1 ใบความรู้ เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501-2503 ความหมายของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม หมายถึง การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย(ต้นทุน) ทั้งหมด จากการประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการแปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรต่าง ๆ เพื่อให้ทราบผลกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง ซึ่งหากเจ้าของฟาร์มสามารถจัดทำบัญชีได้ก็จะ ช่วยให้สามารถทราบข้อมูลรายได้ ต้นทุน และกำไรในการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การวางแผน ควบคุม และบริหารจัดการการเงินได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถวางแผนกำไรในการประกอบ อาชีพได้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมสามารถสร้างรายได้หลักให้กับประเทศได้อย่าง ต่อเนื่อง มีทรัพยากรและศักยภาพเพียงพอที่จะทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ดังนั้นคุณภาพชีวิตของเกษตรกรก็ เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จากสถานภาพทางการเงิน โดยมีการจัดระเบียบและวางแผนเรื่อง การเงินอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการบันทึกบัญชีต้นทุนการเกษตรเป็นการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านการเกษตรตั้งแต่ กระบวนการเริ่มต้นการผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาจำหน่าย เพื่อใช้ในการวางแผนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2 ประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม 1. การจดบันทึกรายการทางการเงินต่างๆ ไว้ ช่วยป้องกันการหลงลืม อันก่อให้เกิด ความผิดพลาดใน การดำเนินการได้ ทำให้รู้เงินสดที่เหลืออยู่ในมือนั้นได้มาจากทางไหนบ้าง เป็นเงินเท่าไร แล้วใช้จ่ายเป็นเงิน อะไรบ้าง ฟุ่มเฟือยเกินฐานะหรือใช้ไปในทางไม่ถูกไม่ควรหรือไม่ก็อาศัยตัวเลข ข้อมูลที่จดไว้นั้นเตือนตัวเองให้ รู้จักใช้เงิน เลิกกับรายจ่ายไร้ประโยชน์ 2. ช่วยให้เกษตรกรทราบถึงผลกำไรหรือขาดทุนในการดำเนินงาน การทำธุรกิจอย่าง ใดอย่างหนึ่ง หรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท่านก็สามารถรู้ว่ากิจกรรมที่ทำไปนั้นมีกำไรหรือขาดทุน โดยอาศัยการจด บันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อค้นหาต้นทุนซึ่งจะนำไปหักกับรายได้ที่จดไว้ก็จะทราบผลว่าได้กำไรหรือขาดทุน เท่าไรบ้าง และมีสาเหตุจากด้านใด เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนกำไร และควบคุมค่าใช้จ่าย 3. ใช้เป็นข้อมูลยืนยันรายการของรายรับ – รายจ่ายต่างๆ ที่ท่านจดไว้ สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยัน สถานการณ์ดังต่อไปนี้ 3.1 การได้รับเงินค่าแรงจากโครงการช่วยเหลือของทางราชการอะไรบ้าง และเป็นเงินเท่าไร 3.2 เมื่อเวลาสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรพร้อมด้วยผู้ตรวจสอบบัญชี ออกมาพบท่านซึ่งเป็น สมาชิก เพื่อขอสอบถามหรือยืนยันเกี่ยวกับค่าหุ้น หนี้เงินกู้คงเหลือ หนี้การค้าคงเหลือเงิน รับฝากคงเหลือ 3.3 ชี้แจงกับหน่ายราชการต่างๆ ที่ต้องการตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายหรือ ต้นทุนทาง การเกษตรของเกษตรกร เพื่อทางราชการจะได้นำตัวเลขเหล่านั้นไปประกอบการกำหนด นโยบาย และ แผนงานช่วยเหลือได้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น และทำให้สามารถพิจารณาการช่วยเหลือด้านเงินกู้และแหล่งเงินทุน ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น 4. ทำให้เกษตรกรทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินต่างๆ ที่มีอยู่และให้ข้อมูลแก่เกษตรกร เพื่อทำ การตัดสินใจวางแผนและงบประมาณการดำเนินงานในปีต่อไป
3 วิธีการวิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น 1. ขายผลิตจากการทํานา ทำไร่ ทำสวนฯ 2. ขายสัตว์เลี้ยง เช่น หมูวัว เป็ด ไก่ฯ 3. ขายผลผลิตจากสัตว์ เช่น ไข่ไก่ น้ำนมโคฯ 4. รายได้อื่นๆ เช่น ขายฟางข้าว ขายกระสอบปุ๋ย ขายมูลไก่ฯ รายจ่าย หรือ ต้นทุน หรือค่าใช้จ่าย คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ที่จ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่ง ตอบแทนกลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น 1. ค่าจ้างแรงงาน 2. ค่าเช่าที่นา 3. ค่าขนส่ง 4. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 5. ค่าปุ๋ยชีวภาพ หรืออินทรีย์ฯ 6. ค่าปุ๋ยเคมี/ฮอร์โมน ฯ 7. ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช 9. ค่าเมล็ดพันธุ์ 10. ค่าวัคซีน 11. ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 12. ค่าวัสดุการเกษตร 13. ค่าซ่อมแซม
4 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร สินทรัพย์ถาวร คือ สินทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงาน มีลักษณะคงทนถาวร และม อายุการใช้งานนานกว่า 1 ปีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. สินทรัพย์ถาวรที่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพมองเห็นได้ สัมผัสจับต้องได้ แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1.1 มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ไม่หักค่าสึกหรอและเสื่อมราคา เช่น ที่ดิน 1.2 มีอายุการใช้งาน ต้องหักค่าสึกหรอและเสื่อมราคา เช่น โรงเรือน คอกสัตว์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น 1.3 ใช้แล้วหมดไปไม่มีทดแทน ต้องหักค่าเสื่อมสิ้น ได้แก่ เหมืองแร่ ป่าไม้ 2. สินทรัพย์ถาวรที่ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่สัมผัสไม่ได้หรือไม่มีตัวตน ให้ประโยชน์ต่อ การดำเนินงาน สามารถวัดมูลค่าและสิทธิเป็นตัวเงินได้ เช่น 2.1 สัมปทาน (Franchise) 2.2 เครื่องหมายการค้า (Trademark) 2.3 สัญญาเช่า (Leasehold)
5 การจัดทำบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม วิธีการลงต้นทุนประกอบอาชีพ วิธีลงวัน เดือน ปี (1) ช่อง “วัน เดือน ปี” เขียนวันที่ เดือน ปี พ.ศ. ที่มีรายการรับเงิน และรายการจ่ายเงิน วิธีลงรายการ (2) ช่อง “รายการ” เขียนรายละเอียดของการรับเงิน และจ่ายเงินที่เกิดขึ้นจากการประกอบ อาชีพ วิธีลงปริมาณ (3) ช่อง “ปริมาณ” เขียนจำนวนหน่วยของปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งซื้อ มาใช้ในการประกอบอาชีพและจำนวนผลิตผลที่ขายได้ของแต่ละอาชีพที่ ทำ วิธีลงรายได้ (4) ช่อง “รายได้” เป็นการรับจากการประกอบอาชีพของแต่ละอาชีพที่ทำ วิธีลงต้นทุน/ค่าใช้จ่าย (5) ช่อง “ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย” เป็นรายจ่ายในการประกอบอาชีพของ แต่ละอาชีพที่ทำ วิธีลงลงทุนสินทรัพย์ถาวร (6) เขียนจำนวนเงินที่จ่ายเพื่อซื้อหรือสร้างเครื่องใช้ที่ใช้งานได้หลายปี และมีราคาสูง รวมถึงในการลงทุนประกอบอาชีพ เช่น ซื้อรถไถนา ซื้อเครื่องสูบน้ำ ขุดบ่อเลี้ยงปลา สร้างโรงเรือน สร้างคอกสัตว์ เป็นต้น
6 ตัวอย่าง สมุดต้นทุนประกอบอาชีพ........................................................ ระหว่างวันที่..........................................ถึงวันที่................................................ วัน เดือน ปี (1) รายการ (2) อาชี........................................ ลงทุนใน สินทรัพย์ ถาวร (6) ปริมาณ (3) รายได้ (4) ต้นทุน/ ค่าใช้จ่าย (5)
7 ตัวอย่างการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ตัวอย่างที่ 1 ลุงคำมา ประกอบอาชีพปลูกข้าว มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 บาท ซื้อวัสดุการเกษตร 600 บาท วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 บาท จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 บาท ซื้อปุ๋ย 6,800 บาท วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 บาท วันที่ 12 ตุลาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 บาท ซื้อปุ๋ย 7,600 บาท วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 บาท วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท จ่ายค่าขนส่ง 1,800 บาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ขายฟางข้าว 5,000 บาท วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท
8 ตัวอย่างการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม สมุดบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 วัน เดือน ปี รายการ อาชีพ ทำนา ลงทุนใน สินทรัพย์ ถาวร ปริมาณ รายได้ ต้นทุน/ ค่าใช้จ่าย 1 ก.ค. 65 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 ซื้อวัสดุการเกษตร 600 7 ก.ค. 65 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 14 ก.ค. 65 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 ซื้อปุ๋ย 10 กระสอบ 6,800 24 ก.ค. 65 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 12 ต.ค. 65 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 ซื้อปุ๋ย 12 กระสอบ 7,600 21 พ.ย. 65 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 23 พ.ย. 65 ขายข้าวเปลือก 7,000 ก.ก. 65,000 จ่ายค่าขนส่ง 1,800 25 พ.ย. 65 ขายฟางข้าว 5,000 28 พ.ย. 65 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 30 พ.ย. 65 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 รวม 70,000 47,500 1 2 3 4 5 6
9 วิธีการคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย สินทรัพย์ถาวรที่เกษตรกรซื้อ หรือสร้างขึ้น ซึ่งบันทึกไว้ในช่อง “ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร” เกษตรกร ต้องนำมาคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปีตามอายุการใช้งาน เพื่อนำไปรวมเป็นต้นทุนในการประกอบ อาชีพ วิธีการคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี ให้นำจำนวนเงินที่จ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวรหารด้วย อายุการใช้งานของสินทรัพย์ถาวรนั้น จากตัวอย่าง ลุงคำมาซื้อเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง เป็นเงิน 10,000 บาท คาดว่าเครื่องสูบน้ำมี อายุการใช้งาน 5 ปี ใน 1 ปี ปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง นับเป็น 2 รอบการผลิต ดังนั้นระยะเวลา 5 ปี จะปลูก ข้าวได้ 10 รอบการผลิต การคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี (ค่าเสื่อมราคา) = ราคาทุนของสินทรัพย์ อายุการใช้งาน เครื่องสูบน้ำ-ทำนา = 10,000 บาท (คาดว่าจะใช้งานได้ 5 ปี) 5 ปี = 2,000 บาท ต่อปี การคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี (ค่าเสื่อมราคา) = 2,000 บาท (ใน 1 ปี ปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง) 2 รอบ = 1,000 บาท ต่อรอบการผลิต หมายเหตุ เมื่อสิ้นรอบการผลิต หากมีปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย ยา คงเหลือ อยู่ ให้คิดว่าของที่เหลือนั้นเป็นเงินเท่าไร เพื่อนำมาหักออกจากยอดรวมต้นทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นต้นทุนที่ แท้จริงในการประกอบอาชีพนั้น
10 การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ การคิดคำนวณทางการเงินเพื่อแสดงถึง ผลการดำเนินงานของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งว่ามีรายได้และค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนเท่าใด และมีกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเป็นจำนวนเท่าใด มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 เขียนหัวงบกำไรขาดทุน 3 บรรทัด 1) ให้เขียน “การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพ” ตามด้วยชื่อเจ้าของหรือฟาร์ม 2) รอบระยะเวลาบัญชีและวันสิ้นสุด (รอบการผลิต) ขั้นที่ 2 เขียนคำว่า “รายได้” นำรายการเกี่ยวกับรายได้ทุกรายการมาแสดงและรวมยอด ขั้นที่ 3 เขียนคำว่า “ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย” นำรายการเกี่ยวกับต้นทุน/ค่าใช้จ่ายทุกรายการมาแสดง และรวมยอด ขั้นที่ 4 เมื่อสิ้นรอบการผลิต หากมีปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย ยา คงเหลืออยู่ ให้คิดว่าของที่เหลือนั้นเป็นเงินเท่าไร เพื่อนำมาหักออกจากยอดรวมต้นทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นต้นทุนที่ แท้จริงในการประกอบอาชีพนั้น ขั้นที่ 5 คำนวณผลต่างระหว่างยอดรวมของรายได้ และยอดรวมของต้นทุน/ค่าใช้จ่าย หลังหัก ปัจจัยการผลิตคงเหลือ - กรณีผลรวมของรายได้มากกว่าผลรวมของค่าใช้จ่าย ผลต่างเรียกว่า กำไรสุทธิ (Net Profit) - กรณีผลรวมของค่าใช้จ่ายมากกว่าผลรวมของรายได้ ผลต่างเรียกว่า ขาดทุนสุทธิ (Net Loss)
11 จากตัวอย่างที่ 1 ลุงคำมา ประกอบอาชีพปลูกข้าว มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 บาท ซื้อวัสดุการเกษตร 600 บาท วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 บาท จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 บาท ซื้อปุ๋ย 6,800 บาท วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 บาท วันที่ 12 ตุลาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 บาท ซื้อปุ๋ย 7,600 บาท วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 บาท วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท จ่ายค่าขนส่ง 1,800 บาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ขายฟางข้าว 5,000 บาท วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท *เมื่อสิ้นรอบการผลิตปรากฏว่ามีปุ๋ยคงเหลือคิดเป็นเงินจำนวน 500 บาท*
12 ขั้นตอน การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2565 ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2565 รายได้ - ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท - ขายฟางข้าว 5,000 บาท รวมรายได้ 70,000 บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย - ค่าวัสดุการเกษตร 600 บาท - ค่าไถที่นา 5,000 บาท - ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท - ค่าพันธุ์ข้าว 3,500 บาท - ค่าปุ๋ย 14,400 บาท - ค่ายาปราบศัตรูพืช 5,500 บาท - ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว 6,000 บาท - ค่าขนส่ง 1,800 บาท - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท - คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต 1,000 บาท รวมต้นุทน/ค่าใช้จ่าย 48,500 บาท หัก ปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท 48,000 บาท กำไรสุทธิ(รายได้ 70,000 – ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย 48,000) 22,000 บาท ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นที่ 4 ขั้นที่ 5
13 ตัวอย่าง การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2565 ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2565 รายได้ - ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท - ขายฟางข้าว 5,000 บาท รวมรายได้ 70,000 บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย - ค่าวัสดุการเกษตร 600 บาท - ค่าไถที่นา 5,000 บาท - ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท - ค่าพันธุ์ข้าว 3,500 บาท - ค่าปุ๋ย 14,400 บาท - ค่ายาปราบศัตรูพืช 5,500 บาท - ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว 6,000 บาท - ค่าขนส่ง 1,800 บาท - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท - คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต 1,000 บาท รวมต้นุทน/ค่าใช้จ่าย 48,500 บาท หัก ปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท 48,000 บาท กำไรสุทธิ 22,000 บาท