คู่มืคู่ อ มื การนิเ นิ ทศ สำ นักนังานเขตพื้น พื้ ที่ก ที่ ารศึกศึษามัธมัยมศึกศึษาสิงสิห์บุห์รีบุรีอ่าอ่งทอง สำ นักนังานคณะกรรมการการศึกศึษาขั้น ขั้ พื้น พื้ ฐาน กระทรวงศึกศึษาธิกธิาร โรงเรีย รี นพรหมบุรี บุ รั รี ช รั ดาภิเภิษก อำ เภอพรหมบุรี บุ รี จัง จั หวัด วั สิงสิห์บุ ห์ รี บุ รี
คู$มือการนิเทศภายในสถานศึกษา การพัฒนาคุณภาพภายในโรงเรียนนั้น ประเด็นสำคัญอยู=ที่การพัฒนาใหAตรงกับสภาพความตAองการ และการแกAปHญหาที่เปIนปHญหาที่แทAจริงของโรงเรียนนั้น ๆ ดังนั้น การกำหนดจุดที่ตAองพัฒนา หรือการแกAปHญหาตAอง เกิดจากความร=วมมือของบุคลากรในโรงเรียนซึ่งเปIนผูAที่อยู=กับปHญหา หรือมองภาพการพัฒนาที่ตAองการใหAเกิดขึ้นไดA อย=างแทAจริง การกำหนดกระบวนการแกAปHญหา กระบวนการพัฒนาจึงตAองเริ่มตั้งแต=การวิเคราะหSสภาพความตAองการ สภาพปHญหา กำหนดเปTาหมายการพัฒนา กำหนดวิธีการพัฒนา และร=วมกันสรุปถึงผลที่เกิด เพื่อนำไปวางแผนพัฒนา งานต=อไป การทำงานจึงตAองอาศัยผูAนำหรือทีมผูAนำในโรงเรียนที่เปIนที่ยอมรับของบุคลากรในโรงเรียน ใหAเปIนผูAนำใน การพัฒนางาน และตAองการมีการดำเนินงานอย=างเปIนระบบและต=อเนื่อง จึงจะเห็นผลสำเร็จตามเปTาหมาย โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพการทำงานขAางตAน และใหA ความสำคัญกับกระบวนการทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพงานวิชาการซึ่งถือเปIนหัวใจหลักสำคัญของการดำเนินงานใน โรงเรียน และเห็นว=าการทำงานโดยทีมบุคลากรในโรงเรียนจะสามารถพัฒนาและแกAปHญหาการทำงานไดAตรงมากที่สุด ดังนั้น จึงไดAกำหนดแนวทางการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน : ดAวยวิธีการสรAางทีมพัฒนาเครือข=าย เพื่อพัฒนา ระบบการนิเทศภายในโรงเรียนใหAมีความเขAมแข็ง และดำเนินการไดAโดยทีมผูAนิเทศภายใน รูปแบบการนิเทศภายในนี้ จะเนAนที่การพัฒนาตนเอง และการขยายเครือข=ายการทำงานทั้งในและนอกโรงเรียน หวังเปIนอย=างยิ่งว=า คู=มือการใชAรูปแบบการนิเทศภายใน : ดAวยวิธีการสรAางทีมพัฒนาเครือข=ายนี้ จะ ช=วยใหAการดำเนินงานพัฒนาระบบการนิเทศภายในของโรงเรียนใหAมีความเขAมแข็ง และบรรลุตามเปTาหมายที่กำหนด
การนิเทศการศึกษา เมื่อกล=าวถึง “การนิเทศ” จะนึกถึงคำหลายคำที่เกี่ยวขAองสัมพันธSกัน เช=น การนิเทศการศึกษา การนิเทศการ สอน การนิเทศภายใน การบริหารงานวิชาการ เปIนตAน คำเหล=านี้มีความหมายที่คลAายคลึงกัน แต=โดยกระบวนการ ทำงานจะแตกต=างกันออกไป ดังนั้น เพื่อความเขAาใจที่ตรงกัน ขอใหAความหมายของคำว=า “นิเทศการศึกษา” “ นิเทศ การสอน” “ นิเทศภายใน” ดังนี้ ความหมายของการนิเทศ “การนิเทศการศึกษา” (General Supervision) หมายถึง นิเทศทั่ว ๆ ไป ที่ครอบคลุมภารงานดAาน การศึกษาในทุกเรื่อง ทุกระดับ อาทิ การพัฒนาหลักสูตร การจัดระบบการเรียนการสอน การจัดครูเขAาสอน การจัดสื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกต=าง ๆ การปฐมนิเทศครูใหม= การพัฒนาช=วยเหลือนักเรียน การวัดผลประเมินผล เปIนตAน การช=วยเหลือ ชี้แนะ พัฒนา หรือความพยายามทุกอย=างที่จะช=วยใหAครู ผูAบริหาร ผูAเกี่ยวขAอง สามารถพัฒนางานดAาน การศึกษาไดAอย=างมีประสิทธิภาพ โดยการร=วมมือกันทำงานมากกว=าการใชAอำนาจสั่งการ (ชารี มณีศรี. 2521) “นิเทศการสอน” (Instructional supervision) หมายถึง การช=วยเหลือ แนะนำ ใหAครูสามารถปรับปรุงการ สอน ปรับปรุงวิธีการพัฒนาผูAเรียนใหAบรรลุตามเปTาหมายของการศึกษาไดA ซึ่งในการนิเทศการสอนนี้เปIนการทำงาน ร=วมกับครูโดยตรง หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ “กระบวนการและความคิดรวบยอดที่จะปรับปรุงการสอนของครู เพื่อ ผลประโยชนSของนักเรียนในอันที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเรียนรูAใหAสูงขึ้น” (นิพนธS ไทยพานิช, 2535) “การนิเทศภายใน” (Line supervision) กระบวนการที่อาศัยความร=วมมือของบุคลากรในโรงเรียนภายใตA การนำของผูAบริหารโรงเรียน ในอันที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน จนบุคลากรทุกฝxายสามารถนำตนเองในการ ปฏิบัติงานไดA และก=อใหAเกิดผลขั้นสุดทAายคือการศึกษาของเด็กกAาวหนAาไปอย=างมีประสิทธิภาพ (ธีรวุฒิ ประทุมรัตนS และคณะ. 2533) หลักการนิเทศ การนิเทศในทุกระดับมีหลักการ (Principles) สำคัญ ๆ ดังนี้ v มีความถูกตAองตามหลักวิชา (Theoretically) เปIนไปตามค=านิยม วัตถุประสงคS นโยบายที่เกี่ยวขAอง เปIนไป ตามความจริงและกฎเกณฑSของเรื่องนั้น ๆ มีวิวัฒนาการในดAานเครื่องมือ วิธีการ และมีจุดประสงคSที่แน=นอน v การนิเทศควรเปIนวิทยาศาสตรS (Scientific) มีลำดับขั้นตอนภายในขอบเขตของงาน ขAอมูลที่ไดAตAองมีความ ถูกตAอง เชื่อถือไดA v การนิเทศควรเปIนประชาธิปไตย (Democratic) คือเคารพในความแตกต=างของคน เปÉดโอกาสใหAทุกคนมี ส=วนร=วม ใชAอำนาจนAอยที่สุด v การนิเทศตAองเปIนไปอย=างสรAางสรรคS (Creative) การนิเทศควรเปIนการแสวงหาความสามารถพิเศษของแต= ละคน เปÉดโอกาสใหAแสดงความสามารถนั้น และตAองเปIนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพที่เปIนอยู=ใหAเกิดความคล=องตัว ในการทำงานใหAมากที่สุด (วไลรัตนS บุญสวัสดิ์. 2538)
วิธีการนิเทศ การนิเทศการศึกษาสามารถแยกออกตามความแตกต=างของวิธีการไดA 5 ลักษณะ ดังนี้ 1. การนิเทศการศึกษาแบบปลBอยปละละเลย (as Laissez-faire) เปIนการนิเทศโดยใชAวิธีการ ตรวจตีค=าดี-เลว ไม=มีการแนะแนวทางใหAปรับปรุงพัฒนา ปล=อยใหAครูสอนไปตามวิธีที่ถนัดหรือสนใจ หากมีเหตุรAายแรงก็ ไล=ออก 2. การนิเทศการศึกษาแบบบังคับ (as a Co-ercive Process) เปIนการนิเทศที่ มุ=งเปลี่ยนแปลงการสอนและตัวครู มีการตรวจตราอยู=เสมอ มีตารางและหลักสูตรการพัฒนาที่ตายตัว ชัดเจน ส=งใหAครูไป ศึกษาเรียนรูAตามที่ผูAบังคับบัญชาตAองการ วิธีสอนหรือแนวทางการทำงานเปIนไปตามที่ผูAบังคับบัญชากำหนด 3. การนิเทศการศึกษาแบบฝWก (as Training) เปIนการนิเทศที่ผูAนิเทศถือว=าเปIนหนAาที่ ตAองพัฒนาครูตามขอบข=ายที่ผูAบังคับบัญชากำหนดไวA วิธีการทำงานหรือวิธีการสอนเปIนวิธีที่ผูAนิเทศกำหนด ซึ่งอาจไม= ตรงกับความตAองการของครูแต=ตรงกับความตAองการของหน=วยงานหรือผูAนิเทศ 4. การนิเทศการศึกษาแบบแนะแนว (as Guidance) เปIนวิธีการนิเทศที่ทำใหAครู เจริญงอกงามโดยการเสนอแนะ ช=วยเหลือใหAครูมองเห็นปHญหาและหาวิธีการแกAปHญหาไดAดAวยตัวเอง เปÉดโอกาสใหAครูไดAแสดงความสามารถ 5. การนิเทศการศึกษาแบบผูbนำตามแนวทางประชาธิปไตย (as Democratic Process) เปIนการนิเทศที่ผูAนิเทศยึดหลักการทำงานตามหลักประชาธิปไตย คือเคารพในสิทธิของทุกคน ร=วมมือกัน ทำงานโดยแบ=งหนAาที่ความรับผิดชอบ แลกเปลี่ยนแนวคิด ความเห็นในการทำงาน ใชAขAอมูลหรือเหตุผลในการ เปลี่ยนแปลง การนิเทศที่ไดbผล นักการศึกษาหลายท=านเชื่อว=า การนิเทศการศึกษาที่ไดAผล ควรมีลักษณะดังนี้ · ตAองเปIนไปอย=างสรAางสรรคS · ช=วยส=งเสริมความถนัดของครูรายคน · เริ่มตAนจากสิ่งที่มีอยู= · สรAางบรรยากาศแห=งความเปIนกันเอง · หมั่นรวบรวมผลการปฏิบัติและนำมาปรับปรุงอยู=เสมอ · มีวัตถุประสงคSแน=นอน ชัดเจน และวัดตามวัตถุประสงคSอย=างเคร=งครัด · ทำงานแบบมืออาชีพ คือมีความถูกตAองตามหลักวิชา มีกระบวนการ วิธีการที่ดี เหมาะสม · มีความเปIนประชาธิปไตย · ค=อย ๆ ดำเนินไปทีละขั้นอย=างรอบคอบ แต=สม่ำเสมอ · เห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของครู การนำหลักเกณฑnมาใชbกับการนิเทศ ù ศึกษานิเทศกSจะไม=บอกวิธีใหAครูทำโดยที่เปลี่ยนแปลงไม=ไดA ù ศึกษานิเทศกSตAองสรAางพลังอำนาจที่ไดAมาจากความนิยม ความเชื่อถือของครู
ù ศึกษานิเทศกSตAองไม=บังคับใหAครูทำตามวิธีการที่ตนคิด แต=สามารถเสนอวิธีการที่หลากหลายใหAครู เลือกใชAไดAเอง ù ศึกษานิเทศกSตAองวางตนเปIนส=วนหนึ่งของหมู=คณะ ù ในการใหAคำแนะนำแก=ครู ศึกษานิเทศกSอาจใหAครูค=อย ๆ ปรับปรุงตนเอง ù หากครูไม=รAองขอรับการนิเทศ ศึกษานิเทศกSตAองหาทางใหAครูเห็นปHญหาที่ตAองปรับปรุง หรือพัฒนา อย=าง ค=อยเปIนค=อยไป ù การใหAขAอมูลต=าง ๆ ตAองเปIนหลักฐานในการปรับปรุง หรือพัฒนาใหAดีขึ้น ù หลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำใหAผูAรับการนิเทศรูAสึกว=าถูกตำหนิหรือถูกกล=าวหา หมดกำลังใจ เสียเกียรติยศ โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก ตระหนักและเห็นความสำคัญของการช=วยใหAโรงเรียนจัดระบบการนิเทศภายใน ใหAมีความเขAมแข็ง ใหAโรงเรียนสามารถช=วยเหลือ แกAปHญหา พัฒนาบุคลากรในโรงเรียนไดAตรงตามสภาพที่แทAจริง โดยมี ผูAนิเทศจากภายนอกหรือศึกษานิเทศกSจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคอยใหAการสนับสนุน ช=วยเหลือ โดยใชAรูปแบบ การนิเทศภายในโดยใชA Team-Based Internal Supervision Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผูAเรียนใหAมีทักษะการ เรียนรูAในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก
รูปแบบการนิเทศภายในโดยใชb Team-Based Internal Supervision Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผูbเรียน ใหbมีทักษะการเรียนรูbในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก รูปแบบการนิเทศภายในโดยใชA Team-Based Internal Supervision Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผูAเรียน ใหAมีทักษะการเรียนรูAในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก เปIนการพัฒนาครูการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก รูปแบบการเรียนรูAโดยใชAปHญหาเปIนฐาน (Problem–based Learning: PBL) และมีการนิเทศโดยใชAทีมเปIนฐาน (TEAMWORK Model) ทีมงานมีทักษะในการ นิเทศติดตาม โดยการ Coaching and Mentoring กระบวนการจัดการ เรียนรูA ส=งผลใหAนักเรียนมีทักษะการเรียนรูAในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะสำเร็จไดAตามเปTาหมาย จำเปIนตAองมีองคSประกอบสำคัญในการพัฒนา คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการเรียนรูAและกระบวนการนิเทศ ที่ตAองร=วมกันสนับสนุนส=งเสริมไปดAวยกัน โดยมี แนวทางในการการนิเทศภายในโดยใชA Team-Based Internal Supervision Model ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 P: Plan การวางแผนการนิเทศภายใน ประกอบดbวย T : Team initiating, Team Building ริเริ่มความคิดสรAางสรรคS E : Encouragement and Empowerment สนับสนุนใหAกำลังใจ A : Aim การมีเปTาหมายในการทำงานร=วมกัน M : Managing Team บทบาทหนAาที่ความรับผิดชอบ ขั้นตอนที่ 2 D : Do ปฏิบัติการนิทศภายใน ประกอบดbวย W : Working ทีมงานดำเนินการปฏิบัตินิเทศโดยใชAกระบวนการ Coaching and Mentoring O : Observing การเก็บรวบรวมขAอมูลจากการปฏิบัติการนิเทศของผูAนิเทศ และผูAรับการนิเทศ ขั้นตอนที่ 3 C : Check การติดตามตรวจสอบประเมินผลการนิเทศภายใน ประกอบดbวย R : Reflective หมายถึง การสะทAอนผลการดำเนินการนิเทศภายใน ขั้นตอนที่ 4 A : Act การปรับปรุงแกbไขการนิเทศภายในประกอบดbวย K : Knowledge Conclusion การสรุปองคSความรูAที่ไดAจากการนิเทศภายในโดยใชAทีมเปIนฐาน (TEAMWORK Model)
แผนภาพ : รูปแบบการนิเทศภายในโดยใชA Team-Based Internal Supervision Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผูAเรียนใหAมี ทักษะการเรียนรูAในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก
ขั้นตอนที่ 1 P: Plan การวางแผนการนิเทศภายใน มีการวางแผนการนิเทศภายใน เปIนกระบวนการสรAางและพัฒนาทีมงานในการนิเทศเพื่อร=วมกันวิเคราะหS ปHญหาและความตAองการในการนิเทศ ระหว=างทีมนิเทศและครูผูAรับการนิเทศ เพื่อร=วมมือในการดำเนินการนิเทศภายใน กําหนดเปTาหมายการดำเนินการนิเทศ วัตถุประสงคSในการนิเทศ การจัดอันดับความสำคัญในการนิเทศ กําหนดระยะเวลา ในการดำเนินการนิเทศ โดยใชAหลักการและแนวทางดังต=อไปนี้ แผนภาพ : รูปแบบนิเทศภายใน โดยใชA TEAMWORK Model 1) T : Team initiating, Team Building ริเริ่มความคิดสรbางสรรคnการริเริ่มเปIนการเสนอความคิด ริเริ่มสรAางสรรคSในการวิเคราะหSปHญหาและอุปสรรคในการดำเนินการนิเทศภายในรวมถึงวิธีแกAไขปHญหาต=าง ๆ ช=วยใหAเพื่อน ร=วมทีมเกิดความคิดหรือมีวิธีการใหม= ๆ ในการพิจารณาปHญหาเพื่อการนิเทศภายใน 2) E : Encouragement and Empowerment สนับสนุนใหbกำลังใจการสนับสนุนใหAกําลังใจ เปIน การใหAคํายกย=อง ชมเชย หรือยอมรับความคิดเห็นของสมาชิกในทีมงาน และเปIนการแสดงออกถึงความเปIนปóกแผ=นสรAาง ความอบอุ=นและผูกพันภายในทีมงาน รวมถึงการยอมรับสมาชิกทุกคนในกลุ=ม และการส=งเสริมสนับสนุนใหAกําลังใจ สรAาง พลังทีมงานในการนิเทศภายใน 3) A : Aim การมีเปÑาหมายในการทำงานรBวมกัน การมีเปTาหมายในการทำงานร=วมกัน ทีมงานเห็นชอบ ในเปTาหมายในการดำเนินการนิเทศภายในร=วมกัน สมาชิกในทีมจะตAองพยายามรวมกลุ=มเขAาดAวยกันเพื่อปฏิบัติงานในหนAาที่ อย=างดีที่สุด สิ่งเหล=านี้จะกระตุAนใหAสมาชิกในทีม ใหAบรรลุเปTาหมายรวมอย=างมีประสิทธิภาพ 4) M : Managing Team บทบาทหนbาที่ความรับผิดชอบของทีมงาน
ขั้นตอนที่ 2 D : Do ปฏิบัติการนิเทศภายใน เปIนกระบวนการปฏิบัติการนิเทศภายใน โดยใชA TEAMWORK Model ใหAดำเนินงานเปIนไปตามการวาง แผนการนิเทศ โดยใชAแนวทางดังต=อไปนี้ 1) W : Working ทีมงานดำเนินการปฏิบัตินิเทศ โดยใชAกระบวนการ Coaching and Mentoring 2) O : Observing การเก็บรวบรวมขbอมูลจากปฏิบัติการนิเทศ ของผูAนิเทศและผูAรับการนิเทศ แผนภาพ : กระบวนการปฏิบัติการนิเทศภายใน โดยใชA TEAMWORK Model
ขั้นตอนที่ 3 C : Check การติดตามตรวจสอบประเมินผลการนิเทศภายใน ประกอบดbวย R : Reflective หมายถึง การสะทAอนผลการดำเนินการนิเทศภายใน แผนภาพ : การติดตามตรวจสอบประเมินผลการนิเทศภายใน R : Reflective
ขั้นตอนที่ 4 A : Act การปรับปรุงแกbไขการนิเทศภายในประกอบดbวย K : Knowledge Conclusion การสรุปองคSความรูAที่ไดAจากการนิเทศภายในโดยใชAทีมเปIนฐาน แผนภาพ : การปรับปรุงแกAไขการนิเทศภายใน Knowledge Conclusion แผนภาพ : รูปแบบการนิเทศภายในโดยใชA Team-Based Internal Supervision Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผูAเรียนใหAมีทักษะการเรียนรูAในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก
คู่มืคู่ อมืการนิเนิทศ โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก