กายวิภ วิ าคศาสตร์ ฉบับประชาชน คู่มือมื เล่ม3การบูรณาการในงานสาธารณาสุข โดยนักศึกษากลุ่มที่ 3 หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน ชั้นปีที่1 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
กายวิภ วิ าคศาสตร์ฉ ร์ บับประชาชน และการบูรณาการในงานสาธารณสุข
คำ นำ คู่มือกายวิภาคศาสตร์ฉบับระชาชนกับการบูรณาการในงานสาธารณสุข เล่มนี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องกายวิภาคศาสตร์และการดูแลสร้างเสริมสุข ภาพของการทำ งานของระบบกล้ามเนื้อในร่างกายมนุษย์ คณะผู้จัดทำ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำ เอกสารฉบับนี้จะมีข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาเป็นอย่างดี คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เรื่อง หน้า ความหมายของระบบกล้ามเนื้อ 1 หน้าที่ของระบบกล้ามเนื้อ คุณสมบัติของระบบกล้ามเนื้อ ชนิดของระบบกล้ามเนื้อ 2 2 3 ลักษณะโครงสร้างของกล้ามเนื้อลาย 5 ลักษณะการเรียงตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ 5 กล้ามเนื้อส่วนต่างๆในของร่างกาย 6 การทำ งานของกล้ามเนื้อ 21 กลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อ 22
สารบัญ เรื่อง หน้า ภาวะการหดตัวของกล้ามเนื้อ 24 ชนิดต่างๆของการหดตัวของกล้ามเนื้อ โรคที่พบบ่อยในระบบกล้ามเนื้อ วิธีสร้างเสริมสุขภาพของระบบกล้ามเนื้อ 25 26 31 วิธีการดูแลกล้ามเนื้อ 32 ประโยชน์ของการฝึกกล้ามเนื้อ 33 สาระน่ารู้ 34 บรรณานุกรม 37
ระบบกล้ามเนื้อ
1 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ระบบกล้ล้ ล้ า ล้ ามเนื้นื้ นื้นื้อ Muscular System ความหมายของระบบกล้ามเนื้อ ของร่างกาย โดยอาศัยการหดตัวของใยกล้ามเนื้อมาทำ ให้กระดูก และ ่ ระบบกล้ามเนื้อ ่ เป็นระบบที่ทำ หน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ข้อต่อเกิดการเคลื่อนไหว และมีความสัมพันธ์ซึ้งกันและกัน นอกจาก การเคลื่อนไหวของกระดูกและข้อต่อแล้วยังมีการเคลื่อนไหวของอวัยวะ ภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ การบีบตัวของเส้นโลหิต การบีบตัวของเส้นกระเพาะอาหาร ลำ ไส้ และการทำ งานของปอด ร่างกาย ม นุษย์ประกอบด้ วยกล้า ม เ นื้ อประ ม าณ 40-50%ของน้ำ หนักตัว
2 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 หน้าที่ของกล้ามเนื้อ 1. ทำ หน้าที่ประสานงานร่วมกับระบบโครงร่างและระบบประสาท เพื่อกำ หนดการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในต่างๆ 2. ทำ หน้าที่รองรับอวัยวะภายในและคงร่างกายให้มีรูปร่างอย่าง ที่ควรจะเป็น 3. ควบคุมการไหลเวียนของเหลือดในหลอดเลือดแดง 4. ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย 5. ช่วยในการหายใจ 6. ช่วยยึดข้อต่อไว้ด้วยกัน คุณสมบัติของระบบกล้ามเนื้อ 3. การยืดหยุ่นได้ (Elasticity) เป็นความสามารถในการหยืด หยุ่นได้คลายยาง เมื่อกล้ามเนื้อถูกยืดออกแล้วกล้ามเนื้อสามารถคืนสู่ สภาพเดิมได้ มีการหดตัวบ้างเล็กน้อย เพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำ งานอยู่เสมอ 1. การหดตัว (Contractility) เป็นความสามารถในการหดตัว ของกล้ามเนื้อจะเกิดการหดตัวเมื่อได้รับการกระตุ้นและทำ ให้เกิดงาน 2. การยืดตัว (Extensibility) เป็นความสามารถในการถูกยืด โดยไม่เกิดอันตรายต่อเนื่อเยื่อ 4. การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Irritability) เป็นความสามารถที่ จะตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มีมากระตุ้นภายในหรือภายนอกร่างกาย 5. ความสามารถที่จะดำ รงคงที่อยู่ได้ (Tonus) โดยกล้ามเนื้อ
3 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ชนิดของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อในร่างกายสามารถแบ่งโดยอาศัย ตำ แหน่งที่อยู่ ลักษณะทางจุลกายวิภาคและการควบคุมโดยระบบประสาทแบ่ง ออกได้เป็น 3 ชนิด คือ Cardiac muscle cell กล้ามเนื้อหัว หัใจ Skeletal muscle cell กล้ามเนื้อลาย Smooth muscle cell กล้ามเนื้อเรีย รี บ 1. กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle) เป็นกล้ามเนื้อลายชนิดหนึ่ง อยู่นอกอำ นาจจิตใจ (Involuntary) พบได้ที่หัวใจทำ หน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังระบบไหลเวียนโลหิต โดยการหดตัวของกล้ามเนื้อ
4 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 2. กล้ามเนื้อลาย (Skeletal muscle) 3. กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth muscle) ขนาดที่หลากหลายจึงทำ งานได้หลายรูปแบบ เป็นกล้ามเนื้อที่ทำ งานอยู่ภายใต้อำ นาจจิตใจ (Voluntary muscle) ควบคุมโดยระบบประสาทส่วนกลาง เป็นกล้ามเนื้อที่ มีมากที่สุดในร่างกาย กล้ามเนื้อลายจะเกาะอยู่กับโครงกระดูก เช่น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขาและมีบทบาทสำ คัญต่อการ เคลื่อนไหวของร่างกาย เซลล์มีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว แต่ละเซลล์มีนิวเคลียสและมีลาย กล้ามเนื้อลายมีรูปร่างและ เป็นกล้ามเนื้อที่ทำ งานนอกอำ นาจจิตใจ (Non-voluntary muscle) ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอิสระ (Auto nomie Nervous System) พบที่อวัยวะภายในของร่างกาย เช่น หลอดอาหาร หลอดเลือด และลำ ไส้ เซลล์มีลักษณะหัวท้ายแหลมเป็นเซลล์รูปกรวย มีนิวเคลียสรูปไข่อยู่ตรงกลาง แต่ละเซลล์มี 1 นิวเคลียส ไม่มีลาย ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อชนิดนี้ได้ สมองและร่างกายจะสั่งให้กล้าม เนื้อเรียบทำ งานด้วยตัวของมันเอง
5 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ลักษณะโครงสร้า ร้ งของกล้ามเนื้อลาย เอนโดมัยเซียม(Endomysium) กล้ามเนื้อลายประกอบด้วยกลุ่มหรือมัด (Bundles) ของเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fibers) จำ นวนมากซึ่งเรียกว่า แฟสซิเคิล (Fascicles) และถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ เรียกว่า เพอริมัยเซียม (Perimysium) ระหว่างกลุ่มหรือมัด ของเส้นใยกล้ามเนื้อจะถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เรียก ว่า เพอริมัยเซียม (Perimysium) และภายในแต่ละมัดของ เส้นใยกล้ามเนื้อก็จะถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เรียกว่า ลักษณะการเรีย รี งตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ เส้นใยกล้ามเนื้อจะมีลักษณะการเรียงตัวไปในแนวที่ขนานกันมีรูปร่างแตก ต่างกันไปตามรูปร่างของกระดูกที่กล้ามเนื้อนั้นยึดเกาะอยู่ และการเรียงตัวของ เส้นใยกล้ามเนื้อยาวทอดขนานไปตามแนวยาว แนวเฉียงหรือแนวตั้ง ขึ้นอยู่กับ การทำ หน้าที่ของกล้ามเนื้อ
Risorius อยู่ถัดออกมาทางด้านข้างของปากทำ หน้าที่เวลาแสยะยิ้ม (7) 1.1 กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า (Facial expression muscles) เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ตื้น คือ อยู่ใต้ผิวหนังที่สำ คัญ ได้แก่ Frontalis อยู่ที่หน้ายาก ทำ หน้าที่ยกคิ้วขึ้นลง ทำ หน้ายากย่น (1) Nasalis อยู่ที่จมูก ทำ หน้าที่หุบปีกจมูก เวลาดมกลิ่น (2) Corrugator อยู่บริเวณคิ้ว-เหนือคิ้ว ทำ หน้าที่ขมวดคิ้ว (3) Orbicularis occuli อยู่รอบดวงตา ทำ หน้าที่หลับตา (4) Zygomaticus major เกาะอยู่บริเวณโหนกแก้ม-ปากบน ทำ หน้าที่ยกปาก (5) Orbicularis oris อยู่บยู่ ริเ ริ วณรอบปาก ทำ หน้า น้ ที่หุ ที่ บ หุ ปาก ทำ ริม ริฝีปฝี ากยืน ยื ทำ ปากจู๋ (6) 6 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 กล้ามเนื้อส่วนต่างๆในของร่า ร่ งกาย 1. กล้ามเนื้อใบหน้า ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 2 กลุ่ม (1) (2) (4) (5) (7) (6) Corrugator (3)
หน้าที่ดึงขากรรไกรล่างขึ้น เช่น บดเคี้ยว 1.2 กล้ามเนื้อสำ หรับเคี้ยวอาหาร (Mastication muscles) กล้ามเนื้อเคี้ยวมีทั้งหมด4มัด อยู่บนใบหน้า2มัด คือกล้ามเนื้อบริเวณขมับ และ บริเวณกรามล่าง อีก2มัดอยู่ใต้กระดูกใบหน้า Temporalis muscle (1) หน้าที่ดึงขากรรไกรล่างขึ้นและหดกางเข้าไป Lateral pterygold muscle (2) หน้าที่ิยื่นคางออกมา อ้าปากและขยับขากรรไกรล่างในด้านข้าง Medial pterygold muscle (3) หน้า น้ ที่ดึ ที่ ง ดึ ขากรรไกลล่า ล่ งขึ้น ขึ้ ยื่น ยื่ คางออกมาและขยับ ยั ขากรรไกรล่า ล่ งไปมาด้า ด้ นข้า ข้ ง Masseter muscle (4) 7 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 (1) (2) (3) (4)
8 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 2. กล้ามเนื้อคอ (Muscle of the neck) มีความสำ คัญในการเคลื่อนไหวของคอประกอบไปด้วย 3 มัด คือ Sternocleidomastoideus (1) เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดของคอ เกาะพาดจากกระดูกหน้าอกกับกระดูกไหปลาร้า ไปยังด้านนอกของกระดูกท้ายทอย ทำ หน้าที่ เอียงคอหันและหมุนคอ Splenius capitis (2) เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านข้างคอ มีจุดเกาะเริ่มจากกระดูกสันหลังลำ ตัว(thoracic spine) อันที่3 และอันที่4 ไปยังจุดเกาะปลายที่กระดูกท้ายทอยทำ หน้าที่ ยืดคอ เอียงคอและเงยหน้า Levator scapulae (3) เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านข้างของคอ มีจุดเกาะปลายที่ที่กระดูกสะบักทำ หน้าที่ยก สะบัก (1) (2) (3)
การทำ งานของกล้ามเนื้อ Deltoid เวลายกแขน 3. กล้ามเนื้อส่วนลำ ตัวด้านหน้า ที่เห็นเด่นชัด และมัดใหญ่ มีดังนี้ Pectoralis minor (1) เป็นกล้ามเนื้อรูปสามเหลี่ยมแบนเล็กทำ หน้าที่ ดึงหัวไหล่ไปทางด้านหน้าและลงล่าง และช่วยรับน้ำ หนักตัวขณะที่ยืนเอามือยัน Pectoralis major (2) เป็นกล้ามเนื้อทรวงอกมัดใหญ่ทำ หน้าที่หุบ งอ หมุนต้นแขนเข้าด้านใน ช่วยใน การผลัก ขว้าง ปีนป่าย Rectus abdominis (3) เป็นกล้ามเนื้อหน้าท้องมีลักษณะเป็นแถบยาวเป็นปล้องๆทำ หน้าที่เกร็งช่องท้องเวลา ยกของหนัก ช่วยในการขับถ่ายและคลอดบุตร Oblique externus หรือ External oblique (4) เป็นกล้ามเนื้อลำ ตัวด้านข้างทำ หน้าที่เหมือนกับกล้ามเนื้อ Rectus abdominis Serratus anterior (5) เป็นกล้ามเนื้อด้านในของรักแร้ทำ หน้าที่ยึดดึงกระดูกสะบักให้อยู่กับที่และช่วย 9 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 (2) (3) (4) (5) pectoralis mino (1)
ทำ หน้าที่หมุนต้นแขนเข้าด้านใน 4. กล้ามเนื้อส่วนลำ ตัวด้านหลัง ในส่วนลำ ตัวด้านหลังมีกล้ามเนื้อที่สำ คัญดังนี้ Trapezius (1) ทำ หน้าที่รั้งกระดูกสะบักมาข้างหลัง Latissimus dorsi (2) ทำ หน้าที่ดึงแขนเข้าชิดลำ ตัวดึงแขนลงมาข้างล่าง ด้านหลังและหมุนแขนเข้า ด้านในกล้ามเนื้อส่วนหัวไหล่ Deltoid (3) ทำ หน้าที่ยกไหล่และยกต้นแขน Supraspinatus (4) ทำ หน้าที่ช่วยกล้ามเนื้อDeltoid ในการยก หรือกางแขน Infraspinatus (5) ทำ หน้าที่หมุนต้นแขนออกด้านนอกและดึงแขนไปด้านหลัง Teres minor และ Teres major (6) ทำ หน้าที่หมุนแขนออกด้านนอก Teres major ทำ หน้าที่หมุนแขนเข้าด้านใน Subscapularis (7) 10 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 (1) (2) (3) (5) (4) Supraspinatus (7)Subscapularis (6)
5. กล้ามเนื้อส่วนสะโพกและขา 5.1 กล้ามเนื้อส่วนสะโพก (gluteal muscle) กล้ามเนื้อที่มารวมตัวกันกลายเป็นส่วนกล้ามเนื้อก้นหรือกล้ามเนื้อสะโพก ของมนุษย์ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 3 มัด กลูเตียสมินิมัส (gluteus minimus) (1) เป็นกล้ามเนื้อสะโพกที่มัดเล็กที่สุดจากทั้ง 3 มัด โดยอยู่ใต้กล้ามเนื้อกลู เตียสมีเดียส (gluteus medius) ทำ หน้าที่ กางขาและหมุนขาเข้าด้านใน กลูเตียสมีเดียส (gluteus medius) (2) เป็นกล้ามเนื้อที่มีรูปร่างคล้ายพัดเป็นกล้ามเนื้อหลักในการกางสะโพก สะโพกและต้นขาออกด้านข้าง ทำ หน้าที่ กางสะโพกและต้นขาออกด้านข้าง หมุนต้นขาเข้าด้านใน กลูเตียสแม็กซิมัส (gluteus maximus) (3) เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และหนาที่สุดของส่วนสะโพก ทำ หน้าที่เหยียด ขา กางต้นขา หมุนต้นขาไปทางด้านข้าง 11 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 (1) (2) (3)
5.2 กล้ามเนื้อส่วนขา Tensor fasciae latae เป็นกล้ามเนื้อทางด้านข้างของสะโพกเกาะอยู่ที่ส่วนหน้าของกระดูกเชิงกราม ทำ หน้าที่ กางและหมุนขาเข้าด้านใน 12 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 6. กล้ามเนื้อส่วนโคนขา กล้ามเนื้อส่วนโขนขาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามตำ แหน่งหน้าที่และประสาท ที่มาเลี้ยง ต้านหลังของต้นขาเรียกว่า Flexor surface อีกกลุ่มหนึ่งคือ กล้ามเนื้อ กลุ่มดึงข้อ (Adductor group) และยังมีกล้ามเนื้อกลุ่มต้านหน้าของต้นขา (Anterior group) กล้ามเนื้อส่วนโคนขามัดที่สำ คัญ มีดังนี้ Biceps femoris เป็นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ทำ หน้าที่ เยียดต้นขาและงอเข่า
13 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 Rectus femoris เป็นกล้ามเนื้อในกลุ่มด้านหน้าของต้นขา(Anterior group)เป็นกล้าม เนื้อมัดใหญ่อยู่ทางด้านหน้าของต้นขา ทำ หน้าที่งอต้นขาและเหยียดปลายขา เป็นกล้ามเนื้อในกลุ่มด้านหน้าของต้นขามีลักษณะยาวแบนพาดเฉียงบน โคนขาทำ หน้าที่งอต้นขา และปลายขา Satorius
14 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 7. กล้ามเนื้อส่วนปลายขา(Muscle of Lower leg) กล้ามเนื้อส่วนปลายขาทำ หน้าที่ในการเคลื่อนไหวบริเวณข้อเท้า สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มกล้ามเนื้อทางด้านหน้า (anterior compartment) กลุ่มกล้ามเนื้อทางด้านหลัง (posterior compartment) กลุ่มกล้ามเนื้อทางด้านข้าง (lateral compartment) หน้าที่งอฝ่าเท้า Tibialis anticus เป็นกล้ามเนื้อในกลุ่มด้านหน้าของปลายขา ทำ หน้าที่ กระดกข้อเท้า และบิดข้อเท้าเข้าด้านใน Gastrocnemius เป็นกล้ามเนื้อในกลุ่มต้านหลังของปลายขาเป็นกล้ามเนื้อน่องเกาะ จากส่วนปลายของกระดูกต้นขาทั้งสองด้าน ทำ หน้าที่ งอหลังเท้า เหยียด นิ้วเท้า ถีบฝ่าเท้าลงและช่วยงอเข่า Soleus เป็นกล้ามเนื้อใหญ่รูปร่างคล้ายปลาอยู่ใน Gastrocnemius ทำ
15 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 เป็นกล้ามเนื้อที่เกาะคล้ายบริเวณมีข้อมือแตกต่างกันตรงที่เป็นกล้าม เนื้อที่ควบคุมส้นเท้าระหว่างการเดิน กล้ามเนื้อส่วนเท้าที่สำ คัญ มีดังนี้ 8. กล้ามเนื้อส่วนเท้า เป็นกล้ามเนื้อด้านหลังเท้า ตรงปลายเป็นเอ็นไปเกาะที่นิ้วเท้าทั้ง 4 ยกเว้นนิ้วหัวแม่เท้า ทำ หน้าที่ เหยียดข้อของนิ้วเท้าทั้ง4 Extensor digitorum brevis กระดูกหัวแม่เท้า ท่อนปลาย ทำ หน้าที่ งอปลายนิ้วหัวแม่เท้า กระดกข้อ เท้าลง และบิดเท้าเข้าด้านใน Flexor hallucis longus เกาะจากด้านหลังของกระดูกช่วงล่าง ส่วนปลายเป็นเอ็นเกาะที่
16 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกสุด ทำ หน้าที่ เหยียดหัวแม่เท้า Adductor hallucis กล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของเท้าเวลาเดิน Flexor digitorumbrevis เป็นกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเท้า ทำ หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวเป็น
17 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 9. กล้ามเนื้อต้นแขน Brachioradialis muscle ทำ หน้าที่ งอข้อศอก (4) Triceps brachii muscle ทำ หน้าที่ เหยียดข้อศอก (1) Biceps brachii muscle ทำ หน้าที่ งอข้อศอกและหงายมือ (2) Brachialis muscle ทำ หน้าที่ ช่วยในการงอข้อศอก (3) กล้ามเนื้อปลายหน้าแขนที่สำ คัญ มีดังนี้ 10. กล้ามเนื้อปลายแขน ทำ หน้าที่ งอนิ้วมือ Pronator teres muscle (1) ทำ หน้าที่ คว่ำ มือ Palmaris tongus muscle, (2) Flexor carpi radialis muscle, (2) Flexor carpi ulnaris muscle (2) ทำ หน้าที่ร่วมกันสามส่วนในการงอข้อมือ Flexor digitorum superficialis muscle (3) (4) (3) (2) (1) (3) (2) (2) (2) (1)
18 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 กล้ามเนื้อปลายแขนด้านหลังที่สำ คัญ มีดังนี้ 11. กล้ามเนื้อปลายแขนด้านหลัง ทำ หน้าที่ เหยียดนิ้วมือ Extensor carpi radialis tongus musclc (1) ทำ หน้าที่ เหยียดข้อมือ Extensor carpi ulnaris (2) ทำ หน้าที่ เหยียดข้อมือ Extensor digitorum (3) (1) (2) (3)
19 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 เป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ สั้น ๆ ทำ หน้าที่ช่วยในการเคลื่อนไหวของมือ ได้อย่างละเอียดอ่อนประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สำ คัญๆ ดังนี้คือ 12. กล้ามเนื้อมือ Thenar muscle ทำ หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ
20 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 Interossei muscle ทำ หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวนิ้ว Hypothenar muscle ทำ หน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวนิ้วก้อย
21 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 การทำ งานของกล้ามเนื้อ ไบเซพหรือ (Flexors) หดตัว ไตรเสพ หรือ (Extensors) คลายตัว »» แขนงอเข้า เมื่อสมองสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อจะเกิดการหดตัว และคลายตัว ทำ งานประสานเป็นคู่ ๆ พร้อมกัน แต่ตรงข้ามกันในขณะ ที่ กล้า ม เ นื้ อ มั ด ห นึ่ ง ห ดตัว กล้า ม เ นื้ ออีก มั ด ห นึ่ งจะคลายตัว การทำ งานของกล้ามเนื้อในลักษณะนี้ เรียกว่า Antagonistic muscle มัดกล้ามเนื้อไบเซพ (Biceps) อยู่ด้านบน และไตรเซพ (Triceps) อยู่ด้านล่างของแขน เบเซพหรือ (Flexors) คลายตัว ไตรเสพ หรือ (Extensors) หดตัว »» แขนเหยียดออก
กลไกการทำ งานของกล้ามเนื้อลาย ในกล้ามเนื้อลายจะประกอบด้วยเส้นเยื่อไมโอไฟบริลซึ่งมีบทบาท สำ คัญในการหดตัวของกล้ามเนื้อลายประกอบด้วยเส้นใยโปรตีน (Protein filament) 2 ชนิด คือ 1. เส้นหนา ประกอบด้วยโปรตีนหรือที่เรียกว่าเส้นใยไมโอซิน (Myosin filament) อยู่ภายในเส้นใยแอ็คทิน เป็นส่วนที่่ ที่เคลื่อนไหวเมื่อได้รับการกระตุ้น 2. เส้นบาง ประกอบด้วยโปรตีนหรือที่เรียกว่าเส้ยใยแอ็คทิน เป็นโครงสร้างคล้ายๆตาข่ายมีที่ให้ ไมโอซิน มาเชื่อมต่อ เส้นใยทั้งสองเส้น 2 เส้น ซึ่งมีจำ นวนมากมายนี้ จะรวมตัวกัน เป็นหน่วยเรียกว่า ซาร์โคเมีย (Sarcomere) และเส้นใยทั้ง 2 เส้น ซึ่งมีจำ นวนมากมายในแต่ละซาร์โคเมีย จะทำ ให้กล้ามเนื้อลายมี ลักษณะเป็นลายมืดและลายสว่างสลับกันไป กล้ามเนื้อหดตัวก็ต่อเมื่อเส้นใยไมโอซินและแอคทินเลื่อน เข้าหากันพร้อมๆ กัน ทำ ให้กล้ามเนื้อหดสั้นลง และเกิดการ เคลื่อนไหวขึ้น เ มื่ อกล้า ม เนื้อคลายตัว เส้นใยเหล่านี้ก็จะหลุด ออกจากกัน 22 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 กลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อ
ในบางครั้งเส้นใยเหล่านี้ อาจจะไม่สามารถคลายตัวออกได้ด้วยตัวเอง ทำ ให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง เป็นก้อนจึงต้องใช้แรงภายนอกช่วย เช่น การยืดกลามเนื้อ เป็นต้น เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง 23 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3
5. อุณหภูมิ การหดตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Contraction) การหดสั้นเข้า และเหยียด ออกรวมถึงการเพิ่มความตึงของกล้ามเนื้อมี 3 ระยะ ดังนี้ 1. ระยะแฝง (Latent Period) เป็นระยะที่กล้ามเนื้อได้รับสิ่งเร้ามากระตุ้นแล้ว แต่ยังไม่เกิดการหดตัว 2. ระยะหดตัว (Contraction Period) เป็นระยะที่กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวให้แรงดึงสูงสุด 3.ระยะคลายตัว (Relaxation Period) เป็นระยะหลังจากกล้ามเนื้อให้แรงดึงสูงสุด จน กล้ามเนื้อคลายตัวเข้า สู่สภาวะปกติ การหดตัวของกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นซึ่งได้ รับมาจากเซลล์ประสาทที่กระจายอยู่บริเวณนั้น โดยมีปัจจัยต่างๆ ที่เข้า มามีบทบาทต่อการหดตัวคือ 1. ความแรงของการกระตุ้น 2. ความเร็วของการกระตุ้น 3. ระยะเวลาของการกระตุ้น 4. นํ้าหน้าที่ถ่วงกล้ามเนื้อ 24 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ภาวะการหดตัวของกล้ามเนื้อ
เป็นการออกกำ ลังกายที่การทำ งานของกล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวที่ ความเร็วคงที่เป็นไปอย่างสม่ำ เสมอ เช่น การออกกำ ลังกายแบบใช้เครื่อง ออกกำ ลังกาย การหดตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Contraction) หมายถึง การหดสั้นเข้าและเหยียดออกรวมถึงการเพิ่มความตึงของ กล้ามเนื้อ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • Isometric Contraction เป็นการออกกำ ลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้ออยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนไหว โดยการเกร็งกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งจนมีการเกร็งตัว(Tension) แล้วคลาย ออก เช่น การดันกำ แพง เป็นต้น • Isotonic Contraction เป็นการออกกำ ลังกายแบบมีการยืด - หดตัวของกล้ามเนื้อแบบมีการ เคลื่อนไหว โดยการหดตัวสั้นเข้าและคลายออกได้ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ - Concentric Contraction (กล้ามเนื้อขณะหดสั้นเข้า) - Eccentric Contraction (กล้ามเนื้อขณะยืดเหยียดออก) เช่น การยกและวางสิ่งของ การลุกนั่ง การออกกำ ลังกายแบบมีแรงต้าน • Isokinetic Contraction 25 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ชนิดต่างๆของการหดตัวของกล้ามเนื้อ
26 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 1.โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม สาวเป็นต้นไป เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง ใน 1-2 สัปดาห์ อาจเป็นๆ หายๆ เรื้อรังได้ > สาเหตุ มักเกิดจากการทำ งานก้มๆ เงยๆ ยกของหนัก เล่นกีฬา นั่ง ยืน นอน ก้มตัวลงหยิบของ หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมาก เกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำ ให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสัน หลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีอาการแข็งและเกร็งตัว ทำ ให้เกิด อาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน หรือหญิงที่กำ ลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน > อาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า(เช่น การก้มตัว การบิดตัวเอี้ยว ตัว)การไอ จาม อาจทำ ให้รู้สึกปวดมากขึ้น > การรักษา 1) แนะนำ ให้ผู้ป่วยสังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้า ปวดหลังตอนตื่นนอนก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไป หรือนอนเตียงสปริงก็ แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทน โรคที่พบได้บ่อยในระบบกล้ามเนื้อ
27 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 3) ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาหรือชาที่ขา ขาไม่มีแรง หรือน้ำ หนักลด อาจเกิดจากสาเหตุอื่น อาจต้องเอกซเรย์หรือตรวจพิเศษ อื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ (ตรวจอาการปวดหลัง) 2) ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้ เข่างอเป็นมุมฉากสักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่องหรือน้ำ มัน ระกำ ทานวด หรือใช้น้ำ อุ่นจัด ๆ ประคบก็ได้ 2.โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ( ALS ) เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ หรือ ถูกทําลายทําให้กล้าม เนื้ออ่อนแรง ซึ่งเซลล์ประสาทในส่วนนี้จะ ทําหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยโรคนี้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ หากปล่อย เรื้อรังเสี่ยงภาวะแขนขาลีบถาวร > อาการ ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงของมือ แขนขาหรือเท้าข้างใดข้าง หนึ่งก่อน เช่น ยกแขนไม่ขึ้นเหนือศีรษะ ถือของไม่ได้ข้อมือหรือข้อเท้าตก เดินแล้วหกล้มบ่อยหรือสะดุดบ่อย นั่งยองๆลุกขึ้นลําบากเป็นต้น
28 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 สามารถป้องกันได้แต่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ได้โดยการหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆหลีก เลี่ยงการออกกําลังกายที่หนักเกินไป ควบคุมความเครียด ไม่ทําให้ตัวเอง รู้สึกร้อน > การรักษา กล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคที่ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด การรักษาตาม อาการและเน้นการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ขึ้นอยู่กับระดับ ความรุนแรงของอาการ ตําแหน่งที่ เกิดอาการ แพทย์จะเลือกวิธีที่ เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละคน ปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่ เป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial pain syndrome) มักพบได้บ่อยในคนทำ งานออฟฟิศ เพราะเป็นการทำ งานที่ ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือทำ งานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องกันหลายชั่วโมงต่อวัน หรืออยู่ในท่าการทำ งานที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องกันนาน ๆ เช่น การนั่ง ทำ งานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป โดยไม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ การนั่ง หรือยืนหลังค่อม ไหล่ห่อ ก้มคอมากเกินไป เป็นต้น 3.ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)
29 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 การทำ กายภาพบำ บัดเป็นการรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมที่เกี่ยวข้อง กับระบบกล้ามเนื้อและกระดูกและยังเป็นการประเมินโครงสร้างร่างกาย และการปรับร่างกายให้เกิดความสมดุลรวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของโร คอื่นๆที่อาจเกิดตามมาได้ในระยะยาว > สาเหตุ สภาพแวดล้อมอุปกรณ์ในการทำ งานไม่เหมาะสมกับโครงสร้างของ ร่างกายของผู้ทำ งาน เช่น โต๊ะ หรือเก้าอี้ที่ใช้ทำ งานสูงหรือต่ำ จนเกิน ไป เป็นต้น สภาพร่างกายและจิตใจ เช่น ความเครียดจากการทำ งาน การพักผ่อน ไม่เพียงพอ การได้รับสารอาหารไม่ครบ ทานอาหารไม่ตรงเวลา สิ่งเหล่า นี้อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วยได้ด้วย > อาการ มีอาการปวดกล้ามเนื้อ จะมีลักษณะอาการปวดล้าๆ เฉพาะส่วนใด ส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น บ่า ไหล่ คอ สะบัก มักมีอาการปวดเป็น บริเวณกว้าง มีอาการทางระบบประสาท เช่น อาการชาบริเวณมือและแขน มีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น วูบ เย็น เหน็บ ขนลุก และ เหงื่อออกตามบริเวณที่ปวดร้าว > การรักษา รับประทานยา เพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้อักเสบ ยาคลาย กล้ามเนื้อเป็นต้นหากอาการไม่ดีขึ้นแนะนำ ให้พบแพทย์เพื่อทำ กายภาพบำ บัดในการรักษาต่อไป
30 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 พยายามอย่าก้มคอปรับระดับเก้าอี้ให้พอดีกับโต๊ะและควรพักสายตาหลัง จากทำ งานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน เช่น การมองออก ไปไกลๆ เป็นต้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มจากการนั่งให้ถูกวิธีโดยการนั่งตัวตรง
31 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และมีปริมาณเพียงพอต่อความ ต้องการของร่างกาย ออกกำ ลังกายสม่ำ เสมอสัปดาห์ละ 3 วัน วันละอย่างน้อย 30 นาที ทำ จิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ดูแลสุขภาพจิตให้ดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ 1. 2. 3. ร่างกาย 4. การรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี 5. ถ้าเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น มีอาการปวดกล้ามเนื้อ เรื้อรัง ให้รีบพบแพทย์ทันที วิธี วิ ก ธี ารสร้า ร้ งเสริม ริ สุขภาพ ของระบบกล้ามเนื้อ
รับประทานโปรตีนให ได 1 กรัม ต อนํ้าหนักตัว 1 ปอนด เพราะโปรตีน สําคัญอย างมากในการสร างกล ามเนื้อและซ อมแซมส วนที่สึกหรอจาก การออกกําลังกายทุกส วน กระบวนการgluconeogenesis หากนอนหลับไม มีประสิทธิภาพพอ 1. 2. แช นํ้าแร มีแมกนีเซียมซัลเฟตที่ช วยบรรเทาอาการปวดกล ามเนื้อหลัง จากเข ายิมและทําให กล ามเนื้อฟ นตัวได เร็วขึ้น 3. งดดื่มแอลกอฮอล เอทานอลจะทําให เส นใยฉีกขาดกล ามเนื้อจึง สูญเสียความแข็งแกร ง 4. ออกกําลังเป นประจํา เช น การเดิน ขึ้น บันได รวมเวลากันให้ลงได้ อย างน อย 30 นาทีต อวัน ติดต อกัน 20 สัปดาห หรือ 5 เดือนขึ้นไป 5. พักผ อนให เพียงพอการนอนหลับจะช วยกระบวนการสังเคราะห โปรตีน หลังจากการฝ กอย างหนัก อีกทั้งช วยผลิตฮอร โมน testosterone และ growth hormone เพื่อป องกันกล ามเนื้อแต ละส วนของเราถูกสลายจาก 32 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 วิธี วิ ก ธี ารดูแลกล้ามเนืัอง่า ง่ ยๆ
33 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 1. ทำ ให้ร่างกายแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ การฝึกกล้ามเนื้อเป็นการแก้ไขความอ่อนแอของร่างกายที่เกิดจากการหด ลีบของกล้ามเนื้อได้ 2. ป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน งานวิจัยพบว่าการออกกำ ลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ ป้องกันคนที่อยู่ใน ภาวะใกล้เป็น เบาหวาน (prediabetes) ไม่ให้เป็นเบาหวานได้ดีกว่าการใช้ยา เบาหวาน 3. ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน เพราะการเล่นกล้ามก่อแรงกระทำ ต่อกระดูก เป็นการกระตุ้นให้ร่างกาย เพิ่มมวลกระดูก 4. ทำ ให้มีบุคลิกดี รูปร่างดี การฝึกกล้ามเนื้อทำ ให้มีบุคลิกสวยสง่า หลังตรง ลำ ตัวตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง ทำ ให้รูปร่างกระชับ เคลื่อนไหวได้หนักแน่นและคล่องตัว 5. เพิ่มการทรงตัวที่ดี ป้องกันและลดความรุนแรงของการลื่นตกหกล้มและการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุ 6. ลดพุง ลดไขมัน เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะทำ หน้าที่เป็นโรงงานเผาผลาญอาหาร อันได้แก่น้ำ ตาลและไขมันที่ สะสมไว้ในร่างกาย ให้กลายเป็นพลังงาน 7. ลดการปวดข้อ การศึกษาเปรียบเทียบพบว่าคนเป็นโรคข้ออักเสบที่เล่นกล้าม มีอาการปวด ข้อน้อยกว่าคนที่ไม่เล่นกล้าม เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยรับแรงแทนข้อได้ดี ประโยชน์ของการฝึกกล้ามเนื้อ
34 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 อาหารที่หนังเหนียวจนขาดได้ รู้หรือไม่ว่ากล้ามเนื้อแขน ขา หรือจะเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในอย่าง ลำ ไส้ กระเพาะ รวมกันแล้วได้ประมาณ 600-650 มัด โดยเทียบได้กับ จำ นวนโครงกระดูกในร่างที่มีอยู่ถึง 206 ชิ้นการนอนหลับจะทำ ให้กล้าม เนื้อเราเติบโตขึ้นเมื่อหลับลึกก็จะทำ ให้กล้ามเนื้อที่เราใช้แรงงานหนัก อย่าง แขนและขาได้ผ่อนคลาย และพักผ่อนจนทำ ให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ร่างกายก็จะปล่อยฮอร์โมนที่ช่วยในการซ่อมแซมฟื้นฟูในส่วนที่เสียหายหลัง จากที่เราใช้งานไป • กล้ามเนื้อที่ขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย Gluteus Maximus เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงส่วนสะโพก มีขนาด ใหญ่มากเพราะเป็นจุดที่เอาไว้ยืดหยุ่นลำ ตัวมีหน้าที่ในการพยุงลำ ตัวให้ ตั้งตรงรวมไปถึงการทรงตัวด้วย • กล้ามเนื้อที่เล็กที่สุดอยู่ภายในหูชั้นใน เป็นจุดกล้ามเนื้อที่ยึด Tensor Tympani และ Stapedius เป็น อวัยวะส่วนสำ คัญภายในหูที่ถูกตรึงเข้าไว้ด้วยกันและกล้ามเนื้อที่เล็กที่สุด ตัวนี้ยังทำ หน้าที่เชื่อมต่อกับแก้วหูและยึดโครงสร้างหูชั้นในเอาไว้ด้วยกัน • กล้ามเนื้อที่ทรงพลังที่สุด Masseter เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงกรามของเราเลย ทำ ให้เรากัด สาระน่ารู้
• กล้ามเนื้อยึดติดกับกระดูกได้ด้วยเส้นเอ็น เส้นเอ็นของเราจะทำ หน้าที่ในการผูกกล้ามเนื้อให้ติดกับกระดูกจนเป็น ผลให้กล้ามเนื้อที่มีกระดูกสามารถขยับได้จะเห็นได้ว่าถ้ากล้ามเนื้อส่วนไหน ไม่มีกระดูกจะขยับไม่ได้ ถึงขยับได้ก็ขยับได้น้อยมาก • กล้ามเนื้อมีน้ำ หนักเป็น 40% ของร่างกาย ปกติสัตว์มีกระดูกสันหลังที่จะมีกล้ามเนื้อคิดเป็นน้ำ หนักกว่า 40% ของร่างกาย เพราะมัดกล้ามเนื้อก็มีอยู่กว่า 600มัด • กล้ามเนื้อที่ทำ งานเยอะที่สุดคือหัวใจ หัวใจทำ งานหนักมาก โดยทั่วไปแล้วหัวใจทำ หน้าที่สูบฉีดเลือดให้ไปหล่อ เลี้ยงร่างกายถึงกว่า 2,500 แกลลอน หรือ 9,463 ลิตร • กล้ามเนื้อที่วุ่นวายมากที่สุดคือดวงตา ดวงตาของเราคือสิ่งที่วุ่นวายเพราะมันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาที่เราหันมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะดูทีวี อ่านหนังสือ ขับรถ โดยใน 1 ชั่วโมงดวงตาของเราอาจจะเคลื่อนไหวไปกว่า 10,000 ครั้ง • กล้ามเนื้อมักจะทำ งานเป็นคู่ หากเราเริ่มงอแขนกล้ามเนื้อหน้าแขนจะเริ่มยุบตัวลง ต่างกับกล้าม เนื้อด้านหลังที่เริ่มขยายยืดขึ้นทุกๆส่วนของกล้ามเนื้อก็ทำ งานแบบนี้หาก มีจุด ไหนยุบลง ด้านตรงข้ามก็จะขยายออกเป็นปกติ ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 35
36 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 ส่วนกล้ามเนื้อที่จะเพิ่มมวลมัดกล้ามขึ้นมาอย่างชัดเจน อย่างหัวใจถ้า ยิ่งออกกำ ลังกายก็จะยิ่งสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นโดยเฉพาะการออกกำ ลังกาย แบบ Cardio อย่างเช่น การวิ่ง การเต้นแอโรบิก จะช่วยออกกำ ลังให้ หัวใจได้ดี • ยาดีคือการออกกำ ลังกาย การออกกำ ลังกายจะทำ ให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะตรง แนะนำ ท่าออกกำ ลังกายง่ายๆ เบื้องต้น
37 ระบบกล้ามเนื้อ Muscular System เล่ม 3 บรรณานุก นุ รม กศิดิศ อันมหาพงษ์,ตะวัน กิรตวงศ์วรรณ,วริศ อธิประยูร,เสฐียรพงษ์ พงษ์เสฐียร. (2012). ระบบกล้ามเนื้อ. สืบค้น 28 สิงหาคม 2566 จากhttp://muscularsystemmwits42.blogspot.com/ ปาร์รามอง. (2564). กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา ฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ จำ กัด ผศ.รำ แพน พรเทพเกษมสันต์. (2556). กายวิภาคศาสตรและสรีรวิทยาของมนุษย์ (พิมพ์ครั้งที่6). กรุงเทพ :ศิลปะบรรณาการ ยลวรณัฏฐ์ จีรัชตกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (2022). การหดตัวของกล้ามเนื้อ. สืบค้น 6 กันยายน 2566 จากhttps://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1527 สายน้ำ ผึ้ง ซินเขียว,สุกัญญา ประโลม,ศุภากร ฐิตเรวุฒิ,สกาวเดือน โอนเหลือม,และ ลำ พูน. (2016). Anatomy คลังความรู้ของกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา ของมนุษย์ บทที่4 ระบบกล้ามเนื้อ. สืบค้น 6 กันยายน 2566 จากhttps://anatomyfivelife.wordpress.com/บทที่-4-ระบบกล้ามเนื้อ/
คณะผู้จั ผู้ จั ดทำ จัดทำ โดยสมาชิกกลุ่มที่ 3 1. นางสาวกฤตวรรณ จันทป์เกลี้ยง 2. นางสาวกานต์ธิดา หนูแก้ว 3. นางสาวซีตีฟาตีเม๊าะ บือราเฮง 4. นางสาวซุลยานา มูดอ 5. นางสาวปณิตา พรหมจันทร์ 6. นางสาวลีนา เส็นบัตร 7. นางสาววรรณกนก แก้วทอง 8. นางสาววรรณกานต์ โยธาภักดิ์ 9. นางสาวสุภาวดี นาคโพธิ์ 10. นางสาวสุรียา โอดภิบาล หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมนุม ชั้นปีที่1 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง รหัสนักศึกษา66205302004 รหัสนักศึกษา66205302008 รหัสนักศึกษา66205302020 รหัสนักศึกษา66205302021 รหัสนักศึกษา66205302047 รหัสนักศึกษา66205302069 รหัสนักศึกษา66205302072 รหัสนักศึกษา66205302073 รหัสนักศึกษา66205302094 รหัสนักศึกษา66205302095