หัวข้อเรื่อง (Topics) 4.1 ความหมายของธุรกรรม 4.2 ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 4.3 ระบบธุรกรรมดิจิทัล 4.4 รูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สมรรถนะย่อย (Element of Competency) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความหมายของธุรกรรม ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบธุรกรรม ดิจิทัล และรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) 1. อธิบายความหมายของธุรกรรมได้ 2. อธิบายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 3. อธิบายระบบธุรกรรมดิจิทัลได้ 4. อธิบายความแตกต่างของรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. เลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมดิจิทัลได้ 6. จำแนกข้อดีและข้อเสียของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อทำธุรกรรมได้ 7. มีเจตคติที่ดี ปฎิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ละเอียดรอบคอบ หน่วยที่ 4 ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล เนื้อหาสาระ (Content) โลกออนไลน์ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคในการทำธุรกรรม ทางการเงิน และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในโลกการเงินได้ส่งผลให้เกิดรูปแบบการให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ที่อำนวย ความสะดวก และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะการทำธุรกรรม ทางการเงินสมัยใหม่ ที่สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา รวดเร็ว และสะดวกสบาย ผ่านอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เป็นต้น โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใช้บริการดิจิทัลแบงก์กิง (Digital Banking) เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) และโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) เพราะสะดวกสบายกว่าและสามารถทำธุรกรรมได้อย่าง รวดเร็วตลอดเวลาด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปที่ สาขาของธนาคาร 4.1 ความหมายของธุรกรรม ธุรกรรม (Transaction) หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรม สัญญา หรือการดำเนินการใด ๆ กับ ผู้อื่น การประกอบกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะด้านธุรกิจและการเงิน เช่น การฝากเงินในธนาคาร เป็นการ ทำธุรกรรมอย่างหนึ่ง การจ่ายค่าบริการโดยหักบัญชีจากธนาคาร เป็นธุรกรรมที่นิยมกันมากในปัจจุบันอินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษ 4.2 ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction) หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่กระทำขึ้นระหว่าง หน่วยงานธุรกิจ บุคคล รัฐ ตลอดจนองค์กรเอกชนหรือองค์กรของรัฐใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ การค้า และการติดต่องานราชการ โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ยกตัวอย่างเช่น การซื้อ-ขาย สินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ การตกลงทำ สัญญาซื้อ-ขาย หรือสัญญาตกลงตามข้อบังคับต่าง ๆ บนเครือข่าย การโอนเงินด้วยระบบอัตโนมัติ ผ่านระบบ เครือข่าย การสื่อสารรับ-ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครือข่ายการสื่อสาร และการสอบถามข้อมูล ผ่านระบบ ออนไลน์ เป็นต้น 4.3 ระบบธุรกรรมดิจิทัล ในยุคดิจิทัลที่แทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมใด ๆ ก็สามารถทำ ผ่านแค่ปลายนิ้ว ผ่านสมาร์ตโฟนได้แทบทุกที่และทำได้ทุกคนที่มีบัญชีธนาคารหรือมีพรอมต์เพย์ ร้านค้า ร้านอาหารต่างก็มีบริการระบบจ่ายเงิน ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งสร้างความสะดวกสบาย อีกทั้งทุก 62
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล การจ่ายและชำระเงินนั้นก็จะบันทึกลงไปอย่างอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบการโอนได้แบบเรียลไทม์ (Real Time) ไม่ต้องคอยเช็คสมุดเงินฝาก (Bank Book) ให้เสียเวลา กล่าวได้ว่าระบบธุรกรรมดิจิทัลนั้น ได้เข้ามามีบทบาทกับ สังคมไทย ทุกธนาคารต่างก็มีแอปพลิเคชันที่ใช้ในการทำธุรกรรม นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีแอปพลิเคชันทางเลือกอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องการจอง ตั๋ว หนัง การเติมเงินมือถือ หรือจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปโภค บริโภคต่าง ๆ แต่ถ้ามองในเรื่องการทำธุรกิจ แน่นอนว่า ระบบธุรกรรมดิจิทัลนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดและขนาดใด ออนไลน์ ออฟไลน์ ต่าง ก็ต้องใช้ความรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะทุกกระบวนการของธุรกิจนั้น ขับเคลื่อนด้วยต้นทุน หาก มีความขัดข้องทางการเงิน อาจทำให้ธุรกิจนั้นติดขัดและมีปัญหาได้ 4.4 รูปแบบการทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตหลัก ๆ ก็คือรูปแบบของธนาคารอินเทอร์เน็ต (Internet, Banking) การชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway or Bill Payment) และธนาคารมือถือ (Mobile Banking) โดยมี รูปแบบการให้บริการที่ต่างกัน นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรม มีดังนี้ 4.4.1 คิวอาร์โค้ด (QR Code) คิวอาร์โค้ดระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ ไม่ต้องใช้เงินสด QR Code มาจากคำว่า "Quick Response Code” ซึ่งเป็นรหัสที่พัฒนาต่อยอด มาจากบาร์โค้ด (Barcode) ให้สามารถใช้งานง่ายขึ้น เก็บข้อมูลได้มากกว่า เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนก็สามารถ สแกนข้อมูลผ่าน QR Code ได้แล้ว ทำให้จะเห็นว่า ปัจจุบันนิยมมา QR Code มา เป็นช่องทางเข้าถึง ข้อมูลในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การเพิ่มเพื่อนไปไลน์ก็เป็นหนึ่งในความสามารถ ของ OR Code เช่นกัน ด้วยความสามารถของ QR Code รูปที่ 4.1 QR Code (ที่มา : https://www.ddproperty.com) 63
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล ทำให้ในหลายประเทศมีการพัฒนา QR Code มาเป็นสื่อกลางเพื่อชำระสินค้า โดยให้ข้อมูล ที่จำเป็นสำหรับการ จ่ายเงินซื้อสินค้า และนำมาใช้ควบคู่กับแอปพลิเคชันในมือถือที่เชื่อมต่อกับบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัญชี ธนาคาร ซึ่งเป็นการชำระเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการใช้ QR Code อย่างแพร่หลายในชีวิตประจําวัน ซึ่งนอกจากการซื้อ ขาย เช่าสินค้าแล้ว ยังมีการสแกน QR Code แจกลูก ๆ หลาน ๆ ในวันตรุษจีน ให้เงินเป็นของขวัญแต่งงาน หรือแม้แต่ให้ทิปพนักงาน เพราะใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว ไม่ จําเป็นต้องพกเงินสด วิธีจ่ายผ่าน คิวอาร์โค้ด (QR Code) การจ่ายผ่าน QR Code ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับ การจ่ายเงินด้วยระบบ QR Code สามารถทำได้ 4 ขั้นตอน ดังนี้ รูปที่ 4.2 การจ่ายเงินด้วย QR Code (ที่มา : https://money.kapook.com) 1. เข้าไปในแอปพลิเคชันสำหรับชำระเงินผ่าน QR Code แล้วเลือกประเภทว่าจะชำระเงิน ด้วย อะไร เช่น บัตรเครดิต โอนเงินจากบัญชี หรืออีวอลเล็ต (e-Wallet) เป็นต้น 2. สแกน QR Code ของร้านค้าผ่านแอปพลิเคชันที่อยู่บนสมาร์ตโฟน 3. ใส่จำนวนเงินที่ต้องการจ่าย และกดยืนยันการชำระเงิน 4. ระบบแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการจะส่งข้อมูลยืนยันการชำระเงินกลับมาให้เรา โดยอาจจะเป็น เอสเอ็มเอส (SMS) หรืออีเมล (E-Mail) เพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงิน ข้อดีในการใช้ QR CODE 1. ความสะดวกสบายในการใช้งาน เพราะไม่ต้องพกเงินสดหรือบัตรหลายใบให้ยุ่งยาก 64
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 2. ปลอดภัยกว่าการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต เพราะไม่ต้องยื่นบัตรให้ร้านค้า จึงไม่เสี่ยง ต่อการโดนขโมยข้อมูลทางการเงิน 3. สำหรับร้านค้าก็ได้ประโยชน์จากการใช้ QR Code เช่นกัน คือ ไม่ต้องมีเครื่องรูดบัตรใด ๆ มา รองรับการชำระเงิน ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้อย่างมาก 4.4.2 อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) การธนาคารอินเทอร์เน็ตมีชื่อเรียกมากมาย เช่น อีแบงก์กิง (E-Bankin) การธนาคารเสมือนจริง (Virtual Banking) การธนาคารออนไลน์ (Online Banking) การธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Banking) เป็นระบบที่ใช้ในการชำระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีลูกค้าของสถาบันการเงิน ทำธุรกรรมทางด้านการเงิน เช่น ซื้อสินค้า เสื้อผ้า กระเป๋า ได้หลายรูปแบบโดยผ่านเว็บไซต์ของสถาบัน การเงินนั้น ๆ ที่ลูกค้าเป็นสมาชิกอยู่โดยตัว ระบบการ ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มักเชื่อมต่อกับระบบธนาคาร แกน โดยระบบธนาคารแกนจะมีสถาบันการเงิน เป็น ผู้บริหารจัดการ และจะมีความแตกต่างจากการ ธนาคารสาขา ซึ่งการธนาคารสาขาจะมีวิธีการ แบบดั้งเดิมคือ ต้องให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการของการ ธนาคารเอง รูปที่ 4.3 อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (ที่มา : https://kkpadvicecenter.kiatnakin.co.th) ในประเทศไทยธนาคารที่เป็นธนาคารอิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกก็คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้เริ่มมีเว็บไซต์ที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลทั่ว ๆ ไปของธนาคารเองผ่านระบบ อินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2538 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 การที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยมีเว็บไซต์ขึ้นมา ทำให้มี กันอย่างแพร่หลาย เมื่อผ่านไปในส่วนของผู้ที่พัฒนาระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มีการพัฒนาให้มี การทำธุรกรรม กับธนาคารได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปธนาคาร โดยริเริ่มในปี พ.ศ. 2540 แต่ธนาคารนำมา ใช้งานได้จริงจังหลังจาก ได้รับการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถนำไปใช้งานได้ในปี พ.ศ. 2542 โดยธนาคารแห่งแรกที่ได้รับ 65
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล การอนุมัติให้สามารถเปิดใช้บริการนี้ได้ในช่วงต้นปี พศ. 2543 คือ ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ธนาคารที่เปิดใช้ เป็นธนาคารที่สอง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีการเปิด ให้ใช้บริการในกลางปี พ.ศ.2543 แล้ว ธนาคารที่ใช้ตามมาในปีเดียวกันอีกสองธนาคาร คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประเภทของอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต บริการสำหรับธนาคารที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต มีบริการที่ เกี่ยวข้องดังนี้ - บริการโอนเงินระหว่างบัญชีของผู้ใช้บริการเอง หรือการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น - บริการสอบถามสถานะเช็ค - บริการอายัดเช็ค - บริการสอบถามรายการเคลื่อนไหวในบัญชี - บริการสอบถามรายการชำระ - บริการสอบถามยอดคงเหลือในบัญชี - บริการชำระค่าสินค้าหรือบริการ - บริการชำระค่าบัตรเครดิต - บริการขอสินเชื่อ 2. ให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ธนาคารที่ให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ มีบริการ ได้แก่ - บริการเอทีเอ็ม (ATM) - บริการสมาร์ตการ์ด (Smart Card) - บริการธนาคารทางโทรศัพท์ (Tele-Banking) การสมัครใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) 1. นำสมุดบัญชีธนาคารไปยังสาขาใดก็ได้ของธนาคาร แล้วแจ้งขอเปิดอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) 2. รับซื้อและรหัสผ่านการใช้งาน ซึ่งในการเข้าสู่ระบบทุกครั้งต้องกรอกข้อมูลนี้ 3. มีการเพิ่มระดับความปลอดภัยด้วยระบบ OTP หรือ One Time Password ซึ่งใช้ยืนยัน ตัวอีกครั้ง โดยธนาคารจะส่งรหัส OTP มายังหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ผ่าน SMS แนวทางการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) ให้ปลอดภัย 2. หลีกเลี่ยงการใช้งานผ่าน Wi-Fi สาธารณะ เพราะมีโอกาสข้อมูลรั่วไหลมากกว่า 3. หมั่นตรวจสอบยอดเงินในบัญชี 4. Log out ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน 66
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 4.4.3 โมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) โมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) คล้ายอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) เพียงแต่เป็น การใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ทำให้สามารถโอนเงิน สอบถามยอดในบัญชี ซื้อสินค้า และบริการจ่าย บิลต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนได้เลย ซึ่งแต่ละธนาคาร มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิงให้อำนวยความสะดวกในการซื้อขายของออนไลน์มากขึ้น เพื่อเข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของ ผู้บริโภคในปัจจุบัน เช่น K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น รูปที่ 4.4 โมบายแบงก์กิง (ที่มา : https://www.techsayhi) การสมัครใช้งานโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) การจะใช้งานโมบายแบงก์กิงได้ จำเป็นต้องมีบัตรเดบิตของธนาคารที่ต้องการใช้งานก่อนซึ่ง สามารถสมัครทำบัตรได้ที่สาขาของธนาคาร ส่วนขั้นตอนการสมัครใช้โมบายแบงก์กิงของแต่ละธนาคารอาจมี รายละเอียดแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วมีขั้นตอนดังนี้ 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) 2. กรอกหมายเลขบัตรเดบิต รหัสบัตร หมายเลขบัตรประชาชน 3. กำหนดรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้งานบนแอปพลิเคชันในครั้งต่อไป หรือสมัครผ่านตู้เอทีเอ็ม (ATM) โดยเลือกรายการสมัครโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) โดยอาจมีการยืนยันการใช้งานที่แตกต่างกันไป ตามแต่ละธนาคาร 67
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล แนวทางการใช้งานโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) ให้ปลอดภัย 1. ใช้บนอุปกรณ์ส่วนตัวเพื่อความปลอดภัย 2. ตั้งค่าแจ้งเตือนผ่าน SMS หรืออีเมลเมื่อมีการทำธุรกรรม เพื่อให้ทราบทันทีเมื่อมีการใช้งาน ผิดปกติ 3. ออกจากระบบ (Log Out) ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าการทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ด้วยอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง (Internet Banking) หรือโมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) นั้นไม่ปลอดภัย ซึ่งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ ธนาคารนั้นมีการ ป้องกันเพื่อความปลอดภัยอยู่แล้ว ดังนั้นที่ควรระมัดระวังคือการรักษารหัสผ่าน การใช้งาน ผ่าน Wi-Fi หรือ อุปกรณ์สาธารณะ รวมถึงไม่เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวให้ใครรู้ได้ง่าย ๆ เพื่อป้องกันผู้อื่นนำรหัสไปงานได้ 4.4.4 พรอมต์เพย์ (PromptPay) พรอมต์เพย์เดิมมีชื่อว่า AnyID คือ ระบบการทำธุรกรรมแบบ E-Payment ที่ผูกบัญชีเงินฝากไว้ กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขบัตรประชาชน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจำเลขบัญชีที่ยาวและจำยาก โดยเกิด จากความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ผู้ให้บริการพรอมต์เพย์ (PromptPay) คือ ธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ เป็นต้น และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร ทำให้การทำธุรกรรมไม่ว่าโอนเงินหรือใช้จ่ายซื้อของสามารถทำได้ง่ายขึ้น สามารถทำรายการ ผ่านโมบายแบงก์กิง หรือตู้เอทีเอ็มก็ได้ รูปที่ 4.5 พรอมต์เพย์ (ที่มา : https://www.pier.or.th) การใช้งานพรอมต์เพย์ (PromptPay) ในบัญชีเงินฝากหนึ่งบัญชี สามารถผูกหมายเลขโทรศัพท์ ไว้ที่เบอร์ก็ได้ การโอนเงินสามารถทำได้ง่ายเพียงบอกหมายเลขโทรศัพท์ ส่วนบัญชีเงินฝากที่ผูกไว้กับหมายเลข บัตรประชาชน สามารถใช้รับเงินคืนภาษี สวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐได้เลย 68
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล ค่าธรรมเนียมพรอมต์เพย์ (PromptPay) ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างบุคคล ดังนี้ 1. โอนเงินครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอน 2. มากกว่า 5,000 ถึง 30,000 มาก มีค่าธรรมเนียม 2 บาท 3. มากกว่า 30,000 ถึง 100,000 มีค่าธรรมเนียม 5 บาท 4. 100,000 บาทขึ้นไป มีค่าธรรมเนียม 10 บาท ค่าธรรมเนียมการโอนระหว่างนิติบุคคล ดังนี้ 1. ไม่เกิน 100,000 บาท มีค่าธรรมเนียม ไม่เกิน 10 บาท 2. เกิน 100,000 บาท มีค่าธรรมเนียม ไม่เกิน 15 บาท การสมัครใช้พรอมต์เพย์ (PromptPay) สามารถสมัครได้ 3 ช่องทาง 1. โมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) 2. ตู้เอทีเอ็ม (ATM) 3. ธนาคารที่ให้บริการพรอมต์เพย์ ขั้นตอนการสมัครพรอมต์เพย์ (PromptPay) มีดังนี้ 1. กรอกหมายเลขบัตรเอทีเอ็ม และรหัสบัตร 2. ตรวจสอบข้อมูลที่ผูกไว้กับบัตร เลือกว่าจะผูกบัญชีกับเลขโทรศัพท์หรือเลขบัตรประชาชน 3. ยืนยันการทำรายการ หลายคนอาจกังวลว่า พรอมต์เพย์ มีความปลอดภัยดีหรือไม่ เพราะเป็นการผูกหมายเลขบัตร ประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์ไว้กับบัญชีเงินฝาก เกรงว่าคนอื่นอาจนำเงินออกจากบัญชีของตนได้เพียงรู้ข้อมูล เหล่านี้ คำตอบคือมีความปลอดภัย เพราะการจะโอนเงินออกจากบัญชีต้องใช้ข้อมูลอื่น ๆ ประกอบ เช่น Username รหัสผ่านกรณีที่ทำรายการผ่านโมบายแบงก์กิง หรือต้องมีบัตรเอทีเอ็มเมื่อทำรายการ ผ่านตู้เอทีเอ็ม 4.4.5 บัตรเครดิต (Credit Card) บัตรเครดิต คือ บัตรที่ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตออกให้กับลูกค้าที่รายได้ ต่อเดือนถึงเกณฑ์ เพื่อที่จะสามารถนำเงินมาใช้จ่ายล่วงหน้า ทั้งซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ทั้งยัง ซื้อของออนไลน์ จองตั๋วเครื่องบิน และจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยต้องชำระหนี้ในภายหลังพร้อมอัตรา ดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ นอกจากนี้บัตรเครดิตยังช่วยลดการพกพาเงินสดจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการสูญหาย บัตรเครดิตเหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการบางอย่างในราคาสูงแต่ไม่ต้องการออมเงิน เป็น เวลานาน ซึ่งบัตรเครดิตจะช่วยให้สามารถซื้อสินค้าหรือบริการนั้นได้เลยและค่อย ๆ ผ่อนชำระจนครบ พร้อม ดอกเบี้ย ซึ่งมีช่วงเวลาปลอดดอกเบี้ยสำหรับสินค้าและบริการที่ร่วมรายการ ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีวินัย ทางการเงินหรือ ชอบวางแผนใช้ประโยชน์จากคะแนนสะสมต่าง ๆ การใช้บัตรเครดิตเพื่อสะสมคะแนน ๆ จะทำให้ได้สิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ มากมายแบบที่การจ่ายเงินสดให้ไม่ได้ ๆ 69
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล รูปที่ 4.6 บัตรเครดิต (ที่มา : https://www.visa.co.th) การสมัครบัตรเครดิต การสมัครบัตรเครดิตนั้นต้องเตรียมประวัติให้พร้อม เพราะทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติ การใช้เงินย้อนหลังว่ามีความเสี่ยง หรือเข้าเกณฑ์ที่ต้องการหรือไม่ โดยสิ่งที่ควรเตรียมคือ สำเนาบัญชี ออมทรัพย์ ย้อนหลังประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้เห็นว่ามีรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอและคงที่ หรืออาจใช้ ใบรับเงินเดือน (สลิปเงินเดือน) เป็นหลักฐานประกอบ นอกจากนี้ต้องไม่เคยค้างชำระจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงประวัติการกู้ยืมเงินในอดีต ประวัติการทํางาน เงินเดือน และอายุ ทั้งนี้ประวัติการสมัครบัตรเครดิตก่อนหน้านี้ก็สำคัญ เพราะถ้าธนาคารทราบ ว่ามีบัตรเครดิตหลายใบ อาจแปลได้ว่ามีความต้องการใช้เงินมาก และมีความเสี่ยงสูงนั่นเอง สำหรับผู้ที่คิดว่าธนาคารคงไม่รู้ประวัติทั้งหมด จึงไม่กังวลการใช้จ่ายไม่คิดหน้าคิดหลัง จนมี ประวัติกู้ยืมที่ไม่ดี คือคืนไม่ตรงกำหนดชำระ หรือไม่สามารถคืนเงินที่ยืมมาได้ แท้จริงแล้วทางธนาคาร สามารถ ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ๆ จากเครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) ที่ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ส่งข้อมูลทางการเงินของลูกค้าไปรวบรวม เอาไว้เพื่อความ สะดวกในการประมวลข้อมูลเครดิต และให้ธนาคารและสถาบันการเงินใช้ในการประกอบการ ตัดสินใจว่าจะอนุมัติ สินเชื่อหรือไม่ ข้อดีของบัตรเครดิต 1. พกพาแทนเงินสดจำนวนมาก สะดวก และปลอดภัย การพกบัตรเครดิตนอกจากจะทำให้ไม่ ต้องถือเงินสดจำนวนมากไว้กับตัวแล้ว ถ้าบัตรเครดิตหายหรือโดนขโมย สามารถแจ้งอายัดบัตรกับธนาคาร ได้ทันที 70
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล ถ้าถูกนำไปรูดบัตรก็สามารถเช็คได้ว่ามีการรูดบัตรที่ไหน และติดต่อสถานที่นั้นเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด และตามจับ คนร้ายได้แตกต่างจากเงินสดที่เปอร์เซ็นต์ในการได้คืนต่ำกว่ามาก เพราะตรวจเช็คไม่ได้ว่าใครเอาไป และนำไปใช้ 2. ผ่อนชำระสินค้าได้นานขึ้น สินค้าที่ร่วมรายการจะมีดอกเบี้ย 0% ในระยะเวลาที่กำหนด บัตรเครดิตช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อน และต้องการซื้อสินค้าอย่างหนึ่งในตอนนั้นทันที เพราะการใช้บัตรเครดิตจะทำให้ผ่อนชำระสินค้าได้โดยไม่ต้องเสียเงินก้อนโตซื้อสินค้าภายในที่เดียว ทั้งสินค้าที่ร่วม รายการจะมีดอกเบี้ย 0% ในระยะเวลาที่กำหนด และยังได้สิทธิต่าง ๆ ในการผ่อนชำระอีกด้วย 3. หักค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จะมีการหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามรอบบิล ๆ ได้ทันที เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต เป็นต้น การหักค่าใช้จ่ายรายเดือนได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดเวลาใน การเดินทางไปชำระเงิน และลดความยุ่งยากหากลืมชำระค่าบริการ เช่น ถูกปรับ ถูกตัดการใช้น้ำประปา การใช้ ไฟฟ้า เป็นต้น 4. ได้รับส่วนลด คะแนนสะสม สะสมไมล์ หรือเครดิตเงินคืน ซึ่งสามารถนำแลกซื้อสินค้าและ บริการต่าง ๆ หรือซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่บางครั้งไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินสด เช่น ที่จอดรถพิเศษเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกับร้านค้าที่อยู่ในรายการ ก็จะได้รับ ของแถม ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ เป็นต้น 5. ใช้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต การซื้อของออนไลน์โดยชำระผ่านบัตรเครดิต นั้น ปลอดภัยกว่าการโอนเงินโดยตรง 6. มอบประกันการเดินทางคุ้มครองชีวิตฟรี หากชำระค่าตั๋วเดินทางตรงตามเงื่อนไข มีบัตร เครดิตเสนอ ก็จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองเป็นวงเงินประกันชีวิต และอาจคุ้มครองถึงภรรยาและบุตร ที่ร่วมเดินทางด้วย 7. ยกเลิกค่าใช้จ่ายได้หากสินค้า หรือบริการมีปัญหา การยกเลิกและขอเงินคืน การชำระด้วย เงินสดมักทำได้ยากกว่าหากร้านค้าไม่ให้ความร่วมมือ เช่น อ้างว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าเราชำระเงินหากไม่มี ใบเสร็จ ไม่มีกล้องวงจรปิดในการยืนยันตัวตนขณะซื้อ แต่การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจะมีข้อมูลบันทึก เอาไว้ใน ระบบ ทำให้ยืนยันการชำระเงินได้ง่ายกว่า และยกเลิกได้ง่ายกว่า 8. ยึดระยะเวลาในการจ่ายเงินออกไปได้ บัตรเครดิตหลายแบบมีระยะเวลาในการจ่ายเงินคืน โดยไม่คิดดอกเบี้ย ตั้งแต่ 45-51 วัน 9. ใช้เป็นวงเงินฉุกเฉินได้ บางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก แบบไม่ คาดคิด หรืออาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น จ่ายเงินเพื่อรับรองลูกค้า การจ่ายผ่านบัตรเครดิต ไปก่อน จะสะดวกกว่าเพราะจะได้รายการค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน เบิกเงินกับทางบริษัทภายหลังได้ 10. ไปเมืองนอกก็ใช้บัตรเครดิตได้ การพกเงินสดไปต่างประเทศโอกาสสูญหายมีมากกว่า และการแลกเงินแล้วใช้ไม่หมดก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการแลกเงินคืน การใช้บัตรเครดิตเมื่อไปต่างประเทศ แม้ต้องเสียค่าประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% แต่ก็จะช่วยลดปัญหาจุกจิกเหล่านี้ได้ 71
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล ข้อเสียของบัตรเครดิต 1. สร้างนิสัยที่ไม่ดีในการใช้เงิน อาจทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว เนื่องจากความสะดวกรวดเร็ว ของการใช้เงิน อีกทั้งเรายังสามารถถือบัตรเครดิตได้หลายธนาคารซึ่งมีวงเงินในการใช้งานที่แยกกันไปจะทำให้เกิด หนี้ก้อนโต หากชำระบัตรเครดิตเพียงขั้นต่ำและยังใช้จ่ายซื้อสินค้าต่อไปก็จะมีหนี้ก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ 2. ดอกเบี้ยสูงหากไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 20-28% ต่อปี และหากไม่สามารถชำระเงินคืนได้ตามที่กำหนดหรือเต็มจำนวนก็จะมีการปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 3. มีโอกาสถูกฉ้อโกงบัตรเครดิต โจรไม่จำเป็นต้องขโมยบัตรเครดิต แต่สามารถขโมยข้อมูล ในบัตรจากร้านค้าที่ไปใช้บัตรเครดิต หรือขโมยข้อมูลบนบัตรเพื่อนำไปซื้อสินค้า ซึ่งหากไม่มีการป้องกัน เช่น การ ส่งรหัส OTP มายังหมายเลขโทรศัพท์เจ้าของบัตรเพื่อใช้กรอกตอนชำระเงิน โจรก็สามารถใช้วงเงิน ซื้อสินค้าได้ ทันที 4. มีค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต บางบัตรเครดิตที่มีประสิทธิประโยชน์สูงมักมีการกำหมดการใช้ งานขั้นต่ำต่อปี เราจำเป็นต้องใช้ให้ถึงยอดจึงจะไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี 5. คะแนนเครดิตอาจเสียได้หากใช้จ่ายไม่ถูกวิธี เครดิตบูโรใช้ในการตรวจสอบประวัติในการขอ สินเชื่อ หากมีบัตรเครดิตหลายใบและไม่ได้ใช้ หรือชำระตรงเวลาแต่ชำระเพียงแค่ขั้นต่ำที่เรียกเก็บ หรือแม้แต่ใช้ เต็มวงเงินบัตรแต่จ่ายเต็มทุกเดือนก็ตาม ก็ทำให้คะแนนเครดิตเสียได้ ผู้ใช้บัตรจึงควรสมัครบัตร เท่าที่จำเป็น และ ควรใช้จ่ายไม่เกิน 30% ของวงเงิน รวมถึงชำระเต็มและตรงเวลาให้ได้ทุกเดือน จะเห็นได้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วบัตรเครดิตมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย ถ้าหากรู้จักวางแผน การใช้งาน ให้ดี ไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัว และชำระเงินคืนให้เต็มจำนวนเพื่อจะได้ไม่ถูกปรับดอกเบี้ย การใช้บัตรเครดิตก็จะช่วยทำ ให้สะดวกสบาย ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เมื่อซื้อของจากร้านค้า รวมถึงมีเงินให้ใช้ยามฉุกเฉิน ได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ 6. บัตรกดเงินสด (Cash Card) คือ บัตรที่ใช้กดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มในวงเงินที่ได้รับ อนุมัติ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสดเหมือนกับบัตรเครดิต แต่ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าหรือซื้อสินค้า ออนไลน์ได้ ยกเว้นสำหรับบางบัตรที่ใช้ผ่อนสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการได้ การใช้บัตรกดเงินสดไม่ต้องมี ทรัพย์สินเพื่อเป็นหลักประกัน แต่เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 20 % ขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ยของสินเชื่ออื่น ๆ ในด้านการคิดดอกเบี้ยจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน เมื่อชำระยอดแล้วจะสามารถ กดเงินสด ในวงเงินเดิมได้ อย่างไรก็ดี บัตรกดเงินสดเหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉินเนื่องจากดอกเบี้ย ที่ค่อนข้างสูง การสมัครบัตรกดเงินสด การสมัครบัตรกดเงินสด จะมีหลักการคล้าย ๆ กับการสมัครบัตรเครดิต คือต้องเตรียมประวัติ ให้สถาบันทางการเงินตรวจสอบ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่สถาบันการเงินอาจขอมา เช่น สำเนาใบแสดงหนังสือรับรอง การหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) เป็นต้น ทั้งนี้ต้อง ทั้งนี้ต้องมีวินัยในการชำระเงินคืนเมื่อกู้ยืมเพื่อให้ประวัติข้อมูล เครดิตไม่มีปัญหาเช่นเดียวกับการสมัครบัตรเครดิต จึงจะสามารถสมัครบัตรกดเงินสดได้อย่างง่ายดาย 72
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล รูปที่ 4.7 บัตรเงินสด (ที่มา : https://t1.blockdit.com) บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด มีจุดเด่นแตกต่างกันไป บัตรเครดิตไม่เหมาะสำหรับกดเงินสด เพราะมีค่าธรรมเนียมการกดเงินสด แต่จุดเด่นคือใช้สำหรับซื้อสินค้าและซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระ เพราะมีช่วงเวลา ปลอดดอกเบี้ยนาน ขณะที่บัตรกดเงินสดถูกออกแบบมาเพื่อกดเงินสดโดยเฉพาะ จึงไม่มีค่าธรรมเนียมในการกด เงินสด ไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการถอนเงิน แต่ผู้ใช้งานก็ต้องแลกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง ซึ่งถ้ารีบชำระให้เร็วที่สุด ก็จะยิ่งเสียดอกเบี้ยน้อยลง จากการคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน สรุปแล้วบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมีการใช้งานที่แตกต่างกันไป รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ แตกต่างกันด้วย ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้บัตรว่าต้องการจะใช้เงินแบบไหน ถ้าเป็นกรณีที่ต้องใช้เงินสดแบบ ฉุกเฉิน บัตรกดเงินสดจะเหมาะกว่า หรือถ้าต้องการซื้อสินค้าราคาสูงในแบบผ่อนชำระบัตรเครดิต จะเหมาะกว่า เพราะมีช่วงปลอดดอกเบี้ยนั่นเอง 7. อีวอลเล็ต (e-Wallet) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า โมบายวอลเล็ต (Mobile Wallet) หรือ ดิจิทัล วอลเล็ต (Digital Wallet) คือ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยเติมเงินจากบัญชีธนาคารเข้าแอปพลิเคชันอีวอลเล็ต ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ สำหรับผู้ที่เคยสมัครพรอมต์เพย์ (PromptPay) โดยใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ สามารถนำมาสมัคร ได้เช่นกัน โดยจะเพิ่มรหัสบริษัทผู้ให้บริการอีก 5 หลัก รวมเป็น 15 หลัก เวลาจะเติมเงิน เข้า วอลเล็ตต้องระบุ หมายเลข 15 หลัก ไม่อย่างนั้นจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแทน การใช้จ่ายอีวอลเล็ต คือ การใช้จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้จ่ายเงินที่จุดชำระ ต่าง ๆ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต รถไฟฟ้า ร้านกาแฟ เป็นต้น โดยต้องเป็นร้านค้าที่มีการเชื่อมต่อระบบไว้ นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ โอนเงินให้บัญชีอื่น และเติมเงินในเกมออนไลน์ได้เช่นกัน 73
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล รูปที่ 4.8 อีวอลเล็ต (ที่มา : https://paymenticon.com) ข้อดีของอีวอลเล็ต (1) เพียงมีโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนก็ใช้ได้ (2) ชำระค่าสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว เพียงสแกนกับเครื่องที่ร้านค้า (3) หักเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ (4) ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก (5) มีการสะสมแต้ม ส่วนลด หรือได้เงินคืน ข้อควรระวังในการใช้งาน (1) ร้านค้าหลายร้านยังไม่รับชำระเงินด้วยระบบอีวอลเล็ต (2) ผู้ให้บริการบางแห่งยังไม่สามารถทำให้โอนเงินเข้าธนาคารได้ (3) ควรเติมเงินเท่าที่จำเป็นต้องใช้เพื่อลดโอกาสที่เงินสูญหายหากมีผู้อื่นนำไปใช้ ตัวอย่างอีวอลเล็ต ที่ได้รับความนิยมในไทย TrueMoney (ทรูมันนี่) หมายถึง เงินแบบดิจิทัลโดยใช้เงินสดซื้อ เมื่อได้รหัสมาสามารถนำไปเติมเป็น ค่าใช้จ่ายออนไลน์ต่าง ๆ ส่วน True Wallet (ทรูวอลเล็ต) คือ บริการอีวอลเล็ต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเก็บเงิน True Money นั่นเอง นอกจากนี้มี วีการ์ด (Wecard) บัตรที่เชื่อมต่อเงิน ในอีวอลเล็ต เพื่อให้นำ เงินไปรูดใช้จ่ายได้ 74
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล รูปที่ 4.9 ทรูมันนี่ (ที่มา : https://www.TrueMoney.com) True Money สามารถซื้อผ่านร้านค้าได้ เช่น ร้าน 7-11 ร้าน Family Mart (แฟมิลีมาร์ต) หรือผูกบัญชี ธนาคารกับแอปพลิเคชันได้เลยส่วนเงิน True Money สามารถใช้จ่ายที่ร้านซึ่งรองรับระบบ อีวอลเล็ตซื้อของ ออนไลน์ โอนเงิน เติมเน็ต เติมเงินในเกม ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต ซื้อตั๋วเครื่องบิน ไปจนถึงการสั่งอาหาร สรุปสาระสำคัญ ธุรกิจในยุคดิจิทัลที่แทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสด เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมใด ๆ ก็สามารถทำผ่าน แค่ ปลายนิ้ว ผ่านสมาร์ตโฟน ได้แทบทุกที่และทำได้ทุกคนที่มีบัญชีธนาคารหรือมีพรอมต์เพย์ ร้านค้าร้านอาหารต่างก็ มีบริการระบบจ่ายเงิน ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดซึ่งสร้างความสะดวกสบาย อีกทั้งทุกการจ่ายและชำระเงินนั้นก็จะ บันทึกลงไปอย่างอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบการโอนได้แบบเรียลไทม์ (Real Time) ไม่ต้องคอยเช็คสมุดเงินฝาก (Bank Book) ให้เสียเวลา กล่าวได้ว่าระบบธุรกรรมดิจิทัลนั้นได้เข้ามามีบทบาท กับสังคมไทยทุกธนาคารนั้นต่างก็ มีแอปพลิเคชันที่ใช้ในการทำธุรกรรมเทคโนโลยีในการทำธุรกรรม ได้แก่ การใช้คิวอาร์โค้ด อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง โมบายแบงก์กิง พรอมต์เพย์ บัตรเครดิต บัตรเงินสด และอีวอลเล็ต เป็นธุรกรรมไร้เงินสด 75
ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล ตอนที่ 1 จงทำเครื่องหมาย ( ) หน้าข้อที่ผิด และทำเครื่องหมาย ( ) หน้าข้อที่ถูก (10 คะแนน) 1. ธุรกรรม หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรม หรือการดำเนินการใด ๆ กับรัฐการประกอบ กิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่ง 2. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่กระทำขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน 3. ธุรกรรมดิจิทัล เป็นธุรกรรมที่ต้องทำผ่านธนาคารเท่านั้น 4. ร้านค้าที่ใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) ต้องติดตั้งเครื่องรูดบัตรเพื่อความสะดวก 5. ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกในประเทศไทย คือ ธนาคารกรุงไทย 6. การใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง สามารถใช้ผ่านอินเทอร์เน็ตและใช้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 7. การใช้บริการสมาร์ตการ์ด ต้องใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต 8. การใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิงควรใช้งานผ่าน WiFi สาธารณะ เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย 9. การใช้งานพรอมต์เพย์ ผู้ใช้สามารถผูกหมายเลขโทรศัพท์หลายเบอร์ต่อหนึ่งบัญชี 10. อีวอลเล็ต (e – Wallet) สามารถหักเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (10 คะแนน) 1. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction) หมายถึงอะไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 2. รูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่รูปแบบใดบ้าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... แบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 3. อธิบายการใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) ในการทำธุรกรรม .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 4. ข้อดีของการใช้คิวอาร์โค้ด มีอะไรบ้าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 5. Internet Banking คืออะไร และใช้ธุรกรรมได้อย่างไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 6. Mobile Banking คืออะไร และใช้ธุรกรรมได้อย่างไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 7. PromptPay คืออะไร และใช้ธุรกรรมได้อย่างไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 8. ข้อดีของการทำธุรกรรมด้วยบัตรเครดิต มีอะไรบ้าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 77
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 9. Cash Card คืออะไร และใช้ธุรกรรมได้อย่างไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 10. e-wallet คืออะไร และใช้ธุรกรรมได้อย่างไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 78
แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 4 ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียวแล้วทำเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ 1. ธุรกรรม มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. กิจกรรมทางธุรกิจเพื่อหวังผลกำไร ข. กิจกรรมในองค์การที่ดำเนินการเพื่อผลกำไร ค. กิจกรรมที่มีการดำาเนินการทั้งในภาครัฐและเอกชน ง. กิจกรรมที่ดำเนินการตามหลักการที่ถูกต้องทางกฎหมาย จ. กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรมหรือการดำเนินการใด ๆ กับผู้อื่น 2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ก. กิจกรรมใด ๆ ที่กระทำขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ข. กิจกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ค. กิจกรรมการซื้อขายสินค้าและการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ ง. กิจกรรมที่ทำให้เกิดผลกำไรโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จ. กิจกรรมทางการค้าระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย คือ ผู้ซื้อและผู้ขาย 3. ระบบการชำระเงินที่มีรูปแบบต่อยอดมาจากบาร์โค้ด เป็นนวัตกรรมใด ก. อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง ข. โมบายแบงก์กิง ค. พรอมต์เพย์ ง. คิวอาร์โค้ด จ. บัตรเครดิต 4. ลักษณะเด่นของการใช้โมบายแบงก์กิง (Mobile Banking) ตรงกับข้อใด ก. เป็นการใช้บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ ข. เป็นการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ค. เป็นการใช้บริการทำธุรกรรมแบบ E-Payment ง. เป็นบริการใช้จ่ายล่วงหน้าในการซื้อสินค้าและบริการ จ. เป็นบริการใช้กดเงินสดจากวงเงินที่ได้รับอนุมัติโดยมีเสียค่าธรรมเนียม
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 5. ข้อใดเป็นการใช้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการทำธุรกรรมประเภทอินเทอร์เน็ตแบงก์กิง ก. บริการสอบถามสถานะเช็ค ข. บริการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ค. บริการสมาร์ตการ์ด ง. บริการชำระค่าบัตรเครดิต จ. บริการขอสินเชื่อ 6. การผูกบัญชีเงินฝากไว้กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขบัตรประชาชนเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม ทางการเงินต่าง ๆ เป็นธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ประเภทใด ก. พรอมต์เพย์ ข. บัตรเครดิต ค. บัตรกดเงินสด ง. โมบายแบงก์กิง จ. อินเทอร์เน็ตแบงก์กิง 7. ข้อดีของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ประเภทบัตรเครดิตตรงกับข้อใด ก. มีค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ข. มีโอกาสถูกฉ้อโกงบัตรเครดิต ค. ผ่อนชำระสินค้าได้นานขึ้น ง. สร้างนิสัยที่ไม่ดีในการใช้เงิน จ. ดอกเบี้ยสูงหากไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด 8. การใช้จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และเรียกว่า กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ ตรงกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทใด ก. พรอมต์เพย์ ข. บัตรเครดิต ค. บัตรกดเงินสด ง. โมบายแบงก์กิง จ. อีวอลเล็ต 9. ข้อใดคือข้อควรระวังในการใช้งานอีวอลเล็ต ก. ชำระค่าสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว เพียงสแกนกับเครื่องที่ร้านค้า ข. ร้านค้าหลายร้านยังไม่รับชำระเงินด้วยระบบอีวอลเล็ต ค. หักเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ ง. มีการสะสมแต้ม ส่วนลด หรือได้เงินคืน จ. ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก 10. บุคคลแบบใดเหมาะกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ประเภทบัตรเครดิต ก. ผู้ที่เน้นการควบคุมการใช้จ่าย ข. ผู้ที่ยังไม่สามารถสมัครบัตรเดบิต ค. ผู้ที่ต้องการลดจำนวนบัตรที่ถือ ง. ผู้ที่มีวินัยในการใช้จ่ายด้วยตัวเอง จ. ผู้ที่ไม่ชอบความรู้สึกของการเป็นหนี้ 80