The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nunpat.2014, 2021-10-04 22:47:45

แผนนิเทศ 2563

แผนนิเทศ 2563

คำนำ

แผนนิเทศการศึกษา ฉบับนจี้ ัดทำขึ้นตามนโยบายของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง
ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาสถานศึกษาทุกแห่งให้มีคุณภาพได้มาตรฐานโดยส่งเสริมให้มีการดำเนินการในหลายๆ ด้าน ที่
คาดหวังให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะนำไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ซึ่งสอดคล้องกับแผนการนิเทศ
ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ของกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขต
พ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาระนอง และเพ่อื ใหผ้ ู้นิเทศ ใชเ้ ปน็ เครอื่ งมือในการนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการ
ดำเนินงานด้านการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี นในสังกัด ประจำภาคเรียนที่ 2/2562และภาคเรียนท่ี
1/2563 ขอบข่ายของการนิเทศ 5 เรอื่ ง ประกอบด้วย

1. ดา้ นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนภาษาไทย
2. ดา้ นการยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
3. ดา้ นการพฒั นาการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
4. ด้านการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียน ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โดยใช้รปู แบบการนิเทศแบบชแี้ นะ (Coaching)

ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการนิเทศการศึกษา ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ.2563 ฉบับนี้จนเสร็จสมบูรณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการนำแผนสู่การปฏิบัติ เพื่อคุณภาพ
การศกึ ษาของสถานศึกษาและเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาในต่อไป

นันทน์ ภัส สักขาพรม
พฤศจกิ ายน 2562

สารบญั หนา้
1
ความเป็นมาและความสำคัญของการนเิ ทศ 2
วตั ถุประสงค์ 3
เป้าหมาย 3
ขอบเขตของการนิเทศ 3
3
ผู้นเิ ทศ 3
เน้อื หาการนเิ ทศ 3
เครอ่ื งมอื นเิ ทศ 4
ระยะเวลา 4
การดำเนินการ 4
การดำเนินการนเิ ทศระดบั สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง 6
วิธีดำเนินการ 6
กระบวนการนิเทศ 9
รปู แบบการนเิ ทศ 9
กิจกรรมการนเิ ทศ 10
ปฏทิ นิ การนเิ ทศ 11
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั 12
ภาคผนวก 24
เครื่องมือนเิ ทศ
แบบสรุปการนิเทศ



แผนนิเทศการศกึ ษา
ของนางนนั ท์นภัส สกั ขาพรม

ความเป็นมาและความสำคญั ของการนเิ ทศ

การนิเทศการศึกษานับเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของกระบวนการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ กระบวนการบริหารการศึกษา
กระบวนการเรียนการสอน และ กระบวนการนิเทศการศึกษา สำหรับกระบวนการนิเทศการศึกษาเป็น
กระบวนการที่ผู้นิเทศใช้กระตุ้น ท้าทาย ริเริ่ม ร่วมคิด ร่วมทำ สนับสนุนให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้
สงู ขนึ้ ตรงตามสภาพความต้องการทแ่ี ทจ้ ริงของการพฒั นา โดยผ่านครูผูส้ อนและผู้บรหิ ารโรงเรยี นรวมทัง้ ได้มีการ
พัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน ศึกษา ค้นคว้า เทคนิควิธีการนิเทศทั้งระบบการนิเทศภายในและภายนอกให้มี
ประสิทธิภาพ ศึกษานิเทศก์จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการที่จะนำพาคุณภาพการศึกษาของชาติไปสู่
เป้าหมาย โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาและเรียนรูอ้ ย่างเป็นระบบ ซึ่งประเด็นสำคัญของการจัดระบบ
การศึกษาและการเรียนรู้ทต่ี ้องปฏิบตั ิอย่างเร่งดว่ น ๔ ประการหลัก คอื การพฒั นาคุณภาพการศึกษาและเรียนรู้
การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และการพัฒนาคุณภาพ
การบรหิ ารจดั การใหม่ นอกจากน้ัน ศึกษานิเทศกย์ งั มหี น้าที่พฒั นาระบบการนิเทศให้เป็นการนิเทศแนวใหม่ เพื่อ
รองรับการเปล่ียนแปลงของสงั คมท่ีเปน็ ไปอย่างรวดเร็ว

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
โดยการกำหนดให้โรงเรียนมมี าตรฐานการศึกษาและพัฒนาโรงเรียนเข้าสู่มาตรฐานการศึกษาแล้วมีการประเมนิ
และปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้น พร้อมที่จะรับ
การประเมนิ ภายในและภายนอก การนเิ ทศการศกึ ษาจึงควรปรับเปล่ียนให้เหมาะสมเพื่อให้เป็นกิจกรรมท่ีช่วยให้
ผู้รับการนิเทศ มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อวชิ าชีพครูมีขวญั กำลังใจและมีความรู้ความสามารถท่ีจะปฏิบัติงานให้บรรลุผลตาม
มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด รักษาไว้ และยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นอยู่
เสมอเป็นกิจกรรมที่ดำเนินไปอย่างเป็นระบบและรองรับด้วยข้อมูลสารสนเทศเป็นกิจกรรมที่อยู่ในบรรยากาศ
ของความร่วมมือร่วมใจเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ เป็นกิจกรรมที่เคารพในความ
แตกต่างระหว่างบุคคลของผู้รับการนิเทศ เป็นกิจกรรมที่ดึงศักยภาพของผู้รับการนเิ ทศมาใช้ และให้การยกย่อง
เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศพัฒนาตนเองให้อยู่ในระดับมาตรฐานวิชาชีพหรือระดับคุณภาพครูของคุรุ
สภาให้สูงขึ้น นำไปสู่คุณภาพผู้เรียนที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานของหลักสูตรตลอดจนยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นใหเ้ ป็นไปตามเปา้ หมายของสำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง

เครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนเกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับ
องค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนได้ประชุมปรึกษาหารือและทำงานร่วมกันเกี่ยวกับการวางแผน
กำหนดนโยบายสนับสนุนการปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ ของครูให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ครูผู้สอนเป็นบุคคล
สำคัญในโรงเรียนที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจและให้การสนับสนุน ผู้บริหารโรงเรียนจะสนับสนุนนครูผู้สอน
โดยใช้กระบวนการบริหาร กล่าวคือ วางแผนสนับสนุนในด้านวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้และสิ่ งอำนวย
ความสะดวกต่าง ๆ จัดหาบริการและสวัสดิการในด้านต่าง ๆ สำหรับครู จัดให้ครูได้ทำงานตามความเหมาะสม
กับความรู้ความสามารถ ให้โอกาสครูได้เข้ามามีสว่ นร่วมในการตัดสินใจต่าง ๆ ส่งเสริมใหค้ รไู ด้มีโอกาสก้าวหนา้
และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้บริหารจะต้องแสวงหาวิธีการ

2

ควบคุมที่เหมาะสม ครูให้การยอมรับและไม่เกิดความรู้สึกว่ากำลังถูกบังคับ ส่วนผู้นิเทศจะให้การสนับสนุน
ช่วยเหลอื ครไู ด้โดยการเตรยี มการตา่ ง ๆ ร่วมกบั ครู วินิจฉัยปัญหาและรว่ มกนั วางแผนปรับปรุงแก้ไข เสนอแนะ
การจัดกระบวนการเรียนการสอนและการใช้วัสดอุ ุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกันประเมนิ ผลการสอนซึ่งไม่ทำให้ครูเขา้ ใจ
ว่าเป็นการประเมินตัวครู และร่วมกันวางแผนปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น หรือปรับปรุงแก้ไขในด้านอื่น ๆ ต่อไป
ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกระบวนการเรียนการสอนของครูหรือคณุ ภาพของนักเรยี นน้ัน ทุกฝ่ายจะต้องสนใจและ
ใหค้ วามสำคญั หยบิ ยกขนึ้ มาพจิ ารณารว่ มกันเสมอ บรรยากาศในการประชุมร่วมกนั ของผู้บริหารครูผู้สอนและผู้
นเิ ทศ จะเปน็ บรรยากาศของการมีปฏิสัมพนั ธ์ท่ีทุกคนให้ความไวว้ างใจ ให้ความเช่อื ถือให้การยอมรับซ่ึงกันและ
กัน

จากการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาระนองในปีบประมาณที่ผ่านมา ทำให้ทราบถึงผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพ
การจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาระนอง ดา้ นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียน
ในสังกัด ด้านการดำเนินงานตามกรอบแนวทางการนิเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจน
ข้อเสนอแนะของโรงเรียน โดยคณะนิเทศกที่รับผิดชอบเครือข่ายการจัดการศึกษาได้นำประเด็นข้อค้นพบตาม
ความต้องการของโรงเรียน มาใช้เป็นฐานในการวางแผนการนิเทศและสนับสนุนโรงเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับ
นโยบายของหน่วยงาน และจากการประชุมสรปุ ปัญหาในปงี บประมาณทผ่ี ่านมา พบวา่ ปัญหาการนเิ ทศของคณะ
ผู้นิเทศ ได้แก่ ภาระงาน เร่งด่วนบางช่วงเวลา ภาระงานอื่นแทรกการนิเทศบางครั้งไม่ตรงปฏิทินการนิเทศ
ทำให้ไม่สามารถออกนิเทศได้ตามปฏิทินการนิเทศที่กำหนดไว้ เนื่องจากมีกิจกรรมโครงการตามนโยบายของ
สพฐ.และ สพป. ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยในปีงบประมาณนี้ ขาดองค์ความรู้บางเรื่องที่ต้องนิเทศ การสร้าง
เครื่องมือการนิเทศยังไม่ระดมความคิด รู้เฉพาะเรื่องที่รับผิดชอบเรื่องอื่น ๆ ยังไม่ชัดเจน งาน/เวลาของ
ศึกษานิเทศก์ไม่ตรงกันการระดมความคิดมีน้อย การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการนิเทศทางไกลยังไม่
เป็นรูปธรรมและไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้การนิเทศ กำกับติดตามและสนับสนุนด้านวิชาการแก่โรงเรียนและ
ครผู ู้สอนเป็นไปได้ไมด่ ีเท่าทคี่ วร

เพื่อให้เกิดสัมฤทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ
สังคมและความต้องการคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องอาศัยการนิเทศการศึกษาในรูปแบบการนิเทศ
และกระบวนการนิเทศการศึกษาที่เหมาะสม ข้าพเจ้าได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งให้มีคุณภาพได้มาตรฐานโดยส่งเสริมให้มีการดำเนินการในหลายๆ ด้าน
ที่คาดหวังให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะนำไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้โดยใช้การนิเทศการศึกษาเต็ม
พิกัด ทั่วถึงต่อเนื่อง โดยเน้นกระบวนการปฏิบัติร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศทุกระดับ ทั้งนี้เพื่อ
ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของผู้รับการนิเทศในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐาน
และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและผลการทดสอบระดับชาติ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่
กำหนด

วัตถุประสงค์

1. เพอ่ื นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสงั กัด
2. เพ่อื ตดิ ตามยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของโรงเรียนในสังกดั
3. เพ่อื สร้างขวัญกำลงั ใจแกผ่ ู้บรหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาในสงั กดั

3

เปา้ หมาย

เชิงปรมิ าณ
1. สถานศึกษาทุกโรงในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จำนวน 78 โรงเรียน
1 สาขา
2. ศูนยเ์ ครือข่ายการจัดการศึกษา จำนวน 9 เครือข่าย
3. ผู้บริหารสถานศกึ ษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ทุกคน

เชงิ คุณภาพ
1. โรงเรียนในเครอื ขา่ ยการจัดการศึกษาท่ี 1 ทุกแหง่ สามารถบรหิ ารจัดการศึกษา จัดการเรียนการสอน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสทิ ธิผล ตามมาตรฐาน
2. นกั เรยี นมีคุณภาพตามมาตรฐาน และผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนสูงข้นึ
3. ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ครู และบุคลากร ในสงั กดั ทุกคนมีขวัญกำลงั ใจในการปฏบิ ัตงิ าน

ขอบเขตของการนิเทศ

1. ผนู้ เิ ทศ ประกอบด้วย
1.1 รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
1.2 ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
1.3 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

2. เนอ้ื หาการนิเทศ ประกอบด้วย
2.1 ดา้ นการพัฒนาทกั ษะการอา่ น การเขยี นภาษาไทย
2.2 ดา้ นการยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
2.3 ดา้ นการพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนกลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
2.4 ดา้ นการจดั การเรยี นรูข้ องครูผ้สู อนกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใชร้ ูปแบบการนิเทศแบบชแี้ นะ (Coaching)

3. เครื่องมอื นิเทศ การนิเทศ ติดตาม ตามแผนการนิเทศ ประกอบด้วย
3.1 แบบนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการพฒั นาทักษะการอา่ น การเขยี นภาษาไทย
3.2 แบบนิเทศ การยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น
3.3 แบบนิเทศ การพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
3.4 แบบนิเทศ ตดิ ตามดา้ นการจัดการเรยี นรู้ของครผู ู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เพอ่ื

ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการนิเทศแบบชแ้ี นะ (Coaching)

4. ระยะเวลา
การดำเนินงานการนเิ ทศ ปงี บประมาณ พ.ศ.2563 ในระหว่างเดือนตลุ าคม 2562 –

กันยายน 2563

4

การดำเนนิ การ

1. การดำเนนิ การนเิ ทศระดบั สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
1. สร้างความเข้าใจนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนิเทศภายในแก่ผู้บริหารสถานศึกษา/

ครใู ห้เป็นไปในแนวทางเดยี วกนั
2. ส่งเสรมิ สนบั สนุน/จดั ทำแนวทางการนิเทศภายใน
3. นิเทศ กำกบั ติดตาม โดยเขตพนื้ ท่ีรว่ มกับสถานศึกษา
4. ยกย่องเชิดชูเกียรติ สถานศึกษาที่มีระบบการนิเทศภายในที่เป็นแบบอย่างได้
5. สรุป รายงานผล
6. นำผลขอ้ มูลหรือสารสนเทศทไี่ ดร้ บั นำไปพัฒนาสำหรับการนเิ ทศการศึกษาในครง้ั ตอ่ ไป

2. วิธีดำเนนิ การ ผู้นเิ ทศไดศ้ กึ ษาหลกั การ แนวคิด ทฤษฎีของการนเิ ทศเปน็ ๕ ขนั้ ตอน และดำเนนิ การ
นิเทศ ดงั นี้

ขนั้ ที่ ๑ การศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันปัญหาและความต้องการ
เป็นการกำหนดปญั หาและความตอ้ งการในแกป้ ัญหาหรือพัฒนา ดังนี้

๑.๑ การจดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเปน็ ข้อมูลในการพจิ ารณาวางแผนการดำเนินงาน
๑.๒ การแลกเปลยี่ นระดมความคิด วเิ คราะหเ์ พื่อหาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและความต้องการใน
การพฒั นาตามบรบิ ทของหน่วยงาน
๑.๓ การจัดลำดับปัญหาและเลือกปัญหาที่เป็นความจำเป็นหรือต้องการในลำดับเร่งด่วนหรือ
ลำดับทีเ่ หน็ ว่าสำคัญท่ีสดุ
๑.๔ การสร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การประชุม
การสมั มนา ฯลฯ เพื่อสร้างวิสยั ทัศน์หรอื สร้างเปา้ หมายรว่ มกนั ในการดำเนนิ งาน

ขั้นท่ี ๒ การวางแผนการนิเทศ
เป็นการนำปญั หาและความตอ้ งการ กำหนดรายละเอยี ดของกิจกรรมในการจดั ทำแผนนิเทศ ดงั น้ี

๒.๑ กำหนดแนวทาง/วิธีการการพัฒนาที่หลากหลายตามปัญหาที่เกิดขึ้น ตามความต้องการ
และจำเป็น มีการใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้วิชาทางวิชาชีพ (Professional Learning Community :
PLC) และการศึกษาชน้ั เรยี น (Lesson Study) เปน็ เคร่ืองมือสำคัญในการพัฒนาวชิ าชีพครแู ละการพฒั นาผู้เรียน
อย่างเป็นระบบและต่อเน่อื ง

๒.๒ เลอื กแนวทาง/วิธีการในการพฒั นาโดยการมีสว่ นร่วมของทุกฝ่ายท่ีเกย่ี วข้อง
๒.๓ วางแผนการดำเนินงานพัฒนา

๑) การประชุมเตรยี มการนเิ ทศ เพอื่ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจร่วมกนั
๒) สรา้ งคณะนิเทศ เปน็ ทมี งานในการนเิ ทศร่วมกนั
๓) กำหนดประเดน็ การนิเทศ เปน็ การกำหนดเน้ือหาทจ่ี ะนิเทศ
๔) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนิเทศที่เหมาะสมกับ
การแกป้ ัญหาและการพัฒนา
๕) กำหนดวิธีการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมตามสภาพปัญหาและความ
ต้องการ เช่น การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกตชั้นเรียน การสาธิต การบันทึกวิดีโอและการ
ถ่ายภาพ การสัมภาษณ์ การ Coaching & Mentoring ฯลฯ โดยเน้นการใช้ ICT ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การใช้

5

การนิเทศทางไกล การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การ Conference การใช้ Video Line You
Tube Facebook Live เป็นตน้

๒.๔ จัดทำแผนนิเทศ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนการ
ดำเนินการ กจิ กรรมสำคัญ ปฏทิ ินการปฏิบตั ิงาน ทรพั ยากรท่ีตอ้ งการ เครื่องมอื นิเทศ ผลท่คี าดวา่ จะได้รบั

ข้ันที่ ๓ การสร้างสื่อและเครอื่ งมอื นิเทศ
สื่อและเครื่องมือนิเทศเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นสิ่งที่จะ
ช่วยเก็บรายละเอียดที่ผู้รับการนิเทศไม่สามารถแสดงออกมาได้ และสามารถเก็บข้อมูลนำมาเปรียบเทียบผลท่ี
เกดิ ขึน้ เพ่อื เปน็ แนวทางในการพฒั นา และสิ่งทท่ี ำให้มคี วามเขา้ ใจตรงกนั ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ

๓.๑ สร้างสื่อการนิเทศที่ทำให้การนิเทศบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น วิธีการนิเทศ ทักษะการนิเทศ
เทคนิคการนเิ ทศ โดยเป็นสอ่ื ทส่ี อดคล้องคลอ้ งในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ เนน้ การใช้ ICT ในรปู แบบต่าง ๆ เช่น การใช้
การนิเทศทางไกล การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การ Conference การใช้ Video Line You
Tube Facebook Live เป็นตน้

๓.๒ สร้างเครื่องมอื การนิเทศเพื่อเก็บข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ปญั หาและพัฒนาตรวจสอบ
ตดิ ตามความก้าวหนา้ ของการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินงาน ซ่งึ เปน็ เคร่อื งมอื ทม่ี ีคุณภาพ ใช้ง่าย
สามารถเก็บข้อมูลที่ตอบประเด็นปัญหาความต้องการ และเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนา
คุณภาพการศึกษา

ข้ันที่ ๔ การปฏิบัติการนิเทศ
ดำเนินการนิเทศตามวธิ กี ารการนเิ ทศและกจิ กรรมการนเิ ทศทกี่ ำหนด
๔.๑ ประชุมเตรียมการก่อนการนิเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจของผู้นิเทศ ให้การนิเทศเป็นไป

อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๔.๒ นิเทศตามขนั้ ตอน ระยะเวลา และใชเ้ คร่อื งมอื ตามทกี่ ำหนด
๔.๓ การสะท้อนผลการนเิ ทศ
๔.๔ ปรับปรุงและพฒั นาการดำเนินงาน

ขั้นท่ี ๕ การประเมนิ ผลและรายงานผล
๕.๑ ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เช่น การดำเนินงานของผู้รับการนิเทศ เพื่อนำ

ผลไปปรบั ปรุงแนวทางการดำเนนิ งาน
๕.๒ ประเมินผลการนิเทศเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติการนิเทศตามระยะเวลาที่ต้องการในการนำ

ผลไปใชใ้ นการพัฒนา หรือในแต่ละปกี ารศกึ ษา
๕.๓ รายงานผลการนเิ ทศตอ่ ผ้เู กย่ี วขอ้ ง
๕.๔ นำผลการนิเทศที่เป็นปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะไปพัฒนาการนิเทศในครั้งต่อไป

หรือในปีการศกึ ษาต่อไป

6

กระบวนการนิเทศ

กระบวนการนเิ ทศแบบ “PIDRE” มีข้นั ตอนดงั น้ี
ขั้นที่ 1 วางแผนการนิเทศ (Planning-P) เป็นขั้นที่ผู้บริหารผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจะทำการ
ประชุมปรึกษา หารือเพื่อ ให้ได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการจำเป็นที่จะต้องมีการนิเทศ รวมทั้งวางแผนถึง
ข้ันตอนการปฏบิ ัติงานเกย่ี วกบั การนิเทศท่จี ะจดั ขนึ้ อีกด้วย
ขน้ั ที่ 2 ใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจในการทำงาน (Informing –I) เป็นขัน้ ตอนของการให้ความรู้ความ
เข้าใจถึงสิ่งที่จะดำเนินงานว่าจะต้องอาศัยความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง จะมีขั้นตอนในการดำเนินการ
อย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ได้ผลงานออกมาอย่างมีคุณภาพ ขั้นนี้จำเป็นทุกครั้งสำหรับการเริ่มการ
นิเทศที่จัดขึ้นใหม่ไม่ว่าจะเป็น เรื่องใดก็ตาม และก็มีความจำเป็นสำหรับงานนิเทศที่ยังไม่ได้ผล หรือได้ผลไม่ถึง
ข้ันทีพ่ อใจซ่ึงจำเปน็ จะตอ้ งทำการทบทวนให้ความรู้ในการ ปฏบิ ัตงิ านทีถ่ ูกตอ้ งอีกครั้งหนึ่ง
ขั้นท่ี 3 ลงมอื ปฏิบัติงาน (Doing –D) ประกอบดว้ ยงานใน 3 ลักษณะคอื

3.1 การปฏิบัติงานของผู้รับนิเทศเป็นขั้นที่ผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติงานตาม ความรู้
ความสามารถทไี่ ดร้ ับมาจากดำเนนิ การในข้นั ท่ี 2

3.2 การปฏบิ ตั งิ านของผู้ใหก้ ารนิเทศ ข้นั น้ผี ใู้ ห้การนิเทศจะทำการนิเทศและควบคุมคุณภาพให้
งานสำเรจ็ ออกมาทันตาม กำหนดเวลาและมคี ุณภาพสงู

3.3 การปฏิบัติงานของผู้สนับสนุนการนิเทศ ผู้บริหารก็จะให้บริการสนับสนุนในเรื่อง
วัสดุ อปุ กรณ์ ตลอดจนเครอื่ งใช้ต่าง ๆ ท่จี ะชว่ ยให้การปฏบิ ัติงานเป็นไปอย่างได้ผล

ขั้นที่ 4 สร้างเสริมกำลังใจ (Reinforcing –R) ขั้นนี้เป็นขั้นของการเสริมกำลังใจของผู้บริหาร
เพื่อให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและบังเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงานขั้นนี้อาจจะดำเนินการไปพร้อม ๆ
กนั กบั ผทู้ รี่ ับการนเิ ทศกำลงั ปฏบิ ตั ิงานหรอื การปฏิบัตงิ านได้เสรจ็ สนิ้ ลงไป แลว้ กไ็ ด้

ขั้นที่ 5 ประเมินการนิเทศ (Evaluating –E) เป็นขั้นที่ผู้นเิ ทศทำการประเมินผลการดำเนินการซงึ่
ผ่านไปแล้วว่าเป็นอย่าง ไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศหากพบว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างหนึ่งอย่างใด
ท่ที ำใหก้ ารดำเนินงานไม่ได้ผลก็สมควรจะต้องทำการปรับปรุงแก้ไข ซง่ึ การปรบั ปรุงแก้ไขอาจจะทำได้โดยการให้
ความรู้ในสิ่งที่ทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง สำหรับกรณีที่ผลงานออกมายังไม่ถึงขั้นที่พอใจหรือดำเนินการปรับปรุงการ
ดำเนินงานทั้งหมดสำหรับกรณีการดำเนินงานเป็นไปไม่ได้ผลและ ถ้าหากการประเมินผลได้พบว่าประสบ
ผลสำเร็จตามท่ไี ด้ตัง้ ไวห้ ากจะได้ดำเนินการนิเทศต่อไปกส็ ามารถทำไปได้เลยโดยไม่ต้องใหค้ วามรู้ในเร่อื งนนั้ อกี

รูปแบบการนิเทศ

การนเิ ทศแบบกลั ยาณมติ ร
เป็นการชี้แนะและช่วยเหลือด้านการเรียนการสอน มีหลักการนิเทศที่เน้นประเด็นสำคัญ 4 ประการ
คือ
1) การสร้างศรัทธา ผู้นิเทศจะต้องสร้างศรัทธาเพื่อให้ครูยอมรับและเกิดความสนใจที่จะใฝ่รู้ ใฝ่
ปรับปรุงการจัดกระบวนการเรียนรู้ มีการสร้างความสัมพันธ์ แจ้งภารกิจและความมุ่งหมาย จัดเวลา กำหนด
วธิ กี ารทำงาน
2) การสาธิตรูปแบบการสอน ผู้ให้การนิเทศจะต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการสอนที่เน้น
ผูเ้ รียนเป็นสำคัญน้ันสามารถปฏิบัติและทำได้จริง ๆ และครูสามารถนำรูปแบบไปประยุกต์ในชั้นเรียนได้โดยอาจ
จดั นทิ รรศการทางวิชาการและสาธิตรูปแบบการสอน

7

3) การร่วมคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจะต้องมีการพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีการร่วมคิดแก้ปัญหาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดกระบวนการ
เรียนรู้ซึ่งกันและกัน จัดบริการเอกสารทางวิชาการวางแผนร่วมกันเพื่อศึกษาดูงาน แนะให้ปฏิบัติตามสภาพ
จรงิ พบปะแลกเปล่ียนเรียนรู้จากผลการปฏบิ ัติ หาทางแก้ไขปรับปรุง เข้ารว่ มประชุม สมั มนา การฝึกอบรมตาม
โอกาสและนำเสนอผลงานในการประชมุ ปฏิบตั กิ าร

4) การติดตามประเมนิ ผลตลอดกระบวนการ ผู้นิเทศจะต้องบันทึกการนิเทศอย่างสม่ำเสมอ สังเกต
และรบั ฟังข้อมูลป้อนกลับจากผ้รู ับการนเิ ทศการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ข้ึน
ใหม่อยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนอื่ งสบื ไป

กล่าวโดยสรุปก็คือ กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรนิเทศเป็นการปฏิบัติจริงในสภาพที่เป็น
จริง ผู้นิเทศกับผูร้ บั การนิเทศต้องมีการปรึกษาหารือ ติดต่อสื่อสาร เยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วย
แก้ปัญหาและให้กำลังใจกันร่วมคิดร่วมทำ บอกวิธีให้รู้ สาธิตให้ดูและช่วยแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ มีการพบปะ
สนทนาเพื่อจะได้ทราบทุกข์ สุข และก่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาพื้นฐาน เพื่อกำหนดจุดมุ่งหมายในการ
ทำงาน ทั้งนี้ ผู้นิเทศจำเป็นต้องเริ่มงานด้วยความสัมพันธ์ที่ดีให้ครูรู้สึกไว้วางใจพร้อมกับนำกระบวนการนิเทศ
สอดแทรกกลมกลืนเข้าไปกับภาระงานปกติของครู การเยี่ยมเยียน การติดต่อสือ่ สารกับครูควรหลีกเล่ียงการใช้
อำนาจของการตรวจสอบ แต่ควรเป็นการให้กำลังใจใช้วิธีการพูดทางบวกมีการแลกเปลี่ยนความคิดและ
ปรึกษาหารือ ซึ่งผู้นิเทศพึงตระหนักว่าการนิเทศนั้นมิใช่การสั่งการ ตรวจสอบ บังคับบัญชา มิใช่การนิเทศ
กระดาษแต่เป็นการนิเทศคน กระดาษเป็นเพียงองค์ประกอบที่แสดงรอ่ งรอย การเรียนรู้ส่วนหน่ึงเทา่ นั้น แต่ที่
สำคัญทสี่ ดุ ผนู้ ิเทศต้องนเิ ทศคน พดู คุยกบั ครู ดูพฤตกิ รรมของนักเรียน สงั เกตบรรยากาศและความสัมพันธ์ใน
สังคมเรียนรู้นั้นเพื่อเข้าถึงสถานภาพและปัญหาโดยเริ่มต้นจากศรัทธาที่ครูมีความตั้งใจท่ี จะไปปรับปรุงวิธีการ
สอนของตนเอง ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์เป็นบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมแนะแนววิธีการต่าง ๆ ด้านการ
เรียนการสอน ทั้งนี้หากได้แรงหนุนอีกด้านหนึ่ง คือ การแนะนำช่วยเหลือ ให้แบบอย่างจากเพื่อนครูด้วยกันใน
รูปแบบกัลยาณมิตรนิเทศ ก็จะช่วยเป็นพลังผลักดันให้ครูได้ตระหนักและมองเห็นขั้นตอนการสอนที่เป็นจริง
ชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนของตนได้ดีขึ้น นำไปสู่แนวทางการนิเทศที่ถูกต้อง

การนิเทศแบบชี้แนะทางปัญญา (cognitive coaching)
เป็นกระบวนการที่ไม่เน้นการตัดสินความถูกผิดแต่จะใช้การประชุมวางแผน การสังเกต และการ
ประชุมเพื่อสะท้อนพฤติกรรมการสอน และยังใช้ในการวางกลยุทธ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อจะเสริมสร้างการรับรู้
การตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนของนักเรียน เป็นการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการคิดของครู
จดุ มงุ่ หมายสำคญั ของรปู แบบการนเิ ทศแบบชแ้ี นะทางปัญญา คือ 1) การพฒั นาและรกั ษาความไวว้ างใจ 2) การ
สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ 3) การส่งเสริมความงอกงามในพฤติกรรมที่เป็นอิสระและพึ่งพาอาศัยกัน
การนิเทศแบบช้ีแนะทางปัญญามอี งค์ประกอบ 3 ประการ คอื
1. การประชุมวางแผนซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการสร้างความไว้วางใจระหว่างสมาชิกในกลุ่ม
มุ่งเนน้ เปา้ หมายเพื่อการเตรียมการสอน และสร้างตัวชวี้ ดั เพอื่ สะทอ้ นพฤติกรรมการสอน
2. การสังเกตการสอน เปน็ การให้บรบิ ทสำหรับการสอนแนะ เพื่อนำไปใชใ้ นการกำหนดกลยุทธ์การ
เกบ็ รวบรวมข้อมูลท่ีสอดคลอ้ งกบั สง่ิ ทก่ี ำหนดไวใ้ นแผน
3. การประชุมเพ่ือสะท้อนพฤติกรรมการสอน เกิดข้ึนภายหลงั การสังเกตพฤตกิ รรมการสอน เพ่ือให้
ครสู ามารถพจิ ารณาบทเรียนและพฤติกรรมก่อนเขา้ มามีส่วนรว่ มในการประชุม การสอนแนะจะชว่ ยให้ครูได้บอก

8

ถึงความรู้สึกประทับใจในการสอนของตนเอง โดยนำพฤติกรรมการสอนที่กำหนดให้ไปสังเกตในขั้นตอนการ
วางแผนและการสังเกตการสอนให้มาอภปิ รายร่วมกนั

รูปแบบนี้จะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อผู้นิเทศมีเวลาเพียงพอให้สมาชิกในกลุ่มได้ทำงานร่วมกัน
ด้วยบรรยากาศที่มีอิสระในการพิจารณาประเด็นที่ไม่คุ้นเคยและทำการสังเกตซ่ึงกันและกัน จึงเป็นรูปแบบที่อยู่
บนพื้นฐานของความไว้ วางใจ ผลของการนิเทศแบบนี้ทำให้ครูมีความเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตนเอง และมี
การปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมการสอน

การนเิ ทศโดยพเ่ี ลยี้ ง (Mentoring)
เป็นรูปแบบที่ใช้วิธีการร่วมมือกัน โดยมีการช่วยเหลือเพื่อจะถ่ายโอนบทเรียนของประสบการณ์
วชิ าชพี โดยเนน้ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบคุ คลสำคัญว่าจะมีบทบาท 5 บทบาท คือ บทบาทการสอน การสนับสนุน
การให้กำลังใจ การให้คำปรึกษา และการสร้างสัมพันธภาพ และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยง ควรมีบทบาท ดังนี้
1. การให้ข้อเสนอแนะโดยช่วยให้ผู้รับการนิเทศได้เข้าใจวัฒนธรรมของสถานศึกษา และเข้าใจ
นโยบายและแนวทางการปฏิบัตงิ านภายในสถานศึกษา
2. การให้การสอนแนะในการฝึกฝนเพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพโดยใชร้ ูปแบบการชว่ ยเหลอื
3. ในบทบาทนี้ครูพี่เลี้ยงจะเป็นเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่จะให้ความสนใจในการที่จะระบุ วิเคราะห์
และแกป้ ัญหาการเรียนการสอนให้กับผู้รบั การนเิ ทศ
4. ครพู ีเ่ ลยี้ งจะเป็นผใู้ หก้ ำลังใจและพัฒนา โดยให้การยกย่องและร่วมฉลองความสำเร็จ

การนเิ ทศแบบออนไลน์
กิจกรรมนิเทศการศึกษา หมายถึงกิจกรรมที่ดำเนินไปอย่างเป็นระบบและรองรับด้วยข้อมูล
สารสนเทศ เป็นกจิ กรรมท่ีอยู่ในบรรยากาศของความรว่ มมือร่วมใจเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการ
นิเทศ การนิเทศทางไกลเป็นหนึ่งรูปแบบของการนเิ ทศ ในอดีตใช้วิธีการส่งจดหมาย ส่งข่าว ผู้รับการนิเทศเป็น
เพียงผู้รับสารฝ่ายเดียวเท่านั้น ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้นิเทศ แต่ปัจจุบันในยุคเทคโนโลยีข่าวสาร การใช้
อินเทอร์เน็ต (Internet) มาเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศได้เป็นอย่างดี และมี
ประสิทธิภาพ สามารถตอบข้อสงสัยสอบถามได้ พูดคุยได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ระยะทางไม่เป็น
อปุ สรรคปัญหาและเข้าถงึ ได้ทุกแห่ง ดงั น้ันรูปแบบการนิเทศทางไกลจึงเปล่ียนรปู แบบไป เป็น “นเิ ทศออนไลน์

9

กจิ กรรมการนเิ ทศ

ที่ รายการนเิ ทศ วตั ถุประสงค์ รปู แบบ/กจิ กรรม เคร่ืองมอื นิเทศ
การนเิ ทศ
แบบนิเทศตดิ ตามการจัดการ
1 การจัดการเรียนการ เพื่อนเิ ทศติดตามการ -สอบถาม/สัมภาษณ์ เรยี นการสอนเพือ่ ยกระดบั
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกลุ่มสาระ
สอนเพ่ือยกระดบั จดั การเรยี นการสอนเพื่อ -ตรวจสอบเอกสาร ภาษาไทยแบบย่ังยืน

ผลสมั ฤทธิท์ างการ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิ -สงั เกตการสอน แบบนิเทศตดิ ตามการอา่ นการ
เขียนของนักเรยี นช้นั
เรยี นกลุ่มสาระ ทางการเรียนกลุ่มสาระ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – ๖

ภาษาไทยแบบยงั่ ยืน ภาษาไทยแบบยง่ั ยนื แบบนิเทศ ติดตามการจัดการ
เรียนร้ขู องครูผูส้ อนกลมุ่ สาระการ
2 การอ่านการเขียนของ เพื่อนิเทศตดิ ตามการอา่ น -สอบถาม/สมั ภาษณ์ เรยี นรู้ภาษาไทย เพือ่ ยกระดับ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ระดับช้ัน
นักเรียนช้ันประถม การเขยี นของนักเรยี นช้ัน -ตรวจสอบเอกสาร ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

ศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๖ ประถมศึกษาปที ี่ -สะทอ้ นคดิ แบบนเิ ทศ ตดิ ตามการเรยี นรู้
วรรณคดีและวรรณกรรมของ
๑ – ๖ เสนอแนะ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 - 3

3 การจดั การเรยี นรู้ของ เพือ่ นเิ ทศ ตดิ ตามการ -สอบถาม/สัมภาษณ์

ครผู ูส้ อนกลมุ่ สาระการ จัดการเรยี นรู้ของครูผ้สู อน -สะท้อนคิด

เรียนรภู้ าษาไทย เพ่อื กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เสนอแนะ

ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ ภาษาไทย เพ่อื ยกระดับ -แลกเปลย่ี นเรยี นรู้

ทางการเรียน ระดับชั้น ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น -ตรวจเอกสาร

ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ระดบั ช้ันประถมศึกษา ร่องรอย

ปที ่ี 6

4 การเรยี นรู้วรรณคดแี ละ เพื่อนิเทศตดิ ตามการ -สอบถาม/สมั ภาษณ์

วรรณกรรมของนกั เรยี น เรยี นร้วู รรณคดีและ -ตรวจสอบเอกสาร

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี วรรณกรรมของนกั เรียนช้นั -สะทอ้ นคิด

1 - 3 มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 เสนอแนะ

ปฏิทินการนเิ ทศ

วัน/เดือน/ปี กจิ กรรม สถานที่ดำเนินการ
พ.ย.62 – ม.ค.๖๓ ทกุ โรงเรียนในสังกัด
การจัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการ
พ.ย.62 – ก.ย.๖๓ เรยี นกล่มุ สาระภาษาไทยแบบยั่งยนื ทุกโรงเรยี นในสังกดั
พ.ย.62 – ก.ย.๖๓ ทุกโรงเรยี นในสังกัด
การอา่ นการเขยี นของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖
พ.ย.62 – ก.ย.๖๓ การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทกุ โรงเรียนในสังกดั
ภาษาไทย เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ระดบั ช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ 6

การเรียนรูว้ รรณคดแี ละวรรณกรรมของนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 - 3

10

ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ

1. สถานศึกษาในสังกัดบริหารจดั การศกึ ษาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เกิดประสิทธิผล ตามมาตรฐาน
การศึกษาของโรงเรียนและระดับชาติ

2. นักเรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ข้นึ ในระดับโรงเรยี นและระดับชาติ
3. สถานศกึ ษามีการดำเนนิ การนิเทศภายในอย่างเปน็ ระบบ และต่อเนื่อง
4. รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมนิ ผลและการนิเทศการศึกษาให้ผู้ที่เกยี่ วข้องทราบ
5. มขี อ้ มูลสารสนเทศเพ่ือใช้กำหนดแนวทาง วางแผน ปรบั ปรงุ และเตรยี มการนเิ ทศเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการ
จัดการศกึ ษาของสถานศึกษาตอ่ ไป
6. สามารถนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้เพื่อปรบั ปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

ภาคผนวก ก.
เครื่องมือนิเทศ

12

เคร่ืองมอื นเิ ทศ

แบบนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการพฒั นาทกั ษะการอ่าน การเขยี นภาษาไทย
สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง

………………………………………………….

คำช้ีแจง

แบบนเิ ทศติดตามและประเมินผลการพฒั นาทักษะการอ่านการเขียน ภาษาไทยฉบบั น้ี
แบ่งออกเปน็ 3 ตอน ดงั นี้
ตอนท่ี 1 ข้อมูลเบ้ืองต้น
ตอนท่ี 2 การดำเนินงานอ่านออกเขียนไดอ้ ่านคลอ่ งเขยี นคลอ่ งและสื่อสารได้

ตอนท่ี1 ข้อมูลเบ้ืองต้น เครอื ข่ายการจัดการศึกษาท่ี .
.
โรงเรยี น คน จำนวนนักเรียนท้ังหมด คน
จำนวนครูทัง้ หมด
จำนวนครูภาษาไทย คน
วนั ท่นี ิเทศ
ผ้นู ิเทศ

ตอนที่2 การดำเนินงานอา่ นออกเขียนไดอ้ ่านคลอ่ ง เขียนคล่องและสื่อสารได้

ท่ี รายการปฏิบัติ / ดำเนนิ การ ระดบั ปฏิบตั ิ ปญั หา ขอ้ เสนอแนะ
321 แนวทางแก้ปญั หา

1. ดำเนินการประเมนิ การอา่ น
การเขียนของนักเรยี นทุก
ระดบั ชน้ั

2. วเิ คราะหส์ ภาพปัญหา สาเหตุ
เพ่อื เป็นข้อมลู นกั เรยี นทีมี
ปญั หาการอ่านการเขียนของ
นักเรยี นทุกระดับชน้ั
เป็นรายบคุ คล

3. จัดทำแผนพฒั นาและ
ซ่อมเสริมทเี่ หมาะสมกับ
สภาพปัญหาของนักเรียน
เปน็ รายบคุ คล

4. ประสานความรว่ มมือระหวา่ ง
ครูภาษาไทยและครสู อนกลุ่ม
สาระอนื่ เพื่อแก้ปญั หาการ
อา่ นการเขียนของนักเรยี นทกุ
ระดบั ชั้น

ท่ี รายการปฏบิ ัติ / ดำเนินการ ระดับปฏบิ ตั ิ ปัญหา 13
321
5. ปรับระบบบริหารจดั การใหม้ ี ขอ้ เสนอแนะแนวทาง
ผู้รับผิดชอบโครงการแก้ปัญหา แกป้ ัญหา
การอา่ นการเขียนของนกั เรยี น
โดยตรง

6. ครทู ุกคนทุกกลมุ่ สาระ
รว่ มรับผดิ ชอบและรว่ มแก้ปัญหา
การอา่ น การเขยี นของนักเรยี น

7. โรงเรยี นมแี ผนพฒั นาคุณภาพ
การเรยี นการสอนภาษาไทย
โดยเน้นคณุ ภาพนักเรียน
คณุ ภาพครูและการบรหิ ารจัดการ
ทด่ี ี

8. โรงเรียนมีแผนพฒั นาคุณภาพ
การเรยี นการสอนภาษาไทยไวใ้ น
การประกันคุณภาพของโรงเรียน

9. ประสานความร่วมมือกับ
ผูป้ กครองและชมุ ชนท้องถิ่นให้มี
สว่ นรว่ ม ร่วมแกป้ ัญหาการอ่าน
การเขียนของนักเรียน
อยา่ งจรงิ จัง

10. มขี อ้ มลู พนื้ ฐานเกีย่ วกับความรู้
ความสามารถครูภาษาไทยและ
คดั เลือกครูภาษาไทยท่ีมคี ุณภาพ
มีความพร้อม ให้สอนชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 และ 2

11. ครูจัดการเรียนการสอนภาษาไทย
ใหน้ ักเรียนไดฝ้ ึกทักษะท้งั ฟัง พดู
อ่าน เขยี นและคิด โดยปฏบิ ัติ
จรงิ อย่างท่ัวถึงและเพียงพอ

12. ครจู ดั การเรียนการสอนภาษาไทย
ด้วยเทคนคิ วธิ สี อนและส่ือท่ี
เหมาะสม สอดคลอ้ งกับการ
พัฒนานักเรยี นแต่ละ
กลุม่ เปา้ หมาย

14

ที่ รายการปฏบิ ตั ิ / ดำเนินการ ระดบั ปฏิบัติ ปัญหา ข้อเสนอแนะแนวทาง
321 แกป้ ญั หา
13. ครเู สริมสร้างนิสยั รักการอา่ น
การเขยี นและการแสวงหาความรู้
อยา่ งสม่ำเสมอ

14. โรงเรียนทดสอบด้วยข้อสอบ
แบบอัตนัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

15. สง่ เสริมนักเรยี นทม่ี ีความรู้
. ความสามารถพเิ ศษดา้ นภาษาไทย

ท้ังเป็นกลุ่มและรายบุคคล
16. รายงานความก้าวหนา้

การพัฒนาการอ่านการเขยี นต่อ
สพป.ระนอง ตามท่ีกำหนด

รวมเฉลยี่ /ระดบั ปฏบิ ัติ

เกณฑ์การพจิ ารณาระดับปฏิบตั ิ ค่าเฉลี่ย
2.50-3.00
ระดับปฏิบตั ิ 1.50-2.49
3 (ด)ี ต่ำกว่า 1.50
2 (พอใช้)
1 (ปรับปรุง)

บนั ทึกการนิเทศ

( ผนู้ ิเทศ
// )

15

โรงเรียน เครื่องมอื นเิ ทศ

แบบนิเทศ การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาระนอง

เครือข่ายการจดั การศกึ ษาที่

………………………………………………….

คำชแ้ี จง ให้ผ้นู เิ ทศติดตามการดำเนนิ งานและประเมนิ ใหร้ ะดบั ปฏิบตั ติ ามสภาพจริง

ท่ี รายการ ระดบั ปฏิบตั ิ เกณฑ์การให้คะแนน
1 โรงเรยี นไดด้ ำเนนิ การวเิ คราะหผ์ ลการสอบ/ประเมนิ 32 1
3 : วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชวี้ ดั
จัดกระทำข้อมูล ดงั นี้ ครบ 8 กลุ่มสาระ
1) วเิ คราะห์ผลการสอบ O-NET โดยวิเคราะห์ 2 : วิเคราะห์มาตรฐานตัวชวี้ ดั แต่ไม่
มาตรฐานและตวั ช้วี ัดใน 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ครบ ท้งั 5 กลุม่ สาระ
1 : สรปุ ผลคะแนน O-NET แตไ่ มม่ ี
2) วเิ คราะห์ผลการสอบ NT โดยวิเคราะห์ การวิเคราะห์มาตรฐานและตัวช้วี ัด
รายสมรรถนะ ได้แก่ ความสามารถดา้ นภาษา และ 3 : วิเคราะห์รายสมรรถนะ ทั้ง 2
ความสามารถด้านการคิดคำนวณ ดา้ น
2 : วเิ คราะห์รายสมรรถนะ แต่ไม่
3) วิเคราะหผ์ ลการสอบ RT โดยวิเคราะห์ ครบทงั้ 2 ดา้ น
ตามมาตรฐานและตัวชี้วดั 1 : สรปุ ผลคะแนน NT แตไ่ ม่มีการ
วิเคราะห์รายสมรรถนะ
4) วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ การอา่ นออกเขยี นได้ 3 : มีการสรุปผลคะแนน RT และมี
การอา่ นคล่อง เขียนคลอ่ ง จำแนกตามระดับช้ัน การวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชีว้ ัด
2 : สรปุ ผลคะแนน RT แตไ่ ม่มีการ
วิเคราะหม์ าตรฐานและตวั ช้วี ัด
1 : ไม่มกี ารสรุปผลคะแนน RT
3 : มีข้อมูลผลการประเมนิ และ
นำไปใชใ้ นการพฒั นา และคิดคน้
นวตั กรรมใหมๆ่
2 : มีขอ้ มลู ผลการประเมินและ
นำไปใชใ้ นการพัฒนา
1 : มีข้อมูลผลการประเมนิ แต่ไมไ่ ด้
นำไปใช้

16

ที่ รายการ ระดบั ปฏิบัติ เกณฑ์การให้คะแนน
5) คัดกรองนกั เรียนจดั กลุ่มนักเรยี นตามความรู้ 321
ความสามารถ 3 : มกี ารคัดกรองนักเรียนตาม
ความรู้ความสามารถและมีหลักฐาน
2 การนำสือ่ นวัตกรรมไปใช้ในการพฒั นาการเรียนการสอน อา้ งองิ
1) มกี ารวางแผนการพัฒนาการเรียนการสอน 2 : มกี ารคดั กรองนกั เรียนตาม
โดยจดั ครเู ข้าชนั้ เรียน จัดหาสื่อ และ ความรู้ความสามารถ
จดั สภาพแวดลอ้ มไดเ้ หมาะสม เอื้อต่อการเรยี นรู้ แตไ่ ม่มหี ลกั ฐานอ้างองิ
1 : ไมม่ กี ารคัดกรองนักเรียนตาม
2) มแี ผนการสอนซ่อมเสรมิ ตามมาตรฐาน ความรู้ความสามารถ
การเรยี นรู้ และตัวชวี้ ัด ทเี่ ปน็ ปัญหาตามหลกั สตู ร
3 : มกี ารจัดครเู ขา้ ชนั้ เรียน จัดหาส่ือ
3) ใช้สอื่ เทคนิค รูปแบบ วธิ กี ารจัดการเรียน และจัดสภาพแวดลอ้ มได้เหมาะสม
การสอนสอดคล้องกับปัญหาจากเวบ็ ไซต์ เออื้ ต่อการเรยี นรู้
www.24for you.watpon.com หรอื จากแหลง่ 2 : มีการจดั ครูเขา้ ชน้ั เรียน จัดหาส่อื
เรยี นรูอ้ น่ื ๆ ได้เหมาะสม แตจ่ ดั สภาพแวดลอ้ มไม่
เหมาะสมและไม่เอือ้ ต่อการเรียนรู้
1 : มีการจัดครูเขา้ ชน้ั เรียน ได้
เหมาะสม แต่ไมจ่ ัดหาส่ือ และจัด
สภาพแวดล้อม
3 : จดั กลมุ่ นักเรียน มีแผน
การสอนซ่อมและเสรมิ ตาม
ความสามารถของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม
และดำเนนิ การอย่างต่อเน่ือง
2 : จดั กลมุ่ นักเรยี น มีแผน
การสอนซ่อมและเสรมิ ตาม
ความสามารถของนักเรียน
แตล่ ะกลมุ่
1 : ไมม่ กี ารดำเนินการ
3 : ใช้สอ่ื เทคนิค รูปแบบ วธิ ีการ
จดั การเรยี นการสอนได้สอดคล้องกับ
ปญั หา
2 : ใช้ สื่อ เทคนิค รูปแบบ วิธีการ
จัดการเรียนการสอน แต่ไม่
สอดคลอ้ งกบั ปัญหา
1 : ไม่มสี ่ือ เทคนิค รปู แบบ วธิ กี าร
จดั การเรียนการสอน

17

ท่ี รายการ ระดับปฏบิ ัติ เกณฑ์การให้คะแนน
4) ดำเนินการวัดผลประเมินผลเป็นระยะ แลว้ นำ 321
ขอ้ มลู ไปวางแผนพัฒนานกั เรียนเป็นรายบุคคล 3 : มีการดำเนินการวดั ผล
ประเมินผลเปน็ ระยะ แล้วนำข้อมลู
3 ผลการดำเนนิ งาน ไปวางแผนพฒั นานักเรยี นเป็น
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ือง รายบุคคล
2 : มกี ารดำเนนิ การวัดผล
ค่าเฉล่ยี /ระดับปฏบิ ตั ิ ประเมินผล แต่ไมม่ ีการนำข้อมลู ไป
รวมเฉลี่ย/ระดบั ปฏบิ ัติ วางแผนพฒั นานักเรียนเปน็
ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม รายบุคคล
1 : ไม่มีการดำเนนิ การวัดผล
ประเมนิ ผล

3 : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิม่ ขึ้น
อย่างต่อเนื่อง
2 : ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนเพ่มิ ขนึ้
แตไ่ ม่ตอ่ เนื่อง
1 : ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ไม่เพ่มิ ข้ึน

( ผู้นิเทศ
// )

18

เครื่องมือนเิ ทศ

แบบนิเทศ เพอ่ื การพัฒนาการจดั การเรียนการสอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ปกี ารศึกษา 2562

สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง

โรงเรียน เครอื ข่ายการจดั การศกึ ษาท่ี

………………………………………………….

ครูผสู้ อน ช้นั

โรงเรยี น วนั /เดอื น/ปี ท่สี อน

คำชีแ้ จง กรุณาทำเครื่องหมาย (✓) ลงในช่องตามระดบั ปฏิบตั แิ ละบนั ทึกรายละเอยี ด/ร่องรอยการดำเนินงาน

เพ่ิมเติม

3 หมายถึง การปฏบิ ัตไิ ด้ครบถ้วนสมบูรณเ์ ปน็ แบบอย่างได้

2 หมายถงึ ปฏิบัตไิ ดค้ รบถว้ นแตข่ าดความสมบรู ณ์บางส่วน

1 หมายถงึ ไม่ปฏบิ ตั ิ/ปฏิบตั ิไดไ้ มค่ รบถว้ น จะตอ้ งได้รับการแก้ไข

ที่ ประเดน็ การนเิ ทศติดตาม ระดับปฏบิ ตั ิ

1. ด้านการเตรยี มการสอน 321
1.1 จัดทําแผนการสอนตามข้ันตอน อยางถูกตอ้ งตอเน่ือง
1.2 เตรยี มส่อื การสอนไวสอดคลองกบั จดุ ประสงคและเนื้อหา
ค่าเฉลีย่ /ระดับปฏิบัติ

2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
2.1 บอกจดุ ประสงคการจัดกิจกรรมการเรียนกอนสอน
2.2 จัดกิจกรรมไดสอดคลองกับเน้ือหาในวชิ าทส่ี อน
2.3 จัดกจิ กรรมตามลาํ ดบั ขัน้ ตอนจากงายไปหายาก
2.4 เปดโอกาสใหนักเรยี นมีสวนรวมในกจิ กรรมการเรียนการสอนอยางท่ัวถึง
2.5 ใชเทคนิคการสอนเหมาะสมกบั จดุ ประสงค เนื้อหา และกจิ กรรม
2.6 บรรยากาศการเรียนรู้ และการมสี ว่ นร่วมในช้นั เรยี น
คา่ เฉล่ยี /ระดบั ปฏบิ ตั ิ

3. การใชสอื่ การสอน
3.1 ใชสื่อไดสอดคลองกบั จุดประสงค เนอื้ หาและกจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.2 สอื่ ทใ่ี ชชัดเจนและเราความสนใจของนักเรียน
3.3 นกั เรียนมีโอกาสศึกษาและสมั ผัส สื่อการสอนไดอยางใกลชดิ และท่วั ถึง
3.4 มกี ารนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เขา้ มาใช้ในการเรยี นการสอน

ที่ ประเด็นการนเิ ทศติดตาม 19
4. การวัดผลและประเมินผล
ระดับปฏบิ ตั ิ
4.1 วธิ ีการวัดผลสอดคล้องและเหมาะสมกบั เน้ือหา
4.2 วธิ ีการวัดผลมีความหลากหลาย 321
4.3 ขอ้ สอบครอบคลมุ และสอดคล้องกบั วัตถุประสงคแ์ ละเนอื้ หา
4.4 เกณฑ์การประเมินผลมีความเที่ยงธรรม โปร่งใส

ค่าเฉลย่ี /ระดบั ปฏิบัติ
รวมเฉลยี่ /ระดบั ปฏิบัติ
ข้อเสนอแนะ
ด้านเนอ้ื หาวิชา

ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน

ดา้ นการนำความร้ไู ปใช้

ดา้ นอ่นื ๆ (โปรดระบุ)

เกณฑ์การพจิ ารณาระดับปฏบิ ตั ิการ คา่ เฉล่ยี
2.50-3.00
ระดบั ปฏบิ ตั ิ 1.50-2.49
3 (ด)ี ตำ่ กว่า 1.50
2 (พอใช)้
1 (ปรับปรงุ )

20

เครื่องมือนเิ ทศเพื่อการพัฒนาการเรยี นการสอน

แบบสงั เกตหรือบนั ทึกการเรื่องเลา่ การจดั การเรียนการสอนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

-----------------------------------------------------------

ครูผสู้ อน ช้ัน

เรื่อง

โรงเรยี น

วัน/เดือน/ปีท่ีสอน ชว่ งเวลาสงั เกต น.

บันทกึ การสงั เกต/เร่อื งเล่าการจดั การเรยี นการสอน

ลงชื่อ )
(

ผนู้ เิ ทศ

ลงชื่อ )
(

ผรู้ บั การนเิ ทศ

21

เครื่องมอื นเิ ทศ

แบบนิเทศ ติดตามการจดั การเรยี นรขู้ องครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6

โดยใชร้ ูปแบบการนเิ ทศแบบช้ีแนะ (Coaching)

สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาระนอง

โรงเรียน เครือข่ายการจัดการศึกษาที่

………………………………………………….

คำชแ้ี จง ทำเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องการดำเนินการและบันทึกร่องรอยผลการดำเนนิ งานท่ีพบ

การ

ท่ี รายการ ดำเนนิ การ รอ่ งรอยผลการดำเนนิ งาน

210

๑. จัดทำข้อมลู ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรยี นรายบคุ คล รายชน้ั
และภาพรวมของโรงเรียน

๒. ผู้บรหิ าร ครู และผเู้ กย่ี วขอ้ งร่วมกนั วิเคราะหป์ ัญหาและแนว
ทางการยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น

๓. ผบู้ รหิ าร ครู และผูเ้ กี่ยวขอ้ งร่วมกันกำหนดเปา้ หมายการยกระดับ
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น

๔. ผบู้ ริหาร ครู และผูเ้ กี่ยวขอ้ งร่วมกันจดั ทำแผน/แนวทางการ
ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนครอบคลุม

๕. การพฒั นา/จัดหาส่ือ/เคร่ืองมือ/แบบทดสอบ/แบบฝึก ฯลฯ
ที่ใช้ในการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิ

๖. ครูจัดการเรยี นรู้และการวัดผลท่ีสะทอ้ นมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละ
ตัวชี้วดั เพ่ือการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิ

นำคู่มือการสอนโครงสรา้ งภาษาเพ่ือการอ่านการเขียน คู่มือการ

๗. สอนอา่ น คิดวเิ คราะห์โดยใชว้ รรณคดไี ทยเปน็ ฐาน คมู่ ือการสอน

อ่าน คดิ วเิ คราะห์ตามแนวทาง PISA ไปใช้ในการจัดการเรยี นรู้

๘. การนเิ ทศภายในเพ่ือขบั เคล่ือนใหค้ รจู ัดการเรียนรู้เพอ่ื ยกระดบั
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น

๙. จดั กจิ กรรมเพอ่ื การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน

๑๐ การจดั สอนซ่อมเสริมนักเรียนท่ีมจี ดุ อ่อนด้อย เพ่ือเตรยี มความ
พร้อมนักเรยี นเข้ารบั การทดสอบ

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน ไดร้ ายการละ 0 คะแนน
ไมด่ ำเนนิ การ ได้รายการละ 1 คะแนน
ดำเนนิ การ แตม่ รี ่องรอยผลการดำเนินงานไมช่ ัดเจน ได้รายการละ 2 คะแนน
ดำเนินการ และมรี ่องรอยผลการดำเนินงานชดั เจน

2. การปฏบิ ัติงานการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนในมติ ิผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน 22
รอ่ งรอยผลการดำเนินงาน
(ปฏิบตั )ิ

ท่ี รายงาน ระดับคุณภาพ

210

๑ มีการจดั กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรกู้ บั ครู/โรงเรยี นที่

มผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นสงู และนำผลจากการ

แลกเปล่ียนเรียนรู้มาใช้ในการปรบั ปรุงกจิ กรรมการ

เรียนการสอน

๒ ใช้ขอ้ มูลและสารสนเทศจากผลการสอบ(O-NET)

เพอ่ื พัฒนาคุณภาพผเู้ รียน

๓ มีรายงานผลความก้าวหนา้ ในการพฒั นาผู้เรยี น

รายคน /กลมุ่ /ห้องเรยี น

๔ มกี ารสรา้ งเครือข่าย/แลกเปล่ียนเรยี นรู้

๕ มีนวตั กรรมการบรหิ ารเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน

๖ มีนวตั กรรมการจัดการเรียนรเู้ พ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน

๗ มแี บบทดสอบวนิ ิจฉัยเพื่อพัฒนาผูเ้ รยี นรายบคุ คล

๘ มเี ครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ผลระหว่างเรยี น

เพื่อพัฒนาผ้เู รียน

๙ มกี ารยกย่องเชิดชเู กยี รติผู้เรียนท่มี ีผลสัมฤทธ์ิสงู

๑๐ มีการนเิ ทศภายใน (โดยผู้บรหิ าร/ผู้ที่ได้รบั

มอบหมาย) เพ่ือยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน

๑๑ สง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นเรียนรู้อย่างมีความสุข

๑๒ มกี ารกำหนดคา่ เป้าหมาย(คะแนนเฉลี่ย)สอดคล้อง

กับนโยบายเขตพน้ื ที่/สพฐ.

๑๓ มกี ารประชาสัมพันธค์ า่ เป้าหมาย(คะแนนเฉลีย่ ) ให้

ครผู สู้ อน ผเู้ รียน ผู้ปกครอง และผทู้ ่ีมีส่วนเกี่ยวข้อง

ทราบ

๑๔ มกี ิจกรรมสอนซ่อมเสรมิ ผูเ้ รียน นอกเหนอื จากเวลา

เรียนตามปกติ

๑๕ มีข้อสอบให้นักเรยี นไดฝ้ ึกทำข้อสอบอย่างเพียงพอ/

หลากหลาย

๑๖ การให้ผูป้ กครอง ชมุ ชน เขา้ มามีสว่ นในการยกระดบั

ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น

23

เกณฑ์การให้คะแนน ได้รายการละ 0 คะแนน
ไมด่ ำเนินการ ไดร้ ายการละ 1 คะแนน
ดำเนินการ แต่มรี ่องรอยผลการดำเนินงานไมช่ ดั เจน ไดร้ ายการละ 2 คะแนน
ดำเนินการ และมีรอ่ งรอยผลการดำเนินงานชดั เจน

…………………………………………………ผู้นเิ ทศ
(…………………………………………………)
.............../......................./..............

24

แบบสรปุ ผล

การพัฒนาทักษะการอ่าน การเขยี นภาษาไทย ปกี ารศึกษา 2/2562

เครือข่ายการจดั การศกึ ษาที่

ตอนที่1 ขอ้ มูลเบ้อื งต้น

จำนวนครูท้ังหมด คน จำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด คน

จำนวนครูภาษาไทย คน

ตอนที่2 การดำเนนิ งานอา่ นออกเขยี นได้อ่านคล่อง เขยี นคลอ่ งและสื่อสารได้

โรงเรียน 1 2 3 4 5 ผลการประเมนิ ระดบั ปฏิบตั ิ เฉล่ยี ระดบั
6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 คุณภาพ

เฉล่ีย
ระดบั คณุ ภาพ

25

แบบสรปุ ผล
แบบนเิ ทศการยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ภาคเรยี นท่ี 2/2562

เครือข่ายการจดั การศกึ ษาท่ี

โรงเรียน โรงเรยี นไดด้ ำเนนิ การวิเคราะห์ การนำสอ่ื นวตั กรรมไปใช้ ผลการ เฉลี่ย ระดบั
ผลการสอบ/ประเมินจดั กระทำ ในการพัฒนาการเรยี นการ ดำเนินงาน (3) ปฏิบตั ิ

ขอ้ มูล สอน

123451234 1

คา่ เฉล่ยี
ระดบั ปฏิบตั ิ

26

แบบสรุปผล
แบบนิเทศเพอื่ การพัฒนาการจดั การเรยี นการสอน ภาคเรยี นที่ 2/2562

เครอื ข่ายการจดั การศกึ ษาที่

โรงเรียน ดา้ นการ การจัดกจิ กรรมการเรยี น การใชส่อื การสอน การวัดผลและ เฉล่ีย ระดบั
เตรยี ม การสอน ประเมนิ ผล ปฏิบตั ิ
การสอน

1 212345612341234

เฉลี่ย
ระดับปฏิบตั ิ

ขอ้ เสนอแนะ


Click to View FlipBook Version