The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติแบบเรียนภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by warmarthit, 2022-01-16 07:36:15

ประวัติแบบเรียนภาษาไทย

ประวัติแบบเรียนภาษาไทย

หนงั สือเรยี นภาษาไทย

ท่ีอยคู่ ู่ครภู าษาไทยมาชา้ นาน

ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์

หนังสือที่เรียกกันเป็นสามัญว่า “แบบเรียน” แบบเรยี นภาษาไทยสมยั สโุ ขทยั
ห รื อ เ รี ย ก อ ย่ า ง เ ป็ น ท า ง ก า ร ใ น ปั จ จุ บั น ว่ า ยคุ สมยั สโุ ขทัยในปีพุทธศักราช 1781 – 1921 ได้มี
“หนังสือเรียน” น้ัน หมายถึง หนังสือบังคับเรียนตาม
หลักสูตรของระบบการศึกษา ซึ่งจะมีกาหนดไว้ว่า การจัดศึกษาข้ึน โดยสันนิษฐานว่ามีวัดเป็นศูนย์กลาง
ในช้ันหนึ่งๆ นักเรียนจะต้องใช้หนังสือประกอบเรียนเล่ม ในการถ่ายทอดความรู้ จากศิลาจารึกของพ่อขุนรามคาแหง
ใดบ้าง และในรายวิชาใดจะต้องใช้หนังสืออะไรเป็นหลัก มหาราชในปีพุทธศักราช 1826 พระองค์ทรงได้ประดิษฐ์
ดังนั้น ในแต่ละช้ันจึงมีหนังสือท่ีกาหนดไว้สาหรับให้เป็น ลายสือไท หรืออักษรไทยข้ึน เป็นสิ่งบ่งช้ีว่าในสมัยสุโขทัย
แบบเรียนอยู่จานวนหนึ่ง เช่น แบบเรียนสังคมศึกษา มีการเรียนการสอนภาษาไทยแล้ว แต่เม่ือส้ินรัชสมัย
แบบเรียนวิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่คาว่า “แบบเรียน พ่อขุนรามคาแหงมหาราช ระบบการเขียนอักษรในจารึก
ภาษาไทย” ซึง่ จะใช้ตอ่ ไปในทนี่ ้จี ะหมายความเฉพาะหนังสือ ซง่ึ ทรงบญั ญตั ใิ ห้เขียนสระกับพยญั ชนะอยู่ในบรรทัดเดียวกัน
ท่ีใช้ในการเรียนวิชาภาษาไทยของช้ันต่างๆ เท่านั้น ก็เปล่ียนแปลงไป กลับเป็นการเขียนอักษรแบบที่มีสระ
มิได้หมายรวมไปถงึ แบบเรียนวิชาอนื่ ๆ ท่เี ขยี นเปน็ ภาษาไทย อยู่ข้างบนข้างล่างอย่างขอมอีก แสดงให้เห็นว่าการศึกษา
เล่าเรียน “ลายสือไทยน้ี” ยังไม่เป็นการมั่นคงเท่าใดนัก
ในปจั จบุ นั หนังสือแบบเรียนภาษาไทยเกือบทุกเล่ม การคิดประดิษฐ์อักษรไทย ในปี พ.ศ. 1826 จึงเป็นเพียง
จะถกู จัดทาไว้อย่างละเอียดถ่ีถ้วน มีเน้ือหาสมบูรณ์ตรงตาม หลักฐานยืนยันได้แน่นอนว่า คนไทยมีภาษาเพ่ือสื่อสาร
หลักสูตร มีความรู้เก่ียวกับประวัติผู้แต่ง คาอธิบายศัพท์ เพ่อื ถา่ ยทอดความคดิ ความเชื่อและความเข้าใจตอ่ กันและกัน
ตลอดจนกิ จกรรมต่างๆ ที่ควร จัดให้มีใน ห้องเรียน (อัมพร แก้วสุวรรณ, 2539) แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน
ครูจะสามารถมองเห็นแนวทางในการสอนได้จากหนังสือ การค้นพบแบบเรยี นสมยั สโุ ขทยั ทีใ่ ช้สาหรับสอนภาษาไทย
เรียน ซ่ึงหนังสือแบบเรียนภาษาไทยในแต่ละสมัยจะมี
ลกั ษณะและจดุ มงุ่ หมายพัฒนาผเู้ รยี นในด้านภาษาท่ีแตกต่าง นอกจากนี้เบ็ญจวรรณ สุนทรากูล (2550)
กัน ดังนั้นการทราบที่มาของแบบเรียนภาษาไทยในอดีต ได้สันนิษฐานเป็นสองทางว่า “แบบเรียนไทยสมัยสุโขทัย
เสียก่อนย่อมจะทาให้สามารถมองเห็นพัฒนาการของ คงจะเป็นแบบเรียนท่ีเป็นภาษาอ่ืน เช่น ภาษาบาลี ภาษา
แบบเรียนได้ชัดเจน และจะเป็นการช่วยให้เกิดความเข้าใจ เขมร เป็นต้น และอาจสูญหายไป หรือยังค้นไม่พบทางหน่ึง
ภาษาไทยกว้างขวางย่ิงข้ึน ในบทความน้ีจะกล่าวถึงประวัติ หรืออีกทางหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า แบบเรียนต่างๆ ครูผู้สอน
ความเปน็ มาของแบบเรียนภาษาไทยสมัยสโุ ขทยั สมัยอยุธยา เป็นผู้กาหนดโดยนาเอาศิลาจารึก และพระราชนิพนธ์ต่างๆ
สมยั ธนบุรี และสมยั รัตนโกสินทรถ์ ึงปัจจบุ ัน ในสมัยนั้นมาศึกษาและเรียนสืบต่อกันมาด้วยวิธีท่องจา”
สอดคล้องกับ ใน ราตรี เพรียวพาณิช (2557) กล่าวว่า
ภาพที่ 1 หนงั สือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน “การเรียนภาษาไทยน้ันคงจะเรียนเบ้ืองต้น โดยการเรียน
ภาษาไทย นโม ก.ข. จากภิกษุสงฆ์แล้วให้ลูกศิษย์อ่านท่องจาเอง
ท่ีมา: สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา ส่วนผู้ที่ต้องการศึกษาในระดับสูงน่าจะเรียนภาษาบาลี
ขัน้ พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2552) (มักใช้อักษร ขอมเขียน )เพื่อจะ ศึกษาพระไ ตรปิฎก
และสรรพวิทยาการสาขาอ่นื ๆ”

แบบเรียนภาษาไทยสมัยอยุธยา ในปัจจุบันหนังสือจินดามณีมีอยู่ด้วยกันหลายฉบับ
ในสมยั สุโขทัยยังไมพ่ บหลักฐานแบบเรียนภาษาไทย แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้ (นิยะดา เหล่าสุนทร,
2552; หมอบรดั เล, 2549; อมั พร แก้วสวุ รรณ, 2539)
ซ่งึ ความเจริญทางอักษรศาสตร์ในยุคสุโขทัยปรากฏหลักฐาน 1. จินดามณีฉบับความแปลก คือ เป็นฉบับท่ีมีข้อความ
จากศิลาจารึกเพียงอย่างเดียวเท่าน้ัน ต่อมาการศึกษาเล่า แปลก ไปจากจินดาม ณีฉบับอ่ืน ๆ มีอ ยู่ 2 ฉบับ คือ
เรยี นภาษาไทยได้ปรากฏขอ้ มลู หลกั ฐานในสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา ฉบับสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานุภาพ
ต้ังแต่รัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม โดยไทยมีการติดต่อ ประทานฉบับหน่ึง กับฉบับเดิมท่ีเป็นสมบัติของหอสมุดฯ
กับชาวต่างชาติมากขึ้น การศึกษาก็เริ่มรุ่งเรืองข้ึนโดยลาดับ อีกฉบับหน่งึ
วรรณกรรมจานวนมากได้เขียนขึน้ ในยคุ สมัยน้ี และมบี างเล่ม 2. จินดามณฉี บบั ความพ้อง คอื ฉบับทีม่ ขี ้อความพ้องกันเป็น
ได้เป็นวรรณกรรมต้นแบบของวรรณกรรมในสมัยหลัง สว่ นมาก จะมีแตกต่างดันบ้างก็เพียงเล็กน้อยมีอยู่หลายเล่ม
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า วรรณกรรมแบบเรียนภาษาไทยที่ตก สมดุ ไทย
ทอดมาถึงปัจจุบัน มีเพียงเล่มเดียว คือ จินดามณี ซ่ึงสมเด็จ 3. จินดามณีฉบับพระราชนิพนธ์กรมหลวงวงศาธิราชสนิท
พระนารายณ์มหาราช โปรดให้พระโหราธิบดีผู้เป็นมหาราช ซ่ึงทรงแต่งตามรับส่ังของพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
ครูในเวลานน้ั เปน็ ผู้แต่ง และเช่ือว่ามีจุดมุ่งหมายท่ีจะใช้สอน เจา้ อยหู่ ัว โดยนาเอาจนิ ดามณีของพระโหราธิบดีมาเป็นแนว
กุลบุตร กุลธิดา (นิยะดา เหล่าสุนทร, 2552) ระยะเวลา ในการแต่ง
ในการแต่งน่าจะอยู่ราวๆ ปี พ.ศ. 2185 รวม 5 เล่ม 4. จินดามณีฉบับหมอบรัดเล เป็นฉบับที่พิมพ์จาหน่ายใน
เพราะต้นฉบับที่คัดลอกกันมานั้น ปรากฏจากหลักฐาน รั ช ก า ล ที่ 4 มี ก า ร เ พิ่ ม ป ร ะ ถ ม ก ก า ป ฐ ม ม า ล า
กลบทศิริวิบูลกิตติ์ ซ่ึงเป็นวรรณคดีในสมัยพระบาทสมเด็จ และปทานุกรมไว้ด้วย ต่อมาโรงพิมพ์พานิชศุภพล พิมพ์
พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช กล่าววา่ จาหนา่ ยอกี เมอื่ พ.ศ. 2448

“มคี าไทยใสป่ ระกอบ สอบตารา หาคัมภีร์ อสีติธาตุ แบบ เรีย นภา ษาไทยส มัยธ นบุรีและรัตน โกสิ นท ร์
ราชฤกษ์ เบิกพยากรณ์ ผ่อนเข้าหมด, จดหาผล รัชกาลท่ี 1- 4
ชนหญิงชาย หมายเป็นแบบ แอบอ้างอรรถ ,
จัดเข้าส้ิน จิดามณี มีเสร็จสุด สมุดหนึ่งเล่ม, ถึงเล่ม ก า ร ศึ ก ษ า ส มั ย โ บ ร า ณ สื บ เ นื่ อ ง ม า จ น ถึ ง ส มั ย
สองตอ้ งเลม่ สาม ตามเล่มสี่ มีเล่มห้า, ข้าประสงค์จง รัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นการเล่าเรียนท่ียังไม่มีแบบแผน
สาเร็จ เสร็จเป็นพระละกิเลส” (ชุมนุมตารากลอน (Informal Education) รัฐยังมิได้จัดการศึกษาโดยตรง
ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ, 2533 อ้างถึงใน นิยะดา ยงั ไม่มีเงนิ งบประมาณ เพื่ออุดหนุนการศึกษา ไม่มีโครงการ
เหลา่ สนุ ทร, 2552 ) ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ช า ติ แ ล ะ แ น ว น โ ย บ า ย ท่ี แ น่ น อ น
สาหรับประชาชนแล้วมีแต่สถาบันศาสนาที่จัดการศึกษา
ต้นฉบับของจินดามณีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีความ เพ่ือสืบทอดศาสนา ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีแบบเรียน
ยาวไม่มากนักไม่ถึงจานวน 5 เล่ม เข้าใจว่าอาจสูญหาย ภาษาไทยดงั นี้
ในตอนเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังที่ 2 พ.ศ. 2310 (นิยะดา
เหล่าสุน ทร, 2552 ) จิน ดามณีไ ด้เลิก ใช้ใน รัชก าล ประถม ก กา หรือ ประถม ก ข ก กา ซ่ึงไม่ปรากฏ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือพระยา นามผู้แต่ง สันนิษฐานว่าแต่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ัง
ศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) แต่งมูลบทบรรพกิจ เกล้าเจ้าอยหู่ วั
โดยพระบรมราชโองการ ในปี พ.ศ. 2412 รวมเวลา
ใช้หนงั สือจินดามณปี ระมาณ 227 ปี ประถมมาลา พระภกิ ษุผง้ึ หรอื พง่ึ ในรัชกาลที่ 3

จนิ ดามณี ฉบบั กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท พิมพ์รวมอยู่ในหนังสือภาษาไทยเล่ม 1 และเล่ม 2 (สมเด็จ
อักษรนิติ ฉบับพระอมราภิรักขิต เจ้าอาวาสวัด พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ, 2543)
บรมนวิ าส แบบเรียนเร็ว นิยะดา เหล่าสุนทร (2552) กล่าว่า สมเด็จ
นอกจากนี้ หนังสือวรรณคดีท้ังหลายที่มีอยู่อย่าง พระยาดารงราชานุภาพได้ทรงวางรากฐานการศึกษาไว้หลาย
มากมายในเวลานั้น แมจ้ ะไม่ได้เปน็ หนงั สือแบบเรียนโดยตรง ประการ เช่น จดั ต้ังโรงเรียนตามวัดวาอารมต่างๆ และขยาย
แต่ก็เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านให้นักเรียนอ่านได้คล่อง การศึกษา ไปยังต่างจังหวัดจนเป็นท่ีนิยมแพร่หลายไปทั่ว
ได้แก่ เสือโค จันทโครพ อนิรุท สมุทรโฆษ เพชรมุงกุฎ ลักษณะการเล่าเรียนในระยะนี้ เร่ิมเป็นระเบียบแบบแผน
สงั ข์ทอง กากี พระยาฉทั ทนั ต์ สวัสดิรกั ษา และอื่นๆ มีหนังสือสาหรับเรียน มีครูมาสอนตามเวลา มีหลักสูตร
คือ การกาหนดให้ใช้หนังสือเรียนแต่ก็ยังไม่กาหนดช่วงเวลา
แบบเรียนภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 – ทจี่ ะเรียนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ไดม้ กี ารจัดการสอบไล่ครั้ง
ปจั จุบัน แรกข้ึน เม่ือปลายปี พ.ศ. 2427 มีการให้ประกาศนียบัตร
รบั รองความรู้และในคร้ังน้นั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอยู่หวั ได้เสด็จไปเปน็ ประธานในการแจกรางวัลแก่ผู้สอบ
รูปแบบการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของบ้านเมือง ไล่ได้ดว้ ยพระองค์เอง
รัฐเร่ิมทาหน้าที่เป็นผู้จัดการศึกษา มีการกาหนดเกี่ยวกับครู
ตาราเรียน สถานที่เรียน และมีการสอบความรู้เพื่อเล่ือนช้ัน สาเหตุของการแต่งแบบเรียนเร็ว เริ่มเมื่อคร้ังกรม
ในปี พ.ศ. 2413 มี “โรงสอน” หรือ “โรงสกูล” ข้ึนเพ่ือสอน หม่ืนดารงราชานุภาพไปผนวชท่ีวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ
หนัง สือ แก่ เหล่า มหาดเล็ก ใน พ ร ะ บร มมหาร าชวั ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทรงสังเกตว่าเด็กนักเรียน
และ ในปีพ.ศ. 2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ในบริเวณน้ันซ่ึงเป็นเด็กตามหัวเมืองไม่สามารถจะอ่านออก
เจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงประกาศจัดต้ังโรงเรียนแห่งแรกขึ้น เขยี นได้เพราะมีเวลาน้อย ต้องไปช่วยบิดา มารดา ประกอบ
โดยมีหลวงสารประเสริฐ (น้อย อาจารยางกูร) เป็นอาจารย์ อาชีพทานา แบบเรียนที่ใช้อยู่ คือ มูลบทบรรพกิจ
ใหญ่ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงพิมพ์หลวง ไ ม่ ส า ม า ร ถ ช่ ว ย ใ ห้ นั ก เ รี ย น อ่ า น ไ ด้ ใ น ช่ ว ง เ ว ล า ที่ จ า กั ด
พิมพ์ตาราเรียนภาษาไทยชุดมูลบทบรรพกิจขึ้นเพื่อใช้เป็น ตอ้ งใช้เวลาไม่นอ้ ยกว่า 1 ปี
แบบเรยี นหนังสอื ไทยเบอ้ื งต้น
แบบเรยี นหลวง พระยาศรสี นุ ทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกูร) การเปลยี่ นแปลงดงั ทปี่ รากฏในแบบเรียนเร็วน้ีเป็น
เป็นผู้แต่ง หนังสือแบบเรียนชุดนี้ได้แก่ มูลบทบรรพกิจ เหตุใหม้ ผี เู้ รยี บเรียงหนงั สอื แบบเรยี นภาษาไทยเบื้องต้นเพิ่ม
วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ มากขึ้น ในส่วนของเนื้อหาและแบบเรียนเล่มอ่ืนๆ เห็นได้ว่า
และพิศาลการันต์ ซงึ่ ไดร้ ับอทิ ธิพลจากจินดามณี แต่ได้ขยาย ดาเนินรอยตามแบบเรียนเร็วเล่ม 1 เป็นแต่ผู้เขียนพยายาม
ความและยกตัวอยา่ งใหม้ ากข้ึนและม่งุ ไปในดา้ นภาษาเท่าน้ัน ปรบั ปรุงเน้ือหาและวิธีสอน เพ่ือชว่ ยใหค้ รูอ่านหนังสือเร็วขึ้น
ซงึ่ มไิ ด้กล่าวถึงการแต่งคาประพันธ์ นอกจากแบบเรียนท้ัง 6 ซึ่งก็อาจนบั ได้ว่าเป็นสว่ นสนับสนุนการปฏิรูปการศกึ ษาอย่าง
เลม่ แล้ว ยงั มหี นังสือท่ีช่วยในการเรียนรู้ภาษาไทยให้ดีย่ิงข้ึน หน่งึ นอกเหนือจากแบบเรียนเบ้ืองต้นเพ่ือฝึกทักษะทางการ
สามารถใช้เป็นบทเรียนเสริมได้ ได้แก่ พรรณพฤกษา ใช้ภาษาให้อา่ นออกเขยี นได้ สาหรับเป็นพื้นฐานในการศึกษา
สัตวาภิธาน ปกีระณาพจนาดถ์ ฉันทวิภาค ไวพจน์ประพันธ์ หาความรู้วิชาการต่างๆแล้ว บทเรียนเร่ืองวรรณกรรม
พิศาลการันต์ อุไภยพจน์ นิติสารสาธก สังโยคภิธานแปล สาคัญ ๆก็ได้นาม าเรีย นหรือ นาม าเป็น แบบฝึกอ่าน
อนนั ตวิภาค สยามสาธก วรรณสาทิศ ท้งั 10 เล่มนี้ เพ่ือถ่ายทอดความคิดและทัศนคติทางสังคม ดังจะเห็นได้
จากรายการหนังสือสาหรับนักเรียนชั้นต่างๆ พ.ศ. 2455
(อัมพร แกว้ สุวรรณ, 2539) ตอ่ ไปน้ี

บัญชีหนังสอื ซึง่ นกั เรียนจะต้องมีไวส้ าหรบั ตัวเม่ืออย่ชู ้นั ตา่ งๆ พ.ศ. 2455

ชัน้ หนังสอื
ประถม 1
ทีบ่ งั คบั ทไ่ี มบ่ ังคบั
ประถม 2
ประถม 3 - แบบเรยี นเรว็ เล่ม 1 หรือฉบบั ใดในวิชา - แบบสอนอา่ นเล่ม 1 (นกกระจอก)
เดียวกันทอี่ นุญาตใหใ้ ชแ้ ทนได้
ประถม 4 - หดั อ่านนทิ านอสี ป
ประถม 5
มธั ยม 1 - แบบเรยี นเร็วเลม่ 2 - แบบสอนอ่านเลม่ 2
- หดั อ่านนิทานสภุ าษติ - แบบสอนอ่านภมู ศิ าสตร์เล่ม 1
มธั ยม 1
- แบบเรยี นเร็วเลม่ 3 - แบบสอนอา่ นเล่ม 3
มธั ยม 3 - หัดอ่านพลเมืองดี - แบบสอนอ่านภูมิศาสตร์เล่ม 2
- เรอ่ื งการเพาะปลูก - ดอกสรอ้ ยสภุ าษติ
มัธยม 4
มัธยม 5 ใช้หนงั สือประถม 3 อะไรยังไมไ่ ด้ใช้ในประถม 3 จะเติมกไ็ ด้

มัธยม 6 ใชห้ นังสือประถม 3 อะไรยังไมไ่ ดใ้ ชใ้ นประถม 3 จะเติมก็ได้

- แบบหดั อ่านภาษาไทยชุดโจโฉแตกทพั เรือ - หนังสือภาษาไทยชุดสงั ข์ทองตอนตีคลี
และสงั ข์ทองตอนเลอื กคู่ และหนงั สอื อ่านอ่ืนๆทอี่ นุญาตใหใ้ ช้ใน
โรงเรยี น
- แบบหดั อา่ นภาษาไทยชุด - แบบหัดอ่านภาษาไทยชดุ รามเกยี รต์ิ
- ราชาธิราชตอนศึกพระเจา้ ฝรัง่ มงั ฆอ้ ง ตอนท้าวมาลรี าชวา่ ความ
- รามเกียรต์ติ อนศกึ กมุ ภกรรฐ์
- กฤษณาสอนน้องคาฉนั ท์
- แบบหัดอ่านภาษาไทยชุดรามเกยี รตต์ิ อน
ทา้ วมาลีราชวา่ ความ - ลลิ ติ นิทราชาคริต
- อเิ หนาตอนศกึ กระมงั กุหนงิ

- แบบหัดอา่ นภาษาไทยชดุ นริ าศนรินทร์
- เทศนาพระราชประวัติ

- กฤษณาสอนนอ้ งคาฉนั ท์
- พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีและ
กรงุ เทพฯ

- รา่ ยยาวเทศน์มหาชาติ

บัญชหี นังสอื ซึ่งนกั เรียนจะตอ้ งมีไวส้ าหรบั ตวั เมือ่ อยู่ช้นั ต่างๆ พ.ศ. 2455(ต่อ)

ชนั้ หนังสอื

ท่ีบังคับ ทไ่ี มบ่ ังคบั

มัธยม 7 - ลิลติ นทิ ราชาครติ
- พระราชพงศาวดารฉบับเตม็ ภาค 1

ธยม 8 - - ลลิ ติ เตลงพา่ ย - ลลิ ติ พระลอ
- ขุนช้างขนุ แผน
- อเิ หนา

ที่มา: (อมั พร แกว้ สวุ รรณ, 2539)

แบบเรียนภาษาไทยในปัจจุบัน
แบบเรยี นภาษาไทยมีกระทรวงศึกษาธกิ ารเป็นผรู้ ับผดิ ชอบ และไดม้ อบหมายให้สถาบนั ภาษาไทย สานกั วชิ าการ

และมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเป็นผู้จัดทาหนังสือเรียน โดยได้ต้ังคณะกรรมการ
มา 1 ชดุ เป็นผูด้ าเนนิ การเลอื กสรร และตัดตอนมาจากหนงั สอื ต่างๆ ท้งั ร้อยแก้วและร้อยกรอง เน้ือเรื่องเป็นสุภาษิตบ้าง
นิทานบ้าง เป็นข้อความที่ตัดตอนมาจากวรรณคดีต่างๆ เช่น จากประถม ก กา แบบสอนอ่านใหม่ หรือตัดตอน
จากพระอภัยมณี เป็นต้น ในระดับชั้นประถมศึกษาจะมีข้อความที่เหมาะสมกับเด็กเล็ก คือ เป็นบทดอกสร้อย
บทกล่อมเดก็ แตใ่ นเลม่ ตอ่ ๆมาเนือ้ เรื่องจะยากข้ึนตามลาดบั
รายชื่อหนงั เรียนภาษาไทยท่เี รียบเรยี งโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1.ระดับประถมศึกษาปีท่ี 1 หนังสือเรียนภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ได้แก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะภาษา
เลม่ 1, ทกั ษะภาษา เล่ม 2
2. ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 หนังสอื เรียนภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ไดแ้ ก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะภาษา
3. ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 หนังสือเรียนภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ไดแ้ ก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะภาษา
4. ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 4 หนังสอื เรยี นภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ิต ได้แก่ ภาษาพาที, วรรณคดลี านา, ทกั ษะภาษา
5. ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 หนังสอื เรยี นภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ได้แก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะภาษา
6. ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 6 หนงั สอื เรียนภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ไดแ้ ก่ ภาษาพาที, วรรณคดลี านา, ทักษะภาษา
7. ระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 หนงั สือเรยี นภาษาไทย วิวธิ ภาษา วรรณคดวี ิจกั ษ์
8. ระดับมัธยมศึกษาปที ี่ 2 หนังสือเรยี นภาษาไทย ววิ ิธภาษา วรรณคดีวจิ ักษ์
9. ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 หนงั สอื เรียนภาษาไทย ววิ ธิ ภาษา วรรณคดวี ิจักษ์
10. ระดบั มัธยมศึกษาปีที่ 4 หนงั สอื เรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใชภ้ าษาเพ่อื การส่ือสาร วรรณคดีวิจกั ษ์
11. ระดับมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 หนงั สือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร วรรณคดวี จิ ักษ์

12. ระดับมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนังสอื เรยี นภาษาไทย หลกั ภาษาและการใช้ภาษาเพื่อการสอื่ สาร วรรณคดวี ิจักษ์
หนังสือเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษาที่เน้นเร่ืองการอ่านออกเขียนได้ใช้หนังสือเรียนภาษาไทย

ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ได้แก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะภาษา และในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ใช้หนังสือเรียน
ภาษาไทย ววิ ิธภาษา วรรณคดวี ิจกั ษ์ และมธั ยมศึกษาตอนปลายได้ใช้หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา
เพือ่ การส่อื สาร วรรณคดีวิจักษ์ ซึง่ หนังสอื ทกุ ชุดมีสาระการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับสาระแกนกลางจากหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน 2551

บทสรปุ
สมัยสโุ ขทยั ยังไม่ปรากฏหลกั ฐานการค้นพบแบบเรียนภาษาไทยหรือสันนิษฐานได้ว่าไม่มีแบบเรียนภาษาไทยใช้

การสอนขนึ้ อยูก่ ับครูผู้สอนท่ีจะเป็นผูก้ าหนด วชิ าทเี่ รยี นมภี าษาไทย ภาษาบาลี และวิชาสามัญขั้นต้น การเรียนภาษาไทย
คงจะเรียนในข้ันต้น และเรียนภาษาบาลีในระดับสูง เพื่อใช้ในการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาการสาขาอื่นๆ เช่น
โหราศาสตร์ แพทย์ ในสมัยอยุธยามวี รรณกรรมแบบเรียนภาษาไทยทีต่ กทอดมาถงึ ปัจจบุ นั มีเพยี งเล่มเดียว คือ จินดามณี
ซงึ่ สมเด็จพระนารายณม์ หาราช โปรดให้พระโหราธิบดผี ้เู ปน็ มหาราชครูในเวลานัน้ เปน็ ผ้แู ต่ง และเชื่อว่ามีจุดมุ่งหมายที่จะ
ใช้สอนกุลบุตร กุลธิดา แบบเรียนภาษาไทยสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1- 4 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มี
แบบเรียนภาษาไทยดังน้ี ประถม ก กา หรือ ประถม ก ข ก กา ซึ่งไม่ปรากฏนามผู้แต่ง สันนิษฐานว่าแต่งในสมัย
พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจา้ อยหู่ วั ประถมมาลา พระภิกษุผง้ึ หรือ พงึ่ ในรัชกาลท่ี 3 จินดามณี ฉบับกรมหลวงวงษาธิ
ราชสนิท อักษรนิติ ฉบับพระอมราภิรักขิต เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส นอกจากนี้ หนังสือวรรณคดีทั้งหลายท่ีมีอยู่อย่าง
มากมายในเวลาน้ัน แม้จะไม่ได้เป็นหนังสือแบบเรียนโดยตรง แต่ก็เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านให้นักเรียนอ่านได้คล่อง
ได้แก่ เสอื โค จนั ทโครพ
อนริ ุท สมทุ รโฆษ เพชรมงุ กฎุ สงั ข์ทอง กากี พระยาฉัททนั ต์ สวสั ดริ ักษา และอนื่ ๆ

แบบเรยี นภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ รชั กาลท่ี 5 – ปจั จบุ นั มี “โรงสอน” หรือ “โรงสกูล” เพื่อสอนหนังสือแก่
เหลา่ มหาดเลก็ ในพระบรมมหาราชวงั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงประกาศจัดต้ังโรงเรียนแห่งแรก
ขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงพิมพ์หลวง พิมพ์แบบเรียนชุดมูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย
อาจารยางกูร) ประกอบดว้ ย มูลบทบรรพกิจ วาหนติ ์นิ กิ ร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์
เพ่ือใช้เป็นแบบเรยี นหนงั สือไทยเบ้อื งตน้ หนังสอื ไดใ้ ช้ตลอดมาจนถึง พ.ศ. 2433 ถึงมีการเปล่ียนแปลงไปใช้แบบเรียนเร็ว
ปจั จุบันในระดับประถมศึกษาได้ใช้หนังสือเรียนภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ได้แก่ ภาษาพาที, วรรณคดีลานา, ทักษะ
ภาษา และในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ใช้หนังสือเรียนภาษาไทย วิวิธภาษา วรรณคดีวิจักษ์ และมัธยมศึกษาตอน
ปลายได้ใชห้ นงั สอื เรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใชภ้ าษาเพ่ือการส่อื สาร วรรณคดีวิจักษ์ ซึ่งหนังสือทุกชุดมีสาระการ
เรยี นรทู้ ่สี อดคล้องกับสาระแกนกลางจากหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 2551

เอกสารอา้ งองิ
กรมศิลปากร. (2557). จินดามณี ฉบับพระโหราธิบดีแต่งครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และฉบับพระ

เจา้ อยหู่ ัวบรมโกศแห่งกรงุ ศรีอยธุ ยา. กรุงเทพมหานคร: เพชรกะรตั .
ชุมนมุ ตารากลอนฉบบั หอพระสมุดวชิรญาณ. (2533). กรุงเทพมหานคร: องค์การคา้ ของครุ สุ ภา.
นิยะดา เหล่าสุนทร. (2552). วัฒนาการของแบบเรยี นภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: ลายคา.
เบ็ญจวรรณ สุนทรากูล. (2550). วิวัฒนาการแบบเรียนไทย. กรุงเทพมหานคร: โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

คณะอกั ษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
พระยาศรีสุนทรโวหาร. (2522). มูลบทบรรพกิจ วาหนิต์ินิกร อักษรประโยค สังโยคพิธานไวพจน์พิจารณ์

พศิ าลการันต์ : แบบสอนหนงั สือไทย. กรงุ เทพมหานคร: กรมศิลปากร.
ราตรี เพรยี วพาณชิ . (2557). การวเิ คราะหห์ นงั สอื เรยี นภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์รวมตาราเรียนรามคาแหง

บนอนิ เทอร์เนต็ .
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ. (2543). สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารง

ราชานภุ าพ กบั งานการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร: มูลนธิ สิ มเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพและหม่อมเจ้า
จงจติ รถนอม ดศิ กลุ พระธิดา.
หมอบรดั เล. (2549). จินดามณี ฉบบั หมอบรดั เล (พิมพ์คร้ังที่4.). กรุงเทพมหานคร: โฆษิต.
อัมพร แกว้ สุวรรณ. (2539). วิเคราะหแ์ บบเรยี นภาษาไทย. นครปฐม: คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.


Click to View FlipBook Version