โครงงานอาชีพ
เรื่อง การปลูกกะเพราปลอดสารพษิ
จดั ทำโดย
นำงสำว วรำภรณ์ บุตตะโยธี เลขท่ี๒๙
ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ที่๕/๑๐
นำเสนอ
คุณครู วนิดำ บุญพิเชฐวงษ์
ครูชำนำญกำรพิเศษ
โรงเรียนสตรีรำชินูทศิ
สำนกั งำนเขตพ้นื ทก่ี ำรศกึ ษำเขต ๒๐ อดุ รธำนี
คานา
รำยงำนเลม่ น้ีจดั ทำข้นึ เพ่อื เป็นส่วนหน่ึงของวิชำ กำรงำนอำชีพ (ง32101) ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ท่ี5
เพอื่ ใหไ้ ดศ้ กึ ษำหำควำมรู้ เรื่อง กำรปลกู กะเพรำปลอดสำรพิษ และไดศ้ กึ ษำอยำ่ งเขำ้ ใจ เพอ่ื เป็น
ประโยชน์แกก่ ำรเรียน
ผูจ้ ดั ทำหวงั ว่ำรำยงำนเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์แกผ่ อู้ ่ำน หรือนกั เรียน นกั ศึกษำ ทีก่ ำลงั หำขอ้ มลู
เรื่องน้ีอยู่ หำกมีขอ้ แนะนำหรือขอ้ ผิดพลำดประกำรใด ผจู้ ดั ทำขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภยั มำ ณ
ทีน่ ้ีดว้ ย
ผจู้ ดั ทำ
ช่ือโครงงาน กำรปลูกกะเพรำปลอดสำรพิษ
ผ้จู ดั ทา นำงสำว วรำภรณ์ บุตตะโยธี เลขท่๒ี ๙ ช้นั ม.๕/๑๐
ระดับ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่๕
ประเภท กำรปลกู ผกั งำนเกษตร
ครูทป่ี รึกษา คณุ ครู วนิดำ บุญพิเชษวงศ์
โรงเรียน สตรีรำชินูทศิ
สำนกั งำนเขตพ้นื ทีก่ ำรศึกษำมธั ยมศกึ ษำมธั ยมศึกษำเขต ๒๐ จงั หวดั อุดรธำนี
บทคัดย่อ
โครงงำนอำชีพ เรื่อง กำรปลูกกะเพรำปลอดสำรพษิ
มจี ดุ มงุ่ หมำยเพอ่ื เป็นผกั สวนครวั ทดี่ แู ลง่ำย
สำมำรถปลกู ในดินหรือได้ มีประโยชน์ช่วยป้องกนั หวดั ได้
และช่วยแกอ้ ำกำรคล่ืนไส้อำเจียนได้
อกี ท้งั ยงั เป็นแนวทำงในกำรประกอบอำชีพหลกั หรืออำชีพเสริมต่อในอำนำคตจำกกำรทำ
โครงงำนในคร้งั น้ี
บทท่ี 1
บทนา
1.1 แนวคิด ทีม่ า และความสาคัญ
กะเพรา เป็นพืชผกั จำพวกเครื่องเทศท่ใี ชใ้ บสดใบอ่อนในกำรประกอบอำหำร เพื่อช่วยดบั กลน่ิ คำวและ
ช่วยให้อำหำรมกี ลิน่ หอม ใบกะเพรำใชเ้ ป็นผกั ชูรส เช่น ใส่แกงเผด็ แกงป่ ำ แกงเลียง ผดั เผด็ ผดั กะเพรำ ใส่
หอยน่ึง ฯลฯ นอกจำกจะมีคณุ ค่ำทำงอำหำรมำกมำยแลว้ ผลพลอยไดจ้ ำกำรบริโภคกะเพรำยงั ช่วยให้ร่ำงกำย
ไดร้ บั ประโยชน์เป็นยำสมนุ ไพร ทำให้เลือดลมดี กะเพรำเป็นพืชทป่ี ลกู กนั แถวเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตม้ ำ
นำนแลว้ โดยเฉพำะในประเทศไทยและมำเลเซีย สรรพคุณสำคญั ของใบกะเพรำ ท่คี นส่วนใหญ่ไมร่ ู้กนั ท้งั
ท่ีใชบ้ ริโภคกนั อยใู่ นชีวติ ประจำวนั ก็คือ สรรพคุณขบั ไขมนั เคยสงั เกตไหมว่ำ เหตุใดจึงมีตำรบั อำหำรไทย
จำพวกผดั กะเพรำเน้ือ กะเพรำหมู กะเพรำไก่ เหตผุ ลไมเ่ พยี งแคใ่ ชใ้ บกะเพรำดบั กลิ่นคำวเน้ือสัตวเ์ ท่ำน้นั ตท่ ี่
สำคญั คอื ช่วยขบั ไขมนั และน้ำตำลส่วนเกินออกจำกร่ำงกำย มงี ำนวิจยั หลำยชิ้น หลำยสำนกั ที่กลำ่ วถึง
สรรพคณุ อนั หลำกหลำยของใบกะเพรำในท่นี ้ีขอกลำ่ วเฉพำะสรรพคุณที่เชื่อมโยงกบั ฤทธ์ิลดไขมนั และน้ำ
ตำลของใบกะเพรำเท่ำน้นั
1.2 วตั ถปุ ระสงค์
1.เพอื่ ศกึ ษำเกี่ยวกบั กำรปลกู กะเพรำ
2.เพอื่ ใชป้ ระกอบอำชีพในอนำคตได้
3.เพอื่ นำควำมรู้ไปเผยแพร่ใหก้ บั เยำวชนและบุคคลทว่ั ไปได้
1.3 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า
กำรปลกู กะเพรำปลอดสำรพษิ
1.4 ประโยชน์และคุณคุณค่าของโครงงาน
1.ไดค้ วำมรู้เกี่ยวกบั กำรปลกู กะเพรำ
2.สำมำรถนำไปจำหน่ำยหรือปลูกขยำยพนั ธุไ์ ด้
3.ไดป้ ระสบกำรณ์จำกกำรปลกู กะเพรำ
บทท2่ี
เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง
โครงงำนเรื่องกำรปลูกกะเพรำ ในเน้ือหำบทน้ีจะนำเสนอเอกสำรท่ีเกี่ยวขอ้ งดงั น้ี
1.อุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นกำรปลูก
2.กะเพรำ
3.ประโยชนข์ องกะเพรำ
1.อปุ กรณ์ใช้ในการปลูก
1.1 ดินที่ใชใ้ นกำรปลูก
1.2 เมล็ดพนั ธุ์กะเพรำ
1.3 ภำชนะสำหรบั กำรปลูกกะเพรำ
2.กะเพรา
กะเพรำ มีชื่อวทิ ยำศำสตร์วำ่ Ocimum tenuiflorum L. เป็นไมล้ ม้ ลุกอำยยุ นื สูงประมำณ
30–80 เซนติเมตร ลำตน้ แขง็ แรง มีกิ่งอ่อนสีเขียวแลว้ ก็มีขนปกคลุม ใบมลี กั ษณะเป็นรูปรี ปลำย
ใบแหลม หรือมน ขอบของใบหยกั แบบฟันเลื่อย มดี อกเป็นช่อทบั กนั แบบช่อฉตั รทีป่ ลำยยอด
กลีบดอกมสี ีชมพูแกมมว่ ง ผลเป็นแบบแห้งแลว้ แตกออกขำ้ งในมเี มล็ดรูปไข่สีน้ำตำลดำ ใบ
กะเพรำมดี ว้ ยกนั 2 ประเภทเป็น ใบกะเพรำขำวแลว้ กก็ ะเพรำแดง นิยมใชก้ ะเพรำแดงในแงข่ อง
ยำรวมท้งั ใชก้ ะเพรำขำวปรุงอำหำร
1.3 ประโยชน์ของกะเพรา
1. ช่วยให้ร่ำงกำยอบอนุ่ ป้องกนั อำกำรหวดั
2. แกอ้ ำกำรคล่ืนเหียนอำเจียน
3. ช่วยขบั ลมในกระเพำะ แกอ้ ำกำรจกุ เสียดแน่นทอ้ ง
บทท3ี่
อุปกรณ์และวิธีการดาเนนิ การ
1.อุปกรณ์
1.1 ดินท่ใี ชใ้ นกำรปลกู
1.2 เมล็ดพนั ธุ์กะเพรำ
1.3 ภำชนะสำหรบั กำรปลูกกะเพรำ
2.วธิ กี ารดาเนินงาน
1. เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถำง
2. หว่ำนเมล็ดใหท้ วั่ แปลง ใชฟ้ ำงกลบ หรือป๋ ุยคอกโรยทบั บำงๆ
3. รดน้ำตำมทนั ที ควรใชฟ้ ักบวั รดน้ำตน้ ไมร้ ูเล็กๆ
4. จำกน้นั อีกประมำณ 7 วนั เมลด็ จะงอกเป็นตน้ กลำ้
สรรพคุณของกะเพรา
1. ใชท้ ำเป็นยำอำยวุ ฒั นะ (the elixir of life)
2. ช่วยทำใหร้ ่ำงกำยอบอุ่นและป้องกนั อำกำรหวดั ได้ (ใบ)
3. กะเพรำเป็นส่วนประกอบของยำสมุนไพรหลำยชนิด เช่น ยำรกั ษำตำนขโมยสำหรับเดก็
ยำแกท้ ำงเด็ก ฯลฯ
4. รำกแห้งนำมำชงหรือตม้ กบั น้ำร้อนด่ืม ช่วยแกโ้ รคธำตุพกิ ำร (รำก)
5. ช่วยบำรุงธำตไุ ฟ (ใบ)
6. ช่วยแกอ้ ำกำรคลืน่ เหียนอำเจียน (ใบ)
7. ช่วยแกอ้ ำกำรปวดดว้ ยกำรใชใ้ บกะเพรำนำมำค้นั รับประทำนสด 1 ถว้ ยตะไล จะช่วยแก้
อำกำรปวดมวนทอ้ งไดเ้ ป็นอยำ่ งดี (ใบ)
8. ช่วยขบั ลมแกอ้ ำกำรปวดทอ้ งอุจจำระ (ใบ)
9. ใบกะเพรำมสี รรพคุณช่วยขบั ลมในกระเพำะ (ใบ)
10. ช่วยแกอ้ ำกำรจกุ เสียดแน่นทอ้ ง (ใบ)
ข้อควรระวังในการทานใบกระเพรา
ควรระวงั กำรใชก้ ะเพรำในขนำดสูงในหญิงต้งั ครรภ์ หรือผูท้ ว่ี ำงแผนจะต้งั ครรภ์
และหญิงใหน้ มบตุ ร เนื่องจำกยงั ไมม่ ีขอ้ มูลกำรศกึ ษำทช่ี ดั เจน แต่ยงั สำมำรถทำนเป็น
อำหำรไดต้ ำมปกติ หรือในผูป้ ่ วยเบำหวำนรำยท่มี ีกำรคมุ น้ำตำลในเลือดไดด้ ีอยแู่ ลว้ ก็
ตอ้ งระวงั กำรใชก้ ะเพรำขนำดสูง ควรมีกำรปรับขนำดกำรทำนตำมควำมเหมำะสม ทจ่ี ะ
ไม่ทำใหน้ ้ำตำลในเลือดต่ำเกินไป โดยอำกำรน้ำตำลตกสังเกตไดจ้ ำกอำกำรรู้สึกหิว
กระวนกระวำย กระสบั กระส่ำย ใจสนั่ หวั ใจเตน้ เร็ว มือสั่น คล่นื ไส้ ออ่ นเพลยี มึนงง
ปวดศีรษะ เหง่ือออก ตวั เยน็ หนำ้ ซีด เป็นลมและอำจชกั หรือหมดสติได้