The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ที่ 1 โครงสร้างของโลก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ma_social.stw, 2021-09-26 23:33:00

โครงสร้างของโลก

ใบความรู้ที่ 1 โครงสร้างของโลก

ใบความรู้
เรื่อง โครงสร้างโลก (ธรณภี าค)

รายวชิ า ส32101 สังคมศึกษา 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 5

เปลือกโลก (crust) เป็ นช้นั นอกสุดของโลกที่มีความหนาประมาณ 60-70 กิโลเมตร ซ่ึงถือว่าเป็ น
ช้นั ที่บางที่สุดเม่ือเปรียบกบั ช้นั อื่นๆ เสมือนเปลือกไข่ไก่หรือเปลือกหวั หอม เปลือกโลกประกอบไปดว้ ย
แผน่ ดินและแผน่ น้า ซ่ึงเปลือกโลกส่วนที่บางที่สุดคือส่วนท่ีอยใู่ ตม้ หาสมุทร ส่วนเปลือกโลกที่หนาท่ีสุดคือ
เปลือกโลกส่วนท่ีรองรับทวปี ท่ีมีเทือกเขาท่ีสูงท่ีสุดอยดู่ ว้ ย นอกจากน้ีเปลือกโลกยงั สามารถแบ่งออกเป็ น 2
ช้นั คือ

* ช้นั ที่หน่ึง: ช้นั หินไซอลั (sial) เป็ นเปลือกโลกช้นั บนสุด ประกอบดว้ ยแร่ซิลิกาและอะลูมินาซ่ึง
เป็ นหินแกรนิตชนิดหน่ึง สาหรับบริเวณผิวของช้นั น้ีจะเป็ นหินตะกอน ช้นั หินไซอลั น้ีมีเฉพาะเปลือกโลก
ส่วนท่ีเป็นทวปี เทา่ น้นั ส่วนเปลือกโลกท่ีอยใู่ ตท้ ะเลและมหาสมุทรจะไม่มีหินช้นั น้ี

* ช้ันที่สอง: ช้ันหินไซมา (sima) เป็ นช้ันที่อยู่ใตห้ ินช้ันไซอลั ลงไป ส่วนใหญ่เป็ นหินบะซอลต์
ประกอบดว้ ยแร่ซิลิกา เหล็กออกไซด์และแมกนีเซียม ช้นั หินไซมาน้ีห่อหุ้มทว่ั ท้งั พ้ืนโลกอยูใ่ นทะเลและ
มหาสมุทร ซ่ึงต่างจากหินช้นั ไซอลั ที่ปกคลุมเฉพาะส่วนท่ีเป็ นทวปี และยงั มีความหนาแน่นมากกวา่ ช้นั หิน
ไซอลั

เนื้อโลกหรือ แมนเทลิ (mantle หรือ Earth’s mantle) คือช้นั ท่ีอยถู่ ดั จากเปลือกโลกลงไป มีความหนา
ประมาณ 3,000 กิโลเมตร บางส่วนของหินอยใู่ นสถานะหลอมเหลวเรียกวา่ หินหนืด (Magma) ทาใหช้ ้นั แมน
เทิลน้ีมีความร้อนสูงมาก เนื่องจากหินหนืดมีอุณหภูมิประมาณ 800 – 4300°C ซ่ึงประกอบดว้ ยหินอคั นีเป็ น
ส่วนใหญ่ เช่นหินอลั ตราเบสิก หินเพริโดไลต์

แก่นโลก ความหนาแน่นของดาวโลกโดยเฉลี่ยคือ 5,515 กก./ลบ.ม. ทาให้มนั เป็ นดาวเคราะห์ท่ี
หนาแน่นที่สุดในระบบสุริยะ แต่ถา้ วดั เฉพาะความหนาแน่นเฉล่ียของพ้ืนผิวโลกแลว้ วดั ไดเ้ พียงแค่ 3,000
กก./ลบ.ม. เท่าน้นั ซ่ึงทาใหเ้ กิดขอ้ สรุปว่า ตอ้ งมีวตั ถุอ่ืนๆ ที่หนาแน่นกวา่ อยู่ในแก่นโลกแน่นอน ระหวา่ ง
การเกิดข้ึนของโลก ประมาณ 4.5 พนั ลา้ นปี มาแลว้ การหลอมละลายอาจทาใหเ้ กิดสสารท่ีมีความหนาแน่น
มากกวา่ ไหลเขา้ ไปในแกนกลางของ โลก ในขณะท่ีสสารที่มีความหนาแน่นนอ้ ยกวา่ คลุมเปลือกโลกอยู่ ซ่ึง
ทาใหแ้ ก่นโลก (core) มีองคป์ ระกอบเป็นธาตุเหล็กถึง 80%, รวมถึงนิกเกิลและธาตุท่ีมีน้าหนกั ท่ีเบากวา่ อื่นๆ
แต่ในขณะที่สสารท่ีมีความหนาแน่นสูงอื่นๆ เช่นตะกวั่ และยูเรเนียม มีอยูน่ อ้ ยเกินกวา่ ที่จะผสานรวมเขา้ กบั
ธาตุที่เบากวา่ ได้ และทาใหส้ สารเหล่าน้นั คงท่ีอยบู่ นเปลือกโลก แก่นโลกแบ่งไดอ้ อกเป็น 2 ช้นั ไดแ้ ก่

แก่นโลกช้นั นอก (outer core) มีความหนาจากผวิ โลกประมาณ 2,900 – 5,000 กิโลเมตร
ประกอบดว้ ยธาตุเหลก็ และนิกเกิลในสภาพท่ีหลอมละลาย และมีความร้อนสูง มีอุณหภูมิประมาณ 6200 –
6400 มีความหนาแน่นสมั พทั ธ์ 12.0 และส่วนน้ีมีสถานะเป็นของเหลว

แก่นโลกช้นั ใน (inner core) เป็นส่วนที่อยใู่ จกลางโลกพอดี มีรัศมีประมาณ 1,000 กิโลเมตร มี
อุณหภูมิประมาณ 4,300 – 6,200 และมีความกดดนั มหาศาล ทาใหส้ ่วนน้ีจึงมีสถานะเป็นของแขง็
ประกอบดว้ ยธาตุเหล็กและนิกเกิลท่ีอยใู่ นสภาพที่เป็นของแขง็ มีความหนาแน่นสัมพทั ธ์ 17.0

โครงสร้างภายในของโลก สามารถสรุปเป็นช้นั ตา่ งๆ สาคญั ดงั น้ี

 เปลือกโลก คือ ส่วนท่ีอยชู่ ้นั นอกสุดของโลก มีท้งั ส่วนที่เป็ นแผน่ ดินและน้าท่ีมองเห็นอยภู่ ายนอกกบั
ส่วนท่ีเป็นหินแขง็ ฝังลึกลงไป ใตผ้ วิ ดินและผวิ น้า เปลือกโลกน้ีมีความหนาประมาณ 6- 35 กิโลเมตร

 แมนเทลิ คือ ส่วนท่ีอยถู่ ดั ลงไปจากเปลือกโลกหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตร บางส่วนของช้นั น้ีมีหิน
เหลวหนืดและร้อนจดั ประกอบดว้ ยธาตุตา่ งๆ เช่น ซิลิคอน เหล็ก อะลูมิเนียม หลอม ละลายปนกนั อยู่
ภายใตค้ วามดนั และอุณหภูมิสูงมาก

 แก่นช้ันนอก คือ ส่วนที่อยชู่ ้นั ในของโลก มีความหนาประมาณ 2,250 กิโลเมตร ในช้นั น้ี
ประกอบดว้ ยเหล็กและนิเกิล โดยแก่นโลกช้นั นอกเป็นสารหลอมเหลว

 แก่นช้ันใน คือ ส่วนที่อยชู่ ้นั ในสุดของโลก มีความหนาประมาณ 1,230 กิโลเมตร ในช้นั น้ีจะอยลู่ ึก
มาก จึงมีความกดดนั และมีอุณหภูมิสูงทาใหอ้ นุภาคของเหลก็ และนิเกิลถูกอดั แน่นจนเป็นของแขง็

แผ่นเปลือกโลก
เปลือกโลกมีแผน่ หลายแผน่ เรียงชิดติดกนั เรียกวา่ เพลต (Plate) ซ่ึงมีอยปู่ ระมาณ 20 เพลต เพลตที่มี

ขนาดใหญ่ ไดแ้ ก่ เพลตแปซิฟิ ก เพลตอเมริกาเหนือ เพลตอเมริกาใต้ เพลตยเู รเซีย เพลตแอฟริกา เพลตอินโด
ออสเตรเลีย และเพลตแอนตาร์กติก เป็นตน้ เพลตทุกเพลตเคลื่อนตวั เปล่ียนแปลงขนาดและรูปร่างอยู่
ตลอดเวลา ดงั ภาพ

แผนภาพแสดง แผน่ เปลือกโลก

ทวปี ในอดตี
เม่ือมองดูแผนท่ีโลก หากเราตดั ส่วนที่เป็ นพ้นื มหาสมุทรออก จะพบวา่ ส่วนโคง้ ของขอบแตล่ ะทวปี

น้นั โคง้ รับกนั ราวกบั นามาเลื่อนต่อกนั ไดเ้ สมือนเกมส์ตอ่ แผนภาพ (Jigsaw) นกั ธรณีวทิ ยาพบวา่ ตามบริเวณ
แนวรอยต่อของเพลตต่างๆ มกั เป็นที่ต้งั ของเทือกเขาสูงและภูเขาไฟ ท้งั บนทวปี และใตม้ หาสมุทร การศึกษา
การเคล่ือนท่ีของเปลือกโลกดว้ ยทฤษฎีเพลตเทคโทนิคส์ ประกอบกบั ร่องรอยทางธรณีวิทยาในอดีตพบว่า
เม่ือ 200 ลา้ นปี ก่อน ทุกทวปี อยชู่ ิดติดกนั เป็ นแผน่ ดินขนาดใหญ่ เรียกวา่ แพนเจีย (Pangaea) โดยมีดินแดน
ทางตอนเหนือชื่อ ลอเรเซีย (Lawresia) และดินแดนทางใตช้ ่ือ กอนด์วานา (Gonwana) ซ่ึงแบ่งแยกดว้ ยทะเล
เททิส

การเกดิ แผ่นดนิ ไหว
ความร้อนจากแก่นโลกนอกจากจะทาให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ได้แลว้ ยงั ทาให้เปลือกโลก

ส่วนล่างขยายตวั ไดม้ ากกวา่ ผวิ ดา้ นบน ท้งั น้ีเพราะผิวโลกมีอุณหภูมิต่ากวา่ แก่นโลกมาก นอกจากน้ีบริเวณ
ผิวโลกยงั มีการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิอยตู่ ลอดเวลา สาเหตุดงั กล่าวน้ีทาให้เปลือกโลกมีการขยายตวั และหด
ตวั ไมส่ ม่าเสมอ อิทธิพลน้ีจะส่งผลกระทบตอ่ รอยแตกในช้นั หินและรอยต่อระหวา่ งแผน่ เปลือกโลกโดยตรง
คือรอยตอ่ ระหวา่ งแผน่ เปลือกโลกบางแห่งอาจแยกห่างออก บางแห่งเคล่ือนที่เขา้ ชนกนั การชนกนั หรือแยก
ออกจากกนั ของเปลือกโลกอาจทาให้เปลือกโลกบางส่วนในบริเวณน้นั เกิดการเปล่ียนแปลงโดยฉับพลนั
เช่น เปลือกโลกเกิดการทรุดตวั หรือยุบตวั ลง ทาให้เปลือกโลกบริเวณนน้นั เกิดการกระทบกระเทือนหือ
เคลื่อนที่ตามแนวระดบั และจะส่งอิทธิพลของการกระทบกระแทกหรือการเคลื่อนท่ีตามแนวระดบั น้ีออกไป
ยงั บริเวณรอบๆ ในรูปของคลื่น เราเรียกการเปลี่ยนแปลงเปลือกโลกที่เกิดข้ึน ในลกั ษณะน้ีวา่ แผน่ ดินไหว
จากการศึกษาของนกั ธรณีวิทยาพบวา่ บริเวณรอยต่อระหวา่ งแผน่ เปลือกโลกน้นั มีโอกาสเกิดแผน่ ดินไหว
มากกว่าบริเวณอื่นๆ ท้งั น้ีเพราะแผ่นเปลือกโลกเคล่ือนท่ีอยูต่ ลอดเวลา บริเวณรอยต่อจึงมีโอกาสเกิดการ

กระทบกระแทกไดง้ ่ายและถา้ การกระทบกระแทกเกิดข้ึนอยา่ งรุนแรงจนเป็ นเหตุใหเ้ ปลือกโลกบริเวณนน้นั
ฉีกขาดตามแนวระดบั หรือทรุดตวั ลงอย่างรวดเร็วดว้ ยอิทธิพลของแรงดึงดูดของโลก ก็อาจทาให้อาคาร
บา้ นเรือนและส่ิงก่อสร้างต่างๆ พงั ทลายและไดร้ ับความเสียหายได้

ภาพความเสียหายจาก เกดิ แผ่นดนิ ไหวชนาด 6.8 ริคเตอร์
ทเ่ี มืองโกเบ ประเทศญ่ีป่ นุ เมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2538

ภูเขาไฟ
หินหนืดท่ีอยู่ใตเ้ ปลือกโลกน้นั มีอุณหภูมิและความดนั สูงมาก หินหนืดจะถูกแรงดนั อดั ให้แทรก

รอยแตกข้ึนสู่ผิวโลกโดยมีแรงปะทุหรือแรงระเบิดเกิดข้ึน เรียกวา่ การเกิดภูเขาไฟ แรงอดั ท่ีถูกปล่อยออกมา
จะบ่งบอกถึงความรุนแรงของการระเบิดของภูเขาไฟ หินหนืดที่พุ่งข้ึนมาจากการระเบิดของภูเขาไฟน้ี
เรียกว่า ลาวาซ่ึงจะไหลลงสู่บริเวณท่ีอยู่ระดบั ต่ากว่าและสร้างความเสียหายให้แก่มนุษยส์ ่ิงมีชีวิตและ
สิ่งแวดลอ้ มเป็ นอยา่ งมากนอกจากหินหนืดท่ีพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟแลว้ ยงั มีสิ่งอื่นปะปนออกมาอีก
มากมายมีท้งั ไอน้าฝ่ นุ ละอองเศษหินและก๊าซตา่ งๆเช่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซดแ์ กส็ ไนโตรเจนเป็นตน้
นอกจากน้ีนกั ธรณีวิทยาสังเกตพบว่าก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิดมกั มีแผ่นดินไหวเกิดข้ึนก่อน ท้งั น้ีเพราะ
เปลือกโลกบริเวณน้นั อาจมีจุดอ่อน เช่น อาจมีรอยแตกหรือรอยแยกของช้นั หิน ร่องรอยเหล่าน้ีเมื่อได้รับ

แรงดนั จากหินหนืดช้นั หินบริเวณน้นั จึงเคล่ือนได้ และภายหลงั จากท่ีภูเขาไฟ ระเบิดแลว้ ก็จะมีแผน่ ดินไหว
เ กิ ด ข้ึ น เ ช่ น เ ดี ย ว กัน ซ่ึ ง เ กิ ด จ า ก ก า ร ป รั บ ตัว ร ะ ห ว่า ง หิ น ห นื ด กับ ช้ัน หิ น บ ริ เ ว ณ ข้า ง เ คี ย ง
แนวรอยตอ่ ระหวา่ งแผน่ เปลือกโลกจะเป็ นบริเวณท่ีมีโอกาสเกิดภูเขาไฟระเบิดมากกวา่ บริเวณที่อยถู่ ดั เขา้ ไป
ภายในแผน่ ทวปี ท้งั น้ีเพราะบริเวณรอยต่อน้ีจะมีขอบทวีปส่วนหน่ึงมุดจมลงไปใตแ้ ผน่ เปลือกโลกอีกแผ่น
หน่ึง ส่วนท่ีมุดลงไปน้ีจะหลอมเหลวเป็ นหินหนืด มีอุณหภูมิและแรงดนั สูงมาก จึงดนั แทรกตวั ข้ึนมาตาม
รอยแยกไดง้ ่ายกวา่ บริเวณอื่น

ภเู ขาไฟทปี่ ระเทศอินโดนีเซยี

การเปลยี่ นแปลงของเปลือกโลก
แผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนท่ีอยตู่ ลอดเวลา และแบง่ การเคลื่อนที่ของแผน่ โลกออกเป็ น 3 แบบคือ

การชนกนั การแยกจากกนั และแบบรอยเลื่อน ซ่ึงมีผลทาใหเ้ กิดกระบวนการทางธรณีวทิ ยาดงั น้ี
1. การคดโค้งโก่งงอ การคดโคง้ โก่งงอ เกิดจากแผน่ เปลือกโลก 2 แผน่ เคลื่อนท่ีชนกนั ดว้ ยแรงดนั

มหาศาลทาใหช้ ้นั หินตรงบริเวณท่ีแผน่ เปลือกโลกชนกนั เกิดการคดโคง้ โก่งงอ แต่การเกิดรอยคดโคง้ โก่งงอ
จะใช้เวลาเป็ นพนั ปี และตอ้ งได้รับพลงั งานอย่างต่อเนื่อง รอยคดโคด้ โก่งงอของช้นั หินเกิดติดต่อกันเป็ น
บริเวณกวา้ งกินพ้ืนท่ีมากจะกลายเป็ นเทือกเขา เช่น เทือกเขาหิมาลยั ในทวีปเอเซีย เทือกเขาแอลป์ ในทวีป
ยโุ รป เทือกเขาภูพานในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นตน้

2. การยกตัวและการยบุ ตัว การยกตวั และการยบุ ตวั เกิดจากพลงั งานที่สะสมอยภู่ ายในเปลือกโลก
จะเริ่มแตกและแยกออกจากกนั ในทิศทางท่ีเป็นเส้นตรงหรือแนวราบ ทาใหเ้ กิดรอยเล่ือนในลกั ษณะต่าง ๆ
เช่น การยกตวั ของแผน่ เปลือกโลกที่เกิดจากรอยเลื่อนแบบปกติเป็นภูเขา เรียกวา่ Block Mountain โดยยอด
เขาจะมีลกั ษณะราบและไหล่เขาชนั มาก เช่น ภูกระดึง จงั หวดั เลย และอีกแบบคือ การยบุ ตวั ของแผน่ เปลือก
โลก กลายเป็นแอ่งหรือหุบเขา เรียกวา่ Rift valleys ซ่ึงเกิดจากรอยเลื่อนแบบยอ้ น
3. การผุพังอยู่กับท่ี การผุพงั อยู่กับที่เป็ นกระบวนการที่ทาให้วสั ดุสลายออกเป็ นชิ้นเล็กๆ โดยมีการ
เปล่ียนแปลงขนาดและองคป์ ระกอบเคมีของอนุภาคท่ีสลายตวั ปัจจยั ทาใหเ้ กิดการผพุ งั อยกู่ บั ท่ี มีดงั น้ี

 ปัจจยั ทางกายภาพ เกิดจากน้าท่ีแทรกตวั เขา้ ไปอยู่ในช้ันหินท่ีมีรอยแยกหรือรอยแตกเมื่อ
อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ในเวลากลางคืนอากาศเยน็ จดั น้าจะกลายเป็นน้าแขง็ มีปริมาณ
เพิม่ ข้ึน ดนั รอยแยกใหข้ ยายตวั มากข้ึน ทาใหช้ ้นั หินที่อยดู่ า้ นล่างแตก และเม่ือถึงตอนกลางวนั

น้าแข็งละลาย น้านะแทรกไปตามรอยแตกใหม่ จะเกิดเป็ นวฏั จกั รอย่างน้ีไปเร่ือย ๆ จนใน
ท่ีสุดเกิดการผพุ งั เกิดข้ึน
 ปัจจยั ทางเคมี เกิดจากน้าฝนท่ีเป็ นปัจจยั สาคญั โดยการเกิดกระบวนการปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
ปฏิกิริยาออกซิเดชนั และปฏิกิริยาคาร์บอเนชนั ที่เป็นสาเหตุของการผพุ งั
 ปัจจยั ชีวภาพ เกิดจากพืชเป็ นตวั กลางท่ีทาใหช้ ้นั หินเกิดการผุพงั เช่น รากพืชที่ไปชอนไชไป
ในรอยแตกของหิน เมื่อพชื โตข้ึนรากพืชจะทาใหห้ ินแตกเป็นช้นั ๆ
4. การกร่อน การกร่อน เป็นการพงั ทลายของช้นั หินเน่ืองจากลม ฝน แมน่ ้า ลาธาร ธารน้าแขง็ คล่ืน เป็นตน้
5. การพดั พาและทบั ถม ดิน หิน เมื่อเกิดการกดั กร่อน จะถูกน้าหรือลมพดั ไปสู่ท่ีต่ากวา่ เกิดการทบั ถมเป็น
ลกั ษณะตา่ งๆ เช่น แมน่ ้าเจา้ พระยา เกิดจากการพดั พาตะกอนไปทบั ถมที่ปากน้า เกิดเป็นดินดอนปากแม่น้า

ที่มา : ธรณีภาค โครงสร้างโลก https://autoerotic53.wordpress.com
ท่ีมา : กรมทรัพยากรธรณี http://www.dmr.go.th/main.php?filename=geo3


Click to View FlipBook Version