สปอโรไฟต อับเรณู เมล็ด ไซโกต เอนโดสเปรม รังไข ระยะสปอโรไฟต ระยะแกมีโทไฟต (เซลลกําเนิดเมกะสปอร) สเปรม (n) ไข (n) ไมโครสปอร เมกะสปอร เรณู (แกมีโทไฟต เพศผู) ถุงเอ็มบริโอ (แกมีโทไฟตเพศเมีย) การปฏิสนธิ ไมโอซิส = ดิพลอยด (2n) = แฮพลอยด (n) (เซลลกําเนิดไมโครสปอร) หน่วยการเรียนรู้ที่ การสืบพันธุของพืชดอก 2 และการเจริญเติบโต 1. วัฏจักรชีวิตของพืชดอก พืชดอก เปนพืชที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุดในอาณาจักรพืช ซึ่งมีทั้งการสืบพันธุแบบอาศัยเพศ และแบบไมอาศัยเพศ โดยการสืบพันธุแบบอาศัยเพศจะมีดอกทําหนาที่สรางเซลลสืบพันธุ • พืชดอก จะมีระยะที่แตกตางกัน 2 ระยะสลับกัน คือ ระยะที่มีจํานวนโครโมโซมเปน 2n หรือดิพลอยด เรียกวา ระยะสปอโรไฟต (sporophyte) และระยะที่สรางเซลลสืบพันธุจะมีจํานวนโครโมโซมเปน n หรือ แฮพลอยด เรียกวา ระยะแกมีโทไฟต (gametophyte) • วัฏจักรชีวิตของพืชดอก จัดเปน วัฏจักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) ฉบับ เฉลย
ยอดเกสรเพศเมีย ออวุล ฐานดอก กลีบดอก กานชูอับเรณู อับเรณู กลีบเลี้ยง รังไข กานชูเกสรเพศเมีย 2. การสืบพันธุแบบอาศัยเพศของพืชดอก โครงสรางและประเภทของดอก ดอก ประกอบดวย 4 สวนที่ติดอยูที่ฐานดอก (receptacle) ไดแก กลีบเลี้ยง (sepal) กลีบดอก (petal) เกสรเพศผู (stamen) และเกสรเพศเมีย (pistil) • เกสรเพศผู ประกอบดวย 2 สวน ดังนี้ 1. อับเรณู (anther) ในโพรงอับเรณู จะบรรจุไมโครสปอรมาเทอรเซลลที่พรอมจะแบงเซลลแบบ ไมโอซิสเพื่อสรางไมโครสปอร ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเปนเรณูตอไป 2. กานชูอับเรณู (filament) ทําหนาที่ชูอับเกสรเพศผู หรืออับเรณู • เกสรเพศเมีย ประกอบดวย 3 สวน ดังนี้ 1. ยอดเกสรเพศเมีย (stigma) จะมีสารเหนียว ๆ หรือขนเพื่อชวยใหเรณูมาติด 2. กานชูเกสรเพศเมีย (style) เปนทางใหสเปรมนิวเคลียสเขาไปผสมกับเซลลไข 3. รังไข (ovary) ภายในมีออวุล ซึ่งอาจมีเพียง 1 ออวุล หรือหลายออวุลก็ได • ประเภทของดอก 1. แบงตามตําแหนงของรังไขเทียบกับตําแหนงของวงกลีบ จะไดเปน - ดอกที่มีรังไขอยูเหนือวงกลีบ (superior ovary) - ดอกที่มีรังไขอยูใตวงกลีบ (inferior ovary) 2. แบงตามจํานวนดอกที่อยูบนกานดอกเดียวกัน จะไดเปน - ดอกเดี่ยว (solitary flower) - ดอกชอ (inflorescences) ฉบับ เฉลย
พืชมีการสรางสปอร 2 ชนิด คือ ไมโครสปอรและเมกะสปอร โดยไมโครสปอรจะเจริญและ พัฒนาเปนแกมีโทไฟตเพศผู เรียกวา เรณู สวนเมกะสปอรจะเจริญและพัฒนาเปนแกมีโทไฟต เพศเมีย เรียกวา ถุงเอ็มบริโอ การถายเรณูเปนกระบวนการที่เรณูปลิวไปตกบนยอดเกสรเพศเมียของดอกไมชนิดเดียวกัน • การถายเรณู (pollination) มี 2 แบบ คือ 1. การถายเรณูภายในดอกหรือตนเดียวกัน (self-pollination) เปนการถายเรณูไปยังยอดเกสรเพศเมีย ภายในดอกเดียวกัน หรือคนละดอกแตเปนพืชตนเดียวกัน 2. การถายเรณูขามตน (cross-pollination) เปนการถายเรณูไปยังยอดเกสรเพศเมียของพืช อีกตนหนึ่ง • หลอดเรณู (pollen tube) จะงอกผานยอดเกสรเพศเมียลงไปจนถึงรังไขและงอกยาวตอไปจนถึง ออวุล เพื่อใหสเปรมเคลื่อนที่เขาไปในถุงเอ็มบริโอและเกิดการปฏิสนธิ • การงอกของหลอดเรณูในพืชแตละชนิดจะใชเวลาตางกัน ซึ่งเกิดจากปจจัยตาง ๆ เชน แสง อุณหภูมิ พันธุกรรม ความเปนกรด-เบส นํ้าตาล การปฏิสนธิของพืชดอกเกิดขึ้นที่รังไข โดยสเปรมตัวหนึ่งไปผสมกับเซลลไขไดเปนไซโกต ซึ่งมีโครโมโซมจํานวน 2 ชุด แลวพัฒนาตอไปเปนเอ็มบริโอ สวนสเปรมอีกตัวจะเขาไปผสมกับโพลาร- นิวคลีไอไดเปนเอนโดสเปรม ซึ่งมีจํานวนโครโมโซม 3 ชุด เรียกการปฏิสนธิแบบนี้วา การปฏิสนธิซอน (double fertilization) การสรางสปอรและเซลลสืบพันธุของพืชดอก การถายเรณู การปฏิสนธิของพืชดอก การสรางเมกะสปอร (megasporogenesis) การสรางไมโครสปอร (microsporogenesis) เกิดขึ้นที่อับเรณูภายในมีอับไมโครสปอรมีเนื้อเยื่อ พิเศษที่แบงเซลลไดเนื้อเยื่อสองชั้น ซึ่งเนื้อเยื่อ ชั้นหนึ่งจะพัฒนาเปนไมโครสปอรมาเทอรเซลล (microspore mothercell) และแบงตัวแบบไมโอซิส เพื่อสรางไมโครสปอรจํานวน 4 กลุม เกิดขึ้นที่รังไขภายในมีออวุล (ovule) ประกอบดวย เนื้อเยื่อที่เรียกวา นิวเซลลัส (nucellus) ที่ถูกหุม ดวยผนังออวุล ภายในนิวเซลลัสจะพบเมกะสปอร- มาเทอรเซลล (megaspore mother cell) 1 เซลล ที่มีขนาดใหญและแบงเซลลแบบไมโอซิสเพื่อสราง เมกะสปอร (megaspore) จํานวน 4 เซลล ไมโครสปอร- มาเทอรเซลล ไมโครสปอร เมกะสปอร- มาเทอรเซลล เมกะสปอร
ใบแท แรดิเคิล โคลีออพไทล แรดิเคิล เปลือกเมล็ด ไฮโพคอทิล ใบเลี้ยง ใบเลี้ยง เอพิคอทิล ไฮโพคอทิล ไฮโพคอทิล ใบเลี้ยง ใบแท โครงสรางผลและเมล็ด การงอกของเมล็ด • ผนังผล (pericarp) เปนสวนที่เปลี่ยนแปลงมาจากผนังรังไข ซึ่งประกอบดวยเนื่อเยื่อ 3 ชั้น ไดแก ผนังชั้นนอก ผนังชั้นกลาง และผนังชั้นใน • ชนิดของผล แบงตามจํานวนรังไขไดเปน 3 ประเภท ไดแก ผลเดี่ยว ผลกลุม และผลรวม • เมล็ด (seed) พัฒนามาจากออวุล โครงสรางของเมล็ด ประกอบดวย 3 สวน ดังนี้ 1. เปลือกเมล็ด ทําหนาที่ปองกันอันตรายใหแกเอ็มบริโอที่อยูภายในเมล็ดและปองกันการสูญเสียนํ้า 2. เอ็มบริโอ เปนตนออนภายในเมล็ด ประกอบดวย รากแรกเกิด ตนออนใตใบเลี้ยง ตนออนเหนือ ใบเลี้ยง และใบเลี้ยง 3. เอ็นโดสเปรม เปนเนื้อเยื่อที่ทําหนาที่เก็บสะสมอาหารสําหรับการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ การงอกของเมล็ด แบงตามลักษณะการงอกได 2 แบบ คือ • ปจจัยที่มีผลตอการงอกของเมล็ด มีดังนี้ 1. ปจจัยภายนอก ไดแก นํ้าหรือความชื้น ออกซิเจน อุณหภูมิ และแสง 2. ปจจัยภายใน ไดแก เปลือกเมล็ด เอ็มบริโอ และเอนโดสเปรม • สภาพพักตัวของเมล็ด (seed dormancy) หมายถึง สภาพเมล็ดที่ยังมีชีวิตอยูแตไมสามารถงอก เปนตนใหมได โดยอาจเกิดจากปจจัยภายในบางประการของเมล็ด • การวัดดัชนีการงอกของเมล็ดพันธุ เปนการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพันธุกอนที่จะนําไปเพาะปลูก ซึ่งใชสูตรคํานวณ ดังนี้ ดัชนีการงอกของเมล็ดพันธุ = ผลบวกของ จํานวนเมล็ดที่งอกในแตละวัน จํานวนวันหลังเพาะ การงอกเหนือดิน การงอกใตดิน ฉบับ เฉลย