ใบงาน
รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวดั
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
โรงเรียน…………………………………………………..
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
สารบญั
หน่วยที่ 1 เรื่องอาหารและการย่อยอาหาร
หน่วยท่ี 2 เรอ่ื งการแยกสารเนอ้ื ผสม
หน่วยท่ี 3 เรอ่ื งหนิ และซากดึกดาบรรพ์
หนว่ ยท่ี 4 เร่อื งปรากฎการณข์ องโลกและภัยธรรมชาติ
หน่วยท่ี 5 เร่อื งเงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ
หน่วยท่ี 6 เรอื่ งแรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟ้า
เรอื่ งอาหารและการยอ่ ยอาหาร 1
หนว่ ยที่
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสาร
ผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ี
ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่
ทางานสมั พนั ธ์กนั รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชีว้ ัด
ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่
ตนเองรับประทาน
ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนใน
สัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภยั ตอ่ สุขภาพ
ป.6/3 ตระหนักถึงความสาคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารท่ีมี
สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกบั เพศและวยั รวมทง้ั ปลอดภยั ต่อสุขภาพ
ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบ
ย่อยอาหาร รวมทงั้ อธบิ ายการย่อยอาหารและการดูดซมึ สารอาหาร
ป.6/5 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการ
ดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารใหท้ างานเปน็ ปกติ
ใบงานที่ 1 เรอ่ื งสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวชว้ี ัด
ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่
ตนเองรบั ประทาน
คาส่งั : นาชือ่ สารอาหารเติมในชอ่ งวา่ งให้ตรงกับตะกรา้ อาหารใหถ้ ูกต้อง
โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต วติ ามินและเกลอื แร่
ไขมัน นา้
คารโ์ บไฮเดรต
ช่ือ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชน้ั ……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 2 เร่ืองสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ี
ตนเองรบั ประทาน
คำสงั่ : ให้นกั เรยี นเขียนประโยชนข์ องสำรอำหำรต่อไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง
โปรตีน ……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……
คาร์โบไฮเดรต ……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……
วติ ามนิ
……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……
เกลอื แร่ ……………………………………………………………………………
ไขมนั ……………………………………………………………………..……
……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……
……………………………………………………………………………
น้า ……………………………………………………………………..……
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 3 เร่อื งสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ี
ตนเองรับประทาน
คำส่ัง : ใหน้ ักเรยี นเขียนประโยชน์ของสำรอำหำรต่อไปน้ใี ห้ถกู ต้อง
สารอาหาร
สารอาหารทใ่ี ห้พลงั งาน สารอาหารที่ไมใ่ ห้พลงั งาน
โปรตนี ตวั อย่างอาหาร ตัวอย่างอาหาร
………………………..
…………เน…้อื …ปล…า…….. …………………………
……………น…ม…………
ตัวอย่างอาหาร
ตัวอย่างอาหาร ………………………..
……………………….. …………………………
…………………………
ตวั อย่างอาหาร
………………………..
…………………………
ชอ่ื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชนั้ ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 4 เร่ืองสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ี
ตนเองรับประทาน
คำสัง่ : ให้นกั เรียนวเิ ครำะห์สว่ นประกอบของอำหำรวำ่ มีสำรอำหำรประเภทใดบ้ำง
ส่วนประกอบ ประเภทสารอาหาร
ขา้ ว
หมูสับตดิ มัน
ไข่
ตน้ หอม
ข้าวตม้ หมูไขล่ วก ขงิ
สว่ นประกอบ ประเภทสารอาหาร
ขา้ ว
ข้าวผัดกุ้ง กุง้
ไข่
แตงกวา
มะนาว
แครอท
ตน้ หอม
สว่ นประกอบ ประเภทสารอาหาร
ถวั่ เหลอื ง
นา้ เตา้ หู้กบั ปาทอ่ งโก๋ แปง้ สาลี
น้ามันพืช
ชอื่ …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ช้ัน……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 5 เร่อื งสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวชวี้ ดั
ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่
ตนเองรบั ประทาน
คาสงั่ : ให้นกั เรยี นเขยี นประโยชน์ของวิตามินและผลจากการขาดวติ ามนิ ตอ่ ไปน้ใี ห้ถูกตอ้ ง
วติ ามิน A ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วติ ามนิ D ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วติ ามนิ E ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วติ ามิน K ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วิตามนิ B 1 ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วิตามนิ B 2 ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วติ ามิน B12 ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
วิตามิน C ………………………………………………………….
…………………………………………..…………….
ช่ือ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชนั้ ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 6 เร่ืองสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลอื กรบั ประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ี
เหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ังความปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ
คำส่งั : ใหน้ ักเรียนพจิ ำรณำข้อมลู ทก่ี ำหนดใหแ้ ลว้ ตอบคำถำมใหถ้ ูกตอ้ ง แนว O-NET
A
รูปธงโภชนาการทร่ี ะบุ B
สัดส่วนสาหรับเดก็ ชาย
อายุ 12 ปี ทีม่ รี ่างกาย
สมส่วนซ่งึ ควรไดร้ บั
พลังงานประมาณวันละ
1,700
กิโลแคลลอรี
ขอ้ 1. A ในธงโภชนาการควรเปน็ อาหารประเภทใด
ตอบ
ข้อ 2. B ในธงโภชนาการควรเปน็ อาหารประเภทใด
ตอบ
ขอ้ 3. ในธงโภชนาการควรรับประทานอาหารประเภทใดมากทสี่ ุดและอาหารประเภทใดน้อยที่สดุ
ตอบ
ชื่อ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 7 เรอ่ื งสารอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้ีวัด
ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ี
เหมาะสมกับเพศและวยั รวมทงั้ ความปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ
ป.6/3 ตระหนักถึงความสาคญั ของสารอาหาร โดยการเลือกรบั ประทานอาหารที่มี
แนว O-NET สารอาหารครบถ้วนในสัดสว่ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวัย รวมทั้งปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ
คำสั่ง : ใหน้ ักเรียนพจิ ำรณำขอ้ มูลท่กี ำหนดใหแ้ ล้วตอบคำถำมใหถ้ ูกต้อง
ชนิดอาหาร สารอาหารหลัก พลังงาน(กิโลแคลอร)ี
A โปรตนี และนา 450
B ไขมัน 450
C คาร์โบไฮเดรต 300
D แร่ธาตแุ ละวิตามนิ 0
E ไขมนั และคารโ์ บเดรต 650
ข้อ 1. จากขอ้ มลู ควรเลอื กรับประทานอาหารชนิดใดบ้าง เพอื่ ให้ไดพ้ ลังงาน 1,100 กโิ ลแคลอรแี ละ
ไดส้ ารอาหารครบทุกประเภท
ตอบ
ข้อ 2. จากขอ้ มลู ควรเลือกรบั ประทานอาหารชนดิ ใดบา้ ง เพอ่ื ใหไ้ ดพ้ ลงั งาน 1,400 กิโลแคลอรแี ละ
ไดส้ ารอาหารครบทุกประเภท
ตอบ
ขอ้ 3. จากข้อมลู อาหารชนิดใดไมใ่ ห้พลงั งานแกร่ ่างกาย แตร่ า่ งกายขาดไมไ่ ด้
ตอบ
ชือ่ …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 8 เรือ่ งการยอ่ ยอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมท้ังอธิบายการย่อยอาหารและการดดู ซึม สารอาหาร
คำสงั่ : ให้นกั เรียนพจิ ำรณำภำพแล้วเขียนชื่ออวยั วะลงในชอ่ งว่ำงใหถ้ ูกต้อง
……………………..…
……………………..…
……………………..… ……………………..…
……………………..… ……………………..…
……………………..…
ช่ือ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชัน้ ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 9 เรอื่ งการยอ่ ยอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมทงั้ อธิบายการยอ่ ยอาหารและการดดู ซึม สารอาหาร
คำสั่ง : ใหน้ กั เรยี นอธบิ ำยหน้ำท่ขี องอวัยวะตอ่ ไปนี้ลงในชอ่ งวำ่ งให้ถกู ตอ้ ง
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
……………………………… ………………………………
………………………………
………………………………
………………………………
………………………………
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้ัน……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 10 เรอ่ื งการย่อยอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมทง้ั อธิบายการย่อยอาหารและการดดู ซึม สารอาหาร
คาสง่ั : ใหน้ กั เรียนนาชื่ออาหารทกี่ าหนดใหเ้ ติมลงในชอ่ งวา่ งใหต้ รงกบั อวัยวะทท่ี า
หน้าท่ีย่อยสารอาหารให้ถูกต้อง
ขนมปงั ป้ิง ไกย่ า่ ง ปาท่องโก๋ หมูทอด ไข่ตม้
มนั เผา ขา้ วมนั ไก่ นมสด ข้าวผดั กุ้ง บัวลอย
ปาก
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………
กระเพาะอาหาร
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………
ลาไสเ้ ล็ก
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………
……………………………
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชั้น……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 11 เรอ่ื งการย่อยอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวชีว้ ัด
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมทงั้ อธบิ ายการยอ่ ยอาหารและการดูดซึม สารอาหาร
คำสั่ง : ให้นกั เรียนเขยี นชื่ออวยั วะส่วนท่เี ป็นทำงเดนิ อำหำรของระบบยอ่ ยอำหำร
ลงในช่องว่ำงให้ถกู ตอ้ ง
ขนมจนี แกงเขยี วหวานไก่ ………………..
………………..
………………..
……………….. ………………..
………………..
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 12 เรื่องการย่อยอาหาร
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมท้ังอธิบายการยอ่ ยอาหารและการดูดซึม สารอาหาร
คำสงั่ : ให้นักเรียนพิจำรณำข้อมูลตอ่ ไปนี้แลว้ เติมคำตอบลงในชอ่ งวำ่ งใหถ้ ูกต้อง
โชคชยั สัง่ ราดหนา้ หมู 1 จานซึง่ เป็นเมนเู ด็ดประจารา้ นน้ี
มารับประทานเป็นอาหารม้ือเท่ียงก่อนรบี กลับไปทางาน
ราดหน้าหมู
ส่วนประกอบของ ประเภทของ อวัยวะท่ีย่อย อวยั วะทดี่ ดู ซมึ
ราดหน้า สารอาหาร - สารอาหาร
เส้นกว๋ ยเต๋ยี ว
เนื้อหมู
ไขมันหมู
ผกั คะนา้
ไขไ่ ก่
แป้งข้าวโพด
ช่อื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ชน้ั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 13 เรอื่ งการย่อยอาหาร
มาตรฐาน/ ตวั ชีว้ ดั
ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแล
รกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ างานเป็นปกติ
คำสัง่ : ใหน้ ักเรยี นพจิ ำรณำข้อมูลตอ่ ไปน้แี ล้วตอบคำถำมใหถ้ กู ตอ้ ง
อคิ ควิ ชอบรบั ประทานหมูสามชน้ั ทอดเปน็ ประจา
เจนชอบรบั ประทานผักและผลไม้และออกกาลังกายสม่าเสมอ
เอกรบั ประทานอาหารครบสามม้อื และหลากหลายปรงุ สุกใหม่ๆ
โบวช์ อบรับประทานอาหารท่ีมรี สเปรย้ี วและรสจัด
ขอ้ 1. พฤตกิ รรมของใครบา้ งเปน็ พฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสมส่งผลเสยี ต่ออวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร
ตอบ
ข้อ 2. พฤติกรรมของใครบา้ งเป็นพฤติกรรมทเ่ี หมาะสมสง่ ผลดีตอ่ การรกั ษาอวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ย
อาหาร และควรเอาเปน็ แบบอยา่ งในการปฏบิ ตั ไิ ด้
ตอบ
ข้อ 3. นกั เรียนมีวธิ แี นะนาให้เพ่ือนๆใน ข้อ 1. ที่มพี ฤตกิ รรมไม่เหมาะสมปฏิบัตติ นอย่างไรไดบ้ า้ งเพ่อื ดแู ล
รกั ษาอวยั วะในระบบย่อยอาหารใหท้ างานเป็นปกติ (ตอบ 2 แนวทาง)
ตอบ
ชอื่ …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขที่……………..
เรื่องการแยกสาร 2
หนว่ ยที่
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่าง
สมบัติของสสารกับโครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ
เปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตวั ชีว้ ัด
ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทยี บการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทั้งระบุวธิ แี กป้ ญั หาในชวี ิตประจาวันเกี่ยวกบั การแยกสาร
ใบงานที่ 1 เรื่องการแยกสาร
มาตรฐาน/ ตวั ช้ีวัด
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทง้ั ระบุวธิ แี กป้ ัญหาในชีวติ ประจาวันเก่ียวกบั การแยกสาร
คำสงั่ : ใหน้ ักเรยี นนำตวั อักษรใต้ภำพไปเตมิ ให้ตรงกับวธิ ีกำรแยกสำรให้สัมพันธ์กนั
AB C
D EF
1 ……… การร่อน 4 ……… การตกตะกอน
2 ……… การใชแ้ ม่ดงึ ดูด 5 ……… การกรอง
3 ……… การรนิ ออก 6 ……… การหยิบออก
ชอ่ื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ชั้น……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 2 เรอ่ื งการแยกสาร
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ัด
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมท้ังระบุวธิ ีแก้ปญั หาในชวี ิตประจาวันเกีย่ วกบั การแยกสาร
คำส่งั : ให้นักเรยี นนำตัวอักษรใตภ้ ำพไปเตมิ ใหต้ รงกบั วิธีกำรแยกสำรให้สัมพันธ์กัน
ของแข็งท่เี ปน็ สารแมเ่ หล็กกบั ……………………….…….
ของแข็งทไี่ ม่เป็นสารแมเ่ หล็ก
การแยกสารผสม ของแข็งปนกบั ของแขง็ ……………………….…….
……………………….…….
ของแข็งปนกับของเหลว โดย ……………………….…….
ของแขง็ นัน้ ไมล่ ะลายใน ……………………….…….
ของเหลว ……………………….…….
ชื่อ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชั้น……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 3 เรอื่ งการแยกสาร
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ดั
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทั้งระบุวิธแี ก้ปญั หาในชวี ิตประจาวันเก่ยี วกบั การแยกสาร
คำสั่ง : ให้นักเรียนเลอื กวธิ ีกำรแยกสำรผสมท่เี หมำะสมทส่ี ุด โดยให้นักเรียนทำ
เครอ่ื งหมำย ลงในตำรำง
วิธกี ารแยกสารผสม
สารผสม การหยบิ การรอ่ น การใช้ การริน การ การ
ออก แมเ่ หลก็ ดึงดดู ออก กรอง ตกตะกอน
1. เมล็ดถวั่ เขียวผสม
เมลด็ ถว่ั เหลอื ง
2. ผงตะไบเหล็กผสม
ทราย
3. กรวดผสมทราย
4. ข้าวสารผสม
ขา้ วเปลือก
5. น้าปนู ใส
6. น้าผสมข้าวสาร
7. นา้ กะทผิ สมกาก
มะพร้าว
8. เมลด็ งาผสมแปง้ สาลี
9. นา้ คลอง
10. ใบชาผสมน้าร้อน
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชนั้ ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 4 เรือ่ งการแยกสาร
มาตรฐาน/ ตัวช้ีวดั
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทั้งระบุวธิ แี กป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั เก่ยี วกับการแยกสาร
คำสง่ั : ให้นักเรียนพจิ ำรณำขอ้ มูลตอ่ ไปน้ีแลว้ ตอบคำถำมให้ถกู ตอ้ ง แนว O-NET
นาสารผสม ซ่งึ ประกอบด้วยสาร 4 ชนดิ คอื ทรายละเอียด ทรายหยาบ
ผงตะไบเหล็ก และขา้ วเปลือก มาแยกดว้ ยวธิ ีการดังนี้
สารผสม 4 ชนดิ
หยิบสาร A ออก
ไดส้ าร A เหลือสาร B, C และ D
ร่อนดว้ ยตะแกรงตาถ่ี ๆ
สาร B อยบู่ นตะแกรง สาร C และ D ผา่ นรูตะแกรง
เหลือสาร D ใช้แม่เหลก็ ดดู
ได้สาร C
จากข้อมูลในแผนภาพขา้ งตน้
สาร A คือ………………………………………………
สาร B คือ………………………………………………
สาร C คือ………………………………………………
สาร D คือ………………………………………………
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 5 เร่อื งการแยกสาร
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมท้งั ระบุวธิ ีแกป้ ญั หาในชวี ิตประจาวนั เก่ยี วกับการแยกสาร
คำส่ัง : ใหน้ ักเรยี นพจิ ำรณำข้อมูลตอ่ ไปน้ีแลว้ เตมิ คำตอบลงในชอ่ งวำ่ งใหถ้ ูกต้อง
ไมโลตอ้ งการแยกสารผสม ซ่งึ ประกอบดว้ ยสาร 3 ชนิด มีสมบตั ิของสารแต่ละชนิดดังตาราง
แนว O-NET
ชนดิ สาร สี ลกั ษณะเนอ้ื สาร การดดู กับแม่เหลก็
A ดา ผงละเอยี ด ดดู
B ขาว ผงละเอียด ไมด่ ดู
C นา้ ตาล กอ้ นขนาด 0.5 ซม. ไม่ดดู
สารผสม 3 ชนิด
( สาร A , B และ C )
แยกโดยวธิ …ี ………………………………….
ไดส้ าร……………………………… เหลือสาร……………และ………………
เหลอื สาร ……………….
แยกโดยวิธ…ี ………………………………….
ได้สาร ……………….
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขท่ี……………..
เรอ่ื งหนิ และซากดกึ ดาบรรพ์ 3
หน่วยที่
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปล่ียนแปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟา้ อากาศ
และภมู อิ ากาศโลกรวมทั้งผลตอ่ สง่ิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม
ตวั ชว้ี ดั
ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบาย
วัฏจักรหินจากแบบจาลอง
ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจาวัน
จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้
ป.6/3 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดาบรรพ์และคาดคะเน
สภาพแวดล้อมในอดตี ของซากดึกดาบรรพ์
ใบงานท่ี 1 เรือ่ งกระบวนการเกิดหนิ วัฏจักรหิน
และการนาหินและแร่ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ดั
ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบาย
วัฏจกั รหินจากแบบจาลอง
คาสง่ั : ใหน้ กั เรียนนาชอ่ื หินใตภ้ าพไปเติมใหต้ รงกับลักษณะการเกดิ ของหนิ แต่ละ
ชนดิ ให้สัมพันธก์ ัน
หนิ อัคนี หนิ ตะกอน หินแปร
หนิ ……………………
1. เกิดจากการทับถมของซากพืช ซากสัตวแ์ ละตะกอนต่าง ๆ หรอื การ
ผุพัง สึกกร่อน ถูกพัดพาไปสะสมในทอ้ งทะเล จนตะกอนถูกบบี อัด
กดทับและเชอ่ื มประสานกลายเปน็ “หิน”
2. เกดิ จากการแปรสภาพของหินอัคนี หินตะกอน หรอื หนิ แปร เพราะ หนิ ……………………
ความดัน ความร้อน และการเปลย่ี นแปลงของเปลอื กโลก มีกระบวน
การเคมมี าเก่ียวขอ้ ง
3. เกดิ จากการปะทุของภเู ขาไฟ ทาใหแ้ มกมาพงุ่ ขึน้ มาอยู่บนผิวโลก หนิ ……………………
เรยี กว่า ลาวา เมือ่ ลาวาเย็นตวั ลงกลายเปน็ หิน และเกิดจากแมกมาดันตวั
ขึน้ มาอย่ใู ต้เปลือกโลกทีอ่ ณุ หภูมิตา่ กวา่ โดยแมกมาจะเยน็ ตวั ช้า ๆ จน
กลายเป็นหิน
ช่อื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 2 เรื่องกระบวนการเกดิ หิน วัฏจกั รหิน
และการนาหนิ และแรไ่ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน/ ตวั ช้วี ดั
ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบาย
วัฏจักรหนิ จากแบบจาลอง
คาสั่ง : ให้นกั เรียนนาหมายเลขในแผนภาพเตมิ ให้ตรงกับขอ้ ความดา้ นล่างให้
ถกู ต้อง
4.
หินแปร หนิ ตะกอน
5. 2.
2. 3.
4. ตะกอน
1.
2.
แมกมา หินอัคนี
หลอมละลาย หมายเลข……… ผพุ ัง กรอ่ น หมายเลข………
ความรอ้ นและความดัน หมายเลข……… เย็นตวั และตกผลกึ หมายเลข………
ทับถมและแข็งตวั หมายเลข………
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้ัน……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 3 เรอ่ื งกระบวนการเกดิ หิน วฏั จกั รหิน
และการนาหินและแรไ่ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน/ ตัวชว้ี ัด
ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบาย
วัฏจักรหินจากแบบจาลอง
คาสง่ั : ใหน้ กั เรยี นพิจารณาข้อมูลตอ่ ไปน้ีแลว้ ตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง แนว O-NET
1. ภผู าไดไ้ ปทศั นศึกษาพพิ ิธภณั ฑ์หิน-แร่ พบวา่ มกี ารจัดแสดงนทิ รรศการเกี่ยวกับหินไว้มากมาย
โดยภูผาสนใจหนิ อยู่ 3 กอ้ น ได้จนบันทกึ ลกั ษณะของหินไวด้ งั ตาราง
หินกอ้ นท่ี ลกั ษณะของหิน
1
2 เนอ้ื หนิ ละเอยี ด บางก้อนมซี ากสัตวผ์ สมอยใู่ นเนื้อของหนิ
3
เนอ้ื หนิ มีรพู รนุ มีความแขง็ และสากมอื
เกิดจากการแปรสภาพของหินดนิ ดาน เน้อื ละเอยี ดมาก
เน้ือผิวหน้าเรยี บ มีริว้ ขนาน
จากข้อมูลขา้ งต้น
หนิ ก้อนที่ 1 คอื หิน………………………………………………
หินก้อนที่ 2 คอื หนิ ………………………………………………
หนิ ก้อนท่ี 3 คือหิน………………………………………………
ช่อื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ชนั้ ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 4 เรอื่ งกระบวนการเกิดหนิ วฏั จักรหนิ
และการนาหินและแรไ่ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ัด
ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปรและอธิบาย
วัฏจกั รหนิ จากแบบจาลอง
ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจาวัน
จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้
คาสง่ั : ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกต้อง
1. หินอัคนแี ทรกซอนกับหินอัคนีพุ มกี ระบวนการเกิดแตกต่างกนั อย่างไร
ตอบ หนิ อัคนีแทรกซอน เกดิ จาก……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หนิ อัคนพี ุ เกดิ จาก…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หนิ ตะกอนสามารถเปลย่ี นไปเป็นหนิ แปรไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. กระบวนการเกิดหนิ แปรกับหินตะกอนแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงยกตัวอย่างการนาหนิ และแรม่ าใช้ประโยชน์ 2 ขอ้
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชนั้ ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 5 เรอ่ื งการเกดิ ซากดกึ ดาบรรพ์
และการนาไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน/ ตัวชี้วดั
ว 3.2 ป.6/3 สรา้ งแบบจาลองท่อี ธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ดาบรรพแ์ ละคาดคะเนสภาพแวดล้อม
ในอดีตของซากดึกดาบรรพ์
คำสง่ั : ให้นกั เรียนพิจำรณำข้อควำมตอ่ ไปน้แี ลว้ ทำเครอื่ งหมำย หนำ้ ข้อควำมทถ่ี กู ตอ้ ง
และทำเครอ่ื งหมำย หนำ้ ขอ้ ควำมที่ไม่ถูกต้อง
1. ……………ซากดกึ ดาบรรพ์ เกดิ จาการทบั ถมหรือการประทับรอยของสงิ่ มีชวี ติ ในอดีต แล้วผ่าน
กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางธรรมชาติตา่ ง ๆ จนกลายเปน็ โครงสรา้ งของซากหรอื รอ่ งรอยของสง่ิ มชี ีวติ
2. ……………ซากดกึ ดาบรรพ์ ทีม่ ีอายมุ ากมกั จะอยู่ในชน้ั หินดา้ นบน สว่ นซากดกึ ดาบรรพ์ทมี่ ีอายนุ ้อยจะ
พบไดใ้ นชั้นหนิ ดา้ นลา่ ง
3. ……………ในปจั จบุ ัน นกั บรรพชีวนิ วิทยา ได้จาแนกซากดึกดาบรรพอ์ อกเป็น 3 ประเภท คือ
ซากดึกดาบรรพ์สัตว์ ซากดกึ ดาบรรพพ์ ืช และซากดึกดาบรรพ์รอ่ งรอย
4. ……………สสุ านหอยแหลมโพธ์ จงั หวดั กระบี่จดั เป็นซากดกึ ดาบรรพ์สัตว์ และซากดกึ ดาบรรพ์
ไดโนเสาร์ อาเภอภูเวยี ง จังหวดั ขอนแก่นจัดเป็นซากดกึ ดาบรรพร์ ่องรอย
5. ……………. “หากพบซากดกึ ดาบรรพป์ ลาน้าจืด” สันนษิ ฐานไดว้ ่าสภาพแวดลอ้ มบริเวณนนั้
อาจเคยเป็นแมน่ า้
6. ……………. ซากดึกดาบรรพ์รอยเปลอื กหอย มกี ระบวนการเกดิ ซากดกึ ดาบรรพแ์ บบซากกลายเป็นหิน
7. ……………. ปัจจยั ทส่ี าคญั ในการเกดิ ซากดกึ ดาบรรพ์ คือ ระยะเวลาในการทับถมเท่าน้นั
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชั้น……….เลขที่……………..
เรื่องปรากฎการณข์ องโลกและภยั ธรรมชาติ 4
หน่วยที่
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปลยี่ นแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณพี บิ ัติภยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ
และภมู อิ ากาศโลกรวมทงั้ ผลต่อสง่ิ มชี ีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
ตัวชว้ี ดั
ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อ
สง่ิ มีชวี ติ และสิ่งแวดล้อมจากแบบจาลอง
ป.6/5 อธบิ ายผลของมรสุมตอ่ การเกดิ ฤดูของประเทศไทย จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้
ป.6/6 บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม
แผ่นดินไหว สนึ ามิ
ป.6/7 ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยนาเสนอ
แนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจ
เกดิ ในทอ้ งถ่ิน
ป.6/8 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของ
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจกต่อสง่ิ มชี ีวติ
ป.6/9 ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจกโดยนาเสนอแนว
ทางการปฏิบตั ติ น เพื่อลดกิจกรรมทีก่ ่อให้เกิดแกส๊ เรือนกระจก
ใบงานท่ี 1 เรอื่ งลมบก ลมทะเล และมรสุม
มาตรฐาน/ ตัวช้ีวดั
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อ
ส่ิงมชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ มจากแบบจาลอง
คาส่งั : ใหน้ กั เรยี นเตมิ ข้อความลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
อากาศ…………ลอยตัวสูงข้ึน อากาศเย็น
ความกดอากาศ………… ความกดอากาศ…………
อากาศ……………เข้าแทนท่ี
จากแผนภาพ ลมเกิดจากอากาศเหนือพ้ืนท่ี 2 บริเวณมี………….………….. อากาศบริเวณที่มี
อุณหภูมิสูงกว่า (อากาศ………...) มวลอากาศจะขยายตัวและ…………สูงขึ้น ส่วนอากาศบริเวณท่ีมี
อณุ หภมู ติ ่ากวา่ (อากาศ…..……) มวลอากาศจะจมตัวลงและ……..........….เขา้ แทนท่ี
ปัจจัยในการเกดิ ลม
…………………………………… ……………………………………
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชั้น……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 2 เรอื่ งลมบก ลมทะเล และมรสมุ
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ัด
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อ
สง่ิ มชี วี ติ และสิ่งแวดล้อมจากแบบจาลอง
คาสั่ง : ใหน้ ักเรียนพิจารณาข้อมูลต่อไปน้แี ล้วตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง
อากาศ…………ลอยตัวสูงขนึ้ อากาศ…………จมตัวลง อากาศ…………จมตัวลง อากาศ…………ลอยตวั สงู ข้นึ
อากาศเยน็ เหนอื พนื้ ………พดั เข้ามาแทนที่ อากาศเยน็ เหนอื พืน้ ………พัดเขา้ มาแทนท่ี
ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2
1. ภาพที่ 1 เปน็ ภาพแสดงการเกิดลมชนดิ ใด ตอบ…………………….
2. ภาพท่ี 2 เปน็ ภาพแสดงการเกิดลมชนดิ ใด ตอบ…………………….
ตอบ…………………….
3. ลมทะเลเกดิ ข้นึ ในเวลาใด
ตอบ…………………….
4. ลมบกเกิดข้นึ ในเวลาใด
5. ถ้านาศรลมไปวางไวใ้ นตอนกลางวนั หวั ลูกศรของศรลมจะชีไ้ ปทางใด เพราะเหตใุ ด
ตอบ…………………........................................................................................................…….
…………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชนั้ ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 3 เรื่องลมบก ลมทะเล และมรสุม
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ัด
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมท้ังอธิบายผลท่ีมีต่อ
ส่ิงมีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ มจากแบบจาลอง
ป.6/5 อธบิ ายผลของมรสมุ ต่อการเกิดฤดขู องประเทศไทย จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้
คาสง่ั : ใหน้ กั เรียนพิจารณาข้อมูลตอ่ ไปนี้แล้วตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
ทิศเหนอื ความกด
อากาศต่า
ทวปี เอเชยี
ประเทศไทย
มหาสมทุ รอินเดยี
ความกด
อากาศสงู
เกดิ ในช่วงเดอื น พ.ค.- ต.ค.
1. จากแผนภาพเปน็ ทิศทางของลมมรสุมใด ตอบ………………….……………….
2. ลมมรสุมชนิดนี้เกิดได้อย่างไร 3. ลมมรสมุ ชนดิ น้สี ่งผลตอ่ ประเทศไทยอยา่ งไร
ตอบ………………….……………………………………… ตอบ………………….………………………………………
…………………………….....……………………………… …………………………….....………………………………
………………..………………………………………………. ………………..……………………………………………….
.……………………………………………………………… .………………………………………………………………
…………..…………………………………………………. …………..…………………………………………………….
ชอื่ …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชัน้ ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 4 เรื่องลมบก ลมทะเล และมรสุม
มาตรฐาน/ ตัวช้วี ดั
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อ
สง่ิ มชี ีวติ และส่ิงแวดล้อมจากแบบจาลอง
ป.6/5 อธบิ ายผลของมรสุมตอ่ การเกดิ ฤดขู องประเทศไทย จากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้
คำสัง่ : ใหน้ กั เรยี นพิจำรณำขอ้ มูลต่อไปนแ้ี ล้วตอบคำถำมใหถ้ ูกตอ้ ง
ทิศเหนอื เกิดในชว่ งเดอื น ต .ค .- ก . พ.
ความกด
ทวปี เอเชยี อากาศสงู
ประเทศไทย
มหาสมทุ รอนิ เดยี
ความกด
อากาศตา่
1. จากแผนภาพเป็นทิศทางของลมมรสุมใด ตอบ………………….……………….
2. ลมมรสมุ ชนดิ นเ้ี กิดไดอ้ ย่างไร 3. ลมมรสุมชนดิ นส้ี ง่ ผลตอ่ ประเทศไทยอยา่ งไร
ตอบ………………….……………………………………… ตอบ………………….………………………………………
…………………………….....……………………………… …………………………….....………………………………
………………..………………………………………………. ………………..……………………………………………….
.……………………………………………………………… .………………………………………………………………
…………..……………………………………………………. …………..…………………………………………………….
ชื่อ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 5 เรอ่ื งลมบก ลมทะเล และมรสมุ
มาตรฐาน/ ตวั ชี้วัด
ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผลของมรสมุ ตอ่ การเกิดฤดูของประเทศไทย จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้
คำส่ัง : ใหน้ ักเรียนพจิ ำรณำข้อมลู ท่กี ำหนดให้ต่อไปนีแ้ ลว้ ตอบคำถำมให้ถูกต้อง
แนว O-NET
พยากรณอ์ ากาศประจาวันท่ี 1 มกราคม 2562 ประเทศไทย
ตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว สาหรบั ภาคใตม้ ีฝนฟา้ คะนองเปน็
บางแหง่ ทะเลคลนื่ สงู 2-3 เมตร เรือเลก็ ควรงดออกจากฝั่ง
นักเรียนคดิ ว่า สภาพอากาศขา้ งต้นเกดิ จากอิทธพิ ลของลมมรสุมชนิดใด เพราะเหตใุ ด
ตอบ………………….…………………………………………………………………….....………………………..…………
……………..………………………………………………..………………………………………………………………………
…..…………………………………………………………….…………………………………………………………….………
…………………………….……………………………………………………………………………………….………………..
ชอ่ื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชั้น……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 6 เรือ่ งปรากฏการณ์เรอื นกระจก
มาตรฐาน/ ตวั ชีว้ ดั
ว 3.2 ป.6/8 สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของ
ปรากฏการณ์เรือนกระจกตอ่ สิง่ มชี วี ติ
คำส่ัง : ใหน้ กั เรยี นพิจำรณำข้อมูลท่กี ำหนดให้ตอ่ ไปนแ้ี ล้วตอบคำถำมให้ถูกต้อง
อีโค่ นากลอ่ งพลาสติกใสจานวน 2 กลอ่ งไปวางไว้กลางแดด จากน้ันอา่ นคา่ เทอรโ์ มมิเตอรท์ ุก 10 นาที
จนครบ 30 นาที
กลอ่ งใบที่ 1 ปิดฝา กล่องใบที่ 2 ไม่ปิดฝา
จากการทดลอง เม่อื เราวัดอณุ หภูมภิ ายในกล่องพลาสตกิ ใสทปี่ ดิ ฝาวางตั้งไว้กลางแดด พบวา่
มอี ณุ หภูมิสูงกวา่ เมือ่ วดั อุณหภูมิภายในกลอ่ งพลาสติกใสท่ีไมไ่ ด้ปดิ ฝา
1. จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ กล่องใบไหน แทนชั้นบรรยากาศท่ีมีปรมิ าณแก๊สเรือนกระจกพอเหมาะ ตอบ…………
2. จากข้อมลู ข้างต้น กล่องใบไหน แทนช้นั บรรยากาศท่มี ปี ริมาณแก๊สเรือนกระจกที่มากเกนิ ไป ตอบ…………
3. ปรมิ าณแก๊สเรอื นกระจกมผี ลต่อการเปล่ียนแปลงของอณุ หภูมิของโลกอย่างไร
ตอบ…………………………………………………………………………………….…………………………………………….
…………………………………………………………………………………………….…………………………………………..
4. ภาวะโลกรอ้ น (globle warming) ส่งผลต่อสง่ิ มชี ีวิตอย่างไรบา้ ง
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………….…………………………………………………………..
ชือ่ …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้ัน……….เลขที่……………..
ใบงานท่ี 7 เรอื่ งปรากฏการณ์เรือนกระจก
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 3.2 ป.6/9 ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจกโดยนาเสนอแนวทางการ
ปฏิบตั ติ น เพอื่ ลดกิจกรรมท่กี ่อให้เกดิ แก๊สเรอื นกระจก
คำสั่ง : ให้นกั เรยี นพิจำรณำข้อมลู ท่ีกำหนดใหต้ อ่ ไปน้แี ล้วตอบคำถำมใหถ้ ูกตอ้ ง
กทม.เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบภาวะโลกร้อน
ส่งผลระดับน้าทะเลสูง เสยี่ งนา้ ท่วมกรุงเทพฯ
มีการนาเสนอรายงานผลงานวิจัยในวารสาร
Nature Communications เก่ียวกับผลกระทบของ
น้าท่วมจากสภาวะโลกร้อน คาดในปี 2050
ระดับน้าทะเลที่สูงขึ้นอาจกระทบกับประชากรของ
ประเทศไทยร้อยละ 10 หรือประมาณ 6 - 7 ล้านคน
ซ่ึงขณะนี้เร่ิมเห็นผลกระทบแล้วในบางพ้ืนท่ี เช่น
บริเวณชายทะเลบางขนุ เทียน
ทีม่ า : https://www.komchadluek.net/
news/regional/397644
1. จากข้อมลู ขา้ งตน้ สภาวะโลกร้อนที่เกิดข้นึ สง่ ผลกระทบต่อพื้นท่กี รุงเทพฯ อย่างไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………….…………………………………….
………………………………………………………………………………………………….………………………………………..
2. นกั เรียนคดิ วา่ พฤติกรรมใดบา้ งท่ีก่อให้เกดิ สภาวะโลกรอ้ น
ตอบ……………………………………………………………………….…………………………………………………………….
……………………………………………………………………………..……………………………………………………………..
3. ถ้านักเรียนเป็นประชนท่ีอาศยั อยู่ใน กทม. นกั เรียนจะมีแนวทางอย่างไร ในการชว่ ยลดแก๊สเรอื น
กระจกซ่ึงเปน็ สาเหตุของภาวะโลกร้อน
ตอบ………………………………………………………………………………..…………………………………………………….
…………………………………………………………………………………..………………………………………………………..
ชื่อ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 8 เร่ืองภัยธรรมชาติ
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ัด
ว 3.2 ป.6/6 บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝ่ัง ดินถล่ม
แผน่ ดินไหว สึนามิ
คำส่งั : ให้นกั เรยี นดูภำพแลว้ ตอบคำถำมต่อไปนี้ให้ถูกตอ้ ง
สึนามิ คอื …………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………
ผลกระทบ…………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………….
แผ่นดนิ ไหว คือ…………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………
ผลกระทบ…………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………….
ดนิ ถลม่ คอื ………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………
ผลกระทบ…………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………….
การกดั เซาะชายฝ่ัง คือ………………………………………………...
…………………………………………………………………………………
ผลกระทบ…………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………….
น้าท่วม คอื ……………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………
ผลกระทบ…………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………….
ชื่อ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 9 เรือ่ งภัยธรรมชาติ
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 3.2 ป.6/7 ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยนาเสนอแนวทาง
ในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดใน
ท้องถิ่น
คำสงั่ : ให้นกั เรียนพจิ ำรณำขอ้ มลู ตอ่ ไปนแ้ี ล้วตอบคำถำมให้ถกู ต้อง
เมื่อเกิดน้าท่วม โก้ลงไปเล่นนา้ ทีท่ ว่ มขังอย่างสนกุ สนาน
เม่ือเกดิ ดนิ ถล่ม เกมอพยพข้นึ ไปอย่ทู ี่สงู ทีม่ คี วามแขง็ แรง
นกุ อยบู่ ริเวณนอกอาคาร เม่ือเกดิ แผ่นดนิ ไหวนุกรบี วง่ิ เขา้ ไปหลบในอาคาร
นิกปลูกป่าชายเลนเพ่อื ปอ้ งกันการกดั เซาะชายฝ่ัง
ข้อ 1. พฤตกิ รรมของใครบา้ งเป็นพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัตติ นเพอ่ื ให้ปลอดภยั จากภยั ธรรมชาติ
และธรณพี บิ ตั ภิ ยั
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………….
ข้อ 2.พฤติกรรมของใครบ้างเป็นพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม และควรเอาเปน็ แบบอยา่ งในการปฏิบตั ติ น
เพ่ือใหป้ ลอดภยั จากภยั ธรรมชาติและธรณีพบิ ัติภยั
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………….
ข้อ 3. นักเรยี นมวี ธิ แี นะนาให้เพื่อนๆใน ข้อ 1. ทม่ี พี ฤติกรรมไมเ่ หมาะสมในการปฏบิ ัติตน
เพอื่ ใหป้ ลอดภัยจากภัยธรรมชาตแิ ละธรณีพบิ ัติภัยอยา่ งไรบ้าง (ตอบ 2 แนวทาง)
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
ชือ่ …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
เร่อื งเงา อุปราคาและเทคโนโลยอี วกาศ 5
หน่วยที่
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่
เก่ียวข้องกบั เสียง แสง และคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้วี ัด
ป.6/7 อธิบายการเกดิ เงามดื เงามวั จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ป.6/8 เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามดื เงามัว
สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซีดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะท่ีส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการ
ประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ตัวชว้ี ัด
ป.6/1 สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ
จันทรุปราคา
ป.6/2 อธิบายพฒั นาการของเทคโนโลยอี วกาศ และยกตัวอย่างการนาเทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้
ใบงานท่ี 1 เรื่องการเกิดเงา
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 2.3 ป.6/7 อธบิ ายการเกิดเงามดื เงามวั จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
คาสงั่ : ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
1. เงา คือ……………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. เงา แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คอื เงา………………
เงา………………
วงกลมสดี าเรยี กว่าเงา………………
วงกลมสีเทาเรยี กว่าเงา………………
3. เงามดื คืออะไร และเกดิ ข้นึ ไดอ้ ย่างไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. เงามัว คอื อะไร และเกดิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5. จงยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์จากเงา มาจานวน 2 ขอ้
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ช่อื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 2 เรือ่ งการเกิดเงา แนว O-NET
มาตรฐาน/ ตัวชว้ี ัด
ว 2.3 ป.6/7 อธบิ ายการเกดิ เงามืดเงามัวจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
คาสง่ั : ใหน้ ักเรียนพิจารณาข้อมลู ตอ่ ไปน้ีแล้วตอบคาถามให้ถกู ต้อง
เด็กชายโปรดปราน นาไฟฉาย ลกู ปงิ ปอง และฉากรบั แสงมาเรียงเป็นแนวเดียวกนั ดังรูป
ไฟฉาย ลกู ปงิ ปอง ฉากรับแสง
1. จากรปู ถ้าเดก็ ชายโปรดปราน เลอื่ นลกู ปงิ ปองไปใกลฉ้ ากรบั แสง เงามดื และเงามวั
จะมีขนาดเปน็ อย่างไร
ตอบ เงามดื มีขนาด…………………… สว่ นเงามัวมีขนาด……………………
2. จากรูป ถา้ เด็กชายโปรดปราน เลือ่ นลกู ปงิ ปองไปใกลไ้ ฟฉาย เงามืดและเงามัว
จะมขี นาดเป็นอย่างไร
ตอบ เงามืดมีขนาด…………………… สว่ นเงามวั มขี นาด……………………
3. จากการทดลองของเดก็ ชายโปรดปราน สามารถสรปุ ได้วา่ ขนาดของเงามดื เงามัวข้นึ อยู่
ปัจจัยใดบา้ ง
ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่อื …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชน้ั ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 3 เรอื่ งการเกิดเงา
มาตรฐาน/ ตวั ชวี้ ัด
ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการเกิดเงามดื เงามวั จากหลักฐานเชิงประจักษ์
คาส่งั : ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ลงในช่องในตารางใหถ้ กู ต้อง
ลาดับ ฉากรบั แสง ชนดิ ของฉากรบั แสง การเกิดเงา
เงามดื เงามวั
1 หนงั สือ วัตถทุ ึบ ตัวกลาง ตวั กลาง
2 โตะ๊ ไม้ แสง โปร่งแสง โปรง่ ใส
3 ขวดแกว้ ใส
4 กระจกฝา้
5 ขวดพลาสติกข่นุ
6 แกว้ เซรามิก
7 กระดานดา
8 แผน่ พลาสตกิ ใส
9 กระดาษไข
10 ฝาผนัง
ช่ือ…………………….........………นามสกุล…………….…………….ชั้น……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 4 เรือ่ งการเกดิ เงา
มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด
ว 2.3 ป.6/8 เขียนแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกิดเงามดื เงามัว
คาสั่ง : ให้นักเรยี นเขยี นแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการเกดิ เงามืดเงามวั ตอ่ ไปนี้ให้ถูกต้อง
แหล่งกาเนิดแสง ลกู ฟตุ บอล
ฉากรบั แสง
แหล่งกาเนิดแสง ลกู ฟุตบอล
ฉากรบั แสง
แหลง่ กาเนดิ แสง ลกู วอลเลย์บอล
ฉากรบั แสง
ช่ือ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ช้ัน……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 5 เรื่องการสรุ ิยปุ ราคาและจนั ทรุปราคา
มาตรฐาน/ ตัวชวี้ ดั
ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา
และจันทรปุ ราคา
คาสัง่ : ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาข้อมลู ต่อไปนีแ้ ล้วตอบคาถามให้ถูกต้อง
AB
1. จากแผนภาพเปน็ แบบจาลองการเกิดปรากฏการณ์ใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเกิดสุรยิ ปุ ราคาเก่ียวข้องกับดวงดาวดวงใดบา้ ง และดาวเหล่านั้นเรียงตัวกันอยา่ งไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. การเกิดสรุ ิยปุ ราคาแบง่ ออกเป็น 3 ประเภทอะไรบา้ ง
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…
4. ถ้านกั เรยี นยืนในตาแหน่ง A จะมองเห็นสุรยิ ุปราคาแบบใดบา้ ง
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ถา้ นกั เรียนยืนในตาแหนง่ B จะมองเหน็ สรุ ิยุปราคาแบบใดบา้ ง
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอ่ื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ชน้ั ……….เลขท่ี……………..
ใบงานท่ี 6 เรือ่ งการสุรยิ ุปราคาและจันทรุปราคา
มาตรฐาน/ ตัวช้ีวัด
ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา
และจนั ทรุปราคา
คาสัง่ : ให้นักเรยี นพิจารณาขอ้ มูลตอ่ ไปนแี้ ลว้ ตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง
A
B
C
1. จากแผนภาพเปน็ แบบจาลองการเกดิ ปรากฏการณ์ใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเกิดจันทรปุ ราคาเกี่ยวขอ้ งกบั ดวงดาวดวงใดบ้าง และดาวเหลา่ นั้นเรียงตัวกนั อย่างไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. การเกดิ จันทรปุ ราคาในตาแหนง่ A , B และ C เป็นการเกิดแบบใดบ้างตามลาดับ
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…
4. การเกดิ จันทรุปราคาเตม็ ดวงจะเกิดขนึ้ ในชว่ งข้างข้ึนหรือขา้ งแรมเท่าไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชือ่ …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้ัน……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 7 เรอื่ งการสุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรุปราคา
มาตรฐาน/ ตวั ชว้ี ดั
ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคา
และจันทรุปราคา
คาสง่ั : ใหน้ ักเรยี นพิจารณาขอ้ มลู ตอ่ ไปน้แี ล้วตอบคาถามให้ถกู ตอ้ ง แนว O-NET
เดก็ ชายจกั รวาล ตอ้ งการสรา้ งแบบจาลองของการเกิดอปุ ราคา โดยกาหนดให้
วตั ถุ A แทน โลก
วตั ถุ B แทน ดวงจนั ทร์
และไฟฉาย แทนดวงอาทติ ย์ ดังภาพ
จดุ ท่ี
จดุ ที่ 2
จุดท่ี
13
จุดท่ี
4
1. ถา้ เดก็ ชายจักรวาล ตอ้ งการสรา้ งแบบจาลองของการเกิดสรุ ิยุปราคา จะตอ้ งวางวัตถุ A
และ วตั ถุ B อยา่ งไร
ตอบ จดั วางวตั ถุ A ไว้ในตาแหนง่ ………………และจัดวางวัตถุ B ไว้ในตาแหน่ง………………
2. ถ้าเด็กชายจักรวาล ต้องการสร้างแบบจาลองของการเกดิ จนั ทรุปราคา จะต้องวางวตั ถุ A
และ วัตถุ B อย่างไร
ตอบ จดั วางวตั ถุ A ไว้ในตาแหน่ง ………………และจดั วางวัตถุ B ไวใ้ นตาแหนง่ ………………
3. ถา้ เด็กชายจักรวาล จดั วางวัตถุ A ไว้ในตาแหน่งจดุ ที่ 1 และจดั วางวตั ถุ B ไว้ในตาแหน่งจดุ
ที่ 3 เป็นแบบจาลองอุปราคาท่ีเกดิ ขนึ้ ในช่วงเวลาใด
ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือ…………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชัน้ ……….เลขที่……………..
ใบงานที่ 8 เร่อื งเทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน/ ตวั ช้วี ัด
ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนาเทคโนโลยี
อวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
คาสง่ั : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกตอ้ ง
1.ผทู้ ีพ่ ัฒนากลอ้ งโทรทรรศนแ์ ละนามาส่องดูวัตถใุ นทอ้ งฟา้ เป็นคนแรกคอื ใคร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2.นักบินอวกาศคนแรกท่ขี ้นึ ไปสารวจอวกาศไดส้ าเร็จคือใคร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.พาหนะสาหรับขนสง่ อปุ กรณข์ นาดเลก็ เช่น ดาวเทียม เพอ่ื ให้ข้ึนสู่วงโคจรรอบโลก โดยไม่มนุษย์ขนึ้
ไปดว้ ย คือ ………………………………………………………………………………………………………………………..
4.ยานอวกาศขนาดใหญ่ทีม่ นุษย์สามารถอาศัยอยไู่ ดแ้ ละปฏบิ ตั ิภารกิจในนน้ั ไดห้ ลายเดือน
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5.จรวดเป็นเครอื่ งยนต์ท่ีสามารถทางานในอวกาศได้ เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6.ดาวเทียมส่อื สารดวงแรกของประเทศไทย มีช่อื วา่ อะไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7. จงยกตวั อยา่ งเทคโนโลยีอวกาศมา 3 อย่าง
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………..
8.จงยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีอวกาศมา 3 ด้าน
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่อื …………………….........………นามสกุล…………….…………….ช้นั ……….เลขท่ี……………..
เรื่องแรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟา้ 6
หนว่ ยที่
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจาวนั ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคลอื่ นที่แบบต่าง ๆ ของวัตถรุ วมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้ีวัด
ป.6/1 อธบิ ายการเกดิ และผลของแรงไฟฟ้าซ่งึ เกดิ จากวตั ถทุ ีผ่ า่ นการขดั ถูโดยใชห้ ลักฐานเชงิ
ประจกั ษ์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ี
เกย่ี วขอ้ งกับเสียง แสง และคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ชว้ี ดั
ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ี ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ป.6/2 เขยี นแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของ
การต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม
ป.6/4 ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์
และการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนาน
ป.6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
โดยบอกประโยชน์ ขอ้ จากัด และการประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน
ใบงานที่ 1 เรอ่ื งการเกดิ และผลของแรงไฟฟา้
มาตรฐาน/ ตัวช้ีวดั
ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัด ถู
โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
คาสั่ง : ใหน้ กั เรียนอ่านข้อความต่อไปน้ี แลว้ ขดี หน้าขอ้ ทถ่ี ูกตอ้ ง และขีด
หน้าข้อที่ไม่ถูกต้อง
………..…1) แรงไฟฟา้ เกิดจากการนาวตั ถุ 2 ชนดิ มาขัดถูกนั ทาให้วตั ถุมปี ระจไุ ฟฟา้
………..…2) เมื่อนาวัตถุ 2 ชนิดที่ผา่ นการขัดถูมาใกลก้ นั วตั ถุท้ังสองจะดดู กนั เมื่อมีประจุไฟฟา้ ชนดิ
เดยี วกนั และจะผลกั กนั เม่อื มีประจุไฟฟา้ ตา่ งชนดิ กัน
………..…3) แรงไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเกิดขน้ึ กบั วัตถทุ ีไ่ ม่นาไฟฟา้
………..…4) ถ้านาผ้าแห้งมาถูไม้บรรทัดพลาสติก จะทาให้เกดิ แรงไฟฟา้ ไดม้ ากกว่าการนาผา้ ชบุ นา้ มาถู
ไมบ้ รรทัดพลาสตกิ
………..…5) เจนนาผา้ แหง้ มาถลู กู โป่ง 10 ครงั้ ทาใหเ้ กิดแรงไฟฟ้าได้ดีกว่าโบวท์ ใ่ี ชผ้ ้าแหง้ ถูลกู โป่ง 30
ครัง้
………..…6) เลก็ นาผ้าแหง้ มาถูแก้วโลหะ 10 ครงั้ ทาให้เกดิ แรงไฟฟา้ ไดด้ ีกว่าใหญท่ ีใ่ ชผ้ ้าแห้งถแู ก้ว
พลาสตกิ เพียงคร้งั เดียว
………..…7) โจ้นาลกู โปง่ ชนิดเดยี วกันมาถูกนั จะเกิดประจไุ ฟฟ้าชนิดเดยี วกนั ลูกโป่งจงึ ผลกั กัน
………..…8) เจมส์นาลกู โป่งมาถกู ับทอ่ พีวซี ี จะเกิดประจุไฟฟา้ ตา่ งชนดิ กนั ลูกโปง่ กับท่อพีวซี ีจะดดู กัน
………..…9) วสั ดทุ น่ี าไฟฟา้ ได้จะเกดิ ไฟฟ้าสถติ ได้งา่ ยกว่าวสั ดทุ ี่เป็นฉนวนไฟฟา้
………..…10) ในชว่ งฤดหู นาวร่างกายจะเกิดแรงไฟฟา้ ได้บ่อยท่ีสุด
ชือ่ …………………….........………นามสกลุ …………….…………….ชัน้ ……….เลขท่ี……………..
ใบงานที่ 2 เรือ่ งวงจรไฟฟ้าใกลต้ ัว
มาตรฐาน/ ตวั ชีว้ ัด
ว 2.3 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า
อย่างงา่ ย จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
คาส่ัง : ให้นกั เรียนพจิ ารณาข้อมูลทีก่ าหนดให้ แล้วตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง
หมายเลข
หมายเลข
- + -- + หมายเลข
1. จากภาพหมายเลข คือ………………………………………………………………………..……………….......
ทาหนา้ ท่ี…………………………………………….…………………….……………………………………………….
2. จากภาพหมายเลข คือ……………………………………………………………………………….……….......
ทาหน้าท่ี…………………………………………….…………………………………………………………………….
3. จากภาพหมายเลข คือ……………………………………………………………………………….……….......
ทาหน้าที่…………………………………………….…………………………………………………………………….
4. จากภาพหากเราถอดหมายเลข ออกจานวน 1 เส้น หลอดไฟจะสวา่ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จากภาพหากเราเพมิ่ หมายเลข ใหม้ ากขึน้ หลอดไฟจะสว่างมากข้นึ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ …………………….........………นามสกุล…………….…………….ชนั้ ……….เลขท่ี……………..