กระเจีย๊ บแดง
กระเจีย๊ บแดงเปน็ สมนุ ไพรที่ใช้กันมานานและความสาคัญทางเศรษฐกจิ ของประเทศ ประเทศไทยเคยเป็นผู้
สง่ ออกรายสาคัญของโลกในการส่งกระเจ๊ยี บแดงอบแห้งคุณภาพสูงด้วยศกั ยภาพของกระเจย๊ี บแดงทาง
สมุนไพรสามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้หลากหลาย ทง้ั ส่วนของใบ ผล เมลด็ และราก สามารถนาไปเปน็ อาหาร
และยารักษาโรค ในสาธารณสขุ มลู ฐานสนับสนนุ ให้นากลบี เลยี้ ง กระเจี๊ยบแดงต้มน้า ด่ืมใชเ้ ป็นยาขบั ปสั สาวะ
และปจั จุบันชาชงกระเจีย๊ บแดงอยใู่ นบัญชียาหลักแหง่ ชาติ ใชเ้ ป็นยาขบั ปัสสาวะ แต่อยู่ในรูปของยาชง ดังน้ัน
ได้มีการพฒั นาเปน็ สารสกัดเพ่ือให้ควบคุณภาพและเกบ็ รักษาไดน้ าน
ตระกลู MALVACEAE
ช่ือสามัญ Rosella, Jamaican Sorel, Roselle, Rozelle, Sorrel, Red Sorrel, Kharkade,
Karkade, Vinuela, Cabitutu
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa Linn.
ชื่อท้องถิ่น เก็งเคง็ , สม้ เกง็ เคง็ , ส้มตะเลงเครง (ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง
(เชียงใหม่), ส้มปู (แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหร่ียงแม่ฮ่องสอน), แต่เพะฉ่าเหมาะ
(กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจาบู้(ปะหล่อง), กระเจี๊ยบ, ส้มเก็ง ส้มพอเหมาะ (ภาคเหนือ),
ส้มพอดี (ภาคอีสาน), กระเจี๊ยบแดง, กระเจ๊ียบเปรี้ยว (ภาคกลาง), ส้มพอ ส้ม
พอเหมาะ เปน็ ต้น
สานกั งานวฒั นธรรมจงั หวัดสรุ ินทร์
สนับสนุนข้อมลู องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลนอกเมอื ง อาเภอเมือง จังหวดั สุรนิ ทร์
-๒-
ลกั ษณะทั่วไป
ต้นกระเจี๊ยบแดง จัดเป็นไม้พุ่มมีความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร มีอยู่หลายสายพันธุ์ ลาต้นและกิ่ง
ก้านมีสมี ่วงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวธิ กี ารใช้เมล็ด
ใบกระเจ๊ียบแดง มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบมีหลายลักษณะ ลักษณะคล้ายรูปฝ่ามือ 3 แฉก หรือ 5 แฉก ใบเว้าลึก
หรือเรียบ หรือใบเป็นรูปรีแหลม หรือรูปเรียวแหลม ขอบใบมีจักเป็นฟันเลื่อย ใบมีความกว้างและความยาว
ใกล้เคยี งกันประมาณ 8-15 เซนตเิ มตร และกา้ นใบมคี วามยาวประมาณ 5 เซนตเิ มตร
ดอกกระเจ๊ียบแดง ดอกเปน็ ดอกเดีย่ ว ออกดอกตามซอกใบ มีกลบี ดองสีชมพูหรือสเี หลอื ง บรเิ วณกลางดอกจะ
มสี เี ขม้ กว่าคือสีมว่ งแดง ดอกมเี กสรตัวผู้เชือ่ มกันเปน็ หลอด ก้านดอกสนั้ มรี ว้ิ ประดบั เรยี วยาวปลายแหลมมี 8-
12 กลีบ กลีบเล้ียงจะแผ่ขยายติดกันออกหุ้มเมล็ดไว้มีสีแดงเข้มและหักง่าย เมือดอกบานเต็มที่จะมีเส้นผ่าน
ศนู ย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร
ผลกระเจ๊ียบแดง ลักษณะของผลเป็นรูปรีมีปลายแหลม ผลมีความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสี
เขยี ว ผลแกจ่ ะแหง้ แตกเป็น 5 แฉก ในผลมีเมล็ดสีนา้ ตาล ลกั ษณะคล้ายรูปไตอยจู่ านวนมากประมาณ 30-35
เมล็ดต่อผล และผลยังมีกลีบเล้ียงหนาสีแดงฉ่าน้าหุ้มผลอยู่ เราจะเรียกส่วนนี้ว่ากลีบกระเจี๊ยบหรือกลีบรอง
ดอก (Calyx) หรือทีค่ นทั่วไปเข้าใจวา่ เปน็ ดอกกระเจย๊ี บนัน่ เอง
ส่วนทใี่ ช้ ใบ กลีบเลย้ี ง และกลบี รองดอก
ส่วนประกอบทางเคมี
สว่ นประกอบทางเคมีท่ีพบในสว่ นตา่ งๆของกระเจ๊ียบแดงได้แก่ protein, fat, fiber, carbohydrate,
ash, calcium, phosphorus, iron, thiamine, beta-carotene, riboflavin, niacin และ ascorbic acid
สารสาคัญหลักในกระเจยี๊ บแดงส่วนใหญท่ ี่มฤี ทธ์ทิ างเภสัชวิทยาเป็นสารประเภท organic acid
anthocyanin polysaccharide และ flavonoids
Organic acids
กรดอนิ ทรยี ์ทเ่ี ป็นสว่ นประกอบหลกั ทพ่ี บในสารสกดั กระเจี๊ยบแดงได้แก่ citric acid, hydroxycitric
acid, hibiscus acid, malic และ tartaric acids เปน็ สว่ นประกอบหลัก, oxalic acid และ ascorbic acid
เปน็ ส่วนประกอบรองลงมา
Citric acid and its
derivatives
-๓-
Anthocyanins
สารแอนโธไซยานนิ นิ ท่ีพบไดแ้ ก่ Delphinidin และ cyanidin-based anthocynins, ประกอบด้วย
delphinidin-3-sambubioside (hibiscin), cyanidin-3-sambubioside (gossypicyanin),cyanidin-3,5-
diglucoside, delphinidin (anthocyanidin) และอน่ื ๆ (Wiliamson, Driver&Baxter., 2009 )
โครงสร้างหลกั ทางเคมขี อง Anthocyanins
Flavonoids
สารประเภทฟลาโวนอยดท์ ี่พบในสารสกัดกระเจย๊ี บแดง ประกอบดว้ ย hibiscitrin (hibiscetin-3-
glucoside), sabdaritrin, gossypitrin, gossytrin, gossypetin glucosides, quercetin และ luteolin
ตลอดจน chlorogenic acid, protocatechuic acid, pelargonidic acid,eugenol, quercetin, luteolin
and the sterols b-sitosterol และ ergosterol (McKay, 2009; Williamson et al., 2009)
Mucilage, Pectin และ Carbohydrate (Polysaccaride)
Polysaccharides เปน็ อีกกลมุ่ สารประกอบทส่ี าคัญและพบปริมาณมากในกระเจีย๊ บแดง สารทส่ี กดั
ไดจ้ ากสารละลายเอทานอลน้า 10% เปน็ Polysaccharides ทต่ี กตะกอน
Volatile compound ซ่ึงไดจ้ ากสว่ นเมลด็ ของ
ส่วนประกอบทีเ่ ป็นสารระเหยเปน็ ส่วนที่ทาใหเ้ กดิ กลิน่ ในกระเจ๊ยี บแดง
กระเจีย๊ บแดง ได้แก่ unsaturated hydrocarbons, alcohols และ aldehydes
คณุ ประโยชน์ของกระเจ๊ยี บแดง
1. การใชก้ ลีบเลีย้ งของกระเจ๊ยี บแดงรกั ษาอาการปัสสาวะขัด ตามคาแนะนาของกระทรวงสาธารณสขุ
(สาธารณสขุ มลู ฐาน) ใช้กลบี เลี้ยงของกระเจ๊ียบแดงแหง้ 3 กรมั บดเปน็ ผง ชงกับน้าเดอื ด 1 ถว้ ย
แก้ว หรอื ประมาณ 300 มิลลิลติ ร ดม่ื วันละ 3 ครัง้ นาน 7 วนั ถึง 1 ปี
-๔-
2. กระเจ๊ียบมสี ารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และสารโพลฟี ีนอล ซง่ึ ได้แก่ Protocatechuic Acid
ที่มฤี ทธิ์ต่อตา้ นอนุมลู อสิ ระ ช่วยปอ้ งกนั โรคมะเร็ง ชว่ ยชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลอื ดออ่ นน่ิมได้
3. กระเจย๊ี บใชท้ าเปน็ น้าดื่มทีช่ ว่ ยทาให้รา่ งกายสดชื่น เนอื่ งจากมกี รดซติ รกิ อยู่ด้วย
4. ใบอ่อนของกระเจยี๊ บใชร้ บั ประทานเป็นผักได้ หรือจะนามาใช้ทาแกงส้มกไ็ ด้ ใหร้ สเปรีย้ วกาลังดี และ
ยงั มวี ิตามนิ เอสูง (12,583 I.U. ตอ่ 100 กรัม) ทชี่ ่วยบารุงสายตาอีกดว้ ยกลีบเลย้ี งผลและกลีบดอก
อุดมไปด้วยแคลเซยี มทช่ี ่วยบารงุ กระดูกและฟนั ให้แขง็ แรง
5. กระเจ๊ยี บแดงจัดเป็นพชื สง่ ออกโดยนาไปใชเ้ ปน็ สว่ นผสมสาคญั สาหรับ Herbal tea และใชใ้ น
อุตสาหกรรมอาหาร ใช้บรโิ ภคภายในประเทศ ใชท้ าเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย เช่น ผลติ ภณั ฑ์
ชาชง กระเจีย๊ บแดงอบแห้ง กระเจ๊ยี บแดงแคปซูล เคร่ืองด่ืมต่าง ๆ ใชใ้ นอุตสาหกรรมสีผสมอาหาร
หรอื ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ แยม เยลล่ี เบเกอรี ไอศกรมี ไวน์ นา้ หวาน ซอส เป็นตน้ รวมไป
ถงึ ในอุตสาหกรรมเคร่อื งสาอาง เชน่ โลชั่น ครมี กระเจีย๊ บแดง เจลอาบนา้ ครมี ขัดผวิ เป็นตน้
6. น้าตม้ ของดอกแห้งจะมีกรดผลไมห้ รอื AHA อยู่หลายชนดิ ในปรมิ าณสงู จงึ มีการนามาผลิตเป็น
เครื่องสาอางประเภทครีมหน้าใส
7. เมนดู อกกระเจย๊ี บแดง เชน่ แกงส้มดอกกระเจี๊ยบ ยาดอกกระเจ๊ียบ แยมดอกกระเจี๊ยบ ดอกกระเจี๊ยบ
แช่อม่ิ กระเจย๊ี บกวน ชากระเจ๊ียบแดง นา้ กระเจย๊ี บแดง เป็นต้น
การขยายพนั ธก์ุ ระเจ๊ยี บแดง
การขยายพันธ์ุกระเจ๊ียบแดงสามารถขยายพันธ์ุดว้ ยวธิ ีการเพาะเมล็ด และสามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ท่ี
นิยมจะปลูกมากในช่วงต้นฤดูฝนถึงปลายฤดูฝน ซึ่งอาจปลูกด้วยการหว่านหรือหยอดเมล็ดลงหลุมหรือการ
เพาะเมล็ดในถุงเพาะชาก่อนย้ายลงแปลงปลูกก็ได้ แต่ทั่วไปนิยมการหว่านเมล็ดและการหยอดเมล็ดที่สุด
เพราะสะดวก ประหยดั เวลา และต้นทนุ ไดม้ ากกว่า
การเตรียมดิน การปลูกในแปลงดินจาเป็นต้องเตรียมดินด้วยการไถพรวน และกาจัดวัชพืชก่อน ๑-๒
ครั้ง ไถแต่ละคร้งั ควรตากดิน ๓-๗ วันก่อนปลูก การไถครั้งสุดท้ายก่อนปลูก ควรหว่านโรยด้วยมูลสัตว์รองพื้น
หรอื ผสมปยุ๋ เคมี สตู ร ๑๕-๑๕-๑๕ เล็กนอ้ ย
การปลูก ท้ังน้ีอาจปลูกแบบยกร่องหรือไม่ต้องยกร่องก็ได้ แต่หากปลูกในฤดูผลควรไถยกร่อง เพ่ือ
ปอ้ งกันน้าขังต้นกระเจี๊ยบแดง และควรเวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งแถวประมาณ ๘๐-๑๐๐ ซม.การปลูกในแปลงอาจ
ใช้วิธีการหว่านเมล็ดหรือหยอดเมลด็ หากหว่านจะใช้ปลกู ในแปลงทไ่ี ม่ยกรอ่ ง ส่วนการหยอดเมล็ดมักจะใช้กับ
แปลงท่ียกร่อง การหว่านเมล็ดจะต้องหว่านให้เมล็ดตกห่าวกันในระยะ ๘๐-๑๐๐ ซม. ต่อต้น ส่วนการหยอด
เมล็ดกเ็ ช่นกนั ควรยอดให้ห่างกันในแตล่ ะหลุม ๘๐-๑๐๐ ซม.
การดูแลรักษา กระเจ๊ียบแดงเป็นพืชไร่ที่ไม่ต้องการน้ามาก การปลูกกระเจี๊ยบแดงมีกปลูกในช่วงฤดู
ฝน การให้น้าจึงไม่จาเป็นต้องให้น้าเป็นพิเศษ ส่วนมากมักเติบโตโดยอาศัยน้าจากฝนเท่าน้ัน ในระยะ ๑-๓
เดือนแรก จาเป็นต้องหมั่นกาจัดวัชพืชเป็นพิเศษเพราะการปลูกในช่วงฤดูฝนหญ้าจะเติบโตเร็วมาก หากไม่
กาจัดออกจาทาให้หญ้าขน้ึ คลมุ ตน้ กระเจ๊ียบแดงได้ ทั้งน้ีดอกกระเจ๊ยี บแดงจะออกดอกไม่พรอ้ มกนั มกี ารทยอย
ออกตามความสงู ของกิ่งจนถึงปลายก่ิง
-๕-
ดังนั้น เมื่อก่ิงยาวเต็มท่ี และดอกบริเวณปลายก่ิงแทงออกมา แล้วให้ทาการเด็ดยอดแต่ละกิ่งทิ้ง
เพื่อให้กระเจย๊ี บแดงเติบโตเฉพาะสว่ นดอกไดด้ ี กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่ทนตอ่ ความแห้งแล้งได้ดี และมีอายุการ
เก็บเกี่ยวประมาณ ๑๒๐ วัน ซึ่งกระเจ๊ียบแดง ๘-๑๐ กิโลกรัม ตากแห้งแล้วจะได้กระเจ๊ียบแห้งประมาณ ๑
กโิ ลกรมั
การเก็บเก่ียว ส่วนใหญ่จะเก็บเฉพาะกลีบรองดอกกระเจ๊ียบแดงหรือผลกระเจ๊ียบแดง โดยใช้กรรไกร
หรือมีดตัดเฉพาะผลกระเจี๊ยบแดงที่แก่พร้อมท่ีจะเก็บเก่ียว ผลกระเจี๊ยบแดงที่เก็บเกี่ยวได้จะน ามากระทุ้งให้
กลีบรองดอกและกระเปาะเมล็ดหลุด ออกจากกันโดยใช้เหล็กกระท้งุ และน ากลีบรองดอกมาตากในภาชนะที่
สะอาด ไม่มีฝุ่น ตากแดดประมาณ 5-6 วนั หรอื อบใหแ้ ห้งสนิท
การแปรรูปกระเจ๊ยี บแดงเบ้อื งต้น
กลีบรองดอกกระเจี๊ยบแดง สามารถนาไปหมักไวน์ นา้ ผลไม้ แยม เยลลี่ น้ าเชอื่ ม พดุ ดิ้ง เค้ก ไอศกรีม
กลน่ิ และสี เป็นต้น
กลีบรองดอกกระเจ๊ียบแดงแห้ง สามารถนาไปทาชา เครอื่ งเทศ เป็นต้น
โปรตนี ในเมล็ดกระเจีย๊ บแดงอีกด้วย สามารถนามาควั่ และบดทาซอสหรือชงด่ืมแทนกาแฟ
(Qi, Y.D.et al ,2006)
ตวั อย่างการแปรรูปและการพฒั นาผลิตภณั พ์จากกระเจยี๊ บแดง
ชาชงกระเจยี๊ บแดง น้ากระเจ๊ียบแดงชนิดผง
สครับผวิ กายกระเจี๊ยบแดง ครมี หน้าใสกระเจ๊ยี บแดง
-6-
เอกสารอ้างอิง
อรณุ พร อิฐรัตน์ และคณะ. (ม.ป.ป.). ยาเม็ดกระเจย๊ี บแดงใช้สาหรบั ผปู้ ่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน.
สาขาวชิ าการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตรม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, 40-44.
McKay, D. (2009). Can hibiscus tea lower blood pressure? AgroFood Industry Hi-Tech,
20(6):40–42.
Qi, Y.D.; K.L. Chin; F. Malekian; M. Berhane and J.N. Gager. 2006. Biological characteristics,
nutritional and medicinal value of roselle Hibicus sabdariffa. เขา้ ถงึ ได้จาก:
http://www.suagcenter.com
Williamson, E. M., Driver, S. B., & Baxter, K. (2013). Stockley’s herbal medicines interactions:
a guide to the interactions of herbal medicines, dietary supplements and
nutraceuticals with conventional medicines. London: Pharmaceutical Press.
http://frynn.com
http://www.medplant.mahidol.ac.th
https://medthai.com
http://www.thaibdlab.com
https://www.disthai.com