The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจริยคุณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Manthana Pattiizia, 2023-07-16 02:28:26

บทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจริยคุณ

บทนมัสการมาตาปิตุคุณและอาจริยคุณ

คุณแมหนาหนักเพี้ยง พสุธา คุณบิดรดุจอา- กาศกวาง คุณพี่พางศิขรา เมรุมาศ คุณพระอาจารยอาง อาจสูสาคร


บทนมัสการมาตาปิ ตุคุณและนมัสการอาจริ ยคุณ หน่วยการเรียนร ู ้ที่๓


ความเป็ นมา ของบทนมัสการมาตาปิตุคุณและนมัสการอาจริ ยคุณ เปนบทรอยกรอง ผลงานการประพันธของ “พระยาศรีสุนทรโวหาร” (นอย อาจารยางกูร) เปนบทที่รวมอยูในคํานมัสการคุณานุคุณ ประกอบดวย ๑) นมัสการพระพุทธคุณ ๒) นมัสการพระธรรมคุณ ๓) นมัสการพระสังฆคุณ ๔) นมัสการมาตาปตุคุณ ๕) นมัสการอาจริยคุณ


๑) ตัวอยางบทนมัสการพระพุทธคุณ องคใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลกิเลสมาร บ มิหมนมิหมองมัว หนึ่งในพระทัยทาน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคีบพันพัว สุวคนธกําจร


๒) ตัวอยางบทนมัสการพระธรรมคุณ ธรรมะคือคุณากร สวนชอบสาธร ดุจดวงประทีปชัชวาล แหงองคพระศาสดาจารย สองสัตวสันดาน สวางกระจางใจมล


๓) ตัวอยางบทนมัสการพระสังฆคุณ สงฆใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา แตองคสมเด็จภควันต เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร- ลุทางที่อัน ระงับและดับทุกขภัย


บทนมัสการ มาตาปตุคุณ


บทนมัสการ อาจริยคุณ


พระยาศรีสุนทรโวหาร กับ ตําราเรียน “มูลบทบรรพกิจ” เล่มที่ ๑ วาหน ิ ต ์ิ น ิ กร แบบเรียนผันอักษรนํา คือ การผันอักษรสูงนําอักษรตํ่า และอักษรกลางนําอักษรตํ่า เล่มที่ ๒ อักษรประโยค แบบเรียนการผันอักษรควบกลํ้า และการผันเสียงวรรณยุกต์ เล่มที่ ๓ สังโยคพิ ธาน หนังสือว่าด้วยเรื่องตัวสะกดในแม่ต่าง ๆ โดยเฉพาะคําที่มาจากภาษาบาลี เล่มที่ ๔ ไวพจน์พิจารณ์ หนังสือว่าด้วยเรื่อง คําพ้องเสียง เล่มที่ ๕ พ ิศาลการันต์ หนังสือว่าด้วยเรื่อง การใช้การันต์ หรือภาษาอื่นที่มีเครื่องหมาย


ประวัติผูแตง • “พระยาศรีสุนทรโวหาร” มีนามเดิมว่า “น้อย อาจารยางกูร” • เกิดเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๕ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา • บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสระเกศ กรุงเทพฯ เรียนภาษาไทย ภาษาบาลีและภาษาขอม จนเชี่ยวชาญ • หลังจากลาสิกขา ได้เข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก ต่อมา...เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ • ถึงแก่ อน ิจกรรม เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๔


ตอบคําถามทายคาบ เรื่อง ประวัติความเปนมา ของบทนมัสการมาตาปตุคุณและอาจริยคุณ คําชี้แจง : ใหนักเรียนตอบคําถามลงในสมุด ๑. สรุปประวัติความเปนมาของบทนมัสการมาตาปตุคุณและอาจริยคุณ ๒. จุดประสงคของบทนมัสการมาตาปตุคุณและอาจริยคุณคืออะไร ๓. บทนมัสการมาตาปตุคุณและอาจริยคุณ สะทอนคานิยมใดของสังคม


ทบทวนคําประพันธ์ไทย มี ๕ ประเภท โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย


บทประพันธ์นี้ แต่งด้วยฉันทลักษณ์ประเภทใด คุณแมหนาหนักเพี้ยง พสุธา คุณบิดรดุจอา- กาศกวาง คุณพี่พางศิขรา เมรุมาศ คุณพระอาจารยอาง อาจสูสาคร เฉลย : โคลง ประเภทโคลงสีสุภาพ่


บทประพันธ์นี้ แต่งด้วยฉันทลักษณ์ประเภทใด เขายอมเปรียบเทียบความวายามรัก แตน้ําผักตมขมชมวาหวาน ครั้นรักจางหางเหินไปเนิ่นนาน แตน้ําตาลวาเปรี้ยวไมเหลียวแล เฉลย : กลอน ประเภทกลอนสุภาพ/กลอนแปด


บทประพันธ์นี้ แต่งด้วยฉันทลักษณ์ประเภทใด มัสมั่นแกงแกวตา หอมยี่หรารสรอนแรง ชายใดไดกลืนแกง แรงอยากใหใฝฝนหา เฉลย : กาพย์ ประเภทกาพย์ยานี ๑๑


บทประพันธ์นี้ แต่งด้วยฉันทลักษณ์ประเภทใด เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา ใหญพื้นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมทัน (อานวา ชะ-นะ-นี) เฉลย : ฉันท์ ประเภทอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑


ลักษณะคําประพันธ ของบทนมัสการมาตาปตุคุณและอาจริยคุณ บทนมัสการมาตาปิ ตุคุณ และ บทนมัสการอาจริยคุณ แต่งด้วยอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เดิมผู้แต่งเรียกว่า “อินทะวชิระฉันท์” คณะของอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ - บทหนึ่ง มี ๒ บาท - บาทหนึ่ง มี ๒ วรรค - วรรคหน้า มี ๕ คํา วรรคหลัง มี ๖ คํา - คําสุดท้ายของวรรคหน้าในบาทที่ ๑ สัมผัสกับ คําที่สามในวรรคหลังของบาทที่ ๑ คําสุดท้ายของวรรคหลังในบาทที่ ๑ สัมผัสกับ คําสุดท้ายในวรรคหน้าของบาทที่ ๒ - มีตําแหน่งบังคับของคําครุและคําลหุ


คําครุ คําลหุ คําครุ คือ คําที่มีเสียงหนัก มีลักษณะดังนี้ - พยางค์ที่มีสระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด (แม่ ก กา) - พยางค์ที่มีตัวสะกด - พยางค์ที่มีสระ อํา ไอ ใอ เอา คําลหุ คือ คําที่มีเสียงเบา มีลักษณะดังนี้ - พยางค์ที่มีสระเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด (แม่ ก กา) - พยางค์ที่มีตัวพยัญชนะตัวเดียว (เช่นคําว่า ธ ณ บ่ ก็)


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” เพราะ คําลหุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” เรียน คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” แวะ คําลหุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” เลียง ้ คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” ใคร คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” ศาสตร์ คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” ปลา คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” บิณฑบาตร คําครุ คําลหุ คําครุ


คํานี้เปน “คําครุ” หรือ “คําลหุ” โย่ และนี ่ คือเสียง จากเด็กวัด คําครุ คําลหุ คําครุ คําครุ คําครุ คําครุ คําครุ คําครุ


บทประพันธใด คือ อินทรวิเชียรฉันท บทที่ ๑ หากชอบก็ลอบยิ้ ม ขณะจิ ้ มและพิมพ์จํา อ่านหน่อยนะงามขํา หฤทัยจะให้เธอ บทที่ ๒ ดอกไม้จากบ้านป่ า เรียงร้อยมาเป็ นพวงงาม ด้วยใจพยายาม แทนค่าครูผู้สอนมา


กิจกรรม “คําครุ คําลหุ” คําชี ้ แจง : ให้นักเรียนเลือกท่อนฮุกของเพลงไทยมาทั ้ งท่อน แล้ววิเคราะห์ว่าคําใดเป็ นคําครุหรือคําลหุ (ทําลงในสมุด) ั ุ แทน คําครุ แทน คําลหุ


ตัวอยางก ่ ิ จกรรม กิจกรรม “คําครุ คําลหุ” เพลง กลิ่นฟางนางลืม * เคยนั่งอยู่ริมคันนา ควายกินหญ้าก็มาคุยกัน มีผักนํ้าพริกนํ้าปลาเรามาแบ่งปัน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนหัวใจของเราสุขสันต์ พี่แลหาแจ่มจันทร์ จอมขวัญเจ้าอยู่ที่ไหน ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ั ุ ั ั ั


การถอดความและวิเคราะห์คุณค่า จากบทประพันธ์ เรื ่ อง บทนมัสการมาตาปิ ตุคุณและอาจริยคุณ


หลักการถอดคําประพันธ ๑. อานบทประพันธที่ตองการถอดความ เพื่อหาสาระสําคัญ จะเจ็บจําไปถึงปรโลก ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดกี ่ ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ


หลักการถอดคําประพันธ ๒. รูความหมายของคําศัพทในเรื่องนั้น ๆ ถูกตองถองแท จะเจ็บจําไปถึงปรโลก ฤๅรอยโศกรูรางจางหาย จะเกิดกี่ฟามาตรมตาย อยาหมายวาจะใหหัวใจ ๑. ปรโลก หมายถึง โลกหนา, โลกอื่น ๒. ฤๅ หมายถึง หรือ ๓. ตรม หมายถึง ระทม, เจ็บช้ํา ๔. หมาย หมายถึง มุง,คาด,กะ


หลักการถอดคําประพันธ ๓. ถอดความทีละบรรทัด/หรือวรรค เปนรอยแกว โดยคํานึงถึงเรื่องราวกอน หนานั้น จะเจ็บจําไปถึงปรโลก ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย จะเกิดกี ่ ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ ถอดความได้ว่า..... จะจดจําความเจ็บปวดนี้ไปถึงโลกหน้า ความโศกเศร้านี้ก็มิอาจจางหายไป จะเกิดมาอีกกี่ครั้งก็ต้องตายด้วยความระทมทุกข์ อย่าหวังว่าจะมอบหัวใจให้ใครได้อีก


หลักการถอดคําประพันธ ๔. ทําความเขาใจ กับขอความที่ถอดตั้งไว ๕. เรียบเรียงขอความใหมเหมือนกําลังจะพูดเลาเรื่องราวนั้นใหผูอื่นฟง *ใหเปนสํานวนภาษาของตนเอง


ชวยกันถอดบทประพันธบทนี้ เมื่อรักกันไมไดก็ไมรัก ไมเห็นจักเกรงการสถานไหน ไมรักกูกูก็จักไมรักใคร เอะน้ําตากูไหลทําไมฤา (สุจิตตวงษเทศ) เมื่อเรารักกันไมได ฉันก็จะไมรักเธอ ฉันก็ไมไดนึกกลัวอะไร ถาเธอไมรักฉัน ฉันก็จะไมรักใคร แตก็นาแปลกใจวาเหตุใดน้ําตาฉันจึงไหล


การวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดี ด้านเนื้อหา ด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคม


๑. การวิเคราะหคุณคาดาน “เนื้อหา” คือ การแยกแยะรายละเอียดองคประกอบตาง ๆ ศึกษาภูมิหลังประวัติที่มา ของเรื่อง ประวัติผูแตง เนื้อหา เรื่องราว การดําเนินเรื่อง ตลอดจนลักษณะ นิสัยของตัวละคร


๒. การวิเคราะหคุณคาดาน “วรรณศิลป” “วรรณศิลป” คือ ศิลปะในการแตงหนังสือ เปนองคประกอบที่สําคัญ ชวยใหวรรณคดีและวรรณกรรมมีคุณคา เนื้อหามีความนาสนใจ มีลักษณะที่โดดเดนดานการแตง มีการเลือกใชถอยคํา สํานวน ที่ประณีต งดงาม ทําใหผูอานเกิดจินตภาพ เชน เหลือบเห็นกวางขําดําขลับ งามสรรพสะพรั่งดังเลขา งามเขาเห็นเปนกิ่งกาญจนา งามตานิลรัตนรูจี


๓. ประเภทของคุณคาดานวรรณศิลป การใชโวหาร เชน ๑) อุปมาโวหาร คือ โวหารเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง ๒) พรรณนาโวหาร คือ การใหรายละเอียดเรื่องราว เพื่อใหผูอานเห็นลักษณะที่ละเอียดลออ ทั้งบรรยากาศและความรูสึก การใชภาพพจน เชน ๑) อุปมา คือ การเปรียบเทียบวาสิ่งหนึ่งเหมือนสิ่งหนึ่ง โดยใชคําเชื่อมที่มีความหมายวา “เหมือน” ๒) อุปลักษณ คือ การเปรียบเทียบสิ่ง ๒ สิ่ง ดวยคําวา “เปน,คือ” ๓) สัทพจน คือ การเลียนเสียงธรรมชาติ โดยเลือกใชคําที่บงบอกถึงเสียงนั้น ๔) บุคคลวัต คือ การทําใหสิ่งไมมีชีวิต แสดงกิริยาเหมือนมนุษย


ประเภทของคุณคาดานวรรณศิลป การสรรคํา คือ การเลือกใหคําใหสื่อความคิด ความเขาใจ ความรูสึก และอารมณไดอยางงดงาม ๑) การใชคําใหถูกตองตรงตามความหมาย ๒) การเลนเสียง ไดแก เสียงสัมผัสสระ เสียงสัมผัสพยัญชนะ เสียงสัมผัสวรรณยุกต ๓) การเลนคํา ไดแก คําซ้ํา (เขียนเหมือน ความหมายเหมือน) คําพองเสียง (เขียนตาง ความหมายตาง เสียงเหมือน) ๔) การหลากคํา คือ การใชคําไวพจน หรือคําที่มีความหมายเหมือนกัน แตเขียนตางกัน (สตรี,นารี) ๕) การใชคําถามเชิงวาทศิลป คือ การใชประโยคคําถาม


บทประพันธนี้ มีวรรณศิลปอะไรบาง เมื่อรักกันไมไดก็ไมรัก ไมเห็นจักเกรงการสถานไหน ไมรักกูกูก็จักไมรักใคร เอะน้ําตากูไหลทําไมฤา (สุจิตตวงษเทศ) ๑. มีการใชอุปมาโวหาร (=มีการเปรียบเทียบ) ๒. มีการการซ้ําคํา ๓. มีการเลนเสียงสัมผัสสระ ๔. มีการเลนเสียงสัมผัสพยัญชนะ


การวิเคราะหคุณคาดานสังคม เปนการพิจารณาคุณคาบทประพันธวา ผูแตงมีจุดประสงค อยางไรใน การจรรโลงสังคม ซึ่งพิจารณาจากทรรศนะ แนวคิด การใหคติเตือนใจ การแสดงใหเห็นถึงชีวิต ความเชื่อ คานิยม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี โดยการสอดแทรกไวใน บทประพันธอยางแนบเนียน


บทประพันธนี้ ใหคุณคาดานสังคมอยางไร อนึ่งภูษาผาทรงณรงครบ ใหมีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี วันอาทิตยสิทธิโชคโฉลกดี เอาเครื่องสีแดงทรงเปนมงคล เครื่องวันจันทรนั้นควรสีนวลขาว จะยืนยาวชันษาสถาผล อังคารมวงชวงงามสีครามปน เปนมงคลขัตติยาไมราคี เครื่องวันพุธสุดดีดวยสีแสด กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี วันศุกรสีเมฆหมอกออกสงคราม วันเสารทรงดําจึงล้ําเลิศ แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม อนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม ใหตองตามสีสันจึงกันภัย สะท้อนค่านิยมและความเชื่อเรื่ องการแต่งกายด้วยเสื ้ อผ้าสีมงคลตามวัน


กิจกรรม “ถอดความและวิเคราะหบทประพันธ” คําชี้แจง : ใหนักเรียนจับคูกัน แลวเลือกบทประพันธจํานวน ๒ บท จากบทนมัสการบทใดบทหนึ่ง ๑. ถอดความบทประพันธ .............................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................ ๒. คุณคาดานวรรณศิลป ๑) การใชโวหาร ............................................................................................................................................................................................. ๒) การใชคําซ้ํา.......................................................................................................................................................................................... ๓) การเลนเสียงสัมผัสสระ ........................................................................................................................................................................... ๔) การเลนเสียงสัมผัสพยัญชนะ .................................................................................................................................................................. ๓. คุณคาดานสังคม .................................................................................................................................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................................................................................................


ลักษณะคําประพันธ์ บทนมัสการมาตาปิ ตุคุณ ข้าขอนบชนกคุณ ชนนีเป็ นเค้ามูล ผู้กอบนุกูลพูน ผดุงจวบเจริญวัย ฟูมฟักทะนุถนอม บ บําราศนิราไกล แสนยากเท่าไรไร บ คิดอยากลําบากกาย ตรากทนระคนทุกข์ ถนอมเลี ้ ยง ฤ รู้วาย ปกป้องซึ่งอันตราย จนได้รอดเป็ นกายา เปรียบหนักชนกคุณ ชนนีคือภูผา ใหญ่พื้ นพสุนธรา ก็ บ เทียบ บ เทียมทัน เหลือที่จะแทนทด จะสนองคุณานันต์ แท้บูชไนยอัน อุดมเลิศประเสริฐคุณ บทนมัสการอาจริยคุณ อนึ่งข้าคํานับน้อม ต่อพระครูผู้การุญ โอบเอื้ อและเจือจุน อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์ ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั ้ งบุญบาปทุกสิ่งอัน ชี ้ แจงและแบ่งปัน ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม ขจัดเขลาบรรเทาโม- หะจิตมืดที่งุนงม กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ คุณส่วนนี ้ ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร ควรนึกและตรึกใน จิตน้อมนิยมชม


Click to View FlipBook Version