The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suttiporn Rammanakatja, 2020-10-26 04:17:37

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอสิ ลาม

โดย
ครูสุทธพิ ร รัมณะกจั จะ

ความเป็ นมาของศาสนา

ศาสนาอสิ ลาม เป็นศาสนาทถ่ี ือกาเนิดข้ึนในนครมกั กะฮ์ ประเทศ
ซาอดุ อิ าระเบยี หลงั พุทธศกั ราชประมาณ ๑,๑๑๓ ปี ผทู้ น่ี บั ถือ ศาสนาอสิ ลาม
เรยี กวา่ มุสลิม แปลวา่ ผูแ้ สวงหาสนั ติ หรอื ผูน้ อบนอ้ มตอ่ ประสงคข์ องพระเจา้

ในสมยั ทที่ า่ นศาสดาถือกาเนิดนน้ั สงั คมอาหรบั อยใู่ นสภาพทเี่ สื่อมโทรม
มาก ผคู้ นมว่ั สุมดมื่ นา้ เมาและเลน่ การพนนั การละเมิดประเวณเี กดิ ข้นึ เป็นประจา มี
การฝังเดก็ หญงิ ทงั้ เป็ นเพราะถือวา่ เป็ นสง่ิ อปั มงคล การแกแ้ คน้ ดว้ ยการ
ประหตั ประหารเป็นเรอื่ งปกตผิ ูค้ นงมงายกบั การบูชารปู เคารพ และการประกอบพี
กรรมตา่ งๆ ทสี่ ้ินเปลืองและไรส้ าระ ทา่ นศาสดาพยายามหาหนทางแกป้ ัญหาใน
สงั คมทท่ี า่ นพบเห็นอยูเ่ สมอ จนกระทง่ั วนั หน่ึงขณะทท่ี า่ นหลบไปหาความสงบวเิ วก
ในถา้ บนภูเขาอริ อฮ์ เทวทตู ญบิ รออลี ก็ไดน้ าโองการของพระเจา้ (พระอลั ลอฮ)์ มา
ประทานแกท่ า่ น ทา่ นศาสดามุฮมั มดั จงึ เรมิ่ ประกาศศาสนา คนแรกทเ่ี ขา้ รบั นบั ถือ
ศาสนาอสิ ลาม ก็คอื นางคอดญี ะฮ์ ผูเ้ ป็นภรรยา การประกาศศาสนาชว่ งแรกเต็มไป
ดว้ ยความยากลาบากและถกู ตอ่ ตา้ นเพราะ ศาสนาอสิ ลาม ทาใหผ้ ูม้ ีอทิ ธพิ ลเสยี
ผลประโยชน์ รวมทง้ั ใหค้ นทวั่ ไปซงึ่ นบั ถือรปู เคารพตา่ งๆ ขดั เคอื ง

หลงั จากประกาศศาสนาได้ ๑๓ ปี ทา่ นศาสดา และสาวกไดล้ ้ภี ยั จากการตามลา้ ง
ผลาญของชาวเมอื งมกั กะฮ์ โดยไปอยทู่ เี่ มอื งมะดนี ะฮ์ ปีทที่ า่ นศาสดามุฮมั มดั อพยพ
มาอยูเ่ มืองมะดนี ะฮน์ ้ี ถือเป็นการเรม่ิ ตน้ นบั ศกั ราช อสิ ลาม เรยี กวา่ ฮจิ เราะหศ์ กั ราช
(ฮ.ศ.) จนกระทงั่ ถึงปี พ.ศ.๑๑๗๓ ทา่ นศาสดาก็สามารถรวบรวมผคู้ นกลบั ไปยึด
เมอื งมกั กะฮไ์ วไ้ ด้ โดยปราศจากการสูร้ บใหเ้ สียเลอื ดเน้ือ ทา่ นศาสดาใหท้ าลายรปู
เคารพตา่ งๆ และประกาศนิรโทษกรรมแกช่ าวเมอื งทเ่ี คยเป็ นปฏิปักษต์ อ่ ทา่ น
หลงั จากนนั้ ทา่ นศาสดามุฮมั มดั ก็ไดก้ ลบั ไปเมอื งมะดีนะฮ์ ตอ่ มาภายหลงั ชนอาหรบั
เผา่ ตา่ งๆ และประเทศขา้ งเคยี งก็ไดส้ ง่ ทตู เขา้ มาขอเป็ นพนั ธมิตรบา้ ง เพ่ือขอรบั นบั
ถือ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาอสิ ลาม จงึ ไดแ้ พรข่ ยายไปทว่ั ดนิ แดนตะวนั ออกกลาง
อนิ เดยี และทอี่ นื่ ๆ นบั ตงั้ แตบ่ ดั นนั้

ท่านนบมี ฮุ มั มดั

นบีมฮุ มั มดั ท่านเกดิ ทน่ี ครมกั กะห์ ประเทศซาอดุ อิ าระเบยี ในปี ค.ศ. 570 เป็นบตุ รของ

อบั ดลุ เลาะห์ และนางอามนี ะฮ์ ทา่ นไดแ้ ต่งงานกบั นางคอดยิ ะห์ ซง่ึ เป็นเจา้ ของกจิ การคา้ ขาย
ในนครมกั กะห์ แต่เน่อื งจากท่านนีมฮุ มั มดั เป็นผูท้ ฝ่ี กั ใฝ่ในศาสนา ทา่ นจงึ มกั ไปบาเพญ็
สมาธทิ ถ่ี า้ ฮริ อฮ์ บนเขานูร์ อยู่เป็นประจา จนกระทงั่ ในคนื หน่ึงของเดอื นรอมฎอน กาเบบรี
ยลทูตของพระเจา้ ไดน้ าโองการของอลั เลาะหม์ าประทานแก่นบมี ฮู มั มดั ทา่ นจงึ ไดน้ าคาสอน
เหลา่ น้มี าเผยแผ่ เรม่ิ จากญาตแิ ละคนใกลช้ ดิ เป็นเวลา 3 ปี จากนน้ั จงึ ไดเ้ผยแผ่และ
ประกาศศาสนาอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชน จนเกดิ เป็นศาสนาอสิ ลามข้นึ ทา่ นนบมี ฮุ มั มดั
ไดเ้ผยแผ่ศาสนาเป็นเวลาทงั้ ส้นิ 23 ปี และไดเ้สยี ชวี ติ ลงเมอ่ื อายุได้ 63 ปี



อลั กรุ อาน บา้ งเรยี ก โกหรา่ น เป็นคมั ภรี ใ์ นศาสนาอสิ ลาม ชาว
มสุ ลมิ เชอ่ื วา่ เป็นพระวจนะของอลั ลอฮท์ ป่ี ระทานผ่านทางเทวทูต
ญบิ รลี มาสู่นบมี ฮุ มั มดั คาว่า กรุ อาน มาจากรากศพั ทใ์ นภาษา
อาหรบั แปลวา่ การอ่าน หรอื อาขยาน ซง่ึ มสุ ลมิ ทกุ คนตอ้ งเรยี นรู้
และปฏบิ ตั ติ ามคาสอนในคมั ภรี ซ์ ง่ึ เป็นภาษาอาหรบั ทเ่ี นน้ เรอ่ื งการ
ดาเนินชวี ติ การแต่งงาน การประกอบอาชพี และยงั เป็นแหลง่ รวม
หลกั ธรรม กฎหมายสงั คมศาสตรแ์ ละรฐั ศาสตรไ์ วอ้ ย่างครบถว้ น



คมั ภรี ห์ ะดีษ หรอื เรยี กว่า ซุนนะฮ์ เป็นบนั ทกึ โอวาท คาสงั่
สอน คาแนะนาและแบบอย่างการดาเนินชวี ติ ของศาสดามฮุ มั
มดั และช่วยขยายความเขา้ ใจใหแ้ ก่ชาวมสุ ลมิ มากยง่ิ ข้นึ

นกิ ายของศาสนาอสิ ลาม

นิกายซุนนี จดั ไดว้ ่าเป็นพวกออรธ์ อดอกซข์ องอสิ ลาม และไมช่ อบใหใ้ ครมาเปลยี่ นแปลง

คาสอนทม่ี อี ยเู่ ดมิ ในคมั ภีร์ เพราะปอ้ งกนั การคลาดเคลือ่ นในหลกั คาสอนแทจ้ รงิ พวกนิกาย
นใี้ ชห้ มวกสขี าวเป็นสญั ลกั ษณแ์ ละเป็นนิกายที่มีผนู้ บั ถือมากทสี่ ดุ ประมาณ 700 ลา้ นคน
ถือว่าเป็นนกิ ายดง้ั เดมิ แลว้ สว่ นมากมอี ยใู่ นประเทศสาธารณรฐั ตรุ กี ซาอดุ อิ ารเบีย

แอฟรกิ า และชาวมสุ ลมิ สว่ นใหญ่ในอินโดนเี ซีย มาเลเซีย และประเทศไทย

นิกายชีอะฮ์ เป็นกลมุ่ ทแ่ี ยกตวั ออกมา เพราะปญั หาความขดั แยง้ ในหมผู่ ูน้ ามสุ ลมิ เมอ่ื กาหลบิ อาลี

(บตุ รเขยของศาสนามฮุ มั มดั ) ไดถ้ กู ลอบสงั หารจากฝ่ายตรงขา้ ม แลว้ ตง้ั นกิ ายชอี ะฮข์ ้นึ นกิ ายชอี ะฮใ์ ช้
หมวกสแี ดงเป็นสญั ลกั ษณ์

นิกายวาฮาบี นิกายวาหฮ์ ะบเี ป็นนกิ ายทเ่ี กดิ ข้นึ เมอ่ื ประมาณกลาง ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 18 (ระหวา่ ง

พ.ศ. 2238-2299) ผูต้ ง้ั นกิ ายน้ชี อ่ื วา่ โมฮาหมดั อบิ นิ อบั ดุล วาหฮ์ ะบี (Mohamed Ibni Abdul
Wahhbi) ทา่ นผูน้ ้ีเรยี กตนเองวา่ พวิ ริตนั มสุ ลมิ นกิ าย วาหฮ์ ะบนี บั ถอื พระอลั ลอฮเ์ จา้ อยา่ งเคร่งครดั
ไมน่ บั ถอื นบมี ฮุ มั มดั และศาสดาพยากรณอ์ น่ื ใดๆ ทง้ั ส้นิ

นิกายซูฟี มสุ ลมิ นกิ ายน้ีจะนุ่งผา้ ทท่ี าดว้ ยขนแกะชนดิ หยาบและประพฤตติ นคลา้ ยนกั บวช เนน้

สอนเร่ืองการชาระวญิ ญาณใหบ้ ริสทุ ธ์ิ สละความฟ้งุ เฟ้อและบาเพญ็ พรต

หลกั ธรรมพ้นื ฐานของ
ศาสนาอสิ ลาม

๑ ) หลกั ศรทั ธา ๖ ประการ ไดแ้ ก่
( ๑ ) ศรทั ธาตอ่ พระอลั ลอฮ์ มสุ ลมิ เชอ่ื วา่ มพี ระเจา้ องคเ์ ดยี วเป็นผูส้ รา้ ง
สรรพสง่ิ ผูเ้ป็น มสุ ลมิ จะตอ้ งศรทั ธาต่อพระอลั ลอฮเ์ พยี งพระองคเ์ ดยี ว
( ๒ ) ศรทั ธาตอ่ เทพบรวิ ารของพระอลั ลอฮ์ (เทวทูต) คอื ผูร้ บั ใชพ้ ระเจา้ ซง่ึ
มจี านวนมากมหี นา้ ทต่ี า่ งๆ กนั เทวทูตเป็นคนกลางทาหนา้ ทส่ี อ่ื สาร ระหวา่ ง
ทา่ นนบมี ฮุ มั มดั กบั พระเจา้ กลา่ วคอื ทา่ นนบมี ฮู มั มดั ไดร้ บั โองการจากพระ
เจา้ โดยทางเทวทูต ซง่ึ เรยี กวา่ “ มลาอกี ะฮ์ ” เป็นวญิ ญาณทม่ี องไมเ่ หน็ แต่
สามารถแปลงร่างเป็นมนุษยไ์ ดต้ ามบญั ชาของพระอลั ลอฮ์
(๓ ) ศรทั ธาในพระคมั ภรี ท์ งั้ หลาย คอื คมั ภรี ท์ พ่ี ระเจา้ ไดป้ ระทานมาก่อน
หนา้ น้ี 104 คมั ภรี ์ ซง่ึ รวมทง้ั คมั ภรี ข์ องศาสนายูดาย และศาสนาครสิ ต์ แต่
ใหถ้ อื วา่ คมั ภรี อ์ ลั -กรุ อาน เป็นคมั ภรี ส์ ุดทา้ ย และสมบูรณ์ทส่ี ุด ทพ่ี ระเจา้ ได้
ประทานพรลงมาใหแ้ ก่มนุษยชาติ โดยผา่ นทางศาสดามฮุ มั มดั

( ๔ ) ศรทั ธาตอ่ บรรดาศาสนทูต ศาสนทตู เป็นมนุษยธ์ รรมดา แตพ่ ระเจา้ ได้
เลอื กสรรวา่ เป็นคนดี เหมาะแก่การทจ่ี ะเป็นผูป้ ระกาศศาสนา ซง่ึ ทา่ นนบี
มฮุ มั มดั เป็นศาสนทูตองคส์ ุดทา้ ย
( ๕ ) ศรทั ธาในวนั พพิ ากษา คอื วนั สดุ ทา้ ยของโลก ชาว มสุ ลมิ เช่อื วา่ โลกมี
วนั แตกดบั เมอ่ื ถงึ วนั นน้ั มนุษยท์ กุ คนตอ้ งตาย และจะถกู ทาใหฟ้ ้ืนข้นึ มา
เพอ่ื พจิ ารณาโทษ ดว้ ยการสอบสวนพพิ ากษาตามความดคี วามชวั่ ทต่ี นได้
กระทาไว ้
( ๖ ) ศรทั ธาในการกาหนดสภาวะของโลก และชวี ติ วา่ เป็นไปตามเจตจานง
ของพระอลั ลอฮ์

( ๒ ) หลกั ปฏบิ ตั ิ ๕ ประการ
หลกั ปฏบิ ตั สิ าคญั ใน ศาสนาอสิ ลาม ๕ ประการ ไดแ้ ก่

( ๑ ) การปฏญิ าณตน มสุ ลมิ ตอ้ งกลา่ วปฏญิ าณวา่ “ ขา้ พเจา้ ขอปฏญิ าณ
วา่ ไมม่ พี ระเจา้ อน่ื ใดนอกจากอลั ลอฮ์ และแทจ้ รงิ มฮุ มั มดั เป็นศาสนทูต (
รอซูล ) ของอลั ลอฮ์ “ การปฏญิ าณน้ีเปรยี บเสมอื นหวั ใจของ ศาสนาอสิ ลาม
ตอ้ งทาดว้ ยความบริสุทธ์ใิ จ และมใิ ช่ทาครง้ั เดยี ว แตต่ อ้ งทาเสมอเมอ่ื
นมสั การพระเจา้ (ละหมาด)
( ๒ ) การละหมาด คอื การนมสั การ หรือ การแสดงความเคารพต่อพระเจา้
ทงั้ ทางร่างกาย และจติ ใจ ชาว มสุ ลมิ ทกุ คนจะตอ้ งปฏบิ ตั ลิ ะหมาดวนั ละ ๕
เวลา คอื ยา่ รุ่ง กลางวนั เยน็ พลบคา่ และกลางคนื ซง่ึ ก่อนทาละหมาด
จะตอ้ งชาระร่างกายใหส้ ะอาด และสารวมจติ ใจใหส้ งบ

( ๓ ) การถอื ศีลอด หมายถงึ การละเวน้ จากการบรโิ ภคอาหาร เคร่อื งดม่ื
การร่วมสงั วาส ตงั้ แต่พระอาทติ ยข์ ้นึ จนกระทงั่ พระอาทติ ยต์ กดนิ มสุ ลมิ
จะตอ้ งถอื ศีลอดปีละ ๑ เดอื น คอื ในเดอื นรอมาฎอนตามปฏทิ นิ ของอสิ ลาม
ผูท้ ไ่ี ดร้ บั การผอ่ นผนั ไมต่ อ้ งถอื ศีลอด ไดแ้ ก่ คนชรา หญงิ มคี รรภ์ แมล่ ูก
อ่อน คนทต่ี อ้ งทางานหนกั คนเดนิ ทางไกล หญงิ ขณะมรี อบเดอื นหรือหลงั
คลอด คนป่วย การถอื ศีลอดเป็นการแสดงถงึ ความศรทั ธาในพระเจา้ ฝึก
ความอดทน และความมนี า้ ใจเอ้อื เฟ้ือเผอ่ื แผ่
( ๔ ) การบริจาคซะกาต หมายถงึ การบริจาคทานใหแ้ ก่คนทเ่ี หมาะสม
ตามทศ่ี าสนากาหนด เช่น คนอนาถา เดก็ กาพรา้ คนขดั สน ผูเ้ผยแผศ่ าสนา
การบรจิ าคซะกาต เป็นขอ้ บงั คบั ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ิ ชาว มสุ ลมิ หรอื วา่ เป็นหนา้ ทท่ี ่ี
จะตอ้ งสละทรพั ยข์ องตนในอตั รารอ้ ยละ ๒.๕ เพอ่ื แบง่ ปนั ใหแ้ ก่ผูอ้ น่ื เป็น
การกลอ่ มเกลาจติ ใจใหเ้ป็นคนเอ้อื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั

( ๕ ) การประกอบพธิ ฮี จั ญ์ หมายถงึ การไปประกอบศาสนกจิ ณ ศาสน
สถานบยั ตลุ ลอฮ์ เมอื งมกั กะฮ์ ประเทศซาอดุ อี าระเบยี การประกอบพธิ ีฮจั ญ์
ไมไ่ ดบ้ งั คบั ใหช้ าว มสุ ลมิ ตอ้ งกระทา แตใ่ หถ้ อื เป็นหลกั ปฏบิ ตั สิ าหรบั ผูท้ ่ี
พรอ้ ม และมคี วามสามารถ คอื บรรลนุ ิตภิ าวะ มสี ขุ ภาพดี มที นุ ทรพั ย์
เพยี งพอ และมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การประกอบพธิ ีฮจั ญเ์ ป็นอย่างดี

พธิ ีกรรมท่ีสาคญั ใน
ศาสนาอสิ ลาม

พธิ ฮี จั ญ์ หมายถงึ การไปประกอบศาสนกจิ เมอื งเมกกะ ประเทศซอดุ ี

อาระเบยี โดยผูท้ จ่ี ะไปประกอบพธิ ีฮจั ญจ์ ะตอ้ งอยูใ่ นสภาพทพ่ี รอ้ ม
กลา่ วคอื บรรลนุ ติ ภิ าวะ มสี ุขภาพี มที นุ ทรพั ยเ์ พยี งพอ และมคี วามรู้
ความเขา้ ใจในการทาฮจั ญ์

การถอื ศีลอด เป็นการละเวน้ จากการกนิ การดม่ื การเสพ การร่วมเพศ

การนนิ ทา ตลอดจนการประพฤตทิ ผ่ิ ดิ บาปทกุ อย่าง จะกระทาในเดอื น
รอมฎอนเป็นเวลา ๑ เดอื น ทง้ั น้ีเพอ่ื เป็นการชาระจติ ใจใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ ฝึก
ความอดทนต่อการยวั่ ยวนของกเิ ลส

การละหมาด (นมาซ) เป็นการเคารพกราบไหวต้ อ่ พระเจา้ ดว้ ยอริ ิยาบถ

ตา่ ง ๆ ซง่ึ จะตอ้ งปฏบิ ตั ทิ กุ วนั วนั ละ ๕ เวลา คอื ก่อนฟ้าสาง บา่ ย เยน็
หวั คา่ และกลางคนื การละหมาดวนั ละ ๕ เวลา คอื ก่อนฟ้าสาง บา่ ย เยน็
หวั คา่ และกลางคนื การละหมาดวนั ละ ๕ เวลา จะช่วยสกดั กน้ั ความคดิ
และการกระทาทไ่ี มด่ งี ามต่าง ๆ อย่างเป็นระบบตอ่ เน่อื งในรอบวนั

ศาสนสาวก

คือ ผเู้ ผยแผศ่ าสนาตอ่ จากพระศาสดา ซง่ึ ศาสน
สาวกในศาสนาอิสลาม คอื อิหม่าม

ศาสนสถาน

เป็นศาสนสถานของชาวมสุ ลมิ คาวา่ มสั ยดิ เป็นคาภาษาอาหรบั แปลวา่ สถานทก่ี ราบ
ชาวมสุ ลมิ ในแต่ละชมุ ชนจะสรา้ งมสั ยดิ ข้นึ เพอ่ื เป็นสถานทป่ี ฏบิ ตั พิ ธิ กี รรมทางศาสนา
อนั ไดแ้ ก่ การละหมาดและการวงิ วอน การปลกี ตนเพอ่ื บาเพญ็ ตบะ หาความสนั โดษ


Click to View FlipBook Version