ค รู ฮ า เ ซ็ ม อ า ดำ ความรู้ความเข้าใจ พื้นฐานการอ่าน
ก า ร อ่ า น เ เ ล ะ พิ จ า ร ณ า ว ร ร ณ ก ร ร ม ความสำ คัญของการอ่าน การอ่านเป็นทักษะที่จําเป็นต่อชีวิต ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร เพศใด วัยใด ล้ายต้องการที่จะเพิ่มพูนความรู้ของตนเองอยู่เสมอ การเพิ่มพูนความรู้สามารถ ทำ ได้ง่ายๆ ด้วยตัวตัวโดยการอ่านอ่าน นอกจากนี้การอ่านยังให้ความบันเทิงแก่ ชีวิตอีกด้วย การอ่านมีความสำ คัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ซึ่งต้องใช้การ อ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวัน จึงจําเป็นต้องมีหลักการอ่านและทักษะการ อ่านจะทําให้เป็นผู้ที่รู้มาก หนังสือแต่ละชนิดจะมีหลักการอ่านที่ไม่เหมือนกัน ต้องพิจารณาถึงจุดมุ่ง หมายของการอ่านหนังสือแต่ละประเภท เช่น การอ่านหนังสือตําราวิชาการ จะต้อง มีการอ่านอย่างคร่าว ๆ และกลับมาอ่านซ้ำ อีกหลาย ๆ รอบ แล้วจึงจะสรุป ประเด็น,การอ่านหนังสืออ้างอิง เป็น การอ่านเฉพาะส่วน เพื่อให้ได้คําตอบในสิ่งที่ ตนเองอยากรู้
ก า ร อ่ า น เ เ ล ะ พิ จ า ร ณ า ว ร ร ณ ก ร ร ม ไม่ว่าจะเป็นการหนังสือประเภทใดล้วนแล้วแต่ให้ประโยชน์กับผู้อ่านได้ทั้งนั้น ผู้อ่านะจะต้องมีความเข้าใจกับสิ่งที่อ่าน และฝึกฝนการอ่าน ตั้งใจอ่าน นํากลวีธีการ อ่านรูปเเบบต่างๆ มาปรับใช้จึงจะเป็นกระบวนการอ่านที่มี ประสิทธิภาพ
ก า ร อ่ า น เ เ ล ะ พิ จ า ร ณ า ว ร ร ณ ก ร ร ม กระบวนการอ่าน กระบวนการอ่าน มี 4 ขั้นตอน ดังนั้นผู้ที่อ่านได้และอ่านเป็น ต้องใช้กระบวนการทั้งหมด ของการอ่าน โดยการถ่ายทอดความหมายจากตัวอักษรออกมา เป็นความคิด และจากการคิดที่ได้จากการอ่านผสมผสานกับ ประสบการณ์เดิมและสามารถไปใช้ประโยชน์ต่อไป ๑. อ่านออก ๒. อ่านเเล้วเข้าใจ ๓. อ่านคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ การอ่านแล้วรู้จักใช้ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์และออกความ เห็นในทางที่ขัดแย้งหรือเห็น ด้วยกับผู้เขียนอย่างมีเหตุผล ๔. อ่านเเล้วนำ ไปใช้ การนําไปใช้ ประยุกต์ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ อ่านออก อ่านได้หรืออ่านออกเสียง ได้ถูกต้อง การอ่านแล้วเข้าใจ ความหมายของคํา วลี ประโยค สรุปความได้
2 5 6 3 | ภ า ค วิ ช า ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ๔. อ่านเพื่อจุดประสงค์ - เป็นการอ่านในเรื่องที่ตนสนใจ หรืออยากรู้ เช่น การอ่านประกาศต่าง ๆ การอ่านโฆษณา แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ สลากยา ข่าวสังคม ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา - มักใช้เวลาไม่นาน เป็นการอ่านเพื่อให้ได้ความรู้ และนําไปใช้ หรือนําไปเป็นหัวข้อสนทนา เชื่อมโยงการ อ่านสู่การวิเคราะห์ และคิดวิเคราะห์ บางครั้งก็ อ่าน เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จุดมุ่งหมายของการอ่าน ๑. อ่านเพื่อความรู้ - การอ่านจากหนังสือตําราทางวิชาการ สารคดีทางวิชาการ งานวิจัยประเภทต่าง ๆ - ควรอ่านอย่างหลากหลาย เพราะความรู้ใน ตำ ราหนึ่งอาจนําไปช่วย เสริมในอีกตำ ราหนึ่งได้ ๒. อ่านเพื่อความบันเทิง - การอ่านจากหนังสือประเภทสารคดีท่องเที่ยว นวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล การ์ตูน บทประพันธ์ บทเพลง - แม้จะเป็นการอ่านเพื่อความบันเทิง แต่ผู้อ่านจะ ได้ความรู้ที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องด้วย ๓. อ่านเพื่อทราบข่าวสาร ความคิด - การอ่านจากหนังสือประเภทบทความ บทวิจารณ์ ข่าว รายงานการประชุม - ต้องเลือกอ่านให้หลากหลาย - ไม่เจาะจงอ่านเฉพาะสื่อ ที่นําเสนอตรง กับความคิดของตน - การอ่านสื่อที่หลากหลานยจะทําให้ได้มุม มองที่กว้างขึ้น ช่วยให้มีเหตุผลอื่น ๆ มา ประกอบการ วิจารณ์ วิเคราะห์ได้หลายมุม มองมากขึ้น
ประโยชน์ของการอ่าน ๑. เป็นการสนองความต้องการของมนุษย์ ๒. ทําให้มนุษย์เกิดความรู้ ทักษะต่างๆ ตลอดจนความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ๓. ทําให้มนุษย์เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความเพลิดเพลินบันเทิงใจและเกิดความ บันดาลใจ ๔. เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๕. ทําให้มนุษย์ทันต่อเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของโลก ๖. เป็นการส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์ ๗. ช่วยให้มนุษย์แก้ปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจและปัญหาส่วนตัว
การอ่าน จับใจความ สำ คัญ
ใจความสําคัญส่วนมากจะมีลักษณะเป็นประโยค ซึ่งอาจปรากฏอยู่ ในส่วนใดส่วนหนึ่งของย่อหน้าก็ได้ ส่วนใหญ่จะปรากฎตรงส่วนต่อไปนี้ ประโยคที่อยู่ตอนต้นย่อหน้า เพราะผู้เขียนมัก บอกประเด็นสําคัญไว้ ก่อน แล้วจึงขยายรายละเอียดให้ชัดเจน ประโยคตอนท้ายย่อหน้า ผู้เขียนจะบอกรายละเอียดหรือประเด็นย่อย ก่อน แล้วจึงสรุปด้วยประโยคที่เป็นประเด็นไว้ภายหลังสําหรับจุด ประโยคตอนกลางย่อหน้า ซึ่งผู้อ่านจะต้องใช้ความสังเกตุและพิจารณาให้ดี ไม่มีประโยคใจความสําคัญปรากฏชัดเจน อาจมีประโยค หรืออาจอยู่รวมๆกันใน ย่อหน้าก็ได้ ซึ่งผู้อ่านจะต้องสรุปออกมาเอง
การอ่านจับใจความ คือ การอ่านที่มุ่งค้นหาสาระ ของเรื่องหรือของหนังสือแต่ละเล่มที่เป็นส่วน ใจ ความสําคัญ และส่วนขยายใจความสําคัญของเรื่อง ใจความสําคัญของเรื่อง คือ ข้อความที่มีสาระ คลุมข้อความอื่นๆ ในย่อหน้านั้นหรือเรื่องนั้นทั้งหมด ข้อความอื่นๆ เป็นเพียงส่วนขยายใจความสําคัญ เท่านั้น ข้อความหนึ่งหรือตอนหนึ่งจะมีใจความ สําคัญที่สุด เพียงหนึ่งเดียว นอกนั้นเป็นใจความรอง
1. ตั้งจุดมุ่งหมาย เช่น อ่านเพื่อหาความรู้ เพื่อความเพลิดเพลิน หรือเพื่อบอกเจตนา ของผู้เขียน เป็นแนวทางจับใจความหรือคําตอบ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 2. สํารวจส่วนประกอบของหนังสือ เช่น ชื่อเรื่อง คํานํา สารบัญ คําชี้แจงการใช้ หนังสือภาคผนวก ฯลฯ จะทําให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องหรือหนังสือที่ อ่านได้กว้าง ขวางและรวดเร็ว 3. ทําความเข้าใจลักษณะ ประเภทของหนังสือ เช่น สารคดี ตํารา บทความ ฯลฯ 4. ใช้ความสามารถทางภาษาในด้านการแปลความหมายของคํา ประโยค และข้อความ ต่างๆ อย่างถูกต้องรวดเร็ว 5. ใช้ประสบการณ์หรือภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน มาประกอบจะทําความเข้าใจและ จับใจความ ที่อ่านได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การอ่านจับใจความให้บรรลุจุดประสงค์ มีแนวทางดังนี้
1. อ่านผ่านๆ โดยตลอด - เพื่อให้รู้ว่าเรื่องที่อ่านว่าด้วยเรื่องอะไร จุดใดเป็นจุดสําคัญของเรื่อง 2. อ่านให้ละเอียด - เพื่อทําความเข้าใจอย่างชัดเจน -ไม่ควรหยุดอ่านระหว่างเรื่องเพราะจะทํา ให้ความเข้าใจไม่ติดต่อกัน 3. อ่านตอนที่ไม่เข้าใจ และตรวจสอบความเข้าใจบางตอนให้แน่นอนถูกต้อง 4. เรียบเรียงใจความสําคัญของเรื่องด้วยตนเอง ขั้นตอนการอ่านจับใจความ
เทคนิคการอ่านจับใจความ ประกอบด้วยการถามชุดคำ ถามอย่างเป็น ระบบ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จำ เป็นใน การจัดทำ รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี จุดประสงค์เพื่อระบุลักษณะที่แท้จริงของ ปัญหาและอธิบายออกมาอย่างแม่นยำ และ ครบถ้วน ได้เเก่ WHO = ใคร WHAT = อะไร WHERE = ที่ไหน WHEN = เมื่อไหร่ WHY = ทำ ไม HOW = อย่างไร เทคนิค 5W1H
การอ่านเเบบ SQ4R เป็นเทคนิคการสอนอ่านอย่างคร่าว ๆ มี ๖ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. SURVEY (S) อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำ คัญของเรื่อง การอ่านในขั้นนี้ไม่ควรใช้ เวลานานเกินไป ๒. QUESTION (Q) การตั้งคำ ถาม จะทำ ให้ผู้อ่านมีความอยากรู้อยากเห็น ควรจะต้อง ถามตัวเองดูว่า ใจความสำ คัญที่ผู้เขียนกำ ลังพูดถึงอยู่นั้นมีอะไรบ้าง เช่น - คืออะไร - ทำ ไมจึงสำ คัญ - สำ คัญอย่างไร - และเกี่ยวข้องกับอะไรหรือใครบ้าง - ตอนไหน - เมื่อไร จะช่วยให้การอ่านในขั้นต่อไปเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถจับประเด็นสำ คัญ ได้ถูกต้องไม่ผิดพลาด เทคนิค SQ4R
๓. READ (R1) การอ่านข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ำ อย่างละเอียด เเละ ก็ค้นหาคำ ตอบ สำ หรับคำ ถามที่ได้ตั้งไว้ เพื่อจับใจความและจับประเด็นสำ คัญ ๆ โดยแท้จริง ๔. RECORD (R2) ให้ผู้เรียนจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อ่านจากขั้นตอนที่ ๓ โดยมุ่งจดบันทึก ในส่วนที่สำ คัญ และสิ่งที่จำ เป็น โดยใช้ข้อความอย่างรัดกุมหรือย่อ ๆ ตามความเข้าใจของผู้เรียน ๕. RECITE (R3) ให้ผู้เรียนเขียนสรุปใจความสำ คัญ โดยพยายามใช้ภาษาของตนเองถ้ายังไม่ แน่ใจ ในบทใดหรือตอนใดให้กลับไปอ่านซ้ำ ใหม่ ๖. REFLECT (R4) ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อ่านแล้วแสดงความคิดเห็น ในประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่สอดคล้องอย่างไร