ปิ ง วัง ยม น่าน มหานที ประเพณียี่เป็งล้านนา ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นประเพณีเก่าแก่ของล้านนาที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ ๑๔ โดยค าว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน “เป็ง” แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของไทย งานประเพณียี่เป็งจะมีทั้งหมด 3 วัน คือ - วันขึ้นสิบสามค ่า หรือ ชาวพื้นถิ่นเรียกว่า “วันดา” จะเป็นวันส าหรับการซื้อของและตระเตรียม สิ่งต่าง ๆ ไปท าบุญที่วัด - วันขึ้นสิบสี่ค ่า จะไปท าบุญกันที่วัด พร้อมท ากระทงใหญ่ไว้ที่วัดและน าของกินมาใส่กระทง เพื่อท าทานให้แก่คนยากจน - วันขึ้นสิบห้าค ่า จะน ากระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กส่วนตัวไปลอยในล าน ้า เพื่อบูชารอย พระพุทธบาท กิจกรรมที่ชาวล้านนานิยมกระท าในประเพณียี่เป็ง คือ การจุดผางประทีปและโคมไฟ เพื่อบูชา พระรัตนตรัย และมีการจุดว่าวไฟปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ การจุดบอกไฟ (ดอกไม้ไฟ) ชนิดต่าง ๆ การไปท าบุญที่วัดในวันยี่เป็ง การฟังเทศน์ใหญ่ ที่เรียกว่า “เทศมหาชาติ” และการท าซุ้มประตูป่ า การจุดผางประทีป การปล่อยโคมไฟ
การปล่อยว่าว ว่าว ในภาษาล้านนา หมายถึง เครื่องเล่นชนิดหนึ่งท าด้วยกระดาษ ส าหรับปล่อยให้ลอยไปตามลม คล้ายกับบอลลูน ตามวัฒนธรรมของล้านนา ในช่วงยี่เป็งจะมีการปล่อยว่าว 2 แบบ คือ ว่าวฮม (ว่าวลม) หรือ ว่าวควัน น ากระดาษหลายสี มาท าเป็นถุงรับความร้อนจากควันไฟ ใช้ควันไฟที่มีความร้อนอัดเข้าไปในตัวว่าว เรียกว่า “ฮมควัน” เพื่อให้พยุงให้ลอยขึ้นไปในอากาศได้ มี2 ชนิด คือว่าวสี่แจ่ง คือว่าวทรงสี่เหลี่ยม และ ว่าวมน คือว่าวทรงมน มักจะผูกสายประทัดติดที่หางว่าว และจุดเมื่อปล่อย นิยมปล่อยกันในช่วงกลางวัน ว่าวไฟ ใช้หลักการเดียวกันกับการท าว่าวฮม แต่ใช้กระดาษน้อยกว่า และอาศัยความร้อนจาก ลูกไฟที่ผูกติดกับแกนกลาง ท าให้ว่าวลอยขึ้นสู่อากาศ ลูกไฟที่ผูกติดแกนกลางในอดีตนั้น ใช้ขี้หญ้า หล่อเป็นแท่ง ปัจจุบันนิยมใช้กระดาษช าระชุบขี้ผึ้งเทียน นิยมจุดในตอนกลางคืน ปัจจุบันนิยมเรียกตามแบบภาคกลาง โดยเรียกว่า “โคมลอย” และเรียกว่าวไฟว่า “โคมไฟ” ทั้ง ๆ ที่โคมแปลว่าเครื่องใช้ที่ให้แสงสว่าง สันนิฐานว่าการปล่อยว่าวน่าจะเป็นการท าตามแบบของพวกฝรั่ง หรือมิชชันนารีในเมืองเชียงใหม่ การปล่อยว่าวไฟ การปล่อยว่าวควัน
ซุ้มประตูป่า ซุ้มประตูป่ า หมายถึง ปากทางที่จะเข้าสู่ป่ า ซึ่งมักจะปรากฏอยู่เป็นเสา ตั้งอยู่ที่ชายหมู่บ้าน ขนาบทางเดินที่จะเข้าป่ า ซึ่งมักจะเป็นส่วนประดับอยู่ระหว่างเสาทั้งคู่ ใช้เป็นบริเวณที่ประกอบพิธีกรรม ส าหรับหมู่บ้าน โดยชาวล้านนาจะเตรียมจัดตกแต่งประตูบ้านและประตูวัด ด้วยซุ้มประตูป่ า โดยการน าต้นกล้วย ใบมะพร้าว ต้นอ้อย โคมหูกระต่าย โคมเงี้ยวหรือโคมชนิดอื่น ๆ ดอกไม้ต่าง ๆ ฯลฯ ตกแต่งเป็นซุ้มประตูป่ า อย่างงดงาม โดยจ าลองเหตุการณ์ที่ชาวเมืองจัดตกแต่งบ้านเมืองเพื่อต้อนรับการเสด็จกลับจากป่ า ของพระเวสสันดร อันเป็นชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็นพระพุทธเจ้า (ปรากฏในเวสสันดร ชาดก) การสร้างซุ้มประตูป่ า นอกจากมีคติความเชื่อในเรื่องการต้อนรับการเสด็จกลับจากป่ าของ พระเวสสันดรแล้ว ยังเป็นซุ้มที่ใช้จุดผางประทีป เพื่อบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ โดยจุดไว้ในโคมหูกระต่าย อีกทั้งยังมีโคมชนิดอื่น ๆ ที่ใช้ในการประดับตกแต่งอีกด้วย ซุ้มประตูป่ า
โคมยี่เป็ง ในช่วงก่อนจะถึงวันยี่เป็ง จะมีการประดิษฐ์โคมรูปลักษณะต่าง ๆ ภาษาล้านนาออกเสียงโคม ว่า “โกม” เพื่อเตรียมใช้ในการจุดผางประทีปบูชา โดยการแขวนใส่ค้างโคมบูชาตามพระธาตุเจดีย์ แขวนไว้ หน้าวิหาร กลางวิหาร หรือในปัจจุบันนิยมแขวนประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน มีหลากหลายรูปทรง เช่น โคมรังมดส้ม โคมไห โคมกระจัง โคมดาว โคมกระบอก โคมเงี้ยว (โคมเพชร) โคมหูกระต่าย โคมผัด โคมแอว โคมญี่ปุ่ น ฯลฯ อีกมากมาย การประดับโคมยี่เป็ง
บอกไฟ ในช่วงยี่เป็ง สล่าบอกไฟ (ดอกไม้ไฟ) จะมีการจัดเตรียมท าบอกไฟชนิดต่าง ๆ เพื่อใช้จุดเป็น พุทธบูชา บูชาพระเกศแก้วจุฬามณี จุดบูชาประกอบพิธีเทศน์มหาชาติหรือตั้งธรรมหลวง และเป็นเครื่อง เล่นของเด็ก ๆ บอกไฟที่นิยมจุด ได้แก่ บอกไฟยิง บอกไฟข้าวต้ม บอกไฟดอก บอกไฟดาว บอกไฟบะขี้เบ้า (บอกไฟน ้าต้น) บอกไฟช้างร้อง บอกไฟเทียน เด็ก ๆ ก็มักจะเล่นบอกถบ หรือประทัด หรือจุดมะผาบ และสะโปก เพื่อให้เกิดเสียงดัง บอกไฟดอก
ล่องสะเปา ในอดีตชาวล้านนาไม่นิยมลอยกระทง แต่นิยมล่องสะเปา หรือไหลเรือส าเภา นิยมท าสะเปากัน ที่วัด โดยชาวบ้านช่วยกันท าสะเปาเป็นรูปเรือล าใหญ่ วางบนแพไม้ไผ่ และน าสะตวง พร้อมด้วยข้าวของ ต่าง ๆ ทั้งหม้อ ไห เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภค บริโภคต่าง ๆ ใส่ลงไปในสะเปา ในช่วงหัวค ่าของ วันยี่เป็ง จึงพากันหามสะเปา พร้อมแห่ด้วยฆ้อง กลอง จากวัดไปลอยที่แม่น ้า และท าพิธีเวนทานที่ท่าน ้า ก่อนปล่อยสะเปาลอยลงไป ขณะที่สะเปาลอยไปได้ระยะหนึ่ง จะมีคนยากจนคอยดักรอสะเปากลางแม่น ้า เพื่อน าเอาของอุปโภคต่าง ๆ มาใช้อุปโภคและบริโภค จึงเป็นการบริจาคทานแบบหนึ่ง ล่องสะเปา หรือลอยส าเภา เอกสารอ้างอิง : มณี พยอมยงค์. (๒๕๔๗). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5 ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์. ศรีเลา เกษพรหม. (๒๕๔๒). ล่องสะเพา. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม ๑๑, หน้า ๕๘๕๐- ๕๘๕๐). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. สงวน โชติสุขรัตน์. (๒๕๑๑). ประเพณีไทย ภาคเหนือ. เชียงใหม่: สงวนการพิมพ์.
พื้นหลังใหญ่ หัวข้อใหญ่ ปิ ง วัง ยม น่าน มหานที ประเพณียี่เป็งล้านนา