44
คา่ ความยากง่าย P = Ru Rl
2f P = ระดบั ความยาก
= จานวนคนในกลุม่ สูงหรือกลุ่มตา่
เมือ่ จานวนคนกลมุ่ สูงทีต่ อบถูก
f จานวนคนกล่มุ ต่าทีต่ อบถูก
Ru =
Rl =
2.2.2 การหาคา่ อานาจจาแนก (B) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นแตล่ ะข้อ โดยใช้
สตู รตามวธิ ีของ Brennan (บุญชม ศรสี ะอาด. 2545 : 90 )
2.2.3 การหาความเชอ่ื ม่นั (Reliability) ของแบบทดสอบโดยใช้สตู รของ Lovett ซง่ึ เป็นวิธกี าร
หาความเชอื่ มัน่ ของแบบทดสอบองิ เกณฑ์ จากผลสอบครง้ั เดยี ว (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2545 : 96 )
2.3 การคานวณความแตกต่างของคะแนนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชดุ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขน้ั พนื้ ฐาน เรื่องแรงและการเคล่อื นท่ีในแนวตรง ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้
สูตร โดยใช้ t-test Dependent (บุญชม ศรสี ะอาด. 2541 : 228)
t= D
N D2 ( D)2
N 1
เม่ือ t = คา่ สถติ ิท่ีจะใช้เปรยี บเทยี บกับคา่ วิกฤติเพอื่ ทราบมีนยั สาคญั
D = ผลต่างระหวา่ งคู่คะแนน
D = ผลรวมของคะแนนความตา่ งรายคูร่ ะหวา่ งคะแนน
การทดสอบหลงั การใชก้ บั ก่อนการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทาง
N วทิ ยาศาสตรข์ ้นั พื้นฐาน
D2 = ผลรวมยกกาลังสองของความตา่ งรายคู่ระหว่างคะแนน
การทดสอบหลงั การใชก้ บั ก่อนการใช้ชดุ แบบฝึกเสริมทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ั้นพ้นื ฐาน
= จานวนผเู้ รียนในกลมุ่ ตวั อย่าง
45
บทที่ 4
ผลกำรวิเครำะห์ขอ้ มูล
รายงานการศึกษาการพฒั นาชดุ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ั้นพื้นฐาน เรอ่ื งแรง
และ การเคล่ือนท่ีในแนวตรง กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรียนระดับช้ันมธั ยมศกึ ษา ปที ่ี 2 ปี
การศกึ ษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
ได้เสนอผลการผู้ศึกษาตามลาดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. สัญลกั ษณท์ ใี่ ช้ในการนาเสนอผลการศึกษา
2. ลาดับข้นั ในการนาเสนอผลการศึกษา
3. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
สัญลกั ษณ์ท่ีใชใ้ นกำรนำเสนอผลกำรศกึ ษำ
ผู้ศึกษาไดก้ าหนดความหมายของสัญลกั ษณ์ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจในการแปล
ความ และการเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูล ดังต่อไปนี้
N แทน จานวนนกั เรยี น
X แทน คะแนนเฉลยี่
S.D. แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
X แทน ผลรวม
B แทน คา่ อานาจจาแนก
p แทน ค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ
t แทน สถติ ิทดสอบทีใ่ ชเ้ ปรยี บเทยี บกบั ค่าวิกฤติเพือ่ ทราบ
ความมีนัยสาคญั
df แทน ชนั้ แบ่งความเปน็ อิสระ (Degrees of Freedom)
E.I แทน ค่าดัชนีประสิทธผิ ล
IOC แทน การประเมินความสอดคล้องของเคร่ืองมือจากผเู้ ชยี่ วชาญ
E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ
E2 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ
46
ลำดบั ขน้ั ในกำรนำเสนอผลกำรศึกษำ
ในการวิเคราะหข์ ้อมูลแบง่ ออกเปน็ 3 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 การวิเคราะหห์ าประสิทธิภาพเครื่องมือตามเกณฑ์ 80/80 ของชุดแบบฝึกเสริมทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขน้ั พน้ื ฐาน เรื่องแรงและ การเคลอื่ นท่ใี นแนวตรง กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
สาหรบั นักเรยี นระดับช้นั มธั ยมศึกษา ปีท่ี 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 1
ตอนท่ี 2 การวเิ คราะหห์ าประสิทธิผลของชุดแบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ้ัน
พนื้ ฐาน เรอ่ื งแรงและ การเคล่อื นทีใ่ นแนวตรง กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี นระดบั ชั้น
มธั ยมศกึ ษา ปที ่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา
กาฬสนิ ธุ์ เขต 1
ตอนที่ 3 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ยี ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหวา่ งกอ่ นเรียนและหลังเรยี น ของ
นักเรียนทเ่ี รียนโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ัน้ พืน้ ฐาน เรือ่ งแรงและการเคลอ่ื นที่ใน
แนวตรง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี นระดบั ช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
ผลกำรวิเครำะหข์ ้อมูล
ตอนที่ 1 การวเิ คราะหห์ าประสทิ ธภิ าพเคร่ืองมือท่ีใช้ คอื ชุดแบบฝกึ เสรมิ ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ขนั้ พื้นฐาน เรอื่ งแรงและ การเคล่อื นที่ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี น
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษา ปีท่ี 2 ปีการศกึ ษา……โรงเรียน… สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา………ตามเกณฑ์ 80/80
47
ตำรำง 2 ค่าเฉลยี่ ค่าส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ จากการเรียนของนักเรยี นในการ
ทาแบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั พื้นฐาน เรือ่ งแรงและ การ
เคล่อื นที่ในแนวตรง กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรบั นักเรียนระดบั ชั้น
มธั ยมศึกษา ปีท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา
ประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
คนท่ี แบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ข้นั รวมคะแนน ร้อยละ
พืน้ ฐำน เรื่องแรงและกำรเคลอื่ นทีใ่ นแนวตรง เล่มที่ 1-4 (200)
1 เลม่ ที่ 1 เลม่ ที่ 2 เล่มที่ 3 เล่มท่ี 4 48.5
2 97 44
3 (50) (50) (50) (50) 88 41
4 19 21 27 30 82 38.5
5 18 21 22 27 77 44.5
6 17 19 21 25 89 44
7 21 17 19 20 88 46
8 24 22 20 23 92 46.5
9 26 21 18 23 93 47
10 21 22 22 27 94 47.5
11 20 25 24 24 95 46.5
12 18 23 25 28 93 45.5
13 17 27 22 29 91 49
14 20 29 18 26 98 52
15 21 23 17 30 104 51.5
16 22 22 24 30 103 56.5
17 24 21 26 33 113 58
18 22 21 28 32 116 51.5
รวม 26 25 31 31 103 -
คา่ เฉลี่ย 23 29 30 34 -
S.D. 21 25 27 30 3695 -
รอ้ ยละ 907 920 931 937 167.95 -
41.23 41.82 42.32 42.59 3.32
1.11 0.85 0.89 0.73 83.98
82.45 83.64 84.64 85.18
48
จากตาราง 2 พบว่า คะแนนจากการทาชดุ แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะกระบวนการ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขัน้
พน้ื ฐาน เรื่องแรงและการเคล่อื นที่ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี นระดับชัน้
มัธยมศกึ ษา ปีท่ี 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
กาฬสนิ ธ์ุ เขต 1ท้ัง 4 เลม่ ผลปรากฏดังนี้ คะแนนรวม ( X ) มคี า่ เทา่ กับ 3695 คา่ เฉล่ยี ( X ) มคี ่าเทา่ กับ
167.95 คดิ เป็นร้อยละ 83.98 ค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กบั 3.32 ชดุ แบบฝึกเสริมทกั ษะทม่ี ี
คา่ เฉลีย่ สงู สุดคือ เล่มที่ 4 คดิ เป็นร้อยละ 85.18 และชดุ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะมคี ่าเฉล่ียต่าสุดคือ เล่มที่ 1 คิดเป็น
รอ้ ยละ 82.45
49
ตำรำง 3 ค่าเฉล่ีย ค่าส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และค่ารอ้ ยละ จากการทาแบบทดสอบวดั ผล
สมั ฤทธิ์ทางการเรียน ทง้ั ก่อนเรียนและหลงั เรียน ของนกั เรียนท่ีเรียนโดยใชช้ ุดแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ข้ันพื้นฐาน เรื่องแรงและ การเคลอ่ื นท่ีในแนวตรง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ สาหรับ
นักเรียนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษา ปีที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 1
คนที่ คะแนนกอ่ นเรยี น (40 คะแนน) คะแนนหลงั เรียน (40 คะแนน)
1 14 21
2 16 20
3 15 18
4 13 21
5 14 19
6 13 22
79 24
8 12 28
9 11 23
10 10 25
11 17 25
12 12 27
13 13 29
14 11 27
15 10 30
16 19 32
17 14 34
18 14 31
737
X 428 33.50
1.10
X 19.45 83.75
S.D. 1.90
รอ้ ยละ 48.64
50
จากตาราง 3 พบว่า คะแนนจากการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ทงั้ ก่อนเรียนและ
หลังเรยี น ของนักเรียนกลมุ่ เปา้ หมายจานวน 22 คน ทีเ่ รียนโดยการใชช้ ดุ แบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขั้นพ้ืนฐาน เร่อื งแรงและการเคลือ่ นท่ใี นแนวตรง กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
สาหรบั นักเรยี นระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษา ปีท่ี 2 ปีการศึกษา……โรงเรยี น… สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา……… ผล
ปรากฏดงั นี้ คะแนนรวม ( X ) ก่อนเรียนมคี ่าเทา่ กับ 428 ค่าเฉลี่ย ( X ) ก่อนเรียนมีค่าเท่ากบั 19.45 คดิ เปน็
ร้อยละ 48.64 ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ 1.90 คะแนนรวม ( X ) หลงั เรียนมีคา่ เท่ากับ 737
คา่ เฉลีย่ ( X )หลงั เรียนมคี า่ เท่ากับ 33.45 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 83.75 ค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กบั 1.10
51
ตำรำง 4 แสดงค่าประสิทธภิ าพของชดุ แบบฝึก เสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้นั
พืน้ ฐาน เร่ืองแรงและการเคลอ่ื นท่ีในแนวตรง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
สาหรับนกั เรียนระดับช้นั มธั ยมศึกษา ปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
คะแนน คะแนนเตม็ X S.D.) รอ้ ยละ
83.98
คะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบฝกึ เสริมทกั ษะ 200 167.95 3.32
83.75
จานวน 4 เล่ม
(E1)
คะแนนเฉลย่ี จากการทาแบบทดสอบวดั ผล 40 33.50 1.10
สัมฤทธทิ์ างการเรียน หลงั เรียน 40 ข้อ(E2)
ประสิทธภิ าพของชุดแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ (E1/ E2) เทา่ กับ 83.98/83.75
จากตาราง 4 พบว่า คะแนนจากการทาชุดแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ข้ันพน้ื ฐาน เรอื่ งแรงและการเคลื่อนที่ในแนวตรง กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรยี น
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษา ปีท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1 จานวน 4 เล่ม ผลปรากฏดงั นี้ คา่ เฉลี่ย ( X ) มีคา่ เท่ากับ 167.95 คดิ เปน็ ร้อยละ
83.98 ค่าส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ 3.32 และคะแนนจากการทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการ
เรียน หลงั เรียนค่าเฉล่ยี ( X )หลังเรยี นมคี า่ เท่ากับ 33.45 คดิ เป็นรอ้ ยละ 83.75 คา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
เทา่ กบั 1.10 ดงั น้ันชดุ แบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขนั้ พื้นฐาน เรื่องแรงและการ
เคลื่อนที่ในแนวตรง มปี ระสิทธิภาพ (E1/ E2) เท่ากบั 83.98/83.75 ซึง่ มีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑม์ าตรฐานท่ี
กาหนดไวท้ ีร่ ะดับ 80/80
52
ตอนท่ี 2 การวิเคราะหห์ าประสิทธิผลของชดุ แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ น้ั
พื้นฐาน เรื่องแรงและ การเคลื่อนทใ่ี นแนวตรง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นระดบั ชนั้
มัธยมศกึ ษา ปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา
กาฬสินธุ์ เขต 1
คา่ ดชั นีประสิทธิผลมีรูปแบบในการหาดงั นี้
E.I. = คะแนนเฉลี่ยทดสอบหลังเรียน – คะแนนเฉลี่ยทดสอบก่อนเรยี น
คะแนนเต็ม – คะแนนเฉล่ียทดสอบก่อนเรยี น
= 33.50-19.45
40-19.45
14.05
= 20.55
= 0.6836
คา่ ดชั นีประสทิ ธิผลของชดุ แบบฝกึ เสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขน้ั พน้ื ฐาน เรือ่ งแรงและ
การเคล่ือนทใี่ นแนวตรง กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นระดับช้ันมธั ยมศกึ ษา ปที ่ี 2 ปี
การศกึ ษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
มีคา่ เท่ากับ 0.6836 หรือนกั เรียนมคี วามกา้ วหน้าทางการเรยี นเพิม่ ข้ึนคิดเปน็ ร้อยละ 68.36
53
ตอนที่ 3 การเปรียบเทยี บคะแนนเฉลีย่ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นระหวา่ งก่อนเรยี นและหลังเรยี น ของ
นกั เรยี นท่เี รียนโดยใช้ชุดแบบฝกึ เสริมทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ น้ั พ้ืนฐาน เรื่องแรงและการเคลือ่ นท่ใี น
แนวตรง กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศึกษา ปที ี่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธุ์ เขต 1
ดงั ปรากฏตามตาราง 7
ตำรำง 5 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลย่ี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนระหวา่ งคะแนนก่อนเรยี นและ
คะแนนหลงั เรียน ของนักเรียนทเ่ี รียนโดยใช้ชดุ แบบฝกึ เสริมทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรข์ นั้ พื้นฐาน เร่อื งแรงและการเคล่ือนท่ีในแนวตรง กลมุ่ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษา ปีท่ี 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสะอาดประชา
สรรพ์ สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้ชุดแบบฝกึ เสรมิ คำ่ เฉลยี่ N t
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้นั พื้นฐาน 22 30.981**
เร่ืองแรงและการเคลือ่ นท่ใี นแนวตรง กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น
(40) (40)
คะแนนเฉลีย่ ( X ) 19.45 33.50
S.D. 1.90 1.10
จากตาราง 5 พบวา่ นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษากาฬสินธ์ุ เขต 1 ที่เรยี นโดยใช้ชุดแบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ขน้ั พ้นื ฐาน เรื่องแรงและการเคลื่อนทใ่ี นแนวตรง กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ได้คา่ เฉลย่ี ( X
) จากการทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนเทา่ กับ 19.45 คา่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
เทา่ กบั 1.90 ไดค้ า่ เฉล่ยี ( X ) หลังเรยี นเท่ากับ 33.50 คา่ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ 1.10 แสดงวา่ มี
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนหลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ .01
54
บทที่ 5
ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล
รายงานการศึกษาการพัฒนาชุดแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพื้นฐาน เรอ่ื งแรง
และ การเคล่ือนท่ีในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษา ปที ี่ 2 ปี
การศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
ได้เสนอผลการผู้ศกึ ษาตามลาดับ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. สรปุ ผลการศกึ ษา
2. อภิปรายผล
3. ขอ้ เสนอแนะ
สรปุ ผลกำรศึกษำ
การพฒั นาชดุ แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้ันพน้ื ฐาน เร่ืองแรงและการเคลือ่ นท่ี
ในแนวตรง กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี น
สะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
สามารถสรปุ ผลการศึกษา ดังต่อไปนี้
1. ประสิทธภิ าพของชุดแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั พื้นฐาน เรื่องแรงและ การ
เคลือ่ นทใ่ี นแนวตรง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษา ปที ี่ 2 ปกี ารศกึ ษา
2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
ทผ่ี ศู้ กึ ษาได้สร้างขึน้ มปี ระสิทธิภาพ 83.98/83.75 สงู กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้คือ 80/80
2. ค่าดชั นปี ระสทิ ธผิ ลของชุดแบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั พื้นฐาน เร่อื งแรง
และ การเคลื่อนที่ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรบั นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษา ปที ี่ 2 ปี
การศึกษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
มคี า่ เทา่ กับ 0.6836 หรือนักเรยี นมีความรเู้ พิ่มข้นึ คิดเปน็ รอ้ ยละ 68.36
3. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั เรียน ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ ี่ 2 ทเ่ี รียนโดยใช้
ชดุ แบบฝกึ เสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขนั้ พื้นฐาน เรื่องแรงและการเคล่ือนท่ีในแนวตรง คะแนน
ระหวา่ งก่อนเรยี นสูงกว่าหลังเรยี นมีความแตกต่างกัน อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .01
กำรอภปิ รำยผล
จากการพัฒนาชุดแบบฝกึ เสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขน้ั พื้นฐาน เร่ืองแรงและการ
เคลอ่ื นทใี่ นแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 1
55
ผลการศึกษาพบประเด็นสาคัญทสี่ ามารถนามาอภปิ รายผล ดังน้ี
1. ประสิทธิภาพของชดุ แบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขัน้ พน้ื ฐาน เร่ืองแรงและการ
เคล่ือนท่ใี นแนวตรง กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2560
โรงเรียน… สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา… ท่ีผศู้ ึกษาสรา้ งขึ้นมปี ระสิทธภิ าพ 83.98/83.75 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑ์
มาตรฐานทตี่ ้งั ไว้ 80/80 เปน็ ไปตามสมมุตฐิ านทต่ี ง้ั ไว้ ท้งั น้ีเน่ืองมาจากผูศ้ ึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั
พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2560 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ตามลาดบั ข้นั ตอนและได้ศึกษาทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพืน้ ฐานอยา่ งเปน็ ระบบ ศึกษาขน้ั ตอน แนวคิดและวิธกี ารสร้างแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ขั้นพืน้ ฐาน ตามหลกั จิตวทิ ยา และงานวิจัยที่เก่ียวข้องอย่างหลากหลาย ซ่งึ ตรงตามเหตผุ ลของ
ศศธิ ร สุทธแิ พทย์ ได้กล่าวไว้ว่าชุดแบบฝกึ ท่ีนา่ สนใจและผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนน้นั ต้องมีการ
สรา้ งตามหลกั จิตวทิ ยา ใช้สานวนภาษางา่ ย ให้ความหมายกับชีวติ คิดไดเ้ ร็วและสนุก ปลกุ ความสนใจ เหมาะสม
กบั วยั และพัฒนาการของผเู้ รียน ศกึ ษาได้ด้วยตนเอง จึงส่งผลให้กลมุ่ เป้าหมายในคร้ังนี้ คือ นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษา
ปีท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
ไดค้ ะแนนจากการเรียนรู้โดยการใชช้ ุดแบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐาน เรื่องแรงและ
การเคลือ่ นท่ใี นแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ทผี่ ู้ศึกษากาหนดไว้ และ
นักเรียนเกิดองค์ความรู้ คือนักเรียนมคี วามรู้ที่คงทน สามารถนาไปปรบั ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตได้อย่างย่ังยนื
นอกจากนนั้ ยงั สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของศักด์ิศรี ทองศรี (2547 : 56 ) ได้ศกึ ษาผลการพัฒนาแผนการจดั การ
เรยี นรแู้ ละชุดฝกึ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ของโรงเรยี นบ้านตะเคียน จังหวัดสรุ ินทร์
จานวน 35 คน พบว่า แผนการจัดการเรยี นรู้และชดุ ฝกึ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรม์ ปี ระสทิ ธภิ าพ เท่ากบั
81.15/75.72 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตงั้ ไว้ และยงั สอดคลอ้ งกับงานวจิ ยั ของเจริญ วรนาถนฤมล (2547 : 81)
ได้ศึกษาผลการพัฒนาชดุ ฝึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นชมุ ชนบ้าน
ชอ่ ระกา จงั หวัดนครราชศรีมา จานวน 30 คน พบวา่ ชุดฝกึ ทักษะมีประสทิ ธิภาพ 78.18/75.06 ซ่ึงสงู กวา่ เกณฑ์
75/75 ทต่ี ้ังไว้
2. ค่าดัชนปี ระสิทธผิ ลของชุดแบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขัน้ พืน้ ฐาน เรอ่ื งแรง
และการเคล่ือนที่ในแนวตรง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ปกี ารศึกษา
2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษากาฬสนิ ธุ์ เขต 1 มีคา่ เทา่ กับ
0.6836 หรือนักเรียนมีความกา้ วหนา้ ทางการเรียนเพ่ิมข้นึ คิดเปน็ ร้อยละ 68.36 เปน็ ไปตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ท่ผี ู้ศึกษากาหนดไว้ แสดงใหเ้ หน็ ว่า ในการท่ีนักเรียนมีความรู้เพมิ่ ขึ้นจากการเรยี นรใู้ นครั้งน้เี นือ่ งจากเนอ้ื หาสาระท่ี
เรยี นรแู้ ละกจิ กรรมทที่ าการเรียนการสอนสนองความต้องการของผู้เรียน และผศู้ ึกษาได้ศึกษาทฤษฎีการเรียนรู้ที่
มงุ่ เน้นพฒั นาการเรยี นรู้ของนักเรียน โดยผศู้ กึ ษาไดจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั เป็นไป
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พทุ ธศักราช 2542 และแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (มาตรา 22)
และผ้ศู ึกษามีการสรา้ งแรงจูงใจ การเสรมิ แรง การฝึกหัด กฎแหง่ ผล การพัฒนาเปน็ ไปตามลาดับขน้ั ตอนเรยี งจาก
งา่ ยไปหายาก โดยคานงึ ถึงความเหมาะสมกับระดับความสามารถของนักเรยี น ได้เรียนรู้ในสิง่ ท่ใี กล้ตัวและสามารถ
นาส่ิงที่เรียนรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของนฤมล สงั ข์พทุ ธินนั ทน์ (2546 : บทคดั ย่อ )
ไดศ้ ึกษาพฒั นาแบบฝกึ เสรมิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เรอ่ื งระบบนิเวศ ผล
56
การศกึ ษาคน้ ควา้ ปรากฏดงั นี้ แบบฝกึ เสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิชาวทิ ยาศาสตร์ นกั เรียน
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เร่อื งระบบนิเวศ มปี ระสิทธภิ าพ 82.87/80.93 ซง่ึ สูงกวา่ เกณฑท์ ่ีต้งั ไว้ และดัชนมี ี
ประสทิ ธิผลของแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เท่ากับ 0.65 และยงั สอดคล้องกับงานวิจยั ของ
แกว้ อดุ ร เช้อื หาญ (2545 : บทคดั ย่อ ) ได้ศกึ ษาการพัฒนาแบบฝึกเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลมุ่
สร้างเสริมประสบการณ์ชีวติ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ผลการศกึ ษาค้นควา้ พบว่า แบบฝกึ เสรมิ ทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มคี ่าดัชนีประสทิ ธิผลเทา่ กบั รอ้ ยละ 55.00
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นทนี่ ักเรียนไดเ้ รียนรโู้ ดยการใช้ ชดุ แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรข์ น้ั พื้นฐาน เรื่องแรงและ การเคลอ่ื นที่ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ สาหรับนกั เรยี น
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษา ปีท่ี 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษากาฬสนิ ธุ์ เขต 1 มนี ัยสาคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .01 โดยคะแนนหลังเรียนสูงกวา่ คะแนนก่อนเรยี น
เปน็ ไปตามสมมติฐานที่ผู้ศึกษาไดต้ ้งั ไว้ ท้ังนีอ้ าจเนื่องมาจาก ผู้ศึกษาไดศ้ ึกษาค้นคว้าหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช 2560 ) และหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียน
สะอาดประชาสรรพ์ พุทธศักราช 2560 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ จติ วทิ ยาการสอนทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพน้ื ฐานท่ีสาคญั กอ่ นลงมอื สรา้ งนวตั กรรม และแบบฝึกเสรมิ ทักษะที่ผูศ้ ึกษาสรา้ งขนึ้ มสี สี นั
ทส่ี วยงามเรา้ ใจ นักเรยี นได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และมีความสขุ ในการเรียนรูท้ ่ีตอบสนองต่อ
พฒั นาการเรยี นในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ นักเรียนทกุ คนมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมการเรียนรอู้ ยา่ งแทจ้ ริง จึงสง่ ผลให้
นักเรยี นมีเจตคติทีด่ ีต่อการเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์
จากประเดน็ ขอ้ อภปิ รายดังกล่าวขา้ งต้น แสดงให้เหน็ วา่ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ขน้ั พ้ืนฐาน เร่ืองแรงและการเคล่ือนทีใ่ นแนวตรง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียน
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์ สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษา
กาฬสินธ์ุ เขต 1 ทผ่ี ู้ศึกษาไดส้ รา้ งขน้ึ มปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 รวมท้ังด้านเนอื้ หาสาระมีความเหมาะสม
กบั วัยของนักเรยี น แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ใี ช้ควบคู่กับชุดแบบฝึกเสริมทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้นั
พืน้ ฐาน เรื่องแรงและการเคล่ือนท่ใี นแนวตรง มีความสอดคลอ้ งกันเป็นอย่างดี มีความเหมาะสมท่ีจะนาไปพัฒนา
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื ใชบ้ รู ณาการในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้
อนื่ ๆ
ขอ้ เสนอแนะในกำรศกึ ษำ
ข้อเสนอแนะในการสร้างชุดชุดแบบฝกึ เสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ้นั พนื้ ฐาน เร่ืองแรง
และการเคลอ่ื นที่ในแนวตรง กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ สาหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ปีการศึกษา
2565 โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 1 ดังนี้
1. ครูผสู้ อนทจ่ี ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนเก่ียวกบั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขั้นพ้นื ฐาน ควรให้
คาแนะนากับนักเรียนอย่างชัดเจน ใช้ภาษาในการส่ือสารท่ีเข้าใจง่ายและให้คาปรกึ ษาดูแลนกั เรียนอย่างใกล้ชดิ
เพ่อื การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะได้เกิดประสิทธภิ าพสูงสุด
57
2. ครผู สู้ อนควรใชท้ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ข้นั พน้ื ฐานบรู ณาการกับสาระการเรยี นรอู้ น่ื ๆ
อกี ต่อไป
3. ควรส่งเสรมิ และสนบั สนนุ นักเรยี นได้เรียนร้เู ก่ียวกับทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ั้นพนื้ ฐาน
โดยเฉพาะเรื่องแรงและการเคลือ่ นท่ีในแนวตรงต่อไป เพือ่ ให้เกิดประสิทธภิ าพและประสิทธิผล ในการจัด
กจิ กรรมการเรียนการสอน และนกั เรียนเปน็ บุคคลแห่งการเรยี นรอู้ ยา่ งมีคุณภาพ
58
บรรณำนกุ รม
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. คมู่ ือการจดั การเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2551.
คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์
ครุ ุสภาลาดพรา้ ว,2545.
คูม่ ือการจัดการเรียนรกู้ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์
คุรุสภาลาดพรา้ ว, 2544
เจริญ วรนาถนฤมล. การพฒั นาแบบฝกึ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1. การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม, 2547.
ชนานันต์ จาปาเทศ. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรยี นรตู้ ามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั
เรอ่ื ง รา่ งกายของเรา กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2. ม.ป.ท. :
ม.ป.พ., ม.ป.ป.
ชาญวิทย์ เทยี มบุญประเสริฐ. การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้แบบฝกึ ทส่ี รา้ งตามทฤษฎี
สมรรถภาพทางสมองของเทอรส์ โตน. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. กรุงเทพฯ :
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร,2549.
ณฐั วุฒิ กิจรงุ่ เรือง. ผู้เรียนเป็นสาคัญและการเขยี นแผนการจัดการเรยี นรขู้ องครมู ืออาชีพ.
กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊ค,2545.
ทพิ าพร พลสามารถ. การสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : พิมพพ์ ัฒนาศึกษา, 2547
ทศิ นา แขมมณี. รูปแบบการเรียนการสอน : ทางเลอื กท่หี ลากหลาย. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , 2548.
นิตยา ฤทธโ์ิ ยธี. “การนาเสนอและการใชแ้ บบฝึกทักษะ,” ใน เอกสารเผยแพรค่ วามรู้ทางการ
สอนภาษาไทย. หนา้ 1. กรุงเทพฯ : หนว่ ยศกึ ษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา, 2520.
นติ ยา วิชัยดิษฐ.์ การศกึ ษาเปรยี บเทยี บทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ของนักเรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ท่เี รียนโดยใชแ้ บบฝกึ กิจกรรมส่งเสรมิ ทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์กบั การเรยี นการสอนตามปกติ. ปรญิ ญานพิ นธ์ กศ.ม. กรงุ เทพฯ :
59
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร, 2538
นจุ รี เทยี นลม. การพัฒนาแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขนั้ พน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4. การศึกษาคน้ ควา้ อสิ ระ กศ.ม. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, 2542.
บุญชม ศรีสะอาด. การวจิ ยั เบ้ืองตน้ . พมิ พค์ ร้ังที่ 6. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์ , 2543.
. การวจิ ยั เบอ้ื งต้น. พมิ พ์ครง้ั ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : สวุ รี ิยาสาส์น, 2551.
ปรชี า ธรฤทธ์.ิ การศึกษาเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนวิชาวทิ ยาศาสตร์และทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ องนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ทเ่ี รียนจากการ
สอนแบบสาธิตที่เสริมดว้ ยแบบฝกึ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับการสอน
ของคู่มือครขู อง สสวท. ปริญญานพิ นธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรีนคริ
นทรวิโรฒประสานมิตร, 2529.
เผชญิ กจิ ระการ. “การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสือ่ และเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา (E1/E2),”
วารสารการวัดผลการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. 7 : 44-45 ; กรกฎาคม,
2544.
พนดั ดา สุหญา้ นาง. การพัฒนาแบบฝกึ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง บรรยากาศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3. การศกึ ษาค้นควา้ อสิ ระ กศ.ม. มหาสารคาม :
มหาวทิ ยาลัย มหาสารคาม, 2547.
พรทิพา ศรดี าคุณ. ผลการสอนโดยใชว้ ัฏจกั รการเรยี นรู้ ท่ีมีต่อทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรข์ ัน้ พื้นฐาน ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ 2. การศกึ ษาค้นควา้
อิสระ กศ.ม.มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.
พวงรตั น์ ทวรี ตั น.์ การสร้างและพฒั นาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2531.
พิมพันธ์ เดชะคุปต.์ การเรยี นการสอนทเ่ี น้นเดก็ เปน็ สาคัญ แนวคดิ วิธกี ารสอนและเทคนิค
การสอน. กรุงเทพฯ :เดอะมาสเตอร์กรปุ๊ แมนเนจเมน้ ท์, 2544.
. พฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ : สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ
(พ.ว.), 2545.
60
ภพ เลาหไพบลู ย.์ แนวการสอนวทิ ยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2537
ยพุ เยาว์ เมธยะกุล. การพฒั นาแผนการกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง หินและการเปล่ียนแปลง
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4. โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้. การศึกษาค้นคว้าอิสระ
กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 2547.
ละดา ดอนหงษา. ผลการศกึ ษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ องนักเรียนช้นั
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6. ทีส่ อนโดยใช้เกมฝกึ ทักษะโดยใชแ้ บบฝึกทักษะ. ปรญิ ญานิพนก์ ศ.ม.
กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร, 2531.
วรรณทพิ า รอดแรงค้า. การพฒั นาการคิดของครดู ้วยกจิ กรรมทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์.กรงุ เทพฯ : สถาบนั พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พ.ว.), 2542.
วัฒนาพร ระงบั ทุกข.์ แผนการสอนที่เนน้ นักเรยี นเป็นศูนย์กลาง. กรงุ เทพฯ :แอลทีเพรส, 2543.
. แผนการสอนท่เี นน้ นักเรยี นเปน็ ศูนย์กลางจากหลักสตู ร...สกู่ ารสอน. กรุงเทพฯ :
คอมพวิ เตอรก์ ราฟฟคิ , 2542.
วิมลรตั น์ สนุ ทรโรจน์. นวัตกรรมเพอื่ การเรยี นรู้. กรุงเทพฯ : ชา้ งทอง, 2545.
ศกั ดศ์ิ รี ทองศรี. การพัฒนาการจดั การเรยี นรู้และแบบฝกึ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2. การศึกษาค้นควา้ อิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั
มหาสารคาม, 2547.
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. การจดั สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์.
ตามหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน. กรงุ เทพฯ : สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี, 2546.
. การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้. กรงุ เทพฯ : สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี, 2531.
. การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้. กรงุ เทพฯ : สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลย,ี 2547.
สมใจ ปรมาธิกลุ . การพฒั นาชดุ ฝึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1.
ม.ป.ท. : ม.ป.พ., ม.ป.ป.
สมศกั ดิ์ สินธุระเวทชญ์. เอกสารทางวิชาการพฒั นากระบวนการเรียนการสอน เอกสารลาดบั ที่
61
33. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานชิ , 2540.
สนักงานคณะกรรมการประถมศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542.
กรุงเทพฯ : สยามสปอรต์ ซนิ ดเิ คต, 2543.
Accalogoun, Lea Brigtte. “Using Online Media to Promote Sientific Discourse and
Support Science Inquiry Learning and Teaching of Practicing Elementary
Teachers,”Dissertation International. 65(4) : 1227-A ; October,2004.
Butts, David D. The Teaching of Science : A Self Planning Guide. New York :Herper
and Row Publisher} 1974.
Lawry, Eleanor Baldwyn Lane.“The Effects of four Drill and Practice Time Unit On
The Decoding Performance of Students With Specific Learning Disabilities”
Dissertation Abstracts International. 39(61) : 817-A ; August, 1978.
Padilla, M.J, J.R. Okay and F.G. Dill Shaw. “The Rlationship Between Science Process
Skill and Formal Thinking Abilities,”Journal of Research in Science Teaching.
20(3) : 239-346 ; March, 2007.
Racy, Joseph Philip.“The Effects of Science Process Training on Preserves Elementary
Teacher’s Process Skill Abilities, Understanding of Science, and Attitudes Towards
Science and Science Teaching,”Dissertation Abstracts International. 35(38) :
5152-A ; February, 2005.
Sharman, Lawrence C. “Developmental Influences on Science Process Skill Instruction,”
Journal of Research in Science Teaching. 2(6) : 715-726 ; November, 2006.
White, Terri Renee. “An Investigation of Gender and Grade Level Differences in Middle
School Student Attitudes About Science, In Science Process Skill Ability, and In
Parental Expectation of Their Children’s Science Performance,” Dissertation
Abstracts International. 60(06) : 1896-A ; December, 1999.
62
ภำคผนวก
63
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (ก่อนเรียนและหลงั เรียน)
วดั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
เรื่อง แรงและการเคลื่อนทใ่ี นแนวตรง
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
******************************************************************
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกขอ้ ที่ถูกที่สุดเพยี งขอ้ เดียว แลว้ ทาเคร่ืองหมาย (x) ทบั ขอ้ ท่ีเลือกลงใน
กระดาษคาตอบ ขอ้ สอบมี 40 ขอ้ คะแนน 40 คะแนน
*****************************************************************
ทกั ษะการสังเกต
1. การทากิจกรรมในขอ้ ใดท่ีไม่มีการใชแ้ รง
ก. โจก๊ ดนั ทา้ ยรถที่จอดนิ่ง
ข. จอยนงั่ ร้องเพลงคาราโอเกะอยนู่ าน 3 ชวั่ โมง
ค. แจค๊ ยนื เชียร์ฟุตบอลที่สนามหญา้ อยา่ งสนุกสนาน
ง. จิ๋วนอนเล่นอยทู่ ่ีเกา้ อ้ีผา้ ใบริมสระน้า
2. จากรูปมีแรงขนาดเทา่ ไรกระทาต่อวตั ถุ
วตั ถุ
ก. มีแรง 4 นิวตนั กระทาต่อวตั ถุอยา่ งสม่าเสมอ
ข. มีแรง 4 นิวตนั กระทาตอ่ วตั ถุ
ค. มีแรง 4 นิวตนั กระทาตอ่ วตั ถุในทิศขวามือ
ง. มีแรง 4 นิวตนั กระทาต่อวตั ถุไปทางทิศตะวนั ตก
3. จากรูปใชแ้ รงตามขอ้ ใด
ก. แรงคูค่ วบ
ข. แรงโนม้ ถ่วงของโลก
ค. แรงคู่กิริยา-ปฏิกิริยา
ง. แรงลพั ธ์
64
จากรูปจงใช้ตอบคาถามข้อ 4-5 ต่อไปนี้
n2 n1 B n3
A n4
4. เส้นทางในขอ้ ใดไม่ใช่ระยะทาง ข. เส้นทาง n2
ง. เส้นทาง n4
ก. เส้นทาง n1
ค. เส้นทาง n3 ข. เส้นทาง n3
5. เส้นทางในขอ้ ใดเรียกการกระจดั ง. เส้นทาง n1
ก. เส้นทาง n4
ค. เส้นทาง n2
ทกั ษะการวดั
6. การใชเ้ คร่ืองชงั่ สปริงวดั แรงในการทากิจกรรม ขอ้ ใดออกแรงนอ้ ยท่ีสุด
ก. เคล่ือนยา้ ยหนงั สือ 1 เล่ม
ข. ดึงรถทดลอง
ค. ฉีกกระดาษ 1 แผน่
ง. ยกตุม้ น้าหนกั
7. จากรูประยะทางจาก C ไป B มีค่าเท่าไร
A 2 เมตร B
5 เมตร 3 เมตร
C 6 เมตร D
ก. 6 เมตร
ข. 9 เมตร
ค. 11 เมตร
ง. 5 เมตร
65
8. “เวกเตอร์ของแรง K 2 นิวตนั ทิศทามุม 900 กบั แนวระดบั ” เขียนเวกเตอร์แทนไดต้ ามขอ้ ใด
ก.
ข.
ค. 90o
ง. 90o
9. จากรูปเดินทางออกจากบา้ นเพ่ือไปศูนยร์ าชการไปตามเส้นทาง B แลว้ กลบั มาตามเส้นทาง A ตอ้ งเดินทางเป็ น
ระยะทางเทา่ ใด
กาหนดให้ เส้นทาง C มีคา่ 800 เมตร
เส้นทาง B มีค่า 300 เมตร
เส้นทาง A มีค่า 200 เมตร
ก. 200 เมตร ข. 300 เมตร
ค. 500 เมตร ง. 800 เมตร
10. จากขอ้ 9 เดินทางออกจากบา้ นเพอื่ ไปศูนยร์ าชการไปตามเส้นทาง C แลว้ กลบั มาตามเส้นทาง B ไดก้ าร
กระจดั เท่าใด
ก. 800 เมตร ข. 1,100 เมตร
ค. 500 เมตร ง. 0
ทกั ษะการคานวณ
11. สนามรูปสี่เหลี่ยมผนื ผา้ กวา้ ง 100 เมตร ยาว 120 เมตร ถา้ วง่ิ ออกกาลงั กาย 2 รอบสนามจะไดร้ ะยะทางและ
การกระจดั เทา่ ใด
ก. ระยะทาง1,760 เมตร, การกระจดั 1,760 เมตร
ข. ระยะทาง 880 เมตร, การกระจดั 0
ค. ระยะทาง 0 , การกระจดั 880 เมตร
ง. ระยะทาง 1,760 เมตร, การกระจดั 0
12. เส้นทางการเคลื่อนท่ีของวตั ถุเป็นเส้นตรง วตั ถุเคลื่อนท่ีดว้ ยอตั ราเร็วสม่าเสมอ 5 เมตรตอ่ วนิ าทีไดร้ ะยะทาง
2 กิโลเมตร อตั ราเร็วเฉล่ียมีค่าเทา่ ใด
ก. 10 เมตรตอ่ วนิ าที ข. 5 เมตรต่อวนิ าที
ค. 7 เมตรต่อวนิ าที ง. 2.5 เมตรต่อวนิ าที
66
13. ผ้งึ บินไปทางทิศตะวนั ออก 20 เมตรแลว้ บินยอ้ นกลบั มาทางทิศตะวนั ตก 5 เมตรใชเ้ วลา 15 วนิ าที ผ้งึ ตวั น้ี
บินดว้ ยความเร็วเท่าใด
ก. 1 เมตรตอ่ วนิ าที ข. 1.33 เมตรต่อวนิ าที
ค. 4 เมตรต่อวนิ าที ง. 3 เมตรต่อวนิ าที
14. เพชรวงิ่ ไดร้ ะยะทาง 100 เมตร ในช่วง 5 วนิ าทีแรก และวงิ่ ไดอ้ ีก 100 เมตร ใน 6 วนิ าทีถดั มา จงหาอตั ราเร็ว
ขณะในช่วง 5 วนิ าทีแรกในการวงิ่ ของเพชร
ก. 25 เมตรต่อวนิ าที ข. 20 เมตรต่อวนิ าที
ค. 16.67 เมตรต่อวนิ าที ง. 40 เมตรต่อวนิ าที
15. ป่ันจกั รยานรอบสนามรูปวงกลมรัศมี 50 เมตร ได้ 5 รอบ ใชเ้ วลา 12 นาทีความเร็วเฉลี่ยและอตั ราเร็วเฉลี่ย
ก. 26.17 และ 4.17 เมตรต่อวินาที ข. 4.17 และ 26.17 เมตรต่อวินาที
ค. 26.17 และ 0 เมตรต่อวนิ าที ง. 0 และ 26.17 เมตรต่อวินาที
ทกั ษะการจาแนกประเภท
16. ปริมาณในขอ้ ใดเป็นปริมาณสเกลาร์ท้งั หมด
ก. มวล ความเร็ว แรง
ข. เวลา ความยาว อตั ราเร็ว
ค. อตั ราเร็ว ความเร่ง เวลา
ง. มวล เวลา แรง
17. ปริมาณใดท่ีมีท้งั ขนาดและทิศทาง
ก. ระยะทาง 500 เมตร
ข. อุณหภูมิน้าเยน็ 50C
ค. ความเร็ว 60 กิโลเมตรตอ่ ชว่ั โมง
ง. พลงั งานจลน์ 12 จูล
18. ปริมาณใดท่ีมีเฉพาะขนาด แตไ่ มม่ ีทิศทาง
ก. น้าหนกั
ข. ปริมาตร
ค. ความเร็ว
ง. แรง
19. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แรงในธรรมชาติ
ก. แรงดึง
ข. แรงนิวเคลียร์
ค. แรงไฟฟ้า
ง. แรงแม่เหลก็
67
20. ขอ้ ใดเป็นแรงประเภทเดียวกนั ท้งั หมด
ก. แรงคูค่ วบ แรงเสียดทาน แรงดนั
ข. แรงไฟฟ้า แรงหมุน แรงคูข่ นาน
ค. แรงโนม้ ถ่วงของโลก แรงแมเ่ หลก็ แรงกิริยา
ง. แรงยอ่ ย แรงตา้ น แรงไฟฟ้า
ทกั ษะการหาความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปสกบั สเปสและสเปสกบั เวลา
21. ขอ้ ใดเขียนเวกเตอร์ 2 หน่วยไปทางทิศตะวนั ออก ไดถ้ ูกตอ้ งถา้ กาหนดใหห้ วั กระดาษคือทิศเหนือ
ก. ข.
ค. ง.
22. ขอ้ ใดเป็นเวกเตอร์ของแรงขนาด 10 นิวตนั ที่ผลกั วตั ถุไปทางซา้ ย
ก.
วตั ถุ
ข. วตั ถุ
ค.
วตั ถุ
ง. วตั ถุ
68
23. ขอ้ ใดเขียนเวกเตอร์ตรงขา้ มกนั ไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. A
ข. B - B
ค.
ง. C - C
24. ขอ้ ใดมีเวกเตอร์ตรงขา้ มกนั
ก.
วตั ถุ
ข.
วตั ถุ
ค.
วตั ถุ
ง.
วตั ถุ
69
25. ขอ้ ใดคือเวกเตอร์ตรงขา้ มกนั กบั เวกเตอร์ที่กาหนดให้
ก.
ข.
ค.
ง.
ทกั ษะการจัดการกระทาและส่ือความหมายข้อมูล
26. ขอ้ ใดต่อไปน้ีสัมพนั ธ์กนั
ก. ใชแ้ รงตา้ น =
ข. ใชแ้ รงหมุน =
ค. ใชแ้ รงโนม้ ถ่วงของโลก =
ง. ใชแ้ รงดึงในเส้นเชือก =
70
27. จากตารางขอ้ มูลเกี่ยวกบั แรงขอ้ ใดต่อไปน้ีกล่าวถูกตอ้ ง
กจิ กรรม ช่ือของแรง
1. ผลไมล้ ่วงจากตน้ ลงสู่พ้นื ดิน แรงโนม้ ถ่วง
2. เปิ ดฝาขวดแบบเกลียว แรงหมุน
3. น้าหนกั ของวตั ถุ แรงกิริยา
4. การเล่นกระดานหก แรงคูข่ นาน
5. การใชเ้ ขม็ ทิศ แรงแม่เหลก็
ก. ขอ้ 1,2,3 ข. ขอ้ 4,5
ค. ขอ้ 1,2,4,5 ง. ถูกทุกขอ้
จากข้อ 28-30 จงเติมข้อความทก่ี าหนดลงในช่องว่าง
ก. เพ่ิมแรงเสียดทานทาใหเ้ กาะพ้ืนไดด้ ี
ข. แรงขนานพวกเดียวกนั
ค. แรงดึง
ง. ทิศทางตรงขา้ มกนั
28. การเล่นกระดานหกเกิดแรงท่ีมีทิศทางขนานกนั ประเภท...… ค.…..……………
29. การเล่นชกั เยอ่ มีแรงท่ีเกิดจากการเกร็งตวั เพื่อต่อตา้ นแรงกระทาของวตั ถุ เป็นแรงที่เกิดในวตั ถุท่ีลกั ษณะ
ยาวๆ เรียกวา่ ...................ค.......................................................
30. รอยหยกั บนพ้ืนรองเทา้ มีประโยชนค์ ือ ……………จ.……………………….….
ทกั ษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล
31. จากรูปขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
วตั ถุ 45o
ก. มีแรงไมท่ ราบขนาดกระทาต่อวตั ถุ
ข. มีแรง 1 นิวตนั กระทาตอ่ วตั ถุ
ค. มีแรง 1 นิวตนั กระทาต่อวตั ถุในทิศขวามือ
71
ง. มีแรง 1 นิวตนั ทามุม 45 องศากบั แนวระดบั กระทาต่อวตั ถุ
32. เมื่อมแี รง 2 แรงหรือมากกว่ามากระทาพร้อมกนั ทว่ี ตั ถุอนั เดยี วกนั ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ เหมือนกบั มแี รง มากระทาต่อ
วตั ถุนีเ้ พยี งแรงเดียว เราเรียกแรงนีว้ ่าแรงอะไร
ก. แรงเสียดทาน ข. แรงลพั ธ์
ค. แรงโน้มถ่วง ง. แรงเร่ิมต้น
33. จากรูปจากจุด C ไป B ถา้ ไปตามเส้นทางท่ีหน่ึงคือผา่ นจุด A เส้นทางที่สองผา่ นจุด D ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
เก่ียวกบั การกระจดั ท้งั สองเส้นทาง
A 2 เมตร B
5 เมตร 3 เมตร
C 6 เมตร D
ก. เส้นทางท่ีหน่ึง 7 เมตร ข. เส้นทางท่ีสอง 9 เมตร
ค. เส้นทางท่ีหน่ึง 10 เมตร ง. ท้งั สองเส้นทางมีการกระจดั เท่ากนั
34. ขอ้ ใดคือขอ้ ท่ีเหมือนกนั ระหวา่ งอตั ราเร็วกบั ความเร็ว
ก. หน่วย ข. ปริมาณทางวทิ ยาศาสตร์
ค. สญั ลกั ษณ์ ง. ใชร้ ะยะทางในการคานวณ
35. “ถา้ วตั ถุเคลื่อนที่ดว้ ยขนาดอตั ราเร็วหรือความเร็วเทา่ กนั ตลอดการเคล่ือนที่” มีความสมั พนั ธ์กบั ขอ้ เลือกใด
ก. วตั ถุเคล่ือนที่ดว้ ยความเร่ง ข. วตั ถุเคลื่อนท่ีดว้ ยอตั ราเร็วคงท่ี
ค. วตั ถุไมเ่ คลื่อนที่ ง. ความเร็วไม่สม่าเสมอ
ทกั ษะการพยากรณ์
36. การทากิจกรรมในขอ้ ใดท่ีมีการใชแ้ รง
ก. นอนหลบั ข. เชียร์กีฬา
ค. นง่ั ฟังเพลง ง. ดูโทรทศั น์
37. “การท่ีเด็ก 2 คนนงั่ เล่นไมก้ ระดานหกทาใหน้ ้าหนกั ของเดก็ 2 คนเป็นแรงกดไมก้ ระดานท้งั สอง”จะเกิดแรง
ตามขอ้ ใด
ก. แรงกิริยา ข. แรงตา้ น
ค. แรงปฏิกิริยา ง. แรงขนาน
38. “แรงผลกั ประตูเพื่อทาให้ประตูเคลื่อนที่” จะเกิดแรงตามขอ้ ใด
ก. แรงโนม้ ถ่วง ข. แรงหมุน
ค. แรงสู่ศูนยก์ ลาง ง. แรงขนาน
72
39. ถา้ จุดเร่ิมตน้ และจุดสุดทา้ ยคือตาแหน่งเดียวกนั ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
ก. การกระจดั ยอ่ มเทา่ กบั ศูนย์ ข. ระยะทางยอ่ มเทา่ กบั ศูนย์
ค. การกระจดั และระยะทางเทา่ กนั ง. ไมม่ ีขอ้ ถูก
40. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ ง
ก. การกระจดั และระยะทางมีโอกาสเท่ากนั เมื่อเส้นทางการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง
ข. ระยะทางหาจากความยาวตามเส้นทางการเคลื่อนที่
ค. การกระจดั หาจากความยาวของเส้นตรงที่ลากจากจุดเริ่มตน้ ไปหาจุดสุดทา้ ย
ง. ระยะทางเป็นประมาณเวกเตอร์ แต่การกระจดั เป็นปริมาณสเกลาร์
73
แบบบันทกึ คะแนนแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะวทิ ยำศำสตร์ เรื่องแรงและกำรเคล่ือนที่ในแนวตรง
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษำปีที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2562
โรงเรยี นสะอำดประชำสรรพ์ สำนักงำนเขตพืน้ ท่กี ำรศกึ ษำประถมศึกษำกำฬสนิ ธุ์ เขต 1
แบบฝกึ ทักษะเล่มท่ี 1 ชดุ ท่ี 1-5 สรุปผล
เลข ชือ่ -สกุล ท1ี่ ที่2 ท่3ี ท4ี่ ที่5 รวม เฉล่ยี ผำ่ น ไมผ่ ำ่ น
ท่ี (10) (10) (10)
(10) (10) (50)
1 เดก็ ชายวีระศักดิ์ กุลจะนชุ
2 เด็กชายชุตพิ งษ์ บรรเทาพิษเด
3 เด็กชายธนั วา ภมู ิพะบุ
4 เด็กชายกิตติภูม เหลา่ วงษา
5 เดก็ ชายสรุ ชัย ศรชี มุ
6 เดก็ ชายปัณณวฒั น์ รนิ เสนา
7 เดก็ ชายสรลั กร อาจทนงค์
8 เด็กชายสนั ตภิ าพ กรวดนอก
9 เดก็ ชายสุทธพิ งศ์ แยกดวง
10 เดก็ ชายปรมี กุลเทพ
11 เด็กชายรัฐโชติ กงมหา
12 เด็กชายนที ทองงาม
13 เด็กหญิงพรรณปพร ทรัพย์มาก
14 เด็กหญิงสริ ยิ ากรณ์ พชิ ยั ชม
15 เด็กหญิงวิมลสิริ ดวงมาลา
16 เด็กหญิงญัฐธิดา บุญเทยี ม
17 เด็กหญิงณัฐชา กัลยานาม
18 เด็กหญิงวิรญา อินทรแ์ กว้
รวม
คา่ เฉลยี่
ผ้ผู ่านการประเมนิ ต้องได้คะแนนต้งั แต่ 40 คะแนนข้นึ ไปหรือร้อยละ 80
ลงชือ่ ผปู้ ระเมิน
( ………………………..………………….. )
ครูชานาญการโรงเรยี น…………………………………
74
แบบบนั ทึกคะแนนก่อนเรียนและหลังเรยี น
เรอ่ื งแรงและกำรเคลือ่ นทใ่ี นแนวตรง
กลุม่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษำปีที่ 2 ปกี ำรศกึ ษำ 2565
โรงเรียนสะอำดประชำสรรพ์ สำนกั งำนเขตพ้นื ท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำกำฬสินธุ์ เขต 1
เลขท่ี ชื่อ-สกุล คะแนนก่อนเรยี น(40) คะแนนหลงั เรียน(40)
32
1 เดก็ ชายวีระศักด์ิ กลุ จะนุช 20 34
33
2 เดก็ ชายชตุ ิพงษ์ บรรเทาพิษเด 22 36
34
3 เดก็ ชายธนั วา ภมู พิ ะบุ 23 32
33
4 เดก็ ชายกิตติภูม เหลา่ วงษา 21 34
35
5 เดก็ ชายสุรชัย ศรชี ุม 23 34
33
6 เดก็ ชายปัณณวฒั น์ รินเสนา 20 34
34
7 เดก็ ชายสรัลกร อาจทนงค์ 21 32
35
8 เด็กชายสนั ติภาพ กรวดนอก 20 34
32
9 เด็กชายสุทธพิ งศ์ แยกดวง 19 33
737
10 เด็กชายปรมี กลุ เทพ 18 33.50
1.10
11 เดก็ ชายรฐั โชติ กงมหา 20 83.75
12 เดก็ ชายนที ทองงาม 18
13 เดก็ หญงิ พรรณปพร ทรัพย์มาก 17
14 เด็กหญงิ สริ ยิ ากรณ์ พิชัยชม 16
15 เด็กหญงิ วมิ ลสริ ิ ดวงมาลา 18
16 เดก็ หญิงญัฐธดิ า บญุ เทียม 19
17 เดก็ หญงิ ณัฐชา กัลยานาม 17
18 เดก็ หญงิ วริ ญา อนิ ทรแ์ กว้ 18
รวม 428
ค่าเฉลี่ย 19.45
S.D. 1.90
รอ้ ยละ 48.64
ลงช่ือ ครผู สู้ อน
( ……………………………………….. )
ครูชานาญการโรงเรยี น………………………………..
75
แบบบันทกึ คะแนนแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ เล่มที่ 1-4 เร่ืองแรงและกำรเคลื่อนทใ่ี นแนวตรง
กล่มุ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 2 ปกี ำรศึกษำ 2562
โรงเรยี นสะอำดประชำสรรพ์ สำนกั งำนเขตพืน้ ท่กี ำรศึกษำประถมศกึ ษำกำฬสินธ์ุ เขต 1
เลขท่ี แบบฝกึ เสริมทักษะเร่อื งแรงและการเคลอ่ื นทใี่ นแนวตรงเล่มท1่ี -4 รวม คา่ เฉล่ีย รอ้ ยละ
เล่มที1่ (50) เล่มท่ี2 (50) เลม่ ที่3 (50) เลม่ ท4่ี (50) (200)
40.50 81.00
1 40 40 41 41 162 41.25 82.50
165 42.50 85.00
2 41 41 41 42 170 43.50 86.00
172 42.50 85.00
3 42 42 43 43 170 42.00 84.00
168 41.25 82.50
4 43 43 43 43 165 42.25 84.50
169 43.50 86.00
5 42 42 43 43 172 41.00 82.00
164 40.75 81.50
6 40 42 43 43 163 42.00 84.00
168 43.50 87.00
7 40 41 42 42 174 42.50 85.00
170 43.50 86.00
8 41 42 43 43 172 42.75 85.50
171 42.00 84.00
9 43 43 43 43 168 42.25 84.50
169
10 40 41 41 42 3695 83.98
167.95
11 40 41 41 41 3.32
12 41 42 42 43
13 43 43 44 44
14 42 42 43 43
15 43 43 43 43
16 42 43 43 43
17 41 42 42 43
18 41 42 43 43
รวม 907 920 931 937
คา่ เฉลย่ี 41.23 41.82 42.32 42.59
S.D. 1.11 0.85 0.89 0.73
รอ้ ยละ 82.45 83.64 84.64 85.18
ลงช่ือ ครูผสู้ อน
( …………………………………………. )
ครชู านาญการโรงเรียน……………………………
76
ตัวอยำ่ งกำรหำคำ่ t-test
ตาราง แสดงคะแนนก่อนเรยี นดว้ ยบทเรยี นสาเรจ็ รปู เร่ืองแรงและการเคล่ือนท่ี ในแนวตรง รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
รหัสวชิ า ว22012 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์
คนที่ คะแนน ( X ) (X- X) ( X - X )2
1 10 -1.95 3.8025
2 14 2.05 4.2025
38 -3.95 15.6025
4 11 -0.95 0.9025
5 14 2.05 4.2025
6 12 0.05 0.0025
7 13 1.05 1.1025
8 12 0.05 0.0025
98 -3.95 15.6025
10 10 -1.95 3.8025
11 15 3.05 9.3025
12 12 0.05 0.0025
13 11 -0.95 0.9025
14 15 3.05 9.3025
15 15 3.05 9.3025
16 12 0.05 0.0025
17 14 2.05 4.2025
18 12 0.05 0.0025
X = 239 ( X - X )2 = 98.95
X = 11.95
S.D. = 2.28
77
ตาราง แสดงคะแนนหลังเรียนด้วยบทเรยี นสาเรจ็ รปู เรอื่ งแรงและการเคล่ือนท่ี ในแนวตรง รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
รหสั วชิ า ว22012 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรยี นสะอาดประชาสรรพ์
คนท่ี คะแนน ( X ) (X- X) ( X - X )2
1 24 -0.6 0.36
2 27 2.4 5.76
3 24 -0.6 0.36
4 25 0.4 0.16
5 28 3.4 11.56
6 24 -0.6 0.36
7 24 -0.6 0.36
8 22 -2.6 6.76
9 25 0.4 0.16
10 26 1.4 1.96
11 24 -0.6 0.36
12 26 1.4 1.96
13 26 1.4 1.96
14 26 1.4 1.96
15 22 -2.6 6.76
16 26 1.4 1.96
17 22 -2.6 6.76
18 22 -2.6 6.76
X = 492 ( X - X )2 = 56.80
X = 24.60 S.D. = 1.73
78
ตาราง เปรยี บเทยี บคะแนนกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนด้วยบทเรียนสาเร็จรูปเรอ่ื งแรงและการเคลื่อนท่ี ในแนวตรง
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว22012 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
โรงเรียนสะอาดประชาสรรพ์
คนที่ คะแนนจากการทดสอบ D D2
ก่อนเรยี น หลังเรยี น
14 196
1 10 24 13 169
16 256
2 14 27 14 196
14 196
38 24 12 144
11 121
4 11 25 10 100
17 289
5 14 28 16 256
9 81
6 12 24 14 196
15 225
7 13 24 11 121
7 49
8 12 22 14 196
8 64
98 25 10 100
10 10 26 D = 253 D2 = 3,365
11 15 24
12 12 26
13 11 26
14 15 26
15 15 22
16 12 26
17 14 22
18 12 22
79
คำนวณคำ่ t จำกสูตร
t= D df = n – 1
n D2 ( D)2
n 1
ค่าต่าง ๆ ท่ีตอ้ งหาก่อนนาไปแทนค่าในสตู ร มีดงั น้ี
1. หาค่า D แตล่ ะตวั เมือ่ D คอื ความแตกตา่ งระหวา่ งคะแนนแต่ละคู่
2. หาคา่ D โดยนาค่า D แต่ละตัวท่ีได้ในข้อ 1) รวมกนั
3. หาคา่ D2 โดยนาคา่ D แตล่ ะตวั ยกกาลังสองแล้วรวมกัน
กำรคำนวณหำค่ำ t t= D df = n – 1
วธิ ีคิด จากสูตร = n D2 ( D)2 df = 20 – 1
แทนคา่ n 1
t 253
20(3,365) (253)2
20 1
t= 253
67,300 64,009
19
t= 253
3,291
19
t= 253
173.21
t= 253
t= 13.16
19.22