สมุดภาพเล่มเล็ก
เครื่องหมายเตือนสารเคมี
อันตราย
-ป-ประรเะภเภททที่ที1่:1ว:ัตวัตถุถรุะรเะบเิบดิด
-ป-ประรเะภเภททที่ที2่ :2ก:๊กา๊ซาซ
-ป-ประรเะภเภททที่ที3่ :3ข: อขงอเงหเหลวลไววไไวฟไฟ
-ป-ประรเะภเภททที่ที4่ :4ข: อขงอแงขแ็งข็ไงวไไวฟไฟ
-ป-ประรเะภเภททที่ที5่ :5ว:ัตวัตถุถอุอกอกซิไซิดไดส์สแ์ ลแะลอะ อรอ์แร์กแกนินกิกเปเปอรอ์อร์อกอกไซไตซ์ต์
-ป-ประรเะภเภททที่ที6่ :6ว:ัตวัตถุถมุีมพีิพษิษแลแะลวัะตวัตถุถตุิตดิดชื้อชื้อ
-ป-ประรเะภเภททที่ที7่ :7ว:ัตวัตถุถกุักมัมมัมนันตตรังรัสงีสี
-ป-ประรเะภเภททที่ที8่ :8ว:ัตวัตถุถกุักดัดกกร่อร่นอน
-ป-ประรเะภเภททที่ที9่ :9ว:ัตวัตถุถอืุ่นอื่นๆๆที่ทเีป่เ็ปน็นอันอันตตรารยาย
ประเภทที่ 1: วัตถุระเบิด
ของแข็งหรือของเหลว ที่ก่อให้เกิดการ
ระเบิดได้
เช่น: ทีเอ็นที ดินปืน พลุไฟ ดอกไม้ไฟ
ประเภทที่ 2: ก๊าซ ก๊าซไม่ไวไฟ และไม่เป็นพิษ
ก๊าซไวไฟ ก๊าซที่มีความดันไม่น้อย
กว่า 280 กิโลปาสคาล ที่
มีช่วงกว้างที่สามารถ
ติดไฟได้ 12 เปอร์เซ็น อุณหภูมิ 20 องศา
เซลเซียส
ขึ้นไป
ตัวอย่าง:
ตัวอย่าง: ไนโตรเจน
อะเซทีลีน คาร์บอนไดออกไซด์
ก๊าซหุงต้มหรือ อาร์กอน
ก๊าซแอลพีจี
ก๊าซพิษ
ก๊าซที่มีคุณสมบัติ
เป็นอันตรายต่อ
สุขภาพหรือถึงแก่
ชีวิตได้จาก การ
หายใจ โดยส่วนใหญ่
หนักกว่าอากาศ มี
กลิ่นระคายเคือง
เช่น คลอรีน เมทิล
โบรไมด์
ประเภทที่ 3: ของเหลวไวไฟ เช่น อะซีโตน น้ำมันเชื้อ
เพลิง ทินเนอร์
ของเหลวหรือของเหลวผสมที่มีจุด
วาบไฟ (Flash Point) ไม่เกิน 60.5
องศาเซลเซียส จากการทดสอบด้วย
วิธีถ้วยปิด (Closed-cup Test) หรือ
ไม่เกิน 65.6 องศาเซลเซียส จากการ
ทดสอบด้วยวิธีถ้วยเปิด (Opened-
up Test) ไอของเหลวไวไฟพร้อมลุก
ติดไฟเมื่อมีแหล่งประกายไฟ
ประเภทที่ 4: ของแข็งไวไฟ
ของแข็งที่สามารถ
ติดไฟได้ง่าย จากการได้
รับความร้อน หรือเกิด
การลุกไหม้จากการ
เสียดสี
เช่น กำมะถัน ฟอสฟอรัส
แดง ไนไตรเซลลูโลส
สารที่มีความเสี่ยงต่อ
การลุกไหม้ได้เอง
สารที่มีความเสี่ยง
ต่อการลุกไหม้ได้
เอง
สารที่สัมผัสกับน้ำแล้วทำให้
เกิดก๊าซไวไฟ
สารที่ทำปฏิกิริยา
กับน้ำแล้ว มีแนว
โน้มที่จะเกิดไฟได้
เอง
ประเภทที่ 5: วัตถุออกซิไดส์
และ ออร์แกนิกเปอร์ออกไซต์
แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ
สารออกซิไดส์ หมายถึงของแข็ง สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ หมาย
ของเหลวที่ตัวของสารเองไม่ ถึงของแข็งหรือของเหลวที่มี
ติดไฟแต่ให้ออกซิเจนซึ่งช่วยให้ โครงสร้าง ออกซิเจนสองอะตอม
วัตถุอื่นเกิดการลุกไหม้และอาจจะ และช่วยในการเผาสารที่ลุกไหม้
หรือทำปฏิกิริยากับสารอื่นแล้วก่อ
ก่อ เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง
ให้เกิดอันตรายได้
ตัวอย่างเช่น แคลเซียมไฮโป
คลอไรท์ โซเดียมเปอร์ ตัวอย่างเช่นอะซี
โตนเปอร์
ออกไซด์ โซเดียมคลอเรต
เป็นต้น ออกไซด์ เป็นต้น
ประเภทที่ 6: วัตถุมีพิษและ
วัตถุติดชื้อ
สารพิษและสารติดเชื้อแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย
สารพิษ หมายถึงของแข็งหรือ
ของเหลวที่สามารถท าให้เสียชีวิต
หรือบาดเจ็บ รุนแรงต่อสุขภาพ
ของคนหากจรับสารนี้เข้าไป หรือ
เมื่อสารนี้ได้รับความร้อนหรือลุก
ไหม้จะปล่อยก๊าซพิษ
เช่น โซเดียมไซยาไนด์ กลุ่ม
สารกำจัดแมลงศัตรูพืชและ
สัตว์เป็นต้น
สารติดเชื้อหมายถึง สารที่มีเชื้อโรค
ปนเปื้ อนหรือสารที่มีตัวอย่างการ
ตรวจสอบของพยาธิ สภาพปน
เปื้ อนที่เป็นสาเหตุของ การเกิดโรค
ในสัตว์และคน
ตัวอย่างเช่น แบคทีเรียเพาะ
เชื้อ เป็นต้น
ประเภทที่ 7: วัตถุกัมมันตรังสี
หมายถึงวัตถุที่สามารถแผ่รังสีที่มองไม่
เห็นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 0.002
ไมโครคูรีต่อกรัม
เช่น โมนาไซด์ ยูเรเนียม
โคบอลต์-60 เป็นต้น
ประเภทที่ 8: วัตถุกัดกร่อน
หมายถึงของแข็งหรือของเหลวซึ่งโดย
ปฏิกิริยาเคมีมีฤทธิ์กัดกร่อนทำความเสียหาย
ต่อเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตอย่างรุนแรงหรือ
ทำลายสินค้า/ยานพาหนะที่ทำการขนส่งบาง
ชนิดก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อจมูกและตา
เช่น กรดเกลือ กรดกำมะถัน โซเดีย
มไฮดรอกไซด์เป็นต้น
ประเภทที่ 9: วัตถุอื่นๆ ที่เป็นอันตราย
หมายถึงสารหรือสิ่งของที่ในขณะ
ขนส่งเป็นสารอันตรายซึ่งไม่จัด
อยู่ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 8
เช่น ปุ๋ย
แอมโมเนียมไน-
-เตรต เป็นต้น
จัดทำโดย
ด.ญ. ปุณณดา สกุลซ้ง เลขที่ 27 ม.1/1
ด.ญ.ธนธรณ์ กรรณรัตน์ เลขที่ 17 ม.1/1
เสนอ
อาจารย์พรพรรณ ยิ่งยง
เอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาทักษะ
วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน