไดร้ ับยกเวน้ ภาษีเงนิ
ไดน้ ติ ิบคุ คลตามประมวลรัษฎากร ไมว่ ่าจะมีรายไดจ้ ากกิจการประเภทใด และผบู้ ริจาคไดร้ ับ
สทิ ธิ ดงั นี้
บคุ คลธรรมดาบริจาคเงินใหก้ ับมลู นิธิหรือสมาคม มีสิทธินาเงินบริจาคมาหักเป็ น
ค่าลดหย่อนได้ ไมเ่ กินรอ้ ยละ 10 ในการคานวณเงนิ ไดส้ ทุ ธิ
บริษัทหรือหา้ งหนุ้ ส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินใหก้ ับมลู นิธิหรือสมาคม
มสี ิทธินาเงนิ หรือทรัพยส์ ินทบี่ ริจาคในส่วนทีไ่ มเ่ กนิ รอ้ ยละ 2 ของกาไรสทุ ธิ มาหกั เป็ นรายจ่าย
ในการคานวณกาไรสทุ ธิ ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษมี ลู ค่าเพ่ิม ประเภทขายสนิ คา้ นาสินคา้
ไปบริจาคใหก้ ับมลู นิธิ หรือสมาคม ผปู้ ระกอบกิจการไดร้ ับยกเวน้ ภาษีมลู ค่าเพ่ิม จึงไม่ตอ้ ง
เรียกเก็บภาษมี ลู ค่าเพม่ิ จากมลู นธิ ิ หรือสมาคม
การประกาศใหม้ ลู นิธิหรอื สมาคมท่ีจะพิจารณาประกาศ
กาหนดเป็ นองคก์ ารหรอื สถานสาธารณกศุ ล
การท่ีมลู นิธิหรือสมาคมจะไดร้ ับการพิจารณาประกาศกาหนดเป็ นองค์การหรือ
สถานสาธารณกศุ ลนนั้ จะตอ้ งเป็ นไปตามประกาศกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยภาษเี งนิ ไดแ้ ละ
ภาษีมลู ค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๑๕๓) เร่ือง หลักเกณฑก์ ารพิจารณาประกาศกาหนดองค์การ
สถานสาธารณกศุ ล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่ง
ประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวล
รษั ฎากร ว่าดว้ ยการยกเวน้ ภาษมี ลู ค่าเพ่มิ (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดย
พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าดว้ ยการยกเวน้ ภาษีมลู ค่าเพิ่ม
(ฉบบั ท่ี ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
รายช่ือมลู นิธิหรอื สมาคมที่ไดร้ บั การกาหนดใหเ้ ป็ น
องคก์ ารหรอื สถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7)(ข)
แห่งประมวลรษั ฎากร
รายชอื่ มลู นธิ ิหรือสมาคมที่ไดร้ ับการประกาศกาหนดให้
เป็ นองคก์ ารหรือสถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7)(ข)
แห่งประมวลรัษฎากร
รายชอื่ มลู นธิ หิ รือสมาคมที่ไดร้ บั การประกาศกาหนดให้
เป็ นองคก์ ารหรือสถานสาธารณกศุ ล ตามมาตรา 47(7)(ข)
แห่งประมวลรัษฎากร สามารถดรู ายละเอียดไดจ้ ากประกาศ
กระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยภาษเี งนิ ไดแ้ ละภาษมี ลู ค่าเพ่มิ
(ฉบบั ที่ 2) ทางอนิ เทอรเ์ น็ตท่เี ว็บไซตข์ องกรมสรรพากร
http://www.rd.go.th เลอื กหวั ขอ้ บริการขอ้ มลู
งบการเงินของมลู นิธิหรอื สมาคม
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการทาบญั ชี งบการเงินของมลู นิธิหรือสมาคม
ของมลู นิธิและสมาคม
งบการเงนิ ของมลู นธิ ิหรือสมาคมประกอบดว้ ย
1. เพอ่ื จดบันทกึ รายการรบั และจา่ ยเงนิ ไวเ้ ป็ น 1. งบรายไดแ้ ละค่าใชจ้ า่ ย
หลกั ฐานอา้ งอิง 2. งบแสดงฐานะการเงนิ
3. งบแสดงการเปลย่ี นแปลงส่วนของเจา้ ของ
2. เพือ่ จดั ทางบประมาณรายรับ – รายจา่ ย มลู นธิ ิหรือสมาคมบางแห่งอาจจดั ทางบกระแส
ประจาปี
เงนิ สดขนึ้ และอาจมกี ารจดั ตงั้ กองทนุ
3. เพื่อจดั ทางบการเงนิ เพ่อื แสดงยอดเงนิ คงเหลอื
ผลการดาเนนิ งานและฐานะการเงนิ
4. เพอ่ื เป็ นการควบคมุ ภายในและป้ องกนั การทจุ ริต
5. เพอื่ เสนอรายงานตอ่ ผทู้ ่เี ก่ยี วขอ้ ง
6. เพ่อื วางแผนในการจดั กจิ กรรมเพอ่ื เพ่มิ รายรบั ให้
เพยี งพอกบั รายจา่ ย