The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

14-ธัญพิสิษฐ์ หาญณรงค์111

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanpisidh64, 2022-04-29 12:37:37

14-ธัญพิสิษฐ์ หาญณรงค์111

14-ธัญพิสิษฐ์ หาญณรงค์111

คำนำ

หนังสอื เลม่ น้เี ป็นหนังสือการเรยี นรเู้ กยี่ วกับพ้ืนฐานทางเวชศาสตร์การกีฬาซ่ึงเป็นส่วนหนง่ึ ของ
รายวิชา 355120 พ้ืนฐานศิลปะ และการออกแบบกราฟิก โดยมีจุดประสงคเ์ พือ่ เรยี นรูเ้ กย่ี วกบั การ
ทำงานของระบบตา่ งๆในรา่ งกายขณะออกกำลังกาย

โดยหนงั สอื เล่มนี้ได้มกี ารรวบรวมเน้อื หา และจดั เรยี งขน้ึ มาใหม่ในรูปแบบของหนังสอื
อิเลก็ ทรอนิกส์ (E-Book) เพ่ือให้เน้ือหามีความกระชบั เข้าใจง่าย และเป็นระเบียบมากยง่ิ ข้ึน
หากผดิ พลาดประการใดผูจ้ ัดทำขออภัยมา ณ ท่นี ี่

ธัญพสิ ษิ ฐ์ หาญณรงค์
ผ้จู ดั ทำ



สารบัญ หนา้
1
เรอ่ื ง 2
บทที1่
วัตถุประสงค์ 3
4
บทท่ี 2 5
5
การทำงานของกล้ามเนอ้ื ขณะออกกำลงั กาย 5
ความแข็งแรงของกล้ามเนอ้ื 6
พลงั กล้ามเนื้อ 7
ความไวและความเรว็ 8
ความอดทนท่วั ไป 8
บทที่ 3 9
การทำงานของระบบหายใจในการออกกำลงั กาย 9
ขณะออกกำลงั กายหายใจทางจมกู หรอื ปากดกี ว่ากัน 10
การทำงานของระบบไหลเวียนเลอื ดในการออกกำลงั กาย 10
ผลของการฝึกซ้อมกฬี าต่อกลา้ มเนื้อ 12
ผลของการฝกึ ซอ้ มกีฬาตอ่ ระบบหายใจ 13
ผลของการฝกึ ซ้อมกฬี าต่อระบบไหลเวียนเลอื ด 14
ผลของการฝกึ ซ้อมกฬี าตอ่ ระบบอน่ื ๆ 17
บทท่ี 4 19
ความสมบูรณท์ างกาย
แบบทดสอบ ข
บรรณนาณกุ รม

11

พน้ื ฐานเวชศาสตร์การกฬี า
วัตถุประสงค์ของพน้ื ฐานทางเวชศาสตรก์ ารกีฬา
1.เพือ่ รเู้ กย่ี วกับการทำงานของระบบตา่ งๆในร่างกายขณะออกกำลงั กาย
2.เพ่ือพฒั นาประสิทธภิ าพและสมรรถภาพของนกั กฬี า ตลอดจนสง่ เสรมิ สุขภาพของผ้อู อกกำลงั กาย
3.เพื่อให้มสี ุขภาพ และสมรรถภาพทางกายท่ีดี

2

3
3

ร่างกายกับการออกกําลังกาย

ผทู้ ่จี ะเป็นผู้ฝกึ สอนกีฬาจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย
ขณะมีการออกกําลงั กาย และผลของการออกกําลงั กายหรือฝึกซอ้ มกีฬาตอ่ อวัยวะบา้ งพอควร
จงึ จะสามารถเข้าใจเร่ืองประสทิ ธิภาพในการเล่นกีฬา และการเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย
ของนักกีฬาได้ง่าย และลึกซงึ้

การทำงานของกลา้ มเนอื้ ขณะออกกาํ ลังกาย

การหดตวั ของกล้ามเนื้อต้องอาศัยพลังงานทีไ่ ดจ้ ากการสลายสารอนิ ทรีย์เคมีซึง่ มีอยใู่ น
กล้ามเนือ้ ที่ เรยี กว่า ATP (Adenosine tri-phosphate) สารน้ีจะสงั เคราะห์กลับคืนใหม่ได้โดยใช้
พลังงานท่ีไดจ้ าก การเผาผลาญอาหาร โดยเฉพาะไกลโคเจน (นำ้ ตาล) ในกล้ามเน้ือ ทำให้กลา้ มเน้ือ
สามารถหดตัวซำ้ ติดต่อกันไปได้เป็นเวลานานในภาวะที่กล้ามเนือ้ ทำงานไม่หนกั มาก แตห่ ากทำซ้ำ
ติดตอ่ กันเปน็ เวลานานกลา้ มเนือ้ ต้องได้รับออกซิเจนจากเลือดเพียงพอท่จี ะใชอ้ อกซิไดส์ ไกลโคเจนให้
เกิดพลังงานในการสงั เคราะห์ ATP ขึ้นใหม่ ของเสียทีเ่ กดิ จากการออกซิไดส์ คอื คารบ์ อนไดออกไซด์
และน้ำจะถกู พาออกไปจากกลา้ มเนอื้ โดยกระแสเลอื ด การออกกาํ ลังกายแบบน้เี ราเรียกวา่ การออก
กำลงั กายแบบใช้ออกซิเจน (aerobic exercise) ซงึ่ ได้แก่ กีฬาทเี่ ลน่ ตดิ ต่อกันอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ
เปน็ เวลานาน เชน่ วงิ่ กระโดดไกล ว่ายน้ำระยะไกล แตถ่ า้ กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักเต็มที่ติดต่อกัน
(ระยะเวลาส้ัน) พลงั งานท่ีใช้สงั เคราะห์ข้นึ ใหม่จะไดจ้ ากการสลายของไกลโคเจนโดยไม่ใชอ้ อกซิเจน
(การออกซิไดส์เกดิ ซำ้ ไม่ทันการ) ของเสยี ท่ีเกิดขน้ึ คือกรดแลคตกิ ซงึ่ เปน็ ตวั สำคัญในการทำให้
กล้ามเนื้อล้า (fatigue) การออกกาํ ลังแบบนีเ้ ราเรียกว่าแบบไมใ่ ช้ออกซิเจน (anaerobic exercise)
ได้แก่ การวิ่งระยะสน้ั , การเร่งเต็มที่เพื่อเขา้ เสน้ ชยั ฯลฯ

สมรรถภาพของร่างกายที่จะทำงานโดยได้รบั ออกซิเจนเพยี งพอ (Aerobic Capacity)
โดยข้ึนอยกู่ ับสมรรถภาพของระบบการไหลเวยี นเลอื ด ระบบการหายใจ และกลา้ มเน้ือท่ีจะรบั
ออกซเิ จน

สมรรถภาพของรา่ งกายที่จะทำงานโดยไม่ใช้ออกซเิ จน (Anaerobic Capacity) โดยขนึ้ อยู่กบั
ความสามารถของกล้ามเนื้อเอง อยา่ งไรก็ตามหลังการออกกาํ ลังกายจะต้องมีการรับออกซเิ จน
มากกว่าปกติ เพื่อนาํ ไปออกซิไดส์กรดแลคตกิ ให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเท่ากบั เป็นการทำงาน
โดยตดิ หน้ีออกซเิ จนไว้ (Oxygen debt) แลว้ มาชดใชเ้ มื่อหยุดออกกําลงั กาย

4

ในกีฬาชนิดท่ีเลน่ ตดิ ตอ่ กันเป็นเวลานานแต่มลี กั ษณะไมส่ ม่ำเสมอ เชน่ บาสเกตบอล
วอลเลย์บอล แบดมนิ ตนั ฟตุ บอล ฯลฯ การทำงานของกล้ามเนอ้ื จะเป็นแบบผสม คือ บางคร้งั ต้องใช้
สมรรถภาพของร่าง ท่ีจะทำงานโดยได้รบั ออกซิเจนเพยี งพอ บางครัง้ ต้องใชส้ มรรถภาพของรา่ งกาย
ท่ีจะทำงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน
ความแขง็ แรงของกล้ามเนื้อ (Strength)

คอื ความสามารถของกลา้ มเนื้อทีจ่ ะหดตวั เพื่อเคล่ือนนำ้ หนัก หรอื ต้านนำ้ หนักโดยไมจ่ ํากัด
เวลา แบง่ ไดเ้ ปน็ 2 แบบ

1. ความแขง็ แรงแบบเคลื่อนท่ี (Static) เชน่ การอัด กด ดนั ฯลฯ โดยสิง่ ที่ถกู กดหรือดนั นั้น
ไม่มีการเคล่ือนที่

2. ความแข็งแรงแบบเคล่ือนที่ (Dynamic) เชน่ ว่งิ กระโดด ทมุ่ ขว้าง ฯลฯ
การกีฬาต่างๆ ต้องการความแขง็ แรงของกล้ามเนื้อทต่ี ่างกัน เชน่ ยกนำ้ หนกั มวยปลำ้ ยโู ด จะตอ้ งการ
ความแขง็ แรงแบบอยู่กับทีม่ าก แตพ่ วกกรฑี า บาสเกตบอล ฟตุ บอล และกีฬาท่ีมีการเคล่ือนไหวเรว็ ๆ
ชนิดอื่น ตอ้ งการความแขง็ แรงแบบการเคลอื่ นท่ีมาก

ความแขง็ แรงกลา้ มเน้อื ขน้ึ อยู่กบั พนื้ ที่หน้าตัดของกลา้ มเน้ือนนั้ กลา้ มเนื้อทไี่ ดร้ ับการฝกึ
ใหม้ ีขนาดใหญข่ ้นึ จะมคี วามแขง็ แรงเพิ่มขนึ้ เป็นสดั สว่ นกับขนาดของกลา้ มเนื้อท่ีเพ่ิมขึน้
พลังกลา้ มเนอื้ (Muscle Power)

เปน็ ความสามารถของกล้ามเนอื้ ทีจ่ ะหดตัวได้แรง (แรงเคล่ือนท่ี) ในเวลาอนั จํากัดพลังจึง
ขึ้นอยกู่ ับความเรว็ ในการหดตัวดว้ ย

5

ความไวและความเร็ว
เป็นความสามารถของกล้ามเน้ือและระบบประสาท การส่งั งานที่จะทำงานร่วมกันเป็น

คณุ สมบตั ิ ท่สี ามารถถ่ายทอดทางกรรมพนั ธ์ไุ ด้ และสามารถฝกึ ฝนใหด้ ขี ึ้นได้ โดยทวั่ ไปแลว้ ความเร็ว
ในการวิง่ ของคนปกตจิ ะมสี ูงสุดในระยะไมเ่ กนิ 50-60 เมตร ความสามารถทจ่ี ะรักษาความเรว็ ได้
ตอ่ ไปอกี จนถึง 100 หรอื 200 เมตร เปน็ เรื่องของความอดทนของกลา้ มเนื้อ (Muscle endurance)
หรือจะกลา่ วให้เจาะจงลงไปอีกคือ สมรรถภาพของกลา้ มเนื้อที่จะทำงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน
ความอดทนทว่ั ไป

ขนึ้ อยูก่ ับระบบหายใจ และการไหลเวยี นเลือดประกอบกบั สภาพของกล้ามเน้ือ

6

7

การทำงานของระบบการหายใจในการออกกาํ ลังกาย
คนปกตจิ ะหายใจประมาณ 16 คร้งั /นาที ในขณะอยเู่ ฉยๆ (นั่งพัก) แตล่ ะครงั้ สดู อากาศ 7

ประมาณ 400-500 ลบ.ซม. ระหวา่ งออกกําลังกายการหายใจจะถี่ข้ึน และปริมาตรอากาศแต่ละครงั้
จะมากขึ้น ขณะท่ีการออกกาํ ลงั กายหนกั เต็มท่ีอตั ราการหายใจอาจสูงกวา่ 50 คร้งั /นาที และปริมาตร
อากาศหายใจ แต่ละครั้งอาจมากถึง 3000 ลบ.ซม. หรือมากกว่านั้น การเพิม่ ของการหายใจ (ปริมาตร
อากาศหายใจ ต่อนาทหี รืออตั ราการหายใจ คณู ดว้ ย ปริมาตรอากาศหายใจแตล่ ะคร้ัง) เปน็ ปฏิภาคกบั
ความหนกั ของการออกกาํ ลัง

การเพิ่มการหายใจในระหว่างการออกกาํ ลงั กายเปน็ ความพยายามของรา่ งกายท่ีจะรับ
ออกซิเจนให้เพียงพอกับความต้องการและขับถา่ ยคารบ์ อนไดออกไซด์ ท่เี กิดขึน้ ออกไปในภาวะท่ี
การออกกาํ ลงั กายมีความหนักคงที่ และปรมิ าตรอากาศหายใจตอ่ นาที่คงที่ (Steady State) ปรมิ าณ
การรบั ออกซิเจนของร่างกายจะเทา่ กบั ความต้องการออกซิเจนของร่างกายขณะนนั้

หลังการออกกาํ ลังจะต้องมกี ารหายใจแรงและลึกอยู่อกี สักพักใหญ่ แลว้ คอ่ ยๆ ลดลงจนอยู่ใน
ระดบั ทีป่ กติ การที่เป็นเชน่ นนั้ เป็นการชดใชห้ นอี้ อกซิเจนทก่ี ่อขนึ้ ระหว่างออกกําลังแบบไมใ่ ช้
ออกซเิ จน หรือชดใช้ออกซเิ จนทีก่ อ่ ขนึ้ ในระยะปรบั ตัว (adaptation period) ของการออกกําลังแบบ
ใช้ออกซเิ จน (ในระยะปรบั ตวั การออกกาํ ลังกายเป็นไปอย่างสม่ำเสมอต้ังแต่ต้นแลว้ แต่การหายใจยงั ไม่
สม่ำเสมอและมากพอ)
ขณะออกกาํ ลงั กายหายใจทางจมกู หรือทางปากดีกว่ากนั

การหายใจทางจมูกถูกหลักสรีรวทิ ยากวา่ หายใจทางปาก เพราะจมกู มขี นกรองฝนุ่ ละออง มี
เยอ่ื เมือกทำใหอ้ ากาศชุ่มชืน้ และอบอนุ่ ในการออกกําลังกายทไ่ี ม่หนักมาก หากไมจ่ ำเป็นต้องสูด
อากาศหายใจทลี ะมากๆ การหายใจทางจมูกถูกหลักสุขลกั ษณะดีกวา่ แต่ในการออกกําลงั กายหนัก

ท่ีตอ้ งการอากาศถา่ ยเทเข้าออกคร้ังละมากๆ การหายใจทางจมกู อาจไมพ่ อ จำเป็นต้อง
หายใจทางปากดว้ ย ในข้ันแรก อาจใชต้ ัวชว่ ยในการหายใจออก ในขั้นหนักเตม็ ที่อาจต้องหายใจเข้า-
ออกทางปากด้วย ท้ังนีใ้ ช้ได้สำหรับ ระยะสนั้

8

การทำงานของระบบการไหลเวยี นเลอื ดในการออกกําลงั กาย
อวัยวะสำคญั ท่ีสดุ ของระบบน้ีคอื หวั ใจท่ีเป็นเสมือนเครื่องสูบฉดี ให้เลอื ดไหลไปตามหลอด

เลอื ด สู่อวัยวะปลายทางคือกลา้ มเนื้อ ในเม็ดเลอื ดแดงมีฮีโมโกลบิล (สารประกอบของเหล็กที่รวมกับ
โปรตีน) ทำหนา้ ทีจ่ ับออกซเิ จนพาไปยังเซลล์ เม่อื ความต้องการออกซิเจนของรา่ งกายมากข้ึน เลอื ด
จำเป็นตอ้ ง ไหลเวยี นมากขนึ้ หวั ใจจะเพมิ่ อตั ราการเต้นและปริมาตรสูบฉีดเลอื ดแต่ละคร้ัง ตามปกติ
หวั ใจเต้น ประมาณ 70ครั้ง/นาที และปรมิ าตรสูบฉีดเลอื ดครั้งละกว่า 100 ลบ.ซม การเพิ่มของอัตรา
เตน้ หวั ใจ และความดันเลือดเปน็ ไปในลักษณะเดยี วกันกับการเพิม่ การหายใจ คือ ขน้ึ อยู่กับความ
ตอ้ งการออกซเิ จน สำหรับการออกกําลังกายนั้น ในระยะฟื้นตวั หลงั ออกกําลงั กเ็ ช่นเดียวกัน หวั ใจจะ
เตน้ แรงและเรว็ อยู่ ต่อไปและคอ่ ยๆ ลดลงจนเปน็ ปกติ

การศึกษาลักษณะการเปลยี่ นแปลงในการทำงานของระบบการหายใจ และระบบไหลเวียน
เลือด ในการออกกําลงั ได้ถกู นํามาดดั แปลงเพ่ือใชเ้ ปน็ การทดสอบความสมบูรณ์ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อ
ให้ คนกลุม่ หนึง่ ทำงานโดยใช้ปรมิ าณงานทค่ี งทเ่ี ทา่ ๆ กนั ผทู้ ี่มีชีพจรในระยะคงตัว (steady state)
ตำ่ กว่า ย่อมเปน็ ผู้ทส่ี มบูรณ์กวา่ หรอื เมอ่ื ใหป้ ริมาณงานค่อยๆ เพม่ิ ขนึ้ ในอตั ราเดียวกนั ผู้ทีม่ ีอัตราการ
เพ่มิ ชพี จร น้อยกวา่ ก็เปน็ ผู้ท่ีสมบรู ณ์กว่า ในการฝึกซ้อมกฬี า การจบั ชีพจรชว่ ยบอกความหนักเบาของ
การฝกึ และ ความสามารถในการฟ้นื ตวั ของผรู้ บั การฝึกได้ด้วย
ผลของการฝกึ ซ้อมกฬี าตอ่ กลา้ มเนื้อ

1. ขนาดใหญ่
โดยการฝึกความแขง็ แรงของกล้ามเน้ือ (Strength) ไม่ใชฝ้ ึกความอดทนทำให้

กล้ามเนอ้ื มีขนาด ใหญข่ ้ึน โดยการเพิ่มโปรเทอ่นื ในแตล่ ะเส้นใยกลา้ มเนื้อ จำนวนเสน้ ใยไม่
เพ่ิมขน้ึ
2. เพมิ่ การกระจายของหลอดเลอื ดฝอย

มีการกระจายของหลอดเลอื ดฝอยในกลา้ มเนื้อมากขนึ้ โดยเฉพาะโดยการฝึกความ
อดทน ทำให้กล้ามเนื้อสามารถรบั ออกซิเจนได้มากขึ้น

9

3. การสะสมสารตา่ งๆ
มีการสะสมสารต่างๆ เชน่ ไกลโคเจน ATP ไมโอโกลบิน (สารประกอบของเหลก็ ที่

รวมกับ โปรตนี ลักษณะคล้ายกับฮโี มโกลบินในกลา้ มเน้ือ) วิตามิน เกลือแร่ เอนไซน์ มากข้ึน
การสะสมสารต่าง มากน้อยข้ึนอยู่กับชนิดของการฝกึ (การฝกึ ความเรว็ , กําลังหรอื ความ
อดทน)
4. เพ่มิ ประสิทธิภาพการทำงาน

ในการทำงานหนกั เท่ากบั การใชอ้ อกซิเจนของกล้ามเนอื้ และการใช้พลงั งานน้อยกว่า
(ประหยัดกว่า) ทำใหเ้ กดิ กรดแลคติกช้ากว่า เพลยี ชา้ กว่า และฟ้ืนตัวเรว็ กวา่
ผลของการฝกึ ซ้อมกฬี าต่อระบบการหายใจ
1. ทรวงอกขยายใหญ่ขนึ้ กลา้ มเนือ้ ในการหายใจดีขนึ้
2. ปอดใหญข่ นึ้ มีเสน้ เลือดฝอยเพิ่มข้นึ พนื้ ท่ขี องถุงลมที่ใช้แลกเปลย่ี นแก๊สเพ่ิมขึน้
3. ความจปุ อด (Vital Capacity) และความสามารถในการหายใจสูงสุดตอ่ นาที (Maximum
breathing Capacity) เพ่ิมขึ้น (ความจุปอดของคนธรรมดาเฉลี่ย 50 ลบ.ซม. ต่อน้ำหนักตวั
1 กก. ของ นักกีฬาอาจถึง 80 ลบ.ซม. ตอ่ นำ้ หนักตัว 1 กก.)
4. เพิม่ ประสทิ ธิภาพการทำงาน เทยี บกบั คนท่วั ไป ปอดรบั ออกซิเจนไดม้ ากขน้ึ จากอากาศท่ี
ผ่าน จำนวนเทา่ กัน ในขณะพักอตั ราการหายใจน้อยกว่า (อาจเหลือเพียง 8 คร้ัง/ ปรมิ าณ
อากาศหายใจต่อ นาทน่ี ้อยกว่าในการทำงานสงู สุดปริมาณอากาศหายใจสงู สดุ และการรับ
ออกซเิ จนสงู สุดมากกวา่

10

ผลของการฝกึ ซ้อมกีฬาตอ่ ระบบไหลเวียนเลอื ด
1. หัวใจขนาดใหญ่ (หวั ใจนักกฬี า Athlete's Heart) โดยเฉพาะในการฝึกความอดทน
ปริมาตรหวั ใจ คนปกตเิ ฉล่ียประมาณ 10 ลบ.ซม. ตอ่ น้ำหนักตวั 1 กก. ในนักกฬี าทสี่ มบรู ณ์
ปรมิ าตรอาจมากกวา่ 15 ลบ.ซม. ต่อน้ำหนกั ตวั 1 กก.
- หลอดเลือดฝอยกระจายเพิ่มข้ึนทำให้หัวใจรบั ออกซเิ จนได้มากขึน้
2. หลอดเลอื ด
- ความยืดหยุ่นเพมิ่ มากข้ึน
3. เลือด
- เพ่ิมปรมิ าณเม็ดเลือดแดงและฮโี มโกลบิน คนปกติมีฮีโมโกลบิน 13 กรัม %
นักกฬี าอาจมถี ึง16 กรมั %
- เพ่ิมปริมาณด่างสาํ รอง ซงึ่ ช่วยลดความเปน็ กรดของเลือดขณะออกกําลงั กาย
- ลดสารจําพวกไขมันในเลอื ด
4. เพ่ิมประสทิ ธิภาพการทำงาน
ในขณะพักทำงานแบบประหยัด อตั ราการเต้นของหัวใจลดลง (นกั กีฬา 40-60 คร้ัง/นาที คน

ธรรมดา 70-80 ครัง้ /นาที) ความดนั เลอื ดขณะหวั ใจบีบตวั ลดลง ปรมิ าณสูบฉดี เลือดตอ่ นาที่ลดลง
ขณะออกกําลงั กายในการทำงานหนกั เทา่ กัน อัตราเต้นของหัวใจจะต่ำกว่า ถา้ เพมิ่ งานขน้ึ

เร่ือยๆจะสามารถทำได้มากกวา่ ปริมาตรสบู ฉีดสงู สดุ ตอ่ นาทีมากกวา่ (ความสามารถสาํ รองมากกวา่ )
ผลของการฝึกซ้อมต่อระบบการหายใจและการไหลเวียนเลอื ดดงั กล่าวมาแล้ว ทำใหร้ ่างกาย
สามารถรบั ออกซิเจนไดส้ งู สุดมากข้ึน ในคนปกติจะสามารถรบั ออกซิเจนสงู สดุ ได้ประมาณ
40-50 ลบ.ซม. /นาที ในนักกีฬาที่ไดร้ ับการฝกึ ฝนความอดทนอาจรบั ออกซเิ จนสูงสุดได้กวา่ ประมาณ
70 ลบ.ซม./นาที สมรรถภาพการรบั ออกซิเจนสูงสุด ถือเป็นเกณฑบ์ อกความอดทนท่ัวไป (aerobic
Capacity) ท่ดี ที ส่ี ดุ ในปจั จุบัน

11

ผลของการฝกึ ซ้อมกีฬาต่อระบบอนื่ ๆ
-ระบบประสาทอตั โนมตั ิทำงานไดส้ มดุลกนั (ประสาท Sympathetic และ

parasympathetic) ทำใหก้ ารปรบั ตวั ของอวยั วะให้เหมาะกบั การออกําลงั หายทำไดร้ วดเร็ว การฟ้นื
ตวั เร็วกว่า การทำงานของอวัยวะภายในทถี่ ูกควบคุมด้วยระบบประสาทอัตโนมตั ิ เช่น ระบบหายใจ
การไหลเวียนเลือด ย่อยอาหาร และขบั ถา่ ย ฯลฯ ดีข้นึ

-ตอ่ มหมวกไตเจรญิ ขึน้ มฮี อรโ์ มนสะสมมากขนึ้
- ตบั เพมิ่ ประมาณและนำ้ หนักมไี กลโคเจนและสารที่จําเป็นในการออกกําลงั กายไปสะสมมาก
ข้ึน
-ฯลฯ

12

0

1313

ความสมบูรณ์ทางกาย
ในการกีฬา ความสมบูรณท์ างกายหมายถึงการมีสขุ ภาพดี และมีสมรรถภาพทางกายดี

การมสี ขุ ภาพดี หมายถึง การปราศจากโรค สามารถปฏิบตั ิภารกิจประจำวนั ได้อย่างราบรน่ื สขุ ภาพ
ทด่ี เี ปน็ รากฐานของสมรรถภาพ ผูท้ ่ีมีสุขภาพดีจะสามารถฝึกซอ้ มกีฬาใหร้ ่างกายมสี มรรถภาพดขี ้ึน
จนถึง จุดสูงสดุ ของตนเองได้ ส่วนผ้ทู ี่มสี ุขภาพไม่ดีการฝึกซ้อมกีฬานอกจากจะไม่ได้ผลเพิ่มท่ีดแี ลว้ ยัง
อาจทำให้ เจบ็ ป่วยไดด้ ้วย

คณะกรรมการนานาชาตเิ พื่อจัดมาตรฐานการทดสอบความสมบรู ณ์ทางร่างกาย
(International Committee for the Standardization of Physical Fitness Test) ไดจ้ าํ แนก
ความสมบรู ณท์ างกาย เปน็ เป็น 7 ประเภทด้วยกัน คือ

1. ความเรว็ (Speed)
2. พลงั กล้ามเน้ือ (Muscle power)
3. ความแข็งแรงของกลา้ มเนื้อ (Muscle Strength)
4. ความอดทนของกลา้ มเนื้อ (Muscle Endurance Anaerobic Capacity)
5. ความคล่องแคลว่ วอ่ งไว (Agility)
6. ความออ่ นตัว (Flexibility)
7. ความอดทนท่วั ไป (General Endurance Anaerobic Capacity)
ในกีฬาต่างๆ มีความต้องการความสมบูรณท์ างกายภาพตา่ งกนั กฬี าบางประเภทตอ้ งการ
ความแข็ง แรงของกลา้ มเนอ้ื ไม่ต้องการความอดทน บางประเภทตอ้ งการความอดทน แต่ไม่ต้องการ
ความแขง็ แรง มากนัก บางประเภทต้องการหลายๆอยา่ งรวมกนั อย่างไรก็ตามผ้ทู ่ีมคี วามสมบรู ณ์
พืน้ ฐานท้งั 7 ประเภท ดงั กลา่ วอยู่ในเกณฑป์ กติขึน้ ไปจงึ จะจัดวา่ เป็นผ้ทู ่มี ีความสมบูรณ์ได้
ในการทดสอบความสมบรู ณ์ทางกายภาพพื้นฐานนคี้ ณะกรรมการนานชาตฯิ ได้จดั
แบบทดสอบ ความสามารถ ไว้ 8 แบบดังนี้

1. ว่ิง 80 เมตร
สำหรบั ทดสอบความเร็ว

14

2. ยืนกระโดดไกล
สำหรบั ทดสอบพลงั ของกล้ามเนือ้

3. แรงบีบมือ
สำหรบั ทดสอบความแขง็ แรงของกลา้ มเนื้อ

4. ลกุ -นง่ั 30 นาที
สำหรับ ทดสอบความอดทนของกลา้ มเนื้อ

5. ก. ดึงข้อ(ชายอายุ 12 ปขี ึ้นไป )
สำหรบั ทดสอบความอดทนของกล้ามเน้อื
ข. งอแขนห้อยตัว
สำหรับ ทดสอบ ความอดทนของกลา้ มเนื้อ

15

6. วงิ่ เกบ็ ของ
สำหรบั ทดสอบความคลอ่ งแคลว่ ว่องไว

7. นัง่ งอตัว
สำหรับ ทดสอบความออ่ นตัว

8. วิ่งระยะไกล
สำหรบั ทดสอบความอดทนทั่วไป

การทดสอบดังกลา่ วนี้เหมาะสำหรบั ใชก้ ับคนจำนวนมากๆ เพราะสามารถทำไดร้ วดเรว็ ไม่ตอ้ ง
ใช้อปุ กรณ์ในการทดสอบมากนกั ในการกีฬาผลจากการทดสอบจะชว่ ยบอกพื้นฐานของสมรรถภาพ
ทาง กายของผู้ท่ีจะมาฝึกเป็นนักกฬี าได้อยา่ งดี

สำหรับในการทดสอบความสมบูรณ์ของนักกีฬาที่ไดฝ้ ึกซ้อมและแข่งขนั เป็นประจำอยแู่ ลว้
อาจต้องใชก้ ารทดสอบท่ีละเอียดและจำเพราะเจาะจงยิ่งข้นึ ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ีฬาได้แบ่งการทดสอบ
ความ สมบูรณ์ทางกายภาพของนกั กีฬาออกเปน็ 3 ประเภท ดงั น้ี

1. การตรวจร่างกายท่ัวไป เป็นการตรวจสุขภาพของนักกีฬาวา่ มี
โรคทขี่ ดั ต่อการออกกาํ ลงั กาย หรือมคี วามบกพร่องทางสุขภาพท่ี
อาจทำให้ไม่ได้ผลหรือไมส่ ามารถฝกึ ได้ หรือต้องออกกําลังกาย
โดยไดร้ บั คำแนะนาํ จากแพทย์

16

2. การวัดสดั ส่วนรา่ งกาย (Anthropometry) หรอื ดูว่า
นักกฬี ามรี ปู ร่างและสัดส่วนของรา่ งกาย เหมาะสมกบั กีฬา
น้นั ๆ หรอื ไม่

3.การทดสอบกล้ามเนื้อ
ก. ความแข็งแรงของกลา้ มเนื้อ วดั ความแข็งแรงของกล้ามเนอื้ มอื , แขน, และขา
ข. พลงั กล้ามเนื้อ วดั พลงั ขาในการยนื กระโดดไกลหรือยนื กระโดดสงู
ค. ความอดทนของกลา้ มเนื้อ ทำการทดสอบดึงข้อมอื (แขน) ลุกนง่ั (ท้อง) ยนื กระโดดสงู ๆ (ขา)
จ. ความเร็ว โดยการวงิ่ 50 เมตร
ง. ความคลอ่ งแคล่วว่องไว โดยการว่ิงกลบั ตัว

17

4. วดั สมรรถภาพของระบบการหายใจ
ก. วัดความจปุ อด (Vital Capacity)
ข. วัดสมรรถภาพการหายใจสูงสดุ (Maximum Breathing Capacity)

5. วดั สมรรถภาพของระบบไหลเวียนเลอื ด
ก. วัดชีพจร, ความดันเลอื ด
ข. วดั ปริมาตรหัวใจโดยเอกซเรย์

6. วดั ความอดทน (Aerobic capacity) โดยใช้
ก. จกั รยานวัดกาํ ลัง
ข.ล่กู ล (Treadmill)
ค. การกา้ วขึน้ ลง (Step test)

7. การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ
ก. เลอื ด : ฮโี มโกลบิน จำนวนเม็ดเลือดแดงจำนวนเมด็ เลือดขาว
ข. ปสั สาวะ : น้ำตาล โปรตนี น้ำดี

18

แบบทดสอบ

1.ความสมบูรณ์ทางกาย หมายถงึ อะไร
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
2.พลงั กล้ามเน้ือ (Muscle Power) คืออะไร
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
3.ความแขง็ แรงของกล้ามเนื้อ มกี ่ีแบบ อะไรบา้ ง
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
4.ขณะออกกำลังกายการหายใจทางจมกู หรือทางปากดีกวา่ กัน เพราะอะไร
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
5.จงยกตัวอย่างผลของการออกกำลงั กายที่มตี อ่ ระบบการหายใจ
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

19

แบบทดสอบ

6.การทดสอบความสมบรู ณ์ทางรา่ งกายจำแนกไดก้ ่ปี ระเภท ยกตัวอย่างอย่างน้อย 3 ข้อ
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
7.สมบรู ณ์ทางกายภาพของนักกีฬาออกเปน็ 3 ประเภท อะไรบา้ ง
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
8.ในการทดสอบความสมบูรณ์ทางกายภาพพน้ื ฐานกิจกรรมใดใชส้ ำหรับทดสอบทดสอบความ
อดทนของกล้ามเน้อื
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

20

เฉลยแบบฝกึ หดั
1.ความสมบูรณท์ างกาย หมายถึงอะไร
ตอบ การมีสุขภาพดี และมสี มรรถภาพทางกายดี
2.พลังกลา้ มเน้ือ (Muscle Power) คอื อะไร
ตอบ เปน็ ความสามารถของกลา้ มเน้ือท่จี ะหดตัวได้แรง (แรงเคลื่อนท)่ี ในเวลาอันจํากดั พลังจงึ
ข้นึ อยู่กับความเร็วในการหดตัวดว้ ย
3.ความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ มีกีแ่ บบ อะไรบ้าง
ตอบ แบง่ ไดเ้ ป็น 2 แบบ คอื

1. ความแข็งแรงแบบเคลอื่ นที่ (Static) เช่น การอัด กด ดัน ฯลฯ โดยส่ิงทถ่ี ูกกดหรือดนั
นนั้ ไม่มีการเคลอ่ื นที่

2. ความแข็งแรงแบบเคลอ่ื นที่ (Dynamic) เช่น วงิ่ กระโดด ท่มุ ขวา้ ง ฯลฯ
4.ขณะออกกำลังกายการหายใจทางจมูกหรือทางปากดีกวา่ กนั เพราะอะไร
ตอบ การหายใจทางจมกู จะถูกสุขลกั ษณะดีกว่า เพราะจมูกมขี นกรองฝุ่นละออง มเี ย่อื เมือกทำ
ใหอ้ ากาศชุ่มชื้น
5.จงยกตัวอยา่ งผลของการออกกำลังกายท่ีมตี อ่ ระบบการหายใจ
ตอบ 1. ทรวงอกขยายใหญ่ขน้ึ กล้ามเนอ้ื ในการหายใจดขี นึ้

2. ปอดใหญ่ข้ึน มเี ส้นเลือดฝอยเพ่ิมข้ึน พื้นที่ของถงุ ลมทีใ่ ชแ้ ลกเปลี่ยนแก๊สเพม่ิ ขึน้

21

6.การทดสอบความสมบรู ณ์ทางร่างกายจำแนกไดก้ ปี่ ระเภท ยกตวั อยา่ งอย่างน้อย 3 ขอ้
ตอบ จาํ แนกความสมบูรณท์ างกาย เปน็ เป็น 7 ประเภทด้วยกัน ยกตวั อยา่ งเช่น

1. ความเรว็ (Speed)
2. พลังกล้ามเนอื้ (Muscle power)
3. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength)

7.สมบูรณ์ทางกายภาพของนกั กีฬาออกเปน็ 3 ประเภท อะไรบา้ ง
ตอบ 1. การตรวจรา่ งกายทวั่ ไป

2. การวัดสัดส่วนรา่ งกาย (Anthropometry)
3.การทดสอบกลา้ มเน้ือ

8.ในการทดสอบความสมบรู ณท์ างกายภาพพืน้ ฐานกจิ กรรมใดใชส้ ำหรับทดสอบทดสอบความ
อดทนของกล้ามเนอื้
ตอบ ลกุ -นัง่ 30 นาที

ดึงข้อ(ชายอายุ 12 ปีขึ้นไป )
งอแขนห้อยตัว
วง่ิ ระยะไกล

22

บรรณานุกรรม
กองวิชาการ. (2558). คู่มอื ฝกึ สอนกฬี าฟุตบอล. สบื คน้ เม่อื 8 ธนั วาคม 2564 จาก
http://surl.li/bkuad

23

24

นายธญั พิสิษฐ์ หาญณรงค์ 64411611
คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยแี ละสอื่ สารการศกึ ษา

25


Click to View FlipBook Version