1 +
2 .d ฉบับที่4/2566 วันที่ 31 ธันวาคม 2566 รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ปี2566 และ ปี 2567 เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 61.1 ต่อปี จากการขยายตัวของภาคบริการ และการบริโภคภาคเอกชน ตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และคาดว่าในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 12.2 1. เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ในปี 2566 1.1 ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 61.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ60.7-61.6) ตามการขยายตัวของภาคอุปทานและอุปสงค์ภายใต้สมมติฐาน ดังนี้ ด้านอุปทาน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 66.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 65.8-66.7) เป็นการขยายตัวจาก ภาคบริการ ที่ขยายตัวร้อยละ 77.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 76.5-77.5) จากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คลี่คลายลง จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 เห็นชอบมาตรการกระตุ้น การท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน ด้วยมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) เพื่อการท่องเที่ยวให้แก่ ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางสัญชาติจีนและสัญชาติคาซัคสถานเป็นการชั่วคราวเพื่อ การท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 รวมระยะเวลา 5 เดือน โดยเป็น มาตรการเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง (Golden Week) ไปจนถึงช่วงตรุษจีนเดือน กุมภาพันธ์ 2567 โดยคาดว่าจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและคาซัคสถานเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการอนุมัติให้สหพันธรัฐรัสเซีย ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน เป็นกรณีพิเศษ โดยมีเงื่อนไขให้มีผลบังคับใช้ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น อีกทั้ง คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพิ่มให้กับประเทศอินเดียและไต้หวัน โดยสามารถ เดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยได้ 30 วัน เริ่มตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นอกจากนี้ยังมีสายการบินที่เปิดใหม่มาจากไต้หวัน เวียดนาม และตะวันออกกลาง ส่งผลให้ชาวต่างชาติ เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางอากาศและทางเรือเพิ่มขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวที่มากับเรือสำราญขนาดใหญ่ เดินทางมาจอดทอดสมอเรือบริเวณอ่าวป่าตองและท่าเรือน้ำลึกอ่าวมะขาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 จนถึง ปัจจุบัน เป็นการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip นอกจากนี้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดได้ออก ทำการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี รายงานประมาณการเศรษฐก ิ จจงัหวดัภเ ู กต ็ ส านักงานคลังจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัด ถ.เจ้าฟ้า ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทรศัพท์ 0-7621-2215 โทรสาร 0-7621-2215 ต่อ 322 http://www.cgd.go.th/pkt
3 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงเม็ดเงินและกระตุ้นการใช้จ่ายในจังหวัด ภูเก็ตเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่าง ๆ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น จึงเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ภาคบริการของจังหวัดภูเก็ตสามารถฟื้น ตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 8.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 8.4-9.0) จาก ปริมาณการใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรม และทุนจดทะเบียนอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาคเกษตรกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 20.9-21.8) จากปริมาณผลผลิตกุ้ง และสัตว์น้ำรวม มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ด้านอุปสงค์คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 22.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 22.0-22.4) เป็นผลจาก การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวที่ร้อยละ 65.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 65.3-66.3) จากการ ขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัว ของการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค และกำลังซื้อของภาคครัวเรือนปรับตัวดีขึ้น ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย มีแนวโน้มฟื้นตัว การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 46.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 46.0-46.5) จากการขออนุญาตพื้นที่ก่อสร้างและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขยายตัว ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 0.7(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.7-0.8) จากการขยายตัวของการเบิกรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน สำหรับ รายได้เกษตรกร ขยายตัวร้อยละ 25.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 24.6-25.6) เป็นผลมาจากความต้องการสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ราคาผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น 1.2 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตปี 2566 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ร้อยละ 1.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์เฉลี่ยร้อยละ 1.1-1.3) ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ สถานการณ์ด้านราคาพลังงานที่ลดลง จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลงตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ในตลาดโลก รวมถึงการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2566 ส่งผลให้ต้นทุน ค่าขนส่งและราคาสินค้าและบริการลดลง และภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัว ต่อเนื่องจากมาตรการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ซึ่งจะเข้ามา ช่วยหนุนให้เกิดการจ้างงาน และรายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว สำหรับการจ้างงาน ในปี 2566 คาดว่าจะมีการจ้างงานทั้งหมด 345,127 คน ขยายตัวร้อยละ 10.4 (โดยมีช่วง คาดการณ์ที่ร้อยละ 10.3-10.5) เป็นการขยายตัวตามภาคบริการ เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวสามารถกลับมาเปิดกิจการได้ตามปกติส่งผลให้ความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น 2. เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ในปี 2567 2.1 ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 12.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ 11.8-12.6 ต่อปี) โดยเป็นการขยายตัวทั้งด้านอุปทานและด้านอุปสงค์ภายใต้สมมติฐาน ดังนี้ ด้านอุปทาน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 15.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 14.9-15.8) เป็นการขยายตัวจาก ภาคบริการ ที่ขยายตัวร้อยละ 17.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 16.7-17.7) คาดว่า
4 ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น จากภูมิภาคเอเชีย ยุโรป อเมริกาและหลายประเทศทั่วโลกที่มีความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน ที่มีปัจจัยบวกจากมาตรการยกเว้น การตรวจลงตรา (Visa Exemption) พร้อมขยายวันพำนักวีซ่าฟรีแก่นักท่องเที่ยวรัสเซีย เพิ่มจาก 30 วัน เป็นสูงสุดไม่เกิน 90 วัน อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 1.9 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.8-2.0) เนื่องจากปริมาณการใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรม จำนวนโรงงานและทุนจดทะเบียนอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาคเกษตรกรรม ขยายตัวร้อยละ 1.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.5-1.7 ต่อปี) จากปริมาณผลผลิตกุ้ง และสัตว์น้ำรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ด้านอุปสงค์คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 3.0-3.3) เป็นผลจาก การบริโภคภาคเอกชน ที่ขยายตัวร้อยละ 11.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 11.2-12.1 ต่อปี) จากการที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น และปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นมาตรการ Digital Wallet และEasy E –Receipt เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงต้นปี 2567 การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 0.7 (โดยมี ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.6-0.7 ต่อปี) การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 1.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.0-1.2 ต่อปี) คาดว่าจะขยายตัวตามรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน สำหรับรายได้เกษตรกร ขยายตัวร้อยละ 3.8(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.6-3.9)จากความต้องการสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาผลผลิต ทางการเกษตรดีขึ้น 2.2 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตปี 2567 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 1.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์เฉลี่ยร้อยละ 1.2-1.4 ต่อปี) ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อจังหวัดภูเก็ตคือ ต้นทุนราคา อาหารที่อาจปรับสูงขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้น ต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำและ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง สำหรับการจ้างงานในปี 2567 คาดว่าจะมีการจ้างงานทั้งหมด 352,304 คน ขยายตัวร้อยละ 2.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.0-2.2 ต่อปี) เป็นการขยายตัวตามภาคบริการและธุรกิจ ที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว เนื่องจากแรงงานในจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจในปี 2566 -2567 ของจังหวัดภูเก็ต ที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง 1. ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น สถานการณ์การสู้รบ ระหว่างอิสลาเอลและกลุ่มฮามาส ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น ความยืดเยื้อของ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อ ห่วงโซ่อุปทานโลกและการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตของสถาบันการเงิน ซึ่งอาจ ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชน
5 2. ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่อาจจะกลับมาระบาดซ้ำอีกครั้งจากการกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 3. การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และการปรับค่าแรง ขั้นต่ำส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และภาระหนี้ของภาคครัวเรือนที่อยู่ ระดับสูงที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค 4. สถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่ประสบปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการฟื้นตัว ของภาคการท่องเที่ยวของไทย 5. ปัญหาความล่าช้าของการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2567 ส่งผลกระทบการเบิกจ่าย และการลงทุนภาครัฐ 6. วิกฤตภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมและหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน 7. ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่น เหตุการณ์เรือล่ม การก่อการร้าย และโรคระบาดต่าง ๆ 8. ปัญหาการจ้างงาน จากการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูง ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจในปี 2566 – 2567 ของจังหวัดภูเก็ต 1. ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน ด้วยมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) เป็นผลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2. มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อการบริโภคภายในประเทศของภาครัฐ เช่น โครงการช้อปดีมีคืน การใช้สิทธิสวัสดิการตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 มาตรการ Easy E – Receipt เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงต้นปี 2567 3. การจ้างงานปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการ ท่องเที่ยว ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวต่อเนื่อง
6 ตารางสรุปสมมติฐานและผลการประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ปี 2566 (ณ เดือนธันวาคม 2566) Estimate : การประมาณการ ที่มา : กลุ่มงานนโยบายและเศรษฐกิจจังหวัด สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต F = Forecast : การพยากรณ์ ปรับปรุง : 8 มกราคม 2567 เฉลี่ย สมมติฐานหลัก สมมติฐานภายนอก 1) ปริมาณผลผลติ : ยางพารา(ร้อยละตอ่ ปี) -57.7 -17.0 -8.8 -8.4 -9.2 2) ปริมาณผลผลติ : กงุ้ (ร้อยละตอ่ ปี) 5.4 24.2 1.6 1.5 1.6 3) ปริมาณผลผลติ : สตัวน์ ้า รวม (ร้อยละตอ่ ปี) -38.3 19.1 2.0 1.9 2.1 4)ราคาทเี่กษตรกรขายไดเ้ฉลี่ย: ยางพารา(บาทตอ่ก.ก.) 54.5 50.0 50.4 50.4 50.5 5)ราคาทเี่กษตรกรขายไดเ้ฉลี่ย: กงุ้ทะเล(บาทตอ่ก.ก.) 251.5 243.5 255.0 254.4 255.5 6)ราคาทเี่กษตรกรขายไดเ้ฉลี่ย: สตัวน์ ้า รวม (บาทตอ่ก.ก.) 56.7 61.4 61.8 61.8 61.9 7) ปริมาณการใชไ้ฟฟ้าภาคอตุสาหกรรม (ร้อยละตอ่ ปี) 24.0 17.0 3.2 3.1 3.4 8)จา นวนโรงงานในจงัหวดั (โรง) 300 287 289 288 289 9) ทนุจดทะเบยีนของอตุสาหกรรม (ลา้นบาท) 11,667 11,833 11,896 11,893 11,900 10)จา นวนนกัทอ่งเทยี่วเฉลี่ย (ผา่นทางน้า + ผา่นสนามบนิ ) 7,861,273 13,788,673 15,898,340 15,824,501 15,972,178 11)จา นวนเทยี่วบนิลงทจี่งัหวดั (เทยี่ว) 57,470 86,090 92,977 92,633 93,322 12) ภาษบีา รุงทอ้งถิ่นจากโรงแรม (ร้อยละตอ่ ปี) 398.2 100.4 24.0 23.5 24.5 13) ภาษมีูลคา่เพิ่มทจี่ดัเกบ็ได้(ร้อยละตอ่ ปี) 98.7 68.4 12.2 11.7 12.7 14)รถยนตจ์ดทะเบยีนใหม่(คนั ) 7,920 12,260 13,315 13,262 13,367 15)รถจกัรยานยนตจ์ดทะเบยีนใหม่(คนั ) 20,606 26,272 28,064 27,979 28,148 16) สินเชื่อเพื่อการลงทนุ (ลา้นบาท) 57,200 56,136 56,495 56,477 56,513 17) พ้ืนทอี่นุญาตกอ่สร้าง(ตารางเมตร) 801,445 1,707,078 1,716,894 1,716,403 1,717,384 18)รถยนตเ์พื่อการพาณิชย์(คนั ) 2,045 3,382 3,526 3,519 3,533 สมมติฐานด้านนโยบาย 21)รายจ่ายประจา ภาครฐั (ลา้นบาท) 2,647.1 2,666.7 2,694.1 2,692.7 2,695.4 (ร้อยละตอ่ ปี) -4.9 0.7 1.0 1.0 1.1 22)รายจ่ายลงทนุภาครฐั (ลา้นบาท) 1,184.1 1,193.3 1,210.5 1,209.7 1,211.4 (ร้อยละตอ่ ปี) -12.4 0.8 1.4 1.4 1.5 ผลการประมาณการ 1)อตัราการขยายตวัทางเศรษฐกจิ (ร้อยละตอ่ ปี) 121.5 61.1 12.2 11.8 12.6 2)อตัราการขยายตวัของภาคเกษตรกรรม (ร้อยละตอ่ ปี) -20.6 21.3 1.6 1.5 1.7 3)อตัราการขยายตวัของภาคอตุสาหกรรม (ร้อยละตอ่ ปี) 10.8 8.7 1.9 1.8 2.0 4)อตัราการขยายตวัของภาคบริการ(ร้อยละตอ่ ปี) 303.9 77.0 17.2 16.7 17.7 5)อตัราการขยายตวัของการบริโภคภาคเอกชน (ร้อยละตอ่ ปี) 91.9 65.8 11.7 11.2 12.1 6)อตัราการขยายตวัของการลงทนุภาคเอกชน (ร้อยละตอ่ ปี) -7.3 46.2 0.7 0.6 0.7 7)อตัราการขยายตวัของการใชจ้่ายรฐับาล(ร้อยละตอ่ ปี) -6.5 0.7 1.1 1.0 1.2 8)อตัราการขยายตวัของรายไดเ้กษตรกร(ร้อยละตอ่ ปี) -21.4 25.5 3.8 3.6 3.9 9)อตัราเงินเฟ้อ(ร้อยละตอ่ ปี) 4.3 1.2 1.3 1.2 1.4 10)จา นวนผมู้ีงานทา (คน) 312,560 345,127 352,304 352,051 352,558 เปลี่ยนแปลง(คน) 24,225 32,567 7,177 6,924 7,431 8.4 10.4 2.1 2.0 2.2 2565 2567 F ณ ธนัวาคม 2566 ช่วง 2566 E
7 สมมติฐานหลักในการประมาณการเศรษฐกิจ 1. ด้านอุปทาน ในปี 2566 เศรษฐกิจภูเก็ตมีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 66.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 65.8-66.7) จากการขยายตัวของภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ขยายตัวที่ร้อยละ 21.3 8.7 และ 77.0 ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.1 ปริมาณผลผลิตยางพารา ในปี 2566 คาดว่าปริมาณผลผลิตจะลดลงร้อยละ (-17.0) (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ (-17.5)-(-16.5)) เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความต้องการของ ประเทศคู่ค้าลดลง อีกทั้งสต็อกยางยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อความต้องการใช้ยางพาราเพื่อเป็นวัตถุดิบลดลง และปรากฎการณ์เอลนีโญในปี 2566 ทำให้เกิดภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง รวมถึงการขาดแคลนแรงงานในการกรีดยาง ส่งผลให้ผลผลิตยางพาราลดลง สำหรับปี 2567 คาดว่าจะปรับตัวดีร้อยละ (-8.8) (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ ร้อยละ (-8.4)–(-9.2)) ภาพที่ 1 ประมาณการอัตราการขยายตัวของปริมาณผลผลิตยางพารา ที่มา: การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต 1.2 ปริมาณผลผลิตกุ้งทะเล คาดว่าในปี 2566 ขยายตัวที่ร้อยละ 24.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 23.7-24.7) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากภายหลัง การเปิดประเทศ ความต้องการบริโภคกุ้งภายในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจึง ขยายเนื้อที่เพาะเลี้ยงและปรับเพิ่มจำนวนลูกพันธุ์และลงลูกกุ้งมากกว่าช่วงที่ผ่านมา และภาครัฐมีนโยบาย สนับสนุนด้านการผลิต การตลาด และมาตรฐานคุณภาพสินค้ากุ้งทะเลร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กุ้งทะเลได้มาตรฐานสินค้าที่ดีมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ต่อปีเพิ่มขึ้นจาก ปีที่ผ่านมา ในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 1.5-1.6)
8 ภาพที่ 2 ประมาณการอัตราการขยายตัวของปริมาณผลผลิตกุ้งทะเล ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต, ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต 1.3 ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำรวม ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 19.1 (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 18.6-19.6) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 โดยสัตว์น้ำ ที่นำขึ้นท่าเทียบเรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการบริโภคอาหารทะเลอื่นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 1.9–2.1) ภาพที่ 3 ประมาณการอัตราการขยายตัวของสัตว์น้ำรวม ที่มา : ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต 1.4 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม คาดว่าในปี 2566 จะขยายตัวร้อยละ 17.0 (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 16.5-17.5) ขยายตัวจากที่ประมาณในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจาก ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาวอย่างยั่งยืน ในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 3.1-3.4)
9 ภาพที่ 4 ประมาณการอัตราการขยายตัวของปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม ที่มา: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต 1.5 จำนวนโรงงานในจังหวัด ในปี 2566คาดว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 287 โรง (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่จำนวน 286–287 โรง) อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุดในจังหวัดภูเก็ตคือ อุตสาหกรรม การขนส่ง ประกอบด้วยการซ่อมและเคาะพ่นสีรถยนต์เป็นหลัก และการประกอบ ดัดแปลงซ่อมเครื่องยนต์ เครื่องกังหัน รวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประกอบด้วยการซัก อบ รีดเสื้อผ้า ซึ่งจะ สนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการ ในปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 289 โรง (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่จำนวน 288-289 โรง) ภาพที่ 5 ประมาณการจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม ที่มา: สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต 1.6 ทุนจดทะเบียนของอุตสาหกรรม ในปี 2566 คาดว่าจะมีจำนวนทุนจดทะเบียนอุตสาหกรรม จำนวน 11,833 ล้านบาท (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 11,825–11,842 ล้านบาท) โดยอุตสาหกรรมที่มีการลงทุน มากที่สุดคือ อุตสาหกรรมการขนส่งประกอบด้วยการซ่อมและเคาะพ่นสีรถยนต์เป็นหลักและการดัดแปลง เครื่องยนต์ เครื่องกังหัน รวมถึงธุรกิจที่สนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการ ในปี 2567 คาดว่าจำนวน ทุนจดทะเบียนอุตสาหกรรมจะขยายตัวอยู่ที่จำนวน 11,896 ล้านบาท (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 11,893- 11,900 ล้านบาท)
10 ภาพที่ 6 ประมาณการจำนวนทุนจดทะเบียนของอุตสาหกรรม ที่มา: สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต 1.7 จำนวนนักท่องเที่ยว (จำนวนนักท่องเที่ยวผ่านสนามบินและนักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง) คาดว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 13.8 ล้านคน (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 13.7–13.8 ล้านคน) เนื่องจากธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาดและมาตรการกระตุ้น การท่องเที่ยวจากภาครัฐ โดยมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน ด้วยมาตรการ ยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) เพื่อการท่องเที่ยวให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทน หนังสือเดินทางสัญชาติจีนและสัญชาติคาซัคสถาน เป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 รวมระยะเวลา 5 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อกระตุ้นการเดินทาง ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง (Golden Week) ไปจนถึงช่วงตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และอนุมัติ ให้สหพันธรัฐรัสเซียได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน เป็นกรณีพิเศษ โดยมีเงื่อนไขให้มีผลบังคับใช้ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 ซึ่งช่วยดึงดูด ให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น รวมถึงคณะรัฐมนตรีมีมติ อนุมัติมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพิ่มให้กับประเทศอินเดียและไต้หวัน โดยสามารถเดินทางเข้ามาเที่ยว เมืองไทยได้ 30 วัน เริ่มตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ส่งผลให้นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางอากาศและทางเรือเพิ่มขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวที่มากับ เรือสำราญขนาดใหญ่เดินทางมาจอดทอดสมอเรือบริเวณอ่าวป่าตอง และท่าเรือน้ำลึกอ่าวมะขาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ผู้โดยสารขึ้นมาท่องเที่ยวแบบ One Day Trip อีกทั้งภาครัฐได้ออกมาตรการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และการเพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่องทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว ชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานภาครัฐ ร่วมกับภาคเอกชนได้ร่วมกันทำการตลาดส่งเสริมการขายและเจรจาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิเช่น งาน Amazing Phuket Roadshow to China 2023, งาน Phuket Tourism Symposia 2023 ณ ออสเตรเลีย และงาน Phuket Roadshow to Saudi Arabia 2023 เป็นต้น รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนยังร่วมมือกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น งานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดภูเก็ต ณ บริเวณถนนถลาง งานเทศกาลท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
11 Phuket Peranakan Festival 2023 การแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน "Phuket King’s Cup Regatta" ครั้งที่ 35 และงาน Discover Phuket Countdown 2024 เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมี นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง ปี 2567คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 15.9ล้านคน (โดยมีช่วง คาดการณ์อยู่ที่ 15.8–15.9 ล้านคน) ภาพที่ 7 ประมาณการอัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ที่มา: ท่าอากาศยานภูเก็ต, ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต 1.8 จำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงที่สนามบิน ในปี 2566 คาดว่าจำนวนเที่ยวบินจะอยู่ที่ประมาณ 86,090 เที่ยวบิน (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 85,804-86,376 เที่ยวบิน) เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยว ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของชาวไทยและการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของ ชาวต่างชาติ จากการผ่อนปรนข้อจำกัดในการเดินทางของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ส่งผลให้อัตราการเติบโตของ ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงจากหลายประเทศเข้ามาในพื้นที่ภูเก็ต และ มาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) เพื่อการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และ ไต้หวัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน เป็นกรณีพิเศษ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สายการบินต่างๆ ได้เพิ่มจำนวน เที่ยวบินและเส้นทางบินเพื่อรองรับปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ในช่วง High Season มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มขึ้นจากฝั่งยุโรป และรัสเซียได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เที่ยวบินระหว่างประเทศและเที่ยวบินในประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีสายการบินขอเพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรง เช่น เส้นทาง อัลมาตี – ภูเก็ต, เส้นทาง ฉางอาน – ภูเก็ต, เส้นทาง ภูเก็ต –เชียงรายและ ภูเก็ต –เชียงใหม่ เป็นต้น รวมถึงมีสายการบินเปิดเที่ยวบินใหม่เพิ่มขึ้น เช่น เส้นทางกรุงนิวเดลี –ภูเก็ต, เส้นทางอุซเบกิสถาน -ภูเก็ต,และเส้นทาง Zhukovsky – Phuket เป็นต้น ในปี 2567 คาดว่าจำนวนเที่ยวบินจะอยู่ที่ประมาณ 92,977 เที่ยวบิน (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 92,633-93,322 เที่ยวบิน) ตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
12 ภาพที่ 7 ประมาณการจำนวนเที่ยวบิน ที่มา : ท่าอากาศยานภูเก็ต 1.9 ภาษีบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ในปี 2566คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 100.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 99.9-100.9) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 จากสถานการณ์ ท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของชาวไทย และการเดินทางเข้ามา ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ อีกทั้งภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อเป็นการกระตุ้น และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเพิ่มขึ้น เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 นอกจากนี้ยังได้รับ แรงส่งจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน พร้อมทั้งขยายวันพำนักวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่างทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมา ปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 24.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 23.5-24.5) ภาพที่ 9 ประมาณการภาษีบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมที่จัดเก็บได้ ที่มา: องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
13 2. ด้านอุปสงค์ในปี2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 22.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 22.0-22.4) เป็นผลมาจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 65.8 46.2 และ 0.7 ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 68.4 (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 67.9-68.9) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจาก ภาวะเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตอยู่ในทิศทางฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการหลังการเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ ของนักท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทั้งภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากการท่องเที่ยวมีผลประกอบการที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สะท้อนจากการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น ปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 12.2(โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 11.7-12.7) ภาพที่10 ประมาณการภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ ที่มา: สำนักงานสรรพากรพื้นที่ภูเก็ต 2.2 รถยนต์จดทะเบียนใหม่ ในปี 2566 คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 12,260 คัน (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 12,217–12,304 คัน)ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อน เมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัว ของภาคการท่องเที่ยว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ต เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจและภาคบริการด้านการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง เกิดการจ้างงานทำให้ประชาชนหลายภาคส่วน มีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้บริโภคต้องการการเดินทางที่เป็นส่วนตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 คลี่คลายรวมทั้งค่ายรถยนต์ต่าง ๆ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด อย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ด้วยการเข้าไปสนับสนุนผ่านมาตรการภาษี จากกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันกลับมาใช้รถยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งการส่งเสริมการขายของ ผู้จำหน่ายรถยนต์ ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น ปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 13,315 คัน (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 13,262–13,367 คัน)
14 ภาพที่ 11 ประมาณการจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ ที่มา: สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต 2.3 รถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ คาดว่าในปี 2566 จะมีจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 26,376 คัน (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 26,272–26,480 คัน) ทรงตัวเท่ากับที่ประมาณการในครั้งก่อน เมื่อเดือนกันยายน 2566 จากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ ภาพรวมการจำหน่ายรถจักรยานยนต์สามารถขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จากกลุ่มธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์และ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้แรงงานในภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ การท่องเที่ยวฟื้นตัวดีปี 2567คาดว่าจะมีจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 28,064 คัน (โดยมี ช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 27,979–28,148 คัน) ภาพที่ 12 ประมาณการจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ที่มา: สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต 2.4 สินเชื่อเพื่อการลงทุน ของสถาบันการเงินในจังหวัดภูเก็ต ในปี 2566 คาดว่ามีจำนวนเงิน 56,136 ล้านบาท (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 56,083–56,189 ล้านบาท) ลดลงจากที่ประมาณการในครั้งก่อน เมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากสถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดและความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ มากขึ้น และการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะผลกระทบ ต่อต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการที่สูงขึ้น ปี 2567 คาดว่ามีจำนวนเงิน 56,495 ล้านบาท (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 56,477–56,513 ล้านบาท)
15 ภาพที่ 13 ประมาณการปริมาณสินเชื่อเพื่อการลงทุน ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย 2.5 พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้าง ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 113.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 112.5-113.5) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 หลังการฟื้นตัว จากโรคระบาด การท่องเที่ยวของภูเก็ตฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ของภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตถูกวางเป้าหมายจากเมืองท่องเที่ยว ระดับนานาชาติสู่การเป็นเมืองที่อยู่อาศัยระดับโลก เป็นเมืองยอดนิยมที่ชาวต่างชาติเลือกที่จะมาใช้ชีวิต หลังเกษียณอายุโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จีน อเมริกัน และยุโรป รวมทั้งความต้องการพูลวิลล่าของ ชาวไทยที่มีกำลังซื้อสูงจากกรุงเทพฯ ที่ต้องการบ้านหลังที่สองเพื่อการพักผ่อนหรือต้องการซื้อเพื่อลงทุน ทำให้ ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีการเติบโต ส่งผลให้ค่าเช่าที่พักอาศัยประเภทคอนโดและพูลวิลล่า ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุน โดยมีศักยภาพผลตอบแทนที่สูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น เกิดการขยายพื้นที่สำหรับก่อสร้างโครงการไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับการพัฒนามาก่อน ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีการเติบโตอย่างมาก จากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ให้ ความสนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มจากความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยและเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น สะท้อนจากการขออนุญาตพื้นที่ก่อสร้างขยายตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขออนุญาตก่อสร้างในบริเวณอำเภอถลาง ในปี 2567คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 0.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 0.5-0.6) ภาพที่ 14 ประมาณการพื้นที่อนุญาตก่อสร้าง ที่มา: สำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต
16 2.6 รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ คาดว่าในปี 2566 จะมีจำนวนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 3,382 คัน (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3,372-3,393 คัน) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการใช้รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ขยายตัวตามการฟื้นตัวของภาคการขนส่ง ปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 3,526 คัน (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3,519-3,533 คัน) ภาพที่ 15 ประมาณการจำนวนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 2.7 การใช้จ่ายของภาครัฐ ในปี 2566 คาดว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะขยายตัวร้อยละ 0.7 (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 0.7-0.8) จากรายจ่ายประจำที่ขยายตัวร้อยละ 0.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 0.7-0.8) และรายจ่ายลงทุนที่ขยายตัวร้อยละ 0.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 0.7-0.8) เนื่องจากจังหวัด ได้มีการประชุมติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการ เพื่อเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และจัดโครงการ “คลินิกหมอคลังช่วยได้” เพื่อช่วยเหลือส่วนราชการและ เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ปี 2567 คาดว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะขยายตัว ร้อยละ 1.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 1.0-1.2) จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ล่าช้า ส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ ในเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2566 ที่ต้องใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน ภาพที่ 16 ประมาณการอัตราการขยายตัวของรายจ่ายประจำ ที่มา: สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต ที่มา: สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต
17 ภาพที่ 17 ประมาณการอัตราการขยายตัวของรายจ่ายลงทุน ที่มา: สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมไว้ที่ร้อยละ 93.0 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายในภาพรวม โดยกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำไว้ที่ร้อยละ 98.0 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ และเป้าหมายการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนไว้ที่ร้อยละ 75.0 ของวงเงิน งบประมาณรายจ่ายลงทุน และเป้าหมายการใช้จ่ายและการเบิกจ่ายรายไตรมาสประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567ดังนี้ เป้าหมายการเบิกจ่ายและ การใช้จ่ายภาครัฐ ปีงบประมาณพ.ศ. 2567 ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ไตรมาสที่ 4 เบิกจ่าย ใช้จ่าย เบิกจ่าย ใช้จ่าย เบิกจ่าย ใช้จ่าย เบิกจ่าย ใช้จ่าย รายจ่ายประจำ 35.0 35.3 55.0 55.8 80.0 81.8 98.0 100.0 รายจ่ายลงทุน 19.0 29.0 39.0 58.2 57.0 81.8 75.0 100.0 รายจ่ายภาพรวม 32.0 34.1 52.0 56.2 75.0 81.7 93.0 100.0 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รายจ่ายรัฐบาล คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม ได้ทั้งสิ้น 3,674.9 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย ที่ร้อยละ 89.9 ของวงเงินงบประมาณในภาพรวม โดยรายจ่ายประจำสามารถเบิกจ่ายได้ 2,596.9 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ1.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายจ่ายลงทุนสามารถเบิกจ่ายได้1,078.0 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่ร้อยละ 75.0 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน เนื่องจากจังหวัดได้มีการจัดประชุมติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายเงิน งบประมาณของส่วนราชการ และลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กำหนด
18 ตารางผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบประมาณ จัดสรร ผลการเบิกจ่าย สะสมตั้งแต่ต้นปี งปม.จนถึงเดือน ธันวาคม 2566 ร้อยละการเบิกจ่าย ผลการเบิกจ่าย คาดการณ์เบิกจ่าย คาดการณ์ร้อยละ การเบิกจ่าย 1.งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รายจ่ายประจำ 1,420.9 860.0 60.5 2,596.9 98.0 รายจ่ายลงทุน 229.0 79.8 34.8 1,078.0 75.0 รายจ่ายภาพรวม 1,649.9 939.7 57.0 3,674.9 89.9 2.งบประมาณเหลื่อมปี ปี 2566 628.1 287.8 45.8 .8 รวมงบเหลื่อมปี 628.1 287.8 45.8 กราฟผลการเบิกจ่ายผลการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สะสมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงเดือนธันวาคม 2566 ที่มา: สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต กราฟผลการเบิกจ่ายผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สะสมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงเดือนธันวาคม 2566 ที่มา: สำนักงานคลังจังหวัดภูเก็ต 19.0 39.0 57.0 75.0 2.7 27.5 34.8 0 10 20 30 40 50 60 70 80 ต.ค.66 พ.ย.66 ธ.ค.66 ม.ค.67 ก.พ.67 มี.ค.67 เม.ย.67 พ.ค.67 มิ.ย.67 ก.ค.67 ส.ค.67 ก.ย.67 เป้าหมายการเบิกจ่าย ผลการเบิกจ่าย
19 3. รายได้เกษตรกร ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 25.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 24.6-25.6) เป็นผลมาจากความต้องการสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น ปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 3.6-3.9) 3.1 ราคายางพารา ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50.0 บาท (โดยมีช่วงการคาดการณ์ อยู่ที่ 49.8–50.2 บาท) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากปัญหา โรคใบร่วงชนิดใหม่และขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง รวมถึงตามความต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มยานยนต์ (รวมยานยนต์ไฟฟ้าตามแผนสนับสนุนของ ภาครัฐ) ส่งผลให้ราคายางพารามีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น ปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50.4 บาท (โดยมี ช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 50.4–50.5 บาท) ภาพที่ 18 ประมาณการราคายางพารา ที่มา: สำนักงานการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต 3.2 ราคากุ้ง ในปี 2566 คาดว่าราคาเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ลดลงโดยอยู่ที่กิโลกรัมละ 243.5 บาท (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 243.1-243.9 บาท) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน2566 จากการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติส่งผลให้ความต้องการบริโภค กุ้งทะเลเพิ่มขึ้น ปี 2567 คาดว่าราคาเฉลี่ยอยู่ในระดับที่เพิ่มขึ้นโดยอยู่ที่กิโลกรัมละ 255.0 บาท (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 254.4-255.5 บาท) ภาพที่ 19 ประมาณการราคากุ้งทะเล ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต ,ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต
20 3.3 ราคาสัตว์น้ำรวม ในปี 2566 คาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 61.4 บาท (โดยมี ช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 61.2–61.7 บาท) ขยายตัวจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ปี2567 คาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 61.8 บาท (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ 61.8–61.9 บาท) ภาพที่ 20 ประมาณการราคาสัตว์น้ำรวม ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต, ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต 4. ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตปี 2566 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ร้อยละ 1.2 (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 1.1-1.3) ลดลงจากที่ประมาณการในครั้งก่อนเมื่อเดือน กันยายน 2566 โดยปัจจัยที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อจังหวัดภูเก็ต จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลงจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ในตลาดโลก อีกทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความเชื่อมั่น ผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งมาตรการจากภาครัฐที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน อาทิเช่น โครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เป็นต้น ปี 2567 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ร้อยละ 1.3 (โดยมีช่วงการคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 1.2-1.4) ในขณะที่การจ้างงานในปี 2566 คาดว่าจะมีการจ้างงานทั้งหมด 345,127 คน (โดยมี ช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 344,877-345,377 คน) ขยายตัวร้อยละ 10.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 10.3–10.5) เป็นการขยายตัวตามภาคบริการ เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวสามารถ กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติทำให้มีความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะสูง ปี 2567 คาดว่าจะมีการจ้างงานทั้งหมด 352,304 คน (โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 352,051-352,558 คน)
21 ตารางสรุปภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มของจังหวัดภูเก็ต ource: Phuket Update: 09.45 am. 08/01/24 indicator unit 2560 2561 2562 2563 2564 2565 MIN CONCENSUS MAX MIN CONCENSUS MAX Economic Growth GPP current price Million Baht 212,851 236,213 248,473 136,189 99,545 230,591 373,109 374,329 375,549 423,014 424,872 426,731 %yoy 5.3 8.4 2.7 -41.6 -22.0 131.6 61.8 62.3 62.9 13.0 13.5 14.0 GPP constant price Million Baht 151,683 163,872 169,771 101,153 74,304 164,563 264,396 265,168 265,940 296,380 297,524 298,669 %yoy 4.6 8.0 3.6 -40.4 -26.5 121.5 60.7 61.1 61.6 11.8 12.2 12.6 population person 507,052 515,559 523,480 530,841 537,665 543,981 549,267 549,811 550,355 554,634 555,184 555,734 %yoy 1.8 1.7 1.5 1.4 1.3 1.2 1.0 1.1 1.2 0.9 1.0 1.1 GPP per capita baht/person 371,632 407,301 422,669 228,802 165,343 423,896 679,286 680,833 682,376 762,690 765,282 767,869 Agriculture : API (Q) %yoy -25.4 21.3 0.4 21.4 -24.1 -20.6 20.9 21.3 21.8 1.5 1.6 1.7 Industry : IPI (Q) %yoy 5.2 4.0 0.5 -11.9 -7.0 10.8 8.4 8.7 9.0 1.8 1.9 2.0 Service : SI (Q) %yoy 17.2 11.6 -3.8 -63.6 -64.7 303.9 76.5 77.0 77.5 16.7 17.2 17.7 Private Consumption : Cp Index %yoy 13.0 12.6 1.9 -41.3 -44.8 91.9 65.3 65.8 66.3 11.2 11.7 12.1 Private Invesment : Ip Index %yoy -6.7 17.0 0.5 -22.3 -10.9 -7.3 46.0 46.2 46.5 0.6 0.7 0.7 Government Expenditure : G Index %yoy -22.8 2.4 -2.5 7.3 41.7 -6.5 0.7 0.7 0.8 1.0 1.1 1.2 Border trade %yoy Farm Income %yoy -15.6 27.6 -1.2 23.2 -22.0 -21.4 24.6 25.5 25.6 3.6 3.8 3.9 Economic Stability Inflation Rate % per annual 0.8 1.4 0.2 -1.3 1.1 4.3 1.1 1.2 1.3 1.2 1.3 1.4 GPP deflator %yoy 0.7 0.4 -0.9 -1.2 4.6 10.2 1.1 1.2 1.3 1.2 1.3 1.4 Employment person 320,569 320,393 320,659 313,647 288,336 312,560 344,877 345,127 345,377 352,051 352,304 352,558 yoy 2,388 -176 267 -7,012 -25,311 24,225 32,317 32,567 32,817 6,924 7,177 7,431 %yoy 0.8 -0.1 0.1 -2.2 -8.1 8.4 10.3 10.4 10.5 2.0 2.1 2.2 2566E 2567F
22 คำนิยามตัวแปรและการคำนวณในแบบจำลองเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต GPP constant price ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีฐาน GPP current prices ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีปัจจุบันรายจ่ายรัฐบาลสามารถเบิกจ่าย งบประมาณภาพรวมได้ทั้งสิ้น GPPS ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีฐาน ด้านอุปทาน GPPD ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีฐาน ด้านอุปสงค์ API ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคเกษตร IPI ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคอุตสาหกรรม SI ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคบริการ Cp Index ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน Ip Index ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน G Index ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐบาล GPP Deflator ระดับราคาเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภูเก็ต CPI ดัชนีราคาผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต PPI ดัชนีราคาผู้ผลิตระดับประเทศ Inflation rate อัตราเงินเฟ้อจังหวัดภูเก็ต Farm Income Index ดัชนีรายได้เกษตรกร Population จำนวนประชากรของจังหวัดภูเก็ต Employment จำนวนผู้มีงานทำของจังหวัดภูเก็ต %yoy อัตราการเปลี่ยนแปลงเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน Base year ปีฐาน (2560 = 100) Min สถานการณ์ที่คาดว่าเลวร้ายที่สุด Consensus สถานการณ์ที่คาดว่าจะเป็นได้มากที่สุด Max สถานการณ์ที่คาดว่าดีที่สุด
23 การคำนวณดัชนี ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปทาน (Supply Side หรือ Production Side: GPPS) ประกอบด้วย 3 ดัชนีได้แก่ (1) ดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัดภูเก็ต โดยให้น้ำหนัก 0.07 (2) ดัชนีผลผลิตภาคบริการจังหวัดภูเก็ต โดยให้น้ำหนัก 0.88 (3) ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต โดยให้น้ำหนัก 0.05 การกำหนดน้ำหนักของแต่ละองค์ประกอบของดัชนี โดยหาสัดส่วนจากมูลค่าเพิ่มราคาปี ปัจจุบัน ของเครื่องชี้เศรษฐกิจภาคเกษตรกรรม (สาขาเกษตร + สาขาประมง) เครื่องชี้เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม (สาขาการทำเหมืองแร่และเหมืองหิน สาขาอุตสาหกรรม สาขาไฟฟ้าและสาขาการจัดหาน้ำ) และเครื่องชี้ เศรษฐกิจภาคบริการ (14 สาขา ตั้งแต่สาขาก่อสร้าง - สาขากิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ) จากข้อมูล GPP ของ สศช. เทียบกับ GPP รวมราคาปีปัจจุบันของ สศช. จัดทำขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวการณ์ผลิตภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของจังหวัดภูเก็ตเป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) โดยการคำนวณ API (Q), IPI (Q), SI (Q) ได้กำหนดปีฐาน 2548 ซึ่งคำนวณจากเครื่องชี้ผลผลิตภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของจังหวัดภูเก็ตรายเดือน อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็น ต้นมา ➢ ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคเกษตร (Agricultural Production Index: API) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ - ปริมาณผลผลิต : ยางพารา โดยให้น้ำหนัก 0.04 - ปริมาณผลผลิต : กุ้งทะเล โดยให้น้ำหนัก 0.32 - ปริมาณผลผลิต : สัตว์น้ำรวม โดยให้น้ำหนัก 0.64 • โดยตัวชี้วัดทุกตัวได้ปรับฤดูกาล (Seasonal Adjusted : SA) แล้ว การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ API (Q) ให้น้ำหนักของเครื่องชี้ข้างต้น ได้ จากสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของเครื่องชี้ ณ ราคาปีปัจจุบัน กับ GPP แบบ Bottom up ณ ราคาปีปัจจุบันภาค เกษตรกรรม (สาขาเกษตร และสาขาประมง) ➢ ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production Index: IPI) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ - ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม โดยให้น้ำหนัก 0.53 - จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้น้ำหนัก 0.02 - ทุนจดทะเบียนของโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ โดยให้น้ำหนัก 0.45 การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ IPI ให้น้ำหนักของเครื่องชี้จากหา ความสัมพันธ์ Correlation ระหว่าง เครื่องชี้เศรษฐกิจผลผลิตอุตสาหกรรมรายปี กับ GPP (สศช.) ณ ราคาคงที่ ภาคอุตสาหกรรม (สาขาเหมืองแร่ สาขาการผลิต สาขาไฟฟ้า และสาขาการจัดหาน้ำ)
24 ➢ ดัชนีปริมาณผลผลิตภาคบริการ (Service Index: SI) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ - จำนวนนักท่องเที่ยวเข้า-ออกสนามบิน โดยให้น้ำหนัก 0.33 - จำนวนเที่ยวบินลงที่จังหวัด โดยให้น้ำหนัก 0.34 - ภาษีบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม โดยให้น้ำหนัก 0.33 การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ SI ให้น้ำหนักของเครื่องชี้ โดยเครื่องชี้ ภาคบริการ ด้านขายส่งขายปลีก บริหารราชการ การศึกษา สุขภาพ และที่พักแรมฯ โดยหาสัดส่วนของ GPP ณ ราคาปีปัจจุบัน (2564) ของสาขาขายส่ง ขายปลีกฯ สาขาที่พักแรมและร้านอาหาร สาขาบริหารราชการฯ สาขาการศึกษา สาขาสุขภาพฯ เทียบ GPP รวมภาคบริการ (ตั้งแต่สาขาก่อสร้าง ถึงสาขากิจกรรมบริการด้าน อื่น) ณ ราคาปีปัจจุบัน (สศช.) หารด้วยจำนวนเครื่องชี้ในด้านนั้นๆ ➢ ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปสงค์(Demand Side: GPPD) • ประกอบไปด้วย 3 ดัชนีได้แก่ (1) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน โดยให้น้ำหนัก 0.22 (2) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน โดยให้น้ำหนัก 0.35 (3) ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐ โดยให้น้ำหนัก 0.43 การกำหนดน้ำหนักของแต่ละองค์ประกอบของดัชนี โดยหาค่าเฉลี่ยในแต่ละดัชนี เทียบกับ GPP constant price โดยเฉลี่ยเพื่อหาสัดส่วน และคำนวณหาน้ำหนักจากสัดส่วนของแต่ละดัชนีเทียบผลรวม สัดส่วนดัชนีรวมทั้งหมด จัดทำขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชน การลงทุน และการ ใช้จ่ายภาครัฐของจังหวัดภูเก็ตเป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้าประมาณ 1เดือนครึ่ง (45 วัน) โดยการคำนวณ Cp Index, Ip Index, G Index ได้กำหนดปีฐาน 2560 ซึ่งคำนวณจากเครื่องชี้ภาวะการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ภาคเอกชน การลงทุน และใช้จ่ายภาครัฐของจังหวัดภูเก็ตเป็นรายเดือน อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ➢ ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index : Cp Index) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ - ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ โดยให้น้ำหนัก 0.86 - จำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ โดยให้น้ำหนัก 0.12 - จำนวนรถมอเตอร์ไซด์จดทะเบียนใหม่ โดยให้น้ำหนัก 0.02 การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ Cp Index ให้น้ำหนักของเครื่องชี้ จากการหา ค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดทำ Cp Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหาน้ำหนักจาก สัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด
25 ➢ ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (Private Investment Index: Ip) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ - สินเชื่อเพื่อการลงทุน โดยให้น้ำหนัก 0.40 - พื้นที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างรวม โดยให้น้ำหนัก 0.58 - รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยให้น้ำหนัก 0.02 การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ Ip Index ให้น้ำหนักของเครื่องชี้ จากการหา ค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดทำ Ip Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหาน้ำหนักจาก สัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด ➢ ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐ (Government Expenditure Index: G) • ประกอบไปด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 2 ตัว คือ - รายจ่ายประจำภาครัฐ โดยให้น้ำหนัก 0.69 - รายจ่ายลงทุนภาครัฐ โดยให้น้ำหนัก 0.31 การกำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบในการจัดทำ Ip Index ให้น้ำหนักของเครื่องชี้ จากการหา ค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดทำ Ip Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหาน้ำหนักจาก สัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด ➢ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาคงที่ (GPP constant price) • ประกอบไปด้วยดัชนี 2 ด้าน - ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปทาน (GPPS) โดยให้น้ำหนัก 0.97 - ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปสงค์(GPPD) โดยให้น้ำหนัก 0.03 ➢ ดัชนีชี้วัดด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ • GPP Deflator : ระดับราคา ประกอบไปด้วย - ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) โดยให้น้ำหนัก 0.97 - ดัชนีราคาผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต (CPI) โดยให้น้ำหนัก 0.03 • การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้มีงานทำ คำนวณจาก GPP constant price X 0.193 (อัตราการพึ่งพาแรงงาน) ➢ อัตราการพึ่งพาแรงงาน คำนวณจากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression Analysis) โดยมีรูปแบบความสัมพันธ์ คือ ln(Emp) = +(ln(GPP)) โดยที่ Emp = จำนวนผู้มีงานทำ จำแนกตามอุตสาหกรรม และเพศของจังหวัดภูเก็ต ข้อมูลWebsite สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งใช้ ปี 2549 – 2564 โดยไม่รวมจำนวนผู้มีงานทำในสาขาการก่อสร้าง GPP = ผลิตภัณฑ์มวลรวม จังหวัดภูเก็ต ณ ราคาคงที่ ข้อมูลจาก สศช.ซึ่งใช้ปี 2549 – 2564 โดยไม่รวม GPP สาขาการ ก่อสร้าง
26 ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตที่สนับสนุนข้อมูล 1. ดัชนีผลผลิตภาคเกษตร (Agriculture Production Index : API) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * ปริมาณยางพารา - ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต - เกษตรจังหวัดภูเก็ต - เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต - ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต * ปริมาณกุ้งทะเล - ประมงจังหวัดภูเก็ต - หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมง * ปริมาณสัตว์น้ำ - ประมงจังหวัดภูเก็ต - หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมง 2. ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production Index : IPI) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * ปริมาณการใช้ไฟฟ้า - ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต - ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอถลางจังหวัด ภูเก็ต - ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคป่าตอง อ.กะทู้ จังหวัดภูเก็ต * จำนวนโรงงานในจังหวัด * ทุนจดทะเบียนของอุตสาหกรรม - อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต - ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต
27 3. ดัชนีผลผลิตภาคบริการ (Service Index : SI) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * จำนวนนักท่องเที่ยวเข้า-ออกสนามบิน - การท่าอากาศยานภูเก็ต - ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต - ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต - นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว * จำนวนนักท่องเที่ยวผ่านด่านตม. (ขาเข้า) - ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยาน ภูเก็ต - ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต * ภาษีบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม - นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต - สรรพากรพื้นที่ภูเก็ต * จำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงที่จังหวัด - การท่าอากาศยานภูเก็ต 4. ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index: Cp Index) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ - สรรพากรพื้นที่ภูเก็ต * รถยนต์จดทะเบียนใหม่ * มอเตอร์ไซด์จะทะเบียนใหม่ - ขนส่งจังหวัดภูเก็ต - พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต - สถิติจังหวัดภูเก็ต - ประธานหอการค้า
28 5. ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (Private Investment Index: IP Index) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * พื้นที่อนุญาตก่อสร้างรวม - สำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต * สินเชื่อรวม - ประธานชมรมธนาคารจังหวัดภูเก็ต - ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สาขาภูเก็ต - ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตภูเก็ต -ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรจังหวัดภูเก็ต * รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ - ขนส่งจังหวัดภูเก็ต 6. ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐบาล (Government Expenditure Index: G Index) รายการเครื่องช้ี หน่วยงาน * รายจ่ายประจำ * รายจ่ายลงทุน - คลังจังหวัดภูเก็ต - หัวหน้ากลุ่มระบบบริหารการคลัง สำนักงาน คลังจังหวัดภูเก็ต 7. ดัชนีระดับราคาของจังหวัด (GPP Deflator) รายการเครื่องชี้ หน่วยงาน * ดัชนีผู้ผลิต * ดัชนีผู้บริโภค - พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต