มาท�ำ ความร้จู กั สายพนั ธ์ไกช่ นกนั
สารบัญ 1
2
ประวิติการชนไก่ 5
สายพนั ธ์ไก่ชน 6
กติกาการชนไก่ 8
ตน้ กำ�เนิดของไกช่ น 10
การปา่ ดั้งเดิม 13
ไก่ชนในเมอื งไทย 15
โรดและการป้อนกันโรดของไก่ชน 17
การสร้างทอี่ ย่ขู องไก่ชน 20
อาหารไกช่ น 22
เชงิ ชนของไก่แตล่ ะสายพนั ธ์ 26
ต�ำ ราไกช่ น
สตู รยาสมุนไพรสำ�หรับไกช่ น
ตำ�ราไกช่ น ทไ่ี ม่เคยเปิดเผยขอ้ มลู ท่ไี หนมา
กอ่ นเลย
1
2
3
4
5
6
7
8
9
9
10
11
12
14
15
สรา้ งโรงเรือนจะตอ้ งพจิ ารณาปัจจัยดงั ตอ่ ไปน้ี
1.การเลอื กสถานทีส่ ร้างโรงเรอื น
การเลือกพืน้ ทีใ่ นการสรา้ งโรงเ รอื นเป็นสิ่งส�ำ คัญมากประการหน่งึ ทงั้ นี้เพราะหากเราเลอื ก พื้นที่ทไี่ ม่เหมาะสมแลว้ ก็
มกั เกิดปญั หาข้นึ ภายหลังได้ แตถ่ ้าเราเลอื กพน้ื ทไ่ี ดเ้หมาะสมปญั หาตา่ ง ๆ ที่จะตามมาก็จะไม่เกดิ ขึน้ หลกั ในการพิจารณา
เลอื กพืน้ ท่ที ีจ่ ะสร้างโรงเรือนมีดังนี้
1.1หา่ งไกลจากแหลง่ ชุมชน เพือ่ ปอ้ งกนั ปัญหาเร่ืองกล่ินรบกวน และสะดวกต่อการควบคมุ และป้องกนั โรค
1.2ควรเป็นท่ดี อน น้ำ�ท่วมไมถ่ งึ เพ่ือป้องกันความเสียหายและยังสะดวกในการระบาย ถ่ายเทของเสยี ออก จากโรง
เรอื นดว้ ย
1.3มีแหล่งน้ำ�อดุ มสมบรู ณต์ ลอดปี เพราะการเลย้ี งสัตวจ์ ำ�เป็นตอ้ งใชน้ �้ำ เพ่ือการกินและการท�ำ ความสะอาด
1.4การคมน าคมสะดวก เพอ่ื สะดวกในการขนส่ งอาหาร และการซ้ือข ายผล ผลิตท่ีได้ แต่ไมค่ วรอยู่ติดถ นนใหญ่
เพราะอาจทำ�ใหเ้กดิ การแพร่ระบาดของโรค
1.5เป็นสถาน ทท่ี ่ีมสี ภาพแว ด ล้อ มและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเลยี้ งสัตว์ชนิดนัน้ ๆและไม่เปน็ แหล่งของการเกิดโร
16
อาหารไกช่ น 17
1. ขา้ วเปลอื ก 2. สมุนไพร
ขา้ วเปลือก ขาดไมไ่ ดเ้ลย กบั อาหารชนดิ นี้ อยา่ งขา้ วเปลอื ก สมนุ ไพรบ�ำ รงุ
ซ่ึงการเตรียม ขา้ วเปลือกสำ�หรับไก่ชน นนั้ ควรทีจ่ ะเลือก ส�ำ หรับสมุนไพรพนื้ ฐาน ทีไ่ กส่ ามารถกินแลว้ เกดิ ผลดีกับ
เปน็ ขา้ วเปลือก ขา้ วจา้ วแดง เพราะจะเปน็ ขา้ วเมด็ เล็ก มสี าร ร่างกาย แตว่ ันนี้ เราไดย้ กมาเพียงแค่ 3 ชนดิ ทมี่ ีประโยชน์
อาหารมาก และไกส่ ามารถย่อยอาหารได้งา่ ย อกี ท้ัง ขา้ ว และสง่ ผลกบั การย่อยอาหาร และระบบหมุนเวียนเลอื ดของ
เปลือกขา้ วจ้าวแดง จะมแี ปง้ น้อยกว่าขา้ วเปลอื กทวั่ ไปทีเ่ป้น ไก่ไดด้ ี และช่วยให้ไกแ่ ข็งแรงสมมบรู ณ์ทสี่ ุด นั่นก็คือ บอ
เม็ดใหญ่ และควรเป็นขา้ วเปลือกทแ่ี หง้ สนิท ถ้าเกดิ ว่าข้าวมี ระเพด็ กระชายสด กระเทยี ม วธิ กี ารให้ อาหาร ก็คอื ให้
ความชื้นน้ัน อาจจะสง่ ผลใหไ้ กอ่ ว้ นได้โดยงา่ ย และตอ้ งเปน็ ไก่ชน กินเป็นประจำ�ทกุ วนั ตอนเช้า หรอื กอ่ นนอนของไก่
เมล็ดข้าวเปลือกที่สมบรู ณเ์ทา่ น้ัน ซง่ึ ต้องคดั แยกโดยการน�ำ ก็ได้
ข้าวไปแช่น้�ำ เลือกเอาเมล็ดข้าวท่จี มน้�ำ น่ันเอง ส่วนเมลด็ ข้าว
ทล่ี อยนำ้�ไม่สามารถใช้ได้ เมือ่ ไดแ้ ยกข้าวแล้วก็นำ�ข้นึ ไปตากให้
แหง้ โดยนำ�ใบตะไครม้ าคลุกเคลา้ เขา้ กบั ขา้ วเพอื่ ให้มกี ลิ่นหอม
เพือ่ ทจ่ี ะทำ�ใหไ้ ก่นนั้ มีความอยากกนิ ขา้ วมากกว่าเดิมน่ันเอง
3. หญา้ หรอื ผัก
อาหารไกช่ น กินหญ้า สำ�หรับ หญ้า และผกั ท่จี �ำ เป็นจะต้อง
ให้ไกก่ ินเป็นประจ�ำ ทกุ วนั เพ่ือเพ่มิ ความสมบูรณ์ และร่างกาย
ทีแ่ ขง็ แรงของไก่ ก็คือ หญา้ ขน และ แตงกวา ซึ่งหญา้ ขน
นั้น เปน็ หญ้าที่สามารถหา หรอื ปลูกได้งา่ ย เพยี งแค่นำ� ตอ
ของหญา้ ขนไปฝังลงในดนิ ก็สามารถขยายเปน็ ท่งุ หญ้าขนาด
ใหญไ่ ด้แลว้ และควรปลูกในทด่ี ินชุ่มนำ�้ ตลอดเวลา จะสามารถ
ชว่ ยให้หญ้านนั้ เจริญเตบิ โตไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และมยี อดอ่อน
ใหไ้ กไ่ ดก้ ินไปตลอดปี
18
4.ปลวกเพมิ่ พลงั อาหารไก่ชน กินปลวก ปลวก เปน็ 5. เขียด และ หอยขม หอยขม อาหารอีก หนึง่
แหลง่ โปรตนี ที่ช่วยให้เร่งการเจรญิ เตบิ โตของไก่ได้ และ ประเภททท่ี ำ�ใหไ้ กแ่ ข็งแรง มพี ลัง คนโบราณถือว่า
สามารถเพิ่มกำ�ลงั ร่างกาย ให้กบั ไก่ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซึ่ง เปน็ ยาบำ�รุงไก่ ไม่ใชเ่พยี งแคก่ ารกินข้าวเปลอื ก
ปลวกนั้น สามารถหาได้ตามดินจอมปลวก และปจั จุบัน เท่านัน้ ท่ีจะใหพ้ ลงั งานไก่ทดี่ ี แตก่ ารกินสตั วข์ นาด
มกี ารเล้ยี งจอมปลวก เพอ่ื ท่จี ะใหไ้ ก่กินอกี ด้วย ผเู้ ลยี้ ง เลก็ อย่างเขียด และหอยขมม กเ็ป็นยาเพิ่มพลัง
ไก่ สามารถศึกษา การเลย้ี งปลวก ไดต้ ามอนิ เตอรเ์ น็ตนะ ช้นั ดี ของไก่เลยทเีดียว ซง่ึ วิธีการให้อาหารชนดิ น้ี
ครบั ต้องเตรียมเอาแค่เนอ้ื ของสตั ว์ มาท�ำ ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
หรือ สบั ใหล้ ะเอยี ดกอ่ นให้ไกก่ ิน ก็จบไปแล้วนะครบั
สำ�หรับ คนเลี้ยงไก่ ไม่ควรพลาด กับ 5 อาหาร
หลกั สำ�คญั ของ ไกช่ น ซ่ึงเป็นอาหารท่ี สามารถหา
ใหไ้ ก่ได้งา่ ย ๆ แถมยงั มีประโยชน์ ในด้านให้พลงั งาน
เชงิ ชน 20
1. เชิงสาด ตีคู่ตอ่ ส้โู ดยไม่ต้องจิกหรือทเ่ี รยี กว่าสาดแข้ง
เปล่า
2. เชงิ เทา้ บ่า เอาไหลช่ นกันแลว้ ยดื คอไปจิกบ่าคู่ตอ่ สู้
แล้วตีเขา้ ทอ้ งหรอื หน้าอก
3. เชงิ ลง มดุ ต่ำ�จิกขาจกิ ข้าง พอคตู่ ่อส้เู ผลอโดดขึ้นตี
4. เชิงมัด มุดเข้าปกี โผล่ไปจิกหวั หู หรือสร้อย แลว้
ตเี ขา้ หัว คอ หรือตะโพก
5. เชิงบน ใชค้ อขี่พาด กด ลอ๊ ค ทับ กอด ให้คู่ตอ่ สู้
หลงตีตวั เอง เมอ่ื ได้ทีจะจกิ หู ด้านนอก หูใน หรือ
สรอ้ ยแล้วตเี ขา้ ทา้ ยทอย
6. เชงิ ม้าล่อ หลอกคตู่ ่อส้วู ่ิงตาม พอไดท้ ีตสี วนกลับ
7. เชงิ ตงั้ ยืนต้ังโด่ จิกสงู แล้วบนิ ตี(เชงิ นเ้ี สียเปรยี บเชงิ
อนื่
8. เชงิ ลายชกั ลม่ิ เอาหวั หนนุ คอหนุนคางคู่ตอ่ สู้ ลอก
ให้อีกฝา่ ยกดลงแลว้ ชักหวั ออก พอคตู่ ้อสูพ้ ลาดก็
จิกหวั ตัว
( ไก่เชิงนเี้ ป็นตัวปราบไก่เชิงบนขจ้ี ้ยุ ที่ข่ีกอดทับแลว้ ไม่ตี
ในจำ�นวน )
8 เพลงทา่ นี้ แบง่ แยกไดอ้ กี 15 กระบวนยุทธ คอื
เชงิ เทา้ บา่ แยกเป็น เทา้ ตีตัว เท้าจิกหลงั กระปกุ น้ำ�มนั
เชิงหนา้ ตรง แยกเปน็ ตีหนา้ กระเพาะ หนา้ คอ หน้า
หงอน เชงิ มัด แยกเป็น มัดโคนปีก มัดปลายปีก
เชงิ ลง แยกเป็น มดุ ลงจกิ ขาลงซกุ ซ่อน ลงลอดทะลุ
หลงั เชงิ บน แยกเปน็ ขี่ ทับ กอด ลอ๊ ค มัด เชงิ ลาย
ชักล่ิม แยกเป็น ยุบหัว
( สูตรการเล้ียงไกช่ นตีแพง ตามสตู รการเล้ียง 21 วัน ) 21
การเลี้ยงไก่ชนตแี พง วนั นเ้ี ราน�ำ สตู รการเลยี้ งส�ำ หรบั คนที่เลยี้ งชนแพงมาฝากกัน การเล้ยี งไก่ชนแบบตแี พง ชว่ ง
กอ่ นติดมดั จำ� 14 วัน เราจะตอ้ งทำ�การฝกึ ไกช่ น ตามตารางการเลีย้ งสตู ร 21 วัน เรม่ิ ตง้ั แตว่ นั แรก ช่วงเวลาเช้า
7-8 โมง ต้องปลอ่ ยไก่ชนออกเดนิ 5-10 นาที เพ่อื ให้ไกไ่ ด้เดนิ พกั ผ่อนเพอื่ ผอ่ นคลาย และสังเกตอุ าการของไก่ชน
กอ่ นจะออกก�ำ ลังกาย เพ่ือดคู วามสมบูรณ์แข็งแรงของไก่ จากนัน้ กท็ �ำ การวง่ิ ล่อส่มุ 10-15 นาที เสร็จแลว้ จับ
โยนเบาะ 30-50 ครงั้ เพ่ือให้กล่ามเนือ้ ส่วนปีกขยาย แลว้ จบั การ์ดนำ้�ท�ำ ตวั แลว้ การ์ดแดด การจบั การด์ แดด เป็น
วธิ ีเพือ่ ควบคุมน�้ำ หนัก และทำ�ให้ไกช่ นคุ้นชินกบั ความเหน่อื ยหอบ ซ่งึ เราจะใช้วธิ กี ารสังเกตุ เม่อื ไหร่ทีไ่ กช่ นเริ่ม
หอบถงึ จบั ไก่เข้าร่ม แตอ่ ย่าลืมเวลาไก่หอบจบั เขา้ รม่ อย่าเพ่งิ ให้นำ�้ ในทนั ที เพราะเราจะฝกึ ใหไ้ ก่ชนได้คุ้นชนิ กับความ
เหน่ือย ไกไ่ ด้ระบายความรอ้ น พอไก่หายเหน่ือยค่อยใหน้ �ำ้ ปลอ่ ยเลา้ หรือคอกเลีย้ งปรกติ ในช่วง ตอนเยน็ เวลา
15.00 ก็จับไก่มาการด์ แดดแบบแห้ง ไมเ่ ชด็ นำ�้ ทำ�วิธีแบบนี้ 3-4 วัน จากนั้นดคู วามสมบูรณข์ องไก่ ถา้ สมบรู ณ์ดี
วันที่ 5-6 กจ็ บั ผูกปากใส่นวม โดยใช้ไกท่ ่แี ข็งแรง ฝีมือใกลเ้ คยี งกนั มาเป็นคูน่ วม ไกจ่ ะไดฝ้ กึ เรียนร้จู ากความเกง่
จากคูต่ อ่ สไู้ ดม้ ากข้นึ ครบ 7 วนั จากนน้ั ก็กลบั ไปท�ำ ขั้นตอนเดิมใหม่ทำ�แบบน้ีอยู่ 14 วัน เสรจ็ แล้วกท็ ำ�การเปรียบ
ติดมดั จำ� หลงั ตดิ มัดจำ�เราจะใหไ้ ก่ได้พกั แบบเตม็ ทเ่ี ปน็ เวลา 7 วัน หลงั จากพกั ไกค่ รบ 7 วัน กอ่ นน�ำ ไก่ออกชน
1 วัน สิ่งทต่ี ้องท�ำ ตอนเช้าฟอกตัวไก่ดว้ ยด้วยแชมพู เพ่อื ให้รา่ งกายไก่ได้คลายตัวเพราะไกช่ ว่ งเลย้ี งถกู ท�ำ ตวั ให้
แข็งแกร่ง รา่ งกายจะแขง็ ตึง จึงต้องล้างตวั ดว้ ยแชมพู ล้างออกด้วยน้ำ�เปลา่ จากน้นั กป็ ล่อยไก่ชนให้มันท�ำ ความ
สะอาดตัวเองให้ขนแหง้ แล้วจบั เข้าคอก เข้าม้งุ นอน สำ�หรับในตอนเชา้ ตอ้ งสงั เกตขขี้ องไกช่ นด้วย ตอ้ งเป็นก้อน
เหมือนขน้ี กเขา เป็นกอ้ นสวยงาม ขี้ตอ้ งไมเ่ ละ เพราะนน้ั แสดงถงึ ไกไ่ ม่สมบรู ณ์ ส�ำ หรบั คนทกี่ ำ�ลงั เลยี้ งไก่ออกชนก็
ลองนำ�ไปศึกษาตอ่ ยอดหรอื ทำ�ตามกันไดค้ รบั เปน็ เทคนคิ ท่ีไกช่ นออนไลนน์ ำ�มาฝากกนั ส่ิงส�ำ คัญส�ำ หรับการเลี้ยง
22
ตำ�ราไกช่ น ที่ไมเ่ คยเปิดเผยขอ้ มลู
ที่ไหนมากอ่ นเลย
ตามตำ�ราไกช่ นไทย ไกง่ าม คอื ไกท่ ีม่ ีรปู ร่างลกั ษณะ โครงสร้างดี ไดส้ ัดส่วน และสง่างาม ไม่พบความบกพร2่อง3
หรอื พกิ ารทางร่างกายเชน่ ปากหัก ปากบดิ เบี้ยวตาบอด อกไม่คด ไมเ่ ป็นปรวด แขง้ ไมผ่ ุ นิม้ ไมเ่ ก เลบ็ ไมก่ ดุ
หรอื ขาด หรือหัก เดือยไม่โคน่ ไมค่ ดุ หงอนไมร่ ู หูไม่กลวง เทา้ ไม่เปน็ หน่อ รา่ งกายสมบรู ณไ์ มเ่ ปน็ โรค ตัวผคู้ วรมี
น้ำ�หนกั 3 กิโลกรัมขึ้นไป และตัวเมยี ควรมนี ้ำ�หนกั 2 กิโลกรมั ขึน้ ไป
ไกช่ นสวย ไก่ชนงาม ตามตำ�รา
ไกช่ นทส่ี วย แท้ เก่ง จะเป็นไก่ดี คอื ตอ้ งดี 5 อยา่ ง ส่วนประกอบของร่างกายไกท่ ีง่ ดงามตามตำ�รา 5
อย่าง ดงั น้ี
1.ใบหน้า
แหลมเกล้ียงเกลา กลมกลึงแบบหน้านกยูง ปากงองูใหญ่
คล้ายกับปากนกแกว้ มรี อ่ งน�้ำ สองข้างชัดเจน ตา สี – ปาก ต้องสีตามพันธ์ุ สเี ดยี วกับแข้ง ปากใหญ่แนน่ แข็งแรง
สดใส ขอบตาเปน็ รูปวงรคี ลา้ ยตาววั หงอน มีลักษณะเปน็ ปลายงมุ้ ไม่ยาวไมส่ ัน้ เกนิ ไป ปากบนมรี อ่ งน้�ำ ตลอดปาก
หงอนหิน หนา้ หงอนบาง กลางหงอนสูง ทา้ ยหงอนกด – จมูก กวา้ งใหญ่ สันจมกู เรียบรจู มูกไมแ่ ฟบ
กระหม่อมเลยตากะโหลกศีรษะยาว ตมุ้ หรู ัด กลมกลงึ กบั – คาง ต้มุ เหนียงรัดกลมกลึง
– หู ไมก่ ลวง มีขนปดิ ห(ู สีตามพันธ)์ุ
ใบหนา้ แลดูแล้วหนายาวหนา้ สวย น่คี อื ลักษณะโหวงเฮง้
ของหนา้ ไกช่ นทด่ี ี
– ตา มีประกายแจ่มใส นยั นต์ าดำ�เล็ก ตาขาวมสี ี 24
2. รูปทรง หรอื รูปขาว (ตาปลาหมอตาย) หรือตาสเี ดียวกบั สรอ้ ยคอ
หรือตรง ตามพนั ธ์ุ ขอบตาเปน็ รูปวงรี ลูกตาอย่ตู รง
ร่างกลางตามองเห็นเส้นเลอื ดแดงในตาชดั เจน ตาลกึ อยู่
ในเบ้าตา คิ้วนูนเปน็ เสน้ ขนานไปตามเบา้ ตา
สมสว่ นทะมดั ทะแมง คอใหญ่ ล�ำ ตัวยาว จับสอง
– หงอนเล็ก ฐานหงอนหนา หน้าหงอนบาง ปลาย ท่อน หน้าอกกวาง ปัญหาใหญ่ไหล่ยก อกตงั้ ยืน
หงอนยาวกดกอดกระหม่อม ราบเรียบสีแดงสดใส เชดิ ตะเกียบชิด ปีกใหญแ่ ละหนาบัน้ ทา้ ยโต หางดก
เลยตาด�ำ ยิ่งดี กระเบนหางใหญ่ สมสว่ นทะมัดทะแมง ลำ�ตัวยาว
กระดกู ใหญ่ อกผายไหลผ่ ง่ึ ปีก หาง ยาวสมตวั
– กระโหลกศรษี ะ หนาอวบ ยาวเปน็ 2 ตอน ส่วน ประกอบด้วย
หนา้ เลก็ กว่าสว่ นท้าย มีรอยไขหัวตามธรรมชาติ – ล�ำ ตวั กระดูกโครงสร้างดี อกไมค่ ด จบั ยาว 2
ทอ่ นช่วงกลางกลมคอด ชว่ งหนา้ กวา้ ง และตะโพก
ใหญก่ ว่า ชว่ งทอ้ งน้อย ตะเกยี บตรงชดิ แขง้ ยาวเทา่
กนั
– หน้าอก สีแดงอกกวา้ งใหญ่ คลา้ ยรูปใบโพธิ์ มี
กล้ามเนอ้ื อกผาย ไหล่ผ่ึง กระดูกใหญ่ ไมค่ ด ไม่บุบ
ยนื ยืดอก ลกั ษณะต้ัง
– คอ ใหญม่ ่นั คง กระดูกปลอ้ งคอชิดแน่นร่องคอกับ
ไหล่ชิดกัน ขนคอขึน้ เป็นระเบยี บและเคล่อื นไหวตลอด
เวลา
– ปกี ปกี ยาวใหญเ่ ปน็ ลอนเดียว สนบั ปกี หนาแนน่
สร้อยปกี สีเดยี วกับสร้อยคอหลงั
– หางแขง็ หางพัด หางกระลายยาว เปน็ ฟอ่ น
จ�ำ นวนหลายเส้น สตี รงตามพนั ธุ์ กระเบนหางใหญข่ ั้ว
หางชิดกระดกู สันหลัง กระปุกน้ำ�มนั ใหญ่มีอันเดยี ว
– แขง้ ขา แข้งเลก็ เรียวกลม หรือเหลีย่ มแบบล�ำ หวาย
ไกแ่ ขง้ เหลี่ยมมักเป็นไกล่ �ำ โต ตีเจบ็ แข้งไมผ่ ุ ไม่มีขน
ปน้ั ขาใหญล่ ำ่�แบบไมก้ ระบอง น้วิ ยาว เรียวกลม เกลด็
แขง้ นิ้วเป็นระเบียบกลมกลืนกนั ทง้ั สองข้าง เวลาจบั
ไก่ ตรงกลางล�ำ ตวั ยกขนึ้ ถ้าแข้งและนิว้ ท้ังหมดเหยียด
ตรง จะเปน็ ไกต่ ีแม่น ย่ิงเหยยี ดชดิ กนั ขีก่ ัน ยงิ่ ตแี มน่
ตเี จบ็
3.สร้อย สรอ้ ยคอส 4.กิรยิ าท่าทาง ยืน 25
รอ้ ยปกี สรอ้ ยหาง ท่าทางสง่า ท่าทาง
เป็นระยะยาวสใี กลเ้ คยี งกนั และตรงตามสายพนั ธุ์ องอาจ ทะมดั ทะแมง
ของไก่ชนสายพนั ธุ์นนั้ ๆ – ยนื มสี ง่าราศี ชคู อ หวั ปกี ยก ยืนข้อขาตรง ล�ำ
– สขี น ต้องเป็นไปตามพนั ธ์ุ สชี ัดเจนสมำ่�เสมอ สี ตัวตรง ปลายหางจรดพน้ื ยนื เตม็ เทา้ เล่นสรอ้ ย
สรอ้ ยคอ สร้อยปกี สรอ้ ยหลัง ขนปดิ หตู ้องเป็นสี ทา่ ทาง ระมดั ระวังตวั อยู่ตลอดเวลา
เดยี วกันหรือ ใกลเ้ คยี งกันสีพนื้ ตัวตอ้ งเป็นสตี ามพนั ธ์ุ – ท่าเดิน เดินยา่ งเท้าขึน้ แล้วกำ�น้วิ ทั้งหมด ฝ่าเทา้ ลง
– นำ�้ ขน ขนแห้งเปน็ มัน ถูกน้�ำ เปยี กได้ ใยขนไมข่ าด แบนิ้วทงั้ หมด เดนิ แบบคนเดินอยา่ งระมัดระวงั ตวั
จากกนั – ท่าวง่ิ วิ่งด้วยปลายน้วิ อุ้งไม่ติดพนื้ ยอ่ ขาโยต้ ัว
– สร้อยระยา้ ขนสร้อยเป็นระย้าละเอยี ดออ่ น เส้น ยื่นคอไปขา้ งหน้าเสมอ
เลก็ ปลายแหลม ขนสรอ้ ยหลงั มาดา้ นข้างลำ�ตัวแผ่ – กระพอื ปกี ขยับปีกอยตู่ ลอดเวลา กระพอื ปีกแรง
ห้อย มา เปน็ แผงเป็นระย้า สรอ้ ยประบ่า ระย้าประก้น เสยี งดงั แลว้ ขนั เสยี งขันกระชากกระชนั้ หรอื ก้อง
– ขนพัด ขนกระลวย เรยี งเปน็ ระเบยี บจากชายนอก กังวาน
ไปหากระลวย จากสนั้ ไปยาวเสมอกนั ทง้ั 2 ขา้ ง ๆ – สู้ (อาจดเู ชงิ ชนกไ็ ด้) ไกจ่ ะแสดงอาการสไู้ ก่ตวั อนื่
ละ ไม่ต่�ำ กว่า 7 เสน้ ขนกระลวยต้องยาว ก้านแข็ง ไม่หวาดกลวั
เป็นคๆู่ หลายๆ คู่ สหี างกระลวยต้องเป็นไปตามพนั ธุ์
– ขนสมบรู ณ์และสวยงาม ขนขนี้ เปน็ ระเบียบแข็งแรง 5.เกล็ด แข้งขา มีสี
สมบูรณ์ ไม่กรอบ ไม่กรอ่ น ไมแ่ หวง่ ไมห่ กั ไมเ่ ปน็ โรค
ใกลเ้ คียงกนั เดอื ย
ไมเ่ คลอ่ื น ไมถ่ า่ ยขน
ใหญ่ น้ิวเรยี วยาว
บ่งบอกถงึ ไก่สกลุ สูง แข้งเลก็ เรยี วยาว จะเขา้ กบั ต�ำ ราไกเ่ ก่ง ไกต่ ีเจบ็ ทโ่ี บราณกล่าวไวว้ ่านกแข้งใหญไ่ ก่แขง้ เลก็
ถอื วา่ เป็นของวเิ ศษของไกท่ สี่ �ำ คัญ คือ เดือย เกล็ด(ร่องเกล็ดแข้งลึก) น้ิว เลบ็
– เดือย ตั้งมนั่ คงแข็งแรงกระชั้นกอ้ ย โตขนาดนิ้วกอ้ ย ปลายเดือยปดั ไปตามก้อย สเี ดียวกบั ปากและแข้ง โคน
เดือยใหญ่แหลมคม มีหมอนรองเดอื ยดา้ นล่างและด้านบน
– นว้ิ กลม ยาว เรียว ไมค่ ดงอ มเี กล็ดแตก เกล็ดเหน็บมาก
– เกลด็ หน้า เรียงเปน็ ระเบยี บตงั้ แตข่ อ้ ขาถงึ เดอื ย หรอื โคนนิ้ว จะเปน็ แถวเดียว กำ�ไลพันล�ำ 2 แถว ร่องนำ�้
ปัดตลอด จระเขข้ บฟนั 3 แถว พญาครุฑเหนบ็ ตลอด
– เกลด็ หลัง เรียงเปน็ ระเบยี บ มีเกลด็ เมลด็ ขา้ วสาร เกล็ดขา้ วโพดชัดเจน เกล็ดเดิมพนั และเกลด็ อนั ขึน้ สงู
ชัดเจน
26
คุณสุขจิต วเิ ศษกาล หรอื คุณลุงตด๊ี ชาวปากน�ำ้ แหลมสงิ หโ์ ดยกำ�เนดิ มอี าชีพหลกั คือเลี้ยงไกโ่ ดยเฉพาะ
ไก่ชน คณุ ลงุ เลย้ี งท้งั ของตวั เองและรบั จา้ งเล้ียงดว้ ย ซึ่งคณุ ลงุ ท�ำ อาชพี น้ีด้วยใจรกั เพราะท่ีบ้านคณุ ลงุ
เลย้ี งไกช่ นมาตง้ั แตส่ มยั คณุ ปคู่ ณุ ยา่ แล้วก็ตกทอดมาถงึ สมยั คณุ พ่อคณุ แม่ ซ่ึงในสมยั น้นั คุณลงุ เรมิ่ มใี จรัก
และชอบการเล้ียงไกช่ นโดยเร่มิ เลี้ยงมาต้ังแตต่ อนเข้าเรียนช้นั เตรยี มอายปุ ระมาณ 6-7 ขวบ พอเริ่มโตข้นึ อกี
หน่อยก็เริ่มน�ำ ไกช่ นทเ่ี ลีย้ งเองไปลงสนามแขง่ บ่อยๆทำ�มาจนถึงปจั จบุ ันซ่งึ ในปัจจุบนั คุณลุงมอี ายุ 62 ปี
แล้ว แต่ยังคงเลี้ยงไก่บา้ นและไกช่ นทคี่ ณุ ลงุ ชอบอยู่ โดยคุณลุงมักจะหาเคล็ดลับและวิธีการดแู ลไก่ชนอยา่ ง
ตอ่ เนอื่ ง
27
วิธกี ารท�ำ
วสั ดุ / อุปกรณ์
1.ปลาช่อนขนาดนำ�้ หนักตัวประมาณ 1 กโิ ลกรมั หน่งึ ตวั
2.หัวไพรแก่ 0.5 กิโลกรมั
3.หวั กระชาย 2 ขีด
4.ใบผักคาด 2 ขีด(ทั่วไปเรียก ช้าเลือด ลกั ษณะเปน็ ไม้เถามหี นามมากคลา้ ยต้นชะอม ใบเป็นฝอยคล้ายใบ
มะขาม ดอกเป็นชอ่ สีเหลอื ง มฝี ัก ใบและช่อมีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิน่ ตัวเรอื ด ประโยชน์ใช้ท�ำ ยา บำ�รงุ เลอื ด
แก้วิงเวยี น)
5.ดปี ลี 7 เมด็
6.เม็ดพรกิ ไทยแก่ 7 เมด็
7.ครกหินทที่ ำ�ความสะอาดเรียบร้อยแล้ว(หรืออาจใชโ้ ครง่ บดยากไ็ ด)้
8.สากทีใ่ ชต้ �ำ พรกิ ทที่ �ำ ความสะอาดแลว้
ข้ันตอนการทำ�
1.น�ำ ปลาช่อนมายา่ งทง้ั ตัวโดยไม่ตอ้ งเอาเคร่อื งในออก(ไม่ตอ้ งท�ำ ข)้ี ย่างให้สกุ จนแห้งกรอบ
2.นำ�ปลาชอ่ นท่ยี ่างจนกรอบแล้วมาตำ�ใหล้ ะเอียด
3.นำ�หัวไพรแก่ กระชาย ใบผกั คาด มาซอยใหล้ ะเอยี ด แลว้ นำ�ลงไปตำ�รวมกับปลาชอ่ นทตี่ ำ�ละเอยี ดแล้ว
พรอ้ มกบั ใสพ่ รกิ ไทยลงไปต�ำ ด้วย
4.ต�ำ วัสดทุ ุกอย่างให้เขา้ กันจนเปน็ เนอื้ เดยี ว
5.จากน้ันนำ�มาปัน้ เปน็ กอ้ นกลมๆขนาดพอเหมาะกับปากไก่