รายงาน ประวัติ กีฬาวอลเลย์บอล เสนอ คุณครูณัฐพง แสงมณี จัดทำ โดย เด็กชายชาญณศิทธิ์ บำ รุงสุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ 10 รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาสุขศึกษา และพลศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปี 2556 โรงเรียนวัดธรรมสถิติ์วราราม อำ เภอเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม
คำ นำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สุขศึกษาและพละศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องประวัติกีฬาวอลเลย์บอลใน ประเทศและต่างประเทศและกฎกติกาพื้นฐานของวอลเลย์บอลผู้จัดทำ หวังเปฌนอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจและ ต้องการค้นคว้าข้อมูลในเรื่องวอลเลย์บอลหากมี ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ เด็กชายชาญณศิทธิ์ บำ รุงสุข
ประวัติวอลเลย์บอลต่าง ประเทศ กีฬาวอลเลย์บอล (Volleyball) นั้น ถือกำ เนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1895 (พ.ศ.2438) โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน (William G. Morgan) ผู้ อำ นวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. (Young Men’s Christian Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการมีกีฬา สำ หรับเล่นในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้ง เพื่อออกกำ ลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจยามหิมะตก โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน เกิดไอเดียในการพัฒนากีฬา วอลเลย์บอลขึ้น ขณะที่เขากำ ลังนั่งดูเทนนิส และเลือกนำ เอาตาข่าย กลางสนามของกีฬาเทนนิส มาเป็นส่วนประกอบในกีฬาที่เขาคิดค้น และเลือกใช้ยางในของลูกบาสเก็ตบอล มาเป็นลูกบอลที่ใช้ตีโต้ตอบ กันไปมา แต่ยางในของลูกบาสเก็ตบอลกลับให้น้ำ หนักเบาจนเกินไป จึงเปลี่ยนไปใช้ลูกบาสเก็ตบอลแทน ซึ่งลูกบาสเก็ตบอลก็มีขนาด ใหญ่และน้ำ หนักมากจนเกินไปอีก เขาจึงสั่งทำ ลูกบอลขึ้นมาใหม่โดย เฉพาะ ในขนาดเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว และกำ หนดน้ำ หนักไว้ที่ 8-12 ออนซ์ จากนั้นจึงตั้งชื่อกีฬาชนิดนี้ว่า มินโทเนตต์ (Mintonette) ต่อมา ชื่อของ มินโทเนตต์ (Mintonette) ถูกเปลี่ยนเป็น วอลเลย์บอล (Volleyball) หลังได้รับคำ แนะนำ จาก ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด (Professor Alfred T. Helstead) ในงาน ประชุมสัมมนาผู้นำ ทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟิลด์ (Springfield College) เมื่อปี ค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) และกลายเป็นกีฬายอด นิยมในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน จนแพร่หลายออกไปทั่วโลก รวม ทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่เป็นระยะ
ประวัติวอลเลย์บอล ในประเทศไทย ประวัติวอลเลย์บอลในประเทศไทย วอลเลย์บอลได้แพร่หลายเข้ามาในไทย ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด เพียงแต่ทราบกันว่าในระ ยะแรกๆ เป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ชาวจีนและชาวญวนมาก จนกระทั่งมีการแข่งขันระหว่างคณะ ชุมชน สโมสร และสมาคมขึ้น บางครั้งติดต่อแข่งขันกันไปในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการ แข่งขันชิงถ้วยทองคำ ทางภาคใต้ ปี พ.ศ. 2477 กรมพลศึกษาได้จัดพิมพ์กติกาวอลเลย์บอลขึ้น โดยอาจารย์นพคุณ พงษ์สุวรรณ เป็นผู้ แปล และท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในกีฬาวอลเลย์บอลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รับเชิญเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับ เทคนิควิธีการเล่น ตลอดจนกติกาการแข่งขันวอลเลย์บอล แก่บรรดาครูพลศึกษาทั่วประเทศในโอกาสที่ กระทรวงศึกษาได้เปิดอบรมขึ้น ใน ปีนี้เองกรมพลศึกษาได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาประจำ ปีขึ้น และบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลหญิงเข้าไว้ใน รายการแข่งขันเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งในหลักสูตรของโรงเรียนพลศึกษากลางได้กำ หนดวิชาบังคับให้ นักเรียน หญิงเรียนวิชาวอลเลย์บอลและเนตบอล สมัยนั้นมี น.อ.หลวงสุภชลาศัย ร.น. ดำ รงตำ แหน่ง อธิบดีกรมพลศึกษา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2500 ได้มีการจัดตั้ง “สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” (Amature Volleyball Association of Thailand) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่กีฬา วอลเลย์บอลให้เจริญรุดหน้า และดำ เนินการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลในระบบ 6 คน มีหน่วยราชกา รอื่นๆ จัดการแข่งขันประจำ ปี เช่น กรมพลศึกษา กรมการคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัย เทศบาล นครกรุงเทพฯ สภากีฬาทหาร ตลอดจนการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดแข่งขันทั้ง ประเภททีมชายและทีมหญิงประจำ ปีทุกปีวอลเลย์บอลได้แพร่หลายเข้ามาในไทย ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีหลัก ฐานยืนยันแน่ชัด เพียงแต่ทราบกันว่าในระยะแรกๆ เป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ชาวจีนและชาวญวนมาก จน กระทั่งมีการแข่งขันระหว่างคณะ ชุมชน สโมสร และสมาคมขึ้น บางครั้งติดต่อแข่งขันกันไปในภาค เหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการแข่งขันชิงถ้วยทองคำ ทางภาคใต้ ปี พ.ศ. 2477 กรมพลศึกษาได้จัดพิมพ์กติกาวอลเลย์บอลขึ้น โดยอาจารย์นพคุณ พงษ์สุวรรณ เป็นผู้ แปล และท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในกีฬาวอลเลย์บอลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รับเชิญเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับ เทคนิควิธีการเล่น ตลอดจนกติกาการแข่งขันวอลเลย์บอล แก่บรรดาครูพลศึกษาทั่วประเทศในโอกาสที่ กระทรวงศึกษาได้เปิดอบรมขึ้น ใน ปีนี้เองกรมพลศึกษาได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาประจำ ปีขึ้น และบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลหญิงเข้าไว้ใน รายการแข่งขันเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งในหลักสูตรของโรงเรียนพลศึกษากลางได้กำ หนดวิชาบังคับให้ นักเรียน หญิงเรียนวิชาวอลเลย์บอลและเนตบอล สมัยนั้นมี น.อ.หลวงสุภชลาศัย ร.น. ดำ รงตำ แหน่ง อธิบดีกรมพลศึกษา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2500 ได้มีการจัดตั้ง “สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” (Amature Volleyball Association of Thailand) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่กีฬา วอลเลย์บอลให้เจริญรุดหน้า และดำ เนินการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลในระบบ 6 คน มีหน่วยราชกา รอื่นๆ จัดการแข่งขันประจำ ปี เช่น กรมพลศึกษา กรมการคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัย เทศบาล นครกรุงเทพฯ สภากีฬาทหาร ตลอดจนการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดแข่งขันทั้ง ประเภททีมชายและทีมหญิงประจำ ปีทุกปี
กติกา กฎข้อที่ 1 พื้นที่เล่นลูกบอล สนามมาตรฐานที่ใช้แข่งขันมีลักษณะเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 18 x 9 เมตร ล้อมรอบด้วย เขตรอบสนาม กว้างอยางน้อย 3 เมตร ทุกด้าน ที่ ว่างเหนือพื้นต้องไม่มีสิ่งใดกีดขวาง สูงขึ้นไป อย่างน้อย 7 เมตร จากพื้นสนาม แต่สําหรับการ แข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอล นานาชาติและการแข่งขันที่เป็นทางการ เขตรอบ สนามต้องกว้างอย่างน้อย 5 เมตร จากเส้นข้าง และ 6.5 เมตร จากเส้นหลัง ที่ว่างเหนือสนามต้อง สูงจากพื้นขึ้นไปอย่างน้อย 12.50 เมตร
กติกา กฎข้อที่ 2 ตาข่าย ตาข่ายจะถูกขึงเป็นแนวดิ่ง เหนือเส้นแบ่งแดน สําหรับ ทีมชาย ขอบบนสุดต้องสูง จากพื้น 2.43 เมตร ทีม หญิงสูง 2.24 เมตร โดย ความสูงของตาข่ายวัดที่ บริเวณกึ่งกลางของสนาม ความสูงของตาข่าย (ที่ เหนือเส้นข้างทั้งสองด้าน) ต้องสูงเท่ากัน
กติกา กฎข้อที่ 3 ลูกบอล ลูกบอลจะต้องกลม ทําจากหนัง ฟอกหรือหนังสังเคราะห์ที่ยืดหยุน ได้ ห่อหุ้มลูกทรงกลม ทําด้วยยาง หรือวัสดุที่คล้ายคลึงกัน สีของ ลูกบอลอาจเป็นสีอ่อนๆ เหมือน กันทั้งลูก หรืออาจเป็นหลายสี ผสมกันก็ได้ ลูกบอลต้องมีเส้น รอบวงยาว 65 – 67 เซนติเมตร มี น้ำ หนัก 260 – 280 กรัม และมี แรงดันลม 0.30 – 0.325 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร
กติกา กฎข้อที่ 4 ทีม ใน 1 ทีม ประกอบด้วย ผู้เล่นสูงสุด 12 คน รวมกับ คณะผู้ฝึกสอน ได้แก่ ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนไม่เกิน 2 คน คณะ แพทย์ได้แก่ นักกายภาพบําบัด 1 คน และ แพทย์ 1 คน การแข่งขันในสนาม มีผู้เล่นตัวจริงทีมละ 6 คน โดยตำ แหน่งของผู้เล่นจะยืนด้าน หน้า 3 คน ประกอบด้วยผู้เล่นตำ แหน่งที่ 4 (หน้าซ้าย), 3 (หน้ากลาง), 2 (หน้าขวา) ยืน ด้านหลัง 3 คน ประกอบด้วยผู้เล่น ตำ แหน่งที่ 5 (หลังซ้าย), 6 (หลังกลาง), 1 (หลังขวา) ซึ่งตำ แหน่งที่ 1 คือ ตำ แหน่งผู้ เล่นเสิร์ฟ ส่วนผู้เล่นในสนามที่เหลือจะ มีหน้าที่ของแต่ละคนดังนี้
กติกา กฎข้อที่ 5 หัวหน้าทีม ทั้งหัวหน้าทีมและผู้ฝึกสอน จะเป็นผู้รับ ผิดชอบความประพฤติและระเบียบวินัย ของผู้ร่วมทีม แต่มีข้อแม้ว่าตัวรับอิสระ จะเป็นหัวหน้าทีมไม่ได้ ตลอดการ แข่งขัน ผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้ควบคุมการ เล่นของทีมภายนอกสนาม เลือกผู้เล่น 6 คนแรก เปลี่ยนตัวผู้เล่นและขอเวลา นอก ส่วนผู้ช่วยผู้ฝึกสอนจะทําหน้าที่ แทนผู้ฝึกสอน เมื่อผู้ฝึกสอนต้องออก จากการทําหน้าที่
กติกา กฎข้อที่ 6 การได้คะแนน การแข่งขันวอลเลย์บอลจะแข่งกันเป็น เซตทั้งหมด 5 เซต โดยทีมที่ทำ ได้ 3 เซตก่อนจะเป็นทีมที่ชนะในการแข่งขัน นั้น ซึ่งแต่ละเซตจะแข่งกันเมื่อทีมใด ทีมหนึ่งทำ คะแนนได้ 25 คะแนนก่อน (ยกเว้นเซตสุดท้ายจะแข่ง 15 คะแนน) หากทําคะแนนได้ 24 -24 คะแนนเท่า กัน จะต้องแข่งขันกันต่อไปจนกว่าทีม ใดทีมหนึ่งจะทําคะแนนนําห่าง 2 คะแนน (26 -24, 27–25,……) โดยใน การแข่งขันแต่ละทีมจะได้คะแนนเมื่อ ลูกบอลตกลงบนพื้นสนามในแดนของ ทีมตรงข้าม ฝ่่ายตรงข้ามทําผิดกติกา ฝ่ายตรงข้ามถูกทําโทษ
กติกา กฎข้อที่ 7 โครงสร้างการแข่งขัน ก่อนการแข่งขันผู้ตัดสินที่ 1 จะทําการเสี่ยงเพื่อตัดสินว่า ทีม ใดจะเสิร์ฟก่อน หรืออยู่แดนใดใน เซตแรก และถ้าต้องแข่งขันเซต ตัดสิน จะต้องทําการเสี่ยงใหม่ อีกครั้ง หลังจากนั้นจะทำ การ อบอุ่นร่างกายเป็นเวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นผู้เล่นจะต้องยืน ประจำ ตำ แหน่งของตน จนกว่า จะมีการเสิร์ฟลูกบอล ผู้เล่นจึงจะ สามารถเคลื่อนที่ไปอยูตําแหน่ง ต่างๆ ได้ภายในแดนและเขต รอบสนามของตน
กติกา กฎข้อที่ 8 รูปแบบการเล่น ลูกจะอยูในการเล่นตั้งแต่ขณะที่ทํา การเสิร์ฟ โดยผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้ อนุญาต โดยลูกบอลที่เป็น ‘ลูกดี’ คือการที่ลูกบอลถูกพื้นสนาม โดย ส่วนใดส่วนหนึ่งของลูกได้สัมผัสพื้น สนาม รวมทั้งเส้นเขตสนาม ส่วน ‘ลูกตาย’ คือลูกไม่อยูในการเล่น ตั้งแต่ขณะที่มีการทำ ผิดกติกา โดย ผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ให้ สัญญาณนกหวีด ซึ่งการทําผิดกติ กาจะสิ้นสุดลงพร้อมกับสัญญาณ นกหวีด
กติกา กฎข้อที่ 9 การเล่นลูกบอล การถูกลูกบอล คือการกระทํา ใดๆ โดยผู้เล่นที่อยูในการเล่น ทุกลักษณะ ซึ่งแต่ละทีม สามารถถูกลูกได้มากที่สุด 3 ครั้ง (นอกจากทําการบล็อก) เพื่อส่งลูกกลับไปยังทีมตรง ข้าม ถ้าถูกลูกมากกว่านี้ถือว่า ทําผิดกติกา และผู้เล่นคน หนึ่งจะไม่สามารถถูกลูกบอล 2 ครั้งติดต่อกันได้
กติกา กฎข้อที่ 10 ลูกบอลที่ บริเวณตาข่าย ลูกบอลที่ส่งไปยังแดนของ ทีมตรงข้าม ต้องข้าม เหนือตาข่ายไปยังพื้นที่ ภายในแดนของฝ่ายตรง ข้าม โดยลูกบอลอาจถูกตา ข่ายได้ในขณะที่กำ ลังข้าม ตาข่าย
กติกา กฎข้อที่ 11 ผู้เล่นที่บริเวณ ตาข่ายในการบล็อก ผู้บล็อก อาจล้ำ ตาข่ายเข้าไปถูก ลูกบอลได้ ถ้าไม่กีดขวาง การเล่นลูกของทีมตรงข้าม หรือมือของผู้เล่นอาจล้ำ ตาข่ายได้ ถ้าขณะถูกลูก เป็นการถูกลูกบอลในแดน ของทีมตนเอง แต่ผู้เล่นไม่ สามารถถูกตาข่ายระหว่าง เสาอากาศ ในขณะที่กําลัง เล่นลูกได้ จะถือว่าผิดกติกา ทันที
กติกา กฎข้อที่ 12 การเสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟจะต้องเสิร์ฟจากด้านหลังของ สนาม โดยยืนไม่เลยแนวเส้นข้างและ ห้ามเหยียบเส้นหลัง โยนบอลและตี กลางอากาศให้บอลข้ามตาข่ายไปยัง แดนของคู่แข่งภายใน 8 วินาทีหลัง กรรมการให้สัญญาณ และเมื่อฝ่าย เสิร์ฟชนะการเล่นลูกนั้น ผู้ที่ทําการ เสิร์ฟอยูแล้วจะทําการเสิร์ฟต่อ แต่หาก ฝ่ายรับลูกเสิร์ฟชนะในการเล่นลูกนั้น จะได้สิทธิทําการเสิร์ฟและต้องหมุนตํา แหน่งก่อนทําการเสิร์ฟ ผู้เล่นที่หมุน จากตําแหน่งหน้าขวาไปยังตําแหน่ง หลังขวาจะเป็นผู้เสิร์ฟ
กติกา กฎข้อที่ 13 การหยุดการ เล่น การหยุดการเล่น มีเพียง การขอเวลานอกและการ เปลี่ยนตัวเท่านั้น โดย แต่ละทีมสามารถขอเวลา นอกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และ เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่เกิน 6 คน/เซต การขอเวลา นอกแต่ละครั้งใช้เวลา 30 วินาที
กติกา กฎข้อที่ 14 การหยุดพักและ เปลี่ยนแดน การหยุดพักในช่วงเวลา ระหว่างเซต จะพักเซตละ 3 นาที ระหว่างการหยุดพักจะทํา การเปลี่ยนแดนด้วย ส่วนใน เซตตัดสินจะเปลี่ยนแดนเมื่อ ทีมใดทีมหนึ่งทําได้ 8 คะแนน
กติกา กฎข้อที่ 15 ผู้เล่นตัวรับอิสระ (LIBERO) แต่ละทีมจะมีสิทธิแต่งตั้งผู้เล่นที่รับได้ดีเป็น พิเศษเป็นตัวรับอิสระได้ถึง 2 คน แต่ในการ แข่งขันจะมีผู้เล่นตัวรับอิสระในสนามได้เพียงคน เดียว ตัวรับอิสระจะต้องสวมชุดแข่งขันเฉพาะ ซึ่ง มีสีที่แตกต่างจากเพื่อนร่วมทีมอยางชัดเจน และ มีลักษณะการเล่นดังนี้ตัวรับอิสระสามารถเปลี่ยน เข้าแทนผู้เล่นแดนหลังคนใดก็ได้ ตัวรับอิสระไม่สามารถทำ การรุกได้โดยสมบูรณ์ จากทุกพื้นที่ของสนาม ไม่อนุญาตให้ตัวรับอิสระทําการเสิร์ฟ บล็อก หรือ พยายามบล็อก ไม่อนุญาตให้เพื่อนร่วมทีมทําการรุกโดยสมบูรณ์ ขณะที่ลูกบอลอยูสูงกว่าขอบบนของตาข่าย ถ้า ลูกนั้นมาจากการส่งด้วยนิ้วมือของตัวรับอิสระที่ อยูในแดนหน้าของทีมตนเอง
Thank you