คำ นำ หนังสือ E-BOOK เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชา ศ30102 สังคีตนิยม ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ปีการศึกษา 2565 เพื่อให้ความรู้ในเรื่อง ดนตรีในยุคสมัยบาโรก แก่ผู้ที่สนใจหรือผู้ที่ กำ ลังศึกษาในเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อผิดพลาด ประการใด ทางคณะผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย คณะผู้จัดทำ
สารบัญ สภาพแวดล้อมทั่วไป สภาพแวดล้อมด้านดนตรี ลักษณะเด่นทางด้านดนตรี ตัวอย่างของเครื่องดนตรี ในยุคสมัย คีตกวีในยุคสมัยและ ผลงาน อ้างอิง เรื่อง หน้า 1 6 11 13 18 31
สภาพแวดล้อม ทั่วไป 1
สภาพแวดล้อ ล้ มยุคยุ บาโรก บาโรก เป็น ป็ สมัย มั หนึ่ง นึ่ ของศิลศิปะตะวัน วั ตกซึ่ง ซึ่ เริ่ม ริ่ ประมาณต้น ต้ คริสริต์ศ ต์ ตวรรษที่ 17 ที่ก ที่ รุง รุ โรม ประเทศอิตอิาลี บาโรกจะเน้น น้ ความเป็น ป็ นาฏกรรม ศิลศิปะจะแสดงความขัด ขัแย้ง ย้ (tension) และ ความหรูห รู รา โอ่อ่ อ่ า อ่ บาโรกเป็นลักษณะของประติมากรรม จิตรกรรม วรรณกรรม นาฏศิลป์ และดนตรี ถ้ากล่าวถึง ดนตรีแบบบารอกก็จะหมายถึงสมัยสุดท้ายของ เคาน์เตอร์พ็อยต์ (Counterpoint) 2
ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการเล่นระหว่างเสียงหรือเครื่องดนตรี มากกว่าสองชนิดที่อาจจะสะท้อนกันและกัน แต่คนละระดับเสียง หรือบางครั้งก็อาจจะสลับเสียงสะท้อน หรือไม่อีกทีก็อาจจะย้อน แก่นสาร (reversing theme) ของดนตรีชิ้นนั้นไปเลย ยุคบารอกรุ่งเรืองขึ้นมาด้วยการสนับสนุนจากคริสตจักร โรมันคาทอลิก ระหว่างการประชุมสภาสังคายนาแห่งเทรนต์เมื่อปี ค.ศ. 1545-1563 ประเด็นหนึ่งที่มีการถกเถียงกันที่นั่นก็คือเรื่อง ความหมายและความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและศาสนา ทางที่ประชุมตกลงกันว่าศิลปะควรจะสิ่งที่สื่อสารเรื่องศาสนา โดยใช้วิธีจูงใจและสะเทือนอารมณ์ผู้ดูโดยตรง 3
วังแบบบาโรกจะสร้างต่อเนี่องกัน (sequence) จากห้องพักรอ(anterooms) ถึงบันไดใหญ่ (grand staircases) ไปจนถึงห้องรับรองใหญ่ (reception rooms) แต่ละตอนก็เพิ่มความโอ่อ่าขึ้นตามลำ ดับ ราย ละเอียดตกแต่งหรูหราและอลังการเช่นนี้เป็น ลักษณะของศิลปะสมัยนี้ ลักษณะเช่นนี้ครอบคลุม ศิลปะทุกแขนง ในขณะเดียวกันอภิชน (Aristocracy) สมัยนั้นก็ เห็นว่าแบบบารอกเป็นศิลปะที่สร้างความประทับ ใจให้กับผู้ดู เป็นศิลปะที่แสดงความถึงความมี อำ นาจของเจ้าของ 4
ศิลปินบาโรกจะนิยมใช้รายละเอียดใกล้เคียงกัน (repeated and varied patterns) ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ ๆ ละครั้งจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนลวดลายไปทีละเล็กละน้อย ลักษณะของศิลปะแบบบาโรกที่เด่นและแตกต่างจากสมัยอื่นคือ จะออกไปทางที่เรียกกันว่าอลังการ จะเต็มไปด้วยลวดลาย ประดิดประดอย สีจัด หน้าตารูปปั้นจะไม่จงใจให้เหมือนจริงแต่ จะเป็นหน้าอิ่มเอิบเหมือนเทพ 5
สภาพแวดล้อม ด้านดนตรี 6
ในด้านดนตรี ได้มีผู้นำ คำ นี้มาใช้เรียกสมัยของ ดนตรีที่เกิดขึ้นในยุโรป เริ่มตั้งแต่ต้นคริสต์ ศตวรรษที่ 17 และมาสิ้นสุดลงราวกลางคริสต์ ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นเวลาร่วม 150 ปี เนื่องจากสมัยบาโรกเป็นสมัยที่ยาวนานรูปแบบ ของเพลงจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา อย่างไร ก็ตามรูปแบบของเพลงที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็น ลักษณะเด่นที่สุดของดนตรี ตอนต้นสมัยบาโรกคีตกวีส่วนมากได้เลิกนิยมสไตล์ โพลี่โฟนี (Polyphony) ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา 7
ทำ หน้าที่เสียงคลอเคลื่อนที่ตลอดเวลาประกอบ ทำ ให้เกิดคอร์ด ขึ้นมา อย่างไรก็ตามคีตกวีรุ่นต่อมาก็มิได้เลิกสไตล์โฟลี่โฟนีเสีย เลยทีเดียวหากยังให้ไปปรากฏในดนตรีคีย์บอร์ดในแบบแผน ของฟิวก์ (Fugue) ออร์แกนโคราล(Organchorale) ตลอดจนทอ คคาตา (Toccata) ซึ่งแต่งโดยใช้เทคนิค เคาน์เตอร์พอยท์ (Counterpoint) ซึ่งแนวขับร้องแต่ละแนวในบทเพลงต่างมีความสำ คัญทัดเทียม กันและหันมาสนใจสไตล์โมโนดี (Monody) ซึ่งในบทเพลงจะ มีแนวขับร้องเพียงแนวเดียวดำ เนินทำ นอง และมีแนวสำ คัญที่ เรียกในภาษาอิตาเลี่ยนว่า “เบสโซคอนตินิวโอ (Basso Continuo)” 8
ลักษณะสำ คัญอีกอย่างหนึ่งของดนตรีสมัยบาโรกคือ การทำ ให้เกิด “ความตัดกัน” (Contrasting) เช่น ในด้านความเร็ว – ความช้า ความดัง – ความ ค่อย การบรรเลงเดี่ยว – การบรรเลงร่วมกัน วิธีเหล่านี้พบในงานประเภท ตริโอโซนาตา (Trio Sonata) คอนแชร์โต กรอซโซ (Concerto Grosso) ซิมโฟเนีย(Simphonia) และคันตาตา (Cantata) ตลอดสมัยนี้คีตกวีมิได้เขียนบทบรรเลง ส่วนใหญ่ของเขาขึ้นอย่างครบบริบูรณ์ 9
ทั้งนี้เพราะเขาต้องการให้ผู้บรรเลงมีโอกาสแสดงความสามารถ การเล่นโดยอาศัยคีตปฏิภาณหรือการด้นสด(Improvisation) และการประดิษฐ์เม็ดพราย (Ornamentation) ในแนวของ ตนเอง 10
ลักษณะเด่นทาง ด้านดนตรี 11
1. เริ่มนิยมใช้สื่อที่ต่างกันตอบโต้กัน เช่น เสียงนักร้องกับเครื่อง ดนตรี การบรรเลงเดี่ยวตอบโต้กับการบรรเลงเป็นกลุ่ม 2. นิยมใช้เบสเป็นทั้งทำ นองและแนวประสาน เรียกว่า Basso Continuo และมีวิธีบันทึก เรียกว่า Figured bass 3. เริ่มมีการประสานเสียงแบบ Homophony ซึ่งเป็นการประสาน เสียงแบบอิงคอร์ด และหลายแนวหนุนแนวเดียวให้เด่น 4. นิยมใช้บันไดเสียง Major และ Minor แทน Mode 5. Counterpoint ยังคงเป็นคุณลักษณะเด่นของสมัยนี้อยู่ Homophony มีบทบาทหนุนส่งให้ Counterpoint สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 6. มีการระบุความเร็ว – ช้า และหนัก – เบา ลงไปในผลงานบ้าง เช่น adagio, andante และ allegro เป็นต้น 7. เทคนิคของการ Improvisation ได้รับความนิยมสูงสุด 8. มีคีตลักษณ์ (Form) ใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายแบบ 9. มีการจำ แนกหมวดหมู่ของคีตนิพนธ์ และบัญญัติศัพท์ไว้เรียก ชัดเจน 10. อุปรากร (Opera) ได้กำ เนิดและพัฒนาขึ้นในสมัยนี้ ลักษณะทางดนตรีที่เกิดขึ้นในยุคบาโรก 12
ตัวอย่างของ เครื่องดนตรีในยุค สมัย 13
เครื่องดนตรีที่ปรากฏในยุคบาโรก ได้แก่ เครื่อง สาย เช่น วิโอล่า ไวโอลิน และลูท วิโอล่า ไวโอลิน ลูท 14
เครื่องเป่า เช่น ฟลูต โอโบ บาสซูนเนเชอรัล ทรัมเป็ต เนเชอรัลฮอร์น ซึ่งเป็นเครื่องลมทอง เหลืองที่ยังไม่มีลูกสูบ และแซกบัต ฟลูต โอโบ บาสซูนเนเชอรัล ทรัมเป็ต เนเชอรัลฮอร์น 15
เครื่องกระทบที่สำ คัญ คือทิมปานี และเครื่องคีย์บอร์ด ได้แก่ ฮาร์ปซิคอร์ด คลาวิ คอร์ด และฟอร์เต เปียโน ทิมปานี ฮาร์ปซิคอร์ด คลาวิคอร์ด เปียโน 16
รูปแบบการรวมวงที่สำ คัญ คือ วงออร์เคสตราบาโรก ประกอบ ด้วย ผู้เล่น 10-50 คน โดยเครื่องสายเป็นเครื่องดนตรีกลุ่มหลัก และมีผู้บรรเลง ฮาร์ปซิคอร์ดอยู่กลางวงด้านหน้า 17
คีตกวีในยุคสมัย และผลงาน 18
วิวัลดี (Antonio Vivaldi,1678-1741) ผู้ประพันธ์เพลงและนักไวโอลินชาวอิตาเลียน เกิดปี 1678 ที่เมืองเวนิสอันลือชื่อ เป็นลูกของนักไวโอลินประจำ โบสถ์ เซ็นต์มาร์ค (St.Mark’s) ในเมืองเวนิส วิวัลดีได้รับการ ฝึกฝนเบื้องต้นทางด้านดนตรีจากพ่อ จากนั้นได้เรียนกับจี โอวานนี เลเกร็นซี (Giovanni Legrenzi) อาจารย์ ดนตรีผู้มีชื่อเสียง วิวัลดีเป็นพระซึ่งรับผิดชอบการสอน ดนตรีให้สถานเลี้ยงเด็กหญิงกำ พร้าแห่งกรุงเวนิช 19
จากกิริยาท่าทางความใจบุญสุนทานและผมสีแดงตลอดจนการ แต่งเนื้อแต่งตัวสีสันก็กระเดียดไปทางพระของเขานั่นเอง ทำ ให้คนทั่วไปเรียกเขาว่า “II prete rosso” (the red priest) หรือเป็นภาษาไทยเรียกว่า “พระแดง” (ณรุทธ์ สุทธจิตต์,2535 :149) เพลงที่วิวัลดีแต่งโดยมากมักเป็นเพลงสำ หรับร้องและเล่นด้วย เครื่องดนตรีประเภทสตริง ซึ่งมีผู้ชอบฟังมากและมีนักแต่ง เพลงในศตวรรษที่ 20 ของอิตาลีคนหนึ่ง ชื่อ คาเซลลา ได้ เขียนยกย่องงานของ วิวัลดีไว้ว่า “เป็นผู้สร้างงานขึ้นมาด้วย ความประณีตบรรจงอย่างยิ่ง สามารถทำ ให้ผู้ฟังปล่อยอารมณ์ เคลิบเคลิ้มตามเนื้อและทำ นองเพลงได้ โดยไม่รู้ตัว” งาน ของวิวัลดีมีมากมายไม่แพ้คีตกวีคนอื่น ๆ ปัจจุบันนี้งานของเขา ยังมีต้นฉบับเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดเมืองเดรสเดน อย่าง สมบูรณ์ 20
วิวัลดีถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1741 ที่เมืองเวียนนา ออสเตรีย อายุได้ 66 ปี โดยไม่มีตำ ราหรือเอกสารใด ๆ กล่าวถึงการ สมรสจึงเชื่อว่าวีวัลดีไม่มีภรรยาไม่มีบุตร อยู่ตัว คนเดียวในวัยชราและจากโลกนี้ไปในประเทศ ที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเอง ผลงานที่มีชื่อเสียง ผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวิวัลดีได้แก่ คอนแชร์โต กรอซโซ ชุด “The Four Seasons, Concerto in E minor for Cello & Orchestra, Concerto for violin in A minor, Concerto for Two Trumpet and Strings 21
บาค (Johann Sebastian Bach 1685-1750) เกิดวันที่ 21 มีนาคม 1685 ที่เมืองไอเซนาค (Eisenach) ประเทศเยอรมันเกิดในตระกูลนัก ดนตรีได้รับการศึกษาเกี่ยวกับ ดนตรีจากพ่อซึ่งเป็น นักไวโอลิน ในราช สำ นักชื่อ โยฮัน อัม โบรซีอุส บาค และญาติหลังจากพ่อเสียชีวิตลง บาคได้ไปอาศัย อยู่กับพี่ชาย โยฮันน์ คริสโตฟ บาค (Johann Chistoph Bach) และบาดก็ ขอให้พี่ชายช่วยสอนเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดให้ต่อมาเรียน ออร์แกนกับครู 22
ออร์แกนชื่อ เอลีอาส เฮอร์เดอร์ (Elias Herder) บาคเรียนเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดได้เร็วมาก พี่ชายเห็นบาดก้าวหน้าทางดนตรีและเล่นดนตรี เก่งพอ ๆ กับตนเลยเกิดความอิจฉากลัวน้องจะเกิน หน้าเกินตาจึงเก็บโน้ตดนตรีของตนทั้งหมดใส่ตู้ ไม่ให้บาดเอาไปเล่น เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาก็เริ่มเลี้ยงตัวเองโดยการเป็นนัก ออร์แกนและหัวหน้าวงประสานเสียงตามโบสถ์หลาย แห่งในประเทศเยอรมันปี 1723 บาค ได้รับแต่งตั้งให้ เป็นผู้อำ นวยเพลงร้องที่โบสถ์ St. Thomas Church ในเมือง Leipzig ตำ แหน่งนี้เป็นตำ แหน่งสูงสุดทาง ดนตรีของ โบสถ์ในนิกาย Luther บาคเป็นนักออร์แกนและคลาเวียร์ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมมาก ทีเดียว เขาเป็นผู้คิดวิธีการเล่นคลาเวียร์โดยการใช้หัว แม่มือและนิ้วก้อยเพิ่มเข้าไป เป็นคนแรก เพราะก่อน หน้านี้ยังไม่มีใครเคยทำ กันมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็น ประโยชน์ในการเล่นคลาเวียร์ในสมัยต่อมา 23
บาคแต่งงานกับญาติตัวเองชื่อ มาเรีย บาร์บารา (Maria Barbara) ในวันที่ 17 ตุลาคม คศ1707 เมื่อเขาอายุได้ 20 ปีและ มีลูก 7 คนก่อนที่ เธอจะเสียชีวิตลงในปี 1720 บาคแต่งงานอีก ครั้งกับนักดนตรีสาวชื่อแอนนา แมกดาเลนา วิลเคน (Anna Magdalena Wilcken)เดือนธันวาคม คศ1721 และมีลูกด้วยกันอีก 13 คน ในบรรดาลูกทั้ง 20 คนมีเพียงคาร์ล ฟิลลิป เอมานูเอล (Carl Philip Emanuel Bach) ลูกคนที่ 2 และ โยฮัน คริสเตียน บาค (Johann Christian Bach) ลูกคนสุดท้องที่ได้กลายมาเป็นคีตกวีสำ คัญในสมัยต่อ ๆ มา บาคถึงแก่กรรมเมื่อ ปี คศ1750 ไม่มีใครเอาใจใส่เก็บรักษาผล งานของเขาไว้เลยปล่อยให้กระจัดกระจายหายไปมาก 24
จึงทำ ให้ชื่อเสียงของบาคเริ่มเป็นที่รู้จักขยายวง กว้าง งานของเขา นอกจากนี้ยังถือว่าการถึงแก่ กรรมของ ในปี ค.ศ.1750 เป็นเครื่องหมาย ของการสิ้นสุดดนตรีสมัยบาโรกด้วยออกไป ทำ ให้คนเห็นคุณค่า ผลงานที่มีชื่อเสียง มีมากมายแต่ขอยกตัวอย่างคือ Air on a G String, Brandenbarg Concerto No.2 in F, Mass in B minor, Toccata and Fugue in D minor ต่อมาปี ค.ศ. 1829 เกือบร้อยปีหลังจากที่บาดถึงแก่ กรรม เฟลิกซ์ เม็นเดิลโซห์น(Felix Mendelssohn) คีตกวีชาวเยอรมันได้นำ เพลงเซ็นต์ แม็ทธิว แพ็สชั่น(St. Matthew Passion) ของบาคออก แสดงที่กรุงเบอร์ลิน 25
ฮันเดล (George Frideric Handel, 1685-1759) เกิดวันที่ 23กุมภาพันธ์ 1685 เกิดที่เมืองฮันเล (Halle) ประเทศ เยอรมันแต่มามีชื่อเสียงและมีชีวิตในประเทศอังกฤษภายหลัง แปลงสัญชาติ เป็นอังกฤษ ฮันเดลเกิดในตระกูลผู้มีอันจะกิน พ่อเป็นหมอชื่อ Handel ในสมัยเด็กพ่อหวังให้ฮันเดลเรียน กฎหมายแต่อันเดลไม่ชอบแต่ดูเหมือนเขาไม่ชอบจึงเลือกทางที่ ตัวเองชอบ คือดนตรีฮันเดลสนใจดนตรีตั้งแต่เด็กเขาสามารถ เล่นไวโอลิน ฮาร์ปสคอร์ด โอโบ และออร์แกนได้เมื่ออายุได้ เพียง 11 ปี 26
ถึงแม้พ่อของเขาจะไม่เต็มใจให้ลูกชายเรียนดนตรี แต่ก็ต้องจำ ใจส่งลูกไปเรียนดนตรีตามคำ แนะนำ ของ ท่านดยุคผู้ที่เคารพนับถือ ดังนั้นเขา จึงได้เรียน ออร์แกน และฮาร์ป คอร์ดกับครูดนตรีซึ่งเป็นนัก ออร์แกนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดผู้หนึ่งชื่อฟรีดริค วิลเฮล์ม ซาเคา (Friedrich Wilheim Zachow) เป็นนักออร์แกนประจำ อยู่ที่ Liebfrauenkirche ใน เมืองฮัลเล นอกจากออร์แกนและฮาร์ป คอร์ดแล้วฮันเดล ยังได้เรียน เทคนิคการเล่นไวโอลิน โอโบ คลาเวียร์ ตลอดจนการประสานเสียงและเคาน์เตอร์พอยท์ (Counterpoint) รวมทั้งแนวการแต่งเพลงเบื้องต้น แต่เครื่องดนตรีที่เขาเล่นได้ดีเป็นพิเศษคือฮาร์ป คอร์ด ในปี คศ1703 ฮันเดลเริ่มประพันธ์ อิตาเลียนโอเปร่า (Italian Operas) ตั้งแต่ปี 1706-1710 เขาอยู่ในอิตาลี ได้มีโอกาสคลุกคลี 27
และใกล้ชิดกับบุคคลชั้นนำ ทางดนตรีของอิตาเลียนหลายคน เช่น โดเมนิโค สคาร์แลทตี (Domenico Scarlatti) นักเล่นฮาร์ป คอร์ดและอาร์แคนเจโล คอเรลลี (Arcangelo Corelli) นัก ไวโอลินจากการคลุกคลีใกล้ชิดทำ ให้ฮันเดลได้รับอิทธิพล ของ ท่านองเพลงอิตาเลียน (ณรุทธ์ สุทธจิตต์,2535 : 152) หลังกลับจากอิตาลีขณะนั้นฮัลเดลอายุย่าง 25 ปี ได้เดินทางไปรับ ตำ แหน่งผู้อำ นวยการ วงดนตรีของท่านผู้ครองนครแห่งแฮโน เวอร์ (Hanover) ฮัลเดลทำ งานอย่างไม่มีความสุข จากนั้นจึงย้าย ไปที่กรุงลอนดอน ในปี 1710 ฮันเดลเปิดการแสดงอุปรากรเรื่อง Rinaldo ขึ้นที่โรง ละคร Haymarket Theater ปรากฏว่าได้รับ การต้อนรับจากชาวลอนดอนอย่างล้นหลาม ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ค.ศ. 1711-1715 นั้น เขาเป็นแขก ของท่านลอร์ด เบอร์ลิงตัน (Lord Burlington) และพักที่ คฤหาสน์ของท่าน พอ ถึงวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จ พระราชินีแอนน์(น์ Queen Anne) 28
ฮันเดลก็ได้เปิดการแสดงดนตรีขึ้นเป็นการเฉลิมฉลอง และเพื่อถวายพระพร ต่อมาพระราชินีแอนน์ทรงโปรด เขามากพระนาง ได้พระราชทานเงินเป็นเบี้ยเลี้ยงชีพ ให้แก่เขาปีละ 200 ปอนด์ หลังจากพระราชินีแอนน์เสด็จสวรรคต พระเจ้ายอร์จ ที่ 1 (King George I of England) ขึ้นครองราชย์ แทนพระองค์ทรงโปรดดนตรีมากที่สุดและจ่ายเงินค่า เลี้ยงชีพให้เขาเป็น 2 เท่า หรือ ปีละ 400 ปอนด์ ตลอดชีวิตของฮันเดลไม่เคยแต่งงานเลย เขาอุทิศ เวลาทั้งหมดให้แก่งานทางดนตรี เพลงของเขาที่แต่งขึ้นประกอบด้วย เพลงอุปรากรทั้งหมด 46 เรื่อง ออราทอริโอ 32 บท Italian Solo Cantatas 28 เพลง Chamber ducts 20 เพลงและเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ กว่า 100 เพลง 29
ในวัยชราฮันเดลตาบอดต้องอาศัยเพื่อนสนิทผู้หนึ่งเป็นผู้คอยช่วย เหลือทำ ทุก ๆ อย่าง แม้ตาจะบอดแต่ เขาก็ไม่ทิ้งงานประพันธ์ ดนตรีโดยอาศัยเพื่อนผู้นี้เป็นคนคอยจดตามที่ฮันเดลบอก เขา ถึงแก่กรรมวันที่ 14 เมษายน 1759 อายุ 74 ปีศพถูกฝังไว้ในวิหาร เวสต์มันสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลงานทีมีชื่อเสียง Music for The Royal Fireworks Alexander's Feast ode for St. Cecilia's day,Hallelujah chorus Messiah,Organ Concerto in B flat : Allegro Opus No2,Water Music 30
อ้างอิง http://www.digitalschool.club/digitalschoo l/art/music2_1/lesson1/page10.php https://musiclib.psu.ac.th/data/westernmusuc/chapter4/chap4-5.htm https://sites.google.com/site/internatio nalmusic1742/yukh-ba-rokh 31
คณะผู้จัดทำ นางสาวกฤษวรรณ บุญธรรม ม.4/2 เลขที่10 นางสาวกวินธิดา พิริยศิลป์ ม.4/2 เลขที่11 นางสาวณภัทร ฮ่อสกุล ม.4/2 เลขที่12 เสนอ นายรังสิต รัตนโสภา คุณครูประจำ สาขาวิชา ศ30102 สังคีตนิยม โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล