The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

PowerPoint หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เศษส่วน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

PowerPoint หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เศษส่วน

PowerPoint หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เศษส่วน

หน่วยท่ี 2 : เศษส่วน

1 การเปรยี บเทียบเศษส่วนและจานวนคละ
2 การเรยี งลาดบั เศษส่วนและจานวนคละ
3 การบวกและการลบเศษส่วนและจานวนคละ
4 การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ
5 โจทยป์ ัญหาเศษส่วนและจานวนคละ 2-3 ขั้นตอน

1 การเปบอรกชนยีิดและบสมบตัเขิ อทงรูปสียามเหบลีย่ ม เศษส่ วน

และจานวนคละ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นั กเรยี นสามารถ บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหล่ียม
1) เปรยี บเทยี บเศษส่วนและจานวนคละ
จากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

การเปรยี บเทียบเศษส่วนและจานวนคละ

การเปรยี บเทียบเศษส่วนท่ีมตี วั ส่วนไม่เท่ากัน ต้องทาตวั ส่วนของ

เศษส่วนให้เท่ากันก่อน โดยอาจทาให้เทา่ กบั ค.ร.น. ของตัวส่วน แลว้

จงึ เปรยี บเทยี บ บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหลีย่ ม

การเปรยี บเทียบจานวนคละ ให้เปรยี บเทยี บจานวนนับของ
จานวนคละก่อน ถ้าจานวนนับเทา่ กนั จงึ เปรยี บเทยี บเศษส่วน

ตวั อย่าง

1) เปรยี บเทยี บ 5 กับ 3 2) เปรยี บเทียบ 3 กับ 2
6 4 11 7

วิธที า หา ค.ร.น. ของ 6 และ 4 คือ 12 วธิ ที า หา ค.ร.น. ของ 11 และ 7 คือ 77

5 = 5x2 = 10 บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหล่ียม 3 = 3x7 = 21
6 6x2 12 11 11 x 7 77

3 = 3x3 = 9 2 = 2 x 11 = 22
4 4x3 12 7 7 x 11 77

ซ่งึ 10 > 9 ดังนั้น 5 > 3 ซ่งึ 21 < 22 ดังนั้น 3 < 2
12 12 6 4 77 77 11 7

ตอบ 5 > 3 ตอบ 3 < 2
6 4 11 7

ตัวอย่าง

1) เปรยี บเทยี บ 1 1 กบั 1 3
6 8

วธิ ที า สังเกตเห็นว่าจานวนนับเทา่ กัน

จึงเปรยี บเทียบเศษส่วน 3 4 กับ 7 1
หา ค.ร.น. ของ 6 และ 8 คบืออกช2น4ิดและสมบตั ขิ องรูปส2าม)เหเลป่ยี มรยี บเทียบ 5 4

1 = 1x4 = 4 วิธที า เปรยี บเทียบจานวนนับของ
6 6x4 24

3 = 3x3 = 9 จานวนคละก่อน ซ่งึ 3<7
8 8x3 24
4 1
ซ่งึ 4 < 9 ดงั น้ัน 1 1 < 1 3 ดงั นั้น 3 5 < 7 4
24 24 6 8
4 1
ตอบ 1 1 < 1 3 ตอบ 3 5 < 7 4
6 8

การเปรยี บเทยี บเศษส่วนกบั จานวนคละ อาจเขียนจานวนคละใน
รูปเศษเกิน หรอื เขียนเศษเกินในรูปจานวนคละ แลว้ จงึ เปรยี บเทียบ

ตวั อย่าง เปรยี บเทียบ 3 5 กบั 18
9 5

วธิ ที า เขียนจานวนคละในรูปเศษบอเกกชนนิ ิดแลจะสะมบไตัดขิ อ้ ง3รูปส95าม=เหล3ี่ย9ม2 และ ค.ร.น. ของ 9 และ 5 คือ 45

32 = 32 x 5 = 160
9 9x5 45

18 = 18 x 9 = 162
5 5x9 45

ซ่งึ 160 < 162 ดงั นั้น 3 5 < 18
45 45 9 5

ตอบ 3 5 < 18
9 5

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.2 หน้า 50 - 52
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

2 การเรยี งลาดับเศษส่ วนบอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหล่ยี ม

และจานวนคละ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นั กเรยี นสามารถ บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลีย่ ม
1) เรยี งลาดบั เศษส่วนและจานวนคละ
จากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

การเรยี งลาดับเศษส่วนและจานวนคละ

การเรยี งลาดบั เศษส่ วบอนกชนิดใแชละส้วมบธิ ตั ิขที องราูปตสามัวเหสล่ยี ่มวนของเศษส่ วนทกุ จานวน
ให้เท่ากนั แตถ่ ้ามจี านวนคละให้เขียนจานวนคละในรูปเศษเกิน จากนั้น
จงึ เรยี งลาดับ

ตวั อย่าง

1) เรยี งลาดบั 5 , 11 , 23 , 13 จากน้อยไปมาก
6 15 30 18

วิธที า หา ค.ร.น. ของ 6 , 15 , 30 และ 18 คือ 90

5 = 5 x 15 = 75
6 6 x 15 90

11 = 11 x 6 = บอกช6น6ิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหล่ยี ม
15 15 x 6 90 เมอื่ ตวั ส่วนเทา่ กนั แลว้

23 = 23 x 3 = 69 สามารถนาตวั เศษไปเรยี งลาดับได้เลย
30 30 x 3 90

13 = 13 x 5 = 65
18 18 x 5 90

เรยี งลาดับจากน้อยไปมาก ได้ดังน้ี 65 , 66 , 69 , 75 หรอื 13 , 11 , 23 , 5
90 90 90 90 18 15 30 6

ตอบ 13 , 11 , 23 , 5
18 15 30 6

2) เรยี งลาดบั 2 5 , 27 , 25 , 3 4 , 31 จากมากไปน้อย
7 6 8 9 14

วิธที า เนื่ องจาก 27 = 4 3 , 25 = 3 1 และ 31 = 2 3
ตอบ 6 6 8 8 14 14

จงึ เปรยี บเทยี บ 2 5 , 4 3 , 3 4 , 3 1 , 2 3
7 6 9 8 14

เปรยี บเทียบ 2 5 และ 2 3 พบว่า 2 = 2 จงึ เปรยี บเทียบ 5 และ 3 วธิ ีคูณไขว้
7 14 7 14 70 21
53
เน่ื องจาก 5 > 3 แสดงวบา่อกช2นิดแ57ละส>มบตั 2ขิ อ1ง34รูปสามเหลยี่ ม 7 14
7 14 5 x 14 > 3 x 7

เปรยี บเทียบ 3 1 และ 3 4 พบว่า 3 = 3 จงึ เปรยี บเทียบ 1 และ 4 วธิ คี ูณไขว้
8 9 8 9 9 32
14
เนื่ องจาก 1 < 4 แสดงวา่ 3 4 > 3 1 89
8 9 9 8 1x9 < 4x8

เรยี งลาดบั จากมากไปน้ อยไดด้ งั นี้ 4 3 , 3 4 , 3 1 , 2 5 , 2 3
6 9 8 7 14

หรอื 27 , 3 4 , 25 , 2 5 , 31
6 9 8 7 14

27 , 3 4 , 25 , 2 5 , 31
6 9 8 7 14

การเรยี งลาดับเศษส่วนและจานวนคละ

ความรูเ้ พ่ิมเติม

การเปรยี บเทียบเศษส่วนโดยใชว้ บิธอคีกชูณนิดแไลขะสวมบ้ ตั ขิ องรูปสามเหลย่ี ม
หลักสาคัญของการเปรยี บเทยี บเศษส่วน คือ ตอ้ งทาตัวส่วนให้เท่ากัน โดย

สามารถทาตัวส่วนของทง้ั สองจานวนให้เทา่ กับผลคูณของตัวส่วน โดยนาตวั ส่วนของ
จานวนหน่ึงไปคูณท้งั เศษและส่วนของอีกจานวนหน่ึง หลังจากคูณไขว้ทกุ ครงั้ จะได้ตวั
ส่วนเทา่ กันเสมอ ดังน้ันการเปรยี บเทยี บจึงพิจารณาเฉพาะผลคูณของตวั เศษ

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.3 หน้า 53 - 56
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

3 การบวบกอกชนแิดและลสมบะตั ขิ อกงรูปสาามเหรลีย่ มลบเศษส่ วน

และจานวนคละ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นั กเรยี นสามารถ บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหลยี่ ม
1) สามารถหาผลบวกและผลลบของ
เศษส่ วนและจานวนคละได้

การบวกและการลบเศษส่ วนและจานวนคละ

การบวกและการลบเศษส่ วน

บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลย่ี ม

การบวกหรอื การลบเศษส่วนท่ีมตี วั ส่วนไม่เทา่ กัน ตอ้ งทาตัวส่วน
ของเศษส่วนให้เทา่ กัน โดยทาให้เทา่ กับ ค.ร.น. ของตัวส่วน แลว้ จึงหา
ผลบวกหรอื ผลลบ

ตวั อย่าง

1) 5 + 1
8 6

วิธที า หา ค.ร.น. ของ 8 และ 6 คือ 24

5 + 1 = บอ85กชxxนิดแ33ละ+สมบ61ตั ิขxxองร44ูปสามเหลยี่ ม หาจานวนมาคูณทง้ั เศษและส่วน เพื่อให้ส่วนกลายเป็น 24
8 6

= 15 + 4 ตวั ส่วนเทา่ กันแลว้ นาเศษมาบวกกันได้เลย
24 24

= 19
24

ตอบ 19
24

ตัวอย่าง

2) 37 - 6
25 15

วิธที า หา ค.ร.น. ของ 25 และ 15 คือ 75
ตอบ
37 - 6 = 37 x 3 - 6x5 หาจานวนมาคูณทงั้ เศษและส่วน เพ่ือให้ส่วนกลายเป็น 75
25 15 25 x 3 15 x 5

= บอ17ก15ช1นิด-แล3ะ7ส05มบตั ิของรูปสามเหล่ียม ตวั ส่วนเท่ากันแล้ว นาเศษมาลบกันได้เลย

= 81
75

= 27 ทาให้เป็นเศษส่วนอยา่ งทตา่
25

= 1225 ทาให้เป็นจานวนคละ

1225

ตวั อย่าง

3) 5 - 11
6 15

วธิ ที า หา ค.ร.น. ของ 15 และ 6 คือ 30
ตอบ
5 - 11 = บอ65กชxxนิดแ55ละ-สม1บ1ต5ั1ขิ อxxงรูป22สามเหลีย่ ม หาจานวนมาคูณทงั้ เศษและส่วน เพ่ือให้ส่วนกลายเป็น 30
6 15

= 25 - 22 ตัวส่วนเทา่ กันแลว้ นาเศษมาลบกันไดเ้ ลย
30 30

= 3
30

= 1 ทาให้เป็นเศษส่ วนอย่างทตา่
10

1
10

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.4 หน้า 57 - 59
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

การบวกและการลบเศษส่ วนและจานวนคละ

การบวกจานวนคละ

การบวกจานวนคละ อบาอกจชนทิดแลาะสไมดบตั ้โิขอดงรูปยสานมเหาลี่ยจม านวนนั บบวกกบั จานวนนั บ
และเศษส่วนบวกกับเศษส่วน ถ้าผลบวกของเศษส่วนกับเศษส่วนอยใู่ น
รูปเศษเกิน ให้ทาเป็นจานวนคละ แล้วนาจานวนนับของจานวนคละไป
บวกกับผลบวกของจานวนนั บ

4 2 + 3 5
5 7

วิธที า 4 2 + 3 5 = (4 + 52) + (3 + 57) หรอื อาจเขียนจานวนคละในรูปเศษเกิน
5 7 แลว้ จงึ หาผลบวก

= (4 + 3) + (52 + 57) 2 5 22 26
5 7 5 7
ค.ร.น. ของ 5 และ 7 คือ 35 = 7 + (52 x 7 + 5 x 55) วธิ ที า 4 + 3 = +
x 7 7 x
22 x 7 26 x 5
= 7 + (3145 + บ32อ55กช)นิดและสมบตั ิของรูปสามเหคล.รยี่ .มน. ของ 5 และ 7 คือ 35 = 5x7 + 7x5

= 7 + 39 = 154 + 130
35 35 35

= 7 + 1 4 = 284
35 35

= 8 4 = 8 4
35 35

ตอบ 8 4 ตอบ 8 4
35 35

การบวกและการลบเศษส่ วนและจานวนคละ

การลบจานวนคละ

การลบจานวนคละ อาบจอกชทนิดาแลไะดสมบ้โตั ดขิ องยรูปสนามเหาลจย่ี มานวนนั บลบกับจานวนนั บ
และเศษส่วนลบกับเศษส่วน ถ้าการลบเศษส่วน มีตวั ต้งั น้อยกวา่ ตวั ลบให้
กระจายผลลบของจานวนนับมา 1 โดยเขียนในรูปเศษส่วน แล้วนาไป
บวกกับตวั ต้ัง จากนั้นจงึ หาผลลบ

7 1 - 5 3
6 4

วธิ ที า 7 1 - 5 3 = (7 + 61) - (5 + 43) หรอื อาจเขียนจานวนคละในรูปเศษเกิน
6 4 = (7 - 5) + (61 - 43) แล้วจงึ หาผลลบ

ค.ร.น. ของ 6 และ 4 คือ 12 = 2 + (61 x 2 + 3 x 33) วธิ ที า 7 1 - 5 3 = 43 - 23
= 2 + x 2 4 x 6 4 6 4
เศษส่วน ตวั ตั้ง < ตวั ลบ ของ
(122 - 192บ)อกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหคล.รีย่ .มน. 6 และ 4 คือ 12 = 43 x 2 - 23 x 3
กระจายผลลบ 6x2 4x3
ของจานวนนั บมา 1 = 1 + 1 + (122 - 192)
เขียนผลลบท่กี ระจายมา = 86 - 69
(1122 2 192) 12 12
ในรู ปเศษส่ วน = 1 + + 12 -
17
= 1 + 5 = 12
12
5
= 1 5 = 1 12
12
5
ตอบ 1 5 ตอบ 1 12
12

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.5 หน้า 60 - 62
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

4 การบวก ลบ คูณ หารระคนบอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหล่ยี ม

ของเศษส่ วนและจานวนคละ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นั กเรยี นสามารถ

บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหลีย่ ม

1) สามารถหาผลลพั ธข์ องการบวก ลบ
คูณ หารระคนของเศษส่วนและ
จานวนคละได้

การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ

ข้อตกลงเก่ยี วกับลาดับข้ันการคานวณท่ีมากกว่า 1 ข้ันตอน
ข้ันท่ี 1 คานวณในวงเล็บ (ถ้าม)ี
ขั้นท่ี 2 คูณ หบรอกอื ชนิดหและาสมรบตั ขิโองดรูปยสามคเหาลยี่ นม วณจากซา้ ยไปขวา
ข้ันท่ี 3 บวก หรอื ลบ โดยคานวณจากซา้ ยไปขวา

จาลาดับข้ันตอนการคานวณให้ดี!!

17 + 3 4 x 1 2 ÷ 4
9 5 3 15

มาจดั ลาดบั ขั้นตอนการคานวณกันก่อน ว่าคานวณวิธใี ดก่อน - หลัง

17 + 3 4 x 1 2 ÷ 4 17 บ+อกชน3ิดแล45ะสมบxตั ิข1องรูป32สามเห÷ลี่ยม 4 17 + 3 4 x 1 2 ÷ 4
9 5 3 15 9 15 9 5 3 15

1 1 1

2 2

มีวงเลบ็ ให้คานวณในวงเล็บก่อน คานวณวิธหี าร เป็นขั้นท่ี 2 3

คานวณวธิ บี วก เป็นขั้นท่ี 3

17 + 3 4 x 1 2 ÷ 4
9 5 3 15

17 4 2 4 17 19 5 1 4
9 5 3 15 9 51 3 15
วธิ ที า + 3 x1 ÷ = + x ÷ เปล่ียนจานวนคละเป็นเศษเกิน
ตอบ คานวณในวงเล็บก่อน (วธิ คี ูณ)
1 = 17 + 19 ÷ 4 คานวณวิธหี าร
2 9 3 15 คานวณวิธบี วก ส่วนไม่เท่ากัน
ทาส่วนให้เทา่ กัน (ค.ร.น. คือ 36)
3 = 17 + 19 x 15 5 คานวณวธิ บี วก
9 31 4 คาตอบเป็นเศษเกิน
ทาให้เป็นจานวนคละ
บ=อก1ช97นิด+แล9ะ4ส5มบตั ิของรูปสามเหล่ยี ม

= 17 x 4 + 95 x 9
9x4 4x9

= 68 + 855
36 36

= 923
36

= 25 23
36

25 23
36

4 1 - 15 + 1 5 x 2 3
4 6 9 12

มาจดั ลาดบั ข้ันตอนการคานวณกันกอ่ น วา่ คานวณวธิ ใี ดก่อน - หลัง

4 1 - 15 + 1 5 x 2 3 4 บ41อกช-นิด1แ6ล5ะสม+บตั ขิ 1องร95ูปสาxมเห2ล่ียม132 4 1 - 15 + 1 5 x 2 3
4 6 9 12 4 6 9 12
21
1 21
เหลอื วธิ ลี บ และบวก
ให้คานวณวิธลี บก่อน 3
(คานวณจากซา้ ยไปขวา)
ข้อน้ี ไม่มีวงเลบ็ คานวณวธิ บี วก
ตอ้ งคานวณวิธคี ูณก่อน

4 1 - 15 + 1 5 x 2 3
4 6 9 12

วธิ ที า 4 1 - 15 + 1 5 x 2 3 = 17 - 15 + 19437x 273 3 เปล่ยี นจานวนคละเป็นเศษเกิน / ตดั ทอนเศษส่วน
4 6 9 12 4 6 12 6 คานวณวิธคี ูณก่อน

= 17 - 15 + 7x 1 ค.ร.น. ของ 4, 6 และ 2 คือ 12
4 6 1x 2 คานวณจากซ้ายไปขวา
คาตอบเป็นเศษเกิน
= 17 - 15 + 7 ทาให้เป็นเศษส่วนอยา่ งทตา่
4 6 2 ทาให้เป็นจานวนคละ

=บอ1ก47ชนxxิดแ33ละ-สม16บ5ตั xิขxอ2ง2รูป+สา27มเหxxลยี่66ม

= 51 - 30 + 42
12 12 12

= 63
12

= 21
4

= 5 1
4

ตอบ 5 1
4

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.6 หน้า 63 - 70
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

5 โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ
บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลี่ยม
จานวนคละ 2-3 ขั้นตอน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

นั กเรยี นสามารถ
บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลย่ี ม

1) สามารถแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์
ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ 2-3
ขั้นตอนได้

โจทยป์ ัญหาเศษส่วนและจานวนคละ 2-3 ขั้นตอน

การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน
และจานวนคละ 2-3 ขั้นตอน เร่มิ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผน
แก้ปัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ

บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลยี่ ม

โจทย์กาหนดส่ิ งใดมาให้บ้าง? การแก้ไขโจทย์ปัญหาข้อน้ี
โจทยต์ ้องการให้หาส่ิงใด? ตอ้ งทาอะไรก่อน และอะไรหลัง

แสดงวธิ ที า / วธิ คี ิด

ตรวจทานคาตอบว่าถูกตอ้ งหรอื ไม่?

แมค่ ้ามีข้าวสาร 60 1 กโิ ลกรมั ครง้ั แรกแบง่ ใส่ถุง ถุงละ 1 กโิ ลกรมั
4 2

จานวน 47 ถุง ข้าวสารท่ีเหลือทั้งหมดแบ่งใส่ ถุง ถุงละ 7 กิโลกรมั แม่ค้า
8

แบง่ ข้าวสารท่เี หลือไดก้ ่ถี ุง

วธิ คี ิด บอกชนิดและสมบตั ิของรูปสามเหลี่ยม

วิธที า ครง้ั แรกแบ่งข้าวสารใส่ถุง ถุงละ 1 กโิ ลกรมั
จานวน 2 ถุง
ครง้ั แรกใช้ข้าวสารทัง้ หมด กโิ ลกรมั
หลงั จากแบ่งใส่ถุงครงั้ แรกบจอกะชนเิดหแลละสอื มบขตั ้าิขอวงรสูปสาารมเหล่ียม 47 กิโลกรมั
กิโลกรมั
นาข้าวสารท่เี หลอื ทัง้ หมดแบ่งใส่ถุง ถุงละ 1 x 47 = 47 ถุง
2 2
แม่ค้าแบง่ ข้าวสารท่เี หลอื ได้
ดังน้ัน แม่ค้าแบง่ ข้าวสารท่ีเหลอื ได้ 42 ถุง 60 1 - 37 = 147
ตอบ 42 ถุง 4 2 4

7

8

147 ÷ 7 = 42
4 8

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.7 หน้า 71 - 73
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ตขิ องรูปรสาม์เหล(ย่ี มสสวท.) ป.6 เลม่ 1

แพรไดร้ บั เงนิ เดือน 60,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน 2 ของเงนิ เดือน
5

ท่ีได้รบั เกบ็ ออม 1 ของเงนิ เดอื นท่ีเหลอื แพรออมเงนิ ก่บี าท
4

วิธคี ิด

บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหล่ยี ม

แพรได้รบั เงนิ เดอื น 60,000 บาท เป็นค่าใชจ้ า่ ยในบา้ น 2 ของเงนิ เดอื น
5

ท่ีไดร้ บั เกบ็ ออม 1 ของเงนิ เดอื นท่ีเหลอื แพรออมเงนิ ก่บี าท
4

วิธที า แพรไดร้ บั เงนิ เดือน 60,000 บาท
เป็นค่าใชจ้ ่ายในบ้าน
2 ของเงนิ เดอื นท่ไี ดร้ บั
คิดเป็นเงนิ บาท
แพรเหลือเงนิ บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสา5มเหลีย่ ม
เกบ็ ออม
2 x 60,000 = 24,000
แพรออมเงนิ 5
ตอบ 9,000 บาท
60,000 - 24,000 = 36,000 บาท

1 ของเงนิ เดือนท่เี หลือ
บาท
4

1 x 36,000 = 9,000
4

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.8 หน้า 74 - 79
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

ชาวสวนขายมะพรา้ วไป 6 ของมะพรา้ วท่ีเก็บได้ท้งั หมด ยงั เหลอื มะพรา้ ว
15

อยู่ 135 ผล ชาวสวนเกบ็ มะพรา้ วได้ทั้งหมดก่ผี ล

วธิ คี ิด

บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหลี่ยม

ชาวสวนขายมะพรา้ วไป 6 ของมะพรา้ วท่ีเกบ็ ได้ทง้ั หมด ยงั เหลือมะพรา้ ว
15

อยู่ 135 ผล ชาวสวนเกบ็ มะพรา้ วได้ทง้ั หมดก่ผี ล

วธิ ที า ชาวสวนเกบ็ มะพรา้ วได้ทง้ั หมด 15 ขายมะพรา้ วไป 6 ของมะพรา้ วท่ีเก็บได้ทั้งหมด
ตอบ 15 15

ดงั นั้น เหลอื มะพรา้ ว 15 - 6 = 9 ของมะพรา้ วท่เี ก็บไดท้ ้งั หมด ซ่งึ เท่ากับ 135 ผล
15 15 15
มะพรา้ ว 9 สบอ่ วกชนนิดและสมบตั ิขคองิดรูปเสปาม็นเหล่ียม135 ผล
แสดงว่า

มะพรา้ ว 1 ส่วน คิดเป็น 135 ผล
9

มะพรา้ ว 15 ส่วน คิดเป็น 15 x 135 = 225 ผล
9

ดงั น้ัน ชาวสวนเก็บมะพรา้ วไดท้ ้งั หมด 225 ผล

225 ผล

ภาระงาน

แบบฝึกหัด 2.9 หน้า 80 - 82
ในแบบฝึกหัดคณิ ตบอกศชนิดแาละสสมบตั ติของรูปรสาม์เหล(ี่ยมสสวท.) ป.6 เลม่ 1

โรงเรยี นแห่งหน่ึ งมีนักเรยี นสมคั รไปทศั นศึ กษาท่ีพิพิธภณั ฑ์และสวนสัตว์

312 คน ซ่งึ สมัครไปพิพิธภณั ฑ์ 3 ของนั กเรยี นทง้ั หมด และไปสวนสัตว์
8

1 ของนั กเรยี นทั้งหมด โรงเรยี นน้ีมีนักเรยี นท้ังหมดก่คี น
6

วธิ คี ิด บอกชนิดและสมบตั ขิ องรูปสามเหลีย่ ม

โรงเรยี นแห่งหน่ึ งมีนักเรยี นสมัครไปทัศนศึ กษาท่พี ิพิธภณั ฑ์และสวนสัตว์

312 คน ซ่งึ สมัครไปพิพิธภณั ฑ์ 3 ของนั กเรยี นทัง้ หมด และไปสวนสัตว์
8

1 ของนั กเรยี นทง้ั หมด โรงเรยี นน้ีมนี ักเรยี นทั้งหมดก่คี น
6

วิธที า นั กเรยี นสมคั รไปพิพิธภณั ฑบ์วอกิทชนยิดแาลศะสามบสตั ขิตองรรูป์ สามเหลี่ยม83 ของนักเรยี นทัง้ หมด

นักเรยี นสมัครไปสวนสัตว์เขาเขียว 1 ของนักเรยี นทงั้ หมด
6

ดงั นั้น นักเรยี นสมัครไปพิพิธภัณฑว์ ิทยาศาสตรแ์ ละสวนสัตว์เขาเขียว

คิดเป็น 3 + 1 = 13 ของนักเรยี นท้งั หมด ซ่งึ เทา่ กบั 312 คน
8 6 24


Click to View FlipBook Version