สรุปผลการดำเนินงาน และผลสำเร็จของการดำเนินงาน และข้อเสนอเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ กลุ่มขับเคลื่อนนโยบาย สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค
1 สรุปผลการดำเนินงานและ ผลสำเร็จของการดำเนินงาน และข้อเสนอเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประเด็น : การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ให้กับบุคลากร ของกรมควบคุมโรคและเครือข่าย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อ สนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิภายใต้แผนงานขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) เป็นภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ บุคลากรของกรมควบคุมโรคที่ขับเคลื่อน แผนงานฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความรู้ สมรรถนะด้านการถ่ายทอดความรู้ การให้คำแนะนำด้าน วิชาการและการติดตามประเมินผล เพื่อให้เกิดผลลัพธ์การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีคุณภาพ รวมถึงผู้รับผิดชอบงานฯและภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ สามารถนำเครื่องมือทางวิชาการ ไปประยุกต์ใช้ใน การทำงาน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ได้อย่างเหมาะสม ประกอบด้วย 2 มาตรการที่สำคัญ ได้แก่การพัฒนาองค์ความรู้เครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ การถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ ความรู้เทคโนโลยีด้านการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพที่เป็นการดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่2 และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ให้กับ บุคลากรของกรมควบคุมโรคและเครือข่ายที่ขับเคลื่อนแผนงานฯ ที่เป็นการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 อันจะส่งผลให้งานที่ปฏิบัติสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาโรค/ ภัยสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงที่เป็นปัญหาของพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนและสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับโดยใช้ พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค จึงได้กำหนดกระบวนในการพัฒนาศักยภาพ บุคลากร และสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคดังนี้ 1. การประเมินความต้องการ (Needs Assessment) โดยการทบทวนและวิเคราะห์สถานการณ์การ ทำ SWOT เพื่อวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสอุปสรรค ที่มีผลต่อการพัฒนาขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิในภาพรวม และกำหนดประเด็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพ 2. การออกแบบแผนปฏิบัติการ (Designing) จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรด้านการสนับสนุนการขับเคลื่อน งานพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการปฏิบัติงาน
2 3. การดำเนินโครงการ (Implementing) ตามแผนที่กำหนด โดยในปี 2566 หน่วยงานมีการพัฒนา บุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคผ่านกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบบริการปฐมภูมิแก่บุคลากรในพื้นที่ 4. การประเมินผลโครงการ (Evaluating) การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานใช้วิธีการกำหนด แบบการรายงานผลการ ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน ประเมินผล ความสำเร็จของการปฏิบัติงาน การดำเนินงานและผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ ปี 2566 กิจกรรมการดำเนินงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เป็น การดำเนินงาน ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุม โรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และ ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการการ ทำงาน โครงการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยกำหนดเป็น ตัวชี้วัดถ่ายทอด ระดับหน่วยงาน (สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) องค์ประกอบที่ 1 Functional Base ตัวชี้วัดที่ 1.2.1 : ระดับความสำเร็จของการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะ ด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ประกอบด้วย 1. การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (2565) และจัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค แก่บุคลากรของกรม ควบคุมโรคและเครือข่าย ที่ขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยการทบทวนการดำเนินงานขับเคลื่อนการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่(พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพ ปฐมภูมิ ระยะที่ 1 ( พ.ศ. 2562 - 2565 ) ในภาพรวมและการวิเคราะห์ราย สคร./สปคม (รายงานทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์: เอกสารแนบ 1) ตามเป้าหมาย 3 ประเด็นได้แก่ 1. กลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มีกระบวนการจัดการโรคและภัยสุขภาพอย่าง บูรณาการร่วมกับเครือข่าย 2. โรค ภัยสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงที่เป็นปัญหาของพื้นที่ได้รับการแก้ไข (ผลลัพธ์) 3. ประเด็นการป้องกันควบคุมโรคฯ มีการบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ พบว่า บรรลุตามเป้าหมายการดำเนินงานขับเคลื่อนฯ ร้อยละ 100 หรือ 928 อำเภอ/เขต ผลการดำเนินงานสามารถขับเคลื่อนได้ 878 อำเภอ 50 เขต โรค/ภัยสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงที่เป็นปัญหาของ พื้นที่ได้รับการแก้ไข ซึ่งบรรลุผลลัพธ์ 94% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย(ร้อยละ 50) โดยแยกเป็นประเด็นโรคและภัย สุขภาพที่พื้นที่เลือก 3 ลำดับแรก ได้แก่ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) 617 ประเด็น การบาดเจ็บจาก
3 การจราจรทางถนน 157 ประเด็น และการจัดการขยะ 114 ประเด็น และ สคร./สปคม. มีประเด็นการป้องกัน ควบคุมโรคฯ ที่บูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ จำนวน 13 แห่ง (สคร./สปคม. ละ 1 แห่ง) สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ กรมควบคุมโรค ผู้รับผิดชอบงานของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 - 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ตัวแทน ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ได้ร่วมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ แผนงานขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./ พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อใช้เป็นการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะต่อไป (พ.ศ. 2566-2570) ดังนี้ ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ /การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. ในระดับเขต จังหวัด อำเภอ ได้แก่ ปัจจัยสนับสนุนในการดำเนินงาน 1. โครงสร้าง/นโยบาย/ความร่วมมือ 1.1 มีนโยบายขับเคลื่อน พรบ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ2562 /ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และ KPI ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนด้วยนโยบายจากภาครัฐ จึงส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อน เชิงนโยบายในการดำเนินงาน พชอ./พชพ. ร่วมกันของภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 1.2 มีนโยบายที่ชัดเจน ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงาน มีการกำกับติดตามผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 1.3 มีหน่วยงานระดับเขตสุขภาพ (สคร./ศตม./ด่านฯ/ศูนย์ต่าง ๆ) เพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ 1.4 มีโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจน ทำให้เกิดการขับเคลื่องานอย่างเป็นระบบจาก ส่วนกลางลงสู่ระดับพื้นที่ 2. บุคลากร 2.1 มีบุคลากรหลากหลาย (สหวิชาชีพ) สามารถกำหนดมาตรการและดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน 2.2 มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันควบคุมโรค 2.3 มีการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้เกิดความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เช่น FETP, TMC, EDC, LDC, MDC 2.4 มีการถ่ายทอดทักษะการทำงานให้กับบุคลากร เช่น Coaching, Mentor, On the job training 3. ทรัพยากร 3.1 มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน พชอ./พชข. อย่างต่อเนื่อง จากภาครัฐ ภาคเอกชน สปสช./สสส./SDG/BCG Biocircular Green TUC UNICEF Global Fund ฯลฯ 3.2 มีเครื่องมือและผลิตภัณฑ์วิชาการด้านการป้องกันควบคุมโรคหลากหลาย เช่น คู่มือ ผลงานวิชาการ นวัตกรรม แนวทาง มาตรฐาน แอพพลิเคชั่น Social Media มีศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Center) มีผลิตภัณฑ์และบริการเฉพาะทางที่หลากหลาย (Lab) 3.3 มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
4 3.4 มีระบบรายงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ระบบการติดตามประเมินผล เช่น รายงาน 506 รายงานเฝ้าระวังเหตุการณ์การระบาด ระบบ Estimates ฯลฯ 4. การสื่อสารและการสร้างขวัญและกำลังใจ 4.1 มีการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในและนอกกรมฯ เช่น รางวัล,การเชิดชูบุคลากร 4.2 มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook โทรทัศน์, วิทยุ, สื่อ สิ่งพิมพ์, YouTube, Social Media ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน 1. โครงสร้าง 1.1 โครงสร้างของสำนักงานป้องกันควบคุมโรค แต่ละพื้นที่มีความแต่งต่างกัน 1.2 มีการปรับเปลี่ยนประธานหรือเลขา พชอ. บ่อยจึงส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานในระดับ พื้นที่ขาดความต่อเนื่อง 1.3 ขาดความต่อเนื่องในการวางระบบการดำเนินงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ส่วนกลาง และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค 2. บุคลากร 2.1 บุคลากรทักษะความรู้ เรื่องระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ, การ Coaching และการเป็น Moderator จึงส่งผลให้การแสดงบทบาท coaching, moderator ไม่ชัดเจน 2.2 บุคลากรขาดทักษะด้านการสื่อสาร จึงทำให้การสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคี เครือข่ายภายนอกขาดความต่อเนื่องและไม่ชัดเจน 3. ทรัพยากร 3.1 เครื่องมือกระบวนการจัดทำแผนใช้งานยาก 3.2 ผลิตภัณฑ์วิชาการยังไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับความต้องการในบริบทของพื้นที่ 3.3 ระบบข้อมูลการเฝ้าระวังป้องกันโรคยังไม่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ 3.4 ระบบติดตามประเมินผลการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในการพัฒนางานได้ 4. ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 4.1 สถานการณ์จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ส่งผลให้นโยบายในการ สนับสนุนงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาได้รับน้อยลง จึงทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้ตามแผน 4.2 มาตรการจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ส่งผลทำให้การกำกับ ติดตามการขับเคลื่อนงาน พชอ. ขาดประสิทธิภาพ 4.3 ค่าใช้จ่ายแฝงในการดูแลสุขภาพในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา เช่น การตรวจ ATK ก่อนเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาล หรือการตรวจของโรงงาน บริษัท ส่งผลต่อ ความร่วมมือของประชาชนและชุมชน
5 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำเนินงานในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) มาตรการที่ 1 นโยบายเข้มแข็ง 1. การพัฒนาโครงสร้าง การบริหารจัดการและทรัพยากร 1.1 การเพิ่มศักยภาพของเลขาฯ พชอ. ให้มีบทบาทในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคี เครือข่าย 1.2 การใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ พชอ.ส่วนกลาง และภูมิภาค 1.3 การติดตามและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 1.4 เพิ่มการเข้าถึงการใช้งบประมาณจากแหล่งทุนภาครัฐและเอกชนทั้งในส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาค โดยสนับสนุนให้พื้นที่ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานจากแหล่งทุนภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคผ่านกลไก พชอ. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ มาตรการที่ 2 เสริมแรงความรู้ 1. การพัฒนาบุคลากร 1.1 บุคลากรผู้รับผิดชอบงาน พชอ. ต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้หลักสูตรพัฒนาศักยภาพ บุคลากรในระดับพื้นที่เพื่อสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ในระดับพื้นที่ ผ่านระบบ E-learning ของกรมคุมโรค 1.2. เพิ่มพูนประสบการณ์การทำงานโดยการเรียนรู้ผ่านการถอดบทเรียน (AAR) ผ่านระบบ Online โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคเป็นที่ปรึกษา 1.3. พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอในการวิเคราะห์ ข้อมูลและใช้ประโยชน์ ชี้เป้าปัญหากำหนดมาตรการ การจัดทำแผนงานโครงการแก้ไขปัญหา การระดม ทรัพยากร รวมทั้งการกำกับติดตามและประเมินผลลัพธ์ 1.4. วางแผนการเสริมสร้างศักยภาพและสมรรถนะแก่คณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับพื้นที่ 2. การพัฒนาระบบข้อมูล 2.1 พัฒนาทักษะการจัดการข้อมูลเพื่อการสื่อสารแก่บุคลากร 2.2 ปรับปรุงการบริหารจัดการข้อมูลจากระบบการติดตามประเมินผล พชอ./พชข.และระบบ สุขภาพปฐมภูมิรวมทั้งการนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนางาน พชอ./พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิ อย่างเป็นระบบ 2.3 พัฒนาระบบข้อมูลการเฝ้าระวังโรคให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ และสามารถ เข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคในระดับพื้นที่ 3.1 ทบทวน/พัฒนา / สร้างระบบเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคโดยชุมชนโดยใช้กลไกพชอ./ พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิ
6 3.2 พัฒนาระบบข้อมูลการเฝ้าระวังโรค และการให้ข้อมูล ที่สะท้อนกลับ (Feedback) ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการทำงาน 4. การพัฒนาเครื่องมือ/องค์ความรู้ด้านวิชาการ/เทคโนโลยี 4.1 พัฒนาคู่มือ/แนวทางการดำเนินงานและสนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง (Coaching, Mentoring) 4.2 พัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุมโรคที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผ่านกลไก พชอ./ พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ 4.3 พัฒนาความรอบรู้ด้านการป้องกันควบคุมโรคให้กับภาคีเครือข่าย เพื่อนำไปส่งต่อ ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 4.4 การพัฒนา ปรับปรุงสื่อที่ใช้ในการให้ความรู้ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ให้มีความ ทันสมัยและสะดวกในการใช้งานในระดับพื้นที่ และเพิ่มการถ่ายทอดองค์ความรู้เครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ด้าน การป้องกันควบคุมโรคผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น 4.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์วิชาการให้สอดคล้องกับการใช้งาน แต่ละพื้นที่ มาตรการที่ 3 เชิดชูขยายผล 1. การขยายผลและสร้างพื้นที่ต้นแบบ 1.1 การถอดบทเรียน (AAR) ในการทำงานของพื้นที่ การจัดให้มีการถอดบทเรียนเพื่อพัฒนา หลักสูตรชุมชนต้นแบบ 1.2 ขยายผลรูปแบบการบริหารจัดการระบบป้องกันควบคุมโรค แนวทางการป้องกันควบคุม โรค โดยใช้กลไกพชอ./พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่ประสบความสำเร็จไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อม 2. การสื่อสาร 2.1 วิธีการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ในการป้องกันควบคุมโรคที่ถูกต้อง โดยให้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ที่เป็นข้อมูลจริงในทุกระดับตั้งแต่ส่วนกลาง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 2.2 การสื่อสาร/กระตุ้น/สนับสนุนจูงใจแก่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เพื่อเสนอผลงานขอรับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ การบริหารจัดการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ 4.0 โดยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ ทั้งนี้หน่วยงานได้มีการนำเสนอผลการวิเคราะห์การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (2565) และ ข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิในการสนับสนุน แก่ สคร./สปคม.โดยการจัดประชุมนำเสนอผลการวิเคราะห์การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา และแผนการ สนับสนุนวิชาการ แผนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพฯ รวมถึงข้อเสนอแนะในการ ดำเนินงาน ต่อคณะคณะทำงานขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 พร้อมเสนอ ผู้บริหารรับทราบ (เอกสารแนบ 2)
7 2. จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้มีการจัดการประชุม (Workshop) เพื่อเป็นการระดมสมอง แก่ผู้ปฏิบัติงาน 2 กลุ่ม ได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทุกแห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และตัวแทนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของอำเภอ ประกอบด้วยหน่วยงานละ 1 อำเภอ รวม 13 แห่ง และได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล จุดแข็ง จุดอ่อน และข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสมรรถนะด้านการ เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบ สุขภาพปฐมภูมิและการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วย กลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) ภายใต้บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565 (เอกสารแนบ 3) และประชุมราชการ คณะทำงาน/ เครือข่าย/ผู้รับผิดชอบแผนงานโรคจากหน่วยงานส่วนกลาง สคร./สปคม. ที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566 (เอกสารแนบ 4) ซึ่งนำมาสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไก การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิ(เอกสารแนบ 7) ภายใต้แผนงาน ขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ประกอบด้วย 2 มาตรการที่สำคัญ ดังนี้ 1. พัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ การถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยีด้านการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ให้กับบุคลากรของ กรมควบคุมโรคและเครือข่ายที่ขับเคลื่อนแผนงานฯ และได้มีการจัดทำแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประจำปี 2566 เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะการใช้เครื่องมือในการจัดทำแผนงาน/โครงการ แก่บุคลากรผู้รับผิดชอบงานยุทธศาสตร์ฯ และ แผนงานโรค ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง โดยมี กิจกรรม ดังนี้ 1. กิจกรรมการสนับสนุนการคิดวิเคราะห์ปัญหาและเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 2. การบรรยายและฝึกปฏิบัติโดยใช้ข้อมูลสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่ 3. การวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับผลการเรียน และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้/แชร์ ประสบการณ์(Brainstorm)
8 3. การสนับสนุนวิชาการและการดำเนินงาน ในการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไก พชพ. แก่พื้นที่ สคร. และ สปคม. (พัฒนาศักยภาพบุคลากร) 3.1 พัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยการลงพื้นที่ ให้การสนับสนุนวิชาการ และติดตามการ ดำเนินงาน สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีการสนับสนุนด้านวิชาการและติดตามการดำเนินงาน แก่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรค ผ่านกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบบริการปฐมภูมิ(เอกสารแนบ 8) ทั้งนี้ เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรการที่ 2 (พัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรค ให้กับบุคลากรของกรมควบคุมโรคและเครือข่ายที่ขับเคลื่อนแผนงานฯ) ได้แก่ 1.1 การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุม โรคผ่านกลไก พชอ. และระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มี คุณภาพโดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 2.1 (พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น ต่อการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรค ผ่านกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และระบบบริการ ปฐมภูมิเพื่อให้เกิดผลลัพธ์การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีคุณภาพ) และมาตรการย่อยที่ 2.3 (พัฒนาความรอบรู้ของบุคลากร และภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันควบคุมโรค เพื่อนำไปส่งต่อให้กับประชาชน ในพื้นที่ในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว ชุมชน) กิจกรรมประกอบด้วย -การบรรยายแนวทางในการจัดการเชิงผลลัพธ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ด้วย 6 คำถาม ทางระบาดวิทยา (epidemiological questions) และหลักการ SPOME ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และระบบสุขภาพปฐมภูมิประกอบด้วย หลักคิดสำคัญ ในการจัดการเชิงผลลัพธ์การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพและระบุปัญหาพื้นที่และการวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ การกำหนดผลลัพธ์การออกแบบกิจกรรม และการติดตามประเมินผลด้วยบันไดผลลัพธ์(เอกสารแนบ 5) - การทบทวน และแลกเปลี่ยนการวางแผนการดำเนินงาน การวิเคราะห์ และการ ออกแบบมาตรการของแผนงานโรค ในการสนับสนุนพื้นที่ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./ พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ - การฝึกการประยุกต์ใช้เครื่องมือด้วยหลักการ SPOME กับตัวอย่างสถานการณ์โรค และภัยสุขภาพที่เป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ที่หน่วยงานได้คัดเลือกมา 2-3 ประเด็น โดยวิเคราะห์ในประเด็น ดังนี้ การใช้ขอมูลเพื่อการวางแผน การกำหนดปญหา การวิเคราะห์หาสาเหตุปญหา และการจัดลำดับ ความสำคัญของปญหา การกำหนดระดับผลลัพธ์ 1.2. การพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญในการทำงาน ได้แก่ การ Coaching การเป็น Moderator การจัดการข้อมูล การสร้างร่วมมือกับภาคีเครือข่าย การถ่ายทอดความรู้และการสื่อสาร โดยการลงพื้นที่ เพื่อ ศึกษาข้อมูลและทดลองการปฏิบัติโดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 2.2. (พัฒนาสมรรถนะ ที่สำคัญในการทำงาน) และมาตรการย่อยที่ 2.5. (ส่งเสริม ผลักดัน สนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบงานฯ และภาคี เครือข่ายในระดับพื้นที่นำเครื่องมือทางวิชาการ ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ปัจจัย เสี่ยงและภัยสุขภาพ) กิจกรรมประกอบด้วย
9 - การร่วมวิเคราะห์ การติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอ ที่หน่วยงานได้คัดเลือกมา 1 อำเภอ ที่มีการดำเนินงานและบูรณาการร่วมกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยให้บุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรค และแผนงานโรคที่เกี่ยวข้องของหน่วยงาน - ให้ข้อเสนอแนะ/คำแนะนำ รวมถึงการเสริมพลังเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร และกระตุ้นการทำงานเพื่อพัฒนาการดำเนินงานแก่พื้นที่ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น -การประเมินผล การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้วยการ Coaching และการทบทวนหลัง ปฏิบัติงาน (AAR) การให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 3.2 การถอดบทเรียน (Best practice) การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วย ศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานฯ ในปี 2566 สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ได้ถอดบทเรียนความรู้จาก บุคคล คณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) เรื่อง การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อเป็นการทบทวนหรือสรุป ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาในแง่มุมต่าง ๆ รวมถึงการสร้างพลังความร่วมมือของเครือข่าย ในการ ดำเนินงานร่วมกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี (Best practice) ในการดำเนินกิจกรรมที่มีคุณภาพ ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง รวมถึงการสร้างพลังความร่วมมือของเครือข่าย ในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของ ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการถอดบทเรียน การดำเนินงานฯ ในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทน คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ที่ได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติการป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพ โดยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ และหรือมีผลงานดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่งและสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง รวมทั้งสิ้น 18 แห่ง ผู้อำนวยการ/รอง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ผู้รับผิดชอบ งานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบริการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยน เรียนรู้การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในครั้งนี้เพื่อนำแนวทางและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ มาพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน และเกิดการ แบ่งปันความรู้นำไป พัฒนาต่อยอดการดำเนินโครงการ/กิจกรรมในพื้นที่ ให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงาน ในทุกอำเภอ/เขตอย่างมีคุณภาพ และมีผลลัพธ์การดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น (เอกสารแนบ 9 และเอกสารแนบ 10) การถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และ ระบบสุขภาพปฐมภูมิ แบ่งกลุ่มกิจกรรมเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประเด็นโรคติดต่อ (CD/COVID-19) ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี -คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
10 - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเมืองชัยภูมิและอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กลุ่มที่ 2 ประเด็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขตทวีวัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเมืองหนองบัวลำภูจังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่มที่ 3 การป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน (RTI) ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภองาว จังหวัดลำปาง - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กลุ่มที่ 4 โรคจากการประกอบอาชีพ (ENV-OCC) ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 2.6. (จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ ถอดบทเรียน ดำเนินงานระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคผ่านกลไกการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และระบบบริการปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ) 4. การสนับสนุนวิชาการและการดำเนินงาน ในการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพฯ การรวบรวม/จัดทำ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ การถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยี(การพัฒนา องค์ความรู้) สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการการรวบรวม/จัดทำ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ แก่หน่วยงานในระดับ สคร. / สปคม. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และเครือข่าย ระดับพื้นที่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทขิงพื้นที่ เพื่อประชาชนมีความรอบรู้ ในการจัดการ สุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมด้านการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ทั้งนี้เป็น การดำเนินการภายใต้ มาตรการที่ 1 (พัฒนาองค์ความรู้เครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ การถ่ายทอดและ เผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยี ด้านการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ) ได้แก่
11 1. การประชุมร่วมกับเครือข่ายและผู้รับผิดชอบแผนงานโรค โดยการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) ภายใต้บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565 (เอกสารแนบ 3) และประชุมราชการ คณะทำงาน/เครือข่าย/ผู้รับผิดชอบ แผนงานโรคจากหน่วยงานส่วนกลาง สคร./สปคม. ที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566 (เอกสารแนบ 4) 1.1 เพื่อหารือพัฒนาคู่มือ แนวทาง ในการสนับสนุนขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันควบคุม โรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขตและระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยกิจกรรม ดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.1 (พัฒนา จัดทำ ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ในระดับพื้นที่) 1.2 การจัดทำคู่มือความรู้เกี่ยวกับระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยนายแพทย์ทรงคุณวุฒิและ นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ ที่ดูแลแผนงานขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วย ศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.1 (พัฒนา จัดทำ ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางาน ป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ในระดับพื้นที่) 2. พัฒนาองค์ความรู้ การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อสนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.1 (พัฒนา จัดทำ ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัย สุขภาพ ในระดับพื้นที่) ในส่วนที่หน่วยงานดำเนินการ ได้แก่ 2.1 การพัฒนารูปแบบแก้ไขปัญหาการบริโภคโซเดียมหรือเกลือของประชาชนระดับอำเภอ ด้วยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 2.2 การประเมินประสิทธิผลการป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ด้วย กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ในพื้นที่ระดับอำเภอของประเทศไทย 2.3 แนวทางและหลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ระดับ ชุมชน โดยประยุกต์แนวคิด Nudge ตามลักษณะปัญหาและบริบทของพื้นที่ เพื่อนำผลการดำเนินงานในพื้นที่ นำร่องขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั้งระดับชุมชน และระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ(ดำเนินการต่อเนื่อง 2566 – 2567) 3. พัฒนาโมเดลการดำเนินงาน การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยนำแนวคิดของ รางวัลคุณภาพแห่งชาติการป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพเป็นแนวทางในการพัฒนา โดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.2. (พัฒนารูปแบบการ ป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ที่บูรณาการการทำงานครอบคลุมในทุกมิติผ่านกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ และระบบสุขภาพปฐมภูมิ) 4. การสื่อสารองค์ความรู้ ด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และ ระบบสุขภาพปฐมภูมิแก่หน่วยงานในระดับ สคร./สปคม. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และเครือข่ายระดับพื้นที่ เพื่อสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ผ่านทางWebsite หน่วยงานที่สามารถ เข้าถึงได้ง่าย โดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.5. (ส่งเสริม ผลักดัน และขยายผล การถ่ายทอด
12 เผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมด้านป้องกันควบคุมโรคโดยใช้กลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ และระบบสุขภาพปฐมภูมิเพื่อการใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่) เช่น - แผนปฏิบัติราชการเชิงยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่(พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) - คู่มือการพัฒนาชุดดัชนีชี้วัดจำเป็นในการป้องกันควบคุมโรคที่เป็นปัญหาระดับอำเภอเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับประชาชน (DQP) - หลักสูตรพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับประชาชน 5. การสรุปบทเรียนการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน (AAR) ในการขับเคลื่อนงานป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ได้มีการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานใน การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้แก่ คณะกรรมการขับเคลื่อนงาน พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สคร./สปคม.) และกลุ่มแผนงาน โรค/ภัยสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ในระดับสำนักงานป้องกันควบคุมโรค และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่รับผิดชอบแผนงาน พชอ. และผู้รับผิดชอบจากสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและให้การสนับสนุนด้านวิชาการแก่สำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง และได้มีการ วิเคราะห์ และสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. และระบบ สุขภาพปฐมภูมิ(เอกสารแนบ 8) เพื่อทบทวนการดำเนินงาน สรุปผลการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา และเกิด การวิเคราะห์ได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งสามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาในการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน แบ่งวิธีการเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. การทำ AAR สำหรับบุคลากรสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุม โรคเขตเมือง 2. การทำ AAR สำหรับหน่วยงานที่สนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ ประกอบด้วย คณะผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ที่ดูแลแผนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบุคลากรของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน และบุคลากรของ กองนวัตกรรมและวิจัย ที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ โดยการจัดประชุมราชการ คณะกรรมการอำนวยการ/ คณะทำงาน ขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566 (เอกสารแนบ 6)
13 ผลสำเร็จของการดำเนินงาน 1. การลงพื้นที่ให้การสนับสนุนด้านวิชาการและ ติดตามการดำเนินงาน พบว่า 1. หน่วยงานได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สามารถสนับสนุนกลไก พชอ. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ - ส่วนกลาง จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 (สทว., กยผ, และ กนว.) - ระดับเขต จำนวน 13 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 (สูงกว่าเป้าหมาย : ร้อยละ 50) 2. บุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ที่ขับเคลื่อนแผนงานฯ สามารถถ่ายทอดความรู้ การให้คำแนะนำด้านวิชาการ และการติดตามประเมินผล จำนวน 132 คนร้อยละ คิดเป็นร้อยละ 68.33 ของบุคลากร 3. ผู้รับผิดชอบงานระดับอำเภอ/เขต ที่ได้รับการพัฒนา นำเครื่องมือทางวิชาการ ไปประยุกต์ใช้ใน การทำงาน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ได้อย่างเหมาะสม เกิด Best Practice อย่างน้อยสคร.ละ 1 แห่ง ครบทุก สคร./สปคม. (ร้อยละ 100) 2. การถอดบทเรียน (Best practice) การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิพบว่า 1. มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best practice) ในระดับอำเภอที่มีการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างมีคุณภาพ 13 เขต/ 16 เรื่อง (อย่างน้อย สคร /สปคม. ละ 1 แห่ง รวม 13 แห่ง) 2. มีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอที่มี ผลงานดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่งและสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ร่วมถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยน เรียนรู้การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ รวมทั้งสิ้น 18 แห่ง 3. การรวบรวม/จัดทำ ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ การถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยี 1. แนวทาง คู่มือ หลักสูตรของหน่วยงานตามแผนงานโรคที่เกี่ยวข้องกับหน่วยบริการปฐมภูมิในการ สนับสนุนขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิ 1.1 จากหน่วยงานส่วนกลาง จำนวน 12 หน่วยงาน ซึ่งหน่วยงานได้รวบรวม และจัดทำตาม ประเด็นโรคใน 5 กลุ่มโรค จำนวน 110 เรื่อง ดังตาราง กลุ่มโรค คู่มือ แนวทาง หลักสูตร รวม โรคติดต่อ (CD) 12 17 2 31 โรคไม่ติดต่อ (NCD) 3 3 1 7 โรคจากการประกอบอาชีพ (Env-Occ) 4 3 - 7 โรคติดต่อจากสัตว์และแมลง (VBD) 25 20 1 46 โรคเอดส์ วัณโรค และโรคเรื้อน 5 11 3 19
14 1.2 จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคและสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง จำนวน 9 หน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วยประเด็นต่าง ๆ จำนวน 28 เรื่อง ดังนี้ - ประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในระดับพื้นที่ จำนวน 6 เรื่อง - ประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ อสม. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ จำนวน 8 เรื่อง - ประเด็นการดำเนินงาน พัฒนากลไก เกณฑ์รางวัลคุณภาพ จำนวน 8 เรื่อง - ประเด็นผลการดำเนินงาน และงานวิจัย จำนวน 6 เรื่อง 2. จัดทำ คู่มือ หลักสูตรของหน่วยงาน บทเรียน ประสบการณ์ ผลการดำเนินงานหน่วยบริการปฐมภูมิ ด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพฯ (ฉบับร่าง) 3. การจัดทำคู่มือความรู้เกี่ยวกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยนายแพทย์ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ สาธารณสุขทรงคุณวุฒิ ที่ดูแลแผนงานขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./ พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยกิจกรรมดังกล่าว สนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.1 (พัฒนา จัดทำ ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานป้องกันควบคุม โรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ ในระดับพื้นที่) 4. พัฒนาองค์ความรู้ การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อสนับสนุนมาตรการย่อยที่ 1.1 (พัฒนา จัดทำ ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัย สุขภาพ ในระดับพื้นที่) ในส่วนที่หน่วยงานดำเนินการ ได้แก่ 4.1 การพัฒนารูปแบบแก้ไขปัญหาการบริโภคโซเดียมหรือเกลือของประชาชนระดับอำเภอ ด้วยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 4.2 การประเมินประสิทธิผลการป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ด้วย กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ในพื้นที่ระดับอำเภอของประเทศไทย 4.3 แนวทางและหลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ระดับ ชุมชน โดยประยุกต์แนวคิด Nudge ตามลักษณะปัญหาและบริบทของพื้นที่ เพื่อนำผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั้งระดับชุมชน และระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (ดำเนินการต่อเนื่อง 2566 – 2567 ) การประเมินผลลัพธ์การดำเนินงาน 1. การลงพื้นที่ให้การสนับสนุนด้านวิชาการและ ติดตามการดำเนินงาน 1.1 ผลการทดสอบความรู้ สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ได้มีการประเมินผลการสนับสนุนวิชาการ และ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะ ด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพเพื่อสนับสนุน การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และ ระบบสุขภาพปฐมภูมิประจำปี2566 พบว่า มีบุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เข้ารับการพัฒนาความรู้ และประเมินทักษะการใช้เครื่องมือสนับสนุนการ จัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันควบคุมโรคเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของ พชอ. ในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 193 คน (จำแนกราย สคร. และ สปคม.)
15 ผลการวิเคราะห์จากแบบทดสอบความรู้และการใช้เครื่องมือสนับสนุนการจัดทำแผนงาน/โครงการ ก่อน (Pre-test) และหลัง (Post-test) พบว่า ก่อนเข้ารับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการ เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิบุคลากรของสำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง มีความรู้จากการทดสอบก่อน (Pre-test) เฉลี่ย 13.2 คะแนน เต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 66.00 และหลังจากได้รับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและ สมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และระบบสุขภาพปฐมภูมิพบว่า บุคลากร ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง มีคะแนนความรู้เฉลี่ย 17.4 คะแนน เต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.77 จากผลการทดสอบทางสถิติก่อนและหลังของบุคลากรที่เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพ การจัดการเชิง ผลลัพธ์เพื่อการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่เป็นปัญหา แสดงให้เห็นว่า ก่อนการได้รับการพัฒนา ศักยภาพฯ ของบุคลากร มีค่าคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 13.2 คะแนน และหลังการได้รับการพัฒนาศักยภาพฯ มีค่าคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 17.4 คะแนน เมื่อนำคะแนนมาเปรียบเทียบ พบว่า มีค่าคะแนนแตกต่างกัน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (แสดงว่าการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และภาคีเครือข่าย เยี่ยมเสริมพลัง สนับสนุนพื้นที่ด้านวิชาการ การติดตามประเมินผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./ พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิดังกล่าว มีผลทำให้บุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 -12 และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง มีความรู้เพิ่มมากขึ้น) 1.2 ผลการประเมินทักษะการใช้เครื่องมือ และการถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำด้านวิชาการและ การติดตามประเมินผล (การนำไปใช้) จากผลการประเมินทักษะการใช้เครื่องมือ และการถ่ายทอดความรู้ การให้คำแนะนำด้านวิชาการและ การติดตามประเมินผล เพื่อนำไปสนับสนุนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และ หน่วยงานในระดับพื้นที่ การจัดทำแผนงาน/โครงการด้านการป้องกันควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงและภัยสุขภาพ โดยมีเกณฑ์คะแนนการประเมิน 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 หมายถึงทำได้ยากมาก ระดับ 2 หมายถึงทำได้ยาก ระดับ 3 หมายถึง ทำได้ปานกลางระดับ 4 หมายถึงทำได้ง่าย และระดับ 5 หมายถึง ทำได้ง่ายมาก ผลการ ประเมินภาพรวม (ตารางที่ 9 ) พบว่า บุคลากรมีทักษะในการใช้เครื่องมือสนับสนุนการจัดทำแผนงาน/โครงการ มีค่าเฉลี่ย 3.87 (ระดับมาก) ซึ่งสามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติได้ง่าย และง่ายมาก ร้อยละ 68.33 ของบุคลากร (132 คน) เมื่อพิจารณาการประเมินรายด้าน (ตารางที่ 10) จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผน โดยการประเมินบุคลากรในการกำหนดชุดข้อมูล/ตัวชี้วัดที่จำเป็นและการวิเคราะห์ส่วนขาดของข้อมูล เพื่อใช้ ในการวางแผนป้องกันควบคุมโรคที่เป็นปัญหาระดับอำเภอ พบว่า การกำหนดชุดข้อมูล/ตัวชี้วัดที่จำเป็น มีค่าเฉลี่ย 3.93 (ระดับมาก) และการวิเคราะห์ส่วนขาดของข้อมูล มีค่าเฉลี่ย 3.93 (ระดับมาก) ซึ่งสามารถนำไปใช้ หรือปฏิบัติได้ ทั้งนี้พบว่า ยังมีบุคลากรที่นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ในการกำหนดชุดข้อมูล/ตัวชี้วัดที่จำเป็น ร้อยละ 3.70 (11 คน) และการวิเคราะห์ส่วนขาดของข้อมูล เพื่อใช้ในการวางแผนป้องกันควบคุมโรค ร้อยละ 7.77 (15 คน)
16 ด้านที่ 2 การกำหนดปญหา การวิเคราะห์หาสาเหตุปญหา และการจัดลำดับความสำคัญของปญหา โดยการประเมินบุคลากรในการใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์และสามารถนำข้อมูลจากการ วิเคราะห์สถานการณ์มากำหนดปัญหาของพื้นที่ได้พบว่า มีค่าเฉลี่ย 4.02 และ 3.94 (ระดับมาก) ซึ่งสามารถ นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ง่าย อีกทั้งการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยใช้แผนภูมิต้นไม้และนำปัญหาที่ระบุไว้ มาจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินงานแก้ไขปัญหา มีค่าเฉลี่ย 3.97 และ 3.85 ซึ่งสามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติ ได้ง่าย ทั้งนี้ พบว่า ยังมีบุคลากรที่นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ทั้ง 4 ประเด็น ร้อยละ 4.15- 6.74 (8 – 13 คน) ด้านที่ 3 การกำหนดระดับผลลัพธ์ โดยการประเมินบุคลากรในการนำสาเหตุของปัญหามากำหนดผลลัพธ์จัดวางระดับผลลัพธ์และ เชื่อมโยงชุดผลลัพธ์ในแต่ละระดับ พบว่า บุคลากรสามารถนำสาเหตุของปัญหามากำหนดผลลัพธ์ มีค่าเฉลี่ย 3.78 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 64.25 และสามารถจัดระดับผลลัพธ์และเชื่อมโยงชุดผลลัพธ์ได้มีค่าเฉลี่ย 3.75 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 64.76 ซึ่งสามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติได้ง่าย ทั้งนี้พบว่า ยังมีบุคลากรที่ นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ทั้ง 2 ประเด็น อยู่ระหว่างร้อยละ 3.63 - 5.70 (9 – 11 คน) ด้านที่ 4 การวิเคราะห์กิจกรรมและภาคีเครือข่ายดำเนินงาน โดยการประเมินบุคลากรในการวิเคราะห์กิจกรรมแก้ไขปัญหาโรคและภัยสุขภาพในแต่ละชุดผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ภาคีเครือข่ายที่จะร่วมดำเนินการให้บรรลุผลลัพธ์ พบว่า บุคลากรสามารถวิเคราะห์กิจกรรมแก้ไข ปัญหาโรคและภัยสุขภาพในแต่ละชุดผลลัพธ์ได้ มีค่าเฉลี่ย 3.80 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 65.28 และสามารถ วิเคราะห์ภาคีเครือข่ายที่จะร่วมดำเนินการให้บรรลุผลลัพธ์ได้ มีค่าเฉลี่ย 3.89 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 63.21 ซึ่งสามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติได้ง่าย ทั้งนี้พบว่า ยังมีบุคลากรที่นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ทั้ง 2 ประเด็น อยู่ ระหว่างร้อยละ 4.66 – 7.25 (9 – 14 คน) ด้านที่ 5 การติดตามประเมินผลเพื่อการเรียนรูและพัฒนา โดยการประเมินบุคลากรในการนำผลลัพธ์แต่ละระดับ มาจัดทำบันไดผลลัพธ์ได้การกำหนดตัวชี้วัด เพื่อการติดตามประเมินผล การออกแบบการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการติดตามประเมินผล พบว่า บุคลากรสามารถ นำผลลัพธ์กิจกรรม ภาคีเครือข่ายที่ได้วิเคราะห์ไว้มาเชื่อมโยงจัดทำเป็นโปรแกรมผลลัพธ์ได้ มีค่าเฉลี่ย 3.89 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 67.36 สามารถนำผลลัพธ์แต่ละระดับ มาจัดทำบันไดผลลัพธ์ได้มีค่าเฉลี่ย 3.83 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 70.98 สามารถกำหนดตัวชี้วัดเพื่อการติดตามประเมินผลได้มีค่าเฉลี่ย 3.90 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 69.95 และสามารถออกแบบการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการติดตามประเมินผลได้ มีค่าเฉลี่ย 3.81 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 70.46 ซึ่งสามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติได้ง่าย ทั้งนี้พบว่า ยังมี บุคลากรที่นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ทั้ง 4 ประเด็น ในแต่ละประเด็น คิดเป็นร้อยละ 3.63 (7 คน) ด้านที่ 6 การจัดทำโครงการ โดยการประเมินบุคลากรในการนำโปรแกรมผลลัพธ์มาจัดทำโครงการ และวิเคราะห์ความสอดคล้อง โครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่อำเภอ พบว่า บุคลากรสามารถนำโปรแกรมผลลัพธ์มา จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่อำเภอได้ มีค่าเฉลี่ย 3.87 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 66.32 และสามารถวิเคราะห์ความสอดคล้องโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่อำเภอได้ มีค่าเฉลี่ย 3.87 (ระดับมาก) คิดเป็นร้อยละ 69.95 ทั้งนี้พบว่า ยังมีบุคลากรที่นำไปใช้หรือปฏิบัติได้ยาก ทั้ง 2 ประเด็น คิดเป็นร้อยละ 3.63 (7 คน)
17 2. รูปแบบ (Model) ในการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ เกิดรูปแบบ (House Model ) จำนวน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. รูปแบบการขับเคลื่อนงาน ป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิ 2. รูปแบบการขับเคลื่อนงาน ป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ 3. รูปแบบการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน (RTI) ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิ 4. รูปแบบการขับเคลื่อนงาน ป้องกันควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ (ENV-OCC) ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนา ด้านการพัฒนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 1. สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ทั้ง 12 แห่งและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง นับว่าเป็น หน่วยงานที่สำคัญ ที่มีบทบาทร่วมขับเคลื่อน และการสนับสนุนวิชาการด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพในระดับพื้นที่ และโดยเฉพาะสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่นับว่าเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันและ ขับเคลื่อนกลไกการทำงานให้เกิดความร่วมมือด้านสุขภาพในทุกระดับของพื้นที่ 2. ควรมีการเน้นด้านการสื่อสาร ทำความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของกรมควบคุมโรค ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อให้เข้าใจเป้าหมายทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน และพัฒนาการใช้เครื่องมือเชิง ยุทธศาสตร์ โดยใช้กลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ เป็น เครื่องมือในการจัดการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบท โดยบูรณาการร่วมกับระบบบริการสุขภาพ ปฐมภูมิ และเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด 3. การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 3.1 ในระดับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1- 12 และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต เมือง ควรมีการขับเคลื่อนแบบบูรณาการระหว่างกลุ่มยุทธศาสตร์แผนงานและเครือข่าย ร่วมกับกลุ่มแผนงานโรค ต่าง ๆ ในหน่วยงาน (PM) 3.2 ในระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ควรเป็นการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างกลุ่มพัฒนา คุณภาพและรูปแบบบริการ ร่วมกับกลุ่มควบคุมโรค (โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ) 3.3 ในระดับพื้นที่ (อำเภอ/เขต) สนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับเครือข่าย หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ (Contracted unit of primary care : CUP) ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแก้ไข ปัญหาโรคและภัยสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการลดโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิด ประสิทธิผล ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงาน ควรมุ่งเน้นการสะท้อนผลลัพธ์การดำเนินงาน เพื่อให้ทราบถึงปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานที่ผ่านมา และนำมาปรับปรุง/พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
18 5. ควรมีการประเมินความพึงพอใจในการดำเนินงาน เพื่อสะท้อน (Feedback) การทำงานสนับสนุน การดำเนินงานของหน่วยงาน ได้แก่ 5.1 การให้พื้นที่ (อำเภอ) มีการสะท้อน/ประเมินความพึงพอใจแก่หน่วยงานวิชาการที่ลงไป สนับสนุนพื้นที่ เช่น สคร. สำนักวิชาการ ฯลฯ 5.2 ควรให้ สคร. มีการประเมินความพึงพอใจ การให้คำแนะนำหน่วยงานส่วนกลางที่ลงไป สนับสนุน เพื่อให้เกิดการประเมินที่ครอบคลุมทุกมิติ (2 ทาง) อันจะนำไปสู่การพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ทางวิชาการ 1. การพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน โดยกลุ่มแผนงานโรคต่าง ๆ ของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรค และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ยังคงมีความจำเป็นและควรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควรมุ่งเน้น การติดตาม และประเมินผล มาตรการการดำเนินงานที่สำคัญของพื้นที่และรูปแบบการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้ เกิดผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงถึงระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 2. จัดทำหลักสูตร OJT พัฒนาทีมพี่เลี้ยงจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานป้องกัน ควบคุมโรค ตามข้อ (1) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการควบคุมโรคและภัยสุขภาพโดย กลไก พชอ. อย่างเป็น ระบบ และต่อเนื่อง 3. บุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคและสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ควรเน้นการ สื่อสารการทำงานระหว่างทีมผู้รับผิดชอบพชอ.และกลุ่มแผนงานโรคต่าง ๆ รวมทั้งมุ่งเน้นการเชื่อมโยงบูรณา การในการทำงาน เพื่อให้สามารถสนับสนุนการดำเนินงานแก่ระดับพื้นที่ได้ และเกิดผลลัพธ์ การพัฒนาคุณภาพ/ การขยายผลการดำเนินงานและการยกย่องเชิดชู 1. กรมควบคุมโรค ควรมีการประเมินการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมถึงการมอบรางวัลแก่ระดับ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 - 12 และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดที่มีผลงานการขับเคลื่อนดีเด่นเป็นประจำทุกปี ร่วมกับเวทีการมอบรางวัลในระดับอำเภอ 2. พัฒนาเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติที่เชื่อมโยงการดำเนินงานโดยใช้กลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) ร่วมกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติในบริบทของในระดับพื้นที่ มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาทีมพี่เลี้ยงในการเขียนขอรางวัล และทีมประเมินให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับจากทั้ง ภายในและภายนอกกรมควบคุมโรค โดยเฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
19 ภาคผนวก
20 เอกสารแนบ เอกสารแนบ รายละเอียด ไฟล์แนบ เอกสารแนบ 1 รายงานทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. ในระดับ เขต จังหวัด อำเภอ ปี 2565 ภายใต้แผนงานขับเคลื่อนการป้องกันควบคุม โรคและภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 - 2565) เอกสารแนบ 2 รายงานการประชุมหารือแนวทางทางการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เอกสารแนบ 3 รายงานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./ พชข.) ภายใต้บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เอกสารแนบ 4 รายงานการประชุมราชการ คณะทำงาน/เครือข่าย/ผู้รับผิดชอบแผนงาน โรคจากหน่วยงานส่วนกลาง สคร./สปคม. ที่ขับเคลื่อนการดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐม ภูมิ ในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566 เอกสารแนบ 5 การบรรยายแนวทางในการจัดการเชิงผลลัพธ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ ด้วย 6 คำถามทางระบาดวิทยา (Epidemiological questions) เอกสารแนบ 6 รายงานการประชุมราชการ คณะกรรมการอำนวยการ/คณะทำงาน ขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ (พชอ./พชข.) และระบบสุขภาพปฐมภูมิในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เอกสารแนบ 7 แผนพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสมรรถนะด้านการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ/เขต และ ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) เอกสารแนบ 8 - รายงานผลการสนับสนุนวิชาการ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การ สนับสนุนการดำเนินงานการติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ (สคร. และ สปคม.) และข้อเสนอแนะการดำเนินงาน ขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัย สุขภาพ ด้วยกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ฯ - รายงานผลการสรุปบทเรียนการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน (AAR) ในการขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ
21 เอกสารแนบ รายละเอียด ไฟล์แนบ เอกสารแนบ 9 รายงานประชุมถอดบทเรียนการพัฒนารูปแบบ (Model) ในการขับเคลื่อน งานป้องกันควบคุมโรค และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ด้วยศักยภาพพชอ./พชข.และระบบสุขภาพ ปฐมภูมิและภัยสุขภาพ เอกสารแนบ 10 - บทเรียน และ Best Practice การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพด้วย ศักยภาพ พชอ./พชข. และระบบสุขภาพปฐมภูมิ - รายงานการพัฒนารูปแบบ (Model) การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพ ด้วยกลไก พชอ./พชข.และระบบสุขภาพปฐมภูมิ