รายงาน
กีฬาวูดบอล
จัดทำโดย
น.ส.พรทรพั ย กนั ทาสวุ รรณ
ชน้ั มัธยมศึกษาปท$ ี่ 5.1 เลขท่ี 12
เสนอ
คณุ ครูกระจา- ง หลักคำ
โรงเรียนสามัคควี ิทยาคม
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36
ก
คำนำ
รายงานเลมนีจ้ ัดทำขนึ้ เพ่ือเปนสวนหนงึ่ ของวชิ าสุขศกึ ษาและพละศกึ ษา ชน้ั มัธยมศึกษาปท' ่ี 5 เพือ่ ให*
ได*ศึกษาหาความรู*ใน กีฬาวดู* บอล และไดศ* ึกษาประวตั ิความเปนมา หรือท่ีมาอยางเข*าใจ เพอ่ื เปนประโยชน1กบั
การเรยี น
ผูจ* ดั ทำหวงั วา รายงานเลมนจี้ ะเปนประโยชนก1 บั ผู*อาน หรือนักเรยี น ทกี่ ำลงั หาขอ* มลู เร่อื งน้ีอยู หากมี
ข*อแนะนำหรือข*อผดิ พลาดประการใด ผู*จัดทำขอน*อมรับไว*และขออภยั มา ณ ทีน่ ้ดี ว* ย
จดั ทำโดย
น.ส.พรทรัพย1 กันทาสุวรรณ1
สารบัญ ข
คำนำ หนา
สารบัญ
ประวัติกฬี าวูด* บอล ก
ประโยชนก1 ารเลน ข
มารยาทในการเลนวูด* บอล 1
อุปกรณ1กฬี าวดู* บอล 2
การเกบ็ รักษาอปุ กรณ1 2
การเลนด*วยความปลอดภยั 3
เกมนำไปสกู ีฬาว*ดู บอล 3
ทักษะพื้นฐานกีฬาวดู* บอล 3
กติกาการแขงขนั 3-4
แหลงอา* งองิ 5-8
8
9
1
ประวตั กิ ฬี าวดู บอล
วู*ดบอลมาจากคำวา WOOD ที่แปลวา ไม* และ BALL คือลูกบอลกลมๆ WOOD BALL จงึ แปลวา ลกู
บอลที่ทำดว* ยไม* (WOOD BALL) จึงเปนกฬี าที่ใชไ* มล* ูกบอลใหว* ิง่ ในสนามไปสูประตู ท่ที ำดว* ยไม* โดยนับ
จำนวนครง้ั ในการตีลูกบอล โดยผท*ู ่จี ะชนะการแขงขันต*องตใี หจ* ำนวนคร้ังนอ* ยทีส่ ดุ
กีฬาว*ูดบอลกำเนิดคร้ังแรกที่ประเทศใต*หวนั โดยมชี าวใต*หวันชื่อ Mr.wang เปนผป*ู ระดิษฐค1 ดิ คน* ขึ้น
มกี ารเลนกันแพรหลายในแถบเอเชีย
กฬี าว*ูดบอล (WOOD BALL) เรม่ิ เขา* มาเผยแพรในประเทศไทยเม่ือป' พ.ศ. 2541 โดย ดร.พฒั นาชาติ
กฤดบิ วร นายกสมาคมว*ูดบอลแหงประเทศไทย ดำรงตำแหนงรองประธานสหพันธ1ว*ูดบอลแหงเอเชยี ไดน* ำ
นกั กีฬาว*ูดบอลจากประเทศไทยไปเข*ารวมการแขงขันว*ูดบอลในประเทศตางๆ แถบเอเชีย
จากน้นั ประเทศไทยไดร* ับเกียรตใิ ห*เปนเจ*าภาพในการจดั การแขงขนั ไทยแลนด1วู*ดบอลอินวเิ ตช่ัน ที่
สนามโรงเรียนกฬี าจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี มนี ักกีฬาจากชาตติ างๆ เขา* รวมการแขงขัน อาทิเชน ประเทศใตห* วัน
ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจนี ประเทศฮองกง ประเทศสงิ คโปร1 ประเทศมาเลเซยี เข*ารวมการแขงขนั
วนั ท่ี 24-29 พฤษจกิ ายน 2541 ทำใหช* าวตางชาติร*จู กั ว*ูดบอลมากยิ่งข้ึน ขณะนี้กีฬาว*ูดบอลกำลังเปนท่ีนิยม
แพรหลาย และเปนT ทรี่ จู* ักมากย่ิงขนึ้ อยางกวา* งขวาง เพราะเปนกีฬาทีม่ ีทักษะการเลนงายเหมาะสมกบั ทุกวัย
ทุกเพศ อีกทัง้ ยงั เปนการฝVกสมาธิใหม* น่ั คง มีสายตาดใี นการคาดคะเนการตีลูกใหแ* มนยำ และยังนำมาซึง่ ความ
แขง็ แรงของรางกายอกี ดว* ย
2
ประโยชนการเล-น
กีฬาวู*ดบอลเปนกีฬาท่สี ามารถเลนไดท* ุกเพศทุกวัย เปนกีฬาทีไ่ มเครยี ดเลนแลว* ร*ูสึกผอนคลาย ทำให*
รางกายแขง็ แรง และมสี ตปิ Wญญาทดี่ ี เปนกีฬาทแี่ มแ* ตคนสูงอายกุ ็สามารถเลนได*ซ่งึ จะเปนผลดตี อสขุ ภาพ
เพราะไมสามารถออกกำลงั กายหนักได* ดังนัน้ กีฬาว*ูดบอล เปนกฬี าท่สี งเสริมสุขภาพและเปนกีฬาแหง
มิตรภาพ ทด่ี ีตอกนั แกบุคคลทไ่ี ดเ* ลน
มารยาทในการเล-นวดู บอล
1. ปฏิบตั ิตามระเบียบข*อบังคับและกติกาการแขงขนั อยางเครงครัดอยูเสมอ
2. ควรแสดงนำ้ ใจท่ีเปนมิตรและให*เกียรตแิ กผเู* ลนท้งั สองฝYายเปนอยางดี เชน การจบั มือทักทายปราศรยั ซ่ึง
กนั และกัน ท้งั กอนและหลังเลน
3. เคารพและเชื่อฟWงกรรมการผู*ตัดสินและกรรมการเจ*าหน*าทอี่ นื่ ๆทเ่ี กย่ี วข*อง
4. เคารพและเช่อื ฟWงทง้ั หัวหน*าทีม และครู – อาจารยผ1 ูค* วบคมุ อยูเสมอ
5. มีความสุภาพเรียบรอ* ยไมแสดงกริ ิยาอาการเยอหยง่ิ จองหอง โอ*อวดตอผอู* น่ื
6. รจ*ู ักควบคมุ อารมณ1และสติไดด* ี ไมแสดงกริ ิยาอาการโมโหฉนุ เฉียว
7. ควรเลนดว* ยชนั้ เชงิ ทีเ่ หมาะสมกบั การเลน ไมควรกลั่นแกล*งหรอื เอาเปรียบผ*อู ่ืนในทางท่ีไมถูกต*อง ถ*าเกิด
การผดิ พลาด ต*องกลาวคำขอโทษ และให*อภยั ซ่งึ กนั และกัน
8. เมือ่ ชนะไมควรแสดงความดใี จจนเกนิ ไป และเมื่อแพ*ก็ไมควรเสียใจจนออกนอกหนา* ต*องมีใจคอหนักแนน
และอดทน
9. แตงกายดว* ยชดุ กีฬาทีถ่ ูกต*องเหมาะสมและปลอดภัย
10.ร*จู ักแกป* ญW หาเฉพาะหนา* ในการเลนได*ดี ถูกต*อง เหมาะสม
11.รจ*ู กั ประมาณกำลงั และความสามารถของตนเอง
12.จะต*องเรยี นรู*ระเบียบขอ* บังคบั และกฎกติกาการเลนอยางดี
13.ควรฝVกทกั ษะพนื้ ฐานให*มีความชำนาญเปพิเศษ เพื่อชวยในการเลนมปี ระสทิ ธภิ าพย่ิงข้นึ
3
อปุ กรณกฬี าวดู บอลมีดังน้ี
1.ไม*วดู* บอล
2.ลกู วู*ดบอล
3.ประตวู ด*ู บอล
การเก็บรกั ษาอุปกรณ
1. ควรทำความสะอาดไม*ว*ดู บอลและลกู วูด* บอลท่ีเปรอะเปabอนดว* ยการใชผ* *าแหง* เชด็
2. ถ*าลกู บอลตกนำ้ ใหร* ีบเก็บข้ึนมา และเชด็ ให*แหง*
3. ไมควรเลนลูกว*ูดบอลท่ีพื้นซีเมน ควรเลนในสนามหญา*
4. ควรเก็บอปุ กรณ1ใหเ* รียบร*อย
การเลน- ดวยความปลอดภยั
1.ควรเลนใหถ* กู ตามกฎระเบยี บทต่ี งั้ ไว*
2.ไมประมาทเวลาเลน
3.ควรระมดั ระวังคนท่ีอยูใกล*ตวั เพ่อื ไมให*โดนไม*
เกมนำไปสกู- ีฬาวูดบอล
วดู* บอลเปนกฬี าใหม ซ่งึ นายเวิง หมงิ ฮยุ (Mr.Ming-Hui Weng) ชาวไต*หวันเปนผู*คดิ ประดิษฐ1ขึ้น ใน
ตน* ป' พ.ศ. 2533 นายเวิง หมิง ฮุย อยาก ให*คุณพอของเขามีสถานท่ีออกกำลงั กายทป่ี ระกอบไปดว* ยสวน
ดอกไม* เขา ได*ซื้อที่กวา* งริมภเู ขาแหงหน่ึงที่อยูในเมืองไทเป (Taipei) และไดว* างแผน ปรับปรงุ ทีด่ ินสำหรับ
ปลกู ตน* ไมด* อกไม* ตอมาสถานท่แี หงนเ้ี องได*กลายเปน สนามว*ูดบอลแหงแรก โดยมีชอ่ื วา ไห* ฮัว หยวน
(แปลวา สวนหลงั บ*าน) กอนหน*าน้ี นายเวิง หมงิ ฮยุ ชอบเลนกอล1ฟ แตมคี วามรูส* กึ วาการเลนกฬี ากอลฟ1 มี
คาใชจ* ายคอนข*างสงู ดงั น้นั นายเวงิ จงึ เร่มิ คิดทจ่ี ะ ประดิษฐอ1 ุปกรณง1 าย ๆ ข้ึนมา เพื่อให*ตนเองสามารถตลี กู
บอลในบริเวณ เนินเขาทีส่ วยงามของตนเองได*อยางมีความสขุ ส่งิ ทีจ่ ะประดษิ ฐ1นตี้ *องมี ความกลมกลนื กับ
ธรรมชาติ นาจะทำมาจากไม* เพ่อื จะได*เหมาะสมกบั สถานทท่ี ่สี วยงาม แวดลอ* มด*วยตน* ไม*และดอกไม*แหงน้ี
4
เขาได*พยายาม ออกแบบครง้ั แลว* ครั้งเลา อุปกรณท1 ี่ไดก* ็ยังมีรปู รางและการใชง* านไมเปน ท่ถี ูกใจอยูดี วนั หนงึ่
นายเวิง หมิง ฮุย สังเกตเหน็ วา ทีจ่ ับราวบันไดทางขนึ้ หวั เสามีลกั ษณะกลมและทำด*วยไม* มเี ส*นผาศูนยก1 ลาง
ประมาณ 10 เซนตเิ มตร ขนาดของหวั เสาสามารถหยิบจับขึ้นด*วยมอื เดียวได*อยางสบายพอเหมาะ กับมือ จงึ
ตดั สนิ ใจวา ลูกบอลทคี่ ิดทำข้ึนมาควรมเี สน* ผาศูนย1กลางประมาณ 8 กตกิ าการตัดสิน Wood Ball 10
เซนตเิ มตร (ปจW จบุ นั ใช*ลกู บอลที่มเี ส*นผาศูนยก1 ลาง 9.5 เซนติเมตร) ซึง่ เปนทีม่ าของคำวาว*ดู บอล วด*ู (Wood)
แปลวาไม* สวนบอล (Ball) แปลวา ลูกกลม ๆ Wood Ball จงึ แปลวา ลูกกลม ๆ ทีท่ ำดว* ยไม* หรือลูกบอลไม*
หรอื เรียกทบั ศพั ท1วา ลูกวู*ดบอลนั่นเอง สวนรปู รางของไม* ทใ่ี ช*ในการตี นายเวิง หมิง ฮยุ ได*ความคิดมาจาก
ขวดเบยี ร1 ถา* นำขวดเบยี ร1 มาทำเปนหวั ไม*ไวส* ำหรบั ตีลกู วูด* บอลคงเหมาะ แตเปาT หมายในการตีลกู ยงั ไม
สามารถออกแบบได* ถา* หากขุดหลมุ เหมอื นหลุมกอล1ฟ ตอ* งมีน้ำขังอยูใน หลุมอยางแนนอนเพราะหลุมตอ* ง
ใหญและดนิ ในสวนจะเปนดินไมซึมน้ำ ยอม ไมเหมาะในการเลน สวนเปTาหมายนัน้ ควรตดิ ตั้งและสามารถยา* ยท่ี
ไปตามที่ ตาง ๆ ของสนามได*งายและสะดวก หากนำประตูฟุตบอลมาประยุกต1 สองเสา ของประตูฟตุ บอลใช*
ขวดไมม* าแทนสองข*าง สวนด*านลางของขวดไมน* มี้ ีตะปู ยาว 20 เซนตเิ มตร จะทำให*สามารถติดตงั้ เคล่ือนย*าย
ประตไู ปตามที่ตาง ๆ ของทุงหญา* ไดส* ะดวก โดยปWกประตลู งได*บนดินทันที ตาขายของประตูใช*ถว* ย ไม*แทน
เมอ่ื ลูกวูด* บอลผานประตูมีถ*วยไมท* ี่คว่ำอยตู รงกลางจะถกู ตีขึ้นไปข*าง บน มลี กั ษณะคลา* ยการชนแกว* ฉลองการ
เข*าประตู หมายถึง ความสำเร็จ ในการออกแบบและทดลองปรบั ปรุงลกู วูด* บอล ไมต* ี และประตนู ้ี ไดใ* ชเ* วลา
ประมาณ 2 ป' หลงั จากนน้ั นายเวงิ หมิง ฮยุ ไดเ* ชิญเพอ่ื น ๆ มา เลนวด*ู บอลที่ “โห* ฮัว หยวน” มกั จะมีคำถาม
เสมอ ๆ วา การเลนกีฬาชนดิ น้ี ได*มาจากประเทศใด สนกุ มาก เปนสงิ่ ที่นายเวิง หมงิ ฮยุ ดีใจและภูมใิ จมาก
กับชนิดกฬี าใหมที่ไดป* ระดษิ ฐ1ขนึ้ มาแตกก็ งั วลใจ เพราะกีฬาประเภททเี่ ลน ดว* ยลูกบอลมักจะประดิษฐ1คดิ คน*
มาจากชาวตางชาตเิ ปนสวนใหญ นายเวิง หมิง ฮยุ จึงตดั สินใจวาจะนำกีฬาว*ดู บอลท่ีตนคน* พบออกเผยแพรไป
ทวั่ โลก เขาจึงได*จดั ต้ังสมาคมว*ดู บอลไทเปขึ้น (The Chinese Taipei Woodball Association หรอื CTWA)
เม่ือวันที่ 11 กนั ยายน พ.ศ. 2536 โดยหวังวา จะนำกีฬาวดู* บอลออกเผยแพรไปทั่วโลกและเปนทน่ี ยิ มของคน
ทัว่ ไป และเพื่อให*ท่วั โลกได*รบั ร*ูวากฬี าประเภทบอลชนิดน้ีประดษิ ฐ1ขนึ้ โดยชาวจีน
5
ทักษะพ้ืนฐานการเลน- กฬี าวูดบอล
การเลนกีฬาทุกชนิด ควรเรมิ่ จากการฝกV ทกั ษะพ้ืนฐานทำใหผ* ู*เลนมกี ารพัฒนาการเลนได*รวดเรว็ และ
มปี ระสทิ ธิภาพ การเลนกฬี าวดู* บอลก็เชนกนั มีพ้นื ฐานทส่ี ำคัญ ดงั นี้
1.การจบั ไม* (Grip) การจบั ไม*วด*ู บอลนน้ั ข้นึ อยูกบั ความถนัดของผเ*ู ลนแตละคนท่ีนยิ มกนั มี 3 แบบ
แบบท่ี 1 อินเตอร1ล็อกกิ้ง ใหจ* บั ไม*ดว* ยมือซ*ายท่ีปลายของดา* ม จากนัน้ จบั ไมด* *วยมือขวาตอจากมือ
ซ*ายโดยนิ้วกอ* ยของมือขวาเก่ียวกบั นิ้วช้ีของมือซา* ย
แบบที่ 2 โอเวอร1แลปปbuง จับไมค* ลา* ยแบบท่ี 1 แตใหว* างนิ้วกอ* ยของมือขวาทับระหนางนิ้วชแ้ี ละนิว้ กลางของมอื
ซา* ย
6
แบบที่3 เบสบอล จับไม*โดยใช*มอื ทง้ั สบิ นิว้ วางเรยี งตอกนั บนไม*
2. การยืน (Address) ยนื แยกเท*าให*กวา* งกวาชวงไหลเล็กน*อยเพ่ือการทรงตวั ท่ีดี ถายนำ้ หนักไดง* าย ยอเขา
เล็กนอ* ยเพ่อื ความคลองตัวในการเหว่ียงไม*ขน้ึ ดี ตำแหนงของลูกอยูไปทางเท*าซา* ย
7
3. การขนึ้ ไม*และการลงไม* (Take Back and Down Swing)
3.1 การข้ึนไม* (Take Back) ประกอบไปด*วย 3 จงั หวะ
จังหวะท่ี1 ยืนใหผ* อนคลาย สบายๆ แตมั่นคง
จังหวะที่2 หมุนไหลและแขนให*ขึน้ เปนชิน้ เดยี วใหป* ลายด*านไมช* ี้บรเิ วณหัวเข็มขัด
จงั หวะที่3 หมนุ ไหล ให*มอื ทจี่ ับไม*อยูในระดับหัวไหล
3.2 การลงไม* (Down Swing) ประกอบไดด* ว* ย 3 จงั หวะ
จงั หวะท่ี1 หมนุ ไหลลงใหข* *อศอกอยชู ดิ ลำตัวแนวของไม*ขนานกบั พนื้
จังหวะที่2 ปลอยไมใ* ห*กระทบลูก แขนซ*ายจะอยูในแนวเดียวกบั ดา* มของไม*
จังหวะที่3 ปลอยแขนท้งั สองข*างให*เหยยี ดออกไปไมดึงข*อศอกซา* ยเร็ว เพ่ือไมให*สูญเสียการควบคุม
หน*าไม* จะทำให*การตมี นี ้ำหนักและแมนยำข้ึน พลังการตลี กู จะมาจากแขนซ*ายน่นั เอง
4. การเล็งเปTาหมาย (Alignment) ให*ลากเสน* แนวสมมุติจากลกู ไปยังเปาT หมาย จากนนั้ ยืนใหป* ลายเทา* ท้ังสอง
ขา* งขนานกบั เส*นแนวสมมตุ ิเส*นแรก พร*อมทั้งจัดแนวของหัวเขาทงั้ สอง สะโพก และหวั ไหล ให*ขนานกบั ปลาย
เทา* ทง้ั สองขา* งด*วย
5. การยงิ ประตู (Shooting) การยิงประตู จะมี 2 แบบด*วยกัน
แบบท่ี1 การยิงประตดู า* นขา* งลำตวั จงประกอบไปดว* ย 4 จังหวะดว* ยกัน
จังหวะที่ 1 นั่งในลกั ษณะเท*านำเท*าตาม
จงั หวะที่2 สำตัวต้ังตรง มือซ*ายจบั ด*ามไม*ไวบ* รเิ วณลองของไหล เพอื่ ใชเ* ปนจดุ หมุน
จังหวะที่3 มือขวาอยดู า* นลาง ไมอ* ยูในลองน้วิ ระหวางน้วิ ชกี้ ับนวิ้ หัวแมมอื
จงั หวะที่4 นำ้ หนักตัวยทู ี่เท*าหนา 60 เปอรเ1 ซน็ ต1 อยูเทา* หลงั 40 เปอรเ1 ซ็นต1 ตำแหนงของลกู
อยทู ปี่ ลายเท*าหนา* จากน้นั เหวย่ี งไม*โดยใชม* ือขวาเปนตัวสงแรงไปข*างหนา* ให*ตรง
กับไลน1 (กำหนดจดุ และทิศทางการตขี องลูก) ท่ตี *องการ
8
แบบท่ี2 การยิงประตดู า* นหน*าลำตวั จะประกอบไปดว* ย 4 จังหวะเชนกนั
จังหวะท่ี1 ใชห* ลักเดยี วกบั การจบั ไมพ* นื้ ฐาน
จังหวะที่2 ใหห* ลกั เดยี วกบั การยนื พน้ื ฐาน
จงั หวะที่3 ใหห* ลักเดยี วกับการเลง็ เปTาหมาย
จงั หวะที่4 ใชห* ลกั เดียวกบั การขนั้ ไม*และลงไม*
ซ่ึงในการยิงประตูดา* นหน*าลำตวั น้นั เท*าท้ังองต*องยืนใหแ* นนและมนั่ คง ใชเ* พยี งชวงบนของลำตวั
หัวไหล และแขนหมนุ ให*เปนชนิ้ เดยี วกนั ขึน้ และลงไม*ไมสูง ท่ีสำคญั ท่สี ุดต*องรักษาแนวแกนของลำตัวใหน* ง่ิ
ทสี่ ดุ
กติกาการแข-งขัน
1.การตี ให*ผูเ* ลนตลี กู วู*ดบอลด*วยไม*ตใี นมุมที่ถกู ต*อง
2.การนับคะแนนเม่ือผ*ูเลนตีลกู ว*ูดบอลด*วยไม*ผานเขา* ประตูทัง้ ลกู โดยผานเข*าประตดู า* นใดกไ็ ด*จะถือวาเปนการ
สิ้นสุดการเลนในเกมน้ัน
3.การตลี ูกวู*ดบอลออกนอกเขต เมอื่ ผ*เู ลนตีลกู ว*ูดบอลออกนอกเขตสนามใหผ* *เู ลนนำลกู วูด* บอลกลับมาวางไวใ* น
ระยะหางเทากับ 2หวั ไม*จากจุดท่ถี ูกตอี อกไป เพือ่ เร่ิมเลนใหมอีกครงั้
4.การคิดคะแนนรวม ผ*ูชนะการแขงขัน คือผ*ูเลนที่มคี ะแนนสะสมในการตนี *อยคร้ังท่สี ุดแตถา* ผเู* ลนมคี ะแนน
สะสมในการตีเทากันใหต* ัดสินโดยนบั คะแนนผท*ู นี่ *อยกวาจากประตกู อนจบการแขงขัน
การออกแบบสนามวูด* บอล สนามท่ใี ชใ* นการเลนกีฬาว*ดู บอลสามารถใช*สนามหญ*าแบบใดกไ็ ด* โดยให*
มคี วามกว*างประมาณ 2 – 10 เมตร และความยาวประมาณ 20 – 80 เมตร และให*ตงั้ ประตูไว*อีกด*านหน่งึ ของ
สนาม โดยกำหนดให*เสน* เร่ิมต*นอยใู นฝyงW ตรงกนั ขา* มกับประตู แตละสนามให*กำหนดขอบเขตท่ชี ัดเจน การ
แขงขนั กีฬาวู*ดบอลโดยท่วั ไปจะกำหนดใหม* ี 12 ประตู ซ่ึงความยาวของสนามรวมแล*วไมน*อยกวา 500 เมตร
กติกาการแขงขัน WOOD BALL
9
แหล-งอางองิ
http://sports.buu.ac.th/index.php/knowledge/knowledge_detail/3
https://www.dpe.go.th/manual-files-392891791827