The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนคณิตศาสตร์ธุรกิจและบริการ pdf ปวส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธัญณิชา ตุธรรม, 2020-07-15 06:34:58

แผนคณิตศาสตร์ธุรกิจและบริการ pdf ปวส

แผนคณิตศาสตร์ธุรกิจและบริการ pdf ปวส

แผนการจดั การเรยี นรมู ่งุ เน้นสมรรถนะ
ช่อื วิชาคณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ รหัสวชิ า 30000-1408

ทฤษฎี 3 ปฏบิ ตั ิ 0 หน่วยกติ 3
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้นั สูง
หมวดวชิ าคณติ ศาสตร์ สาขาวชิ าสามญั สมั พันธ์

จัดทาโดย
นางสาวธญั ณชิ า ตุธรรม

วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาขอนแกน่
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

กระทรวงศึกษาธกิ าร

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 1

รหัส 30000-1408 คณิตศาสตร์ธรุ กิจและบริการ คาบท่ี 1-3

หน่วยที่ 1 ช่ือหน่วย ปฐมนเิ ทศ /ตรรกศาสตร์

ครูผสู้ อน นางสาวธัญณชิ า ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. แสดงการให้เหตุผลโดยใชต้ รรกศาสตร์

ประพจน์ หมายถึง ประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธท่ีสามารถบอกได้ว่า ว่าเป็น
จรงิ หรอื เทจ็ อย่างใดอยา่ งหนง่ึ เพยี งอย่างเดียว

การเช่ือมประพจน์จะเชื่อมด้วยตัวเช่ือม ได้แก่ “และ” “หรือ”, “ถ้า…แล้ว”, “ก็
ต่อเม่อื ” และ “ไม่”เพือ่ ความสะดวกเราใชอ้ กั ษร p, q, r, … แทนประพจน์

โดยที่ คา่ ความจริงเปน็ จริง แทนด้วย T (True)
และ คา่ ความจริงเป็นเทจ็ แทนดว้ ย F (False)

1.ประพจน์และการเชอ่ื มประพจน์
2.การหาค่าความจริงของประพจน์
3.ตารางค่าความจริง

1. ระบุลักษณะของประพจน์
2. หาคา่ ความจรงิ ของประพจน์
3. ระบุชนิดของตัวเชอื่ มประพจน์
4. หาค่าความจริงของประพจน์ที่กาหนดให้ได้เมื่อทราบค่าความจริงของ

ประพจน์ยอ่ ย
5. สร้างตารางคา่ ความจรงิ ของประพจนท์ กี่ าหนดให้
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันนาเขา้ ส่กู ารเรียน
1. ครทู ักทายนกั ศกึ ษาและแนะนาตนเองให้นักศกึ ษาทราบ และให้นกั ศึกษาแนะนาตนเอง
2. ครูช้ีแจงจดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชาและคาอธิบายรายวิชา แนวทางการวัดผล
และการประเมนิ ผลการเรียนรู้ การปฏิบัติตนในขณะท่ีเข้าช้ันเรียน และทาการทดสอบก่อน
เรียน
ขนั้ สอน
1. ครอู ธบิ ายบทนิยามประพจน์และการเชือ่ มประพจน์
2. ครูอธบิ ายตัวอยา่ งที่ 1-2 และให้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมท่ี 1.1 เพ่ือทดสอบความเข้าใจ
3. ครูอธิบายเรื่อง การเชื่อมประพจน์และตัวเชื่อมพร้อมอธิบายตัวอย่างท่ี 3 และสุ่มถาม
นักศกึ ษาเป็นรายบุคคล
ขนั้ สรุปและประยุกต์

4. นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

5. ครูให้นกั ศึกษาจบั คกู่ นั พรอ้ มเฉลยคาตอบ

สอื่ และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ธุรกิจ ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
3. กิจกรรมการเรยี นการสอน
4. Power Point หน่วยที่ 1
หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของครู

2. ใบเช็ครายชื่อ

3. แผนการจดั การเรยี นรู้

4. เนื้อหาในหนงั สือเรียน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วิธีวัดผล
1. ประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. ประเมินความเรยี บร้อยของกจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
6. การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์

เคร่อื งมอื วัดผล

1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอัน
พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล

1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขึน้ ไป
2. กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนังสือเรยี น เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป
3. แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรงุ
5. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
6. การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเป็นช้ินๆ ให้นักศึกษาเขียนโจทย์เกี่ยวกับประพจน์ ครูรวบรวมและทาเป็น
สลาก ให้นกั ศกึ ษาในชั้นสมุ่ จับและตอบคาถามของเพ่ือน

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 2

รหสั 30000-1408 คณติ ศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี 4 - 6

หน่วยท่ี 1 ชือ่ หนว่ ย ตรรกศาสตร์

ครผู สู้ อน นางสาวธัญณิชา ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. แสดงการใหเ้ หตผุ ลโดยใช้ตรรกศาสตร์

ประพจน์ หมายถึง ประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธท่ีสามารถบอกได้ว่า
วา่ เปน็ จริงหรือเท็จอย่างใดอยา่ งหนึ่งเพยี งอย่างเดยี ว

การเช่ือมประพจน์จะเช่ือมด้วยตัวเช่ือม ได้แก่ “และ” “หรือ”, “ถ้า…แล้ว”,
“ก็ต่อเมอื่ ” และ “ไม่”

เพอ่ื ความสะดวกเราใชอ้ ักษร p, q, r, … แทนประพจน์
โดยท่ี คา่ ความจรงิ เปน็ จริง แทนด้วย T (True)
และ ค่าความจริงเป็นเทจ็ แทนดว้ ย F (False)

1. ประพจนแ์ ละการเชอื่ มประพจน์
2. การหาค่าความจริงของประพจน์
3. ตารางคา่ ความจริง

1. ระบลุ ักษณะของประพจน์
2. หาคา่ ความจรงิ ของประพจน์
3. ระบชุ นิดของตัวเชื่อมประพจน์
4. หาค่าความจริงของประพจน์ท่ีกาหนดให้ได้เม่ือทราบค่าความจริงของ
ประพจนย์ ่อย
5. สร้างตารางคา่ ความจรงิ ของประพจน์ทกี่ าหนดให้
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าสู่การเรียน
1. ครทู บทวนเร่ืองประพจนใ์ นช่ัวโมงเรียนท่ีแลว้
ขั้นสอน
2. ครูอธิบายการหาค่าความจริงของประพจน์
ถา้ ประพจน์ยอ่ ยมี n ประพจน์ ค่าความจริงที่เป็นไปได้ท้ังหมด 2n กรณี
เช่น ถา้ ประพจน์ยอ่ ยมี 1 ประพจน์ คา่ ความจรงิ ทเี่ ปน็ ไปไดม้ ี 21 = 2 กรณี
ถา้ ประพจน์ยอ่ ยมี 2 ประพจน์ คา่ ความจรงิ ท่เี ปน็ ไปไดม้ ี 22 = 4 กรณี
ถา้ ประพจน์ยอ่ ยมี 3 ประพจน์ ค่าความจรงิ ท่เี ป็นไปไดม้ ี 23 = 8 กรณี
3. ครูอธบิ ายตารางค่าความจริง

 คา่ ความจริงของประพจนท์ ม่ี ตี ัวเชอ่ื มเพยี งตัวเดยี ว

1. ประพจน์ p  q มีค่าความจริงเป็นจริงเพียงกรณีเดียว เมื่อค่าความจริงของ p และ q เป็น
จรงิ ทง้ั คู่

2. ประพจน์ p  q มีค่าความจริงเป็นเท็จเพียงกรณีเดียว เม่ือค่าความจริงของ p และ q เป็น
เทจ็ ทัง้ คู่

3. ประพจน์ p q มีคา่ ความจริงเป็นเท็จเพียงกรณเี ดียว เมอื่ p เป็นจริง และ q เป็นเทจ็
4. ประพจน์ p q มีค่าความจริงเป็นจริง เมื่อ p และ q มีค่าความจริงเหมือนกัน และมีค่า
ความจริงเป็น เทจ็ เมื่อ p และ q มคี า่ ความจริงต่างกนั
5. ครอู ธิบายตัวอย่างที่ 4 และให้นักศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 1.2 เพื่อทดสอบความเข้าใจ
6. ครอู ธิบายนเิ สธของประพจน์พรอ้ มอธบิ ายตวั อยา่ งท่ี 5 และสมุ่ ถามนักศึกษาเปน็ รายบุคคล
7. ครอู ธิบาย
 การหาคา่ ความจรงิ ของประพจน์ท่มี ีตัวเชอ่ื มตงั้ แต่ 2 ตัวขึน้ ไป
กรณที ่ี1 กรณีที่โจทยก์ าหนดให้ค่าความจริงของประพจน์ย่อยใด ๆ หรอื บางประพจน์มาให้
8. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งที่ 6 -8 และสมุ่ ถามนักศึกษาเปน็ รายบุคคล
9. ครใู ห้นักศึกษาลองทากิจกรรมท่ี1.3 เพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจ
10. ครอู ธบิ ายกรณที ี่ 2 กรณีที่โจทย์ไมไ่ ด้บอกค่าความจรงิ ของประพจนย์ ่อยใดๆ มาให้
11. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งท่ี 9 -11และสุ่มถามนักศกึ ษาเปน็ รายบุคคล
12. ครใู ห้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมที่1.4 เพื่อทดสอบความเขา้ ใจ
ข้นั สรุปและประยกุ ต์

13. นักศกึ ษาทาแบบฝึกหัดที่ 1

14. นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบหนว่ ยที่ 1

15. ครูให้นกั ศกึ ษาจับคู่กนั เปรียบเทยี บเฉลยคาตอบ

สอ่ื และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสอื เรียนวชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 1
หลกั ฐาน

1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชือ่
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เน้ือหาในหนงั สือเรียน
การวัดผลและการประเมินผล

วธิ ีวดั ผล

1. ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. ประเมินความเรยี บร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เครือ่ งมือวัดผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป

2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรียน เกณฑผ์ า่ น 50% ขึ้นไป

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึน้ ไป

4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีชอ่ งปรับปรุง

5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเปน็ ช้ินๆ ใหน้ ักศกึ ษาเขียนโจทยเ์ กี่ยวกับการหาความจริงของประพจน์ ครรู วบรวม

และทาเป็นสลาก ใหน้ กั ศกึ ษาในชัน้ สุ่มจบั และตอบคาถามของเพ่อื น

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการที่ 3

รหัส 30000-1408 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ คาบที่ 7-9

หนว่ ยที่ 2 ช่อื หนว่ ย รปู แบบของประพจน์

ครูผูส้ อน นางสาวธญั ณชิ า ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. แสดงการให้เหตุผลโดยใช้ตรรกศาสตร์

รปู แบบของประพจน์ท่ีมคี า่ ความจรงิ เปน็ จริงทกุ กรณี ไม่ว่าประพจน์ย่อยจะมี
ค่าความจรงิ เป็นจริงหรือเท็จก็ตาม เรียกวา่ สัจนริ ันดร์

รูปแบบของประพจนท์ มี่ คี า่ ความจริงเป็นเทจ็ ทุกกรณี ไมว่ า่ ประพจน์ย่อยจะมี
ค่าความจริงเปน็ จริงหรือเทจ็ ก็ตาม เรียกวา่ ขอ้ ขดั แย้ง

รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบใด มีค่าความจริงเหมือนกันทุกกรณี กรณี
ตอ่ กรณี เรียกว่า ประพจน์ทส่ี มมลู กนั

รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบใดมีค่าความจริงตรงข้ามกันทุกกรณี กรณี
ตอ่ กรณี เรยี กวา่ ประพจนท์ ่ีเปน็ นิเสธกนั

1. สัจนริ ันดรแ์ ละขอ้ ขัดแยง้
2. ประพจน์ที่สมมูลกนั
3. ประพจนท์ ี่เปน็ นิเสธกนั

1. สรุปประพจนท์ ี่เป็นสจั นิรนั ดร์
2. สรุปประพจน์ที่เป็นข้อขัดแยง้
3. สรปุ ประพจน์ทสี่ มมลู กนั
4. สรุปรปู แบบของประพจนท์ ี่เป็นนิเสธกัน
5. สร้างตารางค่าความจรงิ ของประพจน์ทีก่ าหนดให้ได้
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขั้นนาเขา้ สกู่ ารเรียน
1. ครทู บทวนเรื่องตัวเช่ือมของประพจนแ์ ละค่าความจริง ทไ่ี ดเ้ รียนไปในชัว่ โมงเรยี นที่แลว้
ขน้ั สอน
2. ครูอธิบายรปู แบบของประพจนท์ ่เี รียกว่าสจั นิรนั ดร์พรอ้ มอธบิ ายตวั อยา่ งท่ี 1 – 2
3. ครอู ธิบายรปู แบบของประพจน์ท่ีเรยี กว่าข้อขัดแยง้ (Contradiction)พรอ้ มอธิบายตัวอยา่ งที่ 3 – 4
4. ครูใหน้ ักศกึ ษาทาแบบฝึกหัดที่ 2.1
5. ครเู ฉลยพรอ้ มนกั ศึกษาทัง้ ชน้ั
6. ครูอธบิ ายประพจนท์ ี่สมมูลกนั พร้อมอธิบายตัวอยา่ งที่ 5 – 7และส่มุ ถามนกั ศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล
7. ครูใหน้ ักศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 2.1 เพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจ

8. ครอู ธิบายรปู แบบของประพจนท์ ี่สมมลู กันทค่ี วรทราบ พรอ้ มอธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 8

9. ครอู ธิบายนิเสธของรูปแบบของประพจน์พรอ้ มอธิบายตวั อย่างที่ 9
10. ใหน้ ักศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 2.2 เพื่อทดสอบความเข้าใจ
11. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 10 -12 และสมุ่ ถามนักศึกษาเป็นรายบุคคล
12. ครูให้นกั ศกึ ษาทาแบบฝกึ หดั ท่ี 2.2 โดยครเู ฉลยพรอ้ มนกั ศึกษาทั้งชั้น
ขนั้ สรุปและประยุกต์

13. ครแู ละนักศกึ ษารว่ มสรปุ สาระการเรียนรู้หน่วยที่2

14. นกั ศึกษาทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 2

15. ครูใหน้ ักศกึ ษาจับค่กู ันเปรียบเทยี บเฉลยคาตอบโดยครูเฉลยพร้อมนักเรียนท้งั ชนั้

ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ธกุ จิ ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
2. กิจกรรมการเรียนการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 2
หลักฐาน

1. บันทึกการสอนของครู

2. ใบเช็ครายชอ่ื

3. แผนการจัดการเรียนรู้

4. เนอ้ื หาในหนงั สือเรียน

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล

1. ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง

2. ประเมนิ ความเรียบรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล

5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขนึ้ ไป
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรียน เกณฑผ์ ่าน 50% ข้ึนไป

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ข้นึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงคค์ ะแนนขึ้นอยกู่ ับการประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเป็นชนิ้ ๆ ใหน้ ักศกึ ษาเขียนรูปแบบของประพจน์ทเ่ี ปน็ สัจนริ ันดร์และประพจน์ที่สมมลู

กัน ครูรวบรวมและทาเป็นสลาก ใหน้ ักศึกษาในชั้นสุ่มจบั และตอบคาถามของเพอ่ื น

แผนการจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 4

รหัส 30000-1408 คณิตศาสตรธ์ รุ กิจและบรกิ าร คาบที่ 11-12

หนว่ ยที่ 3 ชื่อหนว่ ย การอา้ งเหตผุ ล

ครผู สู้ อน นางสาวธญั ณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. แสดงการให้เหตุผลโดยใช้ตรรกศาสตร์

การอา้ งเหตุผล คือ การพิจารณาว่า ถ้ามีเหตุ P1  P2  P3 ...  Pn แล้วผล
c ที่เกิดข้ึนน้ัน อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งสามารถกระทาได้โดยใช้การ
ตรวจสอบวา่ เปน็ สจั นิรนั ดร์หรือไม่

ประโยคเปิด คอื ประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏเิ สธทม่ี ตี วั แปร
ตัวบ่งปริมาณ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ตัวบ่งปริมาณทั้งหมด และตัวบ่ง
ปรมิ าณมอี ยา่ งน้อยหน่ึง
ค่าความจริงของประพจน์
x[P(x)] เป็นจริง ก็ต่อเมื่อนา x ทุกค่าใน U แทนใน P(x) แล้ว P(x) เป็นจริง
x[P(x)] เป็นเท็จ ก็ต่อเม่ือนา x อย่างน้อย 1 ค่า ใน U แทนใน P(x) แล้ว P(x)
เปน็ เท็จ

x[P(x)] เป็นจริง ก็ตอ่ เม่ือนา x อยา่ งน้อย 1 คา่ ใน U แทนใน P(x) แล้ว P(x) เป็น
จริง

x[P(x)] เป็นเท็จ ก็ต่อเมื่อนา x ทุกค่าใน U แทนใน P(x) แล้ว P(x) เป็นเท็จ
ทั้งหมด

1. การอ้างเหตผุ ล
2. ประโยคเปิด
3. ตัวบ่งปรมิ าณ
4. คา่ ความจรงิ ของประพจน์ท่มี ีตวั บง่ ปรมิ าณตัวแปรเดียว

1. อธบิ ายการอา้ งเหตุผลโดยใช้สจั นริ นั ดร์
2. แสดงการอ้างเหตุผลทสี่ มเหตุสมผล หรอื ไม่สมเหตุสมผล
3. ตรวจสอบความสมเหตสุ มผล
4. บอกลกั ษณะของประโยคเปิด
5. เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ของประพจน์ท่มี ีตัวบง่ ปรมิ าณ
6. บอกคา่ ความจริงของประพจนท์ ่มี ตี วั บง่ ปริมาณตัวแปรเดยี ว
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ สกู่ ารเรียน

1. ครูทบทวนรปู แบบประพจน์ท่ีเป็นสัจนริ ัรดร์

ข้ันสอน

2. ครูอธิบายเร่อื งการอา้ งเหตผุ ลและตรวจสอบการอ้างเหตุผล

3. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 1 -3 และสมุ่ ถามนักศกึ ษาเปน็ รายบุคคล

4. ครูบอกรปู แบบการอา้ งเหตุผลท่สี มเหตุสมผล ทีค่ วรทราบ

6. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งที่ 4-5 แลว้ ให้นกั ศึกษาลองทากิจกรรมที่ 3.1

7. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 6-7 แล้วให้นกั ศกึ ษาแบบฝกึ หัดที่ 3.1

8. ครอู ธบิ ายบทนิยามประโยคเปิด พร้อมอธบิ ายตัวอย่างท่ี 8

9. ครูให้นักศึกษาลองทากิจกรรมที่ 3.2 เพื่อทดสอบความเขา้ ใจ

10. ครูอธบิ ายเร่ืองตวั บ่งปรมิ าณ

 ตวั บง่ ปริมาณทั้งหมด (Universal quantifier) ไดแ้ ก่ ตวั บ่งปริมาณทม่ี ีความหมายเดียวกบั
“สาหรบั ... ทุกตัว” หรอื “ทกุ ๆ” เปน็ ต้น ซงึ่ หมายถึงต้องใช้ทุกสง่ิ ทกุ อย่างในเอกภพสัมพทั ธ์

(U) และใช้สัญลักษณ์  (อา่ นวา่ for all) แทนตัวบง่ ปริมาณทง้ั หมดเราใช้สญั ลกั ษณ์ x แทน
สาหรบั ทุก ๆ x หรือ สาหรับแตล่ ะ x
 ตัวบ่งปริมาณมีอย่างน้อยหนึ่ง (Existential quantifier) ได้แก่ ตัวบ่งปริมาณที่มีความหมาย
เดียวกับ “สาหรับบาง...ตัว” หรือ “บาง” หรือ “มีอย่างน้อยหน่ึง” ซึ่งหมายถึงอย่างน้อยหนึ่ง

สมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์ และใช้สัญลักษณ์  (อ่านว่า for some) แทนตัวบ่งปริมาณมีอย่าง

น้อยหนึง่ เราใช้สัญลกั ษณ์ x แทน สาหรบั x บางตัว
11. ครูอธิบายตวั อย่างท่ี 9 -11 แลว้ ให้นักศึกษาแบบฝกึ หัดที่ 3.1

12. ครูอธิบายเรอื่ งค่าความจริงของประพจนท์ ่ีมีตวั บ่งปริมาณตัวแปรเดยี ว

13. ครอู ธบิ ายตวั อย่างท่ี 12-16 แลว้ ใหน้ กั ศึกษาแบบฝกึ หดั ที่ 3.2

ขน้ั สรปุ และประยุกต์
14. ครูและนกั ศกึ ษาร่วมกนั สรปุ เก่ยี วกับการอา้ งเหตผุ ล
15. นักศึกษาทาแบบทดสอบที่ 3
16. ครใู หน้ ักศกึ ษาจับคู่กันพรอ้ มเฉลยคาตอบ
17. ครูเฉลยพรอ้ มนกั ศกึ ษาทัง้ ชั้น
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิชาคณิตศาสตรธ์ รุ กิจ ของสานักพมิ พ์เอมพันธ์
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 3
หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. เนื้อหาในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวัดผล

1. ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. ประเมินความเรียบร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนงั สือเรยี น
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป

2. กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียน เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ขึ้นไป

4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรับปรงุ

5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั การประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

1. ครแู จกกระดาษเปน็ ชิน้ ๆใหน้ ักศกึ ษารวบรวมโจทยเ์ กยี่ วกับการอา้ งเหตุผล ครูรวบรวมและทาเป็น

สลาก ใหน้ กั ศึกษาในชัน้ สุม่ จับและตอบคาถามของเพ่อื น

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 5

รหัส 30000-1408 คณิตศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี13-15

หน่วยท่ี 5 ชอื่ หนว่ ย เมทริกซ์

ครูผู้สอน นางสาวธญั ณชิ า ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนินการเกี่ยวกบั เมทรกิ ซ์ และอนิ เวอรส์ การคูณของเมทรกิ ซ์

1. เมทริกซ์ของจานวนจริง เป็นรูปแบบการเขียนจานวนจริง โดยเขียนให้เป็น
แถว (row) และเขียนให้เป็นหลัก (column) แต่ละแถวมีจานวนหลักเท่ากัน
เขยี นอยภู่ ายในวงเล็บ [ ] หรอื ( ) จานวนทอ่ี ยูใ่ นเมทรกิ ซ์ เรียกวา่ สมาชิกของ
เมทรกิ ซ์
2. เมทริกซ์สองเมทริกซ์จะเท่ากันก็ต่อเม่ือ เมทริกซ์ทั้งสองมีมิติเท่ากัน และ
สมาชกิ ทอี่ ยูใ่ นตาแหนง่ เดียวกันเท่ากนั
3. การบวกและการลบเมทริกซ์ เกิดจากการนาสมาชกิ ในตาแหนง่ เดียวกนั ของ
เมทริกซม์ าบวกหรอื ลบกัน

1. ความหมายของเมทรกิ ซ์
2. การเท่ากนั ของเมทริกซ์
3. การบวกและการลบเมทริกซ์

1. อธิบายเมทริกซ์ตามขอ้ มูลท่ีกาหนด
2. หาคา่ ตัวแปรจากการเท่ากนั ของเมทรกิ ซ์
3. หาผลลัพธ์จากการบวก การลบของเมทริกซ์ ตามวิธีดาเนินการของเมทริกซ์
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสูก่ ารเรยี น
1. ครบู อกความสาคัญของเมทริกซใ์ นชวี ติ ประจาวัน
ข้ันสอน
1. ครูอธิบายความหมายของเมทริกซแ์ ละมติ แิ ละการเขียนเมทรกิ ซใ์ นรูปท่วั ไป
2. ครูอธบิ ายตวั อยา่ งที่ 1 และให้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมที่4.1 เพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจ
3. ครูอธบิ ายเรอ่ื งเมทรกิ ซท์ ี่สาคัญ
4. ครอู ธิบายเร่ืองการเท่ากันของเมทรซิ ์และอธิบายตวั อยา่ งที 2 - 3 และให้นกั ศกึ ษาลองทา
กจิ กรรมท่ี 4.2 เพื่อทดสอบความเขา้ ใจ
5. ครใู หน้ ักศึกษาทาแบบฝกึ หดั ที่ 4.1
6. ครอู ธบิ ายเรอื่ งการบวกของเมทริกซ์ พร้อมยกตวั อยา่ งที่ 4 -7 พรอ้ มสุ่มเรียกถามนักศึกษา
เป็นรายบุคคล และอธิบายสมบัติของการบวกเมทริกซ์พร้อมสุ่มเรียกถามนักศึกษาเป็น
รายบุคคล

7. ครอู ธิบายเรือ่ งการลบของเมทริกซ์พรอ้ มยกตัวอย่างท่ี 8 -9

8. ครใู หน้ กั ศกึ ษาลองทากจิ กรรมท่ี 4.3 และใหน้ กั ศึกษาจบั ค่กู ันเปรียบเทียบคาตอบ

ขั้นสรุปและประยุกต์

9. นกั ศึกษาทาแบบฝึกหัดท่ี 4.1

10. ครสู ่มุ เลอื กนักศึกษาออกมาเฉลย

11. ครเู ฉลยพร้อมกนั ทงั้ ชั้น

สื่อและแหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ ของสานกั พิมพ์เอมพันธ์
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หนว่ ยที่ 4

หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอื่
3. แผนการจัดการเรียนรู้
4. เนอื้ หาในหนงั สอื เรยี น

การวัดผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล

1. ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2. ประเมินความเรยี บรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล

1. แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง

2. กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียน

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล

5. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เกณฑ์การประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนังสอื เรียน เกณฑ์ผ่าน 50% ขึน้ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)

6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ ับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเปน็ ช้ินๆ ใหน้ กั ศึกษาเขยี นโจทยเ์ ก่ียวกบั การบวกและการลบเมทริกซ์ ครรู วบรวมและ
ทาเป็นสลาก ใหน้ กั ศึกษาในช้ันสมุ่ จับและตอบคาถามของเพอื่ น

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 6

รหัส 30000-1408 คณติ ศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบที่ 16- 18

หนว่ ยท่ี 4 ชือ่ หนว่ ย เมทรกิ ซ์

ครูผสู้ อน นางสาวธญั ณชิ า ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนินการเกี่ยวกับเมทริกซ์ และอินเวอร์สการคณู ของเมทรกิ ซ์

1. การคูณเมทริกซ์ด้วยจานวนจริง ให้นาจานวนจริงไปคูณสมาชิกทุกตัวของ
เมทริกซ์

2. การคณู เมทริกซด์ ว้ ยเมทริกซ์ พิจารณาท่มี ติ หิ รือขนาดของเมทรกิ ซ์ กลา่ วคอื
เมทริกซ์ A จะคูณกับเมทรกิ ซ์ B ได้ก็ตอ่ เมอื่ จานวนหลักของเมทริกซ์ A เท่ากับ
จานวนแถวของเมทรกิ ซ์ B
3. เมทริกซ์สลับเปลี่ยนของ A เขียนแทนด้วย At เป็นเมทริกซ์ท่ีเกิดจาก
สมาชิกแถวท่ี i หลักท่ี j เปลยี่ นไปอย่แู ถวท่ี j หลักท่ี i

1. การคูณเมทรกิ ซ์ดว้ ยจานวนจรงิ
2. การคณู เมทริกซ์ด้วยเมทรกิ ซ์
3. เมทรกิ ซ์สลบั เปล่ียน

1. หาผลลพั ธจ์ ากการคูณเมทริกซ์ ตามวิธีดาเนนิ การของเมทริกซ์
2. เขียนเมทรกิ ซส์ ลับเปล่ยี น จากเมทริกซ์ทก่ี าหนด
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สูก่ ารเรยี น
1. ครทู บทวนเร่อื งเมทริกซ์ชนิดตา่ ง ๆ
ข้ันสอน
2. ครอู ธิบายบทนิยามเรื่องการคูณเมทรกิ ซ์ด้วยจานวนจริง
3. ครอู ธิบายตวั อย่างท่ี 10 -11 พร้อมสมุ่ เลอื กนกั ศกึ ษาออกมาเฉลย
4. ครใู ห้นกั ศกึ ษาลองทากจิ กรรมที่ 4.4 เพื่อทดสอบความเข้าใจ
5. ครูอธิบายบทนยิ ามเรื่องการคณู เมทริกซ์ดว้ ยเมทรกิ ซพ์ รอ้ มอธิบายตวั อย่างท่ี 12 -13 พรอ้ มสุ่ม
เรยี กถามนกั ศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล
6. ครูให้นกั ศกึ ษาลองทากิจกรรมที่ 4.5 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
7. ครอู ธบิ ายเร่อื งเมทรกิ ซ์ยกกาลัง และยกตัวอย่างที่14-15
8. ครูอธิบายบทนิยามเร่ืองเมทรกิ ซ์สลบั เปลยี่ น
9. ครอู ธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 16 -18พรอ้ มส่มุ เรียกถามนกั ศึกษาเปน็ รายบคุ คล
10. ครใู ห้นักศึกษาทาแบบฝึกหัดท่ี 4.2
11. ครูใหน้ ักศกึ ษาจับคู่กันพร้อมเฉลยคาตอบ
ขัน้ สรปุ และประยุกต์

12. ครสู รปุ สมบัติเกี่ยวกบั การคูณเมทริกซด์ ้วยจานวนจริง

13. ครสู รุปสมบตั ิเกย่ี วกับการคูณของเมทรกิ ซ์

14. ครสู รุปสมบตั ิเก่ียวกับเมทรกิ ซ์lสลับเปล่ยี น

15. นักศึกษาทาแบบทดสอบท่ี 4

16. ครูเฉลยพรอ้ มกนั ทั้งชนั้

สือ่ และแหลง่ เรียนรู้

1. หนังสือเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ธรุ กิจ ของสานักพิมพ์เอมพันธ์
2. กิจกรรมการเรียนการสอน
3. Power Point หน่วยที่ 4
หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอื่
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เนือ้ หาในหนงั สือเรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วธิ ีวดั ผล

1. ประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง

2. ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เคร่อื งมอื วัดผล

1. แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง

2. กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรยี น

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล

5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ขึน้ ไป
4. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรุง
5. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเปน็ ชน้ิ ๆ ให้นกั ศึกษาเขยี นโจทยเ์ ก่ยี วกบั การคูณเมทริกซ์ ครรู วบรวมและทาเปน็
สลาก ให้นกั ศึกษาในชั้นสุม่ จับและตอบคาถามของเพอ่ื น

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 7

รหสั 30000-1408 คณติ ศาสตรธ์ รุ กิจและบรกิ าร คาบท่ี 19 -21

หนว่ ยที่ 5 ช่อื หน่วย ดเี ทอรม์ ิแนนต์

ครผู ู้สอน นางสาวธัญณิชา ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. คานวณคา่ ดีเทอรม์ ิแนนตข์ องเมทรกิ ซ์
2. ประยุกต์การแกร้ ะบบสมการเชงิ เส้นโดยใชด้ เี ทอร์มิแนนตใ์ นงานอาชีพ

ดีเทอร์มิแนนต์ เป็นจานวนจริงท่ีหาค่าได้จากเมทริกซ์จัตุรัส การหาค่า
ดเี ทอร์มแิ นนต์โดยใชว้ ิธีคณู ทแยง และโดยวิธกี ระจายโคแฟกเตอร์
อินเวอร์สการคูณของเมทริกซ์ A เขยี นแทนดว้ ย A-1

1. ดีเทอรม์ ิแนนต์
2. อินเวอร์สการคณู ของเมทรกิ ซ์

1. อธบิ ายดีเทอร์มแิ นนต์ของเมทริกซท์ ่กี าหนด
2. หาคา่ ดีเทอร์มิแนนต์โดยวิธกี ารคณู ทแยง
3. หาคา่ ดีเทอร์มแิ นนต์โดยวิธีกระจายโคแฟคเตอร์
4. หาอินเวอร์สการคณู ของเมทรกิ ซ์ท่ีกาหนด
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสกู่ ารเรยี น
1. ครูทบทวนเรือ่ งเมทรกิ ซ์จัตุรสั
ข้นั สอน
2. ครอู ธบิ ายเร่ืองการหาค่าดีเทอร์มแิ นนต์โดยวิธกี ารคณู ทแยง

การหาดเี ทอรม์ แิ นนต์ของเมทริกซจ์ ัตุรสั 1  1

การหาดเี ทอร์มิแนนต์ของเมทรกิ ซ์จตั รุ สั 2  2
3. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งท่ี 1 – 2 พร้อมสุม่ เรียกถามนักศกึ ษาเปน็ รายบุคคล
4. ครูอธิบายการหาดีเทอรม์ ิแนนตข์ องเมทริกซ์จตั ุรัส 3 x3 พร้อมครูอธบิ ายตัวอยา่ งท่ี 3 - 4
5. ครูให้นักศึกษาลองทากจิ กรรมที่ 5.1 ครูส่มุ เลือกนักเรียนออกมาเฉลย
6. ครูอธิบายบทนิยามไมเนอร์ พรอ้ มอธบิ ายตวั อย่างที่ 5 - 6
7. ครูอธิบายบทนิยามโคแฟกเตอร์ พร้อมอธบิ ายตัวอยา่ งที่ 6 - 7
8. ครใู ห้นกั ศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 5.2 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
9. ครูอธบิ ายเรอื่ งการหาคา่ ดีเทอรม์ แิ นนต์โดยการกระจายโคแฟกเตอร์
10. ครอู ธิบายตัวอยา่ งท่ี 8 – 9 พรอ้ มสุม่ เรียกถามนกั ศึกษาเป็นรายบุคคล
11. ครใู ห้นักศึกษาทากจิ กรรมที่ 5.3 เพื่อทดสอบความเข้าใจ
12. ครอู ธบิ ายสมบัติของดเี ทอร์มิแนนต์

13. ครูอธิบายบทนิยามเมทรกิ ซผ์ กผนั การคูณหรืออนิ เวอร์สการคณู

14. ครอู ธบิ ายการหาอินเวอรส์ การคูณของเมทริกซ์

 การหาอินเวอรส์ การคูณของเมทรกิ ซ์ทีม่ ีมิติ 2 x 2 พรอ้ มอธิบายตวั อยา่ งที่ 11

 การหาอินเวอรส์ การคณู ของเมทริกซ์ทม่ี ีมิติ n × n (n>2) พรอ้ มอธิบายตัวอยา่ งที่ 12

15. ครใู หน้ กั ศึกษาลองทากิจกรรมที่ 5.4 เพอื่ ทดสอบความเข้าใจ

ข้นั สรุปและประยกุ ต์

16. นกั ศกึ ษาทาแบบฝกึ หดั ท่ี 5.1- 5.3

17. ครใู หน้ กั ศึกษาจับคกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ

18. ครูเฉลยพร้อมนักศึกษาทงั้ ช้นั

สอื่ และแหลง่ เรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี นวิชาคณิตศาสตร์ธุรกิจ ของสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 5
หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เน้ือหาในหนงั สอื เรยี น
การวัดผลและการประเมนิ ผล

วิธีวดั ผล
1. ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. ประเมนิ ความเรียบร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หัด
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
เคร่อื งมอื วัดผล

1. แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
2. กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค์คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเปน็ ช้นิ ๆ ใหน้ ักศึกษาเขยี นโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั การหาดีเทอรม์ แิ นนตโ์ ดยวิธีการคณู

ทแยงครรู วบรวมและทาเป็นสลาก ให้นักศกึ ษาในชน้ั สุม่ จับและตอบคาถามของเพ่อื น

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 8

รหสั 30000-1408 คณิตศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี 22-24

หนว่ ยที่ 5 ชือ่ หนว่ ย ดเี ทอร์มแิ นนต์

ครผู ู้สอน นางสาวธญั ณชิ า ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. คานวณค่าดีเทอรม์ แิ นนต์ของเมทริกซ์
2. ประยกุ ตก์ ารแกร้ ะบบสมการเชงิ เส้นโดยใชด้ เี ทอรม์ แิ นนต์ในงานอาชพี

การแก้ระบบสมการเชิงเสน้ สามารถใช้ดเี ทอร์มแิ นนต์ ชว่ ยในการหาคาตอบ
โดยท่ัวไปนิยมหาคาตอบของระบบสมการเชงิ เส้น โดยใชก้ ฎของคราเมอร์

1. การแก้ระบบสมการเชิงเส้นโดยใช้ดีเทอร์มแิ นนต์

1. หาคาตอบของระบบสมการเชงิ เส้นด้วยเมทรกิ ซ์และดีเทอร์มแิ นนต์
2. แก้ปัญหาเกย่ี วกับเมทริกซแ์ ละดีเทอร์มแิ นนต์ในงานอาชีพ
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ สกู่ ารเรียน
1. ครูทบทวนเรือ่ งการหาดีเทอรม์ ิแนนตโ์ ดยคณู ทแยง
ข้ันสอน
2. ครูอธบิ ายระบบสมการเชงิ เสน้ พรอ้ มอธบิ ายตัวอยา่ งที่ 13
3. ครอู ธบิ ายการแกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ โดยใช้ดีเทอร์มิแนนต์
ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร
4. ครอู ธบิ ายตวั อย่างที่ 14 และ ให้นกั ศกึ ษาลองทากิจกรรมท่ี 5.5เพ่อื ทดสอบความเข้าใจ
5. ครอู ธบิ ายการแก้ระบบสมการเชงิ เส้นโดยใช้ดีเทอรม์ แิ นนต์
ระบบสมการเชิงเสน้ สามตวั แปร
6. ครูอธิบายตวั อยา่ งที่ 15-16 พร้อมสมุ่ เรยี กถามนกั ศกึ ษาเป็นรายบคุ คล
7. ครูอธบิ ายการนาเมทริกซ์ไปใช้ในการแก้ปญั หาโจทยส์ มการ
8. ครูอธิบายตวั อย่างที่ 17 พรอ้ มสุ่มเรียกถามนกั ศกึ ษาเป็นรายบุคคล
9. ครใู หน้ ักศกึ ษาทาแบบฝึกหัดท่ี 5.4
ขัน้ สรปุ และประยกุ ต์
10. นักศึกษาทาแบบทดสอบหน่วยที่ 5
11. ครูใหน้ กั ศึกษาจับค่กู ันเปรียบเทยี บคาตอบ
12. ครูเฉลยพรอ้ มนกั ศกึ ษาทัง้ ชนั้
สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ธุรกจิ ของสานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
2. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

3. Power Point หน่วยท่ี 5
หลกั ฐาน

1. บนั ทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอื่
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. เนอื้ หาในหนังสือเรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล

วธิ วี ัดผล

1. ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง

2. ประเมินความเรยี บรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล

5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ

ประสงค์

เคร่ืองมือวดั ผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี น
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป

2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผ่าน 50% ข้นึ ไป

4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง

5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์คะแนนขึ้นอยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเป็นชนิ้ ๆ ใหน้ ักศึกษาเขยี นโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับดีเทอร์มิแนนทค์ รูรวบรวมและทาเป็น

สลาก ให้นกั ศึกษาในชน้ั สุ่มจับและตอบคาถามของเพือ่ น

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 9

รหสั 30000-1408 คณิตศาสตร์ธรุ กิจและบรกิ าร คาบท่ี 25-27

หนว่ ยท่ี 1-5 ช่อื หนว่ ย สอบกลางภาค

ครผู ้สู อน นางสาวธญั ณชิ า ตธุ รรม E-Mail [email protected]

สาระการเรยี นรู้

สอบกลางภาคเป็นการวดั ความร้แู ละความเขา้ ใจหน่วยท่ี 1-5

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 10

รหัส 30000-1408 คณติ ศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี 28-30

หน่วยท่ี 6 ชื่อหน่วย อสมการเชิงเสน้

ครผู ู้สอน นางสาวธญั ณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. วิเคราะห์กาหนดการเชิงเส้น

อสมการ คือ ประโยคสัญลักษณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ของจานวนโดยมี
สัญลกั ษณ์  ,  , ≤ , ≥ และ ≠

อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว เช่น X ≥ 5, X + 2 ≤ 4 เปน็ ตน้
อสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร เช่น 2X+ y ≤ 3, y ≤ X+1 เปน็ ตน้
กราฟของอสมการเชิงเส้น คือ กราฟของคู่อันดับหรือ กราฟของ
ความสมั พันธท์ ีเ่ ขยี นในระบบแกนมมุ ฉาก

1. อสมการ
2. กราฟของอสมการเชิงเส้น
3. กราฟของระบบอสมการเชิงเสน้

1. เขยี นกราฟของอสมการเชงิ เส้นเม่ือกาหนดอสมการเชิงเส้น
2. เขียนกราฟของระบบอสมการเชิงเส้นเมอ่ื กาหนดสถานการณ์ให้
3. หาจุดร่วมที่สอดคล้องกบั อสมการท่ีกาหนดให้
4. หาจุดยอดของพ้นื ทแ่ี รเงาเม่ือกาหนดสถานการณใ์ ห้
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1. ครูทบทวนเรื่องอสมการ
ข้นั สอน
2. ครูอธบิ ายการเขียนกราฟของอสมการเชิงเสน้ พร้อมอธิบายตัวอย่างที่ 1
3. ให้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมท่ี 6.1 เพอื่ ทดสอบความเขา้ ใจ
4. ครอู ธิบายตัวอย่างที่ 2-3 พร้อมสมุ่ เรียกถามนักศึกษาเป็นรายบุคคล
5. ครูให้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมท่ี 6.2 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
6. ครูใหน้ กั ศึกษาทาแบบฝกึ หดั ที่ 6.1
7. ครอู ธิบายกราฟของระบบอสมการเชิงเส้น
การเขยี นกราฟของระบบอสมการเชิงเส้นมขี ้ันตอนดังน้ี
1. เขียนกราฟของสมการเชิงเส้นหรอื สมการเสน้ ตรง (หาพกิ ัดของจุดตัดแกน X และจุดตัดแกน Y)
2. หาอาณาบรเิ วณแรเงาท่ีสอดคลอ้ งกับอสมการทกุ อสมการ
3. หาจุดตดั ของระบบอสมการเชิงเสน้

8. ครอู ธิบายตัวอยา่ งท่ี 4 -6 พร้อมสมุ่ เรียกถามนกั ศึกษาเปน็ รายบคุ คล
9. ครูให้นกั ศกึ ษาลองทากจิ กรรมที่ 6.3 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
10. ครูใหน้ ักศกึ ษาทาแบบฝึกหัดที่ 6.2
ข้นั สรุปและประยกุ ต์
11. นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบหนว่ ยที่ 6
12. ครใู ห้นกั ศึกษาจับค่กู ันเปรียบเทยี บคาตอบ
13. ครเู ฉลยพรอ้ มนักศึกษาทง้ั ชน้ั
สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี นวิชาคณิตศาสตร์ธุรกิจ ของสานักพิมพเ์ อมพนั ธ์
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 6
หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชือ่
3. แผนการจดั การเรยี นรู้
4. เนอื้ หาในหนังสอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล
1. ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2. ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ข้ึนไป
2. กิจกรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สอื เรียน เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ขึ้นไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

1. ครูแจกกระดาษเป็นชิ้นๆ ให้นกั ศกึ ษาเขียนโจทย์เกยี่ วกับกราฟของระบบอสมการเชิงเส้น ครู

รวบรวมและทาเป็นสลาก ให้นักศกึ ษาในช้ันสุ่มจับและตอบคาถามของเพอ่ื น

แผนการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการที่ 11

รหสั 30000-1408 คณิตศาสตร์ธรุ กิจและบริการ คาบที่ 31-33

หนว่ ยท่ี 7 ชอ่ื หนว่ ย กาหนดการเชิงเสน้

ครูผูส้ อน นางสาวธญั ณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. วิเคราะห์กาหนดการเชงิ เส้น

กาหนดการเชิงเส้นเป็นการประยุกต์ของวิชาคณิตศาสตร์ ท่ีนาไปใช้ทาง
ธุรกิจเพื่อใช้หาค่าสูงสุด หรือต่าสุด ตามเงื่อนไขบังคับหรือข้อจากัด
ประกอบด้วยฟังก์ชันจุดประสงค์ และอสมการขอ้ จากัด
การหาคาตอบของกาหนดการเชงิ เสน้ โดยวธิ ใี ช้กราฟ มีขั้นตอนดังนี้
1. สร้างฟังก์ชนั จุดประสงค์และอสมการขอ้ จากัด ตามเงอื่ นไขข้อจากัดที่โจทย์

กาหนด
2. เขียนกราฟของระบบสมการจากอสมการข้อจากัด บริเวณที่แรเงาซึ่ง

สอดคล้องกับอสมการข้อจากัด เรียกว่า รูปหลายเหล่ียมของบริเวณท่ีหา
คาตอบได้ (ท่แี ทนกราฟอสมการขอ้ จากัด)
3. หาพกิ ัดจากจุดมุมของรปู หลายเหลีย่ มของบรเิ วณที่หาคาตอบได้
4. แทนค่าพิกัดของจุดมุมของรูปหลายเหล่ียมในฟังก์ชันจุดประสงค์ จุดมุม
เปน็ ไปตามเงอื่ นไขนั่นคือคาตอบของโจทย์ปญั หา

กาหนดการเชิงเสน้

1. อธบิ ายแนวคดิ ของกาหนดการเชงิ เส้น
2. เขียนฟงั ก์ชนั จดุ ประสงคแ์ ละอสมการข้อจากัดเมือ่ กาหนดโจทย์ปญั หา
3. แก้โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับค่าสงู สุดหรอื คา่ ต่าสดุ ของสถานการณ์ที่กาหนด
4. แก้ปัญหากาหนดการเชงิ เส้นโดยวิธใี ช้กราฟของสถานการณท์ ่กี าหนด
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสกู่ ารเรยี น
1. ครูอธบิ ายกาหนดการเชิงเส้นมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นทางธรุ กจิ
ข้นั สอน
2. ครูอธิบายเรือ่ งกาหนดการเชงิ เสน้
การหาคาตอบของกาหนดการเชงิ เสน้ โดยวิธีใช้กราฟ มขี น้ั ตอนดังน้ี

1) สร้างฟังก์ชนั จดุ ประสงคแ์ ละอสมการข้อจากัด ตามเง่ือนไขขอ้ จากดั ทีโ่ จทย์กาหนด

2) เขียนกราฟของระบบสมการจากอสมการข้อจากัด บริเวณที่แรเงาซึ่งสอดคล้องกับอสมการ

ขอ้ จากดั เรยี กว่า รูปหลายเหล่ยี มของบรเิ วณทห่ี าคาตอบได้ (ทีแ่ ทนกราฟอสมการข้อจากัด)
3) หาพกิ ดั จากจดุ มุมของรูปหลายเหลย่ี มของบรเิ วณที่หาคาตอบได้

4) แทนค่าพกิ ดั ของจดุ มมุ ของรูปหลายเหล่ียมในฟงั กช์ นั จดุ ประสงค์ จุดมุมเป็นไปตามเง่ือนไขน่ัน
คือคาตอบของโจทยป์ ัญหา
3. ครูอธิบายตัวอย่างท่ี 1 พร้อมสุม่ เรยี กถามนกั ศึกษาเปน็ รายบุคคล

4. ให้นกั ศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 7.1 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
5. ครอู ธิบายตวั อยา่ งท่ี 2 พรอ้ มสมุ่ เรียกถามนักศึกษาเปน็ รายบุคคล

ขั้นสรุปและประยกุ ต์
6. ครแู ละนกั ศึกษาช่วยกนั สรุป การหาคาตอบของกาหนดการเชิงเส้นโดยวิธใี ช้กราฟ
7. นกั ศึกษาทาแบบฝกึ หดั ท่ี 7

สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวิชาคณิตศาสตร์ธรุ กจิ ของสานักพิมพเ์ อมพันธ์

2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หนว่ ยท่ี 7
หลักฐาน

1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอื่

3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. เน้อื หาในหนังสือเรยี น
การวัดผลและการประเมินผล

วธิ ีวัดผล
1. ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง

2. ประเมนิ ความเรยี บร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

5. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง

2. กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรยี น
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. แบบประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป

2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ขนึ้ ไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรับปรงุ
5. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
6. การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงคค์ ะแนนขึ้นอยูก่ ับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ครแู จกกระดาษเป็นชิ้นๆ ให้นกั ศึกษาเขียนโจทยเ์ กยี่ วกับกาหนดการเชิงเสน้ ครูรวบรวมและทาเปน็
สลาก ใหน้ กั ศกึ ษาในช้นั สมุ่ จับและตอบคาถามของเพ่ือน

แผนการจัดการเรียนร้แู บบบูรณาการที่ 12

รหัส 30000-1408 คณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร คาบท่ี 34-36

หนว่ ยท่ี 7 ช่อื หน่วย กาหนดการเชิงเสน้

ครผู ู้สอน นางสาวธัญณชิ า ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. วิเคราะหก์ าหนดการเชงิ เส้น

กาหนดการเชิงเส้นเป็นการประยุกต์ของวิชาคณิตศาสตร์ ที่นาไปใช้ทาง
ธุรกิจเพื่อใช้หาค่าสูงสุด หรือต่าสุด ตามเงื่อนไขบังคับหรือข้อจากัด
ประกอบด้วยฟังกช์ นั จดุ ประสงค์ และอสมการข้อจากัด
การหาคาตอบของกาหนดการเชงิ เสน้ โดยวธิ ใี ช้กราฟ มีขน้ั ตอนดังน้ี

1. สร้างฟังก์ชันจุดประสงค์และอสมการขอ้ จากัด ตามเง่อื นไขข้อจากัดทีโ่ จทย์
กาหนด
2. เขียนกราฟของระบบสมการจากอสมการข้อจากัด บริเวณท่ีแรเงาซึ่ง
สอดคล้องกับอสมการข้อจากัด เรียกว่า รูปหลายเหลี่ยมของบริเวณที่หา
คาตอบได้ (ทแี่ ทนกราฟอสมการข้อจากดั )
3. หาพิกดั จากจดุ มุมของรูปหลายเหลีย่ มของบรเิ วณทห่ี าคาตอบได้
4. แทนค่าพกิ ดั ของจุดมุมของรูปหลายเหล่ียมในฟังก์ชันจุดประสงค์ จุดมุม
เป็นไปตามเง่ือนไขนน่ั คอื คาตอบของโจทยป์ ัญหา

กาหนดการเชงิ เสน้

1. อธบิ ายแนวคดิ ของกาหนดการเชิงเสน้
2. เขียนฟังกช์ นั จุดประสงค์และอสมการข้อจากดั เมอื่ กาหนดโจทย์ปญั หา
3. แก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ค่าสูงสุดหรอื คา่ ต่าสดุ ของสถานการณ์ท่ีกาหนด
4. แกป้ ญั หากาหนดการเชิงเสน้ โดยวธิ ีใช้กราฟของสถานการณ์ที่กาหนด
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันนาเขา้ สกู่ ารเรยี น
1. ครูทบทวน การหาคาตอบของกาหนดการเชงิ เส้นโดยวิธีใช้กราฟ
ขน้ั สอน
2. ครูอธิบายตวั อย่างที่ 3 พรอ้ มสุ่มเรยี กถามนักศึกษาเปน็ รายบคุ คล
3. ครูอธิบายตวั อย่างที่ 4 พร้อมสุ่มเรยี กถามนักศึกษาเปน็ รายบุคคล
4. ครใู ห้นกั ศึกษาทาแบบฝึกหัดท่ี 7
ขน้ั สรุปและประยกุ ต์
5. นักศึกษาทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 7

6. ครใู ห้นกั ศกึ ษาจับคู่กนั เปรียบเทียบคาตอบ
7. ครเู ฉลยพรอ้ มกันท้ังชัน้
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สือเรียนวิชาคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ ของสานักพิมพเ์ อมพนั ธ์
2. กิจกรรมการเรียนการสอน
3. Power Point หนว่ ยที่ 7
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เน้อื หาในหนงั สือเรีย
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล
1. ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2. ประเมนิ ความเรียบร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรยี น เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีช่องปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กับการประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ

ครแู จกกระดาษเปน็ ชน้ิ ๆ ให้นกั ศึกษาหาโจทย์ปัญหาธุรกจิ เกย่ี วกับกาหนดการเชิงเส้นครรู วบรวมและ

ทาเปน็ สลาก ใหน้ ักศกึ ษาในชนั้ สุ่มจบั และตอบคาถามของเพอ่ื น

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 13

รหัส 30000-1408 คณติ ศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี 37-39

หน่วยที่ 8 ช่อื หน่วย เทคนิคการนับ วิธีเรียงสับเปลี่ยน วิธจี ัดหมู่

ครผู ้สู อน นางสาวธัญณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนนิ การเกี่ยวกับความนา่ จะเป็น

การศึกษาความน่าจะเป็นต้องศึกษา หลักการนับเบ้ืองต้น วิธีเรียงสับเปลี่ยน และ
วิธีจดั หมู่ เป็นพื้นฐาน

1. หลักการนับเบื้องต้น
2. แฟกทอเรยี ล
3. วิธเี รยี งสับเปล่ียนเป็นแนวเสน้ ตรง
4. วิธเี รยี งสบั เปลีย่ นเปน็ วงกลม
5. วธิ ีจัดหมู่

1. นาความรหู้ ลักการนบั เบื้องตน้ ไปใชแ้ ก้โจทยป์ ญั หาท่ีกาหนด
2. คานวณหาจานวนวิธีโดยใช้วธิ ีเรียงสับเปลีย่ นเปน็ แนวเส้นตรง
3. คานวณหาจานวนวิธีโดยใชว้ ิธีเรยี งสบั เปลยี่ นเปน็ วงกลม
4. แก้โจทย์ปัญหาโดยใช้วิธีเรียงสับเปล่ยี น
5. คานวณหาจานวนวิธโี ดยใช้วธิ ีจดั หมู่
6. แก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้วิธจี ัดหมู่
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ สู่การเรยี น
1. ครูถามนกั ศกึ ษานาเกี่ยวกับชีวิตประจาวันเกีย่ วกับหลักการนบั เช่นในการโยนเหรยี ญบาท
1 ครั้ง ผลลัพธข์ องเหรยี ญจะเปลย่ี นไดก้ หี่ น้า การทอดลูกเต๋า 1 ครง้ั ผลลัพธท์ เ่ี ป็นไปได้ท่ลี ูกเต๋าจะ
ออกหนา้ ใดหน้าหน่ึงมีก่หี น้าเป็นตน้
ขัน้ สอน
2. ครูอธิบายหลักการนบั เบ้ืองตน้
หลกั การคูณ ถ้าการกระทาหน่ึงมีทางเป็นไปได้ n1 วิธีที่แตกต่างกัน การกระทาท่ีสองมีทาง
เปน็ ไปได้ n2 วิธที ี่ แตกต่างกนั เร่ือยไปจนถึงการกระทาท่ี k มที างเป็นไปได้ nk วิธีที่แตกต่างกัน การ
กระทาต่อเนื่องจากการ กระทาที่ 1 ไปการกระทาท่ี 2 จนถึงการกระทาที่ k จะมีจานวนวิธีหรือ

ผลลัพธ์ทเ่ี ป็นไปได้ n1  n2  ... nk วิธีที่แตกต่างกัน

3. ครูอธิบายตัวอยา่ งท่ี 1 พร้อมวาดแผนภาพตน้ ไม้
4. ครูอธบิ ายตวั อยา่ งที่ 2 พรอ้ มใหน้ ักศึกษาลองทากจิ กรรมที่ 8.1

5. ครใู ห้นกั ศกึ ษาจับค่กู นั เปรียบเทียบคาตอบ
6. ครูอธบิ ายหลักการนับการนับเบื้องตน้

หลกั การบวก ถ้าการกระทาหนึง่ ประกอบดว้ ยทางเลอื กต้ังแต่ 2 ทางขน้ึ ไป และทางเลอื กแต่
ละทางนัน้ จะ เลอื กทาพรอ้ มกันไม่ได้ จานวนวิธที จี่ ะเลอื กการกระทาท้ังหมดนี้ จะเท่ากับผลบวกของ
จานวนวธิ ขี องทางเลือกแตล่ ะทาง
7. ครอู ธบิ ายตวั อย่างท่ี 3 พรอ้ มสุ่มเรียกถามนกั ศึกษาเปน็ รายบคุ คล
8. ครูใหน้ ักศกึ ษาทาแบบฝึกหดั ที่ 8.1
9. ครูอธิบายบทนิยามแฟกทอเรยี ล

บทนิยาม n แฟกทอเรยี ล (factorial) หมายถงึ ผลคณู ของจานวนเต็มบวกต้งั แต่ 1 ถงึ
n เขยี นแทนดว้ ย n! อา่ นว่า เอน็ แฟกทอเรยี ลหรือ แฟกทอเรยี ลเอ็น
10. ครอู ธิบายตวั อย่างท่ี 4 – 5 พรอ้ มส่มุ เรยี กถามนกั ศกึ ษาเป็นรายบุคคล
11. ครใู หน้ กั ศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 8.2 เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจ
12. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งที่ 6 – 7 พรอ้ มสุ่มเรยี กถามนกั ศึกษาเป็นรายบุคคล
13. ครูใหน้ ักศึกษาทาแบบฝึกหดั ที่ 8.2
ขัน้ สรุปและประยกุ ต์

14. ครใู หน้ กั ศึกษาจับคกู่ ันเปรยี บเทยี บคาตอบ

15. ครสู ุ่มเลือกนักศึกษาใหเ้ ฉลยทีละคน
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้

1. หนงั สือเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ธุรกจิ ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หนว่ ยท่ี 8
หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. เน้ือหาในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2. ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เคร่ืองมือวัดผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สอื เรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล

5. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง

ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขน้ึ ไป

2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป

4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กับการประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเปน็ ช้ินๆ ให้นักศกึ ษาเขียนโจทยเ์ ก่ียวกับหลักการนบั เบือ้ งต้นและแฟกทอเรยี ลครู
รวบรวมและทาเปน็ สลาก ให้นกั ศกึ ษาในชัน้ ส่มุ จบั และตอบคาถามของเพื่อน

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 14

รหสั 30000-1408 คณิตศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ คาบที่ 40-42

หน่วยท่ี 8 ช่ือหน่วย เทคนิคการนับ วิธีเรียงสับเปล่ียน วธิ ีจัดหมู่

ครูผสู้ อน นางสาวธญั ณิชา ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนนิ การเกยี่ วกับความนา่ จะเปน็

การศึกษาความน่าจะเป็นต้องศึกษา หลักการนับเบื้องต้น วิธีเรียงสับเปลี่ยน และ
วธิ จี ดั หมู่ เปน็ พ้นื ฐาน

1. หลกั การนับเบ้อื งตน้
2. แฟกทอเรียล
3. วิธีเรียงสบั เปลี่ยนเปน็ แนวเส้นตรง
4. วธิ เี รียงสับเปลย่ี นเป็นวงกลม
5. วธิ ีจัดหมู่

1. นาความรู้หลกั การนบั เบื้องต้นไปใชแ้ กโ้ จทยป์ ญั หาทกี่ าหนด
2. คานวณหาจานวนวิธโี ดยใช้วิธเี รียงสบั เปลย่ี นเปน็ แนวเส้นตรง
3. คานวณหาจานวนวธิ โี ดยใช้วิธีเรยี งสับเปลย่ี นเป็นวงกลม
4. แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใช้วิธเี รยี งสบั เปล่ยี น
5. คานวณหาจานวนวธิ โี ดยใชว้ ิธีจดั หมู่
6. แก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้วิธีจัดหมู่
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั นาเข้าสกู่ ารเรียน
1. ครูทบทวนเรื่องแฟกทอเรียล
ขั้นสอน
2. ครูอธิบายเรอื่ งวธิ เี รยี งสับเปลี่ยนเป็นแนวเส้นตรง

วธิ ีเรียงสบั เปลี่ยนส่งิ ของทแ่ี ตกต่างกันท้ังหมด
1.1 วธิ ีเรยี งสบั เปล่ียนคราวละทง้ั หมด และสรุปกฎข้อ 1

3. ครูอธิบายตวั อยา่ งท่ี 8-9พรอ้ มส่มุ เรียกถามนักศึกษาเป็นรายบคุ คล
4. ครูอธบิ ายเร่อื งวิธีเรยี งสบั เปลี่ยนเป็นแนวเส้นตรง

1.2 วิธเี รยี งสบั เปลี่ยนคราวละบางส่วน และสรุปกฎข้อ 2
5. ครอู ธบิ ายตัวอย่างท่ี 10 -14พร้อมสมุ่ เรยี กถามนกั ศึกษาเปน็ รายบุคคล
6. ครใู ห้นกั ศึกษาลองทากิจกรรมท่ี 8.3 พรอ้ มสุ่มเลอื กนกั ศกึ ษาออกมาเฉลย
7. ครูอธบิ ายเรื่องวธิ ีเรียงสับเปล่ยี นเปน็ แนวเสน้ ตรง

วธิ ีเรยี งสบั เปลย่ี นสิ่งของทไ่ี มแ่ ตกตา่ งกันทง้ั หมดและสรุปกฎขอ้ 3

8. ครูอธิบายตวั อย่างที่ 15 -17 พรอ้ มสมุ่ เรียกถามนักศึกษาเปน็ รายบคุ คล

9. ครูอธิบายเรื่องวธิ ีเรยี งสบั เปล่ียนเป็นวงกลมและสรุปกฎข้อ 4
10. ครูอธิบายตวั อยา่ งที่ 18-20 พร้อมสุ่มเรยี กถามนกั ศกึ ษาเป็นรายบคุ คล
11. ครูใหน้ ักศึกษาทาแบบฝกึ หัดท่ี 8.3
12. ครอู ธบิ ายเรือ่ งวิธจี ดั หมแู่ ละสรปุ กฎข้อ 5
13. ครูอธิบายตวั อย่างที่ 21-25 พร้อมสมุ่ เรียกถามนักศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล
14. ครูให้นักศึกษาลองทากจิ กรรมที่ 8.4 พรอ้ มสุ่มเลอื กนักศึกษาออกมาเฉลย
15. ครใู หน้ กั ศกึ ษาทาแบบฝึกหดั ที่ 8.4
ขน้ั สรปุ และประยุกต์

16. ครูให้นกั ศึกษาสรุปวธิ เี รยี งสบั เปลีย่ นและวธิ จี ัดหมู่

17. นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบหนว่ ยที่ 8

18. ครใู หน้ ักศึกษาจับคกู่ ันเปรียบเทียบคาตอบ

19. ครเู ฉลยพรอ้ มนกั ศึกษาทง้ั ชน้ั
ส่อื และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นวชิ าคณิตศาสตรธ์ รุ กิจ ของสานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 8
หลกั ฐาน
1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. เน้ือหาในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล

1. ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง

2. ประเมินความเรียบร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หัด

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล

5. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เครอ่ื งมือวัดผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรยี น
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หัดในหนงั สือเรยี น เกณฑ์ผ่าน 50% ขึน้ ไป
3. แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป

4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรงุ
5. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเปน็ ชิน้ ๆ ใหน้ ักศึกษาเขยี นโจทย์เก่ียวกบั วธิ ีเรยี งสบั เปลี่ยนและวิธจี ดั หม่คู รูรวบรวม
และทาเปน็ สลาก ใหน้ กั ศึกษาในชน้ั สมุ่ จบั และตอบคาถามของเพือ่ น

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 15

รหสั 30000-1408 คณติ ศาสตรธ์ รุ กิจและบรกิ าร คาบที่ 43- 45

หน่วยที่ 9 ช่ือหน่วย ความนา่ จะเปน็

ครผู ้สู อน นางสาวธัญณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนินการเกย่ี วกับความนา่ จะเป็น

การทดลองสุ่ม คือ การทดลองท่ีสามารถคาดเดาว่าผลลัพธ์อาจจะเป็นอะไรได้
บ้าง แตข่ ณะทดลองไม่สามารถบอกผลลัพธท์ ี่แนน่ อนได้จนกว่าจะสิ้นสุดการทดลอง

แซมเปลิ สเปซ คอื เซตของผลลัพธท์ อ่ี าจจะเกิดข้ึนได้ท้ังหมดจากการทดลองสุ่ม
เขียนแทนด้วยสญั ลักษณ์ “S”

เหตกุ ารณ์ คือ เซตท่เี ปน็ สับเซตของแซมเปิลสเปซ เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ “E”
แทนเหตกุ ารณท์ ่เี ราสนใจ

1. การทดลองสุ่มและแซมเปิลสเปซ
2. เหตุการณ์

1. เขยี นแซมเปิลสเปซของการทดลองสุม่ ท่กี าหนดให้
2. เขยี นเหตกุ ารณท์ ่สี นใจ ซ่ึงเปน็ สบั เซตของแซมเปิลสเปซทก่ี าหนด
3. หายเู นยี น อินเตอร์เซกชัน และคอมพลเี มนต์ของเหตุการณท์ กี่ าหนด
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ ส่กู ารเรยี น
1. ครูให้สาธิตการหยิบส่งิ ของออกจากกล่อง เช่น ลกู แก้ว บตั รตัวเลข ใส่รูปเรขาคณิต เป็นต้น
2. ใหน้ กั ศึกษาเขียนสง่ิ ของทัง้ หมดในแต่ละกลอ่ ง
ข้นั สอน
3. ครอู ธบิ ายเร่อื งแซมเปลิ สเปซ
4. ครูอธิบายการโยนเหรียญหา้ บาทและเหรยี ญหนงึ่ บาทตามตวั อยา่ งที่ 1
5. ครูอธบิ ายการทอดลกู เต๋า 2 ลูกพรอ้ มกันตามตัวอยา่ งที่ 2
6. ครูให้นักศกึ ษาลองทากจิ กรรมที่ 9.1 เพื่อทดสอบความเข้าใจ
7. ครอู ธบิ ายตัวอย่างท่ี 3 พร้อมใหน้ กั ศึกษาลองทากจิ กรรมท่ี 9.2
8. ครูยกตัวอยา่ งของคาวา่ เหตกุ ารณ์
9. ครสู ุ่มเลอื กนักศึกษาทีละคนใหย้ กตวั อย่างของเหตกุ ารณ์
10. ครอู ธิบายตัวอย่างท่ี 4 – 6 พรอ้ มสุ่มเรียกถามนักศึกษาเป็นรายบุคคล
11. ครอู ธบิ ายเรอื่ งยูเนยี นของเหตุการณ์ อินเตอรเ์ ซกชนั ของเหตุการณ์ ผลตา่ งของเหตุการณ์
และคอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์
12. ครอู ธิบายตัวอย่างท่ี 7 พร้อมใหน้ กั ศกึ ษาลองทากิจกรรมที่ 9.3

13. ครูอธิบายตวั อยา่ งที่ 8 พรอ้ มสมุ่ เรียกถามนักศกึ ษาเป็นรายบุคคล
14. ครูใหน้ กั ศกึ ษาทาแบบฝกึ หดั ที่ 9.1
ขนั้ สรปุ และประยกุ ต์
15. ครูและนกั ศกึ ษาช่วยกนั สรปุ ความหมายของการทดลองส่มุ แซมเปลิ สเปซ และเหตกุ ารณ์

16. นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบหน่วยที่ 9

17. ครูใหน้ กั ศกึ ษาจับคกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ

18. ครูสุ่มเลอื กนักศึกษาใหเ้ ฉลยทีละคน

ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวชิ าคณิตศาสตรธ์ รุ กจิ ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
2. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หนว่ ยท่ี 9

หลักฐาน
1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายช่อื
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เนือ้ หาในหนงั สอื เรียน

การวัดผลและการประเมินผล

วิธวี ัดผล

1. ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. ประเมนิ ความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ
6. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล

1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง

2. กิจกรรมและแบบฝึกหดั ในหนงั สือเรียน

3. แบบทดสอบเก็บคะแนน

4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

5. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ

6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้นึ ไป
2. กิจกรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรยี น เกณฑผ์ า่ น 50% ข้นึ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ ่าน 50% ข้ึนไป
4. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรับปรุง

5. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
6. การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู ับการประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเป็นชนิ้ ๆ ให้นักศึกษาเขียนโจทยเ์ ก่ยี วกบั ความน่าจะเป็นครูรวบรวมและทาเปน็ สลาก

ให้นักศกึ ษาในชั้นสุ่มจับและตอบคาถามของเพอื่ น

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 16

รหสั 30000-1408 คณิตศาสตร์ธรุ กิจและบริการ คาบที่ 46- 48

หน่วยท่ี 10 ชื่อหน่วย ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์

ครูผูส้ อน นางสาวธัญณิชา ตธุ รรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนนิ การเกยี่ วกบั ความนา่ จะเปน็

ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ เป็นอัตราส่วนระหว่างจานวนสมาชิกของ
เหตกุ ารณ์ที่สนใจ กบั จานวนสมาชกิ ของแซมเปิลสเปซ

สมบตั ิของความนา่ จะเป็นและทฤษฎีความน่าจะเป็น ช่วยในการแก้ปัญหาของ

ความน่าจะเป็นของเหตุการณไ์ ด้ง่ายขนึ้

1. ความน่าจะเปน็ ของเหตุการณ์
2. ทฤษฎคี วามน่าจะเปน็

1. อธิบายความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์

2. หาความนา่ จะเป็นของเหตุการณท์ ีก่ าหนดให้

3. หาคา่ ความน่าจะเป็น โดยใช้ทฤษฎคี วามนา่ จะเปน็

กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขนั้ นาเขา้ สู่การเรยี น

1. ครูถามนักศึกษาวา่ โอกาสถกู รางวัลเลขท้าย 2 ตวั ในล็อตเตอรีเปน็ เทา่ ใด (1ใน100)

2. ครเู สริมนักศกึ ษาว่าลอ็ ตเตอรีมีโอกาสถกู รางวลั ท่ี1ได้ยากมาก ดงั นัน้ เราจงึ ไมค่ วรหลงงมงายกับมนั

ขั้นสอน

3. ครูอธบิ ายบทนยิ ามของความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์

บทนิยาม ถ้า S เป็นแซมเปิลสเปซ มีสมาชิก N ตัว โดยที่สมาชิกแต่ละตัวมีโอกาสเกิดข้ึนเท่าๆ

กัน และ E เป็นเหตุการณ์ในแซมเปิลสเปซ (E  S) มีสมาชิก n ตัว แล้วความน่าจะเป็นของ

เหตุการณ์ E เทา่ กบั n ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ E เขียนแทนดว้ ย P(E)
N
n(E)
ดงั นนั้ P(E) = n หรือ P(E) = n(S)
N

เม่ือ n(E) แทนจานวนสมาชิกของเหตุการณ์ E

n(S) แทนจานวนสมาชิกของเหตุการณ์ S

4. ครอู ธิบายตัวอย่างที่ 1-3 พร้อมสมุ่ เรยี กถามนกั ศึกษาเป็นรายบุคคล

5. ครูให้นักศกึ ษาลองทากิจกรรมท่ี 10.1 เพอื่ ทดสอบความเข้าใจ

6. ครอู ธบิ ายตัวอย่างท่ี 4-6พร้อมสุม่ เรยี กถามนกั ศึกษาเปน็ รายบคุ คล

7. ครอู ธบิ ายสมบัตขิ องความน่าจะเปน็ ของเหตุการณ์
1. 0  P(E)  1 (เนอื่ งจากจานวนสมาชกิ ของเหตุการณ์ E อาจมีค่าตั้งแต่ 0 ถงึ N

นั่นคอื ( 0  n  N )
N N N

2. ถ้า E =  แล้ว P(E) = 0 (เหตกุ ารณน์ น้ั จะไมม่ ที างเกิดไดเ้ ลย)

นั่นคอื P() = 0

3. ถ้า E = S แลว้ P(E) = 1 (เหตุการณน์ ้นั เกิดข้ึนอย่างแน่นอน)

นนั่ คือ P(S) = 1

8. ครูให้นกั ศกึ ษาทาแบบฝึกหัดที่ 10.1 และแบบฝึกหดั พเิ ศษ
9. ครอู ธบิ ายทฤษฎีความนา่ จะเปน็
ทฤษฎบี ทท่ี 1 ถ้า A และ B เป็นสองเหตกุ ารณใ์ ด ๆ ในแซมเปิลสเปซ S จะได้

P(A U B) = P(A) + P(B) - P(A B)

บทแทรกท่ี 1 ถ้า A และ B เป็นเหตุการณ์ท่ไี ม่เกดิ ร่วมกนั

P(A U B) = P(A) + P(B) ; A B = 

บทแทรกท่ี 2 ถา้ A1, A2, ..., An เปน็ เหตกุ ารณ์ท่ไี มเ่ กดิ รว่ มกนั เป็นคู่

P(A1U A2 U ... An) = P(A1) + P(A2) + … + P(An)

10. ครอู ธิบายตวั อย่างท่ี 7 -9 พร้อมสมุ่ เรียกถามนกั ศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล
11. ครอู ธบิ ายทฤษฎคี วามนา่ จะเปน็

ทฤษฎบี ทท่ี 2 ถา้ A เปน็ เหตุการณ์ใน S และ A เปน็ คอมพลเี มนตข์ องเหตุการณ์ A

P(A) = 1-P(A)

12. ครูอธบิ ายตวั อย่างที่ 10 พร้อมสุ่มเรยี กถามนักศกึ ษาเป็นรายบุคคล
13. ครูอธิบายทฤษฎีความนา่ จะเป็น

ทฤษฎีบทท่ี 3 ถ้า A และ B เป็นเหตกุ ารณ์ใน S และ A  B

P(A)  P(B)
ทฤษฎีบทที่ 4 ถา้ A และ B เปน็ เหตุการณ์ในแซมเปลิ สเปซ S แล้ว

P(A - B) = P(A) - P(A B)
14. ครูอธบิ ายตวั อย่างที่ 11 -15 พร้อมสุ่มเรยี กถามนักศกึ ษาเปน็ รายบุคคล
15. ครูให้นกั ศกึ ษาทาแบบฝึกหัดที่ 10.2
ข้ันสรุปและประยกุ ต์
16. ครูใหน้ กั ศึกษาชว่ ยกันสรปุ ความน่าจะเปน็ ของเหตกุ ารณ์

17. นกั ศึกษาทาแบบทดสอบหน่วยที่ 10

18. ครใู หน้ กั ศกึ ษาจับคกู่ นั เปรยี บเทียบคาตอบ
19. ครูส่มุ เลือกนักศึกษาใหเ้ ฉลยทีละคน
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียนวชิ าคณิตศาสตร์ธุรกจิ ของสานักพมิ พ์เอมพันธ์
2. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3. Power Point หน่วยท่ี 10
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เน้ือหาในหนงั สือเรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ัดผล
1. ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2. ประเมนิ ความเรียบร้อยของ กิจกรรมและแบบฝกึ หดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. กจิ กรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ

1. ครใู ห้นกั ศึกษาทาแผนภมู ิเรอื่ งทฤษฎีความนา่ จะเปน็ ตดิ บอร์ด

ครูแจกกระดาษเปน็ ชน้ิ ๆ ใหน้ ักศึกษาเขยี นโจทย์เกี่ยวกบั ทฤษฎีความน่าจะเปน็ แบบครรู วบรวมและ
ทาเปน็ สลาก ใหน้ กั ศึกษาในช้นั สุ่มจบั และตอบคาถามของเพ่อื น

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 17

รหสั 30000-1408 คณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบริการ คาบท่ี 49-51

หน่วยท่ี 11 หนว่ ย ความน่าจะเป็นแบบมีเงือ่ นไข

ครูผู้สอน นางสาวธญั ณชิ า ตุธรรม E-Mail [email protected]

1. ดาเนินการเกี่ยวกบั ความน่าจะเป็น

1. ความน่าจะเปน็ แบบมเี งอ่ื นไข คอื ความน่าจะเป็นท่เี หตกุ ารณ์ B จะเกดิ ขึน้

เม่อื ทราบเหตกุ ารณ์ A เกิดขน้ึ แล้ว เขียนแทนด้วย P(BA)

โดยที่ P(BA) = P(A ÇB) ; P(A)  0
P(A)

ในทานองเดยี วกัน ความนา่ จะเปน็ ท่ีเหตุการณ์ A เมื่อทราบเหตกุ ารณ์ B

เกดิ ข้ึนแลว้ เขียนแทนด้วย P(AB)

โดยที่ P(AB) = P(A ÇB) ; P(B)  0
P(B)

2. เหตกุ ารณท์ ่เี ป็นอิสระต่อกัน

ถา้ A และ B เป็นเหตุการณท์ เ่ี ป็นอสิ ระต่อกันแล้ว

P(A B) = P(A)  P(B)

1. ความนา่ จะเปน็ แบบมเี ง่อื นไข
2. เหตกุ ารณท์ ี่เป็นอิสระตอ่ กนั

1. คานวณหาคา่ ความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์แบบมีเงอ่ื นไข
2. คานวณหาคา่ ความน่าจะเปน็ ของเหตกุ ารณ์แบบทเ่ี ปน็ อสิ ระต่อกัน
กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ขน้ั นาเขา้ สู่การเรยี น

1. ครูทบทวนเร่ืองความนา่ จะเป็นของเหตุการณ์

ขั้นสอน

2. ครูอธิบายเร่ืองความน่าจะเปน็ แบบมีเงอ่ื นไข
ถา้ A และ B เป็นเหตกุ ารณ์สองเหตุการณ์ท่ีเก่ียวข้องกนั ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์ B เมือ่

เหตกุ ารณ์ A เกิดขึน้ ก่อนแล้ว (เหตุการณ์ A กค็ อื เงอ่ื นไขทโ่ี จทยก์ าหนดให้ ใชส้ ญั ลักษณ์ P(BA)
อ่านวา่ Probability of event B given event A หรอื อา่ นยอ่ ๆ วา่ Prop ของ B given A)
3. ครอู ธบิ ายตวั อยา่ งที่ 1 พรอ้ มส่มุ เรียกถามนักศึกษาเปน็ รายบคุ คล
4. ครูอธบิ ายเร่ืองความน่าจะเปน็ แบบมีเงอ่ื นไข

ถ้า A และ B เป็นเหตุการณภ์ ายใต้แซมเปลิ สเปซ S โดยทีเ่ หตุการณ์ A เกี่ยวข้องกบั เหตุการณ์ B
ความน่าจะเป็นแบบมเี ง่ือนไขของเหตกุ ารณ์ B เม่อื ทราบเหตุการณ์ A เกิดขึ้นแลว้ เขียนแทนด้วย
สัญลกั ษณ์ P(BA) โดยท่ี

P(BA) = P(A  B) ; P(A)  0

P( A)

ในทานองเดยี วกนั ความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์ A เม่ือทราบเหตุการณ์ B เกิดขึ้นแล้ว เขียนแทนด้วย
สัญลักษณ์ P(AB)

P(AB) = P(A  B) ; P(B)  0

P(B)

5. ครูอธิบายตวั อยา่ งที่ 2 พร้อมส่มุ เรียกถามนักศึกษาเปน็ รายบคุ คล
6. ครใู หน้ กั ศกึ ษาลองทากิจกรรมที่ 11.1 เพ่อื ทดสอบความเข้าใจ

7. ครูสุ่มเลอื กนกั ศึกษาออกมาทาทลี ะขั้นตอน
8. ครอู ธิบาย ทฤษฎีบท ถ้า A และ B เป็นเหตุการณ์ 2 เหตกุ ารณท์ ่เี กี่ยวข้องกัน

P(A  B) = P(A)  P(BA) = P(B)  P(AB)

9. ครูอธิบายตัวอย่างท่ี 3 -5 พรอ้ มส่มุ เรยี กถามนกั ศกึ ษาเป็นรายบุคคล

10. ครูให้นักศกึ ษาทาแบบฝกึ หดั ที่ 11.1

11. ครูอธบิ ายเหตุการณ์ทีเ่ ปน็ อสิ ระตอ่ กนั

ถ้า A และ B เปน็ เหตุการณ์ทเี่ ป็นอิสระต่อกนั แล้ว P(A  B ) = P(A)  P(B)

พรอ้ มอธิบายตวั อยา่ งที่ 6

12. ครูอธิบายเหตกุ ารณท์ ่เี ปน็ อิสระตอ่ กนั

ทฤษฎบี ท ถ้า A และ B เปน็ เหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ โดยที่ P(A) > 0 และ P(B) > 0 แลว้

เหตกุ ารณ์ A และเหตุการณ์ B จะเป็นอสิ ระตอ่ กนั ก็ตอ่ เม่ือ

P(AB) = P(A) หรือ P(BA) = P(B)

ทฤษฎบี ท ถ้า A และ B เปน็ เหตุการณ์อิสระแล้ว เหตุการณแ์ ต่ละค่ตู อ่ ไปนจ้ี ะเปน็ เหตกุ ารณอ์ สิ ระ

1. A และ B 2. A และ B 3. A และ B

13. ครอู ธบิ ายตัวอย่างท่ี 7 -9 พร้อมสุม่ เรียกถามนกั ศึกษาเปน็ รายบคุ คล

14. ครูใหน้ ักศึกษาทาแบบฝึกหัดที่ 11.2

ขัน้ สรปุ และประยกุ ต์

15. ครใู หน้ ักศึกษาช่วยกนั สรปุ ความนา่ จะเปน็ แบบมีเงือ่ นไข และเหตกุ ารณท์ ี่เปน็ อสิ ระต่อกัน

16. นักศกึ ษาทาแบบทดสอบหนว่ ยท่ี 11

17. ครใู ห้นักศึกษาจับคู่กันเปรยี บเทยี บคาตอบ

18. ครุสมุ่ เลอื กนักศกึ ษาออกมาเฉลย

19. ครเู ฉลยพร้อมนกั ศึกษาท้ังชนั้

ส่อื และแหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ธุรกจิ ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์

2. กิจกรรมการเรียนการสอน

3. Power Point หน่วยท่ี 11
หลกั ฐาน

1. บนั ทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. เนือ้ หาในหนงั สอื เรยี น
การวัดผลและการประเมินผล

วิธวี ัดผล

1. ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2. ประเมินความเรียบร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สอื เรียน
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมและแบบฝึกหัดในหนงั สือเรยี น เกณฑผ์ ่าน 50% ข้ึนไป
3. แบบทดสอบเก็บคะแนน เกณฑ์ผา่ น 50% ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
5. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
6. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ ับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูแจกกระดาษเป็นชิ้นๆ ใหน้ ักศกึ ษาเขียนโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขครู

รวบรวมและทาเป็นสลาก ใหน้ ักศกึ ษาในชน้ั สุ่มจับและตอบคาถามของเพอื่ น

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการที่ 18

รหสั 30000-1408 คณติ ศาสตร์ธุรกิจและบรกิ าร คาบท่ี 52-54

หน่วยท่ี 6 - 11 ช่ือหนว่ ย สอบปลายภาค ครผู สู้ อน

ครผู สู้ อน นางสาวธัญณชิ า ตธุ รรม E-Mail [email protected]

สาระการเรยี นรู้

สอบปลายภาคเปน็ การวดั ความรแู้ ละความเข้าใจหน่วยที่ 6 -11


Click to View FlipBook Version