1
แผนการสอน/การเรยี นรูฐ้ านสมรรถนะอาชพี
รหสั วิชา 2101-2107 วิชา งานสรี ถยนต์
สาขาวิชา เครื่องกล
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ประเภทวชิ า ช่างอุตสาหกรรม
ภาคทฤษฏแี ละปฏบิ ัติ
จัดทาโดย
นายสนิ อมร แกว้ เหลยี่ ม
แผนกวชิ า เคร่อื งกล วทิ ยาลยั สารพัดชา่ งลาปาง
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2
แผนการสอน / การเรยี นรู้
รหสั วิชา 2101-2107 วิชา งานสรี ถยนต์
สาขาวชิ า เคร่อื งกล
ประเภทวชิ า ช่างอตุ สาหกรรม
จัดทาโดย
ช่ือ นายสินอมร แกว้ เหลยี่ ม
วุฒิ กศ.ม.อตุ สาหกรรมศกึ ษา
3
โครงการสอนทบ่ี รู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม
ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รหัส 2101-2107 3(6) วชิ า งานสีรถยนต์
สัปดาห์ หน่วย ชวั่ โมง สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรูท้ ่คี าดหวัง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ท่ี ท่ี ท่ี คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะ
1
อนั พึงประสงค์
1
- 1-3 ปฐมนเิ ทศ
1. ขอบขา่ ยของเนอ้ื หาวิชา งานสี 1. มคี วามเข้าใจขอบเขตของ
รถยนต์ วิชา งานสรี ถยนต์
2. มาตรฐานจุดเน้นและแนวทาง 2. ทราบถึงมาตรฐานจุดเน้น
ปฏิบัติในการเรียน และแนวทางปฏิบตั ใิ นการ
วิชา งานสรี ถยนต์ เรยี นวิชา งานสีรถยนต์
3. แนวทางการวัดผลและ 3. ความเข้าใจวธิ ีการวัดผลและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ ประเมินผลการเรียนร้ใู น
ในวิชางานสีรถยนต์ วิชา งานสีรถยนต์ ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
1 4-6 เครอ่ื งมอื อุปกรณง์ านสี ความมีวินยั
1. เครือ่ งมือเคาะขึ้นรูป ความรับผดิ ชอบ
2. วธิ ีการเคาะข้ึนรูป 1. อธบิ ายเคร่อื งมือเคาะข้ึนรูปได้ ความเช่ือม่นั ในตนเอง
3. เครื่องอัดอากาศ 2. อธบิ ายวธิ ีการเคาะข้นึ รูปได้ ความสนใจใฝ่รู้
4. เครื่องควบคุมความดนั อากาศ 3. อธิบายการทางานเครอ่ื งอดั ความรกั สามัคคี
ความกตญั ญกู ตเวที
อดั อากาศได้
4. อธิบายการทางานเครอ่ื ง
5. การปรบั ความดันอากาศเพอื่ ควบคุมอากาศได้
นาไปใชง้ าน 5. อธิบายการเลือกใช้สายยาง
6. สายยาง นาไปใชง้ านได้
7. เครอื่ งขดั สี 6. อธบิ ายเครอื่ งมอื เครอ่ื งขัดสีได้
7. วิเคราะห์ เลอื กใช้เครอ่ื งมอื
เคาะขึน้ รปู ได้
8. ปฏบิ ัตกิ ารเคาะขึน้ รูปได้
9. ปฏบิ ตั ิการการใชเ้ ครอื่ งขดั สไี ด้
4
สัปดาห์ หนว่ ย ชั่วโมง สาระการเรียนรู้ ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวัง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ที่ ท่ี ที่ คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะ
2-3
อันพงึ ประสงค์
4
2 7-18 การพ่นสี
1. การทางานของกาพ่นสี 1. อธิบายการทางานของกาพน่ สี
2. ชนดิ ของกาพ่นสี ได้
3. ส่วนประกอบและกลไกปรบั กา 2. อธบิ ายชนิดของกาพน่ สีได้
พน่ สี 3. อธบิ ายการทางานของกาพ่นสี
4. วิธีการใช้และการปรบั กาพ่นสี ได้
5. การทาความสะอาดและการ 4. อธิบายส่วนประกอบและ
บารุงรักษากาพ่นสี กลไกปรับกาพ่นสีได้
5. อธบิ ายวิธีการใช้และการปรับ
กาพน่ สไี ด้
6. อธิบายวธิ ีการทาความสะอาด
3 19-24 ชนิดของสแี ละการเลอื กใช้ กาพน่ สีได้ ความมมี นุษยสมั พันธ์
1. ความสาคัญของสี 7. อธบิ ายวธิ กี ารบารุงรักษา ความมวี นิ ยั
2. สว่ นประกอบของสี ความรับผิดชอบ
กาพน่ สไี ด้ ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง
8. ปฏบิ ัติการใชง้ านและทาความ ความสนใจใฝร่ ู้
ความรกั สามคั คี
สะอาดกาพ่นสไี ด้ ความกตัญญูกตเวที
1. อธบิ ายความสาคญั และ
สว่ นประกอบของสีได้
3. การแบ่งประเภทของสี 2. อธิบายการแบง่ ประเภทของ
4. สีพ้ืนและสโี ป๊ สไี ด้
5. สีรองพืน้ 3. อธบิ ายสพี ืน้ และสีโป๊ได้
6. สีทบั หน้า 4. อธิบายสีรองพ้นื และสีทับ
7. ประเภทของสที ่ีใช้ หนา้ ได้
8. สกี ันซมึ และสเี คลยี ร์ 5. อธิบายสกี นั ซมึ และสเี คลยี ร์
9. ทนิ เนอรแ์ ละรคี วิ เซอร์ ได้
6. อธิบายการเลือกใช้ทินเนอร์
และรดี ิวเซอรไ์ ด้
7. วิเคราะห์และเลือกใชส้ ี
ประเภทต่างๆได้
5
สัปดาห์ หนว่ ย ชั่วโมง สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวัง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ที่ ท่ี ท่ี คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะ
5-6
อันพึงประสงค์
7-8
4 25-36 การลอกสีและการขดั พน้ื พ่นสี
1. การเลอื กวิธีลอกสี 1. อธิบายการเลือกวิธลี อกสีได้
2. การลอกสดี ว้ ยเครือ่ งมอื 2. อธบิ ายการลอกสดี ้วยวธิ กี าร
3. การลอกสีดว้ ยเคร่อื งขัด ตา่ ง ๆ ได้
4. การลอกสดี ว้ ยนา้ ยาลอกสี 3. อธิบายวสั ดุขัดพน้ื พ่นสีได้
5. วสั ดุขดั พน้ื พ่นสี 4. อธิบายการเลือกใชก้ ระดาษ
6. การเลอื กกระดาษทราย ทรายได้
7. ประเภทเคร่ืองขัดดว้ ยกระดาษ 5. อธบิ ายประเภทเครื่องขัดด้วย
ทราย กระดาษทรายได้
8. เทคนิคการขดั ดว้ ยเครอ่ื งขดั 6. อธิบายเทคนิคการขัดดว้ ย
เคร่ืองขัดได้
5 37-48 การโป๊สีและการขดั สีโป๊ 7. วิเคราะห์ เลือกวิธีการ ความมมี นษุ ยสมั พันธ์
1. การโปส๊ ี ปฏบิ ตั ิการลอกสีได้ ความมวี นิ ยั
2. เคร่อื งมือโป๊สีและการใช้ ความรับผิดชอบ
3. การใชเ้ กรยี งโปส๊ ี 8. ปฏบิ ัตกิ ารขัดด้วยเครอื่ งขดั ได้ ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4. ประเภทของสโี ปแ๊ ละการผสม ความสนใจใฝร่ ู้
1. อธิบายการโปส๊ ีและขั้นตอน ความรกั สามัคคี
การโป๊สไี ด้ ความกตญั ญกู ตเวที
2. อธบิ ายเคร่อื งมอื โป๊สีและการ
ใชไ้ ด้
สโี ป 3. อธบิ ายวธิ ีการเกรียงโปส๊ ไี ด้
5. การผสมสีโป๊สีพลาสตกิ กบั ตัว 4. อธบิ ายประเภทของสโี ป๊และ
ทาแข็ง การผสมสโี ป
6. วธิ กี ารโป๊สีพลาสตกิ กับงาน 5. อธิบายการผสมสีโป๊สี
ต่างๆ พลาสตกิ กบั ตวั ทาแขง็ ได้
7. การขัดสโี ป๊พลาสติก 6. อธิบายวิธีการโป๊สีพลาสตกิ
กบั งานต่างๆ ได้
7. ปฏบิ ตั ิการโป๊สีพลาสติกกับ
งานต่าง ๆ ได้
8. ปฏบิ ัตกิ ารขดั สีโปพ๊ ลาสตกิ
ดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆได้
6
สปั ดาห์ หน่วย ชว่ั โมง สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ที่ ที่ ท่ี คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะ
9-10
อันพงึ ประสงค์
11-12
6 49-60 การผสมสี
1. การแหง้ ตวั ของสี 1. อธบิ ายการแหง้ ตวั ของสไี ด้
2. การผสมสรี องพืน้ 2. อธิบายการผสมสรี องพ้นื ได้
3. การผสมสีพ่นทับหน้าแลกเกอร์ 3. อธบิ ายการผสมสพี น่ ทับหน้า
4. เบอรส์ รี ถยนต์แต่ละบริษัท แลกเกอรไ์ ด้
5. การผสมสแี ละการแก้สี 4. อธิบายเบอร์สีรถยนต์แต่ละ
6. การผสมสแี ห้งเรว็ กับทินเนอร์ บรษิ ัทได้
7. การผสมสีแหง้ ช้ากบั รดี วิ เซอร์ 5. อธิบายการผสมสีและการแกส้ ี
8. กฎพน้ื ฐาน 8 ขอ้ สาหรบั งานสี ได้
6. อธิบายการผสมสแี ห้งเร็วกบั
ทินเนอร์ได้
7. อธิบายการผสมสีแหง้ ชา้ กับ
รดี ิวเซอร์ได้ ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
8. อธบิ ายกฎพื้นฐาน 8 ขอ้ ความมีวินัย
สาหรับงานสีได้ ความรบั ผดิ ชอบ
9. ปฏิบัติการผสมสีแหง้ เร็ว สี ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
แห้งช้าและการแก้สีได้ ความสนใจใฝ่รู้
7 61-72 การพ่นสแี ห้งเร็ว ความรกั สามัคคี
1. บทนา 1. อธบิ ายการใช้สีพืน้ และสีรอง ความกตญั ญกู ตเวที
2. การใช้สพี ้ืนและสรี องพืน้ พื้นได้
3. การเตรยี มงานพน่ สี 2. อธบิ ายการเตรียมงานพ่นสไี ด้
4. ลาดับการพน่ สรี ถยนต์ท้ังคนั 3. อธิบายลาดบั การพน่ สรี ถยนต์
5. การโป๊สโี ปแ๊ ห้งเรว็ ทงั้ คันได้
6. การซ่อมสแี ผลเลก็ 4. อธบิ ายการโป๊สโี ปแ๊ หง้ เร็ว
7. วิธีการพ่นสีแห้งเรว็ และการซอ่ มสีแผลเลก็ ได้
8. การพ่นเคลียรท์ ับหนา้ 5. อธบิ ายวิธีการพ่นสีแหง้ เร็ว
และพน่ เคลียรท์ ับหนา้ ได้
6. ปฏิบัตกิ ารโปส๊ ีโป๊แห้งเรว็ และ
ซอ่ มสแี ผลเลก็ ได้
7. ปฏบิ ตั ิการพ่นสีแหง้ เร็วและ
พ่นเคลยี ร์ทับหน้าได้
7
สัปดาห์ หน่วย ชั่วโมง สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง คุณธรรม จรยิ ธรรม
ท่ี ที่ ท่ี คา่ นิยม และคุณลกั ษณะ
13
อันพงึ ประสงค์
14
8 73-78 การพ่นสีแหง้ ชา้ และกีง่ แห้งช้า
1. บทนา 1. อธิบายการอบสีแหง้ ชา้ ได้
2. การอบสีแห้งชา้ 2. อธบิ ายการพน่ สีแหง้ ชา้ งาน
3. การพ่นสีแห้งชา้ งานซอ่ ม ซ่อมได้
4. การพน่ สกี ึ่งแห้งชา้ 3. อธบิ ายการพ่นสกี ง่ึ แหง้ ชา้ ได้
5. วิธพี ่นสกี งึ่ แห้งช้า 4. อธบิ ายวธิ ีพ่นสกี ึ่งแหง้ ชา้ ได้
6. เทคนคิ การพ่นสีก่ึงแหง้ ชา้ 5. อธิบายเทคนิคการพน่ สกี งึ่ แห้ง
7. ขอ้ แนะนาการซ่อมสกี ่งึ แห้งช้า ช้าได้
6. อธบิ ายขอ้ แนะนาการซอ่ มสี
กง่ึ แห้งชา้ ได้
7. ปฏบิ ตั กิ ารพ่นสแี ห้งชา้ งาน
9 79-84 การพ่นสกี ันชนและการปดิ ซอ่ มได้ ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
กระดาษคลมุ 8. ปฏบิ ัติการพ่นสกี ึง่ แหง้ ช้างาน ความมีวนิ ยั
1. กนั ชนพลาสตกิ ความรับผิดชอบ
2. การพ่นสกี ันชนพลาสติก ซ่อมได้ ความเชือ่ มัน่ ในตนเอง
3. การใช้กระดาษคลมุ ความสนใจใฝร่ ู้
1. อธบิ ายหนา้ ที่กนั ชนพลาสตกิ ความรกั สามัคคี
ได้ ความกตญั ญูกตเวที
2. อธิบายการพน่ สีกันชน
4. การใช้กระดาษกาว พลาสติกได้
5. การลอกกระดาษคลุม 3. อธบิ ายาการใช้กระดาษคลมุ
6. การทาความสะอาดก่อนพ่นสี และกระดาษกาวได้
4. อธบิ ายการลอกกระดาษคลมุ
ได้
5. อธิบายการทาความสะอาด
กอ่ นพน่ สีได้
6. ปฏิบตั ิการเลือกใชส้ แี ละพ่นสี
กันชนได้
7. ปฏบิ ตั ิการเลือกใช้กระดาษ
คลมุ และกระดาษกาวได้
8
สัปดาห์ หนว่ ย ชว่ั โมง สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั คุณธรรม จริยธรรม
ท่ี ที่ ท่ี ค่านิยม และคุณลกั ษณะ
15
อนั พึงประสงค์
16
10 85-90 การขัดสีรถยนต์หลังพ่นสี
1. การขัดสรี ถยนต์ 1. อธบิ ายการขดั สีรถยนต์ได้
2. การปลอ่ ยสีแห้งตวั กอ่ นขดั สี 2. อธบิ ายการปลอ่ ยสแี ห้งตวั
3. การขดั สีรถยนตห์ ลงั พน่ สี ก่อนขดั สีได้
4. การซ่อมสีแผลสีเลก็ ๆหลงั การ 3. อธิบายการขดั สีรถยนตห์ ลัง
พ่นสี พ่นสีได้
5. การขัดเงาสีรถยนต์ 4. อธิบายการซ่อมสีแผลสเี ลก็ ๆ
6. การดูแลรักษาสรี ถยนต์ หลงั การพน่ สไี ด้
5. อธบิ ายการขัดเงาสีรถยนต์ได้
6. อธิบายการดแู ลรกั ษาสี
รถยนต์ได้ ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
7. วเิ คราะห์ เลอื กใชย้ าขดั สีได้ ความมีวินัย
8. ปฏิบัติการขดั สีด้วยยาขดั สี ความรับผดิ ชอบ
ประเภทตา่ งๆได้
ความเชื่อมัน่ ในตนเอง
11 91-96 การแก้ไขขอ้ บกพร่องงานสี ความสนใจใฝ่รู้
1. ขอ้ บกพร่องงานพน่ สี 1. อธบิ ายขอ้ บกพร่องงานพ่นสี ความรักสามัคคี
2. ขอ้ บกพรอ่ งจากการพ่นสี ได้ ความกตัญญกู ตเวที
3. ขอ้ บกพร่องท่เี กดิ จากตัวสี 2. อธบิ ายข้อบกพรอ่ งจากการ
4. ข้อบกพร่องจากการเตรียมผิว พน่ สไี ด้
งานพน่ สี 3. อธบิ ายข้อบกพร่องทีเ่ กิดจาก
ตวั สีได้
4. อธบิ ายข้อบกพรอ่ งจากการ
เตรยี มผิวงานพน่ สไี ด้
5. วิเคราะห์ขอ้ บกพรอ่ งจากการ
พน่ สีได้
6. ปฏบิ ัติการแกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง
งานพน่ สีได้
9
สัปดาห์ หนว่ ย ช่วั โมง สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง คุณธรรม จรยิ ธรรม
ค่านิยม และคุณลักษณะ
ท่ี ท่ี ที่
อันพงึ ประสงค์
17 12 97-99 การประมาณราคา
1. การประมาณราคาคา่ บริการ 1. อธบิ ายการประมาณราคา
2. การรับงานและตรวจสภาพ คา่ บรกิ ารได้
3. การตรวจสภาพงานซอ่ มสี 2. อธบิ ายการรับงานและตรวจ
4. การเขยี นใบส่ังงาน สภาพได้
5. การกาหนดราคา 3. อธิบายการตรวจสภาพงาน
6. วิธีการคานวณราคา ซ่อมสีได้
7. การกาหนดเวลาแล้วเสรจ็ 4. อธิบายการเขียนใบส่ังงานได้
ของงาน 5. อธิบายการกาหนดราคา ความมมี นุษยสัมพันธ์
วธิ ีการคานวณราคาได้ ความมีวนิ ยั
6. อธบิ ายการกาหนดเวลาแล้ว ความรับผิดชอบ
เสร็จของงานได้
ความเช่ือม่ันในตนเอง
7.ปฏิบัติการประมาณราคา
ความสนใจใฝ่รู้
ค่าบรกิ ารงานซอ่ มสไี ด้
ความรกั สามัคคี
17 13 100-102 ปัจฉมิ นเิ ทศ ความกตัญญูกตเวที
1. การสรปุ สาระสาคัญของวิชา 1. นักศึกษาทราบคะแนนเก็บ
งานสีรถยนต์ ระหว่างภาค
2. สรปุ คะแนนเกบ็ ระหว่างภาค 2. นกั ศึกษาทราบมาตรฐานและ
เรยี น สาระการเรียนรทู้ จ่ี ะใช้สอบ
3. มาตรฐานและสาระการเรียนรทู้ ่ี ปลายภาค
จะใช้ในการสอบปลายภาค
18 - 103-108 สอบปลายภาค
10
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 1 หน่วยที่ -
รหัสวชิ า 2101-2105 วิชา งานสีรถยนต์ สอนคร้งั ที่ 1
ชือ่ หน่วย ปฐมนเิ ทศ
จานวนชว่ั โมง 3 ช.ม.
แนวคิด
การศกึ ษาวิชา งานสรี ถยนต์นั้น ประกอบดว้ ยการศึกษาและปฏบิ ัติการใชเ้ ครื่องมืองานสี การลอกสี
โปว๊ สี การขัดเตรียมผิวงาน การผสมสี การพน่ สรี องพ้นื การพน่ สที บั หนา้ การขดั สี และการประมาณราคาค่าบรกิ ารได้
อยา่ งถกู ตอ้ ง ผู้ใหบ้ ริการจะตอ้ งมีกจิ นสิ ยั ท่ดี ใี นการทางานและต้องมนั่ ศึกษาหาความรูอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งเพ่อื ให้ทันกับ
เทคโนโลยีทีเ่ ปล่ยี นแปลงสามารถนาความร้นู ้ันประยกุ ตใ์ ชใ้ นวชิ าชีพและชวี ติ ประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
4. ขอบขา่ ยของเนื้อหาวิชา งานสรี ถยนต์
5. มาตรฐานจดุ เน้นและแนวทางปฏิบตั ิในการเรียน วชิ า งานสีรถยนต์
6. แนวทางการวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรใู้ นวิชา งานสีรถยนต์
ผลการเรยี นรูท้ ีค่ าดหวัง
1. มคี วามเขา้ ใจขอบเขตของ วชิ า งานสีรถยนต์
2. ทราบถงึ มาตรฐานจุดเนน้ และแนวทางปฏิบัตใิ นการเรยี น วิชา งานสรี ถยนต์
3. มคี วามเขา้ ใจวิธกี ารวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นร้ใู น วชิ า งานสีรถยนต์
4. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ คี่ รสู ามารถสงั เกตเหน็ ได้ ใน
ดา้ นความมีมนษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ ความเชือ่ มั่นในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรกั
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ครนู าการอภิปรายถงึ ขอบข่ายของสาระการเรียนรู้ ในวิชา งานสีรถยนต์
2. ครใู หค้ วามรูแ้ กน่ ักเรียนเก่ียวกับมาตรฐานการเรยี นรู้ จุดเน้น และแนวปฏบิ ตั ใิ นการเรียนวชิ า
งานสรี ถยนต์
3. ครอู ธิบายถึงวิธกี ารวดั ผลและแนวทาง การประเมินผลการเรียนรู้ ในวิชา งานสรี ถยนต์
4. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนจานวน 50 ข้อ
สอื่ การเรียนการสอน
1. หนังสือเรียนวิชา งานสีรถยนต์ รหสั วิชา (2101 - 2107) ของสานกั พิมพเ์ อมพันธ์
2. แผน่ ใสแสดงมาตรฐานการเรียนร้ใู นรายวชิ า งานสรี ถยนต์
3. แผ่นใสแสดงวธิ กี ารวัดและประเมินผลการเรียนวชิ า งานสรี ถยนต์
การวดั และการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรยี น 50 ข้อ
2. สงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น 50 ข้อ
11
2. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (ดูตัวอยา่ ง ในภาคผนวก จ) โดย
ครูและนักเรียนร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นไมม่ ีเกณฑ์ผ่าน ครูครจู ะเก็บคะแนนไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนทีไ่ ด้จากการ
ทดสอบหลงั จากเรยี นจบในปลายภาค
2. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ มและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู ับการประเมนิ
ตามสภาพจรงิ
12
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรยี น
จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดยี ว
1. จดุ ประสงค์การเคาะขนึ้ รปู คอื
ก. เคาะโลหะให้ไดร้ ปู รา่ งใหม่ ข. เคาะโลหะให้ได้ชิน้ งานเพม่ิ ขนึ้
ค. เคาะรอยบบุ ใหค้ ืนสภาพเดิม ง. เคาะโลหะเปน็ แบบของงาน
2. คอ้ นทีม่ ีลักษณะเป็นกา้ นเหล็กสอดอยู่ในแทง่ เหล็กที่เจาะรูไว้สว่ นปลายงอ คอื
ก. คอ้ นปลายขวาง ข. ค้อนปลายแหลม
ค. ค้อนตู๊ ง. คอ้ นกระตกุ
3. การจบั คอ้ นทีถ่ กู ตอ้ งด้ามคอ้ นควรเอียงทามุมกับแขนประมาณ
ก. 60 องศา ข. 90 องศา
ค. 120 องศา ง. 135 องศา
4. Spray Gun หมายถงึ
ก. หัวพน่ สี ข. ปืนพ่นสี
ค. ส่วนประกอบงาน ง. กระติกพน่ สี
5. กาพ่นสีชนิดไหลลงลกั ษณะคือ
ก. กาใสส่ อี ย่ดู ้านล่างของหวั พน่ สี ข. กาใส่สีขนาดใหญ่มนี ้าหนักมาก
ค. ถังสกี บั ปืนพน่ สีแยกจากกัน ง. กาใส่สตี ิดตั้งอยูเ่ หนือหัวพ่นสี
6. กาพ่นสชี นิดดูดขนึ้ ลักษณะคอื
ก. กาใส่สีอย่ดู ้านล่างของหวั พ่นสี ข. กาใสส่ ีขนาดใหญม่ ีน้าหนักมาก
ค. ถงั สกี บั ปนื พ่นสีแยกจากกัน ง. ไม่เหมาะกับงานซ่อมสีรถยนต์
7. ข้อเสียของกาพ่นสชี นดิ ลมอัดคือ
ก. กาใส่สอี ยดู่ า้ นล่างของหัวพน่ สี ข. กาใส่สขี นาดใหญ่มนี า้ หนกั มาก
ค. ถงั สกี ับปนื พ่นสแี ยกจากกนั ง. ไมเ่ หมาะกบั งานซ่อมสรี ถยนต์
8. การใชส้ อี ่อนจะทาให้รสู้ ึกว่ารถยนต์มลี กั ษณะอย่างไร
ก. มองดกู ว้างและใหญ่ขนึ้ ข. ดแู คบและลึก
ค. รสู้ ึกเยือกเย็น ง. ตนื่ เต้น
9. การเลือกใช้สนี ้าเงนิ จะทาใหร้ ้สู กึ ได้ คือ
ก. มองดูกวา้ งและใหญข่ ้นึ ข. ดแู คบและลึก
ค. ร้สู ึกเยอื กเยน็ ง. ตน่ื เต้น
10. สที ่ีนาไปใช้เคลือบเฟอรน์ เิ จอร์ จัดเปน็ สีประเภทใด
ก. สีตกแตง่ อาคาร ข. สใี ช้ซอ่ มรถยนต์
ค. สีใช้ในงานอตุ สาหกรรม ง. สที าเรือ
11. สกี ันเพรียง ใชก้ ับงานสีประเภทใด
ก. ตกแตง่ อาคาร ข. ใช้ซ่อมรถยนต์
ค. ใช้ในงานอตุ สาหกรรม ง. สีทาเรือ
12. สที ใ่ี ช้กับผิวเหล็กท่ีไม่สมา่ เสมอ คือ
ก. สโี ป๊ ข. สโี ป๊บาง
ค. สรี องพ้นื ง. สีทับหนา้
13. การใช้กระดาษทรายขัดจะใช้เมอ่ื ใด
ก. ขัดสีผวิ ข. ขดั สนมิ
ค. ลอกสี ง. ถกู ทุกข้อ
14. การลอกสีเฉพาะจุดควรลอกดว้ ยวธิ ีการใด
13
ก. นา้ ยาเคมี ข. มือ
ค. เคร่อื งขดั ง. ตะไบลอกสี
15. เหลก็ ขดู สี ใชส้ าหรับ
ก. ขดั แต่งผิวงาน ข. เฉอื นสโี ป๊ได้ดี
ค. ถากสีผวิ ออก ง. ขุดสีออกจากผิวงาน
16. การลอกสดี ว้ ยเคร่อื งมือขดั ควรใชก้ ระดาษทรายเบอรใ์ ด
ก. 20 – 40 ข. 30 – 40
ค. 40 – 60 ง. 45 – 60
17. กระดาษทรายเลขเบอร์นอ้ ยๆ หมายถึง
ก. กระดาษทรายคณุ ภาพดี ข. กระดาษทรายราคาถูก
ค. กระดาษทรายหยาบ ง. กระดาษทรายละเอยี ด
18. วตั ถุประสงคข์ องการโป๊สี คอื
ก. พอกเสรมิ พ้ืนผวิ ใหร้ าบเรียบ ข. ยึดเกาะมวลสารของสี
ค. ปดิ บังรอยบบุ ง. ปอ้ งกันสยี ่น
19. เมือ่ เรม่ิ โป๊สเี หตุใดจึงควรใช้เกรียงพลาสตกิ
ก. ใหส้ จี ับผวิ งานได้ทวั่ ข. ใหส้ จี ับผวิ งานได้บางๆ
ค. ให้สจี บั ผวิ งานไดห้ นา ง. ใหส้ จี ับผิวงานได้ราบเรยี บ
20. การโปส๊ ีทถี่ กู ตอ้ งคอื
ก. โปส๊ ีครง้ั ละมากๆ โป๊ช้าๆ ข. โป๊สคี รัง้ ละมากๆ โป๊เร็วๆ
ค. โป๊แตล่ ะชนั้ ครง้ั ละบางๆ ง. โป๊สีแต่ละช้นั ให้หนา
21. เมือ่ โปส๊ สี แี ห้งมีส่วนใดสว่ น นง่ึ นูนไม่เรียบ ควรใช้อปุ กรณช์ นดิ ใดปรบั แตง่
ก. เกรียงเหลก็ ข. เกรียงพลาสตกิ
ค. ตะไบปาดผวิ ง. ยางโป๊สี
22. อปุ กรณข์ อ้ ใดเหมาะกบั งานโป๊เลม็ มากที่สดุ
ก. เกรียงเหลก็ ข. เกรยี งพลาสตกิ โป๊สี
ค. ตะไบปาดผวิ ง. ยางโป๊สี
23. สปี ระกอบด้วย ข. สารปรงุ แต่ง และตัวปรับคุณสมบตั ิ
ก. ผงสี สารเคลอื บ สารละลาย ง. ถูกทกุ ขอ้
ค. ผงสี สารละลาย สารปรุงแตง่
ข. การทาปฏิกริ ิยาทางเคมี
24. ฮารด์ เดนเนอร์ หมายถึง ง. สว่ นผสมทที่ าใหแ้ ข็งตัว
ก. การระเหยของสารละลาย
ค. สที ี่แหง้ ดว้ ยการอบ ข. ตัวแทนจาหน่ายสี
ง. สง่ั ตรงบริษัทผผู้ ลิต
25. สเี บอรซ์ อื้ ได้จากแหล่งใด
ก. ศนู ย์บริการรถยนต์ ข. แหง้ ชา้ ต้องเสยี เวลาคอย
ค. ตัวแทนจาหนา่ ยรถยนต์ ง. ความเข็มข้นของสมี ีมาก
26. เหตใุ ดซ่อมสแี ห้งช้าแผลลึกจงึ มกั มีปัญหา ข. สารละลายเฉพาะ
ก. มเี บอร์สใี หเ้ ลอื กนอ้ ย
ค. พ่นให้กลมกลนื สีเกา่ ได้ยาก
27. สารทีใ่ ช้ผสมสีแหง้ เร็ว คอื
ก. ทนิ เนอร์
14
ค. ซลิ เลอร์ ง. รดี ิวเซอร์
28. สที ผ่ี สมเขา้ กับสารพลาสตกิ เป็นสีประเภทใด
ก. แลกเกอร์ ข. อนี าเมล
ค. ไนโตรเซลลูโลส ง. อะคริลกิ แลกเกอร์
29. การเจือจางสีพื้นแห้งเรว็ ใชผ้ สมกับทนิ เนอรใ์ นอตั ราส่วนเทา่ ใด
ก. 1 : 1 ข. 1:1/2
ค. 1 : 2 ง. 1/2 : 1
30. สรี องพนื้ จะมสี ่วนผสมกับทนิ เนอร์ในอตั ราสว่ นเทา่ ใด
ก. 1 : 1 ข. 2:1
ค. 1 : 2 ง. 1/2 : 1
31. การผสมทินเนอรไ์ ม่ไดส้ ่วนจะทาให้สมี ีลกั ษณะในขอ้ ใด
ก. สผี สมจาง ข.สเี ขม้ เพ่มิ ขน้ึ
ค. สมี คี วามหนดื ง. สเี หลว
32. สีชิลเลอร์ หมายถึงสีในข้อใด
ก. สีแลกเกอร์ ข. สกี ันซมึ
ค. สอี ีนาเมล ง. สีแห้งชา้
33. รีดิวเซอร์ ร้จู กั กันโดยทวั่ ไปคือ
ก. นา้ มนั เบนซิน ข. นา้ มันสน
ค. ทินเนอร์ ง. แลกเกอร์
34. สีแหง้ ชา้ ถ้าจะขัดตอ้ งใหส้ แี ห้งตวั อย่างนอ้ ยประมาณ
ก. 7 วัน ข. 10 วัน
ค. 15 วัน ง. 30 วนั
35. สีแหง้ ช้าจะแหง้ สนิทภายใน
ก. 6 เดอื น ข. 3 เดอื น
ค. 1 เดือน ง. 15 วนั
36 สพี ื้นกนั ชนพลาสติกเปน็ สีประเภทใด
ก. สีแหง้ เร็ว ข. สแี หง้ ช้า
ค. สีกนั ซมึ ง. สีพืน้ เฉพาะ
37. การใชส้ โี ปพ๊ ลาสติกใช้สาหรบั
ก. ปิดรอยสลี อก ข. ยึดเกาะผิวพลาสตกิ กับผวิ หนา้
ค. ปกปิดรอยดา่ งดวง ง. ปิดรอยยุบของกันชน
38. ภายหลังทาความสะอาดพลาสตกิ แล้วควรใชก้ ระดาษทรายเบอร์ใดขดั พ้ืนผิว
ก. P 6000 ข. P 400
ค. P 360 ง. P 200
39. การลงสพี ้ืนกนั ชนพลาสตกิ ครง้ั ท่ี 1 และ 2 ควรท้ิงระยะหา่ งนานเทา่ ใด
ก. 5 นาที ข. 10 นาที
ค. 15 นาที ง. 20 นาที
40. กอ่ นขัดด้วยยาขัดถา้ จาเป็นต้องใช้กระดาษทรายขัดควรใช้เบอร์ใด
ก. 200 - 1000 ข. 400 – 1000
ค. 600 – 1000 ง. ไมจ่ ากัดเบอร์
15
41. ถ้าตอ้ งการเคลอื บเงาสีแห้งชา้ ตอ้ งปล่อยใหส้ แี หง้ นานเท่าใด
ก. 12 ชวั่ โมง ข. 30 วนั
ค. ไม่นอ้ ยกวา่ 45 วัน ง. 2 เดือน
42. ถา้ ต้องการใชน้ ้ายาชักเงา สีแหง้ เร็วควรปลอ่ ยใหส้ ีแหง้ นานเทา่ ใด
ก. 12 ชั่วโมง ข. 30 วัน
ค. ไมน่ ้อยกวา่ 45 วนั ง. 2 เดอื น
43. สกี ึ่งแหง้ ช้า ถา้ จะใช้ยาขดั เงาควรทงิ้ ไว้นานเทา่ ใด
ก. 12 ชั่วโมง ข. 30 วัน
ค. ไมน่ ้อยกว่า 45 วัน ง. 2 เดอื น
44. ลกั ษณะทีด่ ีของฟลิ ม์ สขี องรถยนต์คอื
ก. ไม่มรี อยไหลยอ้ ย ข. ไม่มรี บู นฟลิ ์มสี
ค. มีความเงาใกล้เคยี งกับขอ้ กาหนด ง. ถกู ทกุ ขอ้
45. การพ่นสที ับฟิลม์ สีทีแ่ ตกรา้ วอยแู่ ล้วจะทาให้เกดิ ปญั หาคือ
ก. รปู เส้ียวพระจันทร์ ข. สีย้อย
ค. ความหนาของสีไมเ่ ท่ากัน ง. สีแข็งกรอบ
46. การพ่นสที ห่ี ัวฉีดอุดตนั จะทาใหส้ ีเกดิ ปัญหาคอื
ก. รูปเส้ยี วพระจันทร์ ข. สยี ้อย
ค. ความหนาของสีไม่เท่ากัน ง. รอยแตกคลา้ ยตีนกา
47. การถือกาพ่นสีระยะห่างเกินไปจะทาให้เกดิ ปัญหาคือ
ก. รูปเสย้ี วพระจนั ทร์ ข. สีย้อย
ค. ความหนาของสไี มเ่ ทา่ กนั ง. รอยแตกคลา้ ยตีนกา
48. การถอื กาพน่ สีชดิ กบั ผวิ งานมากเกินไปจะทาให้เกดิ ปญั หาคือ
ก. รปู เสยี้ วพระจันทร์ ข. สยี อ้ ย
ค. ความหนาของสีไม่เท่ากัน ง. รอยแตกคลา้ ยตนี กา
49. การวเิ คราะหง์ านซ่อมสีรถยนตส์ ่ิงทคี่ วรทาเป็นอับดับแรกคอื
ก. สอบถามประเภทของสีเดิม ข. วเิ คราะห์ประเภทของสดี ว้ ยตนเอง
ค. ถอดช้ินสว่ นตรวจสอบสี ง. ใช้ทนิ เนอรช์ บุ ผา้ เชด็ สี
50. สิ่งใดท่ชี ว่ ยในการกาหนดข้อตกลง
ก. การสั่งงานดว้ ยวาจา ข. การตกลงดว้ ยวาจา
ค. การเซ็นตร์ ับทราบตามใบงาน ง. ความเชอื่ ใจกัน
16
เฉลยแบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ่อนเรียน / หลงั เรียน
1. ค. 11. ง. 21. ค. 31. ค. 41. ข.
2. ง. 12. ก. 22. ง. 32. ข. 42. ง.
3. ค. 13. ง. 23. ง. 33. ข. 43. ค.
4. ข. 14. ข. 24. ง. 34. ง. 44. ง.
5. ง. 15. ง. 25. ข. 35. ง. 45. ง.
6. ก. 16. ค. 26. ค. 36. ง. 46. ก.
7. ง. 17. ค. 27. ก. 37. ง. 47. ค.
8. ก. 18. ก. 28. ง. 38. ก. 48. ข.
9. ค. 19. ก. 29. ข. 39. ค. 49. ก.
10. ค. 20. ค. 30. ก. 40. ก. 50. ค.
17
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 2 หนว่ ยที่ 1
สอนคร้งั ที่ 2
รหัสวชิ า 2101-2105 วชิ า งานสรี ถยนต์ จานวนช่วั โมง 6 ช.ม.
ชอ่ื หนว่ ย เครือ่ งมืออุปกรณ์งานสี
แนวคดิ
การใช้เคร่อื งมืออปุ กรณ์งานสีเป็นสิ่งจาเป็นพื้นฐาน สาหรับการพ่นสใี ห้ได้ผลงานท่ีดี โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง
อปุ กรณช์ น้ิ สว่ นของรถยนตท์ ี่ชารุดเสยี หายทาให้สพี ่นไว้ถูกทาลายจาเป็นตอ้ งเคาะใหไ้ ดร้ ูปทรงเหมือนเดมิ เคร่ืองมือ
และอปุ กรณท์ ่ีใช้จึงเปน็ องค์ประกอบทีส่ าคัญอย่างหนึ่งท่จี ะทาใหง้ านสมี คี วามสมบรู ณส์ วยงาม จาเป็นท่ีผู้ใช้จะตอ้ ง
เลอื กใชเ้ คร่ืองมือและอปุ กรณ์ใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั ชนิดของงาน
สาระการเรยี นรู้
1. เครอ่ื งมือเคาะข้นึ รูป
2. วิธีการเคาะข้นึ รูป
3. เครอื่ งอัดอากาศ
4. เครอื่ งควบคุมความดนั อากาศอดั
5. การปรบั ความดันอากาศเพื่อนาไปใชง้ าน
6. สายยาง
7. เครอ่ื งขัดสี
ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวัง
1. อธิบายเครือ่ งมอื เคาะขนึ้ รูปได้
2. อธิบายวิธกี ารเคาะขน้ึ รปู ได้
3. อธบิ ายการทางานเคร่อื งอดั อากาศได้
4. อธบิ ายการทางานเครอื่ งควบคุมอากาศได้
5. อธบิ ายการเลือกใชส้ ายยางนาไปใชง้ านได้
6. อธิบายเครื่องมอื เครือ่ งขัดสไี ด้
7. วิเคราะห์ เลือกใช้เครอื่ งมอื เคาะข้ึนรปู ได้
8. ปฏิบัตกิ ารเคาะขน้ึ รปู ได้
9. ปฏบิ ัตกิ ารการใชเ้ คร่ืองขดั สไี ด้
10. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทคี่ รสู ามารถสังเกตเหน็ ได้ ใน
ดา้ นความมมี นุษย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรกั
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ครูต้ังประเดน็ ปญั หาเร้าความสนใจ เชน่ เมือ่ รถถกู ชนบุบมวี ิธีการแกไ้ ขอย่างไร
2. ใหน้ ักเรียนนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคดิ เหน็ ประกอบ
3. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครใู ห้เน้อื หาตามสาระการเรยี นรเู้ รอื่ ง เครือ่ งมอื อุปกรณ์งานสี
5. ครตู งั้ ประเดน็ ชวนคยุ ให้นกั เรยี นคดิ เก่ียวกบั สาระการเรยี นรู้ในหนว่ ยท่ี 1 ดว้ ยการตัง้ คาถามปลายเปิด
เป็นคาถามนาไปสูว่ ัตถุประสงค์การเรียนรูเ้ รอื่ ง เคร่ืองมืออปุ กรณง์ านสี
18
6. ครูใหค้ านยิ ามเครือ่ งมือเคาะขึน้ รูป ชแี้ นะประเด็นชวนให้นักเรยี นไดอ้ ภิปรายแสดงความคดิ เห็น ซึง่
ความคิดเหน็ ของนักเรยี นนนั้ มีความเหมือน/แตกตา่ งหรือไมอ่ ย่างไร
7. ครูสรปุ ขอ้ คดิ เห็นของนกั เรยี นท้ังหมดแนะนาให้นกั เรียนไดร้ ู้จกั เครื่องมอื วิธีการใช้
8. สง่ เสริมให้นกั เรียนนาความรทู้ ่ไี ดร้ ับมาวเิ คราะห์ ข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ านตามกล่มุ งานของนักเรยี นท่ี
รับผิดชอบ
9. ใหน้ ักเรียนนาเสนอผลงานกลมุ่ ตามทีไ่ ด้รับมอบหมาย แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นระหวา่ งกลุม่
10. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ผลการเรียนรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธีการใชเ้ ครอ่ื งมอื มาปรบั ใช้ในการไขแก้ปญั หา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ าน กลุ่มนกั เรยี นและการนาเสนอผลงานกลมุ่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหดั
สอ่ื การเรยี นการสอน
1. หนงั สือเรียนวชิ า งานสรี ถยนต์ รหสั วชิ า (2101-2107) ของบรษิ ัทสานักพมิ พเ์ อมพันธ์ จากัด
2. วดี ที ัศน์เรอื่ ง วิธีการเคาะขึ้นรูป
การวัดและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบข้อซักถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกตอ้ งของแบบฝกึ หดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรูท้ ่ี 2
3. ตรวจความถูกต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบประเมินผลการเรียนรู้
5. สงั เกตพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคุณลกั ษณะทพี่ ึ่งประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบฝกึ หดั สง่ เสริมการเรียนร้ทู ี่ 2
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นกั เรยี นปฏิบัตติ ามแบบฝกึ หดั กิจกรรมสง่ เสริมการเรียนรทู้ ่ี 2 ถูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรยี นปฏบิ ตั ิตามใบมอบงานถูกตอ้ งไมน่ ้อยกว่า 50 %
3. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ทา้ ยหน่วยที่ 1 ถูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ให้พจิ ารณาจากเกณฑ์ทีร่ ะบุ
ไวใ้ นแบบประเมนิ
แหล่งการเรยี นรู้เพิม่ เตมิ
1. ศนู ย์บริการหรอื อู่ซอ่ มสรี ถยนตท์ ่ีนักเรียนสามารถศกึ ษาดงู านได้
19
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 3 หน่วยท่ี 2
รหัสวชิ า 2101-2105 วิชา งานสีรถยนต์ สอนครงั้ ท่ี 3
ช่ือหน่วย การพน่ สี
จานวนชัว่ โมง 12 ช.ม.
แนวคดิ
กาพ่นสหี รอื ทเ่ี รยี กว่า ปืนพน่ สี (Spray Gun) เป็นเคร่อื งมอื ทสี่ าคัญของงานพ่นสี ที่จะทาให้สเี กิดการแตกตวั
เป็นสเปรย์ สซี ่ึงเปน็ ของเหลวจะถกู พน่ ออกทางหวั ฉีด (Nozzle) ของกาพ่นสีโดยอาศัยแรงดันของลมที่ไหลมาตามท่อ
ยางจากเครอ่ื งป๊ัมลม กาพ่นสมี ีหลายแบบด้วยกนั มที ้งั ชนิดดดู ขน้ึ อัดลมและไหลลง สว่ นประกอบกลไกการทางานของ
กาพน่ สีจะมลี กั ษณะทคี่ ล้ายคลงึ กัน การพ่นสีต้องอาศัยทักษะความชานาญจึงจะทาใหง้ านสที ่ไี ด้มีความสมบรู ณ์
สาระการเรียนรู้
1. การทางานของกาพ่นสี
2. ชนดิ ของกาพน่ สี
3. ส่วนประกอบและกลไกปรบั กาพ่นสี
4. วธิ กี ารใชแ้ ละการปรับกาพ่นสี
5. การทาความสะอาดและการบารุงรักษากาพน่ สี
ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง
1. อธบิ ายการทางานของกาพ่นสไี ด้
2. อธบิ ายชนิดของกาพน่ สีได้
3. อธิบายการทางานของกาพ่นสีได้
4. อธิบายส่วนประกอบและกลไกปรบั กาพน่ สีได้
5. อธบิ ายวิธกี ารใช้และการปรบั กาพ่นสีได้
6. อธบิ ายวิธีการทาความสะอาดกาพ่นสีได้
7. อธิบายวิธีการบารุงรกั ษากาพน่ สไี ด้
8. ปฏบิ ัติการใชง้ านและทาความสะอาดกาพน่ สไี ด้
9. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ทคี่ รสู ามารถสงั เกตเหน็ ได้ ใน
ด้านความมีมนุษย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรัก
สามัคคี ความกตัญญูกตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครตู ั้งประเดน็ ปญั หาเร้าความสนใจ เชน่ การพน่ สมี ีขน้ั ตอนการทางานอยา่ งไร
2. ให้นักเรียนนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครใู ห้เนือ้ หาตามสาระการเรียนรู้เรอื่ ง กาพน่ สี
5. ครูต้ังประเด็นชวนคยุ ให้นักเรยี นคิดเกี่ยวกบั สาระการเรยี นรู้ในหน่วยท่ี 2 ดว้ ยการตั้งคาถามปลายเปดิ
เปน็ คาถามนาไปส่วู ัตถปุ ระสงค์การเรียนรูเ้ รอ่ื ง กาพน่ สี
20
6. ครูใหค้ านิยามกาพ่นสี ชี้แนะประเดน็ ชวนให้นักเรยี นได้อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ ซ่ึงความคดิ เหน็ ของ
นักเรียนนั้นมคี วามเหมือน/แตกต่างหรือไมอ่ ย่างไร
7. ครูสรปุ ข้อคิดเหน็ ของนกั เรียนทง้ั หมดแนะนาให้นกั เรียนไดร้ ้จู กั กาพ่นสีและวธิ ีการใช้
8. ส่งเสริมให้นกั เรยี นนาความรทู้ ไี่ ดร้ บั มาวิเคราะห์ ข้ันตอนการปฏิบตั งิ านตามกลมุ่ งานของนักเรียนที่
รับผิดชอบ
9. ให้นักเรยี นนาเสนอผลงานกล่มุ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ระหว่างกลุ่ม
10. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปผลการเรยี นรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธีการใช้เครอื่ งมอื มาปรบั ใช้ในการไขแกป้ ัญหา
12. ประเมินพฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ าน กล่มุ นกั เรยี นและการนาเสนอผลงานกลมุ่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหัด
สือ่ การเรียนการสอน
1. หนังสอื เรยี นวิชา งานสีรถยนต์ รหัสวิชา (2101-2107) ของบริษัทสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากดั
2. วดี ีทัศนเ์ รอ่ื ง วิธกี ารเคาะข้ึนรูป
การวดั และการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. ประเมนิ ผลจากการสนทนาตอบข้อซักถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกต้องของแบบฝกึ หดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นร้ทู ี่ 3
3. ตรวจความถกู ตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถูกตอ้ งของแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. สังเกตพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคุณลกั ษณะที่พ่ึงประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบฝึกหัดสง่ เสรมิ การเรียนรทู้ ี่ 3
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นักเรยี นปฏิบตั ติ ามแบบฝึกหัดกิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรทู้ ่ี 3 ถกู ตอ้ งไม่น้อยกว่า 60 %
2. นักเรียนปฏิบัตติ ามใบมอบงานถูกต้องไมน่ ้อยกว่า 50 %
3. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ท้ายหน่วยที่ 3 ถูกต้องไมน่ อ้ ยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคใ์ ห้พิจารณาจากเกณฑ์ที่ระบุ
ไวใ้ นแบบประเมนิ
แหล่งการเรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ
1. ศูนยบ์ ริการหรืออู่ซ่อมสรี ถยนต์ทีน่ ักเรียนสามารถศกึ ษาดงู านได้
21
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 4 หน่วยท่ี 3
สอนคร้ังที่ 4
รหัสวชิ า 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์ จานวนชั่วโมง 6 ช.ม.
ช่ือหน่วย ชนิดของสีและการเลอื กใช้
แนวคิด
สมี ีอิทธพิ ลอยา่ งมากในการดาเนนิ ชีวติ ประจาวัน โดยเฉพาะสที ี่ใชพ้ ่นรถยนตซ์ ่งึ นอกจากจะให้ความสวยงาน
แล้วสียงั ทาหน้าทป่ี ้องกันและปกป้องตัวรถ สีประกอบดว้ ยผงสี สารเคลอื บ สารละลายและทินเนอร์ สยี งั แบง่ ออกได้
เป็นหลายชนดิ ได้แก่ สพี น้ื สโี ป๊ สีรองพื้นและสที บั หนา้ สแี ตล่ ะประเภทจะมีคณุ สมบัติและวิธีการใช้แตกตา่ งกนั ผ้ใู ช้
จาเป็นจะต้องมคี วามรู้เรอื่ ง ประเภทของสี ส่วนผสมทีใ่ ชแ้ ละเลอื กใชส้ ไี ด้ถกู ตอ้ งกับประเภทของงาน จึงจะทาใหง้ านสที ่ี
ไดอ้ อกมาดีเป็นงานสีที่มีคณุ ภาพ
สาระการเรียนรู้
1. ความสาคัญของสี
2. สว่ นประกอบของสี
3. การแบ่งประเภทของสี
4. สีพ้ืนและสีโป๊
5. สรี องพืน้
6. สีทบั หน้า
7. ประเภทของสีทใ่ี ช้
8. สีกันซมึ และสีเคลยี ร์
9. ทนิ เนอร์และรคี ิวเซอร์
ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวัง
1. อธิบายความสาคญั และส่วนประกอบของสีได้
2. อธบิ ายการแบง่ ประเภทของสีได้
3. อธิบายสีพนื้ และสโี ป๊ได้
4. อธิบายสีรองพ้ืนและสีทบั หนา้ ได้
5. อธบิ ายสกี ันซึมและสีเคลียรไ์ ด้
6. อธบิ ายการเลอื กใชท้ นิ เนอร์และรีดวิ เซอร์ได้
7. วิเคราะหแ์ ละเลอื กใชส้ ปี ระเภทตา่ งๆได้
8. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ คี่ รสู ามารถสังเกตเห็นได้ ใน
ดา้ นความมีมนุษย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชอื่ มั่นในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรกั
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ครูตัง้ ประเดน็ ปญั หาเร้าความสนใจ เช่น สีท่พี ่นโดยทั่วไปมกี ี่ช้นั
2. ใหน้ ักเรียนนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครูใหเ้ นอ้ื หาตามสาระการเรยี นรูเ้ ร่ือง ชนดิ ของสแี ละการเลอื กใช้
22
5. ครตู ั้งประเดน็ ชวนคุยให้นักเรียนคดิ เกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ในหน่วยที่ 3 ดว้ ยการต้งั คาถามปลายเปดิ
เปน็ คาถามนาไปสูว่ ัตถปุ ระสงค์การเรียนรูเ้ รอ่ื ง ชนิดของสีและการเลอื กใช้
6. ครใู หค้ านิยามชนดิ ของสีและการเลอื กใชส้ ี ชี้แนะประเด็นชวนใหน้ กั เรียนได้อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
ซง่ึ ความคดิ เห็นของนักเรยี นนั้นมคี วามเหมือน/แตกตา่ งหรือไมอ่ ยา่ งไร
7. ครูสรปุ ขอ้ คิดเหน็ ของนกั เรียนทง้ั หมดแนะนาให้นักเรยี นไดร้ ้จู กั ชนดิ ของสีและการเลอื กใช้
8. ส่งเสรมิ ให้นักเรียนนาความรทู้ ่ไี ด้รบั มาวิเคราะห์ ข้ันตอนการปฏิบัตงิ านตามกลุ่มงานของนักเรียนท่ี
รบั ผดิ ชอบ
9. ใหน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานกล่มุ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย แลกเปลย่ี นความคิดเห็นระหวา่ งกลุ่ม
10. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธกี ารใชเ้ ครอ่ื งมอื มาปรับใช้ในการไขแก้ปัญหา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ าน กลุ่มนกั เรียนและการนาเสนอผลงานกลมุ่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหัด
สื่อการเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า งานสรี ถยนต์ รหสั วชิ า (2101-2107) ของบรษิ ทั สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จากัด
2. ประเภทของสที ่พี บโดยทวั่ ไป
การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซกั ถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบฝกึ หดั กจิ กรรมสง่ เสริมการเรยี นรทู้ ่ี 4
3. ตรวจความถูกตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ต้องของแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและคณุ ลักษณะทีพ่ ึง่ ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบฝึกหัดส่งเสรมิ การเรยี นร้ทู ่ี 4
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นกั เรยี นปฏบิ ัตติ ามแบบฝกึ หดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การเรียนรู้ท่ี 4 ถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรยี นปฏิบตั ติ ามใบมอบงานถูกตอ้ งไม่น้อยกว่า 50 %
3. นกั เรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนรูท้ า้ ยหน่วยท่ี 4 ถูกตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า 50 %
4. พฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ ห้พิจารณาจากเกณฑท์ รี่ ะบุ
ไว้ในแบบประเมิน
แหลง่ การเรยี นรู้เพิม่ เติม
1. ศนู ยบ์ รกิ ารหรืออ่ซู อ่ มสรี ถยนตท์ ่นี ักเรยี นสามารถศึกษาดงู านได้
23
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 5 หน่วยท่ี 4
สอนครั้งท่ี 5
รหสั วิชา 2101-2107 วชิ า งานสีรถยนต์ จานวนชว่ั โมง 12 ช.ม.
ช่ือหนว่ ย การลอกสีและการขัดพน้ื พ่นสี
แนวคิด
การลอกสเี ปน็ การกาจดั สีเดิมให้หลดุ ออกไป จากบริเวณท่ีมปี ัญหาและต้องการพ่นสใี หม่ เชน่ สเี ก่าเกิดรอย
รา้ วแตกย่นรอยชนและรอยสนมิ กดั ผุ จาเปน็ ตอ้ งลอกหรือขัดสีเดมิ ออกใหห้ มด มฉิ ะน้ันสีเดมิ ทย่ี ังเหลอื หรือเกาะตดิ อยู่
จะเป็นตวั ทกี่ อ่ ให้เกิดปัญหาในภายหลัง พืน้ ผิวโลหะท่ถี ูกลอกสีออกแลว้ เม่ือสัมผสั อากาศจะทาให้เกิดสนมิ และผุกร่อน
ได้ จาเปน็ ต้องเตรยี มผิวงานให้ราบเรยี บสม่าเสมอปราศจากรอยขดี ข่วนต่างๆ โดยการใช้กระดาษทรายเปน็ ตวั ขัด จะ
ช่วยงานการพ่นสีรถยนตค์ งทนและสวยงาม
สาระการเรยี นรู้
1. การเลือกวธิ ลี อกสี
2. การลอกสีดว้ ยเครื่องมอื
3. การลอกสดี ้วยเครอ่ื งขัด
4. การลอกสดี ้วยนา้ ยาลอกสี
5. วัสดขุ ัดพื้นพ่นสี
6. การเลอื กกระดาษทราย
7. ประเภทเคร่อื งขัดด้วยกระดาษทราย
8. เทคนคิ การขดั ดว้ ยเครอื่ งขัด
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง
1. อธบิ ายการเลือกวิธลี อกสไี ด้
2. อธิบายการลอกสีดว้ ยวิธกี ารต่างๆ ได้
3. อธบิ ายวสั ดุขัดพื้นพ่นสไี ด้
4. อธิบายการเลอื กใชก้ ระดาษทรายได้
5. อธบิ ายประเภทเคร่ืองขดั ดว้ ยกระดาษทรายได้
6. อธบิ ายเทคนคิ การขดั ด้วยเคร่อื งขัดได้
7. วเิ คราะห์ เลอื กวธิ กี ารปฏิบัตกิ ารลอกสไี ด้
8. ปฏบิ ัตกิ ารขัดด้วยเคร่อื งขัดได้
9. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ทคี่ รสู ามารถสังเกตเหน็ ได้ ใน
ดา้ นความมีมนุษย์ สัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรัก
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครูตั้งประเด็นปญั หาเร้าความสนใจ เช่น การลอกสีมวี ิธีการลอกสอี ยา่ งไร
2. ใหน้ กั เรยี นนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบง่ นักเรยี นออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครูใหเ้ นื้อหาตามสาระการเรยี นร้เู รอื่ ง การลอกสแี ละการขดั พืน้ พ่นสี
24
5. ครูตัง้ ประเดน็ ชวนคุยใหน้ ักเรียนคดิ เกี่ยวกบั สาระการเรยี นรใู้ นหนว่ ยที่ 4 ด้วยการตัง้ คาถามปลายเปิด
เปน็ คาถามนาไปสู่วัตถุประสงคก์ ารเรยี นรเู้ ร่อื ง การลอกสแี ละการขดั พน้ื พ่นสี
6. ครูใหค้ านิยาม การลอกสแี ละการขดั พน้ื พ่นสี ชแี้ นะประเดน็ ขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ านชวนให้นกั เรยี นได้
อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ ซึ่งความคิดเหน็ ของนักเรยี นน้ันมคี วามเหมอื น/แตกต่างหรือไม่อยา่ งไร
7. ครสู รุปข้อคดิ เห็นของนกั เรียนทัง้ หมดแนะนาให้นักเรียนได้ร้จู กั เคร่อื งมือวธิ กี ารใช้
8. ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนนาความร้ทู ี่ได้รบั มาวเิ คราะห์ ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านตามกลมุ่ งานของนักเรยี นท่ี
รับผิดชอบ
9. ใหน้ กั เรยี นนาเสนอผลงานกลมุ่ ตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย แลกเปลีย่ นความคิดเห็นระหว่างกลุ่ม
10. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรียนรู้
11. ประเมินผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธกี ารใช้เครอื่ งมือมาปรับใช้ในการไขแก้ปัญหา
12. ประเมินพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ าน กล่มุ นักเรียนและการนาเสนอผลงานกลุ่ม
13. ตรวจแบบทดสอบหรือแบบฝึกหัด
สื่อการเรยี นการสอน
1. หนงั สอื เรยี นวิชา งานสรี ถยนต์ รหัสวชิ า (2101-2107) ของบรษิ ัทสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์ จากัด
2. เคร่อื งมอื อุปกรณ์ที่ใช้กบั งานลอกสแี ละขัดพน้ื พ่นสี
การวดั และการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบข้อซักถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกต้องของแบบฝกึ หัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรทู้ ี่ 5
3. ตรวจความถกู ต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ต้องของแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. สงั เกตพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลักษณะทพ่ี ึ่งประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบฝึกหัดสง่ เสริมการเรียนรู้ที่ 5
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. นักเรียนปฏบิ ตั ิตามแบบฝึกหัดกิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนร้ทู ่ี 5 ถกู ต้องไมน่ อ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรียนปฏิบตั ิตามใบมอบงานถูกตอ้ งไม่น้อยกว่า 50 %
3. นกั เรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนรูท้ า้ ยหน่วยที่ 5 ถกู ต้องไมน่ อ้ ยกว่า 50 %
4. พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ หพ้ ิจารณาจากเกณฑ์ที่ระบุ
ไวใ้ นแบบประเมนิ
แหล่งการเรียนรเู้ พิม่ เตมิ
1. ศนู ยบ์ รกิ ารหรืออูซ่ ่อมสรี ถยนตท์ นี่ กั เรียนสามารถศกึ ษาดูงานได้
25
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 6 หนว่ ยที่ 5
สอนครง้ั ท่ี 6
รหัสวิชา 2101-2107 วชิ า งานสรี ถยนต์ จานวนช่วั โมง 12 ช.ม.
ช่ือหน่วย การโป๊สแี ละการขดั สีโป๊
แนวคิด
ผวิ งานบริเวณที่มีรอยชนของรถยนตอ์ าจมลี ักษณะบุบยบุ หรือฉกี ขาด จาเปน็ ที่จะต้องเคาะใหเ้ ขา้ รปู เดิมกอ่ น
ทาการขดั บรเิ วณดงั กล่าวด้วยเครื่องขัดใหร้ าบเรยี บ ขดั พื้นผิวให้ผวิ เหล็กเกิดรอยขัดทว่ั ถึงจากน้ันจงึ ทาการโป๊สพี ลาสตกิ
ซง่ึ มีวิธกี ารโปส๊ ีตามลักษณะของงานเพ่อื อุดพอกหรอื เสรมิ ใหร้ าบเรียบระดับเดยี วกบั พน้ื เดิม เมือโป๊สีพลาสติกแล้ว
จาเปน็ ตอ้ งขัดสโี ป๊ส่วนท่ีเกินที่เปน็ รอยตอ่ หรอื นนู สูงใหผ้ วิ ราบเรียบเสมอกับผิวเดมิ ด้วยกระดาษทรายหยาบหรือใช้
เครื่องขดั ท้งั น้ีข้ึนอย่กู ับวา่ จะเลือกใชว้ ิธีการขดั เปยี กหรือขดั แข็ง
สาระการเรยี นรู้
1. การโปส๊ ี
2. เครือ่ งมือโปส๊ แี ละการใช้
3. การใช้เกรียงโปส๊ ี
4. ประเภทของสีโป๊และการผสมสโี ป
5. การผสมสโี ป๊สีพลาสตกิ กบั ตวั ทาแข็ง
6. วิธีการโปส๊ ีพลาสติกกบั งานต่างๆ
7. การขัดสโี ปพ๊ ลาสตกิ
ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง
1. อธบิ ายการโปส๊ แี ละขน้ั ตอนการโปส๊ ไี ด้
2. อธิบายเครือ่ งมอื โปส๊ ีและการใชไ้ ด้
3. อธบิ ายวิธีการเกรียงโปส๊ ไี ด้
4. อธิบายประเภทของสีโป๊และการผสมสโี ป
5. อธบิ ายการผสมสีโปส๊ ีพลาสตกิ กบั ตัวทาแขง็ ได้
6. อธบิ ายวิธีการโป๊สีพลาสติกกับงานตา่ งๆ ได้
7. ปฏบิ ัติการโปส๊ พี ลาสตกิ กบั งานต่างๆ ได้
8. ปฏิบตั ิการขดั สีโป๊พลาสติกด้วยวิธีการต่างๆได้
9. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ทค่ี รสู ามารถสงั เกตเหน็ ได้ ใน
ดา้ นความมมี นษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชื่อม่ันในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรัก
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูตงั้ ประเด็นปัญหาเร้าความสนใจ เชน่ นักเรียนเคยใชส้ ีอะไรบ้างและร้ไู หมว่าสีนั้นเป็นสปี ระเภทใด
2. ให้นักเรยี นนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรยี นรู้
4. ครใู ห้เนือ้ หาตามสาระการเรียนรู้เรอ่ื ง การโปส๊ แี ละการขัดสโี ป๊
5. ครูตง้ั ประเด็นชวนคยุ ใหน้ ักเรยี นคิดเกี่ยวกับสาระการเรยี นรใู้ นหนว่ ยท่ี 5 ด้วยการต้ังคาถามปลายเปิด
เปน็ คาถามนาไปส่วู ัตถปุ ระสงค์การเรียนร้เู รื่อง การโป๊สแี ละการขัดสโี ป๊
26
6. ครใู หค้ านิยามการโป๊สีและการขดั สโี ปช๊ แี้ นะประเด็นการโป๊สีและการขัดสโี ป๊ชวนให้นกั เรียนได้อภิปราย
แสดงความคิดเห็น ซ่ึงความคิดเห็นของนกั เรยี นน้ันมคี วามเหมือน/แตกตา่ งหรอื ไม่อย่างไร
7. ครสู รปุ ขอ้ คิดเหน็ ของนกั เรียนท้งั หมดแนะนาให้นกั เรยี นได้ร้จู กั เคร่อื งมือวธิ กี ารใช้
8. สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นนาความร้ทู ไี่ ดร้ ับมาวเิ คราะห์ ขั้นตอนการปฏิบตั ิงานตามกลุ่มงานของนกั เรียนท่ี
รับผดิ ชอบ
9. ให้นกั เรยี นนาเสนอผลงานกลมุ่ ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวา่ งกลมุ่
10. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ผลการเรยี นรู้
11. ประเมินผลการนาความรู้ ความเขา้ ใจวิธกี ารใช้เครอ่ื งมอื มาปรับใชใ้ นการไขแกป้ ัญหา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิงาน กลุ่มนักเรยี นและการนาเสนอผลงานกลุ่ม
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหัด
สื่อการเรียนการสอน
1. หนังสอื เรียนวิชา งานสรี ถยนต์ รหัสวิชา (2101-2107) ของบริษทั สานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ จากัด
2. วดี ที ศั น์เรื่อง การโป๊สีและการขดั สีโป๊
การวดั และการประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซักถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกตอ้ งของแบบฝึกหัดกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรู้ที่ 6
3. ตรวจความถูกตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. สังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะทพ่ี ง่ึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบฝกึ หดั ส่งเสริมการเรียนร้ทู ่ี 6
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบฝึกหัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การเรยี นรทู้ ่ี 6 ถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 60 %
2. นกั เรียนปฏิบัติตามใบมอบงานถูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 50 %
3. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ท้ายหน่วยท่ี 6 ถกู ต้องไมน่ ้อยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ให้พิจารณาจากเกณฑ์ท่รี ะบุ
ไว้ในแบบประเมนิ
แหล่งการเรียนรูเ้ พิ่มเติม
1. ศูนย์บริการหรอื อูซ่ ่อมสรี ถยนตท์ น่ี ักเรยี นสามารถศึกษาดูงานได้
27
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 7 หนว่ ยที่ 6
รหสั วชิ า 2101-2107 วชิ า งานสรี ถยนต์ สอนครงั้ ท่ี 7
ชอ่ื หนว่ ย การผสมสี
จานวนชว่ั โมง 12 ช.ม.
แนวคิด
การผสมสใี หก้ ลมกลืนกบั สีเดิมเป็นงานที่ยากของช่างสี เพราะสรี ถยนต์ทพี่ น่ จากโรงงานจะเปน็ สีเบอร์ ซึ่งไมม่ ี
รายละเอยี ดว่าใช้สอี ะไรบา้ งจงึ เป็นปญั หาของช่างสีอกี ประการคอื สีรถยนต์เมือผ่านการใช้งานมกั จะถูกแสงแดดทาให้สี
ซีดจางลง การผสมสตี ามสที กี่ าหนดมที ้ังการผสมสดี ว้ ยตาและผสมด้วยเคร่ืองมอื สีแต่ละประเภทใช้สารละลายและ
ส่วนผสมแตกต่างกัน ส่วนการแกส้ ีเป็นวิธกี ารเปล่ยี นแปลงสีใหไ้ ด้สตี ามท่ตี อ้ งการโดยการใชช้ ดุ แผน่ แมส่ เี ทียบ ชา่ งสีควร
จะตอ้ งเข้าใจกฎพ้ืนฐาน 8 ข้อสาหรับงานสี
สาระการเรียนรู้
1. การแห้งตวั ของสี
2. การผสมสรี องพน้ื
3. การผสมสพี น่ ทบั หน้าแลกเกอร์
4. เบอร์สีรถยนต์แตล่ ะบรษิ ัท
5. การผสมสีและการแกส้ ี
6. การผสมสีแห้งเร็วกับทนิ เนอร์
7. การผสมสแี หง้ ช้ากบั รดี วิ เซอร์
8. กฎพ้นื ฐาน 8 ขอ้ สาหรับงานสี
ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวัง
1. อธบิ ายการแห้งตวั ของสีได้
2. อธบิ ายการผสมสรี องพ้ืนได้
3. อธบิ ายการผสมสีพ่นทบั หน้าแลกเกอร์ได้
4. อธิบายเบอรส์ ีรถยนต์แต่ละบริษทั ได้
5. อธิบายการผสมสแี ละการแก้สีได้
6. อธบิ ายการผสมสีแห้งเร็วกับทนิ เนอร์ได้
7. อธบิ ายการผสมสแี ห้งช้ากับรดี ิวเซอร์ได้
8. อธบิ ายกฎพื้นฐาน 8 ขอ้ สาหรับงานสไี ด้
9. ปฏบิ ัติการผสมสีแหง้ เรว็ สีแห้งชา้ และการแกส้ ีได้
10. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ คี่ รสู ามารถสังเกตเห็นได้ ใน
ดา้ นความมมี นษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ ความเชอื่ ม่ันในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรกั
สามคั คี ความกตัญญกู ตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครูตั้งประเดน็ ปญั หาเรา้ ความสนใจ เช่น การผสมสีมวี ธิ ีการอยา่ งไร
2. ใหน้ ักเรียนนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคดิ เหน็ ประกอบ
3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครใู หเ้ นอื้ หาตามสาระการเรยี นร้เู รื่อง การผสมสี
28
5. ครตู ง้ั ประเดน็ ชวนคุยใหน้ กั เรียนคดิ เก่ียวกบั สาระการเรยี นรู้ในหนว่ ยที่ 5 ด้วยการตงั้ คาถามปลายเปดิ
เปน็ คาถามนาไปสู่วัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้เร่อื ง การผสมสี
6. ครูใหค้ านิยามเรือ่ ง การผสมสีช้แี นะประเดน็ ขั้นตอนการผสมสี ชวนใหน้ ักเรียนได้อภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ ซง่ึ ความคิดเห็นของนกั เรยี นนัน้ มคี วามเหมอื น/แตกตา่ งหรอื ไม่อยา่ งไร
7. ครสู รุปขอ้ คิดเหน็ ของนักเรยี นทัง้ หมดแนะนาให้นกั เรียนได้ร้จู ัก เครอ่ื งมอื วิธกี ารใช้
8. สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนนาความรทู้ ี่ไดร้ บั มาวิเคราะห์ ขั้นตอนการปฏิบัติงานตามกลุ่มงานของนกั เรียนท่ี
รับผิดชอบ
9. ใหน้ ักเรียนนาเสนอผลงานกลุ่มตามที่ไดร้ บั มอบหมาย แลกเปลย่ี นความคดิ เห็นระหว่างกลมุ่
10. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปผลการเรยี นรู้
11. ประเมินผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธีการใชเ้ คร่ืองมือมาปรบั ใช้ในการไขแก้ปัญหา
12. ประเมินพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงาน กลมุ่ นกั เรียนและการนาเสนอผลงานกลุ่ม
13. ตรวจแบบทดสอบหรือแบบฝกึ หัด
สอื่ การเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรยี นวิชา งานสีรถยนต์ รหัสวชิ า (2101-2107) ของบริษัทสานักพิมพ์เอมพันธ์ จากดั
2. อปุ กรณท์ ี่ใช้ในการผสมสีและเทยี บสี
การวัดและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. ประเมนิ ผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซักถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ต้องของแบบฝกึ หดั กิจกรรมสง่ เสริมการเรยี นรทู้ ี่ 7
3. ตรวจความถูกตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ต้องของแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. สงั เกตพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะทพ่ี ึ่งประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบฝึกหดั ส่งเสรมิ การเรียนรู้ที่ 7
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. นักเรยี นปฏิบตั ติ ามแบบฝกึ หดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ท่ี 7 ถกู ตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรยี นปฏิบตั ิตามใบมอบงานถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 50 %
3. นกั เรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรทู้ ้ายหน่วยที่ 7 ถกู ตอ้ งไมน่ ้อยกว่า 50 %
4. พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ใหพ้ จิ ารณาจากเกณฑท์ ีร่ ะบุ
ไวใ้ นแบบประเมิน
แหลง่ การเรียนรเู้ พมิ่ เติม
1. ศูนยบ์ ริการหรืออู่ซอ่ มสรี ถยนตท์ ่ีนักเรยี นสามารถศกึ ษาดูงานได้
29
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ 8 หน่วยที่ 7
รหัสวชิ า 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์ สอนคร้งั ท่ี 8
ชื่อหนว่ ย การพ่นสแี หง้ เรว็
จานวนช่วั โมง 12 ช.ม.
แนวคดิ
สีแหง้ เร็วเป็นสที ี่เกิดจากการแหง้ ตัวของทินเนอรซ์ ง่ึ ผสมกับสีได้ระเหยออกไป ท้ิงใหเ้ นอื้ สีเกาะกับช้ินงาน ข้อดี
ของ คือ หลงั จากการพ่นฝุ่นละอองยงั ไม่ทันเกาะ ทาให้ซอ่ มสีได้ง่ายและประหยดั เวลา ส่วนข้อเสียคือ เน้ือสไี ม่ค่อย
ทนทาน จะต้องได้รบั การขัดจึงจะข้นึ เงาและไม่สามารถปกป้องรอยขีดขว่ นเล็กๆ น้อยๆ ได้ การพน่ สีแหง้ เร็วจะต้อง
เข้าใจขน้ั ตอน วธิ กี าร การพ่นสีเปน็ องคป์ ระกอบทมี่ ีผลต่อความเงางามของสี โดยทว่ั ไปการพน่ สมี ีหลกั การท่คี ลา้ ยคลงึ
กนั จะแตกต่างกนั บ้างกเ็ ฉพาะรายละเอยี ดของการพน่ สแี ต่ละประเภท
สาระการเรยี นรู้
1. บทนา
2. การใช้สีพน้ื และสีรองพืน้
3. การเตรยี มงานพ่นสี
4. ลาดับการพ่นสีรถยนตท์ ้งั คนั
5. การโป๊สโี ป๊แห้งเร็ว
6. การซอ่ มสีแผลเล็ก
7. วิธกี ารพ่นสแี ห้งเร็ว
8. การพ่นเคลยี ร์ทับหน้า
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
1. อธบิ ายการใชส้ พี น้ื และสีรองพนื้ ได้
2. อธบิ ายการเตรียมงานพ่นสีได้
3. อธบิ ายลาดบั การพน่ สีรถยนตท์ ัง้ คนั ได้
4. อธบิ ายการโป๊สีโป๊แหง้ เร็วและการซอ่ มสีแผลเล็กได้
5. อธบิ ายวิธกี ารพน่ สแี หง้ เร็วและพ่นเคลยี ร์ทบั หน้าได้
6. ปฏบิ ตั ิการโปส๊ โี ปแ๊ ห้งเรว็ และซ่อมสแี ผลเล็กได้
7. ปฏิบัตกิ ารพน่ สีแหง้ เรว็ และพน่ เคลยี รท์ บั หนา้ ได้
8. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคท์ ค่ี รสู ามารถสงั เกตเห็นได้ ใน
ด้านความมีมนษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชือ่ ม่ันในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรัก
สามคั คี ความกตัญญกู ตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครูตงั้ ประเดน็ ปัญหาเร้าความสนใจ เชน่ การพน่ สสี ามารถพน่ ไดเ้ ลยหรือไมอ่ ยา่ งไร
2. ใหน้ กั เรียนนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครใู ห้เนอื้ หาตามสาระการเรียนรเู้ รอ่ื ง การพน่ สีแห้งเรว็
5. ครูตง้ั ประเด็นชวนคยุ ให้นกั เรียนคดิ เกี่ยวกบั สาระการเรยี นรใู้ นหนว่ ยท่ี 7 ด้วยการตั้งคาถามปลายเปิด
เป็นคาถามนาไปสวู่ ัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรเู้ รือ่ ง การพ่นสีแห้งเร็ว
30
6. ครใู หค้ านิยาม การพน่ สีแห้งเรว็ ช้แี นะประเดน็ ขนั้ ตอนการพน่ สีแห้งเร็วชวนใหน้ ักเรยี นได้อภิปรายแสดง
ความคดิ เห็น ซึ่งความคิดเห็นของนกั เรยี นนั้นมีความเหมือน/แตกต่างหรอื ไมอ่ ยา่ งไร
7. ครูสรุปขอ้ คดิ เห็นของนกั เรียนทั้งหมดแนะนาให้นกั เรียนไดร้ ้จู กั เครื่องมือวธิ ีการใช้
8. ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนนาความร้ทู ี่ได้รับมาวิเคราะห์ ข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงานตามกลุ่มงานของนักเรยี นท่ี
รับผดิ ชอบ
9. ให้นกั เรียนนาเสนอผลงานกล่มุ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ ระหว่างกลมุ่
10. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปผลการเรยี นรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธีการใชเ้ ครอ่ื งมือมาปรับใช้ในการไขแก้ปญั หา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ าน กลมุ่ นกั เรียนและการนาเสนอผลงานกล่มุ
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝกึ หัด
สอื่ การเรียนการสอน
1. หนังสือเรยี นวชิ า งานสีรถยนต์ รหสั วิชา (2101-2107) ของบรษิ ัทสานักพิมพเ์ อมพนั ธ์ จากัด
2. วีดที ัศน์เรอ่ื ง การพ่นสี
การวัดและการประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. ประเมนิ ผลจากการสนทนาตอบข้อซักถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกตอ้ งของแบบฝึกหัดกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นร้ทู ่ี 8
3. ตรวจความถกู ต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบประเมินผลการเรียนรู้
5. สังเกตพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคณุ ลักษณะท่ีพงึ่ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบฝกึ หดั สง่ เสริมการเรียนรูท้ ่ี 8
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบฝกึ หดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรียนร้ทู ่ี 8 ถูกตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรยี นปฏิบัตติ ามใบมอบงานถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 50 %
3. นักเรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรทู้ า้ ยหน่วยท่ี 8 ถูกต้องไมน่ ้อยกวา่ 50 %
4. พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ ห้พิจารณาจากเกณฑ์ทีร่ ะบุ
ไว้ในแบบประเมิน
แหล่งการเรียนรู้เพิ่มเตมิ
1. ศนู ย์บริการหรืออซู่ อ่ มสรี ถยนตท์ ่นี ักเรียนสามารถศึกษาดงู านได้
31
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 9 หน่วยท่ี 8
สอนครง้ั ที่ 9
รหัสวชิ า 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์ จานวนชั่วโมง 6 ช.ม.
ช่อื หน่วย การพน่ สแี ห้งชา้ และกี่งแหง้ ช้า
แนวคดิ
สีแห้งชา้ เปน็ สีใหค้ วามสวยงามทาความสะอาดการผสมให้เจือจางผสมกบั รดี ิวเซอร์ ในอตั ราส่วน 2 1. สีแห้ง
ชา้ สามารถเรง่ ให้เกิดการแหง้ ตวั ของสีไดด้ ้วยการอบสดี ว้ ยความรอ้ น สีแหง้ ช้าทใ่ี ชท้ ว่ั ไปเชน่ อะคริลกิ อีนาเมล ซินเตตอิ ี
นาเมล แอลคิดอีนาเมล เป็นต้น ส่วนสกี ึ่งแห้งช้า คือ สีอะครลิ กิ ผสมกับตัวเรง่ ปฏกิ ิริยาเคลียรอ์ ีพอกซี สีก่ึงแหง้ ช้ามที ั้งสี
ธรรมดา (Solid Color) สบี รอนซ์ (Metallic Color) และสมี ุก (Pearl Color) สดี งั กล่าวเป็นสที ่อี กู่ ลางประกนั ภัย
ถอื เปน็ สีมาตรฐานในการทาประมาณราคาค่าซ่อมสี
สาระการเรยี นรู้
1. บทนา
2. การอบสแี หง้ ช้า
3. การพ่นสีแห้งชา้ งานซอ่ ม
4. การพ่นสกี ง่ึ แห้งชา้
5. วธิ ีพ่นสีกึง่ แหง้ ช้า
6. เทคนิคการพน่ สีกง่ึ แหง้ ช้า
7. ขอ้ แนะนาการซ่อมสีก่ึงแห้งช้า
ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง
1. อธิบายการอบสีแหง้ ชา้ ได้
2. อธบิ ายการพน่ สีแหง้ ช้างานซอ่ มได้
3. อธิบายการพน่ สีก่ึงแห้งชา้ ได้
4. อธบิ ายวิธีพน่ สกี ึง่ แห้งช้าได้
5. อธิบายเทคนิคการพน่ สีกึง่ แห้งช้าได้
6. อธิบายขอ้ แนะนาการซ่อมสีก่งึ แหง้ ช้าได้
7. ปฏบิ ตั กิ ารพ่นสแี หง้ ชา้ งานซอ่ มได้
8. ปฏิบตั ิการพน่ สกี ง่ึ แหง้ ชา้ งานซอ่ มได้
9. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ทคี่ รสู ามารถสังเกตเหน็ ได้ ใน
ด้านความมีมนุษย์ สมั พันธ์ ความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรัก
สามัคคี ความกตัญญกู ตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครตู ้งั ประเดน็ ปญั หาเร้าความสนใจ เช่น สีแหง้ เรว็ กบั สแี ห้งชา้ การพ่นสีทัง้ สองประเภทเหมือนหรือ
แตกต่างอยา่ งไร
2. ใหน้ ักเรียนนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคดิ เห็นประกอบ
3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรยี นรู้
4. ครใู ห้เน้ือหาตามสาระการเรียนรู้เรอื่ ง การพ่นสีแห้งช้าและกึง่ แห้งช้า
32
5. ครตู ง้ั ประเด็นชวนคยุ ใหน้ ักเรียนคิดเกี่ยวกับสาระการเรยี นรู้ในหนว่ ยท่ี 8 ดว้ ยการต้งั คาถามปลายเปิด
เป็นคาถามนาไปสู่วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนร้เู รื่อง การพ่นสีแห้งชา้ และกึ่งแห้งช้า
6. ครใู หค้ านิยามเรอื่ ง การพ่นสแี ห้งช้าและกึง่ แหง้ ช้าชแี้ นะประเดน็ ข้ันตอน การพ่นสแี ห้งชา้ และกง่ึ แหง้
ช้าชวนให้นักเรียนได้อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ ซึ่งความคดิ เหน็ ของนักเรียนน้ันมคี วามเหมือน/
แตกตา่ งหรือไม่อยา่ งไร
7. ครูสรุปขอ้ คดิ เหน็ ของนกั เรียนทัง้ หมดแนะนาให้นกั เรยี นไดร้ ้จู ัก เครื่องมือวธิ ีการใช้
8. ส่งเสริมให้นกั เรยี นนาความรูท้ ไี่ ดร้ บั มาวิเคราะห์ ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิงานตามกลมุ่ งานของนกั เรยี นท่ี
รบั ผิดชอบ
9. ให้นักเรียนนาเสนอผลงานกลุม่ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ระหว่างกลุ่ม
10. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรยี นรู้
11. ประเมินผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธกี ารใชเ้ ครอ่ื งมือมาปรับใชใ้ นการไขแก้ปญั หา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิงาน กลมุ่ นกั เรียนและการนาเสนอผลงานกลมุ่
13. ตรวจแบบทดสอบหรือแบบฝึกหดั
สือ่ การเรยี นการสอน
1. หนังสอื เรยี นวชิ า งานสีรถยนต์ รหสั วิชา (2101-2107) ของบริษัทสานักพมิ พเ์ อมพันธ์ จากดั
2. วีดที ศั นเ์ รอื่ ง การพน่ สี
การวัดและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซกั ถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบฝึกหัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ที่ 9
3. ตรวจความถูกต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถูกตอ้ งของแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
5. สังเกตพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ มและคุณลกั ษณะทพี่ งึ่ ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบฝกึ หดั ส่งเสรมิ การเรยี นรทู้ ี่ 9
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. นกั เรียนปฏิบัตติ ามแบบฝกึ หัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรทู้ ่ี 9 ถกู ตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า 60 %
2. นกั เรียนปฏบิ ตั ติ ามใบมอบงานถกู ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ 50 %
3. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ทา้ ยหน่วยท่ี 9 ถกู ต้องไมน่ อ้ ยกวา่ 50 %
4. พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคใ์ หพ้ ิจารณาจากเกณฑท์ ่รี ะบุ
ไว้ในแบบประเมนิ
แหลง่ การเรียนรเู้ พม่ิ เติม
1. ศูนยบ์ รกิ ารหรอื อ่ซู อ่ มสรี ถยนตท์ ีน่ กั เรียนสามารถศึกษาดูงานได้
33
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 10 หน่วยที่ 9
สอนครง้ั ที่ 10
รหัสวิชา 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์
ช่ือหน่วย การพ่นสกี นั ชนและการปดิ กระดาษคลมุ จานวนช่ัวโมง 6 ช.ม.
แนวคิด
พลาสตกิ หรอื ไฟเบอร์ถกู นามาใช้เปน็ ช้ินสว่ นอุปกรณ์ของรถยนต์เพม่ิ มากขึ้น โดยเฉพาะกนั ชนรถยนต์ การ
เลือกใชส้ พี น่ กนั ชนรถยนต์ ช่างสีต้องเขา้ ใจคุณสมบตั ขิ องพลาสตกิ สีทใี่ ช้พ่นจะตอ้ งเป็นสที ี่ใช้พน่ พลาสตกิ โดยเฉพาะ
การพ่นสรี ถยนตไ์ ม่วา่ แผลขนาดเล็กหรือพ่นทัง้ คันก็ตามส่วนทไี่ ม่ต้องการใหส้ ีปลิวไปถกู จาเป็นตอ้ งปกปิด สว่ นท่ีปกปดิ
ไมใ่ หส้ ถี ูกน้นั จะใชก้ ระดาษหรือกระดาษกาว การเลือกใชข้ ึน้ อยกู่ บั ลกั ษณะงานเป็นสาคัญ
สาระการเรยี นรู้
1. กันชนพลาสตกิ
2. การพ่นสกี นั ชนพลาสติก
3. การใชก้ ระดาษคลุม
4. การใชก้ ระดาษกาว
5. การลอกกระดาษคลมุ
6. การทาความสะอาดก่อนพน่ สี
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
1. อธบิ ายหนา้ ทีก่ ันชนพลาสติกได้
2. อธิบายการพ่นสีกนั ชนพลาสติกได้
3. อธบิ ายาการใชก้ ระดาษคลมุ และกระดาษกาวได้
4. อธิบายการลอกกระดาษคลมุ ได้
5. อธบิ ายการทาความสะอาดก่อนพ่นสไี ด้
6. ปฏบิ ตั กิ ารเลอื กใช้สีและพ่นสีกันชนได้
7. ปฏิบตั กิ ารเลือกใช้กระดาษคลุมและกระดาษกาวได้
8. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่ีครสู ามารถสังเกตเห็นได้ ใน
ดา้ นความมีมนษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรกั
สามคั คี ความกตัญญูกตเวที
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูตงั้ ประเด็นปญั หาเร้าความสนใจ เช่น การพน่ สีจาเป็นไหมต้องปกปดิ สว่ นอ่ืนๆ
2. ให้นกั เรียนนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคิดเหน็ ประกอบ
3. แบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครูให้เน้อื หาตามสาระการเรียนรูเ้ รื่อง การพ่นสีกันชนและการปิดกระดาษคลุม
5. ครูต้งั ประเด็นชวนคยุ ให้นกั เรียนคิดเก่ียวกบั สาระการเรียนรใู้ นหนว่ ยท่ี 9 ดว้ ยการตง้ั คาถามปลายเปิด
เป็นคาถามนาไปสู่วัตถปุ ระสงค์การเรียนรเู้ ร่ือง การพ่นสีกนั ชนและการปดิ กระดาษคลุม
6. ครูใหค้ านยิ ามเร่อื ง การพน่ สีกนั ชนและการปดิ กระดาษคลุม ชี้แนะประเดน็ ขน้ั ตอน การพ่นสกี ันชน
และการปิดกระดาษคลุม ชวนให้นกั เรยี นไดอ้ ภปิ รายแสดงความคดิ เห็น ซึง่ ความคดิ เหน็ ของนักเรยี นนัน้
มคี วามเหมือน/แตกตา่ งหรือไม่อยา่ งไร
34
7. ครูสรุปข้อคดิ เห็นของนกั เรียนทง้ั หมดแนะนาให้นกั เรียนได้ร้จู กั เครือ่ งมอื วิธีการใช้
8. สง่ เสริมให้นักเรียนนาความรทู้ ่ีไดร้ ับมาวเิ คราะห์ ขั้นตอนการปฏิบัตงิ านตามกลมุ่ งานของนักเรียนที่
รับผิดชอบ
9. ให้นักเรียนนาเสนอผลงานกลุ่มตามทีไ่ ด้รับมอบหมาย แลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างกลุม่
10. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปผลการเรียนรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธกี ารใชเ้ ครอื่ งมือมาปรับใชใ้ นการไขแกป้ ัญหา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ าน กลุ่มนักเรยี นและการนาเสนอผลงานกลมุ่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝกึ หัด
สอ่ื การเรียนการสอน
1. หนังสือเรียนวิชา งานสีรถยนต์ รหสั วชิ า (2101-2107) ของบรษิ ัทสานักพิมพเ์ อมพันธ์ จากัด
2. วีดีทัศน์เรอ่ื ง การพน่ สี
การวดั และการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบข้อซักถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบฝกึ หดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การเรยี นร้ทู ี่ 10
3. ตรวจความถกู ต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบประเมินผลการเรียนรู้
5. สังเกตพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและคณุ ลักษณะท่ีพึง่ ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบฝกึ หดั ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ท่ี 10
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. นกั เรยี นปฏบิ ัติตามแบบฝกึ หดั กิจกรรมสง่ เสริมการเรยี นรู้ท่ี 10 ถกู ต้องไมน่ ้อยกว่า 60 %
2. นักเรียนปฏิบตั ติ ามใบมอบงานถูกตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ 50 %
3. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ทา้ ยหน่วยท่ี 10 ถูกตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ 50 %
4. พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ใหพ้ ิจารณาจากเกณฑ์ที่ระบุ
ไว้ในแบบประเมิน
แหล่งการเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ
1. ศนู ยบ์ รกิ ารหรอื อู่ซ่อมสรี ถยนต์ทนี่ ักเรียนสามารถศึกษาดงู านได้
35
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 11 หนว่ ยที่ 10
สอนครง้ั ที่ 11
รหัสวิชา 2101-2107 วชิ า งานสีรถยนต์
ช่ือหนว่ ย การขัดสีรถยนตห์ ลังพ่นสี จานวนชว่ั โมง 6 ช.ม.
แนวคดิ
การขัดสหี ลงั พน่ สีก็เพ่อื บารงุ รกั ษาสรี ถยนตใ์ หเ้ งางาม ยาขัดสรี ถยนต์หลังพน่ สกี บั ยาขัดสีต้องเลอื กใชใ้ ห้ถกู
เพราะมหี ลายรูปแบบมาก สาหรับยาขัดสรี ถยนต์หลงั พน่ สใี นท่ีนใี้ ช้ 2 ชนดิ คอื ชนดิ หยาบและชนดิ ละเอียด ชนดิ หยาบ
สาหรบั ขดั ตดั ยอดเมด็ สีให้ราบเรยี บใชข้ ดั ในครัง้ แรกและชนดิ ละเอียดใชใ้ นการขัดเงา ส่วนการขัดด้วยยาขดั สี (Wax) จะ
ชว่ ยทาให้สีมคี ณุ สมบัตกิ ารคงทนต่อสภาวะแวดลอ้ ม เพราะเน้อื จะเปน็ ฟลิ ม์ คอยป้องกนั มใิ หค้ วามช้ืนและสารเคมสี ัมผสั
กับสีโดยตรง
สาระการเรยี นรู้
1. การขัดสีรถยนต์
2. การปล่อยสีแหง้ ตัวก่อนขดั สี
3. การขดั สีรถยนตห์ ลงั พ่นสี
4. การซอ่ มสแี ผลสเี ล็กๆหลังการพ่นสี
5. การขัดเงาสรี ถยนต์
6. การดูแลรกั ษาสรี ถยนต์
ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง
1. อธบิ ายการขดั สีรถยนตไ์ ด้
2. อธิบายการปล่อยสแี หง้ ตัวกอ่ นขดั สไี ด้
3. อธบิ ายการขดั สรี ถยนต์หลังพ่นสีได้
4. อธิบายการซ่อมสีแผลสีเลก็ ๆหลงั การพน่ สีได้
5. อธิบายการขดั เงาสรี ถยนต์ได้
6. อธบิ ายการดูแลรกั ษาสรี ถยนต์ได้
7. วเิ คราะห์ เลอื กใชย้ าขัดสไี ด้
8. ปฏบิ ัตกิ ารขัดสดี ว้ ยยาขัดสปี ระเภทต่างๆได้
9. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ทคี่ รสู ามารถสังเกตเห็นได้ ใน
ด้านความมีมนุษย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเช่อื ม่ันในตนเอง ความสนใจใฝ่รู้ ความรัก
สามคั คี ความกตัญญูกตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครตู ง้ั ประเดน็ ปัญหาเรา้ ความสนใจ เช่น การพน่ สคี รัง้ เดยี วจะทาใหส้ สี วยเงางามได้ไหม
2. ใหน้ กั เรยี นนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคดิ เหน็ ประกอบ
3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ครมู อบงานตามสาระการเรียนรู้
4. ครใู ห้เนือ้ หาตามสาระการเรียนรู้เรื่อง การขดั สรี ถยนตห์ ลังการพน่ สี
5. ครตู ั้งประเด็นชวนคุยให้นักเรียนคดิ เกี่ยวกับสาระการเรยี นรู้ในหนว่ ยที่ 10 ด้วยการต้ังคาถามปลายเปิด
เปน็ คาถามนาไปสวู่ ัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้เร่ือง การขดั สรี ถยนต์หลังการพน่ สี
36
6. ครใู หค้ านิยาม การขดั สีรถยนต์หลงั การพ่นสี ชแ้ี นะประเด็น ข้ันตอนการขัดสรี ถยนตห์ ลงั การพ่นสี ชวน
ให้นกั เรียนได้อภปิ รายแสดงความคดิ เห็น ซง่ึ ความคิดเหน็ ของนักเรยี นน้ันมีความเหมือน/แตกต่างหรือไม่
อยา่ งไร
7. ครูสรปุ ขอ้ คิดเหน็ ของนักเรยี นทั้งหมดแนะนาให้นักเรียนได้ร้จู ัก เคร่อื งมอื วธิ กี ารใช้
8. สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นนาความรู้ที่ได้รบั มาวิเคราะห์ ขั้นตอนการปฏบิ ัติงานตามกลุ่มงานของนักเรยี นท่ี
รับผดิ ชอบ
9. ให้นกั เรยี นนาเสนอผลงานกล่มุ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย แลกเปลย่ี นความคดิ เห็นระหว่างกลมุ่
10. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ผลการเรียนรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธกี ารใช้เครื่องมือมาปรบั ใชใ้ นการไขแก้ปัญหา
12. ประเมินพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงาน กลุ่มนักเรยี นและการนาเสนอผลงานกลุม่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหัด
สอ่ื การเรยี นการสอน
1. หนังสือเรียนวชิ า งานสรี ถยนต์ รหัสวิชา (2101-2107) ของบรษิ ทั สานกั พิมพเ์ อมพันธ์ จากัด
2. วีดีทัศนเ์ รอ่ื ง การขัดสรี ถยนต์
การวัดและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ประเมนิ ผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซกั ถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบฝึกหดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรูท้ ี่ 11
3. ตรวจความถูกตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ต้องของแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะท่ีพ่ึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบฝกึ หัดส่งเสริมการเรียนรู้ท่ี 11
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. นักเรยี นปฏิบัติตามแบบฝึกหดั กิจกรรมสง่ เสริมการเรียนรทู้ ี่ 11 ถูกต้องไม่นอ้ ยกวา่ 60 %
2. นกั เรียนปฏบิ ัติตามใบมอบงานถูกตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 50 %
3. นักเรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ท้ายหน่วยท่ี 11 ถูกตอ้ งไม่น้อยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ หพ้ ิจารณาจากเกณฑท์ ี่ระบุ
ไว้ในแบบประเมิน
แหลง่ การเรียนรู้เพ่มิ เตมิ
1. ศูนย์บริการหรืออซู่ อ่ มสรี ถยนตท์ ่ีนักเรยี นสามารถศกึ ษาดงู านได้
37
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 12 หน่วยที่ 11
สอนครง้ั ท่ี 12
รหสั วิชา 2101-2107 วชิ า งานสรี ถยนต์
ชอื่ หน่วย การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องงานสี จานวนช่วั โมง 6 ช.ม.
แนวคดิ
ข้อบกพร่องท่เี กิดจากการพ่นสีมีหลายรูปแบบ มที ั้งเกิดจากความบกพรอ่ งในการใชเ้ คร่ืองมอื เช่น หวั ฉีดอุด
ตนั มนี า้ อยู่ในท่อทางเดนิ ของสี หรอื ใช้ความดันต่าหรอื สูงเกินไป เป็นต้น ขอ้ บกพรอ่ งบางครั้งเกดิ จากการปฏิบตั ิงาน
ของช่างสเี อง เช่น การพน่ สี ช่างสอี าจพน่ สีชดิ หรือห่างเกนิ ไป มุมในการพน่ ไม่ถกู ตอ้ ง หรือแม้กระทงั่ การผสมสกี ็อาจกอ่
เกิดข้อบกพร่องได้เพอ่ื ใหไ้ ดง้ านสีที่ดี ช่างสีจะต้องหมน่ั ตรวจสอบอุปกรณ์ให้อยใู่ นสภาพทีพ่ ร้อมใชง้ านและต้องศึกษา
ขัน้ ตอนการปฏิบัตใิ หม้ ีทกั ษะในการพ่นสี
สาระการเรียนรู้
1. ข้อบกพร่องงานพ่นสี
2. ขอ้ บกพร่องจากการพน่ สี
3. ขอ้ บกพรอ่ งทเี่ กิดจากตัวสี
4. ขอ้ บกพรอ่ งจากการเตรยี มผวิ งานพ่นสี
ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง
1. อธบิ ายข้อบกพร่องงานพน่ สีได้
2. อธิบายข้อบกพรอ่ งจากการพ่นสไี ด้
3. อธิบายขอ้ บกพรอ่ งทีเ่ กิดจากตัวสไี ด้
4. อธิบายข้อบกพร่องจากการเตรียมผวิ งานพ่นสีได้
5. วเิ คราะห์ขอ้ บกพรอ่ งจากการพ่นสีได้
6. ปฏบิ ัติการแก้ไขข้อบกพร่องงานพ่นสไี ด้
7. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคท์ ค่ี รสู ามารถสังเกตเหน็ ได้ ใน
ด้านความมมี นษุ ย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ ความเชอ่ื ม่ันในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรกั
สามคั คี ความกตัญญกู ตเวที
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครตู ั้งประเดน็ ปญั หาเร้าความสนใจ เช่น สีท่ีพ่นจะดเี หมือนกันทุกครัง้ หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
2. ให้นักเรียนนาประสบการณม์ าตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นประกอบ
3. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรยี นรู้
4. ครใู ห้เน้อื หาตามสาระการเรยี นรู้เรื่อง การแก้ไขขอ้ บกพร่องงานสี
5. ครตู ัง้ ประเด็นชวนคุยให้นักเรียนคดิ เก่ียวกบั สาระการเรยี นรู้ในหน่วยท่ี 11 ดว้ ยการต้ังคาถามปลายเปิด
เป็นคาถามนาไปสู่วัตถุประสงค์การเรียนร้เู รอื่ ง การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องงานสี
6. ครูใหค้ านิยาม การแกไ้ ขข้อบกพร่องงานสี ช้แี นะประเด็นการแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งชวนให้นักเรียนได้
อภปิ รายแสดงความคิดเห็น ซึ่งความคิดเห็นของนกั เรียนน้ันมีความเหมอื น/แตกต่างหรอื ไม่อย่างไร
7. ครสู รุปขอ้ คดิ เห็นของนักเรยี นท้ังหมดแนะนาให้นกั เรียนได้รูจ้ กั เคร่ืองมือวิธีการใช้
8. ส่งเสริมใหน้ ักเรียนนาความรทู้ ีไ่ ดร้ บั มาวเิ คราะห์ ขั้นตอนการปฏิบัตงิ านตามกลมุ่ งานของนักเรียนที่
รบั ผดิ ชอบ
38
9. ให้นักเรยี นนาเสนอผลงานกลุ่มตามที่ไดร้ ับมอบหมาย แลกเปลีย่ นความคิดเห็นระหวา่ งกลุ่ม
10. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปผลการเรยี นรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเขา้ ใจวิธีการใช้เครอื่ งมือมาปรับใช้ในการไขแก้ปัญหา
12. ประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงาน กล่มุ นกั เรยี นและการนาเสนอผลงานกลุม่
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝกึ หัด
สื่อการเรยี นการสอน
1. หนงั สือเรียนวิชา งานสีรถยนต์ รหัสวชิ า (2101-2107) ของบริษัทสานักพิมพ์เอมพนั ธ์ จากัด
2. แผ่นใสขอ้ บกพรอ่ งงานสีประเภทต่างๆ
การวดั และการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
1. ประเมินผลจากการสนทนาตอบข้อซกั ถาม การอภิปรายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถูกต้องของแบบฝกึ หัดกจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรทู้ ่ี 12
3. ตรวจความถกู ตอ้ งของใบมอบงาน
4. ตรวจความถูกต้องของแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. สังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและคณุ ลกั ษณะทพี่ ึ่งประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1. แบบฝกึ หดั ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ท่ี 12
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. นกั เรียนปฏิบัติตามแบบฝึกหดั กิจกรรมส่งเสรมิ การเรยี นรทู้ ่ี 12 ถกู ต้องไม่นอ้ ยกว่า 60 %
2. นักเรียนปฏบิ ตั ิตามใบมอบงานถูกต้องไม่นอ้ ยกว่า 50 %
3. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ทา้ ยหน่วยท่ี 12 ถกู ตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ใหพ้ ิจารณาจากเกณฑ์ทีร่ ะบุ
ไว้ในแบบประเมนิ
แหลง่ การเรยี นรู้เพม่ิ เตมิ
1. ศนู ย์บริการหรอื อู่ซ่อมสรี ถยนตท์ น่ี กั เรยี นสามารถศกึ ษาดูงานได้
39
แผนการจัดการเรียนร้แู บบบูรณาการที่ 13 หน่วยที่ 12
สอนครั้งท่ี 13
รหัสวชิ า 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์
ชือ่ หน่วย การประมาณราคา จานวนชัว่ โมง 6 ช.ม.
แนวคิด
การประมาณราคางานซอ่ มสี เป็นการประมาณราคาของอู่ซ่อมสี หรอื ช่างผู้ใหบ้ รกิ ารงานปะผุเคาะซอ่ มสี
เปล่ียนแปลงชิ้นส่วนอุปกรณ์ อะไหล่และค่าแรง โดยการแยกงานงานออกเปน็ ส่วนย่อยๆแล้วนางานย่อยมาเขยี น
รายละเอียดข้ันตอนการปฏิบตั งิ าน แล้วคดิ เป็นค่าแรงโดยการนาคา่ ใชจ้ ่ายต่างๆ เชน่ ค่าแรง คา่ วัสดุและอะไหล่ของแต่
ละงานมารวมกนั บวกกับกาไรจะได้ราคาประมาณการเพอื่ แจง้ แก่ลูกค้า
สาระการเรยี นรู้
1. การประมาณราคาคา่ บรกิ าร
2. การรบั งานและตรวจสภาพ
3. การตรวจสภาพงานซอ่ มสี
4. การเขยี นใบสงั่ งาน
5. การกาหนดราคา
6. วธิ กี ารคานวณราคา
7. การกาหนดเวลาแล้วเสรจ็ ของงาน
ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง
1. อธบิ ายการประมาณราคาคา่ บริการได้
2. อธบิ ายการรับงานและตรวจสภาพได้
3. อธิบายการตรวจสภาพงานซ่อมสไี ด้
4. อธบิ ายการเขียนใบสั่งงานได้
5. อธิบายการกาหนดราคาวิธีการคานวณราคาได้
6. อธบิ ายการกาหนดเวลาแล้วเสรจ็ ของงานได้
7. ปฏิบัตกิ ารประมาณราคาค่าบรกิ ารงานซอ่ มสีได้
8. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ค่ี รสู ามารถสังเกตเห็นได้ ใน
ด้านความมีมนุษย์ สัมพันธ์ ความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ ความเช่ือม่ันในตนเอง ความสนใจใฝร่ ู้ ความรัก
สามคั คี ความกตัญญูกตเวที
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ครตู ้ังประเดน็ ปญั หาเรา้ ความสนใจ เช่น การประเมนิ งานสรี ถยนตช์ า่ งจะดูสงิ่ ใดประกอบการคิดราคา
2. ให้นักเรยี นนาประสบการณ์มาตอบคาถามและแสดงความคิดเหน็ ประกอบ
3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ครูมอบงานตามสาระการเรยี นรู้
4. ครใู หเ้ น้ือหาตามสาระการเรียนรู้เร่อื ง การประมาณราคา
5. ครูตั้งประเด็นชวนคยุ ให้นกั เรยี นคิดเกี่ยวกบั สาระการเรยี นร้ใู นหน่วยท่ี 12 ดว้ ยการตั้งคาถามปลายเปิด
เปน็ คาถามนาไปสวู่ ัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้เร่อื ง การประมาณราคา
40
6. ครใู หค้ านยิ ามการประมาณราคา ชแี้ นะประเดน็ ข้ันตอนวิธีการคดิ ประเมินราคาชวนใหน้ กั เรยี นได้
อภิปรายแสดงความคิดเหน็
7. ครูสรุปข้อคดิ เห็นของนักเรยี นทงั้ หมดแนะนาให้นักเรยี นได้ร้จู กั รปู แบบใบประเมินและการรับงาน
8. ส่งเสรมิ ให้นักเรียนนาความรทู้ ี่ได้รับมาวิเคราะห์ ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านตามกลุ่มงานของนกั เรียนที่
รับผิดชอบ
9. ให้นักเรยี นนาเสนอผลงานกลุม่ ตามท่ไี ดร้ บั มอบหมาย แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ระหว่างกล่มุ
10. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปผลการเรยี นรู้
11. ประเมนิ ผลการนาความรู้ ความเข้าใจวิธีการใช้เคร่ืองมอื มาปรบั ใชใ้ นการไขแก้ปัญหา
12. ประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงาน กลุ่มนกั เรียนและการนาเสนอผลงานกลุ่ม
13. ตรวจแบบทดสอบหรอื แบบฝึกหดั
สอื่ การเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรยี นวิชา งานสรี ถยนต์ รหัสวิชา (2101-2107) ของบรษิ ัทสานกั พิมพ์เอมพันธ์ จากัด
2. รูปแบบหรอื แบบฟอรม์ ตา่ งๆ ทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ ราคา
การวัดและการประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ประเมนิ ผลจากการสนทนาตอบขอ้ ซักถาม การอภปิ รายและการนาเสนอผลงาน
2. ตรวจความถกู ตอ้ งของแบบฝกึ หดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ที่ 13
3. ตรวจความถกู ต้องของใบมอบงาน
4. ตรวจความถกู ต้องของแบบประเมินผลการเรียนรู้
5. สงั เกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มและคณุ ลกั ษณะท่พี ึ่งประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบฝึกหดั สง่ เสริมการเรยี นรทู้ ี่ 13
2. ใบมอบงาน
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นักเรียนปฏิบตั ติ ามแบบฝกึ หัดกจิ กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ที่ 13 ถูกตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ 60 %
2. นักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามใบมอบงานถูกตอ้ งไม่น้อยกว่า 50 %
3. นกั เรียนทาแบบประเมินผลการเรยี นรทู้ า้ ยหน่วยที่ 13 ถูกต้องไม่นอ้ ยกวา่ 50 %
4. พฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคใ์ ห้พิจารณาจากเกณฑท์ ีร่ ะบุ
ไวใ้ นแบบประเมนิ
แหล่งการเรยี นรูเ้ พิ่มเตมิ
1. ศูนยบ์ ริการหรอื อ่ซู ่อมสรี ถยนต์ทนี่ ักเรยี นสามารถศึกษาดงู านได้
41
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 14 หน่วยท่ี -
สอนครงั้ ท่ี 14
รหัสวิชา 2101-2107 วิชา งานสีรถยนต์
ช่ือหนว่ ย ปจั ฉมิ นิเทศ จานวนชวั่ โมง 3 ช.ม.
แนวคดิ
การเรยี นการสอนวชิ างานสรี ถยนต์ ทาให้นกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจในเร่ือง การใช้เครอ่ื งมอื งานสี การ
ลอกสี โป๊วสี การขัดเตรยี มผวิ งาน การผสมสี การพน่ สีรองพน้ื การพ่นสีทบั หนา้ การขัดสี และการประมาณราคา
ค่าบริการได้อยา่ งถูกตอ้ งเพ่อื ให้สามารถนาความรนู้ ้ันเป็นพน้ื ฐานในการเรียนท่ีสงู ข้ึนและประยกุ ตใ์ ชใ้ นวชิ าชีพของ
นักเรยี นต่อไป
สาระการเรยี นรู้
1. การสรุปสาระสาคญั ของวิชา งานสีรถยนต์
2. สรปุ คะแนนเกบ็ ระหว่างภาคเรียน
3. มาตรฐานและสาระการเรยี นรู้ทจี่ ะใชใ้ นการสอบปลายภาค
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. นกั เรียนทราบคะแนนเกบ็ ระหว่างภาค
2. นักเรยี นทราบมาตรฐานและสาระการเรยี นรู้ท่จี ะใชส้ อบปลายภาค
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. ครูนาอภิปรายถงึ ส่งิ ที่นักเรียนไดเ้ รยี นไปทงั้ หมดในวชิ า งานสรี ถยนต์ ท้งั ดา้ นความรู้ทกั ษะและคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม คา่ นยิ มและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2. ครแู จ้งคะแนนเก็บของนักเรยี นแต่ละคนและเปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถาม
3. ครูแจง้ ให้นักเรียนทราบถึงมาตรฐานและสาระการเรยี นรทู้ ี่จะใช้สอบปลายภาค
4. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 50 ขอ้
สือ่ การเรยี นการสอน
1. แบบบนั ทึกคะแนนเกบ็ ของนักเรยี นในแตล่ ะด้าน
2. แผน่ ใสแสดงมาตรฐานและสาระการเรียนร้ทู ่จี ะใชส้ อบปลายภาค
การวัดและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรยี น 50 ข้อ
2. สังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน 50 ข้อ
2. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี นถกู ต้องไม่นอ้ ยกวา่ 30 ขอ้
42
2. เกณฑ์การประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ พจิ ารณาจากเกณฑ์ที่
ระบไุ ว้