หน่วยการเรยี นรทู้ �ี 1 ๒) เส้น (Line) คือ จุดจ�านวนมากท่ีน�ามาเรียงติดต่อเช่ือมโยงกันบนพื้นระนาบ
ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ
ของทิศทาง จนสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าเป็นลักษณะเส้นชนิดใด เช่น แนวต้ัง แนวนอน โค้ง
๑. ทศั นธาตุ คด แนวหยัก หักเห เมื่อน�าเอามาประกอบแสดงทิศทาง ท�าให้เกิดรูปร่าง รูปทรง เกิดเน้ือที่
มีน้�าหนัก ขนาดปริมาตร เส้นเป็นทัศนธาตุท่ีส�าคัญในทางศิลปะ ซึ่งงานทางทัศนศิลป์ทุกแขนง
ในการสรา้ งสรรคง์ านทางศิลปะ มนษุ ย์ได้สร้างสรรคเ์ พ่ือประโยชนใ์ นชวี ิตประจา� วนั นอกจาก ไม่ว่าจะเป็นงานจติ รกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ลว้ นมจี ดุ เริ่มต้นดว้ ยการใช้เส้น เส้นจึง
การใช้สอยแล้วยังเน้นท่ีรูปลักษณ์ที่ไม่ขัดต่อสายตา รวมท้ังการจัดวางอย่างเหมาะสมจนเกิด เปน็ ทศั นธาตุเบอื้ งต้นท่สี า� คัญท่สี ุด เป็นพน้ื ฐานของโครงสรา้ งของทุกส่ิง สา� หรับวิธีทที่ �าให้เกดิ เส้น
ความงาม นับตั้งแต่ยุคสมัยก่อนเป็นต้นมา งานสร้างสรรค์ศิลปะมีการพัฒนาก้าวทีละข้ันจนเกิด คือ การขดู ขีด เขยี นดว้ ยดินสอ ปากกา พู่กัน แปรง หรือเครอื่ งมอื อ่ืนๆ
มหี ลกั ของการจดั องคป์ ระกอบศิลป ์ เพ่อื ให้เหมาะสมกลมกลนื ย่งิ ขน้ึ ไดแ้ ก่ ความรู้เรื่อง ทศั นธาตุ
ซง่ึ เป็นส่วนประกอบต่างๆ ในการออกแบบ เชน่ เรื่องของเส้น รูปรา่ ง รูปทรง ลักษณะผวิ สีสัน เส้นแบง่ ตามลักษณะใหญ่ๆ ได ้ ๕ ชนดิ ซึ่งแตล่ ะชนิดให้คุณค่าและความรู้สึกแตกตา่ ง
เป็นต้น การน�าเอาทัศนธาตตุ า่ งๆ มาจัดวางประกอบกนั ข้นึ ตามหลกั ของการจดั องค์ประกอบศลิ ป์ กนั ดังน้ี
ชว่ ยท�าใหผ้ ลงานที่มนษุ ยส์ รรคส์ ร้างข้นึ มีความสมบูรณ์ทางด้านสุนทรียภาพ
ผลงานทางทัศนศิลป์ท่ีสามารถท�าให้ผู้สัมผัสเกิดอารมณ์และความรู้สึกประทับใจได้น้ันจะ ชนิดของเส้น ลกั ษณะของเสน้ ตัวอย่าง
ต้องแสดงถึงการสร้างสรรค์อย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของการจัด อันเป็นพื้นฐานของความงาม
ทางด้านศิลปะ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยๆ หรือที่เรียกกันว่า ทัศนธาตุ ๑. เสน้ ตรง มี ๓ ลักษณะ คือ
ของศิลปะ (Element of Arts) มาจดั องคป์ ระกอบ การจะน�าเอาสิง่ ดงั กล่าวมาจดั รวมกนั ใหเ้ กิด - เส้นต้ัง มีทิศทางแนวต้ังหรือ - เช่น ตึกสูง เสาไฟฟ้า ต้นไม้
คุณค่าทางศิลปะได้น้ัน จะต้องมีความรู้ความเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงความหมาย คุณลักษณะ ความ ๒. เสน้ โคง้ ด่ิงลงมา ให้ความรู้สึกมั่นคง คนยนื ตรง เปน็ ตน้
สา� คญั และการน�าไปใช้ ซึ่งทศั นธาตุแต่ละอยา่ งก็จะให้คณุ สมบตั แิ ละความรสู้ ึกที่แตกต่างกันไป แขง็ แรง เป็นระเบยี บ
- เสน้ นอน เสน้ ราบ หรอื เสน้ ระดบั - เช่น น้�าที่สงบนิ่ง เส้นทางท่ี
องค์ประกอบของทัศนธาตุ
ทัศนธาตุหรือองค์ประกอบศิลป์ท่ีเป็นพื้นฐานในการน�าไปใช้เพ่ือการสร้างสรรค์ผลงาน มีทิศทางในแนวนอนหรือราบ ราบเรียบ คนพักผอ่ น เป็นต้น
ให้ความรสู้ ึกสงบนิง่ ปลอดภัย
ทัศนศิลป ์ จะประกอบไปดว้ ย จุด เสน้ รปู ร่าง รูปทรง ลักษณะผวิ พืน้ ทว่ี ่าง น้า� หนกั ออ่ น-แก ่ - เส้นตรงเฉียง มีทิศทางทแยง - เช่น แสงสว่างจากดวงอาทิตย์
แสงเงา และส ี ซง่ึ มีรายละเอียด ดังน้ี
๑) จดุ (Point, Dot) เปน็ ทศั นธาตุ ให้ความรู้สึกไม่ตรง โน้มเอียง ท่ีส่องท�ามุมกับพ้ืนระนาบ ๓๐
ความรวดเรว็ องศา หรือ ๔๕ องศา เป็นต้น
หรือองค์ประกอบอันดับแรกของงานทัศนศิลป์
จุดเป็นส่วนที่มีขนาดเล็กที่สุดของงานศิลปะ ม ี ๓ ลักษณะ คือ
- เส้นโค้งของวงกลม ใหค้ วามรูส้ กึ - เช่น ภาพคนท่ีท�าท่าอ่อนน้อม
เมื่อน�าเอาจุดหลายๆ จุดมาเรียงต่อเนื่องกัน อ่อนโยน อ่อนช้อย น่ิมนวล คอ้ มตัวลง ภาพวาดแบบศลิ ปะ
ตรงตา� แหน่งทเ่ี หมาะสมซ้�าๆ กันกจ็ ะทา� ใหเ้ กิด ความเศร้า ไทย ภาพตน้ ไมใ้ บไมท้ เ่ี หยี่ วเฉา
- เส้นโค้งอิสระ ถ้าเส้นโค้งลาก - เช่น การเจริญงอกงามของ
เป็นเสน้ รปู รา่ ง รปู ทรง ลักษณะผวิ น�า้ หนัก ขึ้นสูง ปล่อยน้�าหนักที่ปลายจะ ใบไมใ้ บหญา้ ทด่ี ไู สว แสดงความ
อ่อน-แก่ แสงเงา จุดจึงเป็นทัศนธาตุท่ีส�าคัญ
ในการสร้างสรรค์งานศิลปะเช่นเดียวกันกับ แสดงความเจรญิ เตบิ โตกา้ วหนา้ หมายถึง ความก้าวหน้าของ
- เสน้ โคง้ คดหรอื กน้ หอย ใหค้ วาม ชีวิต ลวดลายในศลิ ปะไทย
ภาพ “A Sunday Afternoon on the Island of La ทัศนธาตุอื่นๆ ซึ่งเราสามารถพบเห็นจุดใน รู้สึกมีพลังหมุนอย่างรุนแรง - เช่น พายุหมุน กังหันหมุน
Grande Jatte” (บ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากรองด์ ลักษณะต่างๆ ในผลงานจิตรกรรมหรือการ การคล่ีคลายขยายตัวออกไป ลกั ษณะการคลายเกลยี ว เปน็ ตน้
แชตต์) ผลงานของชอร์ช เซอรา ใช้เทคนิคการน�าจุด ออกแบบตกแตง่ ภายนอกอย่เู สมอ ไมม่ ที ส่ี น้ิ สดุ
จ�านวนมากมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน
๒ http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/01 EB GUIDE 3
๓. เสน้ คด ให้ความรู้สึกเคล่ือนไหวต่อเน่ือง เช่น ทางคดเค้ียว แม่น�้าล�าธาร ๓. รปู ร่างอสิ ระหรือรปู ร่าง ไดแ้ ก ่ รปู รา่ งทเี่ กดิ จากการออกแบบ เชน่ หยดน้า� เมฆ ควัน เป็นตน้
๔. เส้นฟนั ปลาหรือซกิ แซ็ก ไม่ส้ินสุด คลนื่ ทะเล การวาดภาพนา�้ ในศลิ ปะ ดดั แปลง ดัดแปลง ตัดทอน จากรูปร่าง
๕. เส้นประหรอื เส้นขาด ไทย เป็นตน้ ธรรมชาติหรือรูปร่างเรขาคณิต
ที่แสดงออกถึงความเป็นอิสระตาม
ให้ความรูส้ กึ ไม่ราบรน่ื เคล่ือนไหว เช่น เส้นทางท่ีขรุขระ ฟันเล่ือย จินตนาการในการสร้างสรรค์ของ
อยา่ งรุนแรง ตนื่ เตน้ ความต่ืนเต้นตกใจกลัว ความ แต่ละคน
ขัดแยง้ เปน็ ต้น
ใหค้ วามรูส้ ึกไมเ่ ป็นระเบียบ สบั สน เช่น ส่ิงปรักหักพังซ่ึงก�าลังจะ ๓.๒) รูปทรง (Form) หมายถึง โครงสร้างท้ังหมดของวัตถุที่ปรากฏให้เห็นใน
วนุ่ วาย ไม่ม่นั คง เกา่ เส่อื มโทรม แตกสลาย รอยรา้ วของวตั ถ ุ ผนื ดนิ ลักษณะ ๓ มิติ คือ มีทั้งส่วนกว้าง ส่วนยาว ส่วนลึกหรือหนา เช่น รูปทรงของคน จะแสดง
อนั ตราย ทแี่ ตกระแหง เปน็ ต้น ใหเ้ หน็ โครงสรา้ งของรา่ งกายท่มี สี ว่ นสูง สว่ นโคง้ ส่วนเวา้ ส่วนนูนหนา และสผี ิว หลกั การสงั เกต
ว่าเป็นรูปทรง ๓ มติ ิ คือ เม่ือมองแล้วจะให้ความร้สู ึกเป็นแท่ง เป็นกอ้ น มีมวลหรอื มเี น้ือทภี่ ายใน
๓) รูปร่าง-รูปทรง (Shape-Form) เป็นทัศนธาตุที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ท้ัง มีปริมาตร มีน�้าหนกั
รูปร่างและรูปทรงเป็นผลที่เกิดจากการน�าเส้นลักษณะต่างๆ มาประกอบกันให้เป็นเน้ือหาสาระ รูปทรงแบ่งออกเปน็ ลักษณะใหญ่ๆ ได้ ๓ ลักษณะ คือ
เรื่องราวทางทัศนศิลป์ และเพื่อความเข้าใจท่ีถูกต้องด้านความหมายของรูปร่างและรูปทรง
จงึ ขอกลา่ วแยกใหเ้ หน็ ดงั น้ี รูปทรง ลกั ษณะของรปู ทรง ตัวอย่าง
๓.๑) รปู ร่าง (Shape) หมายถงึ เสน้ ท่เี ป็นโครงของวตั ถุหรอื สิ่งของทปี่ รากฏให ้ ๑. รปู ทรงธรรมชาต ิ ได้แก่ สิ่งที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ เช่น รูปทรงของคน สัตว์ ต้นไม ้
เห็นเป็นลกั ษณะ ๒ มิติ ถา้ กลา่ วถึงรูปร่างสี่เหลีย่ ม สามเหลี่ยม วงกลม หรือรปู ร่างอ่นื ๆ กค็ ือ มีกฎเกณฑ์แน่นอน มีโครงสร้าง เปน็ ตน้
รปู ทมี่ เี พียงสว่ นกว้างกับส่วนยาวเท่าน้ัน จะไมแ่ สดงความหนาและสีผวิ ของวัตถ ุ เชน่ รูปรา่ งของ เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งในการ
คน หมายถึง เส้นรอบนอกของร่างกายที่แสดงเพียงส่วนโค้ง ส่วนเว้า ไม่เห็นส่วนนูนหนาหรือ สร้างสรรค์งานทางทัศนศิลป์ได้มี
สผี ิว สังเกตงา่ ยๆ กค็ อื มองเหน็ เป็นลกั ษณะแบนๆ เหมอื นเงาของวตั ถ ุ การนา� เอารปู ทรงธรรมชาตมิ าใชม้ าก
รปู ร่างแบง่ ออกเป็นลกั ษณะใหญ่ๆ ได ้ ๓ ลกั ษณะ คือ ๒. รปู ทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงท่ีเกิดจากการสร้าง- เช่น ส่งิ กอ่ สรา้ ง อาคาร บ้านเรอื น
สรรคข์ องมนษุ ย ์ มลี กั ษณะเปน็ เหลย่ี ม โตะ๊ เกา้ อ ้ี รถยนต์ เป็นต้น
รปู ร่าง ลักษณะของรปู ร่าง ตัวอยา่ ง เป็นมมุ มคี วามโคง้ เป็นวงกลมหรอื
รปู กน้ หอย รปู ทรงเหลา่ นเ้ี ปน็ พนื้ ฐาน
๑. รปู ร่างธรรมชาติ ได้แก่ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เชน่ รปู รา่ งคน สัตว ์ ต้นไม้ ใบไม้ ในการออกแบบทางทศั นศลิ ป์
สามารถพบเห็นในสภาพแวดล้อม ดอกไม้ เปน็ ตน้
๒. รปู ร่างเรขาคณติ ทั่วไป ๓. รูปทรงอิสระหรือรปู ทรง ได้แก่ รูปทรงที่มีความเป็นอิสระ เชน่ สง่ิ อา� นวยความสะดวกในชวี ติ
ดัดแปลง ไม่มีรูปแบบหรือกฎเกณฑ์ตายตัว ประจ�าวัน รองเท้า โทรศัพท์มือถือ
ได้แก่ รูปร่างท่ีแสดงออกมาเป็น เช่น รูปร่างสี่เหลี่ยมด้านเท่า ไม่มีโครงสร้างแน่นอน สามารถ โซฟา เปน็ ตน้
แบบเรขาคณิต เป็นรูปร่างที่ม ี รูปร่างส่ีเหล่ียมผืนผ้า รูปร่าง เปลย่ี นแปลงไปตามสภาพแวดลอ้ ม
กฎเกณฑแ์ นน่ อนตายตวั ส่ีเหล่ียมจัตุรัส รูปร่างสามเหลี่ยม และความเหมาะสม
รปู รา่ งวงกลม เป็นต้น
4 5
๔) พื้นผิว (Texture) หมายถึง ลักษณะของบริเวณผิวของสิ่งต่างๆ ที่เม่ือสัมผัส เราสามารถเห็นรูปบนพื้นในงานศิลปะได้ก็เพราะรูปกับพื้นมีความแตกต่างกันในน้�าหนัก
จบั ต้องหรือเมือ่ เหน็ แล้วร้สู กึ ได้วา่ หยาบ ละเอียด มัน ด้าน เป็นขดี เปน็ รอย เปน็ เสน้ เป็นจดุ ในสีหรอื ในลกั ษณะผวิ ถ้ารูปกบั พนื้ มีน้า� หนกั สี หรือลักษณะผวิ เปน็ อย่างเดียวกัน เราจะไมเ่ ห็น
พื้นผิวของวัตถุต่างๆ เกิดขึ้นจากธรรมชาติและมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น ในผลงานทัศนศิลป์ด้าน รูป ดังนั้น ปัจจัยของการมองเห็นก็คือ ความต่างกันของรูปกับพื้นในการจัดองค์ประกอบศิลป์
จิตรกรรมหรือการวาดภาพระบายสี เราสามารถสร้างหรือออกแบบพ้ืนผิวด้วยสีหรือด้วยเทคนิค ถ้าปล่อยให้มีพื้นท่ีว่างมากและรูปทรงน้อย การจัดนั้นจะให้ความรู้สึกอ้างว้างโดดเด่ียว ในทาง
ของรอยพู่กันใหเ้ ปน็ พื้นหลงั ของภาพได้ ตรงกนั ขา้ ม ถ้าให้มรี ูปทรงหรอื เนอื้ หามากโดย
ลักษณะพ้ืนผิวโดยทั่วไปถือว่าเป็น ไม่ปล่อยให้มีพื้นท่ีว่างเลย ก็จะให้ความรู้สึก
ทัศนธาตุท่ีไม่ใช่เป็นหลักในการสร้างรูปทรง อึดอัดคับแคบ ดังน้ัน การจัดวางในสัดส่วนท่ี
ส่วนใหญ่จะใช้เป็นส่วนของพื้นภาพ มีศิลปิน พอเหมาะกจ็ ะใหค้ วามร้สู ึกท่พี อดแี ละงดงาม
หลายคนใช้ลักษณะของพื้นผิวเป็นทัศนธาตุที่ ๖) น้�าหนักอ่อน-แก่ (Value)
ส�าคัญในการสร้างสรรค์งาน ด้วยการใช้พ้ืนผิว หมายถงึ จา� นวนความเขม้ ความเจอื จางของสี
ลกั ษณะตา่ งๆ มาประกอบเปน็ รปู ทรงทส่ี มบรู ณ์ และแสงเงาตามทป่ี ระสาทตารบั ร ู้ ความออ่ น-แก่
ได ้ พนื้ ผิวทม่ี ีลักษณะแตกตา่ งกนั ย่อมให้ความ ของแสงเงาทา� ใหเ้ กดิ ระยะใกลไ้ กลเชน่ เดยี วกนั
ร้สู กึ ทแี่ ตกตา่ งกนั ด้วย เชน่ พน้ื ผวิ ท่เี รียบ โคง้ กับความอ่อน-แก่ของสี ในการสร้างสรรค์ ภาพ “Garden at Sainte-Adresse” ผลงานของ
ผลงานของเฮนรี มวั ร์ ซงึ่ แสดงลกั ษณะพนื้ ผวิ ทเี่ รยี บเนยี น เว้าของโซฟา ย่อมท�าให้เกิดความรู้สึกสบาย งานทัศนศิลป์ ถ้าหากออกแบบให้ภาพอยู่บน โกลด โมเน ซ่ึงใช้พ้ืนท่ีในการจัดวางภาพได้อย่าง
ใหค้ วามร้สู กึ นุ่มนวล น่าสมั ผัสลบู ไล้ ผ่อนคลายอารมณ์ อยากสัมผัส ส่วนพื้นผิว พื้นผวิ ระนาบเดียวกัน เมอื่ ใชน้ ้�าหนกั ที่ตา่ งกนั เหมาะสม ไม่ปลอ่ ยใหว้ า่ งมากหรอื น้อยจนเกินไป
ท่ีดหู ยาบขรุขระจะให้ความร้สู ึกทีแ่ ขง็ กระดา้ ง ของสีและแสงเงา จะท�าให้เกิดเป็นรูปลักษณ์
จากลักษณะพื้นผิวท่ีให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ศิลปินจึงน�าเอาลักษณะพื้นผิวมา ตา่ งๆ บนระนาบนน้ั ทา� ใหม้ องเหน็ มติ ติ า่ งๆ ได้
สร้างสรรค์ผลงานทางทัศนศิลป์ซ่ึงเป็นองค์ประกอบท่ีส�าคัญประการหนึ่ง เพราะสร้างความรู้สึก เช่น เห็นเปน็ ภาพระยะใกล้ไกลซอ้ นทับกันหรือ
ต่างๆ ให้เกดิ กบั ผู้ชมได้ มคี วามกลมกลนื หรอื ตดั กนั กไ็ ด ้ เปน็ ตน้ วธิ กี าร
๕) พน้ื ทว่ี า่ ง (Space) หมายถงึ ชอ่ งหรอื บรเิ วณทล่ี อ้ มรอบรปู รา่ ง รปู ทรง ไมใ่ ชส่ ว่ น ให้น้�าหนักอ่อน-แก่ในการสร้างสรรค์งานทัศน-
ทเี่ ปน็ รปู รา่ งหรอื เนอื้ หา บรเิ วณทเ่ี ปน็ พน้ื ทวี่ า่ งรอบๆ รปู ทรงหรอื เนอ้ื หาเรอื่ งราว เมอ่ื เราสรา้ งสงิ่ หนงึ่ ศิลป์สามารถจา� แนกออกเป็น ๒ ประเภท ดงั นี้
ขึน้ ในทวี่ า่ ง เราเรยี กส่งิ นน้ั วา่ รปู ทรง ในงานศิลปะช้นิ หน่ึงจงึ มีรูปทรงกบั พื้นท่วี า่ งประกอบกันอยู่ ๖.๑) น้�าหนักอ่อน-แก่ของสี
ในงานประติมากรรม เราเรียกวตั ถุทสี่ รา้ งขึ้นนนั้ ว่า รปู ทรง และเรยี กความว่างรอบๆ ในการใชน้ า�้ หนกั ออ่ น-แกข่ องสนี จี้ ะเปน็ ลกั ษณะ
ตัววัตถหุ รือรูปทรงนวี้ า่ ทว่ี า่ ง ๒ มิติ ไดแ้ ก ่ ภาพเขยี นตา่ งๆ ภาพพมิ พ ์ เมอ่ื
ในงานจิตรกรรมหรือภาพพิมพ์ เราอาจเรียกสิ่งท่ีวาดหรือเขียนขึ้นหรือพิมพ์ลงบน มองดว้ ยสายตาจะเหน็ ระยะใกลไ้ กล มคี วามลกึ
แผ่นภาพว่า รปู ทรง และเรียกบรเิ วณที่ว่างรอบๆ รปู ทรงวา่ ที่ว่าง ได้ แตโ่ ดยท่ัวไปแลว้ เรามกั จะ นอกจากน้ี น้�าหนักอ่อน-แก่ของการใช้สียัง
เรียกว่า รูป แทนรูปทรง และ พ้นื แทนทีว่ า่ ง แบ่งได้อีกหลายลักษณะ เช่น ใช้สีเดียวหรือ
รูปทีใ่ ชค้ กู่ บั พื้น ในทางภาพวาดแลว้ จะหมายถึง รปู ร่างของสิ่งใดกไ็ ดท้ ีป่ รากฏบนพ้นื ภาพ “The Last Judgment” (การตัดสินครงั้ สดุ ท้าย) หลายสีก็ได้ โดยวิธีการไล่น�้าหนักของสีจาก
เช่น คน สตั ว ์ ส่งิ ของ จดุ ขดี รูปเรขาคณติ หรอื รปู ทรงนามธรรม ผลงานของมีเกลันเจโล บูโอนาร์โรตี ซ่ึงใช้น้�าหนัก สีเข้มไปจนถึงสีอ่อนสุด หากใช้สีด�าก็จะไล่
อ่อน-แก่ของสีจนทา� ใหเ้ กิดความเขม้ แตกตา่ งกัน น้า� หนกั จากดา� และให้จางลงไปจนถงึ ระยะขาว
6 EB GUIDE http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/02 ๗
๖.๒) น้�าหนักอ่อน-แก่ของแสงเงา หมายถึง แสงสว่างและเงามืด ซ่ึงจะท�าให้ ๗.๑) หนา้ ทขี่ องส ี สที า� หนา้ ทเี่ ชน่ เดยี วกบั นา�้ หนกั ทกุ ประการ แตเ่ พม่ิ หนา้ ทพี่ เิ ศษ
เกิดการมองเห็นสิ่งต่างๆ เป็นลักษณะ ๓ มิติ เช่น ทรงกลม ทรงเหลี่ยม มองเห็นความโค้ง ทีส่ า� คัญที่สุดขึน้ อกี ประการหนงึ่ นัน่ คือ อิทธิพลของสีทีม่ ตี อ่ อารมณ ์ ความรู้สกึ ของการรบั รู้
ความเบีย้ ว ความนูน ความเวา้ เม่ือแสงสาด สีให้ความรูส้ ึกตา่ งๆ ดงั น้ี
กระทบวัตถุที่มีสี ส่วนท่ีถูกแสงสว่างจะเป็น
สีอ่อน ส่วนมืดจะอยู่ตรงข้ามกับด้านแสงส่อง เหลือง สว่างสดใส
สว่างมากระทบ ดงั นั้น แสงและเงาจึงมคี ุณคา่ แดง ตนื่ เตน้ อันตราย ปิตยิ นิ ดี
อ่อน-แก่ปรากฏอยู่ร่วมกันบนวัตถุตั้งแต่ส่วนที่ ชมพู อ่อนหวาน นุ่มนวล
สวา่ งจนถงึ มดื ดา� นา้� หนกั ทอี่ อ่ น กลาง แก ่ จะใช้ เขยี ว ปลอดภัย มชี วี ิต สดช่นื
ในการจัดองค์ประกอบศิลป์ด้วย น้�าเงิน สง่า หนกั แน่น ม่งุ ม่ัน
๗) สี (Colors) สีมีปรากฏอยู่ ม่วง ลึกลับ เศร้าซมึ
ทั่วไปรอบๆ ตวั เราในธรรมชาติและสงิ่ ทีม่ นุษย์ เทา สุขุม สงบเงียบ
สร้างขึ้น สีมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ท�าให้เกิด นา้� ตาล แหง้ แลง้ อบอนุ่ สงบ
ความรู้สึกแตกต่างมากมาย เช่น ท�าให้รู้สึก ขาว สะอาด บริสทุ ธ์ิ ใหม่
ภาพ “แสงสุวรรณภูมิ (วัดระฆังฯ)” ผลงานของปรีชา เศร้าซึม หม่นหมอง ต่ืนเต้น ร่าเริงหรือสดใส ด�า เศรา้ โศก หดหู่
เถาทอง ที่ใช้การไล่น�้าหนักอ่อน-แก่ของแสงเงา จน มนุษย์จึงมีความผูกพันเกี่ยวข้องกับสีมาตลอด
ท�าให้ภาพเกิดความสวยงาม สมจริง à¡Ã´ç ÈÅÔ »Š
ชีวิต ดังจะเห็นได้จากนับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หรือสมัยก่อนที่มนุษย์จะรู้จักบันทึก คุณสมบตั ขิ องสี
เร่ืองราวเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ได้ปรากฏหลักฐานท่ีแสดงให้เห็นว่ามนุษย์รู้จักน�าสีมาใช้ใน สีมีคุณสมบัตอิ ยใู่ นตวั ของมนั เอง ๓ ลกั ษณะ ดังน้ี
กิจกรรมต่างๆ เช่น ภาพเขียนสีในผนังถ�้าของมนุษย์โบราณที่ประเทศฝร่ังเศส หรือภาพเขียนสี 1. สีแท (Hue) หมายถึง เน้ือสีของแต่ละสีที่แสดงคุณสมบัติของสีออกมาให้เห็นได้ตามลักษณะของเน้ือสี
ที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น ดังน้ัน จึงมีความจ�าเป็นที่ควรท�าความเข้าใจเกี่ยวกับ สีแท้เกดิ จากการผลติ ขึ้นมาโดยเฉพาะ เช่น สเี หลือง แดง นา�้ เงิน ม่วง เปน็ ต้น
เร่ืองสี ท้ังน้ี เพ่ือประโยชน์ของการน�ามาใช้ในชีวิตประจ�าวันและเพ่ือสร้างสรรค์งานศิลปะให้ม ี ๒. คุณคา่ ของสี (Value) หมายถึง น้า� หนักของสีที่มีความอ่อน-แก่ของสี โดยทา� ใหส้ แี ทจ้ างลงหรือเขม้ ขึน้
คณุ คา่ มากย่ิงขึน้ ซึ่งท�าได้โดยใช้สีขาวผสมในสีแท้จะท�าให้สีแท้จางลง เม่ือต้องการให้เข้มข้ึนก็ผสมด้วยสีด�า ถ้าเป็นสีน�้าเมื่อ
การเกิดขึ้นของสีโดยการย้อม เคลือบ หรือเขียนภาพที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เกิดจาก จะทา� ให้จางลงกใ็ ช้น้า� เปน็ ตวั ละลาย ไม่ต้องผสมด้วยสีขาว
นักเคมีได้คิดค้นขึ้นตามทฤษฎีการค้นพบสีในแสงสว่างของเซอร์ไอแซค นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ 3. ความเดน่ ชดั ของส ี (Intensity) หมายถึง ความสดหรอื ความบรสิ ทุ ธขิ์ องสีสหี นงึ่ สที ่ถี ูกผสมด้วยสีดา� จะ
ชาวองั กฤษ นกั เคมไี ดผ้ ลติ เนอ้ื สขี นึ้ ดว้ ยสารประกอบทางเคมหี รอื ไดจ้ ากธรรมชาตนิ �ามาสงั เคราะห์ หม่นลง ความเด่นชัดหรอื ความจัดของสีจะลดลง ความจดั ของสจี ะเรยี งล�าดบั จากจดั ทส่ี ุดไปจนหม่นทสี่ ดุ ไดด้ ้วยการ
ข้ึนใหม่ รวมทั้งการคิดค้นสีเพิ่มขึ้นโดยการทดลองผสมกันระหว่างสีให้เกิดอีกสีหนึ่ง ศิลปิน ค่อยๆ เพม่ิ ปริมาณของสีด�าท่ผี สมเข้าไปทีละน้อยจนถงึ ลา� ดับท่คี วามจดั ของสมี นี ้อยที่สดุ คือ เกอื บด�า
ใช้สีในการเขียนภาพและค้นพบวิธีการใช้สีในทางศิลปะ จนเกิดทฤษฎีการใช้สีหลายทฤษฎีตาม
แนวทางของกลมุ่ ศิลปนิ และตามยุคสมยั ที่เปลยี่ นแปลงไป 9
สีเป็นทัศนธาตุท่ีส�าคัญในการสร้างสรรค์ศิลปะ และยังมีส่วนสัมพันธ์กับส่วนประกอบ
อ่ืนๆ ทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบของภาพดว้ ย ฉะนั้น รายละเอียดในเรือ่ งท่เี ก่ยี วขอ้ งกับสีจึงมีอยูม่ ากมาย
แต่ส่ิงที่เราจ�าเปน็ ต้องเรยี นร้เู พอ่ื น�าไปใชใ้ นการสร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป ์ จะประกอบด้วย
8
๗.๒) แม่สีและหลักการผสมสี การที่เรามองเห็นวัตถุมีสีต่างๆ ได้นั้น เน่ืองจาก (๓) สขี ้ันท่ี ๓ (Tertiary Colors) เกดิ จากการนา� สีข้ันท่ ี ๒ ผสมกบั แมส่ ี
ในแสงมีสีต่างๆ รวมกันอยู่แล้วทุกสี แต่ได้ผสมกันอย่างสมดุลจนกลายเป็นสีขาวใส เมื่อแสง ทีละคู่ จะไดส้ เี พมิ่ ขน้ึ อกี ๖ ส ี คือ สสี ้มเหลอื ง สม้ แดง เขียวเหลือง เขยี วนา�้ เงิน มว่ งแดง และ
กระทบวัตถุที่มีสี วัตถุน้ันจะดูดสีท้ังหมดของแสงไว้แล้วสะท้อนสีที่เหมือนกับตัววัตถุออกมา เรา ม่วงน้�าเงิน
จึงมองเหน็ สขี องวตั ถุน้ัน เชน่ แสงส่องมาถกู ลูกโปง่ สแี ดง สีแดงของลกู โป่งจะจบั กับสแี ดงในแสง
แล้วสะทอ้ นสแี ดงนนั้ เข้าสตู่ าของเรา เราจึงมองเหน็ ลกู โปง่ สแี ดง สีขั้นท่ ี ๓
นอกจากสที เี่ กดิ ผลจากแสงแลว้
ยงั มสี ที ไ่ี ดจ้ ากสารเคมแี ละจากวตั ถธุ รรมชาตมิ า
สงั เคราะห์เกดิ เป็นสตี า่ งๆ มากมาย เราเรียกวา่ แดง + สม้ ส้มแดง เหลือง + เขียว เขียวเหลือง
สจี ากวตั ถุธาต ุ ซึ่งหมายถงึ วตั ถทุ ่ีเปน็ เนื้อสอี ยู่
ในตวั เอง เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าทางเคม ี เปน็ สที ชี่ า่ ง
เขียนใช้ในการเขียนภาพ รวมทั้งสีประเภททา
อาคาร บ้านเรอื น สีของเครอ่ื งใช้ต่างๆ สวี ัตถุ แดง + มว่ ง มว่ งแดง น้�าเงนิ + เขยี ว เขียวนา�้ เงนิ
ธาตุสามารถน�ามาผสมกันเปน็ ขั้นๆ ไดด้ ังน้ี
(๑) แม่สีหรือสีขั้นต้น
แมส่ ขี องวัตถุธาตุ (Primary Colors) เปน็ แมส่ ขี องวตั ถธุ าต ุ เปน็ เหลือง + ส้ม ส้มเหลือง นา�้ เงนิ + มว่ ง ม่วงนา�้ เงิน
สีทมี่ ีเนือ้ แท้อยใู่ นตวั มีอย ู่ ๓ สที เ่ี ราไมอ่ าจผสมขึน้ ได้ คอื สเี หลือง แดง และน้�าเงนิ
(๒) สีข้นั ท่ี ๒ (Secondary Colors) เกิดจากการนา� แม่สที ัง้ ๓ มาผสมกัน สีข้ันที ่ ๑ ขัน้ ที ่ ๒ และขนั้ ท่ ี ๓ ท้ัง ๑๒ สี รวมกันเปน็ วงสีธรรมชาต ิ ซึง่ ถ้าน�าสี
เข้าทลี ะคู่ ดว้ ยอัตราส่วนเทา่ กนั จะได้สขี นั้ ท ี่ ๒ หรือลกู สเี พมิ่ ข้นึ อีก ๓ ส ี คอื สีส้ม เขยี ว มว่ ง ทุกสีมาผสมรวมกันเขา้ จะไดส้ ีเทาแก่ๆ เกือบดา� เรียกวา่ สีกลาง (Neutral Colors) หรือถา้ น�า
สีขนั้ ท่ ี ๒ แมส่ ี ๓ สีมาผสมรวมกันเข้าก็ได้สกี ลางเช่นเดียวกนั
๗.๓) การนา� สีไปใช ้ ในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะ สีเปน็ ทัศนธาตหุ นง่ึ ทสี่ �าคญั กวา่
รปู ทรงซึง่ ถอื วา่ เป็นเพียงส่วนประกอบเทา่ น้ัน อย่างไรกต็ าม
การใชส้ มี ที งั้ ยดึ กฎเกณฑห์ รอื ทฤษฎ ี และปราศจากกฎเกณฑ์
เหลอื ง + แดง สม้ ใดๆ การนา� สีไปใชเ้ พ่อื ใหเ้ กิดความงามทางศลิ ปะจงึ ส้มเหลือง
เหลอื ง + น้�าเงนิ เขยี ว จ�าเปน็ ตอ้ งศึกษาเรื่องสีให้เขา้ ใจในประการสา� คญั ๆ เขยี ว เหลอื ง แดง
้สมแดง
เขยี วเหลอื ง
้สม
เพื่อการสรา้ งสรรคผ์ ลงานตามวัตถุประสงค ์ ดงั นี้ เขียวนา�้ เงนิ
(๑) วรรณะสี (Tone) จากวงสี น้า� เงนิ
ธรรมชาติ ในทางศิลปะไดม้ ีการแบง่ วรรณะของสีออกเป็น ่มวง ้�นาเ ิงน
๒ วรรณะ คอื สีวรรณะอนุ่ (Warm Tone) ไดแ้ ก ่ สีท่ใี ห้ ่มวง
ม่วงแดง
แดง + น้า� เงิน ม่วง ความรูส้ กึ อบอุ่นหรือรอ้ น และสีวรรณะเยน็ (Cool Tone) วงสธี รรมชาติ ประกอบดว้ ยสี ๑๒ สี
10 ได้แก่ สที ใ่ี ห้ความรูส้ กึ เย็น สงบ สบาย
11
หากแบ่งวงสธี รรมชาตอิ อกเปน็ ๒ ซกี ด้วยเส้นด่ิงเส้นหนงึ่ ซีกทางขวามือ คุณค่าสขี องสสี เี ดียวเมอ่ื ผสมกับสีขาวจะมีคา่ คอ่ ยๆ ลดลงจนเกือบขาวหรอื ขาว
ซึ่งมีสีเหลือง (ครึ่งหน่ึง) ส้มเหลือง ส้ม ส้มแดง แดง ม่วงแดง จะอยู่ในสีวรรณะอุ่น และ
ม่วง (คร่งึ หน่งึ ) ม่วงนา�้ เงนิ น้า� เงิน เขียวน�้าเงนิ เขยี วเหลือง เขยี ว จะอยใู่ นสวี รรณะเยน็ สีม่วง
และเหลืองเป็นสีที่อยู่ในวรรณะกลางๆ ถ้าอยู่ในกลุ่มของสีอุ่นก็จะอุ่นด้วย ถ้าอยู่ในกลุ่มสีเย็นก็จะ
เย็นดว้ ย มกี ารทดลองวดั อณุ หภูมขิ องแถบสที เี่ กิดจากการหักเหของแสงดว้ ยเครือ่ งวัดทม่ี ีความไว
มากๆ ปรากฏวา่ ทางด้านทเี่ ปน็ สีแดงจะมอี ณุ หภมู สิ งู กวา่ ดา้ นสีน้า� เงิน
สวี รรณะเยน็ สวี รรณะอนุ่
คณุ คา่ สขี องสีสีเดยี วเมื่อผสมกับสดี า� จะมคี ่าคอ่ ยๆ เพม่ิ ข้นึ จนมดื หรือดา�
สวี รรณะอ่นุ (๓) ความเด่นชัดของสี (Intensity) หมายถึง สีท่ีปรากฏเด่นในการเขียน
ภาพ โดยการใช้สีสดใสให้ปรากฏเด่นขึ้นมาบนโครงสีส่วนรวมท่ีเป็นสีกลางหรือสีอ่อนจาง ซ่ึงจะ
เขยี ว สม้ เหลอื ง แดง ชว่ ยให้ภาพสวยงาม มีความน่าดูย่งิ ขึ้น เช่น ภาพธรรมชาติตอนพระอาทติ ยใ์ กลจ้ ะตกดนิ ท้องฟ้า
เขียวน้�าเงนิ เหลือง ้สมแดง
เขยี วเหลือง
สีวรรณะเ ็ยนน้�าเงิน ้สม จะค่อยๆ มืดลง สภาพสีส่วนรวมจะเป็นสีหม่นค่อนข้างไปในทางมืด แต่ดวงอาทิตย์และบริเวณ
ม่วง �้นาเ ิงน ทด่ี วงอาทติ ยก์ า� ลงั จะลบั ขอบฟา้ จะมแี สงสสี ดใสสาดสอ่ งกระทบกบั กอ้ นเมฆ เปน็ ภาพทส่ี วยงามมาก
่มวง (๔) สเี อกรงค ์ (Monochrome) หมายถงึ สที แ่ี สดงความเดน่ ชดั ออกมาเพยี ง
ม่วงแดง สีเดยี วหรอื ใช้เพยี งสีเดยี วในการเขยี นภาพ โดยใหม้ ีคา่ อ่อน กลาง แก่ ลักษณะคล้ายกบั ภาพถ่าย
สีเดียว ขาวด�า หรือจะใช้สีอื่นเป็นหลักแล้วไล ่
นา�้ หนกั เพมิ่ ลดความเขม้ ตามทตี่ อ้ งการในภาพ
สเี อกรงค์ที่นิยมใช้ ไดแ้ ก ่ สีนา้� ตาล ดา� นา้� เงนิ
แมเ้ ปน็ เพยี งการใชส้ สี เี ดยี ว แตก่ ใ็ หค้ วามงดงาม
สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของมนุษย ์ และคุณค่าเชน่ เดียวกนั กบั ภาพท่ีใชห้ ลายสี
ศิลปินจึงมีวิธีในการเลือกใช้สีวรรณะอุ่นหรือสีวรรณะเย็นมาสร้างสรรค์ผลงานเพ่ือสะท้อนให้เห็น การใช้สีเอกรงค์ในการ
ในสิ่งท่ีต้องการ ศิลปินมีสีเป็นวัสดุเพียงอย่างเดียวก็สามารถสร้างงานจิตรกรรมท่ีสมบูรณ์ได้ เขียนภาพจะสามารถสร้างสรรค์ความงามได้
เพราะในสมี คี วามเปน็ ทัศนธาตสุ ว่ นอ่นื ๆ ดว้ ย กลา่ วคือ ในสีมเี ส้นเปน็ เสน้ รอบนอกของบรเิ วณสี ในดา้ นความกลมกลนื เปน็ ประการสา� คญั จะไม่
หรอื สีทเ่ี ขียนเปน็ เสน้ ในสีมีน้�าหนักอ่อน-แก ่ มีลักษณะพ้ืนผิว มีทวี่ า่ งในแผน่ สี แสดงถึงความขัดแย้งด้วยสี แต่สามารถสร้าง
(๒) คุณคา่ ของสี (Value) หมายถงึ สใี ดสีหนึ่งทีเ่ ราท�าให้ค่อยๆ จางลงจน ความแตกตา่ งดว้ ยนา้� หนกั ของสรี ะหวา่ งสที อ่ี อ่ น
ขาวหรือดูสว่างและท�าให้ค่อยๆ เข้มขึ้นจนมืด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น ๗-๘ ระยะ ประโยชน์ใน ทสี่ ดุ กบั สที แี่ กท่ สี่ ดุ และสเี อกรงคส์ ามารถแสดง
คณุ คา่ ของสที ใี่ ชเ้ พอื่ การสรา้ งสรรคง์ านกค็ อื ทา� ใหไ้ ดภ้ าพทเ่ี กดิ ระยะใกลไ้ กลเหมอื นจรงิ ในธรรมชาต ิ แสงเงาและระยะใกล้ไกลของวัตถุได้ง่ายกว่า ภาพ “A Spring Dawn” ผลงานของวาเลอรี
และเปน็ ลวดลายแสดงน้�าหนักอ่อน-แกท่ ีง่ ดงาม โดยอาศยั หลกั ของการไลน่ า�้ หนกั ออ่ น-แกข่ องสี บุซซีกนิ (Valery Busygin) ซงึ่ เน้นการใชส้ สี ว่างสดใส
ในการวาดภาพ ท�าใหภ้ าพมีความสวยงาม
1๒ EB GUIDE http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/03
13
(๕) สคี ตู่ รงข้าม (Complementary Colors) หมายถงึ สที อ่ี ยู่ตรงกนั ข้ามกัน ๒.1 ความหมายและความสา� คัญของการออกแบบ
ในวงสีธรรมชาต ิ เป็นคูส่ ีกัน คือ สคี ูท่ ต่ี ัดกนั หรือเรยี กว่า สตี รงข้ามกันหรอื สตี ดั กนั (Contrast)
ถ้าน�ามาใช้คู่กันจะท�าให้เกิดความรู้สึกตัดกันอย่างรุนแรง คู่สีน้ีถ้าน�ามาผสมกันจะได้เป็นสีกลาง การออกแบบ หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์และความงาม ด้วยการ
แตถ่ า้ นา� สหี นงึ่ เจอื ลงไปในสคี ขู่ องมนั เลก็ นอ้ ย จะทา� ใหส้ นี น้ั หมน่ ลง ถา้ เจอื มากจะหมน่ มาก จติ รกร น�าทัศนธาตุทางศิลปะและหลักการจัดส่วนประกอบของการออกแบบมาใช้ รวมถึงการปรับปรุง
บางกลุ่มใชส้ คี ตู่ รงข้ามนแ้ี ทนสีด�าในการท�าให้อกี สีหน่งึ หมน่ ลง ของเดิมทมี่ ีอยแู่ ลว้ มาดัดแปลงให้เหมาะสมยง่ิ ขนึ้
กระบวนการทส่ี �าคัญทีส่ ุดในงานสรา้ งสรรค์ประเภททัศนศลิ ปน์ นั้ จะดดู ี สวยงาม แปลก
เหลือง มว่ ง เขียวนา้� เงนิ ส้มแดง ใหม ่ สื่อความหมายได้ชัดเจนหรือไม ่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ การออกแบบอยา่ งมีคุณภาพในงาน
ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนทักษะพื้นฐานในเรื่องของการใช้ทัศนธาตุและ
เขยี วเหลอื ง ม่วงแดง น้า� เงิน ส้ม หลกั การออกแบบทางศลิ ปะมาเปน็ องคป์ ระกอบหลกั ในกระบวนการสรา้ งสรรคง์ าน จงึ จะกอ่ ใหเ้ กดิ
ความงามในลกั ษณะต่างๆ ตามวัตถปุ ระสงคไ์ ด ้ ดังนั้น การสรา้ งสรรค์สงิ่ ใดก็ตาม สิง่ แรกทต่ี อ้ งท�า
เขยี ว แดง ม่วงนา้� เงิน ส้มเหลอื ง คอื การออกแบบ จากขนั้ ตอนแรกเปน็ การออกแบบเปน็ ภาพจนิ ตนาการในสมอง เปน็ การออกแบบ
โดยการคดิ จากนนั้ กถ็ า่ ยทอดความคดิ นน้ั ออกมาเปน็ รปู ธรรมทม่ี องเหน็ ได ้ อาจเปน็ ภาพหรอื แบบ
สีท่อี ยตู่ รงข้ามกนั ในวงสธี รรมชาติ จ�าลองทีม่ ีรูปทรง ขนาดสัดสว่ น ให้สามารถมองเห็นผลงานท่จี ะสร้างได้อย่างชดั เจน
นอกจากการเรียนรู้ถึงความหมายและความส�าคัญของการออกแบบแล้ว สิ่งท่ีต้อง
๒. หลักการออกแบบ คา� นึงถงึ ก็คือ ลกั ษณะสา� คัญของการออกแบบ ซง่ึ มีสาระสา� คัญ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการปรบั ปรงุ ผลผลติ หรอื ผลงานทม่ี อี ยเู่ ดมิ ใหด้ แู ปลกใหมม่ ากขนึ้
มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด สติปัญญา รู้จักสร้างสรรค์ ท�าให้เกิดสิ่งต่างๆ ที่มีคุณค่าแก่ชีวิต
สามารถน�ามาใช้สอยให้เกิดประโยชน์ตามความเหมาะสมในการด�าเนินชีวิต เช่น การแต่งกาย การออกแบบสวนด้วยการน�าทัศนธาตุทางศิลปะมาประยุกต์ใช้ ย่อมท�าให้ผลงานที่ออกมามีความสวยงาม แปลกใหม่
การประดับประดา การตกแต่งท่ีอยู่อาศัย สถานที่ท�างาน อาคาร ร้านค้า ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยการ และกลมกลนื กับสภาพแวดลอ้ มไดอ้ ย่างลงตัว
ออกแบบ ซ่ึงจ�าเป็นต้องเข้าใจถึงความเป็นมา การพัฒนาทางการออกแบบ หลักการออกแบบ
หน้าท่ีประโยชน์ใช้สอยและความงาม รวมเรียกว่า การสร้างสรรค์ศลิ ปะ 15
จินตนาการและการแสดงออกของมนุษย์เก่ียวกับการออกแบบมีความแตกต่างกันไปตาม
ศักยภาพของแต่ละบุคคลท้ังด้านสติปัญญาและกระบวนการคิด การสร้างสรรค์งานรูปแบบ
ใหมๆ่ ขน้ึ มา ภายใต้แรงบนั ดาลใจของผอู้ อกแบบทีค่ �านึงถงึ ความตอ้ งการ ความสวยงาม ความ
กลมกลืน ตลอดจนความลงตัวขององค์ประกอบด้านรูปทรง สี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการ
ทม่ี รี สนิยม มสี สี ัน และการนา� ไปใช้ประโยชน์ ผลงานจากศลิ ปะของการออกแบบมีความแตกตา่ ง
กันออกไปในแต่ละดา้ น เช่น สถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่ง งานวิจติ รศิลป ์ แตโ่ ดยพ้ืนฐาน
ส�าคัญแล้ว งานออกแบบจะต้องมีสุนทรียภาพ มีความสอดคล้องลงตัว รวมท้ังผู้สร้างสรรค์เอง
จะต้องเข้าใจหลักการและมีความซาบซึ้งต่อความเป็นศิลปะ ความเข้าใจ และความรู้สึกเหล่าน ้ี
จะกอ่ ให้เกดิ ผลงานทางศลิ ปะทสี่ มบูรณ์ยิง่
14
๒. ผลงานทอี่ อกแบบตอ้ งสอดคลอ้ งกับประโยชน์และหน้าท่ีใชส้ อย สรา้ งสรรคเ์ พราะเปน็ ระยะเวลาทม่ี คี วามเจรญิ กา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการ โดยเฉพาะสาขาฟสิ กิ สใ์ นเรอ่ื ง
๓. ผลงานมคี วามกลมกลืน มีสดั สว่ นทีเ่ หมาะสม มลี ักษณะเป็นอันหน่งึ อนั เดียวกนั แรงโน้มถ่วง พลงั งานไฟฟา้ แสง เสยี ง คณุ สมบัตจิ ากวทิ ยาการสาขาต่างๆ ไดถ้ กู นา� มาใชใ้ ห้เกดิ
๔. มกี ารจัดองคป์ ระกอบท่ีงดงาม ประโยชน์ทางการประดิษฐ์คิดค้นเคร่ืองจักรกลเพ่ือการผลิต ผลงานการออกแบบจึงเป็นลักษณะ
๕. ผู้ออกแบบต้องมีความสามารถในการวางแผนด�าเนินการให้ตรงกับวัตถุประสงค ์ ของช่างฝีมือหรืองานฝีมือมากกว่าการให้ความส�าคัญกับความงามทางศิลปะ ซ่ึงมีผลกระทบ
ท่ีกา� หนดขนึ้ ต้ังแต่การเลือกวัสดุให้สอดคลอ้ งกับรูปแบบตามทคี่ ดิ สร้างสรรคไ์ ว้ โดยตรงต่อลกั ษณะงานออกแบบและวธิ กี ารท�างานของศลิ ปิน
การออกแบบทางเครอื่ งจกั รทา� ใหไ้ ดผ้ ลงานทมี่ รี ปู ลกั ษณะและรปู แบบทมี่ กี ระแสตอ่ ตา้ น
๒.๒ พัฒนาการของการออกแบบ ว่าไร้รสนิยม อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าจึงต้องเร่งระดมบรรดาศิลปิน ช่างฝีมือ และผู้ผลิต
ประสานกันเพ่ือการพัฒนารูปแบบที่ผลิตด้วยเครื่องจักรกล ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบของงาน
ในอดีตกาล มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ มีวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาต ิ ศลิ ปะสรา้ งสรรค์นอกเหนอื จากประโยชนใ์ ชส้ อยเปน็ หลัก
มกี ารด�าเนนิ ชีวิตอย่างค่อยเปน็ คอ่ ยไปตามกาลเวลา ไม่มกี ารแขง่ ขันทางการคา้ ใดๆ ต่อมามนษุ ย ์ กระแสการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงของศิลปะการออกแบบจึงก้าวเข้าสู่ยุคของ
เริ่มรู้จักแก้ปัญหาต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาหรือคิดหาสิ่งอ�านวยความสะดวกท่ีเก่ียวกับ การแข่งขันกันระหว่างคู่แข่งในตลาดเพื่อเพ่ิมมูลค่าผลิตภัณฑ์ ภายหลังได้พัฒนาการออกแบบ
การใช้ชีวิตประจ�าวัน เช่น รู้จักหาส่ิงมาปกปิดร่างกาย สร้างท่ีพักอาศัย ท�าเคร่ืองมือเคร่ืองใช ้ มาเป็นเจาะจงเฉพาะประเภท เช่น ออกแบบรูปลักษณ์ของภาพยนตร์ อาคารบ้านเรือน
ในการประกอบอาชีพ การที่มนุษย์พยายามสร้างสรรค์ส่ิงต่างๆ และมีความคิดในการปรับปรุง ด้วยเหตุนี้ นักออกแบบสมัยใหม่จึงต้องมีความรอบรู้ท้ังทางวิทยาการในแต่ละศาสตร์ และมี
ตนเอง รวมท้ังสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบเพราะรู้จักคิดสร้างสรรค ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ควบคู่กันไป ต้ังแต่คริสต์ศตวรรษท่ี ๒๐ เป็นต้นมา งานออกแบบถือ
สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา รู้จักคิดแก้ปัญหาโดยอาศัยส่ิงท่ีมีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการ ได้ว่าเป็นอาชีพหน่ึงท่ีจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบในเรื่องใดเรื่องหน่ึง
ด�ารงชพี ท้งั ของตนเองและสงั คม ซง่ึ กล่าวไดว้ า่ มนษุ ย์มกี ารออกแบบต้ังแต่ยุคโบราณ แตเ่ ปน็ การ โดยเฉพาะ และเปน็ อาชพี ท่ีมรี ายไดส้ ูงไม่แพ้อาชีพส�าคญั อืน่ ๆ
ออกแบบเพือ่ การด�ารงชีวติ ซง่ึ ยงั ไมม่ รี ูปแบบขัน้ ตอนหรอื รปู ลกั ษณข์ องงานออกแบบเชน่ ปจั จุบัน
การออกแบบมีพัฒนาการตามยุคสมัยต่อๆ มา จากยุคสังคมเกษตรกรรมสู่ยุคสังคม ๒.3 แนวคิดในการออกแบบ
อุตสาหกรรม ในยุคสังคมอุตสาหกรรมได้มีความชัดเจนมากข้ึนในรูปลักษณ์ของงานออกแบบ
การสรา้ งสรรคผ์ ลงานของมนษุ ยน์ นั้ ธรรมชาตทิ ป่ี ระกอบไปดว้ ยรปู ทรงตา่ งๆ ลว้ นมสี ว่ นทา� ให้
ในสมัยปฏิวัตอิ ุตสาหกรรมในยุโรปไดม้ ีการนา� เครอื่ งจกั รไอน�า้ ทป่ี ระดษิ ฐ์คิดคน้ ขน้ึ ได้มาใชง้ าน ซึง่ ถกู ออกแบบโดยเน้น มีสิ่งต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องท�าให้เกิดแนวคิด เกดิ แนวคดิ ในการออกแบบของมนุษย์
ประโยชนใ์ ช้สอยในการด�าเนนิ ชวี ติ ของมนุษย์มากกว่าเน้นความงามทางศิลปะ ในการออกแบบ ซงึ่ ประกอบดว้ ยเรอื่ งดงั ตอ่ ไปนี้
16 ๑) แนวคิดจากธรรมชาติ
ธรรมชาติน้ันนับว่าเป็นปัจจัยส�าคัญต่อการ
ออกแบบเพราะสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติประกอบ
ไปด้วยรูปทรงท่ีมีรูปลักษณะสมบูรณ์ลงตัว
และรูปทรงที่มีรายละเอียดสลับซับซ้อนทั้ง
ลีลา จังหวะ และสีสันสวยงาม เป็นสิ่งที่มีอยู่
ในธรรมชาติทั้งประเภทไม่มีชีวิตและประเภท
มีชีวติ เชน่ คน สตั ว์ พชื กอ้ นหิน ภูเขา ล�าธาร
ผิวน�้าที่พลิ้วไหว ซึ่งนับเป็นแนวคิดท่ีได้จาก
ธรรมชาติ
http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/04 EB GUIDE 1๗
แม้ว่าความวิจิตรงดงามที่เกิดจากธรรมชาติเป็นสิ่งท่ีมนุษย์ไม่สามารถจะสร้างสรรค์ ๒.4 หลักในการออกแบบ
ให้เหมือนได้ แต่มนุษย์ก็ได้อาศัยข้อมูลต่างๆ จากธรรมชาติมาใช้ในงานออกแบบ ซึ่งจะมี
กระบวนการกล่ันกรอง ขัดเกลา ปรับเปล่ียน แม้ว่าจุดมุ่งหมายของการออกแบบส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นด้านประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก
ดัดแปลงให้เหมาะสม กลมกลืนตรงตาม แต่ต้องค�านึงถงึ ความงามควบคู่กันไปดว้ ย รวมทงั้ การเลอื กวสั ดุทีเ่ หมาะสมและประหยัด พ้นื ฐาน
วัตถุประสงค์ของงานออกแบบ ท่ใี ช้ในการออกแบบประกอบดว้ ย เส้น แสง-เงา สี ช่วงจังหวะ ลกั ษณะพ้ืนผิว รปู ร่าง รปู ทรง
๒) แนวคดิ จากประสบการณ์ ความสมดลุ ความกลมกลนื มีเอกภาพ มสี ัดสว่ นทีเ่ หมาะสม โดยอาจจะใช้แนวคิดจากธรรมชาติ
ประสบการณจ์ ากการศกึ ษาคน้ ควา้ สะสมความรู้ เข้ามาช่วย หรือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากประสบการณ์ ดังนั้น การออกแบบให้เกิด
เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์หรืองานออกแบบต่างๆ ความงามจึงต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจและกระบวนการการปฏิบัติควบคู่กันไป จึงจะบรรลุ
ที่อยู่รายรอบนั้นเช่ือมโยงกับประสบการณ์ใหม่ วตั ถุประสงคข์ องการน�าไปใช้
ของตน ส่งิ ต่างๆ ทเ่ี ราไดพ้ บเหน็ และเรยี นร้มู า หลกั ทจ่ี ะเปน็ แนวทางสา� หรบั การออกแบบเพอ่ื ใหม้ คี ณุ คา่ ทางความงามจะตอ้ งพจิ ารณา
ล้วนได้ผ่านการออกแบบมาแล้วท้ังส้ิน ซึ่งนัก ถึงประเดน็ ตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี
ออกแบบจะไดร้ บั ประสบการณ์ในการออกแบบ
สะสมกนั เรื่อยมา บางอย่างก็เป็นประสบการณ์ ๑) โครงสร้างท้ังหมด โครงสร้าง หมายถึง ตัววัสดุ ระนาบท่ีรองรับ รวมท้ัง
ทเี่ คยเปน็ ผลงานในอดตี แลว้ นา� มาปรบั ปรงุ ใหม่
เช่น หมอ้ ดนิ เผา รูปร่างลักษณะของหมอ้ ดินเผา ความคิดที่น�ามาใช้ในการออกแบบ เช่น การถ่ายทอดรูปแบบ เร่ืองราว การใช้วัสดุ คุณสมบัติ
(ภาพบน) หม้อดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (ภาพ ในปัจจุบันกับอดีตอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ของวสั ดุและส่อื ทใ่ี ช ้ เป็นต้น
ลา่ ง) หม้อดินเผาในสมยั ปจ จุบนั จะเห็นได้วา่ โครงสร้าง แต่โครงสร้างใหญ่ๆ ก็ยังคงคล้ายคลึงกับหม้อ โครงสรา้ งนบั เปน็ สว่ นสา� คญั ทง้ั หมดของงาน ซง่ึ ประกอบดว้ ย ๒ สว่ น คอื สว่ นประธาน
มีความคล้ายคลึงกัน อันเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ ดินเผาในสมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ ซ่ึงเป็นส่วนท่ีเป็นหลักของงาน กับ ส่วนรอง ซ่ึงเป็นส่วนประกอบท่ีช่วยเน้นให้เห็นความเด่น
สง่ั สมถา่ ยทอดและปรับปรงุ สืบต่อๆ กันมา ความส�าคัญของส่วนประธาน การเน้นของส่วนรองอาจมีลักษณะขัดแย้งกับส่วนประธานก็ได้
แตท่ ง้ั สองส่วนจะตอ้ งช่วยเสรมิ และสมั พันธก์ นั เพอ่ื ทา� ให้งานดสู มบรู ณ์ยิง่ ขน้ึ
๓) แนวคิดจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าข้ึนอย่างมากและรวดเร็ว โดยเฉพาะการน�าคอมพิวเตอร์ ภาพ “Gleaners” (คนเกบ็ ขา้ วตก) ผลงานของชอง-ฟรองซัว มเี ล ซ่ึงเน้นใหส้ ่วนประธาน คือ ชาวนา จะอยใู่ นตา� แหน่ง
มาใช้ในการออกแบบ ท�าให้เกิดความสะดวกสบายและมีความแม่นย�าสูงในการคิดค�านวณ เช่น ฉากหนา้ เพือ่ ให้เปน็ จดุ สนใจของภาพ
การออกแบบส่ิงก่อสร้าง ผู้ออกแบบสามารถคิดค�านวณการรับน�้าหนักจากการใช้ความโค้ง
ที่ก่อข้ึนจากการเรียงอิฐก้อนเล็กๆ ต่อกัน และยังค�านวณการถ่ายแรงจากหลังคาไปตามส่วนโค้ง 19
ลงสู่เสาหรือก�าแพงได้ ซ่ึงแตกต่างจากในอดีตที่ต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะตนของผู้ออกแบบ
เพยี งอยา่ งเดยี ว
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถประสานกลมกลืน
ได้กับจินตนาการทางศิลปะในการออกแบบเพ่ือประดิษฐ์หรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ประโยชน์ท่ี
แลเห็นได้เด่นชัดในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการออกแบบก็คือ ความรวดเร็วของการ
ออกแบบและการปรับแก้ไขแบบ ซงึ่ จะมีความประณตี แม่นย�า ดังได้กล่าวมาแลว้ ในขา้ งต้น
18
๒) ความเปนเอกภาพ (Unity) การออกแบบทมี่ ีเอกภาพเปน็ การนา� เอาทัศนธาตุ ลกั ษณะของความกลมกลืนมหี ลายชนิด เชน่ ความกลมกลนื ดว้ ยเสน้ รูปรา่ ง รปู ทรง ขนาด สี
ทางศิลปะ เชน่ เสน้ รปู ทรง แสงเงา ส ี ลกั ษณะพ้นื ผวิ มาประกอบกนั ใหเ้ ป็นอนั หนงึ่ อันเดียวกนั ทศิ ทาง ลักษณะพืน้ ผิว เป็นต้น
เมื่อมองดูแล้วจะท�าให้เกิดความรู้สึกเป็นกลุ่ม
ก้อน ไม่แตกแยกกระจัดกระจาย จึงจะเป็นการ ๕) การเน้น (Emphasis) หมายถึง การจัดส่วนประกอบให้น่าสนใจ มีจุดสนใจ
จัดองค์ประกอบที่ดี
๓) สมดลุ (Balance) หมายถึง เดน่ ชดั จะทา� ใหง้ านออกแบบมคี วามงามสมบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ สา� หรบั สว่ นประกอบทนี่ า� มาจดั ดว้ ยวธิ กี าร
การจดั สว่ นประกอบใหซ้ า้ ยขวาเทา่ กนั หรอื รสู้ กึ ต่างๆ มีดังนี้
เท่ากัน สามารถแบ่งลักษณะสมดุลออกเป็น ๕.๑) การเน้นด้วยเส้น รูปร่าง รูปทรง และขนาด เป็นการเน้นด้วยลักษณะ
๒ แบบ ดังน้ี ของความแตกตา่ งและความกลมกลืนของส่วนประกอบต่างๆ ในการออกแบบ เช่น อาจเนน้ เสน้
๓.๑) สมดุลโดยเหมือนกัน รูปร่าง รูปทรงที่ออกแบบให้เป็นส่วนส�าคัญ มีความเด่นด้วยขนาดที่แตกต่างหรือใหญ่เป็นพิเศษ
ทัง้ ๒ ด้าน (Symmetrical Balance) สมดุล กวา่ ส่วนอน่ื จะทา� ให้น่าสนใจ
แบบน้ีจะเห็นได้ชัดจากส่ิงมีชีวิตเป็นส่วนมาก ๕.๒) การเนน้ ดว้ ยพื้นผวิ โดยการใช้ลกั ษณะพ้ืนผิวที่มีความขัดแย้งหรือใช้ลกั ษณะ
เช่น โครงสร้างของมนุษย์และสัตว์ และ ตดั กัน เช่น พื้นผิวทหี่ ยาบกบั ละเอยี ด ความขรขุ ระกับความเรียบ ความมันแวววาวกบั ความดา้ น
ทัชมาฮัล ผลงานสถาปตยกรรมท่ีมีช่ือเสียงแห่งหน่ึง สถาปัตยกรรมหลายแห่ง เป็นการออกแบบ หรือใช้ลักษณะพื้นผิวลักษณะใดลักษณะหน่ึงท่ีมีปริมาณมากกว่าลักษณะอ่ืน ซ่ึงจัดวางอยู่ใน
ของอินเดีย ซึ่งออกแบบให้มีความสมดุลเหมือนกัน ที่ไม่ยุ่งยาก ดูง่าย เพราะเม่ือลากเส้นแกนด่ิง ต�าแหน่งท่นี ่าสนใจ
ทง้ั ๒ ด้าน ๕.๓) การเน้นด้วยสี ในการจัดภาพทางศิลปะ จ�าเป็นต้องน�าเอาทฤษฎีสีมาใช้
เพ่อื ใหง้ ดงาม สีเปน็ ทศั นธาตทุ สี่ า� คญั ท่นี า� มาใชค้ วบคกู่ นั ไปกับการเน้นด้วยรปู ร่าง รูปทรง ขนาด
ตรงกึ่งกลางภาพ จะเห็นว่าส่วนของภาพที่ถูกแบ่งท้ังสองข้างเหมือนกัน สมดุลแบบน้ีให้ความ และพื้นผวิ เช่น ใช้ความเขม้ ของส ี การใชส้ คี ตู่ รงข้าม และการใชส้ ีวรรณะเย็นหรอื สวี รรณะอุ่น
รสู้ กึ มั่นคง แขง็ แรง ตรงไปตรงมา
๓.๒) สมดุลโดยทั้ง ๒ ด้านไม่เหมือนกัน (Asymmetrical Balance) สมดุล
แบบนเ้ี ปน็ การจดั ภาพใหท้ ง้ั ๒ ดา้ นไมเ่ หมอื นกนั
เมอ่ื แบง่ ดว้ ยเสน้ แกนดง่ิ กง่ึ กลาง แตค่ วามสมดลุ
เกิดขน้ึ ได้ดว้ ยความรู้สกึ ตามทตี่ าเหน็ เปน็ การ
จดั ภาพทตี่ อ้ งอาศยั ความรคู้ วามเขา้ ใจในการใช้
ทัศนธาตุและองค์ประกอบศิลป์อย่างมาก เช่น
การถว่ งน้า� หนกั ดว้ ยรูปทรง ส ี เสน้ หรือความ
เด่นของลกั ษณะพนื้ ผิว
๔) ความกลมกลนื (Harmony)
คือ ความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนในด้านการประสาน ภาพ “Mona Lisa” (โมนา ภาพ “The Thinker” (นกั คดิ ) ภาพ “ดอกไม้” ผลงานของ
สัมพันธ์ที่เข้ากันได้ของส่วนประกอบหรือ ลิซา) ผลงานของเลโอนาร์โด ผลงานของโอกสู ต์ โรแดง เนน้ บุญยิ่ง เอมเจริญ เน้นด้วยสี
ทัศนธาตุต่างๆ เมื่อมองดูแล้วจะให้ความรู้สึก ภาพ “The Last Supper” (พระกระยาหารมอื้ สดุ ทา้ ย) ดา วินชี เน้นด้วยเสน้ รปู ร่าง ดว้ ยพนื้ ผวิ โดยใช้สีคู่ตรงข้ามตัดกันให้
ท่ีไม่ขัดแย้ง จึงเกิดความรู้สึกท่ีดีต่องานนั้นๆ ผลงานของเลโอนารโ์ ด ดา วนิ ชี ซึง่ จัดวางภาพใหเ้ กดิ รูปทรง และขนาด เกิดความสวยงาม
ความสมดลุ โดยท้งั ๒ ดา้ นไม่เหมอื นกัน
๒0 ๒1
๖) ความขดั แยง้ กนั (Contrast) หมายถงึ ลกั ษณะทตี่ รงกันขา้ ม ขดั กัน เพอื่ เป็น จงั หวะมอี ย่ทู ่ัวไปในธรรมชาติ การเตน้ ของหวั ใจ การเกดิ การเตบิ โต การดบั ไปของ
ชวี ติ ก็เป็นจงั หวะ จงั หวะในงานศลิ ปะเปน็ การซ�้าอย่างมีเอกภาพและความหมาย เปน็ กฎอันหนง่ึ
การแก้ปญั หาท่ีมลี ักษณะซา้� ๆ ไม่นา่ สนใจ แตท่ า� ใหม้ สี ว่ นทข่ี ดั แยง้ กนั ตามความเหมาะสม จงึ ท�า ของเอกภาพทเี่ กดิ จากการซ้า� ของรปู ทรง
ให้กลับมาน่าสนใจ อาจแสดงออกโดยใช้ความขัดแย้งด้วยเส้น รูปร่าง รูปทรง ขนาด สี และ
ทศิ ทางของทศั นธาตุกไ็ ด้
แสดงลักษณะการซ�้ากันของรูปร่าง เป็นการประสาน แสดงลักษณะท่ีมีความขัดแย้งของรูปร่างตรงกลางของ การซา�้ ของเสน้ ตง้ั ทา� ใหเ้ กดิ จงั หวะและความเคลอ่ื นไหว การซ�้าของเสน้ ลูกคลนื่ ท�าใหเ้ กิดความเคลือ่ นไหวและ
สัมพนั ธ์ของรปู รา่ ง ภาพ ท�าให้ภาพน่าสนใจข้ึนและยังเป็นการเน้นความ จงั หวะทีต่ ่อเนื่อง
เดน่ ชัดใหเ้ กดิ ขึ้นท่ีรปู ร่างตรงกลางของภาพอกี ด้วย
การซ้�ากับจังหวะล้วนมีความสัมพันธ์กัน เมื่อมีการซ�้าของทัศนธาตุพร้อมกับการจัด
๗) การซ�้า (Repetition) หมายถึง การจัดทัศนธาตุท่ีต้องการให้มีช่องไฟ หรือ จงั หวะชอ่ งไฟไปด้วย เป็นวธิ กี ารจัดทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับหลกั ทางด้านองคป์ ระกอบศลิ ป์
จังหวะเท่าๆ กัน ถ้าหากการซ�้ามีจ�านวนมากก็ควรใช้ความขัดแย้งกันเข้าช่วย เพื่อไม่ให้ผลงาน
เกดิ ซา�้ ซากจนท�าใหด้ ูน่าเบ่ือหน่าย ๙) สัดส่วน (Proportion) หมายถึง การเปรียบเทียบความสัมพันธ์ขนาดของ
๘) จังหวะ (Rhythm) ในทาง
ศิลปะ หมายถึง ความสัมพันธ์ของทัศนธาต ุ รปู ร่าง รูปทรงต่างๆ ทีใ่ ชใ้ นการออกแบบ โดยใหม้ คี วามสมั พนั ธ์กับงานและการใช้สอย เช่น การ
เชน่ เสน้ ส ี รปู รา่ ง รปู ทรง น�้าหนกั ในลักษณะ หาสัดส่วนที่เหมาะสมสวยงามของรูปทรงสี่เหลี่ยม หมายถึง ความสัมพันธ์ที่สวยงามของด้าน
ของการซ้�ากันสลับไปมาหรือลักษณะล่ืนไหล กวา้ งและด้านยาว หรือการเปรียบเทียบส่วนของการใชข้ นาดของรูปทรงท่นี �ามาใช้ในการจดั ภาพ
เคลอ่ื นไหวไมข่ าดระยะ จงั หวะทม่ี คี วามสมั พนั ธ์ หรือในการออกแบบสง่ิ ของเครื่องใช้ กจ็ �าเปน็ ตอ้ งค�านงึ ถึงขนาดทส่ี ัมพันธ์กบั การใช้งานจรงิ ถ้ามี
ตอ่ เนอื่ งกนั จะชว่ ยเนน้ ใหเ้ กดิ ความเดน่ อธบิ าย ความสมั พันธ์เหมาะสมกนั ดี ก็หมายความถึงการมีสัดส่วนทดี่ ี
ให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ การจัดวางทัศนธาตุไว้ หลักการต่างๆ ที่ใช้ในการออกแบบเพื่อการสร้างคุณค่าทางความงามจึงมีส่วน
เป็นช่วงห่างเทา่ ๆ กัน หรือมรี ะยะของการวาง ช่วยให้งานมีความน่าสนใจ น่าสัมผัส การท่ีจะออกแบบให้มีความงามได้น้ันจ�าเป็นต้องอาศัย
รูปแบบ ลวดลาย มีลกั ษณะเป็นแนวทต่ี ้องการ ประสบการณ์และรู้จักสังเกตพิจารณางานต่างๆ เหล่านั้นว่ามีความงามในลักษณะใดบ้าง การ
ความเป็นระเบยี บสวยงาม จงั หวะอาจจะมีการ สร้างสรรค์งานให้มีความงามจะต้องเข้าใจเรื่องทัศนธาตุทางศิลปะและองค์ประกอบศิลป์เป็น
ลวดลายที่ปรากฏบนผ้าไหม แสดงให้เห็นถึงจังหวะ เปล่ยี นแปลงไปบา้ งแต่ต้องให้สัมพนั ธ์กนั อย่างดี นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังช่วยให้สามารถใช้วัสดุได้อย่าง
ทมี่ ลี กั ษณะสลบั กนั ไปมาอย่างเปน็ ระเบียบต่อเน่ืองกัน คุ้มค่า ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ความงามของสิ่งท่ีสร้างสรรค์อาจเกิดจากการประดับตกแต่ง
อยา่ งพถิ พี ิถันหรือออกแบบอย่างเรยี บง่ายกไ็ ด ้ เพยี งแต่ผู้สรา้ งสรรคร์ ้จู ักใช้องค์ประกอบใหเ้ ป็นไป
ตามหลักการเทา่ นั้น กท็ า� ใหเ้ กิดความงามได้
๒๒ EB GUIDE http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/05 ๒3
๓. ประเภทของงานออกแบบ ๒) ศลิ ปะการตกแตง่ ภายในอาคารประเภทอน่ื ในปจั จบุ นั ระบบวถิ ชี วี ติ ของมนษุ ย์
ในสังคมบังคับให้ต้องไปท�างานนอกบ้าน ในวัยเยาว์ก็ไปโรงเรียนเพ่ือการศึกษาเล่าเรียน อาคาร
การออกแบบทางศลิ ปะแบง่ ออกเปน็ ๒ สาขาใหญ่ๆ คอื สาขาวิจติ รศิลป์ (Fine Art) และ ส�าหรับการประกอบอาชีพของมนุษย์ อาคารทางการศึกษาเล่าเรียนจึงเกิดข้ึนมากมาย การ
สาขาประยุกต์ศิลป์ (Applied Art) ท้ัง ๒ สาขาน้ีแตกต่างกันในด้านวัตถุประสงค์ของงาน ตกแต่งภายในก็มักจะดูโอ่อ่ามั่นคงหรือเป็นแบบเรียบง่าย ออกแบบได้หลากหลายตามรสนิยมที่
ท่สี รา้ งสรรค์ สาขาวจิ ติ รศลิ ป์เป็นศลิ ปะทสี่ รา้ งขึ้นเพื่อชนื่ ชมในคุณคา่ ของศิลปะโดยตรง มไิ ดม้ ุ่งไป เหมาะสา� หรบั คนทวั่ ๆ ไป เชน่ อาคารสา� นกั งาน อาคารธรุ กจิ อาคารเรยี น อาคารหอ้ งสมดุ เปน็ ตน้
ทปี่ ระโยชน์อยา่ งอ่นื ส่วนสาขาประยุกต์ศิลปน์ ้นั มงุ่ เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นส�าคญั งานออกแบบ ๓) ศิลปะการตกแต่งภายใน
ทางศิลปะท่จี ัดเป็นประเภทประยกุ ต์ศลิ ป์ แบ่งออกเป็นประเภทตา่ งๆ ไดด้ ังน้ี ส�าหรับการจัดงาน มนุษย์ทุกหมู่เหล่าย่อม
มีประเพณีวัฒนธรรมของสังคมและมักจะมี
3.1 การออกแบบตกแต่งภายใน การร่วมกันจัดงานในโอกาสต่างๆ กัน เช่น
งานเลี้ยงพิธีมงคลสมรส งานพิธีทางศาสนา
การออกแบบตกแตง่ ภายใน หมายถงึ การออกแบบและการจดั ตกแตง่ โดยน�าเอาวัตถุ งานแสดงผลงานหรือนิทรรศการ ซง่ึ ต้องมีการ
เครื่องใช้ เคร่ืองเรือน มาจัดวางให้เป็นระเบียบแบบแผนตามหลักการจัดทางศิลปะให้เกิดคุณค่า จัดตกแต่งสถานที่ให้เกิดความรู้สึกหรูหราหรือ
ทางความงามควบคู่ไปกบั ประโยชนใ์ ช้สอย ได้บรรยากาศท่ีเหมาะสมกับงาน ตลอดจน
ในบรรดาศิลปะการตกแต่งทั้งหลาย การตกแต่งภายในอาคารถือได้ว่าเป็นศิลปะการ ตกแตง่ เวทสี า� หรบั การแสดงหรอื เพอ่ื ดา� เนนิ การ ในการจัดปายนิเทศ ผู้จัดควรท�าความเข้าใจเร่ือง
ตกแต่งหลักของอาคาร เน่ืองจากเป็นการจัดผังหรือจัดห้องให้เหมาะสมกับชีวิตความเป็นอยู่ของ ตามพิธีตา่ งๆ ของงาน องคป์ ระกอบศลิ ป เพ่ือสร้างความรสู้ ึกต่างๆ ใหแ้ ก่ผ้ดู ู
เราเอง และแสดงให้เห็นในเร่ืองการพัฒนารสนิยมทางด้านความเป็นอยู่ ศิลปะการออกแบบ
ตกแต่งภายในยังแบง่ ออกได้ดงั นี้ ๔) ศิลปะการตกแต่งสวนภายในบ้านหรือภายในอาคาร จากวัฒนธรรมของ
ความเป็นอยู่และดินฟ้าอากาศมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างมาก มนุษย์ทุกสังคมมี
๑) ศลิ ปะการตกแตง่ ภายในอาคารพักอาศัย เชน่ บา้ น อพารต์ เมนตห์ รอื แฟลต แนวคิดในศิลปะการตกแต่งภายในอาคารท่ี
แตกต่างกนั แตม่ ีสงิ่ ท่คี ล้ายคลงึ กนั คือ ความ
หอ้ งแถวหรือทาวน์เฮาส ์ โรงแรม ซึ่งแตล่ ะชนดิ ก็มีหลักของศิลปะการตกแต่งใกล้เคยี งกนั ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ ในวิถีชีวิตของ
สงั คมไทยแมว้ า่ จะมโี อกาสใชช้ วี ติ กลางแจง้ มาก
อาคารพกั อาศยั จา� เป็นตอ้ งใช้ศิลปะการตกแตง่ เพ่อื ให้เกดิ ความสวยงาม กลมกลนื ดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังมีสังคมเฉพาะท่ีด�าเนินชีวิตท่ามกลาง
ความแออดั ยดั เยยี ดในเมอื งใหญ ่ เชน่ กรงุ เทพ-
๒4 มหานคร ทพี่ กั อาศยั ถกู จา� กดั ดว้ ยความคบั แคบ
ของบริเวณ จึงมีความคิดในการดึงธรรมชาติ
เข้าไปในอาคารด้วยการใช้ศิลปะการตกแต่ง
ภายในอาคารโดยการจัดสวนหย่อม สวนถาด
ส�าหรับท่ีพักอาศัยท่ีมีเนื้อที่จ�ากัด ผู้พักอาศัยสามารถ หรือไม้ดัด ไม้กระถาง เป็นงานออกแบบที่
น�าหลักการออกแบบมาใช้ตกแต่งภายใน เพื่อให้เกิด มีส่วนช่วยให้เกิดความรู้สึกพักผ่อน ร่ืนรมย ์
ความร้สู ึกพักผอ่ นและร่นื รมย์ สงบรม่ เย็น
๒5
3.๒ การออกแบบผลิตภณั ฑ์ งานออกแบบนิเทศศิลป์จึงเป็นการเรียนรู้ในสาขาที่มีความหลากหลายของชนิด
สิ่งพิมพ์ที่นักเรียนควรเรียนรู้เพื่อเป็นพื้นฐานของอาชีพและโดยเฉพาะการศึกษาต่อในระดับ
ผลิตภัณฑ์ หมายถึง การผลิตสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ การออกแบบผลิตภัณฑ์จึงเป็น อุดมศึกษา ซึ่งมีสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์เปิดท�าการเรียนการสอนอย่างแพร่หลายในสถาบัน
การนา� เอาหลักการออกแบบมาสรา้ งสรรค ์ ปรบั ปรงุ ผลติ ภัณฑต์ า่ งๆ หรอื สินคา้ ให้เกิดลักษณะเด่น การศึกษาหลายแห่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดด้านธุรกิจในยุคอุตสาหกรรมและ
สะดุดตา ดึงดูดความสนใจ ผู้บริโภคเห็นแล้วอยากจะซื้อ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันงานออกแบบ วิทยาการสมยั ใหม่
สา� หรบั คา� วา่ การออกแบบสง่ิ พมิ พ ์ หรอื Graphic Design จากทศั นะของนกั การศกึ ษา
มีความส�าคัญอย่างมากต่อการผลิตสินค้าใน ทางด้านศิลปะและนกั ออกแบบได้ใหค้ วามหมาย ดงั นี้
เชิงธุรกิจการค้า จึงมีการพัฒนาการออกแบบ การออกแบบสงิ่ พิมพ์ คอื
ให้ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดย้ัง เช่น นาฬิกา ๑. ผลงานการออกแบบลักษณะต่างๆ เพ่ือให้ผู้คนได้อ่าน เช่น หนังสือ วารสาร
โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ เป็นต้น ซ่ึงล้วนมี นิตยสาร การโฆษณา ภาพยนตร ์ โทรทศั น ์ นิทรรศการ เป็นตน้
รปู แบบใหม่ๆ ทส่ี ะดดุ ตา ๒. ผลงานการออกแบบที่เก่ียวข้องกับการออกแบบเครื่องหมาย และการออกแบบ
เกี่ยวกบั การพิมพต์ า่ งๆ ทใี่ ชใ้ นวงการอตุ สาหกรรม
3.3 การออกแบบส่อื สาร ๓. ผลงานการออกแบบเพื่อการเผยแพร่ มุ่งชักชวน เรียกร้อง หรือเผยแพร่
ผลิตภณั ฑ ์ การบรกิ าร และเสนอความคดิ ตา่ งๆ งานออกแบบบรรจภุ ณั ฑ ์ งานโฆษณา ซึง่ เป็น
การพัฒนาการออกแบบสินค้าให้มีรูปโฉมแปลกใหม่ ส่ือสาร หมายถึง การส่งข่าวสาร งานในลกั ษณะส่ิงพิมพ์
สะดุดตา เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคมาซ้ือสินค้า จะท�าให้ ข้อมูลของฝ่ายหน่ึงไปสู่อีกฝ่ายหน่ึง การ จากความหมายของการออกแบบสง่ิ พมิ พด์ งั กลา่ ว เราจะเหน็ ขอบขา่ ยงานทก่ี วา้ งขวาง
องคก์ รธรุ กิจไดร้ ับประโยชนท์ างการค้า ออกแบบส่ือสารเป็นการออกแบบที่มุ่งให้สื่อที่ เป็นการออกแบบทส่ี ัมพันธก์ ับทศั นศิลป ์ โดยเฉพาะอย่างยิง่ เปน็ การออกแบบระนาบ ๒ มติ ิ และ
ส่งไปน้ันเขา้ ใจง่าย จดจ�าง่าย ดึงดูดความสนใจ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกแบบนิเทศศิลป์ในอันที่จะต้องเตรียมการเพื่อน�าเสนอข่าวสาร
ด้วยวิธีการจัดท�าเป็นแผ่นป้ายภาพสัญลักษณ ์ ต่อผู้ดู ผู้อ่าน ให้สามารถรับรู้ความหมายและแปลความได้ทางสายตาผ่านสื่อกลางต่างๆ เช่น
ป้ายโฆษณา และการแพรภ่ าพทางโทรทัศน์ ตวั อักษร เครื่องหมาย สัญลกั ษณ์ รปู ภาพ และรปู แบบอืน่ ๆ ซ่ึงตอ้ งผา่ นกรรมวธิ ีขดี เขยี น การ
พมิ พ์ การบนั ทึกภาพ รวมทัง้ เทคนิคการสร้างภาพต่างๆ โดยใชเ้ ครื่องมอื เครือ่ งจักรกล ใหเ้ กดิ
3.4 การออกแบบส่ิงพิมพ์ เป็นรปู ร่างทีป่ ระณตี เรยี บร้อย สวยงาม เพ่ือใชต้ ิดต่อสื่อสารและโน้มนา้ วจติ ใจของกล่มุ เป้าหมาย
ตามทีต่ ้องการได้
ศิลปะการพิมพ์หรือส่ิงพมิ พต์ รงกับค�าในภาษาองั กฤษวา่ Graphic arts or Graphics การออกแบบสิ่งพิมพ์มีความสัมพันธ์กันกับการออกแบบส่ือสาร (Communication
กล่าวในด้านวิจิตรศิลป์ หมายถึง กระบวนการสร้างสรรค์ที่ท�าให้เกิดรูปถอดแบบจ�านวนมากซึ่ง Design) เพราะการออกแบบสงิ่ พมิ พเ์ ปน็ สว่ นหนง่ึ ในกระบวนการออกแบบสอื่ สาร ไดแ้ ก ่ ภาพถา่ ย
เหมือนกับผลงานพิมพ์ต้นแบบ ต้นแบบท่ีเกิดจากการเขียน การวาด การแกะสลักเป็นลายเส้น ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือการถ่ายภาพไปสู่จอโทรทัศน์ การออกแบบที่ต้องใช้สิ่งพิมพ์เข้ามา
เปน็ รอ่ งแลว้ ใชน้ า�้ กรดกดั ใหเ้ กดิ เปน็ เสน้ หรอื รอ่ งบนพนื้ ผวิ ระนาบนนั้ การพมิ พท์ างดา้ นวจิ ติ รศลิ ปน์ ้ี เกี่ยวข้องนั้นรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นการส่ือสารไปถึงกลุ่มเป้าหมาย
เปน็ ศลิ ปะภาพพมิ พอ์ นั เปน็ การพมิ พภ์ าพทางดา้ นทศั นศลิ ปท์ แี่ สดงออกถงึ ความงดงามเปน็ สา� คญั ส่ิงท่ีควรค�านึงถึงอย่างมากก็คือ ผู้ออกแบบจะต้องมีทักษะในการท�างาน มีแนวคิดท่ีก้าวหน้า
ในด้านพาณิชยศิลป์แล้ว ค�าว่า ศิลปะการพิมพ์ หรือเรียกว่า ศิลปะทางส่ิงพิมพ์นั้น ทันสมยั ทง้ั ความรู ้ ประสบการณแ์ ละเทคนคิ ตา่ งๆ
ถูกใช้ในความหมายท่กี ว้างขวางกว่า ซง่ึ รวมกระบวนการพมิ พ์ทุกแขนงท้ังท่ีเปน็ การพิมพข์ องสือ่
สงิ่ พมิ พท์ ใี่ ชด้ า้ นการพาณชิ ย ์ และยงั รวมเอาการพมิ พท์ นี่ า� ไปใชผ้ ลติ หนงั สอื พมิ พแ์ ละผลงานศลิ ปะ
อย่างไรก็ตาม กว่าจะได้ผลงานทางศิลปะเกี่ยวกับส่ิงพิมพ์ที่มีความสมบูรณ์ได้นั้นจะ
ต้องเร่ิมต้นด้วยรอยขีดเขียนจนกลายเป็นลวดลาย เป็นตัวอักษรหรือรูปภาพต่างๆ แล้วน�ามาจัด
วางตามหลักของการออกแบบทางศิลปะ ส่ิงที่ได้ คือ ความงามและประโยชน์ของการน�าไปใช ้
ผลงานทางศลิ ปะเกย่ี วกับส่งิ พิมพห์ ลายๆ ชนิดน ี้ รวมเรียกวา่ นเิ ทศศลิ ป์
๒6 http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/06 EB GUIDE ๒๗
๑) ความส�าคัญของการออกแบบสิ่งพิมพ์ การออกแบบสิ่งพิมพ์เกิดข้ึนมานาน ๑.๒) การออกแบบส่ิงพิมพ์มีส่วนเสริมสร้างข่าวสารให้สะดุดตา น่าสนใจ
พร้อมกับวิวัฒนาการทางการส่ือสารของมนุษย์ จากเพียงเพ่ือสื่อความหมายให้เข้าใจก็พัฒนา ข่าวสารใดๆ ก็ตามที่น�ามาเสนอเพื่อให้ได้ผลถึงกลุ่มเป้าหมาย ย่อมต้องการให้เป็นท่ีสนใจของ
มารวมกบั ความงามของการออกแบบดว้ ย ผู้ชม ผู้อ่าน นักออกแบบจึงมีส่วนส�าคัญท่ี
การสื่อความหมาย การเผยแพร่ข่าวสาร และความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ไปยังผู้รับสาร ช่วยสร้างความสนใจให้กับข่าวสารนั้นๆ โดย
ในลักษณะของการส่ือสารด้วยลายเส้นหรือการวาดภาพ ซึ่งรูปแบบก็มีลักษณะแตกต่างกันไป การออกแบบและปรับปรุง เพ่ิมเติมเสริมแต่ง
ตามความเจริญก้าวหน้าของสังคมในแต่ละยุค ความนิยม ตลอดจนทักษะความสามารถและ ด้วยความรู้ทางศิลปะและใช้หลักจิตวิทยา
ภูมิปัญญาของนักออกแบบในแต่ละช่วงเวลา จึงนับว่าการออกแบบส่ิงพิมพ์มีส่วนช่วยพัฒนา ทางการรับรู้เข้าช่วยในด้านการจัดวางรูปแบบ
สร้างสรรคส์ ังคมและชีวติ ความเป็นอยู่ของมนษุ ย ์ ซ่ึงสามารถสรปุ ได้ดังนี้ ปรับเปล่ียนข้อความรูปภาพท่ีเป็นข้อมูลเดิม
๑.๑) การออกแบบสิ่งพิมพ์มีส่วนสร้างสรรค์ข้อตกลงร่วมกันของคนในสังคม ให้เปน็ การนา� เสนอข้อความทก่ี ระชบั สามารถ
ในสังคมมนุษย์ องค์ประกอบส�าคัญแห่งการด�ารงอยู่ของคนหมู่มาก คือ การมีความเคารพใน สอื่ ความหมายได้ชดั เจนยง่ิ ข้ึน
ระเบียบ กฎเกณฑ์ ท่ีมีการยอมรับเป็นข้อตกลง เป็นแนวประพฤติปฏิบัติร่วมกัน อาจเป็นการ ๑.๓) การออกแบบสิ่งพิมพ์
ตกลงดว้ ยวาจา ดว้ ยตวั อกั ษร หรอื ความเชอ่ื ขนบธรรมเนยี มและจารตี ประเพณที สี่ บื ทอดตอ่ กนั มา ช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจ
ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงร่วมกันประเภทใดก็ตาม ข้อตกลงที่เกิดขึ้นน้ันจะต้องเป็นสิ่งท่ีสามารถรับรู้ การค้าและวงการอุตสาหกรรม ปัจจุบันการ
เขา้ ใจ จดจา� และปฏิบตั ิได้ ออกแบบสิ่งพิมพ์นับว่ามีความสัมพันธ์ต่อ หนงั สอื พมิ พต์ า่ งๆ ลว้ นไดร้ บั การออกแบบอยา่ งสวยงาม
ดังน้ัน การออกแบบส่ิงพิมพ์จึงได้เข้ามามีส่วนช่วยเสริมสร้างการรับรู้ทางการ วงการธุรกิจและวงการอุตสาหกรรมอย่าง น่าสนใจ เพื่อประโยชน์ทางการคา้ ของผู้ผลติ
มองเห็น เปน็ สอ่ื กลางช่วยการรับรู้ในข้อตกลง ใกล้ชิด โดยเฉพาะวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์ เพราะในยุคของการค้าเสรีที่มีการแข่งขันกัน
ต่างๆ ให้มปี ระสทิ ธิภาพ มีความชัดเจน ซ่งึ มี สูง ผู้บริโภคมีจ�านวนมากขึ้น ผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายจึงจ�าเป็นต้องมีการปรับปรุงคุณภาพการผลิต
ผลทางด้านจิตวิทยาที่ต้องจ�าไว้เป็นข้อเตือนใจ สนิ คา้ ปรับปรงุ รูปแบบของผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจุภณั ฑ ์ ตลอดจนต้องมกี ารโฆษณาประชาสัมพนั ธ ์
และข้อควรระวังในระบบระเบียบ กฎเกณฑ์ เพ่อื การตลาด ดว้ ยเหตุนี้ จึงทา� ใหเ้ กิดธุรกจิ โฆษณาขึ้นมา การออกแบบเพ่ือการค้าก็เกดิ ตามมา
ที่จะปฏิบัติต่อกันและกันสืบไป เพื่อความ มากมายหลายรูปแบบตามลักษณะของการสื่อสาร เช่น การออกแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ การ
คงอยู่ของสังคมที่ร่มเย็นโดยปรากฏออกมา ออกแบบโฆษณาทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แผ่นโปสเตอร์โฆษณา ตลอดจนสิ่งพิมพ์
เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์และข้อตกลง อ่ืนๆ ที่ใช้ประกอบธรุ กิจการคา้
ตา่ งๆ เชน่ เครื่องหมายบอกทิศทางคมนาคม ๒) ประโยชน์ของการออกแบบสิง่ พิมพท์ ่มี ีตอ่ ธรุ กิจการค้า ได้แก ่
เคร่ืองหมายการจราจร สัญลักษณ์สื่อความ ๒.๑) ช่วยสร้างเอกลักษณ์ เป็นการออกแบบเครื่องหมายการค้าของบริษัทและ
หมายต่างๆ คือ ห้ามใช้เสียง ระวังของแตก ตราสัญลักษณ์ของสินค้า เพ่ือใช้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน จะช่วยสร้างการจดจ�าให้กับผู้บริโภค
ห้ามเปียกน้�า ซ่ึงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ สรา้ งความนา่ เชื่อถือในคณุ ภาพสินคา้
ต่างๆ เหล่านี้ จะต้องอาศัยการออกแบบให้มี ๒.๒) สร้างภาพที่ดีให้กับสินค้า การออกแบบจะช่วยส่ือให้เห็นรูปร่างสินค้า
ขนาดรูปทรงและสีท่ีชัดเจน มีความประณีต ภายนอกที่สวยงาม โดยมีข้อความ ภาพประกอบ การจัดวางและออกแบบสีสันที่เด่นสะดุดตา
สัญลักษณ์ส่ือความหมายต่างๆ ควรมีการออกแบบให้ สวยงาม เพ่ือความเหมาะสมส�าหรับการมอง เหมาะสมกับประเภทสินค้า เป็นการดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น ช่วยให้เกิดความไว้วางใจ
เด่นสะดดุ ตา มคี วามชัดเจน เพือ่ ที่ทุกคนจะไดม้ องเห็น ของมนษุ ย์ น่าเชอ่ื ถือ เปน็ การสง่ เสริมภาพลกั ษณ์และคุณภาพสนิ คา้ ท่อี ยู่ภายในบรรจุภัณฑ์อกี ด้วย
และสามารถรบั รู้ เข้าใจ และปฏบิ ตั ิตาม
๒8 ๒9
๒.๓) ช่วยในการจ�าแนกสินค้า การออกแบบช่วยให้เห็นความแตกต่างของ ๓. ส่วนประกอบส�าคัญในการสือ่ ความหมายมอี ะไรบ้าง
ประเภทสินค้า เป็นการช่วยจ�าแนกประเภทสินค้าด้วยการออกแบบสื่อให้ผู้บริโภคจ�าชนิดหรือ วิธีการที่จะสื่อความหมายกับผู้รับจากที่มีการก�าหนดกลุ่มเป้าหมายไว้แล้ว ผู้ออกแบบจะต้อง
ประเภทและคุณสมบตั ิของสนิ ค้าไดอ้ ยา่ งดแี ละกวา้ งขวางมากขึน้ คา� นงึ ถึงส่วนประกอบสา� คัญท่ีจะใช้ในการออกแบบ เชน่ การใช้ภาษา การคิดข้อความ สญั ลักษณแ์ ละ
๒.๔) ช่วยให้เกิดการพัฒนาระบบธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรม ท�าให้เกิดมีการ เครอ่ื งหมาย ตลอดจนภาพประกอบตา่ งๆ โดยออกแบบให้เหมาะสมตามระดบั ความสามารถในการรบั รู ้
พัฒนาเครื่องมือเคร่ืองใช้ วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องในการออกแบบ ท�าใหผ้ รู้ บั สารมีความเข้าใจโดยง่ายและจดจา� ข่าวสารน้ันๆ ได้ดี
เพราะนักออกแบบจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทักษะปฏิบัติ จ�าเป็นจะต้องเรียนรู ้ ๔. จะน�าพาขา่ วสารไปทางใด
คิดค้น ท�าความเขา้ ใจกับวิทยาการใหมๆ่ ซง่ึ จะต้องนา� มาบรู ณาการกบั ความรู้ความสามารถจาก ผู้ออกแบบจะต้องค�านึงถึงสื่อในการน�าเสนอข่าวสารว่าควรใช้รูปแบบใดจึงจะได้ผล และควร
ศาสตร์หลายสาขาเพื่อออกแบบสื่อความหมาย พัฒนากระบวนการผลิตและจ�าหน่ายอย่าง จะใช้วิธีการอย่างไรจัดการกับข่าวสารนั้น จึงจะสามารถโน้มน้าวจิตใจและสื่อความหมายต่อผู้รับได้
มีประสิทธิภาพ การแข่งขันทางธุรกิจการค้าเท่ากับเป็นช่องทางให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ เช่น ใชป้ ้ายโฆษณา แผ่นโปสเตอร์ หนงั สอื พมิ พ์ โทรทัศน ์ ภาพยนตร ์ เป็นต้น
ออกแบบ อนั จะเป็นผลแห่งความเจรญิ กา้ วหนา้ ท้ังทางการคา้ และการพฒั นาสงั คมในท่สี ดุ ซง่ึ สอื่ ตา่ งๆ เหล่าน้ีมีรูปแบบ กรรมวธิ ี และให้ผลตอ่ การรับรูท้ ่ีแตกต่างกัน
๓) หลักการด�าเนินงานออกแบบสิ่งพิมพ์ ผู้ออกแบบควรมีหลักการและข้อควร การออกแบบสิ่งพิมพ์เป็นงานทัศนศิลป์ด้านการแสดงออกท่ีเน้นการส่ือความหมาย
ลกั ษณะงานสว่ นใหญจ่ ะแสดงใหเ้ หน็ เดน่ ชดั ในเรอ่ื งของตวั อกั ษรและภาพประกอบในรปู แบบตา่ งๆ
ค�านึงก่อนเร่ิมท�างานเพื่อการแก้ปัญหาท่ีถูกต้อง มีการวางแผนการด�าเนินงานให้ส�าเร็จลุล่วงไป เป็นการสื่อสารให้ผู้ชมรับสารด้วยการมองเพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ดี ผู้ออกแบบจึงจ�าเป็นท่ีจะต้อง
ด้วยดี ตลอดจนสามารถด�าเนินการตามกระบวนการโดยไม่ต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เร่ือยๆ เรยี นรแู้ ละทา� ความเขา้ ใจถงึ สว่ นประกอบสา� คญั
ซงึ่ ส่อถึงการท�างานทข่ี าดระบบท่ีดี นอกจากนอ้ี าจท�าให้เกิดการสูญเสียและส้ินเปลืองปัจจยั ตา่ งๆ ในการออกแบบและหลักการจัดส่วนประกอบ
โดยใช่เหต ุ เมอ่ื มีการเร่มิ ตน้ ทีด่ ี แผนงานการออกแบบกย็ ่อมมขี อ้ ผดิ พลาดนอ้ ยทสี่ ุด หรอื องคป์ ระกอบศลิ ป ์ ซง่ึ สง่ิ เหลา่ นเ้ี ปน็ พนื้ ฐาน
สา� หรบั หลกั การดา� เนนิ งานและการวางแผนขน้ั ตน้ ของการออกแบบสงิ่ พมิ พท์ ดี่ จี ะตอ้ ง ส�าคญั ทใ่ี ชใ้ นการออกแบบ
คา� นงึ ถึงสิ่งตา่ งๆ ดงั ต่อไปน้ี ๔) สว่ นประกอบในงานออกแบบ
สงิ่ พมิ พ ์ สว่ นประกอบในงานออกแบบสง่ิ พมิ พ์
หลกั การด�าเนินงานออกแบบส่งิ พิมพ์ ที่ส�าคัญ คือ ตัวอักษรและภาพประกอบ ทั้ง
ตัวอักษรและภาพประกอบมีความส�าคัญไม่
๑. เป้าหมายของการออกแบบคอื อะไร แพ้กันและมีความสัมพันธ์กันอย่างมากในการ
ผู้ออกแบบต้องรเู้ ป็นอันดับแรกวา่ จะบอกกล่าวเร่ืองราวข่าวสารอะไรแกผ่ ้รู บั เช่น การเผยแพร่ ท�าให้งานสิ่งพิมพ์น้ันสมบูรณ์ในเน้ือหา ท�าให้
ประชาสมั พนั ธก์ จิ กรรมตา่ งๆ หรอื แนวคดิ เกยี่ วกบั เรอื่ งราวตา่ งๆ รวมทง้ั ผอู้ อกแบบจะตอ้ งรวู้ ตั ถปุ ระสงค์ ผู้รับข่าวสารรับได้ชัดเจน ไม่เกิดความสงสัย
ของงานออกแบบแต่ละชน้ิ เชน่ เพอ่ื สง่ เสรมิ การขาย เพ่อื ให้ความรู้ เพอ่ื ความบนั เทงิ หรอื เพ่อื เขา้ ร่วม หรือเข้าใจคลุมเครือต่อเรื่องราวที่น�าเสนอ ตัว
กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านส่งิ เสพตดิ เป็นต้น อักษรมีบทบาทในการอธิบายเนื้อหาท่ีต้องการ งานออกแบบส่ิงพิมพ์จะมีตัวอักษรและภาพประกอบ
๒. กลุม่ เป้าหมายท่รี บั สารคือใคร สื่อความหมาย ในขณะท่ีภาพประกอบจะช่วย ท่ีมีความสัมพันธ์กัน เพ่ือท�าให้เน้ือหาสมบูรณ์และ
กลุ่มเปา้ หมายนับเป็นเรอื่ งส�าคญั ควรศกึ ษาใหร้ แู้ น่ชัดวา่ กลมุ่ เปา้ หมายเป็นหญงิ เปน็ ชาย หรือ เสริมความหมายให้เด่นชดั เข้าใจงา่ ยข้นึ ผ้รู บั สารเกิดความเขา้ ใจในเนื้อหาน้นั
ไม่แยกเพศ และมีช่วงอายุเท่าไร การน�าเสนอข่าวสารจึงควรมีความยากง่ายท่ีแตกต่างกันออกไปซึ่ง
ผอู้ อกแบบตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในสว่ นน ี้ เพอ่ื นา� ไปสกู่ ารนา� เสนอใหต้ รงจดุ กบั กลมุ่ เปา้ หมายทตี่ อ้ งการ 31
30
๔.๑) ตัวอักษร จัดเป็นองค์ประกอบพื้นฐานส�าคัญอันดับแรกของการออกแบบ 3.5 การออกแบบสัญลกั ษณ์
ซง่ึ นักออกแบบจา� เป็นต้องมีการเรยี นรเู้ ก่ียวกบั ตัวอกั ษร เช่น ขนาด รูปรา่ ง ลกั ษณะ สว่ นประกอบ
ตลอดจนกรรมวิธีต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการจัดและการผลิตตัวอักษร เพ่ือให้เกิดความเข้าใจและ สัญลักษณ์ หมายถึง ส่ิงท่ีใช้แทนการอธิบายด้วยค�าพูดหรือการเขียนข้อความในการ
น�าตวั อักษรมาใช้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม จงึ ต้องมคี วามรใู้ นเรอื่ งการนา� ไปใช้ ซึง่ งานออกแบบด้าน ส่งข่าวสารข้อมูลจากฝ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่ง เพ่ือความสะดวก รวดเร็ว และขจัดปัญหาความ
ตัวอกั ษรทมี่ กี ารนา� ไปใช้ แบ่งเปน็ ๒ ลักษณะใหญ่ๆ ดงั น้ี ไม่เข้าใจหรือไม่คุ้นเคยทางภาษา สัญลักษณ์
(๑) ใช้ตัวอักษรเพ่ือดึงดูดสายตา การออกแบบตัวอักษรลักษณะนี้ใช้เพ่ือ บางอย่างสามารถเข้าใจร่วมกันและเป็นท่ีนิยม
การตกแต่งหรือการเน้นข้อความข่าวสารให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน ตัวอักษรควรมี แพรห่ ลายทว่ั ไป เชน่ สญั ลกั ษณท์ างการจราจร
ขนาดใหญ่ มคี วามเด่นเปน็ พเิ ศษ ข้อความไม่ยาว เช่น การพาดหัวเรื่อง ค�าประกาศ ค�าเตอื น สัญลักษณ์ของห้องสุขา ส�าหรับสัญลักษณ์
คา� รณรงค์ต่อตา้ น สว่ นประกอบทเ่ี ปน็ ภาพจะเปน็ ผ้อู ธบิ ายเน้ือหาเรือ่ งราว ทางการค้า ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของ
(๒) ใช้ตัวอักษรเพื่อบรรยายหรืออธิบายเน้ือหา การออกแบบตัวอักษร สถานประกอบการธุรกิจต่างๆ เป็นสัญลักษณ์
ลักษณะนี้จะใช้ตัวอักษรที่มีขนาดเล็ก เพื่อให้สอดคล้องกับข้อความที่ค่อนข้างยาว เพื่อการ ท่ีมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ซ้ือจดจ�าตัวสินค้าแต่ละ
บรรยายหรืออธิบายเนือ้ หาปลกี ยอ่ ยของข่าวสารที่ตอ้ งการเผยแพร่ ชนิดได้
๔.๒) ภาพประกอบ ภาพประกอบที่น�ามาใช้ในงานออกแบบประเภทต่างๆ นั้น ๑) ลักษณะของการออกแบบ
มีหลายลักษณะ หลายรูปแบบของการสร้างสรรค์ โดยวัตถุประสงค์ของการมีภาพประกอบใน สญั ลกั ษณ ์ มีดงั นี้
งานออกแบบสิ่งพิมพ ์ ได้แก่ เคร่ืองหมายการค้า จะได้รับการออกแบบจากเจ้าของ
๑. การออกแบบโดยใช้ตัว ธรุ กิจเพื่อใหผ้ ู้ซ้ือสินคา้ สามารถจดจา� สินคา้ ไดง้ ่าย
อักษรยอ่ หรือใชค้ า� เต็มส�าหรบั ขอ้ ความสน้ั ๆ
๒. การออกแบบโดยใช้ภาพแสดงความหมายของสิ่งนั้นๆ หรือก�าหนดให้ภาพ
เพอ่ื เปน การดงึ ดดู เปน็ สญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายการค้า
ความสนใจ เพ่ืออธิบายความคิด ๓. การออกแบบโดยรวมเอาตวั อกั ษรกบั ภาพเขา้ ด้วยกัน
รวบยอด
เพือ่ การอา้ งองิ แทน ๔. การออกแบบจากอดุ มการณ์เปน็ สัญลักษณแ์ บบนามธรรม โดยใชร้ ูปทรงทาง
ตวั จริง เรขาคณิตหรอื รูปทรงอิสระ
เพื่ออธบิ ายเนอื้ หา ๒) หลักเกณฑ์พ้ืนฐานของการออกแบบสัญลักษณ์ การออกแบบสัญลักษณ์ท่ีดี
แทนขอ้ ความ จะตอ้ งมีหลักเกณฑพ์ ้ืนฐาน ดังนี้
๑. มคี วามประณตี เรยี บร้อย ตดั ทอนรายละเอยี ดออก
๒. ดูเข้าใจงา่ ยและจ�าได้งา่ ย
เพือ่ ประกอบขอ้ มลู ๓. ดงึ ดูดความสนใจได้ด ี สะดุดตา
ทางสถติ ิ ๔. ไมล่ า้ สมยั
ผลงานการออกแบบสัญลักษณ์นั้น เมื่อออกแบบเสร็จเรียบร้อยเป็นตัวต้นฉบับแล้ว
และจะเผยแพร่ทางสิ่งพิมพ์ ก็ต้องผ่านกระบวนการพิมพ์ แต่หากประสงค์จะท�าเป็นสัญลักษณ ์
ท่ีติดตั้งเป็นป้ายแสดง ก็ต้องจัดท�าด้วยวัสดุต่างๆ เป็นรูปสัญลักษณ์หรืออาจเป็นวัสดุชนิดต่างๆ
ตัวอย่างงานสิง่ พมิ พท์ ีม่ ภี าพประกอบ จัดวางรว่ มกนั กบั ส่วนที่เป็นส่ิงพมิ พ์ซึ่งขนึ้ อยูก่ ับแบบทีส่ รา้ งสรรคไ์ ว้
3๒ 33
3.6 การออกแบบโปสเตอร์ การใช้ศัพท์ทางทัศนศิลป์เพื่อการบรรยายจุดประสงค์และเนื้อหาของงานทัศนศิลป์ในท่ีน้ี
มีวัตถุประสงค์ให้การบรรยายมุ่งเสนอจุดประสงค์ของการสร้างงานและพิจารณาเนื้อหาของ
โปสเตอร์ คือ ส่ือประเภทหนึ่งที่บอกกล่าวถึงเรื่องราวให้ผู้พบเห็นได้ทราบ โดยมี ผลงานท่ีสร้าง ซึ่งจะช้ีให้เห็นถึงเบ้ืองหลังของความคิดและเง่ือนไขการสร้างสรรค์งานศิลปะ
จุดเด่นดึงดูดสายตา รวมทั้งสามารถท�าความ ช้ินใดช้ินหน่ึงหรือเน้ือหาใดเนื้อหาหน่ึงโดยเฉพาะ การบรรยายประเภทนี้จะรวบรวมเรียบเรียง
เข้าใจได้ในระยะเวลาอันส้ัน ในภาพโฆษณา ข้อคิดแล้วใช้ศัพท์ทางทัศนศิลป์ร่วมในการบรรยายเชิงวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือให้ผู้ฟังมีความเข้าใจ
อาจบรรจุตัวอักษรหรือรูปภาพ หรือท้ังสอง ในการท�างานของผสู้ รา้ งสรรค์ผลงานนน้ั
อย่าง ความส�าคญั และความงามของโปสเตอร์
นนั้ จะเขา้ ถงึ จติ ใจของผพู้ บเหน็ ไดฉ้ บั ไว รวดเรว็ 4.1 การบรรยายกับงานทัศนศลิ ป ์
ขึ้นอยู่กับการออกแบบโปสเตอร์ซ่ึงต้องมีความ ๑) ความส�าคัญของการบรรยาย การบรรยายเป็นกระบวนการบันทึกส่ิงต่างๆ
แน่นอนด้านความคิดและการจัดองค์ประกอบ
ศลิ ปท์ ส่ี ะดดุ ตา ดงึ ดดู ความสนใจ เชือ้ เชญิ ตอ่ ท่ีพบในผลงาน โดยค้นหาว่ามีอะไรอยู่ในผลงาน คุณสมบัติที่เด่น รวมไปถึงรายละเอียดอื่นๆ
สายตาของผู้คนได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้ ด้วย เป็นการท�าความเข้าใจภาพผลงานอย่างง่ายๆ เพื่อให้รู้ว่ามันคืออะไร ภาษาที่น�ามาใช้เป็น
เช่น การกระตุ้นเตือนภัย การเอาใจใส่ การ ภาษาง่ายๆ ประกอบกับศัพท์ทางทัศนศิลป์ การบรรยายเป็นข้ันตอนแรกของการวิจารณ์ศิลปะ
งานโปสเตอร์ท่ีได้รับการจัดองค์ประกอบศิลปมาเป็น เชญิ ชวน หรอื การใหค้ วามกระจา่ งชดั ในเรอื่ งใด การบรรยายท่ีดีจะน�าผลไปสู่ขั้นวิเคราะห์ ข้ันตีความหมาย และขั้นตัดสินประเมินค่าผลงานตาม
อยา่ งดี จะส่ือให้ผ้ชู มเขา้ ใจเรอ่ื งราวได้รวดเร็วและดึงดดู เรอื่ งหนงึ่ หรอื ชกั ชวนใหเ้ ขา้ มาชม เชน่ โปสเตอร์ ลา� ดับข้ันของหลกั การวจิ ารณศ์ ลิ ปะ
ใหผ้ ู้ชมเขา้ มาชมผลงานตามเปา หมาย โฆษณาการแสดงดนตรี โปสเตอร์โฆษณา ภาษาที่ใช้ในการบรรยายผลงาน มีความจ�าเป็นที่จะสื่อสารให้ผู้ฟังหรือผู้ชมได้รับรู้
ถึงจุดประสงค์และความคิด เน้ือหาของผลงาน และอาจรวมไปถึงอารมณ์ทางศิลปะด้วยก็ได้
ภาพยนตร ์ เปน็ ตน้ ผู้บรรยายควรฝึกการส่ือความหมายท่ีสมบูรณ์ การใช้ภาษาไทยในการบรรยายบางคร้ังบางตอน
ดังน้ัน การออกแบบโปสเตอร์ทด่ี ีจะตอ้ งไดผ้ ลผลติ โปสเตอรท์ ีส่ มบูรณ ์ ซง่ึ ประกอบดว้ ย อาจมีข้อจ�ากัดในส่วนที่เก่ียวกับการแสดงออกของความคิดทางศิลปะและด้านองค์ประกอบศิลป์
ความชัดเจนของรูปแบบ ส ี ถอ้ ยคา� และความคิดทผี่ พู้ บเหน็ จะจดจา� ไว้ จึงจ�าเป็นต้องเรียนรู้ศัพท์ทางทัศนศิลป์เพื่อน�ามาใช้ประกอบการบรรยายให้เกิดสุนทรียารมณ์ต่อ
ผ้ชู มอกี ประการหนึ่งนอกเหนอื จากการไดร้ บั ข้อมูลเพียงอยา่ งเดยี ว
๔. ศพั ทท างทศั นศิลปกับงานทัศนศิลป
๒) หลักของการบรรยาย ในการบรรยายน้ี สิ่งแรกท่ีพูดถึงก็คือ พิจารณาถึงสิ่งท ี่
ศาสตร์ทางด้านศิลปะนั้นเป็นศาสตร์เฉพาะทางที่มีการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัต ิ
นับเป็นวิชาความรู้ท่ีส�าคัญต่อผู้เรียนในการเสริมสร้างให้มนุษย์มีการพัฒนาทางสมองท่ีสมบูรณ์ เหน็ ไดช้ ัดเจนท่ีสดุ ก่อน ถา้ เปน็ งาน แบบเหมือนจริง ควรบนั ทกึ ชื่อและสงิ่ ที่ปรากฏเห็นได้ไวก้ อ่ น
นอกจากการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติแล้ว บทเรียนส�าคัญต่อมาท่ีท�าให้การพิจารณาผลงานทัศนศิลป์ และค�าบรรยายต้องใช้ค�าที่ง่าย ชัดเจน ตามข้อมูลท่ีปรากฏ แต่ถ้าเป็นผลงานท่ีดัดแปลงจาก
เป็นไปอย่างถูกต้องสมบูรณ์ก็คือ การประเมินงานทัศนศิลป์ท่ีมีขั้นตอนการวิจารณ์งาน การ ธรรมชาติมาก การจะบรรยายรายละเอียดของเน้ือหาคงท�าได้ยาก จึงจ�าเป็นต้องอธิบายอย่าง
วิจารณ์งานทัศนศิลป์ด้วยการบรรยายหรือข้อเขียนมีส่วนในการเสริมความรู้ความเข้าใจทาง กว้างๆ ถึง ส ี รปู ทรง ทิศทาง ตามท่ีมองเห็น เช่น เหน็ รูปไข่ รูปสี่เหลยี่ มผนื ผ้า เปน็ ต้น
ศิลปะให้แก่ตนเอง การฝึกให้ผู้เรียนได้บรรยายจุดประสงค์และเน้ือหาของงานทัศนศิลป์เป็น
กิจกรรมที่ควรปฏิบัติเสมอหลังจากสร้างสรรค์ผลงาน และเนื่องจากเป็นศาสตร์เฉพาะทางจึงมี 4.๒ ศพั ทท์ างทัศนศิลป์
ศัพท์ทางทัศนศิลป์ท่ีต้องใช้ในการอธิบายหรือบรรยาย ความรู้ท่ีได้รับเป็นความรู้เชิงวิเคราะห์
ซึ่งจา� เปน็ อยา่ งย่ิงสา� หรับผู้ทตี่ ้องการเรียนรู้และเข้าใจงานศิลปะ ศพั ทท์ างทัศนศลิ ปซ์ ่ึงเปน็ ศพั ทเ์ ฉพาะน้นั มรี ากฐานมาจากภาษาอังกฤษและไดบ้ ญั ญัติ
ศัพท์เป็นภาษาไทยโดยราชบัณฑิตยสถานเป็นหลัก บางค�าก็ก�าหนดข้ึนโดยศิลปินไทยผู้เขียน
34 EB GUIDE http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/07 ต�าราทางศิลปะเพราะศัพท์เฉพาะทางทัศนศิลป์ในภาษาไทยเรายังอยู่ในวงท่ีไม่กว้างนัก บางค�า
อาจไม่ค้นุ ห ู ศพั ท์ทางทัศนศลิ ปซ์ ึ่งผเู้ รียนควรร้ใู นระดบั พน้ื ฐานมดี ังนี้
35
ค�าศพั ท์ ความหมาย ๑๑. องคป์ ระกอบศิลป์ วิชาหรอื ทฤษฎที ่เี กยี่ วกบั การสรา้ งรูปทรงในงานทศั นศลิ ป์
(composition of art)
๑. โครงสร้างเคล่ือนไหว เปน็ งานประติมากรรมท่ีมีโครงสร้างบอบบาง จดั สมดลุ ด้วยเส้นลวดแข็ง
(mobile) บางๆ ทม่ี วี ตั ถุรูปรา่ ง รูปทรงตา่ งๆ ท่อี อกแบบเชื่อมตดิ กบั เส้นลวด เปน็ ๑๒. เอกภาพ (unity) สภาพทเ่ี ปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั ความสอดคลอ้ งกลมกลนื กนั การประสาน
กันหรือการจัดระเบียบของส่วนต่างๆ เพ่ือสร้างผลรวมอันเป็นอันหน่ึง
เครือ่ งแขวนทเี่ คล่อื นไหวไดด้ ้วยกระแสลมเพียงเบาๆ อันเดียวท่ไี ม่อาจแยกออกจากกนั ได้
๒. งานส่อื ผสม เป็นงานออกแบบทางทัศนศิลป์ที่ประกอบด้วยหลายส่ือ โดยใช้วัสดุ ๑๓. ความกลมกลนื ความประสานกันอย่างลงตัว นา่ พอใจของทัศนธาต ุ เช่น เส้น รปู ทรง ส ี
(mixed media) หลายๆ แบบ เชน่ กระดาษ ไม้ โลหะ สร้างความผสมกลมกลืนดว้ ยการ (harmony) ขนาด ลักษณะพืน้ ผวิ เปน็ ตน้
สรา้ งสรรค์
๑๔. ความสมดุล สภาพของการถว่ งดลุ กนั ของนา�้ หนกั ทศั นธาตทุ ปี่ ระกอบกนั ในงานชน้ิ หนงึ่
๓. จงั หวะ (rhythm) เป็นความสัมพันธ์ของทัศนธาตุ เช่น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง น้�าหนัก (balance)
ในลักษณะของการซ้�ากันสลับไปมา หรือลักษณะล่ืนไหล เคล่ือนไหว
ไม่ขาดระยะ จงั หวะท่ีมีความสมั พันธต์ ่อเน่ืองกนั จะชว่ ยเน้นใหเ้ กดิ ความ ๑๕. การซ้�า (repetition) การท�าอีกครั้ง การปรากฏตัวของส่ิงท่ีเหมือนกันต้ังแต่ ๒ หน่วยข้ึนไป
เด่น หรือทางดนตรีกค็ อื การซ้�ากนั ของเสียงในช่วงเทา่ กันหรอื แตกต่าง เชน่ การซ�้าของแนวเรือ่ ง รูปทรง จังหวะ เป็นต้น
กัน จงั หวะใหค้ วามรู้สึกหรอื ความพอใจทางสนุ ทรยี ภาพในงานศลิ ปะ
๑๖. กระบวนแบบ (style) ลกั ษณะทเ่ี ดน่ เฉพาะของรปู แบบและกลวธิ ใี นการสรา้ งสรรคง์ านของศลิ ปนิ
๔. ทศั นธาตุ ส่ิงที่เป็นปัจจัยของการมองเห็น เป็นส่วนต่างๆ ท่ีประกอบกันเป็นภาพ หรอื หมายถึง วิธีการแสดงออกที่ศิลปินแตล่ ะคนหรือแต่ละกลุ่มใชใ้ นการ
(visual elements) ได้แก ่ จดุ เสน้ นา�้ หนัก ทีว่ ่าง รูปร่าง รปู ทรง สี และลักษณะพืน้ ผิว สร้างสรรค์งาน อันเปน็ ลกั ษณะเฉพาะทีส่ ังเกตเห็นได้เด่นชดั
๕. ทัศนียภาพ วิธเี ขียนภาพของวัตถใุ ห้มองเห็นวา่ มีระยะใกล้ไกล ๑๗. การแสดงออก การแสดงความคดิ อารมณ ์ ความรสู้ ึก ความหมาย เป็นตน้ ออกมาให้
(perspective) (expression) ปรากฏเปน็ รูปแบบดว้ ยถ้อยคา� สัญลกั ษณ ์ หรือผลงานทัศนศลิ ป์
๖. ทศั นศลิ ป์ (visual art) ศิลปะทร่ี ับร้ไู ด้ดว้ ยการเหน็ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพมิ พ ์ ๑๘. ความบนั ดาลใจ การกระตนุ้ หรือผลกั ดนั ท่เี กิดข้นึ ในใจ ทา� ใหเ้ กิดความคิดหรือการกระท�า
และงานสร้างสรรค์อื่นๆ ที่รบั รู้ด้วยการเหน็ (inspiration) เชิงสรา้ งสรรค์ อาจเกดิ ขึ้นจากการกระตนุ้ จากภายนอกหรอื ภายในใจเอง
กไ็ ด้ หรืออาจเรยี กว่า ความดลใจ
๗. ภาพปะตดิ (collage) เปน็ ภาพทที่ า� ขน้ึ ดว้ ยการใชว้ สั ดตุ า่ งๆ เชน่ กระดาษ ผา้ เศษวสั ดธุ รรมชาติ
เปน็ ต้น ปะติดลงบนแผน่ ภาพดว้ ยกาวหรือแปง้ เปียก ๑๙. พื้นทว่ี า่ งหรอื ช่องไฟ ทวี่ ่างระหวา่ งรปู ทรง ระหวา่ งลายหรอื ตัวอักษร
(space)
๘. วงสธี รรมชาต ิ คอื วงกลมซึ่งจัดระบบสใี นแสงสรี ้งุ ทเี่ รยี งกันอยใู่ นธรรมชาต ิ สวี รรณะอุ่น
(color circle) จะอยู่ในซีกท่ีมีสีแดงและเหลือง ส่วนสีวรรณะเย็นจะอยู่ในซีกท่ีมีสีเขียว ๒ ๐. เน้อื หา สงิ่ ที่แสดงออกในงานศิลปะ ความหมาย สาระ
และสีมว่ ง สคี ่ตู รงข้ามกนั จะอยูต่ รงกันข้ามในวงสี (content)
๙. วรรณะส ี (tone) ลกั ษณะของสีท่แี บ่งตามความรูส้ ึกอุ่นหรือเย็น เช่น สีแดงอยใู่ นสีวรรณะ
อนุ่ (warm tone) สเี ขยี วอย่ใู นสวี รรณะเยน็ (cool tone) เป็นตน้
๑๐. สคี ตู่ รงขา้ ม (comple- สีท่ีอยู่ตรงกันข้ามกันในวงสีธรรมชาติ เป็นคู่สีกัน คือ สีคู่ท่ีตัดกันหรือ ค�าศัพท์เหล่านี้เม่ือน�ามาใช้ประกอบการบรรยายผลงานทางทัศนศิลป์จะช่วยให้ผู้เรียน
mentary colors) ต่างจากกันมากท่ีสุด เช่น สีแดงกับสีเขียว สีเหลืองกับสีม่วง สีน�้าเงิน เข้าใจในช้ินงานตามหลักการของการสร้างงานทัศนศิลป์และยังให้ความรู้สึกอยู่ในบรรยากาศของ
การเรียนรดู้ ้านศิลปะ
กับสสี ้ม เป็นต้น
36 http://www.aksorn.com/LC/Va/M4/08 EB GUIDE 3๗
4.3 ตัวอย่างการบรรยายภาพผลงานทัศนศลิ ป์ สรุป ผลงานทางทัศนศิลปที่ปรากฏใหเห็นเดนชัดสวยงามน้ันประกอบดวยสวนประกอบ
ตัวอย่างท่ี ๑ ยอยๆ อันเปนพ้ืนฐานอันดับแรกของศิลปะ ที่นิยมเรียกวา ทัศนธาตุ ไดแก จุด เสน รูปราง
รูปทรง พ้นื ผิว พื้นทว่ี า ง นา้ํ หนักออ น-แก และสี แลวนาํ เอาทศั นธาตมุ าจัดรวมใหถกู ตองโดย
ผลงานชน้ิ นชี้ ่อื ภาพ “The parasol” (รม่ กัน คาํ นึงถงึ ความมเี อกภาพ ความสมดลุ ความกลมกลืน ความขัดแยง จดุ สนใจ สดั สว น จงั หวะ
แดดเลก็ ๆ ของสตร)ี เทคนคิ จติ รกรรมสนี า้� มนั ภาพ ทาํ ใหเ กดิ ผลงานทีเ่ ดนชดั สวยงาม และมคี ุณคา
เขยี นชิ้นนเี้ ป็นภาพคน ๒ คน ผ้หู ญิงน่ัง ผชู้ ายยนื
ถอื รม่ กันแดดให้ผู้หญิง การจดั ภาพ ผ้หู ญิงผูช้ าย ศิลปะการออกแบบดานประยุกตศิลปเปนการออกแบบเพื่อใหไดชิ้นงานท่ีเก่ียวของกับ
อยใู่ กลก้ นั ชว่ งกลางของภาพ หนั หนา้ ทศิ ทางเดยี ว การดําเนินชีวิตในดานประโยชนใชสอยและการส่ือสารขอมูลตางๆ ซึ่งแสดงออกในรูปแบบที่
กนั ขณะทที่ ศิ ทางของรม่ หนั เขา้ หาคน ทา� ใหด้ เู ปน็ หลากหลาย ท้ังดานการออกแบบจัดวาง ตกแตงสิ่งของและวัสดุ เชน การออกแบบตกแตง
เอกภาพ รวมเปน็ หนว่ ยเดยี วกนั เกดิ ความสมดลุ ภายใน การออกแบบผลิตภัณฑ และการออกแบบดานการส่ือสารขอมูล เชน การออกแบบ
การใชส้ อี ยใู่ น วรรณะสเี ยน็ ม ี วรรณะสอี นุ่ ปรากฏ สิ่งพิมพ การออกแบบสัญลักษณเคร่ืองหมายและการออกแบบโปสเตอร ศิลปะการออกแบบ
เป็นผ้าประดับผมของผ้หู ญงิ และตัวเสอ้ื ของผูช้ าย เหลาน้ีผูออกแบบจะตองมีความรูความเขาใจและสามารถสรางสรรคงาน ท้ังงานจัดวางวัตถุ
ภาพ “The parasol” ผลงานของโกยา เทคนิค ซ่ึงเป็นสีส้มแต่เพียงเล็กน้อย ดูโดยรวมแล้วภาพ ส่ิงของ เคร่ืองใช และองคประกอบศิลปของการส่ือความหมายทางตัวอักษรและภาพดวย
สนี า้� มนั ม ี ความกลมกลืน กนั ทง้ั รูปทรง และ ส ี ภาพ แนวคิดและนําเสนอรูปแบบใหทันสมัยอยูเสมอ ผลงานการออกแบบถึงจะไดรับการสนองตอบ
อยา งดีจากผบู รโิ ภค
ผู้ชาย ผู้หญิง และร่มกันแดดซึ่งเป็นรปู ทรงทีเ่ ด่นชดั เป็นจุดสนใจของภาพได้จดั วางให้มี ช่องไฟ ระหว่าง
กนั อยา่ งพอเหมาะสวยงาม สีของ พน้ื หลัง เปน็ สอี อ่ นจาง ช่วยเสริมให้ เน้อื หา ของภาพทผี่ ู้สร้างสรรค์ 39
มจี ุดประสงคใ์ น การแสดงออก เด่นชดั ข้นึ
ตัวอยา่ งที่ ๒
ภาพนี้ช่ือภาพ “The Stage-coach at
Louveciennes” (คนขับรถมา้ บนถนนลเู วเซยี นส์)
จุดประสงค์ของผู้สร้างสรรค์ต้องการแสดงให้เห็น
วิถีชีวิตในชนบท มีการเดินทางโดยรถม้าโดยสาร
ภาพแสดงใหเ้ หน็ การสญั จรของผ้คู น โดยนา� เสนอ
วธิ วี าดภาพแสดง ทศั นยี ภาพ มรี ะยะใกลไ้ กล ดา้ น
ซ้ายของภาพเป็น รูปทรง ของต้นไม้จัดวางเป็น
จังหวะ มรี ะยะ ช่องไฟ เรยี งไปสูร่ ะดับสายตา โทน
สีของภาพเป็น วรรณะสีเย็น ท้ังภาพเกิด ความ
กลมกลืน ด้วยสี ภาพม ี ความสมดุล ทั้ง ๒ ข้าง ภาพ “The Stage-coach at Louveciennes” ผลงาน
ดว้ ยความรสู้ กึ ทเี่ ทา่ กนั ถงึ แมว้ า่ ดา้ นซา้ ยจะมสี ว่ น ของปซี าโร เทคนคิ สีน้�ามนั
ประกอบมากกวา่ แตด่ า้ นขวากถ็ ว่ งนา�้ หนกั ดว้ ยตน้ ไม ้ ๑ ตน้ และความเขม้ ของสพี น้ื ดนิ ทเ่ี ตมิ สเี ขยี วเขม้ ลงไป
38