The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kaen270430, 2021-06-02 02:32:51

หน่วยที่ 1 ประวัติโรงแรม

ilovepdf_merged (3)

30701-2001

หลักการดําเนินงาน
โรงแรม

ห น่ ว ย ที 1

ป ร ะ วั ติ แ ล ะ วิ วั ฒ น า ก า ร ธุ ร กิ จ โ ร ง แ ร ม

บทท่ี 3

อุตสาหกรรมโรงแรม

พ้ืนฐานในการดารงชีวิตของมนุษยป์ ระกอบไปดว้ ยปัจจยั ส่ี หน่ึงในน้นั คือ “ท่ีพกั แรม” ซ่ึง
เป็ นปัจจยั ท่ีมีความจาเป็ นมนุษยท์ ุกคน มนุษยจ์ าเป็ นตอ้ งมีท่ีพกั อาศยั ไม่ว่าจะถาวรหรือชวั่ คราวก็
ตาม นอกจากน้ีมนุษยเ์ ป็ นสัตวส์ ังคมที่จาเป็ นตอ้ งมีการติดต่อสื่อสารและพ่ึงพาอาศยั กนั ทาให้
มนุษยม์ ีการเดินทางจากที่พกั อาศยั ถาวรของตนไปสู่อีกที่หน่ึงต้งั แต่สมยั อดีตกาลหลายพนั ปี
ก่อน โดยเป็นการเดินทางเพอ่ื วตั ถุประสงคต์ า่ งๆ อาทิ การเดินทางเพื่อติดต่อคา้ ขาย การเดินทางเพ่ือ
เผยแพร่ศาสนา การเดินทางเพอ่ื การขยายอาณาจกั ร หรือการเดินทางเพอ่ื การศึกษา เป็ นตน้ อยา่ งไรก็
ตามบริบททางสังคมมีความเปล่ียนแปลงไป การเดินทางในประเทศและระหวา่ งประเทศมีความ
สะดวกสบายและรวดเร็ว อีกท้งั วตั ถุประสงคแ์ ห่งการเดินทางมีมากข้ึน อาทิ การเดินทางเพ่ือ
สุขภาพ การเดินทางเพ่ือการศึกษา การเดินทางเพื่อการประชุมสัมมนา การเดินทางเพื่อเย่ียมญาติ
เป็นตน้ ซ่ึงการเดินทางของมนุษยจ์ าเป็นตอ้ งมีท่ีพกั ระหวา่ งเดินทาง และที่พกั แต่ละยุค แต่ละสมยั จะมี
ความแตกตา่ งกนั ไปข้ึนอยกู่ บั ความเจริญและความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี

ความหมายของธุรกจิ ทพ่ี กั แรม (lodging business )

ธุจกิจท่ีพกั แรมเป็ นส่วนหน่ึงของธุรกิจบริการ (hospitality industry) เพราะธุรกิจท่ีพกั แรม
คือการใหบ้ ริการที่พกั แก่แขกท้งั ระยะเวลาส้ันและระยะยาว เม่ือกล่าวคาวา่ “lodging” คนส่วนใหญ่
จะนึกถึงสถานท่ีท่ีใชห้ ลบั นอน ซ่ึงมีส่ิงอานวยความสะดวกหรือไม่ก็ได้ ดว้ ยเหตุน้ีธุรกิจท่ีพกั จึงมี
หลากหลายประเภทเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของแขกผูเ้ ขา้ พกั ท้งั น้ีอาจมีต้งั แต่ท่ีพกั แบบ
ประหยดั อย่างโมเตลไปถึงที่พกั ระดบั หรูหราห้าดาว หรือประเภทรีสอร์ท (Chon and Sparrowe,
2543 p.10)

ธุรกิจที่พกั แรม (lodging business) หมายถึงธุรกิจที่พกั ทุกประเภทท่ีใหบ้ ริการที่พกั แก่แขก
อาจหมายถึงโรงแรมหรือที่พกั อ่ืนๆที่มีบริการอ่ืนๆดว้ ยหรือไม่ก็ไดเ้ ช่น บริการอาหารและเครื่องดื่ม
บริการทางดา้ นนนั ทนาการเป็นตน้ (Hayes and Ninemeier, 2006 หนา้ 3)

ความเป็ นมาทพ่ี กั แรมของโลก

จุดเริ่มต้นของท่ีพกั แรมในอดีตน้ันเป็ นเพียงสถานที่ที่เอ้ือเฟ้ื อแก่พระและผูแ้ สวงบุญทาง
ศาสนา ต่อมาเมื่อมนุษยม์ ีการเดินทางมากข้ึนเพื่อการคา้ ขายและแลกเปลี่ยนสินค้า ทาให้ที่
พกั มีบทบาทและจาเป็ นต่อผูเ้ ดินทางจากที่หน่ึงไปยงั อีกที่หน่ึง ตลอดระยะเวลาหลายพนั ปี ที่

2 ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกีย่ วกบั ธรุ กิจท่ีพัก

ผ่านมาวิวฒั นาการของที่พกั ได้เปลี่ยนไปตามยุคสมยั จนกลายเป็ นธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ที่
มีผลต่อการขบั เคลื่อนเศรษฐกิจของนานาประเทศ อย่างไรก็ตามเราสามารถศึกษาความ
เป็ นมาของธุรกิจที่พกั จากอดีตถึงปัจจุบนั โดยแบ่งเป็ นภูมิภาคดงั น้ี (โสภิต ภทั รพิพฒั น์,
2536, น.17)

1) ธุรกิจท่ีพกั ของยุโรป
2) ธุรกิจท่ีพกั ของอเมริกา
3) ธุรกิจที่พกั ของประเทศในตะวนั ออก
4) ธุรกิจท่ีพกั ของประเทศไทย

ธุรกิจท่ีพักของยุโรป
ความเป็ นมาของธุรกิจที่พกั แรมของยุโรปสามารถแยกศึกษาตามยุคสมยั ดงั น้ี (จารุ

วรรณ กะวิเศษ, 2558, หน้า 9)
1) ยุคสมยั ของอาณาจกั รกรีกโบราณ (800-500 ปี ก่อนคริสตกาล)
2) ยุคอาณาจกั รโรมนั (509-27 ปี ก่อนคริสตกาล)
3) ยุคกลาง (Middle Age) (ระหว่าง ค.ศ. 500-1,500)
4) ยุคฟ้ื นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) (ค.ศ. 1500-1700)
5) ยุคสมยั ใหม่ (ค.ศ. 1800- ปัจจุบนั )

ยุคสมัยของอาณาจักรกรีกโบราณ (800-500 ปี ก่อนคริสตกาล)
เช่ือกันว่าธุรกิจท่ีพกั เกิดข้ึนต้งั แต่สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ ซ่ึงในยุคกรีกโบราณน้ันยงั

ไม่มีโรงแรมให้บริการแก่นักเดินทาง แต่เจา้ ของบ้านจะจดั ที่พกั อาหารและน้าให้แก่นัก
เดินทางเนื่องจากยุคสมยั น้ันมีความเชื่อว่านักเดินทางคือภูตผีปี ศาจที่ปลอมตวั มา จากน้ัน
ความเชื่อดงั กล่าวเปลี่ยนไปและถูกแทนด้วยความเชื่อในหลกั ปรัชญาว่า “การให้นามาซ่ึง
การได้รับ” หากตนให้ความเอ้ือเฟ้ื อแก่ผูอ้ ื่น ตนย่อมได้รับสิ่งเดียวกันหากต้องเดินทางไกล
(ดวงธิดา นันทาภิรัตน์, 2558,น. 4)

ระยะเริ่มต้นของสมยั กรีกโบราณ วตั ถุประสงค์การเดินทางของนักเดินทางส่วน
ใหญ่คือการเดินทางเพื่อการจาริกแสวงบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ดังน้ันที่พกั ส่วน
ใหญ่จะต้ังอยู่ใกล้กับศาสนสถาน เช่น โบถส์หรือวดั นอกจากน้ีทางฝ่ ายศาสนาบางแห่งจะ

ความร้เู บ้ืองต้นเก่ียวกับธรุ กิจที่พัก 3

จดั ศูนยก์ ลางที่พกั (Religious Centers) ให้แก่พระและผูแ้ สวงบุญ ดงั น้ันที่พกั ในยุคน้ีจะ
เป็ นไปเพ่ือความเอ้ือเฟ้ื อ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและมีอาหารตามอตั ภาพ

การขยายตวั ของสังคมในเวลาต่อมา ทาให้มีธุรกิจที่พกั แรมประเภทอินนส์
(Inns)หรือโรงเตี๊ยมเกิดข้ึนเพื่อรองรับนักเดินทางที่มีจานวนมากข้ึนท้ังพ่อคา้ และบุคคล
ทัว่ ไป อินนส์เป็ นการให้บริการแบ่งบา้ นพกั บางส่วนหรือบางห้องของเจา้ ของบ้าน ลกั ษณะ
เป็ นห้องเล็กๆและค่อนข้างมืด และอาจมีบริการอาหารและเครื่องดื่มพอประมาณ (Mill,
1990,p. 25-27 อ้างถึงใน จารุวรรณ กะวิเศษ, 2558, น.10)

ภาพท่ี 1.1 อินน์สในยุคกรีกโบราณ
ท่ีมา: http://www.british-history.ac.uk/old-new-london/vol6/pp76-89
ในประเทศเปอร์เซียยุคโบราณ ชาวเปอร์เซียส่วนใหญ่จะเดินทางเพื่อการค้าใน
รูปแบบของกองคาราวาน (caravan) ซ่ึงในกองคาราวานหน่ึงกองน้ันจะประกอบไปด้วย
ผูค้ นและอูฐหลายร้อยชีวิต ดังน้ันผูเ้ ดินจึงตอ้ งนากระโจม (tent) ส่วนตวั เพื่อใช้เป็ นที่หลับ

4 ความร้เู บอ้ื งตน้ เกี่ยวกับธุรกิจท่ีพกั

นอนระหว่างการเดินทาง ต่อมาจึงเกิดธุรกิจบริการที่พกั ซ่ึงเรียกว่า คานห์ (khans)ให้แก่กอง
คาราวานที่ต้องเดินทางเป็ นระยะยาวไกล ทาให้ผูเ้ ดินทางไม่จาเป็ นต้องนากระโจมไปด้วย
ตนเอง ทาให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งข้ึน โครงสร้างของคานห์ในยุคเริ่มต้น
ประกอบด้วยกาแพง 4 ด้าน ไม่มีเกราะป้ องกันใดๆท้งั สิ้น นอกจากเปอร์เซียยุคโบราณแลว้ การ
เดินทางดว้ ยกองคาราวานยงั พบในตะวนั ออกกลาง และทวปี เอเชียเช่น อินเดีย และจีน อีกดว้ ย

ยุคอาณาจักรโรมัน (509-27 ปี ก่อนคริสตกาล)
ความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รโรมนั ทาใหก้ ารเดินทางและการท่องเท่ียวขยายตวั อยา่ ง

รวดเร็ว ท้งั น้ีสาเหตุสาคญั ที่ชาวโรมนั มีการเดินทางจานวนมากน้นั เนื่องจาก
1) ชาวโรมนั สร้างถนนที่มีความสะดวกและง่ายต่อการเดินทางทว่ั กรุงโรมไปยงั สถานท่ีต่างๆ
ดงั คากล่าวที่วา่ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” (all road lead to Rome) (จารุวรรณ กะวิเศษ,
2558, น. 11)
2) มีประเพณีการแข่งขนั กีฬาที่ไดร้ ับอิทธิพลจากกรีก
3) ชาวโรมนั มีการศึกษา อยากรู้อยากเห็น และเดินทางเพือ่ หาประสบกาณ์ท่ีแตกตา่ ง
4) วฒั นธรรมสาคญั ต้งั แต่อาณาจกั รกรีกที่สืบเน่ืองมาจนถึงอาณาจกั รโรมนั ดดา้ นศาสนา การ
จาริกแสวงบุญ การเดินทางเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วหิ ารเทพเจา้
5) การเดินทางเพื่อบาบัดและฟ้ื นฟูสุขภาพท่ีแหล่งน้าน้าแร่ หรือน้าพุร้อนที่เชื่อว่าสามารถ
บาบดั โรคได้
การเดินทางจานวนมากของชาวโรมนั ทาให้เกิดท่ีพกั แรมที่เรียกวา่ ทาเวิร์น (tavern) ซ่ึงมี

ลกั ษณะคลา้ ยอินนส์ (inns) คือเรียบง่าย ไม่ค่อยสะอาด และบางแห่งอาจตอ้ งนอนรวมกนั บริเวณ
โถงใหญ่ อยา่ งไรก็ตามทาเวิร์นนิยมเป็ นที่จดั เล้ียงสาหรับนกั เดินทางเน่ืองจากมีบริการอาหารและ
เครื่องด่ืมประเภทไวน์

ความรูเ้ บ้อื งตน้ เกยี่ วกับธุรกจิ ทพี่ กั 5

ภาพท่ี 1.2 ทาเวริ ์น (tavern) ยคุ อาณาจกั โรมนั
ท่ีมา: http://www.eurocles.com

ในยุคน้ีที่เปอร์เซีย ที่พกั ประเภทคานห์ (khans) มีการพฒั นาและปรับปรุงใหด้ ีข้ึนและ
เรียกใหม่วา่ โพสตเ์ ฮาส์ (post house) ซ่ึงนอกจากจะให้บริการแก่กองคาราวานแลว้ ยงั ใชเ้ ป็ นที่พกั
ของกองทพั ทหารท่ีเดินเทา้ อีกดว้ ย โดยมากคานห์จะต้ังอยู่บริเวณชานเมืองใหญ่ๆ มีลกั ษณะ
เป็ นพื้นที่ที่มีลานกวา้ งสามารถบรรจุกองคาราวานไดท้ ้ังกอง มีรูปทรงสี่เหลี่ยม มีกาแพง
ลอ้ มรอบท้งั สี่ดา้ นเพ่ือป้ องกนั อนั ตรายจากสตั วร์ ้าย ภยั ธรรมชาติและมนุษย์ มีประตูกวา้ งพอท่ีขบวน
สินคา้ จะเคลื่อนผา่ นไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย มีร้านคา้ บริการภายในท่ีพกั โดยนกั เดินทางและคนทอ้ งถ่ิน
สามารถทาการคา้ ขายแลกเปล่ียนสินคา้ กนั ไดอ้ ีกดว้ ย ท้งั น้ีในบนั ทึกของมาร์โคโปโล (Marco Polo)
ไดบ้ รรยายถึงลกั ษณะโพสต์เฮาส์ประเภทหน่ึง ท่ีเรียกว่า แยมส์ (yams) ซ่ึงเป็ นท่ีพกั สาหรับราชา
หรือขุนนางช้ันสูงในยุคน้นั ในบนั ทึกของมาร์โคโปโลกล่าวว่าในยุคน้นั มีโพสต์เฮาส์ประมาณ
10,000 รายตลอดเส้นทาง โดยระยะห่างของโพสตเ์ ฮาส์แต่ละแห่งจะห่างกนั ประมาณ 25 ไมล์ หรือ
ประมาณ 40กิโลเมตร ซ่ึงเป็ นระยะที่เหมาะสมสาหรับการเดินทางดว้ ยมา้ 1 วนั บนเส้นทางที่
ทุรกนั ดารและแตกตา่ งจากถนนในปัจจุบนั (Gray and Liguori, 1990, น. 2)

6 ความรู้เบ้อื งตน้ เกย่ี วกบั ธุรกจิ ที่พัก

ภาพท่ี 1.3 ภาพวาดจาลองที่พกั ประเภทคานห์สพหรับกองคาราวาน
ท่ีมา: www.stephenbisty.co.uk by Stephen Biesty (2011)

ยคุ กลาง (Middle Age) (ระหว่าง ค.ศ. 500-1,500)
เม่ือเขา้ สู่ยคุ กลางหรือยุคมืด (Dark Ages) เป็ นยคุ ที่อาณาจกั รโรมนั ล่มสลาย เกิดสงคราม

และโรคระบาด โจรผรู้ ้ายชุกชุม เส้นทางการคมนาคมขาดการพฒั นา การติดต่อทางธุรกิจการคา้ ซบ
เซา อีกท้ังเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดข้ึนทวั่ ยุโรป การต่อสู้เพื่อแย่งดินแดน ผูค้ นขาดความ
ปลอดภยั ในการเดินทาง การท่องเท่ียวลดนอ้ ยลง ส่งผลใหธ้ ุรกิจท่ีพกั หยดุ ชะงกั เช่นเดียวกนั

ราวค.ศ. 1200 เกิดสงครามครูเสด (Crusade) ซ่ึงเป็ นสงครามระหว่างศาสนาคริสต์และ
อิสลาม ต่างฝ่ ายได้จดั ให้วดั เป็ นจุดศูนย์กลางที่พกั (Religious Centers) สาหรับผูค้ นที่เขา้ ร่วม
สงครามรวมถึงนกั บวชที่ตอ้ งเดินทางเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่พกั ประเภทน้ีเรียกกนั ว่า
Hospices (ท่ีพกั คนเดินทาง บา้ นรับรอง) ซ่ึงใหบ้ ริการนกั เดินทางโดยไม่คิดค่าใชจ้ ่ายใด ๆ แต่จากดั
เวลาเขา้ พกั ไดค้ ร้ังละไม่เกิน 3 คืน ที่พกั เหล่าน้ีไดก้ ลายเป็ นที่พกั อาศยั สาหรับนกั เดินทางอื่น ๆ ดว้ ย
จากน้ันมีพฒั นาการจดั ต้งั สถานีหรือจุดพกั ระหว่างการเดินทางไกลของรัฐข้ึน (Staging Post)
สถานีประเภทน้ีจะมีที่พกั แรมสาหรับนกั เดินทางและท่ีสาหรับพกั มา้ หรือเปลี่ยนมา้ ซ่ึงเป็ นพาหนะ
ในการเดินทาง ในช่วง ค.ศ.1200 มีสถานีเกิดข้ึนมากมายในประเทศจีนและมองโกเลีย

ความรู้เบื้องต้นเกีย่ วกบั ธุรกิจทพี่ ัก 7

ภาพที่ 1.4 Hospice ที่พกั สาหรับนกั บวช
ท่ีมา: http://www.tate.org.uk/art/artworks/turner-hospice-of-the-great-st-bernard-i-t04636

ประมาณปี ค.ศ. 1282 มีความเปลี่ยนแปลงสาคญั เกิดข้ึน โดยมีการรวมตวั กนั ของ
บรรดาเจ้าของสถานที่พกั แรมในเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) จดั ต้งั เป็ นสมาคม (guild หรือ
association) เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน โดยเร่ิมมีการคิดค่าตอบแทนจากการให้บริการเป็ นเงิน
ซ่ึงทาใหก้ ารบริการที่พกั แรมเปลี่ยนแปลงกลายจากที่พกั แบบเอ้ือเฟ้ื อเป็ นการใหบ้ ริการในเชิงธุรกิจ
สถานท่ีพกั แรมต่าง ๆ ท่ีก่อต้งั ข้ึนไดจ้ ะตอ้ งไดร้ ับอนุญาต (license) จากสมาคม เวลาน้นั มีสถานท่ี
พกั แรมตา่ ง ๆ ในเมืองฟลอเรนซ์เข้าร่ วมเป็ นสมาชิกถึง 86 แห่ง หลังจากจัดต้ังสมาคมและ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเป็ นธุรกิจเต็มตวั นอกจากจะให้บริการห้องพกั แลว้ ยงั มีการ
จาหน่ายไวนเ์ พิ่มข้ึนดว้ ย ซ่ึงสถานบริการเหล่าน้ีตอ้ งขอใบอนุญาตนาเขา้ ไวน์ใหถ้ ูกตอ้ งก่อนจึงจะมี
การบริการขายไวน์ใหแ้ ก่ลูกคา้ ที่มาพกั ได้ (นิภา วธานิชกลุ , 2550, น.25)

ราวปี ค.ศ. 1300 ท่ีประเทศอิตาลี กิจการสถานที่พกั แรมอยใู่ นความดูแลของผปู้ กครอง
เมืองหรือของทางราชการ โดยมีการเปิ ดประมูลให้แก่บุคคลทว่ั ไปหรือเอกชนเช่าดาเนินการ มี
สัญญาเช่าคราวละ 3 ปี ซ่ึงปรากฏว่าสถานที่พกั แรมที่เปลี่ยนรูปแบบเป็ นธุรกิจท่ีพกั สามารถทา
กาไรใหแ้ ก่ผดู้ าเนินการเป็นอยา่ งมาก ทาให้ธุรกิจที่พกั แรมขยายจากเมืองฟลอเรนซ์ไปยงั เมืองใหญ่
อื่น ๆ ในอิตาลี เช่น กรุงโรมและรวมไปถึงเมืองอื่น ๆ ในยโุ รป (มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช,
2540, น. 15)

8 ความรเู้ บ้อื งตน้ เก่ียวกบั ธรุ กิจท่พี กั

ยคุ ฟื้ นฟูศิลปวทิ ยาการ (Renaissance) (ค.ศ. 1500-1700)
ยุคฟ้ื นฟูศิลปวิทยาการหรือยุคแห่งการเกิดใหม่ เป็ นยุคที่ประเทศกลุ่มยุโรปมีความ

เจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจฟ้ื นฟูและขยายตวั การคมนาคมสะดวกสบายทาให้มีการเดินทางเพื่อการคา้
ระหวา่ งประเทศและเพอื่ การท่องเที่ยวมากข้ึน โดยมีจุดหมายปลายทางส่วนใหญ่จะอยทู่ ี่เมืองสาคญั
ในยุโรปเช่น ลอนดอน ปารีส โรม ซ่ึงเป็ นเมืองศูนยก์ ลางศิลปวฒั นธรรมและวิทยาการต่าง ๆ จากการ
เดินทางที่ขยายตวั มากข้ึนทาให้มีอุปสงค์ (Demand) คือ ความตอ้ งการท่ีพกั แรมระหวา่ งการเดินทาง
มากข้ึน ทาให้เกิดอุปทาน (Supply) ข้ึนมาสอดรับกนั ตามลาดบั ทาใหช้ ่วงค.ศ. ที่ 15 พบวา่ มีที่
พกั ประเภทอินนส์ (inns) และทาเวริ ์น (tavern) แพร่หลายทวั่ ยโุ รป

ตน้ ยุคศตวรรษท่ี 15 ประเทศฝร่ังเศสไดม้ ีวิวฒั นาการดา้ นท่ีพกั แรมมากข้ึนเรื่อย ๆ โดยเร่ิม
ใชก้ ฎหมายบงั คบั ใหท้ ี่พกั แรมที่เปิ ดบริการทุกแห่งจะตอ้ งมีการข้ึนทะเบียนท่ีพกั อยา่ งถูกตอ้ ง และ
ในช่วงเวลาเดียวกนั น้ียงั ไดม้ ีหนงั สือคู่มือสาหรับนกั เดินทาง (Guide Book) ตีพิมพข์ ้ึนมาเป็ นเล่ม
แรกในฝร่ังเศสอีกดว้ ย ส่วนที่ประเทศองั กฤษก็ไดม้ ีการออกกฎหมายขอ้ บงั คบั ต่าง ๆ ข้ึนสาหรับท่ี
พกั แบบอินน์ที่มีจดทะเบียนมากกวา่ 600 แห่งเช่นกนั

ธุรกิจที่พกั แรมในประเทศจุดหมายปลายทางมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเน่ืองเพื่อรองรับ
คนเดินทาง อีกท้งั กษตั ริยเ์ ฮนรี่ท่ี 8 (Henry VIII) ของประเทศองั กฤษ ไดม้ ีการออกพระราชบญั ญตั ิ
ยกเลิกการพกั อาศยั ในวดั ข้ึน ทาให้เหล่านกั เดินทางท้งั หลายไม่สามารถเขา้ พกั แรมในวดั ไดอ้ ีก
ตอ่ ไป จึงตอ้ งหนั มาเขา้ พกั ในสถานบริการท่ีพกั แรมแทน ในปี ค.ศ. 1576 พบวา่ มีที่พกั แรมประมาณ
6,000 แห่งทว่ั องั กฤษ

ปลายศตวรรษที่ 16 ประเทศองั กฤษยงั คงมีการพฒั นาและขยายตวั ของธุรกิจที่พกั
อย่างต่อเนื่องทว่ั ท้งั ประเทศ หลาย ๆ แห่งดัดแปลงจากคฤหาสน์หรือบา้ นขนาดใหญ่ที่มีพ้ืนที่
กวา้ งขวาง สามารถใช้ประโยชน์ไดม้ าก นามาจดั แบ่งเป็ นห้องพกั เป็ นห้อง ๆ เพื่อให้นักเดินทาง
ระดบั ดีได้เขา้ พกั โดยไม่ตอ้ งอยู่ปะปนกบั ผูอ้ ื่น อีกท้ังประเทศองั กฤษได้มีความกา้ วหน้าใน
เรื่องการคมนาคมเป็ นอยา่ งมากโดยเริ่มพฒั นามาใชร้ ถมา้ เป็ นรถโดยสาร (Stagecoach) สาธารณะ
ข้ึนเป็นคร้ังแรก มีตารางการเดินรถตามเวลา ทาใหเ้ กิดวิวฒั นาการดา้ นท่ีพกั แรมข้ึนอีกคร้ัง เป็ นที่พกั แรม
สาหรับนกั เดินทางโดยรถมา้ (Coaching Inn) ท่ีพกั ประเภทน้ีเกิดข้ึนมากตามเส้นทางการเดินรถมา้
เป็นท่ีพกั ท่ีมีลกั ษณะเฉพาะท่ีนอกจากจะมีที่พกั สาหรับนกั เดินทางแลว้ ยงั มีท่ีจอดรถมา้ โรงเล้ียงมา้
เป็ นจุดบริการดูแลมา้ ซ่ึงเป็ นพาหนะสาคญั สาหรับการเดินทาง ให้มา้ ไดพ้ กั หรือเป็ นจุดเปลี่ยนมา้
เพ่อื จะเดินทางจากที่หน่ึงไปยงั อีกที่หน่ึง เม่ือชาวองั กฤษเร่ิมเดินทางไปยงั ประเทศท่ีเป็ นอาณานิคม

ความรเู้ บ้ืองต้นเก่ียวกับธุรกิจที่พัก 9

ของตนเอง ก็ได้มีการนาธุรกิจโรงแรมไปสู่ประเทศน้ัน ๆ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ไดเ้ ริ่มมี
โรงแรมแบบคลบั (Clubs) และท่ีพกั แรมในป่ า (Lodges)เกิดข้ึน

ภาพที่ 1.5 ที่พกั แรมสาหรับนกั เดินทางโดยมา้ (Coaching Inn)
ท่ีมา: http://www.hotel-r.net/im/hotel/fr/the-old-coaching-inn-2.jpg

ภาพที่ 1.5 แผนผงั แสดงพ้ืนที่ของท่ีพกั แบบ Coaching Inn
ที่มา: ดวงธิดา นนั ทาภิรัตน์ , 2558 หนา้ 5

ในยุคน้นั การศึกษายงั มิไดแ้ พร่หลายจึงส่งผลให้ผูค้ นขาดความรู้ความเขา้ ใจในการใช้
ภาษาเพ่ือส่ือความหมาย การเรียกหรือต้งั ช่ือท่ีพกั แรมส่วนใหญ่จึงใช้สัญลกั ษณ์เป็ นเครื่องหมาย
แสดงแทนภาษาเขียน โดยใช้ภาพหรือสีเช่น สีเขียว เป็ นสัญลกั ษณ์ติดไวต้ รงหน้าสถานบริการ
เพอื่ ใหร้ ู้วา่ สถานท่ีน้นั ๆ ใหบ้ ริการที่พกั แรม ตอ่ มามีววิ ฒั นาการไปใชส้ ัญลกั ษณ์ของสัตวช์ นิดต่าง ๆ
เพิม่ เติมข้ึนมา เช่น สิงโต หงส์ดา ห่านขาว กวางขาว ปลาโลมาและววั เป็นตน้

10 ความรเู้ บอ้ื งต้นเกย่ี วกบั ธรุ กจิ ท่พี กั

ช่วงศตวรรษท่ี 16-17 มีการพฒั นารูปแบบท่ีพกั ตากอากาศ (resort) ข้ึน เน่ืองจากมีผเู้ ห็น
ประโยชน์ของการอาบและแช่น้าแร่เพ่ือบาบดั โรคและฟ้ื นฟูสุขภาพร่างกาย จริงๆแลว้ วฒั นธรรม
การใชน้ ้าเพ่อื สุขภาพน้นั มีมาต้งั แต่สมยั โบราณและเป็ นที่นิยมของชาวกรีกและโรมนั เป็ นอยา่ งมาก
ท้งั น้ีลกั ษณะสถาปัตยกรรมของอาคารที่ผคู้ นในยคุ สมยั โบราณนิยมใชบ้ ริการเพ่ืออาบและแช่น้าแร่
น้นั ยงั คงปรากฎเป็นหลกั ฐานที่เมืองบาท (Bath) ประเทศองั กฤษ สถานอาบน้าแก่กลายเป็ นสถานท่ี
พกั ตากอากาศท่ีไดร้ ับความนิยมอยา่ งมากจนถึงศตวรรษที่ 18 (นงนุช ศรีธนาอนนั ต,์ 2548, น.6)

ยุคสมัยใหม่ (Modern Age) (ค.ศ 18-ปัจจุบัน)
ระหวา่ งปี ค.ศ. 1750 – 1820 ช่วงการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) เป็ นช่วงท่ี

โรงงานต่าง ๆ เริ่มนาเอาเคร่ืองจกั รเขา้ มาช่วยทุ่นแรงและผลิตสินคา้ มากข้ึน ทาให้มีความเติบโตทาง
เศรษฐกิจคอ่ นขา้ งมาก นามาซ่ึงการก่อสร้างท่ีพกั แรมที่มากข้ึนดว้ ยเช่นกนั ที่พกั แรมเกิดข้ึนในทุกแห่ง
ท้งั ยโุ รป องั กฤษและสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1800 คาวา่ โรงแรม “Hotel” ซ่ึงมาจากภาษาฝร่ังเศสวา่
Hôtel de ville หมายถึง คฤหาสน์หรืออาคารขนาดใหญ่ ไดถ้ ูกนามาใชข้ ้ึนเป็นคร้ังแรกทดแทนคาวา่
อินน์ แต่คาว่าอินน์ก็ยงั คงถูกใชม้ าจนถึงปัจจุบนั เช่นกนั ทว่าจะใช้เรียกโรงแรมขนาดเล็กหรือขนาด
กลางเทา่ น้นั หน่ึงในโรงแรมท่ีไดช้ ื่อวา่ หรูหราและทนั สมยั ที่สุดในยุคน้นั คือโรงแรมโฮเต็ล เดอออง
รี กดั (Hotel de Henri IV) ซ่ึงก่อต้งั ข้ึนเมื่อปี ค.ศ. 1788 ในเมืองน็องต์ (Nantes) ทางตะวนั ตกของ
ประเทศฝร่ังเศสเป็นโรงแรมที่ใชท้ ุนทรัพยใ์ นการก่อสร้างถึง17,500ปอนด์ มีเตียงสาหรับบริการนกั เดินทาง
60 เตียง

ต้งั แตศ่ ตวรรษท่ี 18 เป็นตน้ มา เป็นยคุ เฟ่ื องฟขู องธุรกิจโรงแรม สามารถพบเห็นโรงแรมได้
ทว่ั ทุกเมือง ต้งั แตป่ ี ค.ศ. 1830 มีความกา้ วหนา้ ของระบบการคมนาคมและขนส่งโดยสาร ประเทศ
อังกฤษได้เริ่มใช้รถไฟโดยสารสาธารณะเขา้ มาแทนที่รถมา้ โดยสาร มีรถไฟระหวา่ งเมืองเกิดข้ึน
หลายสาย เช่น จากเมืองเบอร์มิงแฮมถึงลอนดอน ทาให้ที่พกั แรมแบบอินน์ตามใกลส้ ถานีรถมา้ ที่เคย
เป็ นที่นิยมมาต้งั แต่ปลายศตวรรษที่ 16 ถึงจุดตกต่า นักลงทุนหันมาสร้างโรงแรมใกล้สถานี
ปลายทางรถไฟมาแทนท่ี ส่วนใหญ่จะเป็นกิจการเสริมของบริษทั เจา้ ของรถไฟที่มีอยหู่ ลายบริษทั ใน
สมยั น้นั แต่ละบริษทั จะสร้างโรงแรมที่พกั ไวบ้ ริการผโู้ ดยสารของตนเอง ซ่ึงมีมากเป็ นจานวนกว่า
ร้อยแห่ง และเม่ือมีรถไฟมาแทนท่ี ประชาชนมีการเดินทางที่สะดวกข้ึน พอ่ คา้ กส็ ามารถติดต่อธุรกิจ
ไดม้ ากข้ึน จึงทาให้เกิดการขยายตวั ของโรงแรมขนาดใหญ่ข้ึนมาทดแทนที่พกั แบบอินน์ โรงแรม
ปลายทางของสถานที่รถไฟมีบทบาทสาคญั ต่อนกั เดินทางและไปรษณีย์ ลกั ษณะโรงแรมในยคุ น้ีจะ
ถูกสร้างเป็ นอาคารขนาดใหญ่ มีห้องพกั 200-500 ห้อง มาตรฐานการให้บริการมีความหรูหรา
สะดวกสบาย สะอาดและบริการดา้ นอาหาร ขอ้ ดีของการเดินรถไฟอีกประการหน่ึงคือ รถไฟ

ความรเู้ บ้อื งต้นเก่ียวกบั ธรุ กิจทีพ่ กั 11

สามารถเขา้ ถึงและผ่านสถานท่ีชายทะเลหลายแห่ง เป็ นเหตุให้สถานพกั ตากอากาศชายทะเล
(seaside resort) จานวนมากเกิดข้ึนในระยะน้ี เมื่อผคู้ นสามารถเดินทางไปพกั ผ่อนที่ชายทะเลได้
สะดวกข้ึน กิจการที่พกั ตากอากาศจึงขยายตวั ตาม

ตน้ ศตวรรษท่ี 19 ธุรกิจโรงแรมในประเทศองั กฤษมีการพฒั นาไปอยา่ งชา้ ๆ ขณะท่ีธุรกิจ
โรงแรมไดป้ ระเทศวสิ เซอร์แลนดม์ ีการพฒั นาอยา่ งรวดเร็ว รวมถึงมีการพฒั นารูปแบบโรงแรมตาก
อากาศหรือ รีสอร์ท (resort) ซ่ึงเป็ นท่ีนิยมอย่างแพร่หลายจนกระทงั่ ปัจจุบนั นอกจากน้ีในตน้
ศตวรรษที่ 19 ที่ลอนดอนประเทศองั กฤษมีกิจการประเภทสโมสร (club) เกิดข้ึนโดยพฒั นามาจาก
คอฟฟี่ เฮาส์ (coffee house) ซ่ึงเป็ นสถานที่เสรีท่ีให้ผูค้ นไดพ้ บปะสังสรรค์และพูดคุยเร่ืองต่างๆ
เจรจาธุรกิจ จนเกิดความคุน้ เคยระหวา่ งผทู้ ี่มาประจา และกลายเป็ นกลุ่มคนที่ชอบหรือมีความสนใจ
เรื่องใดเรื่องหน่ึงเหมือนกนั หรือมีวชิ าชีพเดียวกนั จากน้นั จึงจากดั สิทธ์ิของผทู้ ี่มาใชบ้ ริการใหเ้ ป็ น
เพยี งสมาชิกของกลุ่มเท่าน้นั ท่ีสุดจึงพฒั นามาเป็นสโมสรต่างๆแบบในปัจจุบนั

โรงแรมซาวอย (Savoy) ประเทศองั กฤษเปิ ดให้บริการต้งั แต่วนั ท่ี 6 สิงหาคม ปี ค.ศ.
1889 ถือเป็นโรงแรมหรูหราแห่งแรกในสหราชอาณาจกั ร ดาเนินการโดยครอบครัวคาร์ท (Carte’s)
มีไฟฟ้ าท้งั อาคาร ลิฟตไ์ ฟฟ้ า หอ้ งน้า ระบบน้าร้อนน้าเยน็ แต่ในช่วง 6 เดือนแรกท่ีเปิ ดใหบ้ ริการไม่
ประสบความสาเร็จอยา่ งท่ีต้งั เป้ าหมายไว้ จึงไดเ้ ชิญเซซาร์ ริทซ์ (Ce'Sar Ritz) ชาวสวิสเซอร์แลนด์
ผูม้ ีความชานาญด้านงานโรงแรมมาเป็ นผูจ้ ดั การ ช่วยแก้สถานการณ์และรับหน้าท่ีเป็ นผูจ้ ดั การ
โรงแรมเม่ืออายเุ พยี ง 28 ปี เท่าน้นั ริทซ์ไดเ้ ขา้ มาพลิกโฉมซาวอยโดยเริ่มใหม้ ีวงดนตรีเขา้ มาบรรเลง
ในห้องอาหาร ริทซ์ไดเ้ ชิญชวนเพ่ือนของเขาคือเชฟออกุส เอสคอฟฟิ เอร์ (Auguste Escoffier) ผซู้ ่ึง
เป็ นเชฟระดบั ตานานชาวฝร่ังเศส (ภายหลงั เขาไดร้ ับการยกย่องวา่ เป็ น “บิดาแห่งการครัว”) มา
ประจาท่ีโรงแรม นอกจากน้ีริทซ์ยงั จดั การสถานท่ีและบรรยากาศในโรงแรมให้มีความแปลกใหม่
เช่น ออกแบบดีไซน์จาลองเมืองเวนิซในประเทศอิตาลีเขา้ มาไวใ้ นห้องอาหาร มีท้งั เรือกอนโดล่า
และเพลงพ้ืนเมืองของอิตาลี เพื่อทาให้กลายเป็ นส่ิงดึงดูดใจนักเดินทางให้เขา้ พกั เป็ นเหตุให้
โรงแรมซาวอยมีชื่อเสียงและมีผเู้ ดินทางมาพกั เป็ นจานวนมาก โรงแรมซาวอยมีแขกช่ือดังระดบั
โลกเขา้ พกั มากมายต้งั แตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั ไมว่ า่ จะเป็น ชาร์ลี แชปลิน, มาริลีน มอนโรว,์ , แฟรงค์
ซิเนตร้า และวงดนตรีเดอะบีทเทิล้ เป็นตน้

12 ความรู้เบื้องตน้ เก่ียวกับธุรกจิ ที่พัก

ภาพท่ี 1.6 โรงแรมซาวอย ปี 1889
ที่มา: http://www.mr-oscar-wilde.de/interactive/walks/strand_c_garden.htm

ภาพที่ 1.7 เซซาร์ ริทซ์ (Ce'Sar Ritz) บิดาแห่งการโรงแรม
ท่ีมา: www.swissinfo.ch

เซซาร์ ริทซ์ไดร้ ับการยกยอ่ งในแวดวงธุรกิจโรงแรมในยโุ รปว่าเป็ นนกั บริหารจดั การ
โรงแรมท่ีดีเยี่ยมท่ีสุดในโลก เขายึดถืองานบริการว่าเป็ นหัวใจสาคญั ของผูป้ ระกอบอาชีพการ
โรงแรม และตอ้ งมีความเขา้ ใจใส่ใจต่อความตอ้ งการของลูกคา้ และตอ้ งตอบสนองความตอ้ งการ
อยา่ งเต็มความสามารถเต็มกาลงั จึงจะถือไดว้ า่ เป็ นมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพ ซ่ึงต่อมาเขายงั
ไดถ้ ูกยกยอ่ งให้เป็ น “บิดาของการโรงแรม” เขาทาให้โรงแรมซาวอยกลายเป็ นโรงแรมที่หรูหรา
รับแขกระดบั สูง ปัจจุบนั ซาวอยยงั ถือเป็ นหน่ึงในโรงแรมที่มีช่ือเสียงท่ีสุดในโลก (มาฆะ ชิตตะสัง
คะ, 2551, หนา้ 9-10) นอกจากเขา้ มาบริหารโรงแรมซาวอยจนประสบความสาเร็จแลว้ ต่อมาเขายงั
ไดส้ ร้างโรงแรมของตวั เอง ภายใตช้ ่ือ Ritz ซ่ึงปัจจุบนั รู้จกั กนั ในชื่อเครือ Ritz Carlton ถือเป็ น
เครือขา่ ยโรงแรมที่หรูหราและมีสาขามากมายทวั่ โลก

ความรเู้ บื้องตน้ เกี่ยวกับธุรกิจที่พัก 13

ปลายศตวรรษท่ี 19 ถือไดว้ า่ เป็ นยุคของโรงแรมสมยั ใหม่อยา่ งแทจ้ ริง ท้งั น้ีเริ่มมีโรงเรียน
ดา้ นการโรงแรมเกิดข้ึนเป็ นคร้ังแรกท่ีเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1890
โรงแรมท่ีมีช่ือเสียงเกิดข้ึนมากมายหลายแห่งในโลกในยุคน้ี เช่น โรงแรมพาเลซ (Palace Hotel) ใน
ซานฟรานซิสโก โรงแรมพลาซ่า (Plaza Hotel) และโรงแรมวอลดอร์ฟ (Waldorf Hotel) ใน
นิวยอร์ค ส่วนริมชายฝั่งริเวียร่าในประเทศฝร่ังเศสและอิตาลีเริ่มมีท่ีพกั แบบฮอลิเดยร์ รีสอร์ท
(Holiday Resorts) ริมทะเล

มีโรงแรมถูกสร้างข้ึนมากมายในทศวรรษน้ี นอกจากในเมืองแลว้ ยงั มีโรงแรมเกิดข้ึน
อีกมากมายในสถานท่ีท่องเท่ียว เช่น บนภูเขา ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีสกีรีสอร์ทเกิดข้ึนเป็ น
คร้ังแรกและในช่วงเวลาตอ่ มาไดม้ ีโรงแรมถูกสร้างข้ึนมากมายในทศวรรษน้ี

เม่ือเกิดสงครามโลกคร้ังท่ีสองข้ึน ธุรกิจดา้ นโรงแรมหยุดชะงกั ไปช่วงหน่ึง จนกระทงั่
สงครามสงบลงในช่วงยุค ปี ค.ศ. 1950 ธุรกิจโรงแรมกลับมารุ่งเรืองอีกคร้ัง มีโรงแรมคาสิโน
เกิดข้ึนเป็ นคร้ังแรก และสายการบินต่าง ๆ เริ่มหนั มาเปิ ดธุรกิจโรงแรมในเครือเป็ นของตน ปี ค.ศ.
1960 มีรีสอร์ท ผุดข้ึนเป็ นจานวนมากในแถบใกล้ทะเลเมดิเตอเรเนียน จากประเทศสเปนไปถึง
ประเทศกรีซ ในหลายเมืองเปิ ดบริการโรงแรมริมหาดข้ึนเพื่อตอ้ นรับนกั ท่องเที่ยวที่ตอ้ งการการ
พกั ผอ่ นและการอาบแดด เป็นเหตุใหป้ ระเทศโปรตุเกสและประเทศในแถบสแกนดิเนเวยี เร่ิมดาเนิน
รอยตาม ปี ค.ศ. 1970 มีโรงแรมที่ตอบโจทยน์ กั ธุรกิจมากข้ึนโรงแรมท่ีเป็ น Hotel Chains หรือ
โรงแรมในเครือเริ่มขยายเพ่ิม การใหบ้ ริการดา้ นความสะดวกสบายต่าง ๆ พฒั นามากข้ึน ท้งั ภายใน
หอ้ งพกั และอาหารที่ยกระดบั ข้ึนดว้ ย

กระทง่ั ถึงช่วงที่สามของความเจริญรุ่งเรืองเกิดข้ึนในปี ค.ศ. 1980 ธุรกิจโรงแรมเริ่มหนั มา
ทาการตลาดที่หลากหลาย ก่อสร้างและพฒั นาการโรงแรมไปในหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทยน์ ัก
เดินทางท่ีมีจุดประสงค์และความตอ้ งการต่างกนั ออกไป เช่น โรงแรมใกลส้ นามบิน โรงแรมเพื่อ
การประชุม โรงแรมบาบดั เพ่ือสุขภาพและโรงแรมสกีฮอลิเดย์ เป็ นตน้ ดว้ ยความเจริญทางธุรกิจ
โรงแรมในช่วงน้ี ทาใหเ้ กิดระบบการบริหารอสังหาริมทรัพย์ (Property Management Systems) เป็ น
คร้ังแรกในตลาดการบริการ เช่น Fidelio, Hogatex เป็ นตน้ ธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขนั ท่ีสูงข้ึน นกั
ธุรกิจและนกั เดินทางผเู้ กษียณจากการทางานแลว้ เป็นเป้ าหมายลูกคา้ ที่สาคญั ในยคุ 80 น้ี

ทศวรรษสุดท้ายก่อนค.ศ. 1990 เกิดวิกฤติสงครามในตะวนั ออกกลาง ทาให้การ
เจริญเติบโตทางธุรกิจโรงแรมหยดุ ชะงกั นกั ทอ่ งเท่ียวและงบประมาณในการท่องเท่ียวลดลง ปี ค.ศ.
1991 ถือไดว้ า่ เป็นปี ท่ีดามืดของตลาดโรงแรม ทาใหผ้ ทู้ ่ีดาเนินธุรกิจโรงแรมต่างตอ้ งหากลยทุ ธ์ใหม่
ๆ มาดึงดูดใจลูกคา้ เช่น จดั โปรแกรมพิเศษ มีพฒั นาการทางดา้ นระบบการจองโรงแรม ท้งั ยงั เป็ น

14 ความรู้เบอ้ื งตน้ เกยี่ วกับธุรกิจท่พี ัก

คร้ังแรกท่ีเร่ิมมีนโยบายเก่ียวกบั การคานึงถึงสิ่งแวดลอ้ มและประหยดั พลงั งานเขา้ มาใช้ในการทา
ตลาดของโรงแรมหลายแห่ง ระบบการจองท่ีมีประสิทธิภาพมากข้ึน ทาใหเ้ กิดมิติใหม่ในระบบดว้ ย
การเก็บฐานขอ้ มลู แขกท่ีเขา้ พกั ดว้ ยความซ่ือสัตย์ สามารถบนั ทึกขอ้ มูลประวตั ิการเขา้ พกั ของลูกคา้
เป็ นรายบุคคล ช่วยในการสร้างสรรค์วางแผนการตลาดในการจดั โปรแกรมพิเศษสาหรับแขกผเู้ ขา้
พกั ไดด้ ี ทาให้พนกั งานสามารถให้บริการตามความตอ้ งการของแขกแต่ละท่านให้ไดร้ ับความพึง
พอใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี ต้งั แต่กา้ วแรกท่ียา่ งเทา้ เขา้ มาในโรงแรม

เทคโนโลยีทนั สมยั ได้ถูกนามาใช้ในธุรกิจการโรงแรม ไม่ว่าจะเป็ นระบบการจัดการ
เช็คอิน (check-in) เช็คเอา้ ท์ (check-out) ระบบการจองท่ีเป็ นสากล โดยในปี ค.ศ. 1995 ระบบ
จดั การหอ้ งพกั โรงแรม (Hotel Room Management System) ถูกนามาใชง้ านเป็ นคร้ังแรกในโลก ทา
ให้พนกั งานตอ้ นรับฝ่ ายหนา้ ทางานไดม้ ีประสิทธิภาพและใกลช้ ิดแขกผูเ้ ขา้ พกั ไดม้ ากข้ึน กระทงั่
ปัจจุบนั ระบบการจองหอ้ งพกั ออนไลน์ผา่ นเวบ็ ไซด์ใชเ้ วลาเพียงเส้ียววินาทีและสามารถทาไดท้ ุกที่
การให้บริการความสะดวกสบายต่าง ๆ ในห้องพกั ก็พฒั นาข้ึนเช่น บริการไวไฟ(wifi) อินเตอร์เน็ต
(internet) ในห้องพกั ระบบกุญแจแบบคียก์ าร์ด (key card) โทรทศั น์แบบจอแบน และยงั มี
วิวฒั นาการเก่ียวกบั การโรงแรมในรูปแบบใหม่เกิดข้ึนอีกมากมาย ท้งั โรงแรมแบบบูติกโฮเต็ล
(boutique hotels) โรงแรมแบบโฮมสเตย์ (homestay) หรือโรงแรมเพื่อส่ิงแวดลอ้ ม (green hotel)
เป็ นตน้

ธุรกจิ ทพ่ี กั ของอเมริกา
ในยุคเร่ิมต้นน้ันที่พกั ในอเมริกามีบทบาททางสังคมมากกว่าเป็ นเพียงสถานท่ีพกั แรม

เน่ืองจากท่ีพกั หลายแห่งในยุคน้นั ถูกใช้เป็ นที่ชุมนุมของนายทหารและกลุ่มพ่อคา้ เพ่ือเจรจาเร่ือง
สาคญั ทาให้ท่ีพกั หลายแห่งถือวา่ มีความสาคญั ต่อประวตั ิศาสตร์ รูปแบบที่พกั ส่วนใหญ่มีลกั ษณะ
เหมือนที่พกั ในประเทศองั กฤษเนื่องจากอเมริกาเป็ นอาณานิคมขององั กฤษและเพื่อรองรับชาว
องั กฤษท่ีเดินทางอยใู่ นทวปี อเมริกา โดยเฉพาะตอนเหนือของทวปี อยา่ งไรก็ตามโรงแรมส่วนใหญ่
ขององั กฤษจะต้งั บริเวณตามทางท่ีรถเทียมมา้ ว่ิงผ่าน ขณะที่โรงแรมของอเมริกาจะต้งั ใกลบ้ ริเวณ
ทา่ เรือ เน่ืองจากสมยั ก่อนการเดินทางเขา้ ประเทศตอ้ งใชเ้ รือเดินสมุทรเพราะยงั ไมม่ ีเครื่องบิน

ปี ค.ศ. 1762 ควนี ส์เฮด ทาเวิร์น (Queens Head Tavern) ถูกสร้างข้ึนและเป็ นที่พกั แรมท่ีมี
ช่ือเสียงมากในสมัยน้ัน แต่เดิมควีนส์เฮด ทาเวิร์นถูกสร้างเป็ นอาคารที่ช่ือว่า เดอแลนเซย์
(Delancey) ต่อมาแซมมวล เฟราน์เซส (Samuel Fraunces) ไดซ้ ้ืออาคารดงั กล่าวแลว้ ดดั แปลงเป็ นท่ี
พกั แรมแลว้ ต้งั ชื่อวา่ ควนี ส์เฮด ทาเวริ ์น จากน้นั เจา้ ของไดด้ ดั แปลงกิจการอีกคร้ังเป็ นภตั ตาคารและ
ใชช้ ่ือวา่ เฟราน์เซส ทาเวริ ์น (Fraunces Tavern) อยา่ งไรก็ตามถึงแมค้ วนี เฮด ทาเวิร์นจะมีชื่อเสียง

ความรู้เบ้อื งต้นเก่ยี วกับธุรกิจท่พี กั 15

แต่ไม่ใช่โรงแรม กระทงั่ หลงั จากน้นั ไดม้ ีการก่อสร้างท่ีพกั แรมและเอาคาวา่ โรงแรม (hotel) มาใช้
กบั ธุรกิจที่พกั สหรัฐอเมริกาถือเป็ นประเทศแรกของโลกที่มีการนาเทคโนโลยตี ่างๆมาใชใ้ นธุรกิจ
โรงแรม เช่น การเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้าง การสื่อสาร การบริการ และยงั พฒั นา
เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการดาเนินงานจนถึงปัจจุบนั (นิภา วธาวนิชกุล, 2550, น.31)

ภาพที่ 1.8 ควนี ส์เฮด ทาเวริ ์น (Queens Head Tavern)
ท่ีมา: http://explore.float.city/walks/financial/

ปี ค.ศ.1794 ท่ีนครนิวยอร์ก (New York) มีโรงแรมซิต้ี (City Hotel) มีหอ้ งพกั บริการ 70
หอ้ ง นบั เป็นโรงแรมขนาดใหญ่เพ่ือรองรับนกั ธุรกิจ และมีชื่อเสียงมากในช่วงเวลาน้นั ซ่ึงเป็น
จุดเริ่มตน้ ของการสร้างโรงแรมท่ีมีลกั ษณะทนั สมยั และหรูหรา โรงแรมส่วนใหญ่ต้งั อยใู่ นเมือง
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และใกลก้ บั ศนู ยก์ ลางการขนส่ง มีท้งั โรงแรมขนาดใหญ่ หรูหรา และ
โรงแรมขนาดเล็กแต่สวยงาม แต่โรงแรมที่ไดช้ ่ือวา่ เป็นโรงแรมช้นั หน่ึงในขณะน้นั คือโรงแรม
บอสตนั เทรมองตเ์ ฮาส์ (Boston’s Tremont Houses) ซ่ึงถูกสร้างข้ึนในปี ค.ศ. 1829 ในเมือง
บอสตนั ออกแบบโดยนกั ออกแบบที่มีชื่อเสียงชื่อวา่ อิไซอาฮ์ โรเจอร์ (Isaiah Rogers) มีบริการ
หอ้ งพกั 170 หอ้ งที่เป็นหอ้ งส่วนตวั มีท้งั หอ้ งพกั เดี่ยวและแบบคู่ มีระบบล๊อคกญุ แจ มีบริการยก
กระเป๋ าใหแ้ ก่แขกฟรี ภายในโรงแรมมีบริการหอ้ งอาหารฝร่ังเศส และมีระบบการติดต่อสื่อสาร
ระหวา่ งแขกและพนกั งานท่ีทนั สมยั มากในยคุ สมยั น้นั ท่ีเรียกวา่ ระบบ enunciator (นิภา วธาวนิชกลุ
, 2550 ,น. 32)

16 ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกับธรุ กิจท่พี ัก

ภาพท่ี 1.9 โรงแรมซิต้ี (City Hotel)
ท่ีมา: http://www.hanway.es/city-hotel-el-primer-hotel-de-estados-unidos/

ภาพท่ี 1.10 โรงแรมบอสตนั เทรมองตเ์ ฮาส์ (Boston’s Tremont Houses)
ที่มา: https://www.flickr.com/photos/boston_public_library/5579835200
ปี ค.ศ. 1908 เเอลส์เวริ ์ธ เอม็ . สแตทเลอร์ (Ellsworth M. Statler) สร้างโรงแรมบฟั ฟาโล
สแตทเลอร์ (Buffalo Statler) ท่ีเมืองบฟั ฟาโล มีหอ้ งพกั จานวน 300 ห้องเพ่ือรองรับนกั เดินทางท่ีมี
จานวนมากข้ึน โรงแรมบฟั ฟาโลถือเป็ นโรงแรมพาณิชย์ (commercial hotel) หรือโรงแรมท่ีมีราคา
ปานกลางเป็ นโรงแรมแรกของโลก ท้งั น้ีแรงผลกั ดนั ที่ทาให้เกิดโรงแรมพาณิชยน์ ้นั เกิดจากสาเหตุ
สาคญั 2 ประการ ประการแรกเกิดจากการเพิม่ ข้ึนของนกั เดินทางประเภทพอ่ คา้ ท่ีมีธุรกิจขนาดกลาง
เน่ืองจากการพฒั นาการคา้ ระหว่างประเทศ และการพฒั นา ประการท่ีสองคือการพฒั นาระบบ

ความรเู้ บือ้ งต้นเก่ยี วกับธุรกจิ ทีพ่ ัก 17

คมนาคมขนส่งทางอากาศ อากาศยาน( air craft) ขนาดใหญ่สามารถบรรทุกผูโ้ ดยสารไดจ้ านวน
มาก และสามารถเดินทางไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเร็และปลอดภยั โรงแรมบฟั ฟาโลประสบความสาเร็จ
อย่างมาก ท้งั น้ีห้องพกั ทุกห้องของโรงแรมจะมีห้องน้า กระจกเงาท่ีสามารถส่องไดเ้ ต็มตวั และ
โทรศพั ทส์ ่วนตวั ภายในโรงแรมมีประตหู นีไฟ การติดต้งั สวทิ ซ์ไฟไวข้ า้ งประตูทางเขา้ ห้องพกั เพ่ือ
ความสะดวกต่อแขก บริหารหนังสือพิมพฟ์ รี ปี ค.ศ. 1921 โรงแรมคลิฟแลนด์ สแตทเลอร์
(Cleveland Statler)ไดถ้ ูกสร้างข้ึน โดยเป็ นโรงแรมท่ีมีบริการหนงั สือพิมพต์ อนเชา้ ให้แก่ลูกคา้ ของ
โรงแรม กิจการโรงแรมของสเตทเลอร์ไดข้ ยายตวั ไปยงั เมืองต่างๆ รวมถึงที่เมืองดีทรอยด์ โรงแรมดี
ทรอยด์ สแตทเลอร์ (Detroit Statler) ถูกสร้างข้ึนในปี ค.ศ. 1915 และในปี ค.ศ. 1918มีการสร้าง
โรงแรมเซนหลุยส์ สแตทเลอร์ (St. Louis Statler) ซ่ึงสเตทเลอร์ออกแบบให้ห้องครัวของโรงแรม
สามารถส่งอาหารไปยงั ห้องอาหารของโรงแรมไดร้ วดเร็วข้ึน จากความสาเร็จดงั กล่าวทาใหส้ เตท
เลอร์ต้งั บริษทั Staler Hotel Company และจดั ต้งั กลุ่มโรงแรม (Hotel Group) เป็ นคร้ังแรกของโลก
และที่มาของระบบโรงแรมแบบเครือขา่ ย (Hotel Chain) (Gray and Liquori, 1994 , น.3-5)

ภาพที่ 1.11 โรงแรมบฟั ฟาโล ภาพที่ 1.12 เเอลส์เวริ ์ธ เอม็ . สเตทเลอร์
ท่ีมา: http://www.dailypublic.com ที่มา: http://www.forgottendetroit.com

เเอลส์เวิร์ธ เอ็ม. สแตทเลอร์ (Ellsworth M. Statler) ไดร้ ับการยกยอ่ งให้เป็ นบิดาหรือผู้
บุกเบิกธุรกิจโรงแรมสมยั ใหม่ หรือบิดาแห่งธุรกิจโรงแรมของสหรัฐอเมริกา นอกจากน้ีเขายงั
ส่งเสริมการสอนวชิ าการโรงแรมในโรงเรียนการจดั การโรงแรม ซ่ึงเป็ นส่วนหน่ึงของมหาวทิ ยาลยั
คอร์แนล (Cornell University) ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกดว้ ย

18 ความรู้เบอื้ งตน้ เกี่ยวกบั ธุรกิจทีพ่ ัก

ระหว่างปี ค.ศ. 1920-1929 ถือว่าเป็ นยุคทองของธุรกิจโรงแรมอเมริกนั มีโรงแรมขนาด
ใหญ่ที่ทนั สมยั สร้างข้ึนจานวนมาก หน่ึงในน้นั คือโรงแรมสตีเฟ่ นส์ (Stephens Hotel) ซ่ึงถือเป็ น
โรงแรมท่ีใหญ่ท่ีสุดในโลก ภายหลงั จึงเปล่ียนช่ือเป็ นช่ือเดียวกบั จา้ ของกิจการคือคอนราดฮิลตนั
(Conrad Hilton) (จารุวรรณ กะวเิ ศษ, 2556, น.19)

คอนราด ฮิลตนั (Conrad Hilton) คือบุคคลสาคญั อีกคนในแวดวงธุรกิจโรงแรมอเมริกนั
เขาเป็ นผซู้ ้ือกลุ่มโรงแรมสแตทเลอร์และขยายเครือกิจการโรงแรมเพ่ิมภายใตช้ ื่อ “ฮิลตนั ” (Hilton)
ซ่ึงประสบความสาเร็จเป็ นอย่างมากและกลายเป็ นชื่อกลุ่มโรงแรมเครือข่ายท่ีรู้จกั กนั ดีทว่ั โลก
ปัจจุบนั โรงแรมในเครือฮิลตนั มีมากมาย เช่น คอนราด ดบั เบิลทรี และเอม็ บาสซีสวที เป็นตน้

ภาพที่ 1.13 คอนราด ฮิลตนั ผกู้ ่อต้งั โรงแรมในเครือฮิลตนั

ปี ค.ศ. 1940 เม่ือถนนหนทางในประเทศมีการพฒั นาและสะดวกสบายย่ิงข้ึนทาให้
คนอเมริกนั ส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปยงั ที่ต่างๆเป็ นหมู่คณะดว้ ยรถยนต์ รวมถึงกลุ่มพนกั งานขายที่
ตอ้ งเดินทางไปยงั เมืองตา่ งๆ ทาใหเ้ กิดท่ีพกั ลกั ษณะใหมท่ ี่ง่ายและสะดวกต่อการเขา้ พกั เรียกวา่ โม
เต็ล (Motel มาจาก motor + hotel) ซ่ึงเป็ นที่พกั ท่ีต้งั อยบู่ ริเวณริมทางหลวง ราคาประหยดั ผเู้ ขา้ พกั
สามารถจอดรถไวด้ า้ นหนา้ และเดินเขา้ ห้องพกั ทนั ที เน่ืองจากสหรัฐอเมริกามีอาณาเขตกวา้ งใหญ่
การเดินทางภายในประเทศมีระยะทางยาวไกลและใชเ้ วลาหลายวนั หรือหลายสัปดาห์ ทาใหผ้ ขู้ บั ขี่
ตอ้ งการท่ีพกั ท่ีสามารถใช้พกั แรมระหว่างการเดินทาง เป็ นเหตุให้ท่ีพกั ประเภทโมเต็ลเกิดข้ึน
มากมายโดยเฉพาะกลางศตวรรษท่ี 20 และกลายเป็นคูแ่ ข่งสาคญั ของกลุ่ม โรงแรมแบบด้งั เดิม กลุ่ม
โรงแรมสาคญั ที่มีกิจการโมเตล็ ที่เป็ นท่ีรู้จกั กนั ดี คือ กลุ่มฮอลิเดยอ์ ินน์ (Holiday Inn) (นงนุช ศรีธ
นาอนนั ต,์ 2548, น. 15)

ความรู้เบื้องตน้ เก่ียวกับธุรกจิ ทพี่ กั 19

ภาพท่ี 1.14 โมเตล็
ท่ีมา: http://www.playle.com/listing.php?i=SCVIEW497417

ภาพที่ 1.15 เคมมอนส์ วลิ สัน ผกู้ ่อนต้งั เครือฮอลิเดย์ อินน์
ท่ีมา : http://kwilson.com/twenty-tips/

เคมมอนส์ วิลสัน (Kemmons Wilson) เป็ นผูก้ ่อต้งั เครือโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ โดยมี
จุดมุ่งหมายคร้ังแรกเพื่อเปิ ดโรงแรมให้เรียงรายตามถนนระหวา่ งรัฐ การเจริญเติบโตของกิจการ
รถยนต์ในช่วงเวลาน้นั ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมของฮอลิเดย์ อินน์เติบโตอย่างเกินความคาดหมาย
นอกจากน้ียงั งมีการสร้างโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ท่ีเมืองเมมฟิ ส (Memphis) ซ่ึงเป็ นมิติใหม่ของธุรกิจ

20 ความรู้เบอื้ งตน้ เกี่ยวกับธรุ กจิ ที่พกั

โรงแรมราคาต่าถึงปานกลาง และมีลกั ษณะแตกต่างจากโรงแรมอ่ืนในสมยั น้นั คือ ห้องขนาดใหญ่
พร้อมอุปกรณ์อานวยความสะดวก มีภตั ตาคาร สระน้า โทรทศั น์ในหอ้ งนอน เป็นตน้

ภาพที่ 1.16 โรงแรมฮอลิเดยอ์ ินน์ เมืองเมมฟิ ส
ที่มา: https://www.ihg.com/holidayinn/hotels/us/en/memphis/memdr/hoteldetail

หลังสงครามโลกสิ้นสุด การเดินทางโดยเคร่ืองบินได้รับความนิยมสูงมาก ส่งผลให้
โรงแรมท่าอากาศยาน (Airport Hotel) มีจานวนเพ่ิมมากข้ึนรวมถึงโรงแรมและท่ีพกั ประเภทอ่ืนๆ
เช่น ที่พกั เพื่อสุขภาพ โรงแรมเพื่อการประชุม สถานท่ีพกั ตากอากาศ (Resort) (สุพตั รา สร้อยเพช็ ร์,
2553, น.14)

ในปี ค.ศ.1960 ขนาดและจานวนของมอเตอร์โฮเตล็ หรือ โมเตล็ ทาให้โรงแรมขนาดเล็ก
หลายแห่งต้องปิ ดกิจการลง และโรงแรมขนาดเล็กบางแห่งยอมรับในบทบาทและเห็นถึง
ความสาคัญของโรงแรมมอเตอร์โฮเต็ล และเข้าเป็ นส่วนหน่ึงของสมาคมโรงแรมอเมริกัน
(American Hotel and Motel Association : AHMA) ซ่ึงก่อต้งั ในปี ค.ศ. 1878 โดยมีวตั ุประสงคเ์ พื่อ
สนบั สนุนและส่งเสริมผลประโยชน์ของธุรกิจโรงแรมท่ีเป็ นสมาชิก สนบั สนุนกฎหมายท่ีเป็ น
ประโยชน์ต่อธุรกิจโรงแรม และคดั คา้ นกฎหมายที่อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ (จารุวรรณ กะวิเศษ,2556,
น.19)

ปี ค.ศ. 1993 อุตสาหกรรมโรงแรมมีการแขง่ ขนั สูง และเกิดปัญหาอุปทานส่วนเกิน (over
supply) ทาใหห้ ลายโรงแรมตอ้ งลดอตั ตราค่าหอ้ ง และโรงแรมอีกหลายแห่งตอ้ งปิ ดกิจการ อยา่ งไร
ก็ตามในศตวรรษที่ 20 มีผเู้ ดินทางโดยสายการบินท้งั ในและนอกประเทศมากข้ึน ทาให้มีการขยาย
กิจการโรงแรมภายใตก้ ารบริหารของเครือโรงแรมอเมริกาในต่างประเทศ คลา้ ยการเพ่ิมสาขาของ

ความรู้เบื้องตน้ เก่ียวกับธุรกิจทพี่ กั 21

เครือโรงแรม โดยกลุ่มโรงแรมที่มีการขยายสาขาในต่างประเทศกลุ่มแรกคือ “อินเตอร์คอน
ติเนลตลั ” (Inter-Continental) ตามดว้ ย “ฮิลตนั อินเตอร์เนชน่ั แนล” (Hilton International) ท้งั สอง
กลุ่มโรงแรมน้ีถือเป็ นโรงแรมเครือข่ายท่ีมีอิทธิพลสาคญั ต่อการขยายตวั ของเครือข่ายการบริหาร
กิจการขา้ มชาติมาจนถึงปัจจุบนั (นงนุช ศรีธนาอนนั ต,์ 2548, น.16)

ธุรกจิ ทพ่ี กั ของประเทศในตะวนั ออก
เป็นเวลานานกวา่ พนั ปี ที่ประเทศจีนเดินทางเพื่อทาธุรกิจการคา้ ในยุคน้นั นกั เดินทางจะพกั

ตามโรงเต๊ียม (inn) ซ่ึงต้งั ระหวา่ งทางจากเมืองหน่ึงไปอีกเมืองหน่ึง โรงเตี๊ยมในสมยั น้นั เป็ นท่ีพกั
แรมขนาดเล็กบริการห้องพกั และอาหารสาหรับผเู้ ดินทาง แต่เน่ืองจากคนจีนในสมยั ก่อนไม่นิยม
เดินทางท่องเที่ยว เพราะจีนปิ ดประเทศและมีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ทาให้ธุรกิจโรงแรม
ค่อนขา้ งพฒั นาชา้ ท่ีพกั ส่วนใหญ่ดาเนินการโดยรัฐบาลและไม่อนุญาตให้เอกชนลงทุน คุณภาพ
โรงแรมจึงไม่สะอาดและไม่มีคุณภาพ อยา่ งไรก็ตามประมาณหลงั การเปิ ดประเทศของจีนราวพ.ศ.
2520 ประเทศจีนทาการคา้ กบั หลายประเทศทว่ั โลก ธุรกิจโรงแรมในประเทศจีนเริ่มพฒั นาอย่าง
รวดเร็ว เนื่องจากมีนกั ทอ่ งเท่ียวทว่ั โลกเดินทางไปท่องเท่ียวยงั ประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนเป็ น
ประเทศที่มีอาณาเขตกวา้ งใหญ่ มีทรัพยากรท่องเที่ยวมากมายและประวตั ิศาสตร์ที่ยาวนาน ธุรกิจ
โรงแรมในเมืองใหญ่ เช่น เซียงไฮ้ ปักกิ่ง เจริญเติบโตอยา่ งต่อเนื่อง บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวมีท่ีพกั
แรมให้เลือกใช้บริการแต่ก็ยงั ไม่เพียงพอต่อจานวนนกั ท่องเท่ียว ทาให้มีเครือข่ายโรงแรมจานวน
มากเขา้ ไปลงทุนในประเทศจีน (นิภา วธานิชกุล, 2550, น.39)

ววิ ฒั นาการท่ีพกั แรมทางฝ่ังทวปี เอเชียทางประเทศญี่ป่ ุน มีที่พกั แบบเรียวกงั (Ryokan guest
houses) ที่นิยมแพร่หลายกนั มากในสมยั ก่อน ขณะท่ีประเทศอินเดียมีที่พกั แบบ Dak Bungalows
เป็ นบังกะโลสาหรับผู้ขนส่งสิ นค้า โดยมีรัฐเป็ นผูด้ าเนินการ นับเป็ นท่ีพกั แรมท่ีเชื่อถือได้
สาหรับนกั เดินทาง ส่วนทางด้านทวีปแอฟริกาตอนเหนือ ประเทศอียิปต์ ที่เมืองไคโรมีโรงแรม
เดอะเชพเพิร์ดส (The Sheperds Hotel) เกิดข้ึน

ภาพท่ี 1.17 ท่ีพกั แบบเรียวกงั ในญ่ีป่ ุน
ท่ีมา: Seikiro Traditional Ryokan (http://www.seikirou.co.jp/english/)

22 ความร้เู บ้อื งต้นเกย่ี วกบั ธรุ กจิ ทพี่ ัก

ภาพท่ี 1.18 Dak Bungalow
ท่ีมา: Photo Journey

(http://phototravelings.blogspot.com/2012/02/dak-bungalow-peora-nainital-uttrakhand.html)

ภาพที่ 1.19โรงแรมเดอะเชพเพิร์ดส (The Sheperds Hotel)
ที่มา: http://scoopempire.com/photos-egypt-way-back-never-seen/

ธุรกจิ ทพี่ กั ของประเทศไทย
บนั ทึกในประวตั ิศาสตร์ของไทยกล่าวไวว้ า่ ชาวสยามมีการติดต่อการคา้ พาณิชย์ การทูต

และการเมืองกบั ชาวยุโรปและชาวจีนมาต้งั แต่สมยั กรุงสุโขทยั กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี เร่ือยมา
จนถึงสมยั รัตนโกสินทร์ แน่นอนว่าเม่ือมีการเดินทางไกลมาถึงแผ่นดินสยาม นักเดินทางย่อม
ตอ้ งการท่ีพกั ชว่ั คราวอาศยั โดยสถานที่พกั แรมของไทยต้งั แต่สมยั โบราณประมาณ 300 ปี ท่ีผา่ นมา
มีลกั ษณะคลา้ ยกบั จีน กล่าวคือ มีที่พกั แรมแบบเรียบง่าย เพียงเพ่ืออาศยั นอนตามเส้นทางสัญจรใน
สมยั น้นั ท่ีพกั แรมจะไม่แบ่งแยกเป็ นห้องส่วนตวั แต่เป็ นการนอนรวมในหอ้ งโถงขนาดใหญ่ ต่อมา

ความรเู้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกับธุรกจิ ที่พัก 23

มีการแบง่ ห้องเป็ นสัดส่วน ไม่ปะปนกนั พ่อคา้ ธรรมดา จะพกั อาศยั ตามศาลาพกั กลางทางหรือตาม
วดั วาอาราม ตอ่ มาในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้ น้นั การเดินทางคมนาคมทางน้าถือเป็ นการเดินทาง
สายหลักของผูค้ น เส้นทางการค้าก็มักจะเป็ นเส้นทางเรือ จึงปรากฏหลักฐานท่ีพกั แรมของ
ชาวต่างชาติที่เขา้ มาทาการคา้ ในยุคน้นั ส่วนใหญ่จะอยู่ริมฝั่งแม่น้าเจา้ พระยา ส่วนนกั เดินทางชาว
สยามทวั่ ไปก็จะอาศยั ตามบา้ นญาติ เพื่อนฝูง คนรู้จกั ชอบพอของตน แต่หากเป็ นนกั การทูตหรือ
บรรดาเช้ือพระวงศ์ จะมีท่ีพกั อาศยั ที่ทางการจดั รับรอง ไม่วา่ จะเป็ นในวงั หรือตามบา้ นเจา้ เมืองต่าง ๆ
ตามบนั ทึกของจดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชทูตชาวฝรั่งเศสที่เขา้ มาในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา เขียนบนั ทึก
เก่ียวกบั การรับรองแขกเมืองของชาวสยามไวว้ า่ ทตู หรือแขกเมืองเม่ือเขา้ มาถึงในพระราชอาณาเขต
ที่พกั อาศยั และการกินอยู่จะอยู่ในความดูแลของหลวงท้งั สิ้น นอกจากน้นั ยงั มีหลกั ฐานเกี่ยวกบั
“ที่พกั คนเดินทาง” เกิดข้ึนเพอ่ื รับรองผทู้ ่ีอาศยั อยนู่ อกเมือง เดินทางเขา้ มาคา้ ขายหรือเล่นพนนั หวย ก ข
ในเมือง ลกั ษณะท่ีพกั เป็ นเรือนแถวช้นั เดียว เป็ นห้องเปิ ดโล่ง ผเู้ ขา้ พกั ตอ้ งนอนเรียงกนั ไม่มีห้อง
เป็ นสัดส่วน แต่ต่อมาเม่ือมีนกั เดินทางมากข้ึนจึงไดม้ ีการแบ่งห้องพกั เป็ นสัดส่วน โดยสร้างฝาก้นั
และยงั สร้างเพิม่ เป็นตึกแถวสองช้นั (นิภา วธาวนิชกลุ , 2550, น. 41)

เมื่อเขา้ สู่ยคุ การเป็นธุรกิจการโรงแรม ในช่วงระหวา่ งปี พ.ศ. 2491-2488 หลกั ฐานที่พกั แรม
ท่ีเปิ ดบริการในเชิงธุรกิจ ปรากฏเป็ นคร้ังแรกในหนังสือพิมพบ์ างกอก เรคคอร์ดเดอร์ (Bangkok
Recorder) ของหมอบรัดเลย์ ตรงกบั สมยั แผน่ ดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รัชกาลท่ี 4)
ซ่ึงเป็ นช่วงเวลาที่ได้เริ่มมีวฒั นธรรมความเจริญจากตะวนั ตกแพร่เข้ามา ทาให้สังคมเริ่มมี
ความเจริญกา้ วหนา้ ทางเศรษฐกิจและการศึกษา ในปี พ.ศ. 2405 หรือเมื่อร้อยกวา่ ปี มาแลว้ มีการเปิ ด
บริการบอร์ดดิงเฮาส์ (boarding house) กลุ่มเป้ าหมายหลกั คือ นกั ธุรกิจชาวต่างชาติ นกั เดินทางแสวงโชค
หมอสอนศาสนา เป็ นตน้ หน่ึงปี ถดั มาในปี พ.ศ. 2406 ไดม้ ีการก่อสร้างโรงแรมแห่งแรก ต้งั อยบู่ น
ถนนเจริญกรุงช่ือยเู น่ียน โฮเตล็ (Union Hotel) สมยั น้นั ใชค้ าวา่ โฮเต็ลทบั ศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ไม่ใชค้ าวา่
โรงแรม ยเู น่ียน โฮเต็ล เป็ นโรงแรมท่ีสร้างตามมาตรฐานโรงแรมในฝ่ังตะวนั ตก ต่อมายงั ไดส้ ร้าง
โรงแรมข้ึนอีกสองแห่งคือ ฟิ ชเบอร์ส โฮเตล็ (Fisher’s Hotel) และโอเรียนเตล็ โฮเต็ล (Oriental Hotel)
ท้งั สามแห่งเป็ นโรงแรมที่ลูกคา้ ส่วนใหญ่เป็ นนกั เดินทางชาวต่างชาติ นอกจากจะสร้างโรงแรมใน
กรุงเทพมหานครแลว้ รัชกาลท่ี 4 ยงั คงโปรดให้สร้างบา้ นพกั ตากอากาศข้ึนที่ตาบล อ่างหิน จงั หวดั
ชลบุรี มีลกั ษณะเป็นอาคาร 2 ช้นั จานวน 2 อาคาร โดยต้งั ชื่อวา่ ตาหนกั มหาราชาและตาหนกั มหาราชินี
มีเตียงไวบ้ ริการ 44 เตียง สร้างข้ึนให้ชาวต่างชาติเช่าเพ่ือพกั ผอ่ น ปัจจุบนั สถานที่ดงั กล่าวถูกปรับปรุง
เป็ นพิพิธภณั ฑ์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราช ต้งั อยทู่ ่ีตาบลอ่างศิลา จงั หวดั ชลบุรี (จารุวรรณ
กะวเิ ศษ,2558, น. 23 และโสภิต ภทั รพิพฒั น์ , 2536, น. 23)

24 ความรเู้ บอื้ งตน้ เก่ียวกับธุรกจิ ทพ่ี กั

ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รัชกาลที่ 5) ถือไดว้ า่ เป็ นยคุ แห่งการปฏิรูป
ประเทศใหม้ ีความเจริญทดั เทียมกบั ประเทศตะวนั ตก และมีชาวต่างชาติเดินทาง เขา้ มาในประเทศ
มากข้ึน จึงทาให้ธุรกิจโรงแรมมีความเจริญกา้ วหน้าตามไปดว้ ย และไดม้ ีการปรับปรุงให้โรงแรมมี
ความสะดวกสบายและหรูหรามากข้ึนกว่าเดิม ในปี พ.ศ. 2419 มีการสร้างโรงแรมโอเรียนเต็ล
(The Oriental Hotel) ข้ึน ลกั ษณะเป็ นอาคารไมช้ ้นั เดียวขนาดเล็กริมแม่น้าเจา้ พระยา โดยในช่วง
แรกมีนกั เดินเรือชาวเดนมาร์กสองคนเป็ นเจา้ ของแต่ต่อมาก็ถูกเปลี่ยนมือเจา้ ของอีกหลายคร้ัง
ซ่ึงโรงแรมน้ีเป็ นแห่งแรกที่นาระบบไฟฟ้ าเขา้ มาใช้ภายในโรงแรมเปิ ดบริการมาเป็ นระยะเวลาอนั
ยาวนานจนถึงปัจจุบนั น้ี (พ.ศ. 2559) ในปี พ.ศ. 2520 มีการสร้างอาคารเพิ่มเติมเพื่อรองรับนกั
เดินทางข้ึนอีก 2 หลงั เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีหอ้ งพกั ถึง 406 ห้อง ถือไดว้ า่ โรงแรมโอเรียนเตล็ เป็ น
โรงแรมท่ีมีความทนั สมยั ท่ีสุดต้งั แต่ในอดีตจนถึงยุคปัจจุบนั ปี พ.ศ. 2524 โรงแรม โอเรียนเตล็ ไดร้ ับ
การยกยอ่ งใหเ้ ป็นโรงแรมช้นั เยีย่ มบริการดีอนั ดบั 1 ของโลก ท้งั ยงั เคยตอ้ นรับคนดงั ระดบั โลกมา
มากมาย เช่น ไมเคิล แจ็คสัน, เจา้ ฟ้ าชายชาร์ล แห่งประเทศอังกฤษ, เดวิด เบคแฮม, อดีต
ประธานาธิบดีจอร์จ ดบั เบิลยู ยชุ เป็นตน้

สมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เป็ นช่วงท่ีเศรษฐกิจค่อนขา้ ง
ฝื ดเคือง ไม่มีงบประมาณในการพฒั นาประเทศ กระน้ันก็ยงั มีงบประมาณในการลงทุนสร้าง
โรงแรมในหลาย ๆ แห่ง ในปี พ.ศ. 2460 ไดม้ ีการสร้างบงั กะโลไมท้ ี่ชายหาดหวั หิน ซ่ึงเป็ นชายหาด
ริมทะเลที่เป็นที่นิยมมาท่องเท่ียวกนั ในสมยั น้นั สร้างข้ึนโดย พลเอกพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้
บุรฉัตรไชยากร กรมพระกาแพงเพชรอคั รโยธิน ผบู้ ญั ชาการกรมรถไฟแผ่นดินในสมยั น้นั ซ่ึงต่อมา
พระองคท์ ่านไดถ้ ูกยกยอ่ งใหเ้ ป็ นพระบิดาแห่งการโรงแรมไทย บงั กะโลแห่งน้ีให้บริการถึงปี พ.ศ.
2464 รัชกาลท่ี 6 ก็ทรงโปรดใหส้ ร้างอาคารใหม่ข้ึนมาแทน โดยออกแบบอาคารใหโ้ ดดเด่นตามแบบ
สถาปัตยกรรมของตะวนั ตก มีเตียงพกั จานวน 28 เตียง มีชื่อเรียกวา่ โรงแรมรถไฟหวั หิน นบั ไดว้ า่
เป็ นโรงแรมชายทะเลแห่งแรกในประเทศไทย ท้งั ยงั ไดร้ ับการขนานนามว่าเป็ นโรงแรมท่ีพกั ตาก
อากาศท่ีหรูหราท่ีสุดในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตใ้ นสมยั น้นั จากน้นั ถูกเปลี่ยนมือผบู้ ริหารและได้
ปรับปรุงเปล่ียนแปลงจนในปัจจุบนั กลายเป็นโรงแรมโซฟิ เทลเซ็นทรัล หวั หินรีสอร์ท

ความรู้เบอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั ธุรกจิ ท่พี กั 25

ภาพท่ี 1.20 โรงแรมโอเรียลเตล พ.ศ. 2419
ที่มา: Mandarin Oriental

(http://www.mandarinoriental.com/destination-mo/luxury-traveldestinations/bangkok/inspiration-
in-venice-of-the-east.aspx)

ต่อมามีการสร้างโรงแรมวงั พญาไท ซ่ึงเกิดข้ึนจากการท่ีกรมพระกาแพงเพชรอคั รโยธิน
ทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลท่ี 6 สร้างโรงแรมท่ีหวั ลาโพงเม่ือ พ.ศ. 2469
แต่ไม่ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ และมีพระราชประสงคใ์ ห้ดดั แปลงวงั พญาไทเป็ นโรงแรมแทน
เพราะมีบริเวณกวา้ งขวาง พร้อมกนั น้ีไดเ้ ปล่ียนชื่อจากวงั พญาไทเป็ นโรงแรมวงั พญาไท เพื่อให้ชาว
ต่างประเทศพกั แรม ภายในโรงแรมมีความงดงามหรูหรา จากการตกแต่งดว้ ยศิลปะที่วจิ ิตรตระการตา
เพราะเป็ นวงั มาก่อน โรงแรมวงั พญาไทไดร้ ับยกยอ่ งวา่ เป็ นโรงแรมท่ีทนั สมยั และยอดเย่ยี มที่สุดใน
เอเชียในสมยั น้นั ค่าใชจ้ ่ายในการเขา้ พกั คิดค่าเช่าคืนละ 120 บาท มีห้องอาหารและไนต์คลบั ไว้
บริการลูกคา้ ของโรงแรม บริเวณรอบ ๆ เป็ นบึงบวั นานาชนิดและสวนไมด้ อกไมป้ ระดบั ที่จดั แบบ
สวนญ่ีป่ ุน มีน้าตก น้าพสุ วยงามมาก ปัจจุบนั โรงแรมวงั พญาไทเป็ นสถานที่ต้ังของโรงพยาบาล
พระมงกุฎตามคาสั่งของคณะปฏิวตั ิในสมยั รัชกาลท่ี 7 (โสภิต ภทั รพพิ ฒั น์, 2536, น. 24)

26 ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ียวกบั ธุรกิจทีพ่ ัก

ภาพที่ 1.21 พลเอกพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บุรฉตั รไชยากร กรมพระกาแพงเพชรอคั รโยธิน
ที่มา: ภาพยนตป์ ระวตั ิศาสตร์

(http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711164)

นอกจากโรงแรมท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ แลว้ ในสมยั น้นั ยงั มีโรงแรมอื่น ๆ เกิดข้ึนอีกเช่น โรงแรม
รอยลั (Royal Hotel) ซ่ึงต้งั อยบู่ นถนนสาทรเหนือ สมยั น้นั นบั ไดว้ ่าเป็ นโรงแรมหรูหราแห่งหน่ึงของ
กรุงเทพมหานคร ภตั ตาคารของโรงแรมแห่งน้ีมีชื่อเสียงเป็ นอย่างมาก ต่อมาได้ถูกดัดแปลง
กลายเป็ นที่ต้ังของสถานทูตรัสเซียแทน ปี พ.ศ. 2470 มีโรงแรมทรอคาเดโร (Trocadero Hotel)
ในยา่ นสุรวงศ์ เป็ นอาคารสูง 4 ช้นั มีห้องพกั 45 หอ้ ง โรงแรมแห่งน้ีเป็ นโรงแรมแรกในประเทศไทยที่
มีลิฟต์และมีเคร่ืองปรับอากาศ ถือว่าเป็ นโรงแรมที่ทนั สมยั และหรูหรามากในอนั ดบั ตน้ ๆ ของ
ประเทศ ช่วงสงครามโลกคร้ังที่2 กองทพั ญ่ีป่ ุนเขา้ มาต้งั ฐานทพั ในประเทศแลว้ ไดท้ าการยึดโรงแรม
แห่งน้ีเป็ นกองบญั ชาการ ปี พ.ศ. 2471 โรงแรมราชธานี ไดถ้ ูกก่อสร้างข้ึนบริเวณสถานีรถไฟหัว
ลาโพง เป็ นโรงแรมเล็ก ๆ ที่ทนั สมยั ห้องพกั มีบริการท้ังน้าร้อนน้าเยน็ พดั ลม โทรศพั ท์ มี
ภตั ตาคารและบาร์ท่ีมีชื่อเสียงในสมยั น้นั โดยกลุ่มเป้ าหมายหลกั คือ เป็ นที่พกั สาหรับนกั เดินทางที่
โดยสารรถไฟได้เข้าพกั ปัจจุบนั กลายเป็ นอาคารส่วนหน่ึงของท่ีทาการสถานีรถไฟหัวลาโพง
ปัจจุบนั โรงแรมทรอคาเดโรยงั คงดาเนินกิจการอยแู่ ตไ่ ดเ้ ปลี่ยนช่ือเป็ นโรงแรมนิวทรอคาเดโร (New
Trocadero Hotel) ซ่ึงยงั คงอนุรักษโ์ ครงสร้างเดิมไวไ้ ดเ้ ป็นอยา่ งดี

ดา้ นมาตรฐานการบริการของโรงแรมในสมยั น้นั หลงั การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็ น
ระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 ธุรกิจการโรงแรมขยายเพ่ิมข้ึนมากท้งั ในกรุงเทพมหานคร
และในต่างจงั หวดั รัฐบาลจึงจดั ระบบการควบคุมดูแลธุรกิจโรงแรม และแม้โรงแรมบางแห่ง
ใหบ้ ริการอยา่ งดีตามมาตรฐานตะวนั ตก แตย่ งั มีโรงแรมอีกหลายแห่งไม่ไดม้ าตรฐานและมีการให้บริการ

ความรเู้ บื้องต้นเก่ียวกบั ธรุ กจิ ท่ีพัก 27

ทางเพศ รัฐบาลจึงออกพระราชบญั ญตั ิโรงแรม พ.ศ.2478 ข้ึนเพอ่ื จดั ระเบียบธุรกิจโรงแรม (อรรธิกา
พงั งา, 2553, น. 9)

หลงั ปี พ.ศ. 2489 ซ่ึงเป็ นช่วงหลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2 จบสิ้นลง ประเทศต่าง ๆ ทวั่ โลก
รวมถึงประเทศไทยมีการตื่นตวั ต่อความสาคญั ของการท่องเที่ยวท่ีมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ
การพฒั นาทางการท่องเท่ียวจึงเป็ นไปในทิศทางท่ีดีข้ึนตามลาดบั อีกท้งั ในยุคน้นั ยงั มีสายการบิน
จากตา่ งชาติเปิ ดบริการเส้นทางบินเขา้ มายงั ประเทศไทยมากข้ึนอีกดว้ ย รัฐบาลไทยในสมยั น้นั จึงให้
ความสาคญั กบั เรื่องการพฒั นาส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็ นอย่างมาก รัฐบาลจอมพลสฤษด์ิ ธนะ
รัชต์ ในสมยั น้นั จึงไดจ้ ดั ต้งั องคก์ ารส่งเสริมการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย (อสท.) ขยายขอบเขตการ
ทางานออกไปยงั ต่างจงั หวดั และต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพ่ือดึงดูดนกั ท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
โดยอาศยั กลยุทธ์ทางการตลาด การขยายขอบเขตการทางานของ อสท. มีภาระหนา้ ที่กวา้ งขวางจน
ตอ้ งเปลี่ยนฐานะเป็ นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซ่ึงปัจจุบนั ได้เปล่ียนเป็ นกระทรวงการ
ท่องเท่ียวและกีฬา การต้งั องคก์ ารส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งผลใหช้ าวต่างชาติรู้จกั
และเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากข้ึน ในยคุ น้นั นอกจากโรงแรมที่สร้างโดยรัฐบาล เช่น
โรงแรมเอราวณั ในปี พ.ศ. 2499 แลว้ ภาคเอกชนก็ใหค้ วามสนใจลงทุนสร้างโรงแรมมากข้ึนดว้ ย
โดยไดด้ ึงเอากลุ่มนกั บริหารโรงแรมเครือข่าย (Hotel Chains) จากต่างประเทศเขา้ มาช่วยบริหาร
ทาให้ช่วงเวลาน้ีเป็ นยุคทองของนกั บริหารชาวต่างชาติ เริ่มตน้ เมื่อปี พ.ศ. 2508 โรงแรมรามา
เป็ นโรงแรมแรกที่เซ็นสัญญากบั กลุ่มเครือข่ายโรงแมฮิลตนั เข้ามาบริหารและเปล่ียนช่ือเป็ น
โรงแรมรามาฮิลตนั (Rama Hilton Hotel) ต่อมาก็มีกลุ่มอื่น ๆ ตามเขา้ มาอีกมากมายซ่ึงกลุ่มท่ีเขา้ มา
และยงั เป็นท่ีรู้จกั กนั มาจนถึงปัจจุบนั ก็คือ กลุ่มเชอราตนั , ไฮแอท, รีเจน้ ท,์ ฮอลิเดยอ์ ินน์, แมนดาริน, โน
โวเทล, โซฟิ เทลและแชงกรีลา เป็นตน้ วธิ ีการบริหารของกลุ่มเครือข่ายโรงแรมน้ีจะมีผบู้ ริหารที่ถูกส่ง
ตวั จากบริษทั แมท่ ่ีต่างประเทศเขา้ มาท่ีโรงแรมในเครือท่ีประเทศไทย แลว้ วางระบบการบริหารและ
บริการใหเ้ ป็นมาตรฐานเดียวกนั กบั โรงแรมในเครือท่ีตา่ งประเทศ เพื่อใหเ้ ป็ นท่ียอมรับของแขกผมู้ า
พกั ใหท้ ดั เทียมกนั ทว่ั โลก ท้งั ยงั เป็นการขยายตลาดใหก้ บั โรงแรมในเครือข่ายประเทศอื่น ๆ อีกดว้ ย
หลงั จากท่ีมีกลุ่มเครือขา่ ยโรงแรมจากต่างชาติเขา้ มาบริหารโรงแรมในประเทศมากมายน้นั พวกเขา
ได้มาถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกบั การโรงแรมแก่พนักงานคนไทยมากมาย ทาให้หลายคนมี
ความเจริญกา้ วหนา้ ทางหนา้ ที่การงาน กา้ วข้ึนมาสู่ตาแหน่งผบู้ ริหารระดบั สูงของโรงแรมหลายแห่ง
(นิภา วธาวนิชกลุ ,2550, น.46)

ปี พ.ศ. 2530 รัฐบาลประกาศใหเ้ ป็ นปี แห่งการท่องเท่ียวไทย และประสบความสาเร็จเป็ น
อยา่ งมาก มีนกั ท่องเที่ยวเพ่ิมข้ึนอยา่ งรวดเร็วจนเกิดภาวะขาดแคลนห้องพกั เป็ นเหตุให้มีผลู้ งทุน
ธุรกิจโรงแรมมากข้ึนตามความตอ้ งการของตลาด และมีพฒั นาการความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

28 ความรเู้ บือ้ งตน้ เกย่ี วกบั ธุรกจิ ท่ีพัก

โรงแรมโดยเร่ิมมีกลุ่มเครือข่ายโรงแรมของคนไทยเกิดข้ึน เช่น กลุ่มดุสิตธานี, เซ็นทรัล, อมารี เป็ นตน้
ซ่ึงบางเครือข่ายสามารถขยายกิจการไปสู่ประเทศใกลเ้ คียงเช่น พม่า ลาว ได้อีกดว้ ย บางกลุ่มยงั
สามารถซ้ือกิจการของโรงแรมตา่ งชาติมาบริหารไดด้ ว้ ย

วิกฤติตม้ ยากุง้ ยุคฟองสบู่แตกในปี พ.ศ. 2540 ส่งผลให้การท่องเที่ยวซบเซา การลงทุน
ทางดา้ นธุรกิจการโรงแรมชะลอตวั ลงมาก โรงแรมต่าง ๆ ประสบปัญหาจนตอ้ งหนั มาทาการขยายตลาด
ไปสู่กลุ่มเป้ าหมายผเู้ ป็ นลูกคา้ คนไทยดว้ ยมากข้ึน จะเน้นไปที่การบริการอาหารและเครื่องด่ืมใน
ร้านอาหารของโรงแรม และขยายไปสู่บริการดา้ นการจดั เล้ียงกระประชุมสัมมนามากข้ึน ท้งั ยงั
รณรงคใ์ ห้คนไทยหนั มาท่องเท่ียวในประเทศมากข้ึน เมื่อเป้ าหมายทางการตลาดเปลี่ยนไปทาให้
ผบู้ ริหารชาวต่างชาติซ่ึงไม่ถนดั กบั การบริหารงานกบั ตลาดคนไทยเกิดปัญหาในการทางานและ
ทาใหต้ อ้ งถอนตวั ไปหลายกลุ่ม

กระทง่ั ปี พ.ศ. 2549 เมื่อเริ่มเปิ ดใชส้ นามบินสุวรรณภูมิเป็ นคร้ังแรก ทาให้มีนกั ท่องเท่ียว
ต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากข้ึน การท่องเที่ยวกลบั มาเติบโต มีการขยายตวั ของ
กิจการโรงแรมท้งั ในกรุงเทพมหานครและตามจงั หวดั ท่ีเป็ นแหล่งท่องเท่ียวอ่ืน ๆ โรงแรมที่เกิดข้ึน
ในช่วงระยะน้ีส่วนใหญ่จะมีกลุ่มผูบ้ ริหารเป็ นคนไทยหรือร่วมลงทุนและดูแลด้านบริหารกับ
ชาวตา่ งชาติ ปัจจุบนั มีโรงแรมเกิดข้ึนมากมายหลายประเภทต้งั แต่โรงแรม 5 ดาว ไปถึง 3 ดาว และ
ต้งั แต่โรงแรมหรูหรา ไปถึงโรงแรมบูติค หรือโฮมสเตย์ โรงแรมระดบั ใหญ่ กลาง และเล็กมกั เนน้
จุดขายในด้านการให้บริการท่ีนาเทคโนโลยีมาทาให้ทนั สมยั และสิ่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ
อยา่ งครบครัน ภาพลกั ษณ์ของโรงแรมไม่ไดเ้ ป็ นเพียงสถานที่พกั แรมเท่าน้นั ยงั เป็ นสถานที่สาหรับ
จดั กิจกรรมต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็ นงานเปิ ดตวั สินค้า การประชุมสัมมนา งานแต่งงาน
และงานสังสรรค์ เป็นตน้ แนวโนม้ ของธุรกิจการโรงแรมจะมีความหลากหลายและมีการให้บริการ
ที่กา้ วหนา้ ข้ึนตามกระแสเทคโนโลยที ่ีเปล่ียนไป (จิตตินนั ท์ นนั ทไพบลู ย,์ 2555, น. 20)

สรุป

ววิ ฒั นาการของที่พกั แรมต้งั แต่สมยั โบราณน้นั ส่วนใหญ่จะข้ึนอยู่กบั ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั
การเดินทางของมนุษยจ์ ากที่หน่ึงไปยงั อีกท่ีหน่ึง ซ่ึงในอดีตนกั เดินทางอาจมีไม่มากนกั เนื่องจาก
การเดินทางเป็ นไปด้วยความยากลาบากและใช้เวลานาน ซ่ึงสมยั โบราณผูค้ นจะเดินทางเพ่ือ
การคา้ ขาย เผยแพร่ศาสนาและทาสงครามเป็ นส่วนใหญ่ การสร้างท่ีพกั แรมสาหรับนกั เดินทางใน
สมยั น้นั ไม่ไดม้ ีความพิถีพิถนั หรือให้ความสาคญั มากนกั จนกระทง่ั ยุคสมยั ต่อมามีความเปลี่ยนแปลง
มากข้ึน ที่พกั แรมมีความเจริญและมีการพฒั นาในทุก ๆ ดา้ น โดยเฉพาะดา้ นการคมนาคม ท่ีปัจจุบนั
มีบริการท้งั รถไฟ รถยนต์ เรือ เคร่ืองบิน ทาให้มีการเดินทางท่ีสะดวกสบายข้ึน จึงมีนกั เดินทาง

ความร้เู บือ้ งตน้ เกยี่ วกบั ธรุ กจิ ท่ีพกั 29

มากข้ึน และมีเหตุผลที่จะเดินทางมากข้ึนนอกเหนือจากเหตุผลในอดีตที่กล่าวมา เช่นอาจ
เดินทางเพื่อการศึกษา การพักผ่อนหย่อนใจ เป็ นต้น ที่พกั แรมจึงได้มีพฒั นาการมากข้ึน
ตามลาดับ มีเคร่ืองอานวยความสะดวก และบริการต่างๆเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของกลุ่ม
กลุ่มเป้ าหมาย ปัจจุบนั ธุรกิจท่ีพกั มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดผลดีในดา้ นต่างๆ
ของประเทศโดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกนั ธุรกิจโรงแรมและท่ีพกั ก็ก่อผลกระทบดา้ น
ลบเช่นเดียวกนั ดงั น้นั ผูล้ งทุนหรือผปู้ ระกอบการควรมีจิตสานึก และคานึงถึงผลกระทบต่างๆต่อ
พ้นื ท่ี และประเทศดว้ ย

30 ความรูเ้ บอ้ื งต้นเกี่ยวกับธรุ กจิ ทพี่ ัก

เอกสารอ้างองิ

จิตตินนั ท์ นนั ทไพบูลย.์ (2555). การโรงแรม. กรุงเทพฯ: ซีเอด็ ยเู คชน่ั .
ธีราพรรณ อิ่มโอษฐ.์ (2557). ธุรกจิ การโรงแรม. กรุงเทพฯ: วงั อกั ษร.
นิภา วธาวนิชกุล. (2550). ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกบั งานโรงแรม. กรุงเทพฯ: คณะวทิ ยาการจดั การ

มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดุสิต.
_______. (2553). ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกบั โรงแรม. กรุงเทพฯ: สหมิตรพริ้นติ้งแอนดพ์ บั ลิสชิ่ง จากดั .
ประสงค์ แสงพายพั . (2532). การบริหารธุรกจิ โรงแรม. กรุงเทพฯ: แสงจนั ทร์การพิมพ.์
ปรีชา แดงโรจน.์ (2525). การโรงแรม. กรุงเทพฯ: ศรีอนนั ต.์
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช .(2539). เอกสารการสอนชุดวชิ า การจัดการและเทคนิคการ

บริการในโรงแรม หน่วยท่ี 1-7 .นนทบุรี: สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมธิราช.
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช .(2540). เอกสารการสอนชุดวชิ า อตุ สาหกรรมบริการหน่วยที่ 1-5

.นนทบุรี: สานกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมธิราช.
มาฆะ ชิตตะสังคะ, วจิ ิตร ณ ระนอง. (2551). การจัดการและเทคนิคการบริการในโรงแรม. นนทบุรี:

สานกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.
สุพตั รา สร้อยเพช็ ร์. (2553). การจัดการการโรงแรม. ขอนแก่น: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
โสภิต ภทั รพพิ ฒั น์. (2536). ธุรกจิ โรงแรม. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พศ์ ูนยส์ ่งเสริมวชิ าการ.
อรรธิกา พงั งา. (2553). การจัดการและการปฏิบัตงิ านส่วนหน้า. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Chon Kye-Sung (Kaye) and Sparrowe Raymond T.. (2000). Welcome to Hospitality…and

introduction 2nd ed. New York:Delmar Thomson Learning.
David K. Hayes and Jack D. Ninemeier. (2006). Foundations of Lodging Management. New

Jersey. Pearson Prentice Hall.
William S. Gray, Salvatore C. Liguori. (2003). Hotel and Motel Management and Operations.

(4thed). Libraries Australia : Upper Saddle River


Click to View FlipBook Version