The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SUPINYA POSENG, 2023-08-06 10:56:27

ภาคผนวกที่25

ภาคผนวกที่25

โครงการ“สูงวัย อย่างปลอดภัย รู้ทันไว้ มั่นใจ ไม่ล้มด้วยยางยืด” ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวชนินทร เกลี้ยงดา รหัสนักศึกษา 6523006 นางสาวนภาพร เพ็งสอน รหัสนักศึกษา 6523009 นางสาวบุณยาพร กลิ่นเพ็ชร์ รหัสนักศึกษา 6523011 นาวาอากาศตรีหญิงมัทนา อุดมสินค้า รหัสนักศึกษา 6523012 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรีพร ชุมแดง รหัสนักศึกษา 6523017 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติผู้สูงอายุ รายวิชาปฏิบัติการจัดการโรคเรื้อรัง/ปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนของผู้สูงอายุ (พยคร ๕๘๔) ปีการศึกษา ๒๕๖๕


โครงการ “สูงวัย อย่างปลอดภัย รู้ทันไว้ มั่นใจ ไม่ล้มด้วยยางยืด” 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากมีสัดส่วนของประชากรวัยสูงอายุถึงร้อยละ 18.96 ของประชากรไทยทั้งประเทศ (กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2565) ในอำเภอไทรน้อยมีประชากรทั้งหมด 32,152 คน เป็นประชากรผู้สูงอายุ 7,543 คน คิดเป็นร้อยละ 23.46 (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 2566) วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายระบบ ปัญหาการหกล้มในผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ เกิดขึ้นได้บ่อย เนื่องจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และทรงตัวได้ไม่ดีพอ การ หกล้มเกิดจากการสูญเสียการทรงตัวของผู้สูงอายุทำให้แขน ขา ศีรษะ หรือส่วนอื่น ๆ เกิดการกระแทกกับพื้น หรือสิ่งของต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ จากการรายงานสถิติการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุไทย ในปีพ.ศ. 2564 ของกรมควบคุมโรค พบว่า ผู้สูงอายุไทยมีสถิติหกล้มปีละ 3 ล้านราย และบาดเจ็บต้องเข้ารักษาใน โรงพยาบาลมากกว่า 60,000 รายต่อปี โดยมีผู้เสียชีวิตจากการหกล้มเฉลี่ยวันละ 4 ราย จากการคัดกรอง ผู้สูงอายุ 9 ด้านของอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงด้านการเคลื่อนไหวจำนวน 433 คน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ 1 ใน 3 อันดับแรกของอำเภอไทรน้อย ซึ่งการทรงตัวที่ไม่ดีจะก่อให้เกิดการหกล้มได้ ง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายและกระดูกหัก จนอาจกระทบถึงการที่ไม่สามารถทำ กิจวัตรประจำวันได้ตามเดิม และยังเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุเกิดความพิการ ส่งผลกระทบต่อจิตใจ หวาดกลัวการหก ล้ม และต้องพึ่งพาผู้อื่น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง การพลัดตกหกล้มสามารถป้องกันและแก้ไขได้ หากเข้าใจถึงความเสี่ยงและการดูแล ป้องกันที่ เหมาะสม จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายแบบเพิ่มแรงต้านและยืดเหยียด สามารถเพิ่มสมรรถนะทาง กายได้โดยการเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อ น้อย ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มได้(American College of Sports Medicine [ACSM], 2018) และการนำยางยืดมาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ในการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านสำหรับ ผู้สูงอายุนั้นมีคุณสมบัติ คือ มีความยืดหยุ่นคล้ายกับการทำงานของกล้ามเนื้อและแรงปฏิกิริยาสะท้อนกลับ หรือมีแรงดึงกลับจากการถูกดึงให้ยืดออก (Stretch reflex) ทุกครั้งที่ยางถูกกระตุ้นให้ดึงให้ยืดออกจะส่งผลต่อ การช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนที่รับรู้ความรู้สึกของกล้ามเนื้อและข้อต่อ (Proprioception) ให้มีปฏิกิริยา การรับรู้และตอบสนองต่อแรงดึงของยางที่กำลังถูกยืด ทำให้มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ทำให้มีการ รับรู้การทำงานของกล้ามเนื้อข้อต่อเกิดการกระตุ้นการทำงานการไหลเวียนเลือดความทนทานของปอดและ ระบบการหายใจดีขึ้น เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและยังสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ (เจริญ กระบวนรัตน์, 2557) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของฉัตรทิพย์ เพ็ชรชลาลัย และสุ วิทย์ อุดมพาณิชย (2562) ในผู้สูงอายุในชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า การออกกำลังกายด้วยยางยืด ครั้งละ 30 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุได้อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 นอกจากนี้การศึกษาของศรีวิกาญจน์ ยกเซ้งและพัชรี คมจักรพันธุ์ (2565) ใน


ผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน จังหวัดปัตตานี พบว่าการออกกำลังกายด้วยยางยืด ครั้งละ 30 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็น ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายประเภทที่สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และความอดทนของระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต (ฉัตรทิพย์ เพ็ชรชลาลัย และสุวิทย์ อุดมพาณิชย์, 2562; ศรีวิกาญจน์ ยกเซ้งและพัชรี คมจักรพันธุ์, 2565) ดังนั้นผู้จัดโครงการจึงเห็นความสำคัญของการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ด้วยการส่งเสริม การออกกำลังกายโดยใช้ยางยืดมาประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย โดยการเน้นกิจกรรมการออกกำลังกาย ได้แก่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ส่งผลนำไปสู่การพัฒนาร่างกายของ ผู้สูงอายุเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ไม่ให้เกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย เพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม เสริมสร้าง สมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว ลดภาวะเสี่ยงของโรคอันจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพที่จะตามมาได้ใน อนาคต 2. วัตถุประสงค์ของโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการไม่เกิดภาวะพลัดตกหกล้ม 3. เป้าหมายของโครงการ ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการคัดกรองความเสี่ยงพลัดตกหกล้มและคัดกรองความเสี่ยง ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นและผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมโครงการสามารถออกกำลังกายแบบแรงต้านโดยใช้ยางยืดเพื่อป้องกันภาวะ พลัดตกหกล้มได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในการร่วมกิจกรรมร้อยละ 80 ขึ้นไป ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการที่ออกกำลังกายด้วยยางยืดไม่เกิดภาวะพลัดตกหกล้มในระยะเวลา 3 เดือน 4. กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลไทรน้อย หมู่ที่ 6 จำนวน 20 คน


5. วิธีการดำเนินงาน 1. ขั้นเตรียมการ 1.1 ประชุมปรึกษาหารือกับทีม อสม. เพื่อรวบรวมปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุและการจัดกิจกรรม สำหรับผู้สูงอายุ โดยกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเข้าร่วมกิจกรรม คือ ผู้สูงอายุที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาล ไทรน้อย หมู่ที่ 6 จำนวน 20 คน 1.2 วางแผนและเขียนโครงการ 1.3 ประสาน อสม. เพื่อเตรียมความพร้อมและแบ่งหน้าที่ก่อนการจัดโครงการ 1.4 เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดโครงการ ได้แก่ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์จำนวน 1 แผ่น แบบคัด กรองความเสี่ยงพลัดตกหกล้ม และแบบคัดกรองความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย 30 ชุด ยางยืด 30 ชุด แผ่นพับการออกกำลังกายด้วยยางยืด 30 ชุด แบบประเมินความรู้ก่อนและหลังให้ความรู้ และแบบประเมิน ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 30 ชุด 1.5 ประชาสัมพันธ์โครงการ 2. ขั้นดำเนินการ 2.1 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตโดยทีม อสม. 2.2 ดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1. คัดกรองความเสี่ยงพลัดตกหกล้มโดยใช้การทดสอบTime up and go และคัดกรองความ เสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย โดยใช้เครื่องมือคัดกรองในการประเมินเพื่อหาสัญญาณของภาวะมวล กล้ามเนื้อน้อยหรือกลุ่มเสี่ยงโดยใช้ calf circumference (CC) และประเมินความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ โดยใช้ Handgrips strength ใช้เวลา 30 นาที 2. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะพลัดตกหกล้มก่อนเข้าร่วมโครงการ ใช้เวลา 5 นาที 3. ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะพลัดตกล้มและการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม ใช้เวลา 10 นาที 3. สาธิตและออกกำลังกายแบบแรงต้านโดยใช้ยางยืด ใช้เวลา 30 นาที 4. สรุปโครงการ ใช้เวลา 5 นาที 5. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะพลัดตกหกล้มและความพึงพอใจหลังเข้าร่วม โครงการ แจกแผ่นพับท่าออกกำลังกายด้วยยางยืด พร้อมกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการและ ผู้เกี่ยวข้อง ใช้เวลา 10 นาที 3 ขั้นประเมินผล 1. ประชุมทีมเพื่อประเมินผลหลังการจัดทำโครงการ 2. จัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ


6.แผนการปฏิบัติงาน วิธีการดำเนินงาน ตารางกิจกรรม 26 มิ.ย. ขั้นเตรียมการ 1.ประชุมปรึกษาหารือกับทีม อสม. เพื่อ รวบรวมปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุ 2. วางแผนและเขียนโครงการ 3. ประสาน อสม. เพื่อเตรียมความพร้อมและ แบ่งหน้าที่ก่อนการจัดโครงการ 4. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดโครงการ 5. ประชาสัมพันธ์โครงการ ขั้นดำเนินการ 1.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตโดยทีม อสม. 2. คัดกรองความเสี่ยงภาวะพลัดตกหกล้มและ คัดกรองความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย 3. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะ พลัดตกหกล้มก่อนเข้าร่วมโครงการ 4. ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะพลัดตกล้มและการ ป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม


ระยะเวลาดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ -2ก.ค.66 3-9ก.ค.66 10-14ก.ค.66 สมาชิกทุกคนในกลุ่ม สมาชิกทุกคนในกลุ่ม น.ต.หญิงมัทนา อุดมสินค้า น.ส.บุณยาพร กลิ่นเพ็ชร์ สมาชิกทุกคนในกลุ่ม น.ส.ชนินทร เกลี้ยงดา * น.ส.ชนินทร เกลี้ยงดา น.ส.บุณยาพร กลิ่นเพ็ชร์ * น.ส.นภาพร เพ็งสอน น.ต.หญิงมัทนา อุดมสินค้า ผศ.ดร.สุรีพร ชุมแดง * น.ส.บุณยาพร กลิ่นเพ็ชร์ * สมาชิกทุกคนในกลุ่ม


วิธีการดำเนินงาน ตารางกิจกรรม 26 มิ.ย. ขั้นดำเนินการ 5. สรุปโครงการ 6. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะ พลัดตกหกล้มและความพึงพอใจหลังเข้าร่วม โครงการ แจกแผ่นพับท่าออกกำลังกายด้วยยาง ยืด ขั้นประเมินผล 1.ประชุมทีมเพื่อประเมินผลหลังการจัดทำ โครงการ 2. จัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ


ระยะเวลาดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ -2ก.ค.66 3-9ก.ค.66 10-14ก.ค.66 * น.ส.นภาพร เพ็งสอน ผศ.ดร.สุรีพร ชุมแดง * น.ส.บุณยาพร กลิ่นเพ็ชร์ สมาชิกทุกคนในกลุ่ม สมาชิกทุกคนในกลุ่ม


7. ระยะเวลาในการดำเนินงาน 26 มิ.ย.66- 14 ก.ค.66 (วันจัดโครงการ 12 ก.ค.66) 8. งบประมาณ ลำดับ รายการ จำนวนเงิน (บาท) หมายเหตุ หมวดค่าใช้สอย 1. ยางยืด (50บาทX30ชุด) 1,500.00 2. ค่าอาหารกลางวัน (1 มื้อ x 40 บาท x 40 คน) 1,600.00 3. ค่าวัสดุ และอุปกรณ์สื่อให้ความรู้ 500.00 4. ค่าถ่ายเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสาร 200.00 รวมหมวดค่าใช้จ่าย 3,800.00 ถัวเฉลี่ยทุกรายการ (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน) 9. การประเมินผลโครงการ 9.1 แบบคัดกรองความเสี่ยงภาวะพลัดตกหกล้ม 9.2 แบบคัดกรองความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย 9.3 แบบประเมินความรู้เรื่องภาวะพลัดตกหกล้มก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ 9.4 แบบสังเกตท่าบริหารระหว่างร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุ 9.5 แบบประเมินความพึงพอใจ 10. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 10.1 ผู้เข้าร่วมโครงการมีการออกกำลังกายด้วยยางยืดอย่างต่อเนื่อง 10.2 อสม.ที่มาร่วมโครงการ ได้นำความรู้เรื่องการป้องกันพลัดตกหกล้ม และการออกกำลังกายด้วย ยางยืดไปเผยแพร่กับคนในชุมชน 10.3 ผู้เข้าร่วมโครงการนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่กับสมาชิกในครอบครัว เพื่อนบ้าน


11. การประเมินผลการดำเนินงานตามแผน การประเมินผลก่อนปฏิบัติงาน - ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 คน มีโอกาสเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10 - ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 คน มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพลัดตกหกล้ม จำนวน 4 คน คิดเป็น ร้อยละ 20 - ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 คนได้รับการประเมินความรู้ก่อนเข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวน 16 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 80 การประเมินผลขณะปฏิบัติงาน - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสนใจและตั้งใจฟัง มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ตอบ คำถามกับผู้ดำเนินโครงการ - มีผู้เข้าร่วมโครงการที่มาช้า หลังจากที่ได้เริ่มกิจกรรมแล้ว ทำให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆต้องรอ - ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและพร้อมเพรียงกัน การประเมินผลหลังการปฏิบัติงานเสร็จสิ้น ประเมินผลกิจกรรม - ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการคัดกรองความเสี่ยงพลัดตกหกล้มและคัดกรองความเสี่ยงภาวะมวล กล้ามเนื้อน้อย จำนวน 20 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 - ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 คนได้รับการประเมินความรู้หลังเข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวน 20 คน ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 100 และมีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 85 (ผู้เข้าร่วมโครงการ 3 คน มีความรู้เท่าเดิมแต่ผ่านเกณฑ์) - ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถออกกำลังกายแบบแรงต้านโดยใช้ยางยืดเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มได้ อย่างถูกต้อง ร้อยละ 96.45 - ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนมีความพึงพอใจในการร่วมกิจกรรม ร้อยละ 96.40 การประเมินผลโครงการ 1. การวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพทางเทคนิค - ได้นำโครงการนี้นำไปปฏิบัติในพื้นที่ที่กำหนดไว้จริง - โครงการมีความเหมาะสมในด้านวิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหาการพลัดตกหกล้มจากภาวะมวลกล้ามเนื้อ น้อยด้วยการสอนและสาธิต - ผู้ดำเนินโครงการได้ดำเนินการตามแผน และมีความเหมาะสม ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการต่อผู้ ดำเนินโครงการ ได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมโครงการในการทำกิจกรรม - ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ มีความเหมาะสม


- ใช้เวลาตามกำหนดเวลาที่ได้วางแผนไว้ - การจัดโครงการนนี้ได้รับการอำนวยความสะดวกจาก หัวหน้างานฝ่ายงานเวชปฏิบัติครอบครัว รพ. ไทรน้อย และ ชุมชน อสม. ผู้นำชุมชน และประชาชนในหมู่6 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 2.การวัดประสิทธิผล อัตราส่วนทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่กำหนดไว้ = ทรัพยากรที่ใช้ไป X100 ทรัพยากรที่กำหนดไว้ = 3600 X100 3800 = 94.73 อัตราส่วนวัตถุประสงค์ที่ทำกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด =วัตถุประสงค์ที่ทำได้ X100 วัตถุประสงค์ที่กำหนด = 4 ข้อ X100 5 = 80 อัตราส่วนกิจกรรมที่ทำได้กับกิจกรรมที่กำหนด = กิจกรรมที่ทำได้X100 กิจกรรมที่กำหนด 6 กิจกรรม x100 6 กิจกรรม 3.การวัดความเพียงพอและความเหมาะสม โครงการนี้สามารถแก้ปัญหาชุมชนหมู่ 6 ได้มาก เนื่องจากครอบคลุมจำนวนประชากรผู้สูงอายุใน อำเภอไทรน้อย จำนวน 1800 คน ผู้สูงอายุมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว มีจำนวน 433 คน ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่ง ในสามอันดับแรกของอำเภอไทรน้อย โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องและเป็นต้นแบบป้องกันภาวะพลัดตกหก ล้ม ผู้เข้าร่วมโครงการและผู้เกี่ยวข้องให้ความสนใจ และยอมรับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ 4.การวัดผลข้างเคียงหรือผลกระทบ ผลกระทบทางบวก ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการออกกำลังกายเพื่อ เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสมรรถภาพทางกาย ลดปัจจัยเสี่ยงของการพลัดตก หกล้ม เพิ่มประสิทธิภาพของการเคลื่อนไหว ทรงตัวในผู้สูงอายุ มีผู้สนใจที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาเข้าร่วม กิจกรรม จำนวน 3 คน ผลกระทบทางลบ ไม่มี 5.การวัดความก้าวหน้า ได้ดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ เพราะได้รับความร่วมมือจากชุมชน โรงพยาบาล อสม และ ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการครบตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้


เอกสารอ้างอิง กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). สถิติจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทย 77 จังหวัด แบ่งกลุ่มตามศูนย์พัฒนาการจัด สวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 12 ศูนย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565. วันที่สืบค้นข้อมูล 20 มกราคม 2566, จาก http://www.dop.go.th. ฉัตรทิพย์ เคพ็ชรชลาลัย และสุวิทย์ อุดมพาณิชย์. (2019). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืดต่อ สมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุไทย. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น, 12(1), 52-61. ศิริการ นิพพิทา และนภัสกร จิตต์ไพบูลย์. (2550). การศึกษาโปรแกรมออกกำลังกายโดยใช้ยางยืดเพื่อเพิ่ม สมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุ. คณะศิลปศาสตร์ สถาบันพลศึกษา. ศรีวิกาญจน์ ยกเส้งและพัชรี คมจักรพันธุ์. (2565). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองด้านการออกกำลัง กายด้วยยางยืดต่อสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราช นครินทร์, 14(3). 207-229. สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2558). แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการ สูงอายุ (Geriatric syndromes). วันที่สืบค้นข้อมูล 20 มกราคม 2566, จาก http://agingthai.dms. go.th/agingthai/wp-content/uploads/2021/01/book-2558-08_1.pdf สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.(2562). แนวเวชปฏิบัติการป้องกันและ ประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ. บริษัท สินทวีการพิมพ์ จำกัด. สิชล ทองมา นงลักษณ์ กลิ่นพุดตาล ศิริพร สว่างจิตร จุฑารัตน์ บันดาลสิน และวีรยุทธ ศรีทุมสุข (2564). บทบาทพยาบาลในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย. วารสารพยาบาลทหารบก, 22(1). 65-73. American College of Sports Medicine [ACSM]. (2018). ACSM guidelines for exercise testing and prescription (10th ed.). New York, Lippincott Williams and Wikins. Cruz-Jentoft, A. J., Bahat, G., Bauer, J., Boirie, Y., Bruyère, O., Cederholm, T. & Zamboni, M. (2019). Sarcopenia: revised European consensus on definition and diagnosis. Age and ageing, 48(1), 16-31. Promklang D, Paiseu N, Maruo SJ, Tantiprasoplap S. 2018. Factor associated with sarcopenia among older adults in congested communities in Bangkok. Thai Journal of Nursing Council, 33, 49-60. Sayer, A. A., & Cruz-Jentoft, A. (2022). Sarcopenia definition, diagnosis and treatment: consensus is growing. Age and Ageing, 51(10), afac220.


ภาคผนวก ก กำหนดการ โครงการ “สูงวัย อย่างปลอดภัย รู้ทันไว้ มั่นใจ ไม่ล้มด้วยยางยืด” ในวันที่ 12 ก.ค.66 ณ สวนสุขภาพหมู่บ้านพฤกษา 38 เวลา กิจกรรม 09.00 - 09.30 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตโดยทีม อสม. 09.30 - 10.00 น. คัดกรองความเสี่ยงพลัดตกหกล้มโดยใช้การทดสอบ Time up and go และคัดกรองความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย โดยใช้ เครื่องมือคัดกรองในการประเมินเพื่อหาสัญญาณของภาวะมวล กล้ามเนื้อน้อยหรือกลุ่มเสี่ยงโดยใช้ calf circumference (CC) และประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยใช้ Handgrips strength 10.00 - 10.05 น. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะพลัดตกหกล้มก่อนเข้า ร่วมโครงการ 10.05 - 10.15 น. ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะพลัดตกล้มและการป้องกันภาวะพลัดตก หกล้ม 10.15 - 10.45 น. สาธิตและออกกำลังกายแบบแรงต้านโดยใช้ยางยืด การดูแล ตนเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย 10.45 - 10.50 น. สรุปโครงการ 10.50 - 11.00 น. ทำแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาวะพลัดตกหกล้มและความ พึงพอใจหลังเข้าร่วมโครงการ แจกแผ่นพับท่าออกกำลังกายด้วย ยางยืดพร้อมกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการและผู้เกี่ยวข้อง


แบบคัดกรองความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ชื่อ……………………….................……..นามสกุล……………………………………………………..อายุ…………….ปี ความดันโลหิต …………/………...mmHg ชีพจร………………. ครั้ง/นาที หายใจ……………..ครั้ง/นาที น้ำหนัก……………..กิโลกรัม ส่วนสูง…………………..เซนติเมตร BMI…………………….kg/m2 BMI น้อยกว่า 18.5 (ผอม) BMI 18.5 – 22.9 (ปกติ) BMI 23.0 – 24.9 (น้ำหนักเกิน) BMI 25.0 – 29.9 (อ้วนระดับ 1) BMI มากกว่า 30 (อ้วนระดับ 2) วัดเส้นรอบวงน่อง (Calf circumference; CC) =……………………….เซนติเมตร ชาย <34 เซนติเมตร หญิง<33 เซนติเมตร มีโอกาสเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ชาย < 28 กิโลกรัม หญิง< 18 กิโลกรัม ให้ทำ hand grip แขนข้างที่ถนัด บีบค้างไว้ 15 วินาที = …………………………..กิโลกรัม


แบบคัดกรองความเสี่ยงภาวะพลัดตกหกล้ม Timed Up and Go test: TUG วิธีการ วางเก้าอี้ที่มีที่ท้าวแขนที่จุดตั้งต้น วัดระยะทาง 3 เมตร ทำเครื่องหมายบนพื้น บอกให้ผู้สูงอายุทราบว่า เมื่อเริ่มจับเวลาให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเป็นเส้นตรงด้วยความเร็วปกติ (สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้ ประจำได้) เมื่อเดินถึงระยะทางที่กำหนดให้หมุนตัวและเดินกลับมานั่งที่เดิม เกณฑ์การประเมิน ใช้เวลา ≥ 12 วินาที หรือ ทำไม่ได้ถือว่า มีความเสี่ยงหกล้ม **ผลการประเมิน ใช้เวลาทั้งหมด…………วินาที มีความเสี่ยงหกล้ม ไม่มีความเสี่ยงหกล้ม ที่มา: 1) สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ 2562 2) คณะกรรมการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข คู่มือคัด กรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ.2564


แบบสังเกตการออกกำลังกายด้วยยางยืด พฤติกรรมการออกกำลังกาย ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ท่าที่1 ท่าผีเสื้อขยับปีก - ท่าเตรียม: ยืนตรงจับยางยืดพาดไว้ด้านหลังลำตัว กางแขนออก หงายฝ่ามือออกด้านนอกลำตัวระดับไหล่ดึงยางยืดให้ยืดออก - รวบแขนทั้งสองข้างเข้าหากันด้านหน้าจนฝ่ามือชนกันให้อยู่ระดับอก - กางแขนทั้งสองข้างออกอยู่ในท่าเตรียม ท่าที่ 2 แขนเหยียดเป็นเส้นตรง - ท่าเตรียม: ยืนตรง แยกขาเสมอไหล่ มือทั้งสองข้างจับยางยืดยาว ประมาณช่วงไหล่ คว่ำมือเข้าหาตัว - ดึงยางยืดออกจากกันไปข้างลำตัว และยกแขนสูงระดับไหล่เหยียดตึง - กลับสู่ท่าเตรียม ท่าที่ 3 ดึงแขนจนศอกตั้ง - ท่าเตรียม: ยืนตรง แยกขาเสมอไหล่ เหยียดยางยืดไว้ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง มือทั้งสองข้างจับยางยืดหงายฝ่ามือออกด้านนอกลำตัว แขนแนบลำตัว ไว้ให้ยางยืดตึงพอดี - ออกแรงดึงยางยืดทั้งสองมือโดยพับข้อศอกเข้าหาไหล่ แขนยังแนบ ลำตัวอยู่ - กลับสู่ท่าเตรียม ท่าที่ 4 ย่อ ยืด ยืน - ท่าเตรียม: ยืนตรง เท้าชิด แขนเหยียดข้างลำตัว คล้องยางยืดไว้ที่ฝ่าเท้า ทั้งสองข้าง เหยียบเอาไว้ มือทั้งสองข้างจับปลายยางยืด หันฝ่ามือเข้า หาลำตัว ย่อเข่าและลำตัวลงจับ ยางยืดให้ตึงพอดี - ยืดสะโพกลำตัวขึ้นสู่ท่ายืน ยางยืดจะถูกยืดออกให้เกิดแรงต้าน ยืนนิ่งไว้ สักครู่ - กลับสู่ท่าเตรียม ท่าที่ 5 แตะยางยืดหน้า – หลัง - ท่าเตรียม: ยืนตรงแยกขาเสมอไหล่ จับยางยืดยาวประมาณไหล่ หันฝ่า มือออกด้านนอกลำตัว - ชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ ลำแขนตรง


พฤติกรรมการออกกำลังกาย ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง - ลดมือลงดึงยางยืดให้ยืดออก งอข้อศอกลดแขนลงระดับไหล่ด้านหลัง ให้ยางยืด ไปแตะที่ไหล่ด้านหลัง - ชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะลำแขนตรง - ลดมือลงดึงยางยืดให้ยืดออก งอข้อศอกลดแขนลง ระดับไหล่ด้านหน้า ให้ยางยืด ไปแตะที่ไหล่ด้านหน้า


แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับภาวะพลัดตกหกล้มก่อน-หลังเข้าร่วมโครงการ ข้อชี้แจง กรุณาทำเครื่องหมายในข้อที่ตรงกับความเป็นจริงและในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน มากที่สุด คำถาม ถูก ผิด 1. เมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวบกพร่อง สมรรถภาพทางกายลดลง เพิ่มความ เสี่ยงของภาวะพลัดตกหกล้ม 2. เพศชายเกิดภาวะพลัดตกหกล้มได้มากกว่าเพศหญิง 3. โรคประจำตัวและโรคทางระบบประสาทสมอง ได้แก่ พาร์กินสัน ภาวะความดันต่ำ Stroke น้ำในหูไม่เท่ากัน ลมชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดภาวะพลัดตก หกล้มได้ 4. การปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย เช่น พรมกันลื่น ทำราวจับ จัดของให้เป็นระเบียบ แสง สว่างให้เพียงพอ จะช่วยป้องกันการเกิดภาวะพลัดตกหกล้มได้ 5. การออกกำลังกายด้วยยางยืดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันภาวะพลัด ตกหกล้มได้ 6. ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยพิจารณาจาก ความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อต่ำ, มวลกล้ามเนื้อต่ำ และสมรรถภาพทางกายลดลง 7. ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยไม่เกี่ยวข้องกับอายุที่มากขึ้น 8. การขาดการออกกําลังกาย การมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง และภาวะพร่องโภชนาการ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ 9. ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยทำให้เกิดความบกพร่องทางกาย การทรงตัวที่ไม่ดี เสี่ยงหกล้ม ได้ง่าย ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง 10. การออกกำลังกายด้วยยางยืดทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง มีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น


ภาวะพลัดตกหกล้ม ความหมาย ภาวะพลัดตกหกล้ม หมายถึง เหตุการณ์ที่บุคคลตกลงมาที่พื้นในระดับที่ต่ำกว่าโดยไม่ได้ตั้งใจ ปัจจัยเสี่ยงของภาวะพลัดตกหกล้ม แบ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงภายในและปัจจัยเสี่ยงภายนอก ปัจจัยเสี่ยงภายใน ได้แก่ 1. อายุ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนครั้งและความรุนแรงของภาวะพลัดตกหกล้ม เมื่ออายุมากส่งผลให้มี การเคลื่อนไหวบกพร่อง สมรรถภาพทางกายลดลง เพิ่มความเสี่ยงของภาวะพลัดตกหกล้ม ผู้สูงอายุที่อายุ มากกว่า 85 ปี มีความเสี่ยงต่อการหกล้มมากกว่าหนุ่มสาวถึง 5 เท่า 2. เพศ เพศหญิงเกิดภาวะพลัดตกหกล้มมากกว่าเพศชายถึง 1.6 เท่า แต่ภาวะพลัดตกหกล้มในเพศหญิงมักไม่ รุนแรงเท่าเพศชายที่ล้มเพราะกิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวมีระดับต่ำกว่าเพศชาย และพบว่าเพศชาย หลังจากล้มมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิงถึงร้อยละ 49 3. โรคประจำตัว โรคทางระบบประสาทสมองที่พบบ่อย ได้แก่ พาร์กินสัน ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรงตัว ไม่ดี ภาวะความดันต่ำ หลอดเลือดสมองตีบ น้ำในหูไม่เท่ากัน ลมชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกพรุน โรคระบบ กระดูกกล้ามเนื้อและข้อ ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น 4. กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ในผู้สูงอายุ กำลังกล้ามเนื้อขาจะน้อยกว่าคนหนุ่มสาวร้อยละ 20-40 กิจกรรมทางกาย ลดลง ไม่ค่อยเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อและความแข็งแรงจะลดลงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวหกล้ม 5. การเดินและทรงตัวบกพร่อง 6. ระบบการรับรู้ความรู้สึกผิดปกติ 7. การใช้ยาที่ทำให้เกิดการพลัดตกหกล้ม ได้แก่ ยาทางจิตเวช ยาต้านเศร้า ยาคลายกังวล ยาลดความดันโลหิต ยาบรรเทาปวด ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน ปัจจัยเสี่ยงภายนอก ได้แก่ 1. การใช้อุปกรณ์ช่วยเดินอย่างไม่เหมาะสมกับพยาธิสภาพของโรค ใช้ไม่ถูกต้อง ไม่ยอมใช้อุปกรณ์ช่วยเดินใน รายที่มีความเสี่ยงหกล้ม 2. สภาพแวดล้อม ที่ไม่ปลอดภัย มีสิ่งกีดขวางทางเดิน พื้นลื่น บันไดไม่มีราวจับ มีสัตว์เลี้ยง 3. การใส่รองเท้าไม่เหมาะสม เล็กหรือใหญ่เกินขนาดเท้าของตนเอง การประเมินความเสี่ยงการเกิดภาวะหกล้ม สามารถทำได้ 2 วิธี 1. การสอบถามประวัติ ตรวจร่างกาย การใช้เครื่องมือประเมิน 2. การใช้เครื่องมือประเมินเป็นหลัก


พบว่าวิธีแรกมีความแม่นยำกว่า การใช้เครื่องมือประเมินเป็นหลัก ซึ่งการประเมินความเสี่ยงการเกิดภาวะหก ล้มโดยใช้เครื่องมือประเมินเป็นหลัก พบว่าการใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งชนิดจะมีความแม่นยำมากกว่าใช้เพียง ชนิดเดียว (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ,2562) เครื่องมือที่ใช้บ่อย ได้แก่ Timed Up and Go (TUG) test ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถประเมินได้ทั้งด้านการ เดิน กำลังกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหวและการทรงตัว ทั้งแบบอยู่กับที่และเคลื่อนที่ (static and dynamic balance) ทดสอบ โดยการจับเวลาที่ให้ผู้สูงอายุลุกจากท่านั่งพิงเก้าอี้ที่มีที่ท้าวแขน เดินเป็นเส้นตรงระยะทาง 3เมตรแล้วหมุนตัวกลับ มานั่งที่เดิม สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยเดินได้ เพียงแต่ให้บันทึกไว้ว่าใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ชนิดไหน โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่อายุ 65-85 ปีจะใช้เวลาไม่เกิน 12 วินาที(การประเมินจึงนิยมใช้ค่าปกติที่เวลาไม่ เกิน 12 วินาที) (Bischoff HA,2003 อ้างถึงใน สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, 2562) จากบทความวิจัยที่ทดสอบ ประสิทธิภาพของเครื่องมือ TUG ในผู้สูงอายุที่มีสมรรถภาพดีพบว่า cut of point อายุ 65-74ปี ใช้เวลาไม่ เกิน 9.5 วินาทีsensitivity 70.21 และอายุ75ปีขึ้นไป ใช้เวลาไม่เกิน 10.5 วินาที sensitivity 81.82 (Roongnapa Intaruk ,2020) การป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม 1. ผู้ที่ไม่เคยหกล้ม: คัดกรองเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงของภาวะพลัดตกหกล้มแต่ละราย 2. ผู้ที่เคยหกล้ม: นอกจากคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและประเมินความเสี่ยงแล้ว ยังต้องหาสาเหตุของภาวะ พลัดตกหกล้มและป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มซ้ำซ้อนด้วย การป้องกันจากการประเมินปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น การปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย เช่น พรมกัน ลื่น ทำราวจับ จัดของให้เป็นระเบียบ แสง สว่างให้เพียงพอ ระวังสัตว์เลี้ยงวิ่งชน ระมัดระวังเมื่อต้องใช้อุปกรณ์ ช่วยเดิน และควรเลือกรองเท้าที่กันลื่น ไม่หลวมจนเกินไป เป็นต้น การป้องกันจากการประเมินปัจจัยเสี่ยงภายใน การทบทวนการใช้ยา การแก้ไขปัญหาการมองเห็น แก้ไขภาวะความดันโลหิตต่ำ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว


ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ความหมาย เป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อโครงร่างที่มักเกิดขึ้นสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้นรวมถึงองค์ประกอบด้าน สุขภาพหลายประการ ในการปฏิบัติทางคลินิกนับเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่แต่มีความสำคัญเนื่องจากมีผลกระทบ ต่อสุขภาพ เดิมมีการให้นิยามไว้ว่าเป็นภาวะที่มีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ต่อมาได้มีการให้นิยามความหมาย ในเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติม โดยพิจารณา 1. ความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อต่ำ (Low muscle strength) 2. มวลกล้ามเนื้อต่ำ (Low muscle quantity or quality) 3. สมรรถภาพทางกายลดลง (Low physical performance) ซึ่งหากมีอาการในข้อ 1 ถือว่ามีความเป็นได้ในการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย มีอาการในข้อ 1 และ 2 จะได้รับ การวินิจฉัยว่ามีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และมีอาการในข้อ 1, 2 และ 3 จะพิจารณาว่ามีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย อย่างรุนแรง (Cruz-Jentoft et al., 2019) ความชุก Asian Working Group for Sarcopenia (AWGS) ได้มีการรายงานความชุกของการเกิดภาวะมวล กล้ามเนื้อน้อยในชุมชนอยู่ที่ 1-30 % , การดูแลระยะยาว (long term care) 14-33% และ 60% ในหน่วย ฟื้นฟูของโรงพยาบาล (Khongsri, N., Tongsuntud, S., Limampai, P. & Kuptniratsaikul, V., 2016) กลไกการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย กลไกที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ได้แก่ การสร้างโปรตีน การสลายโปรตีน การทำงานของระบบประสาท ปริมาณไขมันในกล้ามเนื้อ ปริมาณฮอร์โมนที่ลดลง ปฏิกิริยาการอักเสบ การขาดสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีน เป็นต้น สามารถแบ่งตามพยาธิสรีรวิทยาการเกิดได้ 2 ชนิด ดังนี้ 1. ชนิดปฐมภูมิซึ่งสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น โดยตรวจไม่พบสาเหตุอื่นร่วม 2. ชนิดทุติยภูมิ เกิดจากสาเหตุอื่น ได้แก่ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ทำให้ระดับฮอร์โมนผิดปกติ เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ โกรทฮอร์โมน อินซูลิน ไทรอยด์ความเสื่อมของระบบ ประสาท เช่น โรคของระบบประสาทสั่งการ ภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก (cachexia) ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือมีการดูดซึมผิดปกติ การมีกิจกรรมทางกายน้อย การไม่เคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวไม่ได้ (กระทรวงสาธารณสุข, 2558)


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ด้วยสาเหตุที่วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของระบบการทำงานภายในร่างกายมีการเสื่อมของ อวัยวะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและจำนวนเซลล์ของกล้ามเนื้อลดลงกว่าร้อยละ 50 ทำให้กล้ามเนื้อลดลงประมาณ 25 % การเกิดมวลกล้ามเนื้อลดลง(sarcopenia)ทำให้ประสิทธิภาพการ ทำงานของกล้ามเนื้อลดลง เกิดการไม่ประสานการทำงานร่วมกันระหว่างกล้ามเนื้อและข้อ ความคล่องแคล่ว รวมถึงความยืดหยุ่นของร่างกายลดลง นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยอีก ได้แก่ ขาดการออกกําลังกาย มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีภาวะพร่องโภชนาการ หรือมีการใช้สารเสพติด เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ สูบบุหรี่ (วิทยา วาโย, จรรยา คนใหญ่, สายสุดา จันหัวนา, กัลยารัตน์ คาดสนิท, และรุ่งทิพย์ พรหมบุตร, 2565) ผลกระทบ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยเป็นหนึ่งในปัญหาทาง geriatric syndromes ที่มีความสำคัญเนื่องจากมีผล ทำให้การทำหน้าที่ลดลง ความบกพร่องทางกาย หกล้ม เพิ่มอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงทำให้คุณภาพชีวิตลดลงและเพิ่มอัตราการตาย (Cruz-Jentoft, A. J. et al., 2010) แนวทางการป้องกันและรักษา 1. การออกกำลังกาย ชนิดที่เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (resistance exercise) จะช่วยทำให้ กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น เพิ่มความสามารถในการเดิน การขึ้นบันได การทรงตัว และ การออกกำลังกายชนิดเพิ่มความทนทาน (aerobic exercise) จะช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของใยกล้ามเนื้อ ทำให้มีการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อมากขึ้น และช่วยลดไขมันในกล้ามเนื้อ 2. การรับประทานอาหารให้ได้พลังงานรวมถึงวิตามินและแร่ธาตุให้เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินดี และสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารในกลุ่มโปรตีนและวิตามิน ได้แก่ ถั่วเหลือง งา เนื้อวัว และเนื้อปลา จะมีลิวซีน (leucine) ในปริมาณที่สูงซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น ที่ช่วยเพิ่มการสร้างโปรตีน และรักษาสมดุล ของไนโตรเจน (nitrogen balance) โดยทั่วไปถ้าไม่มีข้อห้าม แนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ได้ถึง 1.5 กรัม/กิโลกรัม/วัน หรือประมาณ 25-30 กรัมต่อมื้ออาหารนอกจากนี้อาหารที่มีวิตามินดียังช่วยใน การรักษาใยกล้ามเนื้อ และเพิ่มมวลกระดูก อาหารที่มีวิตามินดีพบในปลาทู ปลาทูน่า นม โยเกิร์ตหรือไข่ เป็นต้น แต่ควรระมัดระวังในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วที่ไตและภาวะแคลเซียมในเลือดสูง 3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น การเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย การหลีกเลี่ยงการ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ไม่ให้ลดลง การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกล้ามเนื้อลายและกระบวนการเผาผลาญ ในร่างกายโดยการเปลี่ยนแปลงที่กล้ามเนื้อลายจะไปลดพื้นที่ของเส้นใยกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังลด การสร้างโปรตีน และการเพิ่มจำนวนตัวรับสัญญาณของสารพันธุกรรม(up-regulating genes) ที่เกี่ยวข้องกับ การคงสภาพของมวลกล้ามเนื้อบกพร่อง ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์มีผลทำให้มวลและความแข็งแรงของ


กล้ามเนื้อลดลง มีอาการปวด กล้ามเนื้อเป็นตะคริวมีความยากลำบากในการเดินและเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม โดยเมื่อมีการหยุดดื่มแอลกอฮอล์6-12 เดือน จะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาปกติ (สิชล ทองมา, นงลักษณ์ กลิ่นพุดตาล, ศิริพร สว่างจิตร, จุฑารัตน์ บันดาลสิน และวีรยุทธ ศรีทุมสุข, 2564) 4. การใช้ยาหรือฮอร์โมน เช่น เทสโทสเตอโรนฮอร์โมน โกรทฮอร์โมน สารตั้งต้นของฮอร์โมนเพศ (Dehydro-epiandrosterone: DHEA) ยาต้านการทำงานของ angiotension-converting enzyme inhibitor Creatine เป็นต้น (กระทรวงสาธารณสุข, 2558; Cruz-Jentoft et al., 2019)


แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โครงการ “สูงวัย อย่างปลอดภัย รู้ทันไว้ มั่นใจ ไม่ล้มด้วยยางยืด” ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1. เพศ ชาย หญิง 2. อายุ 60-69 ปี 70-79 ปี 80 ปีขึ้นไป ส่วนที่ 2 การประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม กรุณาขีดเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ท่านเห็นว่าตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุดเพียงช่องเดียว ที่ ความพึงพอใจของผู้ร่วมกิจกรรม ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด 1 การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีประโยชน์ต่อท่าน 2 ท่านได้รับความรู้/ประโยชน์จากการเข้าร่วม กิจกรรมเพื่อไปปรับใช้ได้ 3 รูปแบบ/หัวข้อ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 5 ภาพรวมความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ข้อคิดเห็นอื่น ๆ ...........................................................................................................................……………………… ……….………………………………………………………………………………………………………… ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม


ที่่มา: Liang-Kung Chen & et al., 2020, The Journal of the American Medical Directors Association, 21(3), หน้า 3. ท่าออกกำลังกายแบบแรงต้านโดยใช้ยางยืด ท่าที่ 1: ผีเสื้อขยับปีก (บริหารกล้ามเนื้ออก ด้านนอก ด้านใน) ท่าเตรียม : ยืนตรงจับยางยืดพาดไว้ด้านหลังลำตัว กางแขนออก หงายฝ่ามือออกด้านนอกลำตัว ระดับไหล่ดึงยางยืดให้ยืดออก หายใจเข้า : อยู่ในท่าเตรียม หายใจออก : รวบแขนทั้งสองข้างเข้าหากันด้านหน้าจนฝ่ามือชนกันให้อยู่ระดับอก หายใจเข้า : กางแขนทั้งสองข้างออกอยู่ในท่าเตรียม (ทำซ้ำ 8 – 10 ครั้ง) (ท่านี้คล้าย ผีเสื้อกระพือปีก)


ท่าที่ 2: แขนเหยียดเป็นเส้นตรง (บริหารกล้ามเนื้อไหล่ มัดกลาง) ท่าเตรียม : ยืนตรง แยกขาเสมอไหล่ มือทั้งสองข้างจับยางยืดยาวประมาณช่วงไหล่คว่ำมือเข้าหาตัว หายใจเข้า : อยู่ในท่าเตรียม หายใจออก : ดึงยางยืดออกจากกันไปข้างลำตัว และยกแขนสูงระดับไหล่เหยียดตึง หายใจเข้า : กลับสู่ท่าเตรียม (ทำซ้ำ 8 – 10 ครั้ง ) ท่าที่ 3: ดึงแขนจนศอกตั้ง (บริหารกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า) ท่าเตรียม : ยืนตรง แยกขาเสมอไหล่ เหยียดยางยืดไว้ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง มือทั้งสองข้างจับยางยืดหงายฝ่ามือ ออกด้านนอกลำตัว แขนแนบลำตัวไว้ให้ยางยืดตึงพอดี หายใจเข้า : อยู่ในท่าเตรียม หายใจออก : ออกแรงดึงยางยืดทั้งสองมือโดยพับข้อศอกเข้าหาไหล่ แขนยังแนบลำตัวอยู่ หายใจเข้า : กลับสู่ท่าเตรียม (ทำซ้ำ 8 – 10 ครั้ง)


ท่าที่ 4: ย่อ ยืด ยืน (บริหารกล้ามเนื้อสะโพกและหัวเข่า) ท่าเตรียม :ยืนตรง เท้าชิด แขนเหยียดข้างลำตัว คล้องยางยืดไว้ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง เหยียบเอาไว้ มือทั้งสอง ข้างจับปลายยางยืด หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว ย่อเข่าและลำตัวลงจับ ยางยืดให้ตึงพอดี หายใจเข้า :อยู่ในท่าเตรียม หายใจออก :ยืดสะโพกลำตัวขึ้นสู่ท่ายืน ยางยืดจะถูกยืดออกให้เกิดแรงต้าน ยืนนิ่งไว้สักครู่ แล้วกลับสู่ท่า เตรียม(ทำซ้ำ 8-10 ครั้ง) ท่าที่ 5: แตะยางยืดหน้า – หลัง (บริหารกล้ามเนื้อหลังกลางลำตัว) ท่าเตรียม : ยืนตรงแยกขาเสมอไหล่ จับยางยืดยาวประมาณไหล่ หันฝ่ามือออกด้านนอกลำตัว หายใจเข้า : ชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ ลำแขนตรง หายใจออก : ลดมือลงดึงยางยืดให้ยืดออก งอข้อศอกลดแขนลงระดับไหล่ด้านหลัง ให้ยางยืด ไปแตะที่ไหล่ ด้านหลัง หายใจเข้า : ชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะลำแขนตรง หายใจออก : ลดมือลงดึงยางยืดให้ยืดออก งอข้อศอกลดแขนลง ระดับไหล่ด้านหน้า ให้ยางยืด ไปแตะที่ไหล่ ด้านหน้าทำสลับกันถือว่า 1 ครั้ง ทำซ้ำ 8 – 10ครั้ง ที่มาของภาพ : ศิริการ นิพพิทา (2550)


ภาคผนวก ข ตารางแสดงข้อมูลผู้เข้าร่วมโครงการในการทำกิจกรรมโครงการ No. Sex Age (years) Pre-test Post -test Calf circumference (cms) handgrip (kgs) Sacropenia TUG (Sec) Fall 1 หญิง 70 9 10 32 17 เสี่ยง 9.9 ไม่เสี่ยง 2 หญิง 72 8 10 38 19.21 ไม่เสี่ยง 10.47 ไม่เสี่ยง 3 หญิง 77 8 10 29 16.5 เสี่ยง 12.41 เสี่ยง 4 หญิง 62 8 8 42 21.7 ไม่เสี่ยง 9.09 ไม่เสี่ยง 5 หญิง 63 6 8 31 18.5 ไม่เสี่ยง 10.12 ไม่เสี่ยง 6 หญิง 72 8 8 41 20.1 ไม่เสี่ยง 10.05 ไม่เสี่ยง 7 หญิง 62 7 9 35 23.2 ไม่เสี่ยง 10.12 ไม่เสี่ยง 8 หญิง 64 8 9 35 18.1 ไม่เสี่ยง 9.62 ไม่เสี่ยง 9 หญิง 66 9 10 41 24 ไม่เสี่ยง 11.25 ไม่เสี่ยง 10 ชาย 65 9 9 36 35.6 ไม่เสี่ยง 10.15 ไม่เสี่ยง 11 หญิง 68 4 9 32 19.6 ไม่เสี่ยง 12.27 เสี่ยง 12 หญิง 67 9 10 36 26 ไม่เสี่ยง 9.77 ไม่เสี่ยง 13 ชาย 69 8 9 32 30.3 ไม่เสี่ยง 10.97 ไม่เสี่ยง 14 หญิง 66 8 10 33 18.8 ไม่เสี่ยง 9.15 ไม่เสี่ยง 15 หญิง 65 9 10 36 15.8 เสี่ยง 12.57 เสี่ยง 16 ชาย 67 8 9 37 21.7 เสี่ยง 21.32 เสี่ยง 17 ชาย 73 8 9 39 28 ไม่เสี่ยง 10.38 ไม่เสี่ยง 18 ชาย 82 9 10 35 24.3 เสี่ยง 11.07 ไม่เสี่ยง 19 หญิง 70 7 8 34 31.9 ไม่เสี่ยง 9.72 ไม่เสี่ยง 20 หญิง 62 8 10 35 18.6 ไม่เสี่ยง 8.08 ไม่เสี่ยง


ภาคผนวก ค รูปกิจกรรมโครงการ โครงการ สูงวัย อย่างปลอดภัย รู้ทันไว้ มั่นใจ ไม่ล้ม ด้วยยางยืด กิจกรรมที่ 1 ลงทะเบียน วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก กิจกรรมที่ 2 วัดเส้นรอบวงน่อง กิจกรรมที่ 3 วัดแรงบีบมือ


ภาคผนวก ค กิจกรรมที่ 4 TUG test กิจกรรมที่ 5 ให้ความรู้ กิจกรรมที่ 6 สอนสาธิต ออกกำลังกายด้วยยางยืด


Click to View FlipBook Version