แผนการจ ั ดการเร ี ยนร ้ ู หลกัสูตรประกาศน ี ยบัตรวช ิ าช ี พ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาเกษตรกรรม สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ รายวิชา บัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501 –2503 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1) ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2566 จัดท าโดย นางสาวเพ็ญนภา อรินต๊ะ ต าแหน ่ ง ครูวท ิ ยฐานะครูช านาญการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชา เกษตรกรรม สาขาวิชา เกษตรศาสตร์ รหัสวิชา 20501 – 2503 ชื่อวิชา บัญชีฟาร์ม จำนวน 2 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ จุดประสงค์รายวิชา 1. เข้าใจหลักการและกระบวนการบันทึกบัญชีฟาร์ม 2. สามารถจัดทำงบการเงินตามหลักการและกระบวนการ 3. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงาน รอบคอบ ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรมและจริยธรรม สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการและกระบวนการบันทึกบัญชีฟาร์ม 2. จำแนกสินทรัพย์หนี้สิน และทุนของกิจการฟาร์ม 3. จัดทำงบการเงินตามหลักการและกระบวนการ 4. สรุปผลการดำเนินกิจการฟาร์ม คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ ความหมาย ความสำคัญของบัญชีฟาร์ม การจำแนกสินทรัพย์ หนี้สิน และทุน ของกิจการฟาร์ม หลักและวิธีการบันทึกบัญชีฟาร์มตามหลักการบัญชี งบทดลอง การปิดบัญชีสำหรับกิจการ ฟาร์ม สรุปผลการดำเนินงานฟาร์มและฐานะการเงินของกิจการฟาร์ม
หน่วยการเรียนรู้ ชื่อวิชา บัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501 – 2503 จำนวน 2 หน่วยกิต 4 ชั่วโมง / สัปดาห์ (1-3-2 ท-ป-น) หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวนชั่วโมง 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชี 4 2 การจำแนกสินทรัพย์ หนี้สิน ทุนของฟาร์ม 12 3 หลักและวิธีการบันทึกบัญชีฟาร์ม 24 4 งบทดลอง 8 5 การปิดบัญชีสำหรับกิจการฟาร์ม 8 6 สรุปผลการดำเนินงานฟาร์มและฐานะการเงินของกิจการฟาร์ม 12 รวม 72
ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา ชื่อวิชา บัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501 – 2503 จำนวน 2 หน่วยกิต 4 ชั่วโมง / สัปดาห์ (1-3-2 ท-ป-น) หน่วย ที่ สมรรถนะ ชื่อหน่วย ระดับพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ลำดับความสำคัญ ชั่วโมงสอน/หน่วย พุทธิพิสัย ความรู้ความจำ ความ ทักษะพิสัย จิตพิสัยเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า รวมคะแนน 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการ บัญชี 1 2 1 - - - 4 4 2 6 4 2 การจำแนกสินทรัพย์ หนี้สิน ทุนของฟาร์ม 1 2 2 1 - - 6 4 3 3 12 3 หลักและวิธีการบันทึกบัญชี ฟาร์ม 1 2 3 3 1 1 11 8 4 1 24 4 งบทดลอง 1 2 2 - - - 5 8 3 5 8 5 การปิดบัญชีสำหรับกิจการ ฟาร์ม 1 2 3 - - - 6 8 4 4 8 6 สรุปผลการดำเนินงานฟาร์ม และฐานะการเงินของกิจการ ฟาร์ม 1 2 2 2 - 1 8 8 4 2 12 สอบปลายภาค 4 รวม 6 12 13 6 1 2 40 40 20 72 ลำดับความสำคัญ 4 2 1 3 6 5
ตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้และเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 20501 – 2503 ชื่อวิชา บัญชีฟาร์ม จำนวน 2 หน่วยกิต 4 ชั่วโมง / สัปดาห์ หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้และรายการสอน สัปดาห์ที่ ชั่วโมงที่ 1 2 3 4 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชี 1.1 ความหมายของการบัญชี 1.2 วัตถุประสงค์ของการบัญชี 1.3 ประโยชน์ของการจัดทำบัญชี 1.4 ความสำคัญของการบัญชี 1.5 ข้อแนะนำในการเรียนวิชาบัญชี 1.6 ข้อสมมติฐานของการบัญชี การจำแนกสินทรัพย์ หนี้สิน ทุนของฟาร์ม 2.1 ความหมายของสินทรัพย์หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ 2.2 สมการบัญชี หลักและวิธีการบันทึกบัญชีฟาร์ม 3.1 การวิเคราะห์รายการค้า 3.2 การบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป 3.3 สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป 3.4 การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม งบทดลอง 4.1 ความหมายของงบทดลอง 4.2 ประโยชน์ของงบทดลอง 4.3 การหายอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทต่างๆ เพื่อจัดทำงบทดลอง 4.4 ขั้นตอนการจัดทำงบทดลอง 4.5 การหาข้อผิดพลาดเมื่องบทดลองไม่ลงตัว 1 2-4 5-10 11-12 1-4 5-16 17-40 41-48
หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้และรายการสอน สัปดาห์ที่ ชั่วโมงที่ 5 6 การปิดบัญชีสำหรับกิจการฟาร์ม 5.1 การปิดบัญชีและขั้นตอนในการปิดบัญชี 5.2 การบันทึกรายการปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป 5.3 การปิดบัญชีต่าง ๆ ในสมุดแยกประเภททั่วไป สรุปผลการดำเนินงานฟาร์มและฐานะการเงินของกิจการฟาร์ม 6.1 ความหมายของงบการเงิน 6.2 รูปแบบของงบการเงิน 6.3 การจัดทำงบกำไรขาดทุนของฟาร์ม 6.4 การจัดทำงบแสดงฐานะการเงินของฟาร์ม 6.5 ประโยชน์ของงบการเงิน 13-14 15-17 49-56 57-68 สอบปลายภาค 18 69-72
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา บัญชีฟาร์ม (รหัสวิชา 20501 – 2503) ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หลักและวิธีการบันทึกบัญชีฟาร์ม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม เวลาสอน 60 นาที 1. สาระสำคัญ การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม เป็นการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย(ต้นทุน) ทั้งหมดจากการ ประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ เพื่อให้ทราบผลกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง ซึ่งหากเจ้าของฟาร์มสามารถจัดทำบัญชีได้ก็จะช่วยให้สามารถทราบ ข้อมูลรายได้ ต้นทุน และกำไรในการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การวางแผน ควบคุม และบริหารจัดการการเงิน ได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถวางแผนกำไรในการประกอบอาชีพได้ 2. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกความหมายและประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรมได้ 2. วิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ 3. จัดทำบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ 4. คำนวณรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยได้ 5. คิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ 6. มีความซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา มีส่วนร่วม และปฏิบัติงานเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด 3. สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายและประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม 2. การวิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 3. การบันทึกบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 4. การคำนวณรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย 5. การคิดกำไรขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
4. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการใช้เกมส์ตอบคำถามออนไลน์ ที่สร้างขึ้นบนเว็บแอพพลิเคชั่น wordwall โดยให้ผู้เรียนจับคู่เพื่อเล่นเกมส์ กระตุ้นความสนใจ ให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำคะแนนได้เยอะที่สุดเพื่อ เสริมแรงบวกในการเรียน และพูดโน้มน้าวจิตใจให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญในการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ เกษตรกรรม เพื่อทบทวนความรู้เดิมเชื่อมโยงความรู้ใหม่ 2. ครูผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนรับทราบร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจใน กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสอน 3. ครูผู้สอนให้ผู้เรียนดูคลิปวีดีโอจาก Youtube เรื่องการทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 4. ครูผู้สอนแจกใบความรู้ และอธิบายเนื้อหาพร้อมยกตัวอย่างเรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุน อาชีพเกษตรกรรม” ผ่านการใช้สื่อ Powerpoint และมีการตั้งคำถามสอดแทรกในเนื้อหาเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เรียน หัวข้อดังต่อไปนี้ - การบันทึกต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม - การคำนวณรายจ่ายสินทรัยพ์ถาวรเฉลี่ย - การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 5. ครูผู้สอนแนะนำแหล่งค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติม จากสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นในรูปแบบสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์(E-book) และชุดการสอน ซึ่งจะมีเนื้อหาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ผู้เรียนมีอิสระในการ กำหนดการเรียนรู้ด้วยตนเอง 6. ครูผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยคละตามความสามารถของ ผู้เรียนเก่ง ปานกลาง อ่อน (ดูจากคะแนนทดสอบก่อนเรียนในชั่วโมงที่แล้ว) โดยให้ผู้เรียนได้มีการฝึกปฏิบัติการ จัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ตามใบงานที่ 1 ที่ครูผู้สอนกำหนด ซึ่งประกอบด้วยอาชีพเพาะเห็ดฟาง อาชีพเลี้ยงไก่ไข่ และอาชีพปลูกผัก 7. ผู้เรียนฝึกทักษะด้านการปฏิบัติงานกลุ่มตามงานที่ได้รับมอบหมายใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” ร่วมกันจัดทำบันทึกต้นทุนในการประกอบอาชีพ เกษตรกรรม คำนวณรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย ในแบบฟอร์มกระดาษ A4 และคิดกำไร-ขาดทุนจากการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เขียนลงในกระดาษชาร์ทสี ทั้งนี้ผู้เรียนได้ฝึกการกำกับตัวเองในการเรียนรู้จากการ ทำงานกลุ่ม
8. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ครูผู้สอนสังเกตการนำเสนอหน้าชั้น เรียน 9. ครูผู้สอนกล่าวชมเชยผู้เรียนทุกกลุ่มที่ร่วมกันทำกิจกรรม กล่าวชมเชย และให้ข้อมูลสะท้อน กลับที่ถูกต้อง ขั้นสรุป 10. ผู้เรียนที่เป็นตัวแทนห้องออกมาสรุปสิ่งที่ได้รับจากการเรียน เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุน อาชีพเกษตรกรรม” หน้าชั้นเรียน 11. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหา โดยครูใช้เทคนิคตั้งคำถามให้ผู้เรียนร่วมอภิปราย แสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 12. ครูผู้สอนมอบหมายงานใบงานที่ 2 ให้ผู้เรียนโดยแจก “สมุดบัญชีหรรษาพารวย” ที่ ครูผู้สอนได้จัดทำไว้ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรมเป็นรายบุคคลตามอาชีพ เกษตรกรรมที่ตนเองสนใจหรืออาชีพของครอบครัว 5. สื่อการเรียนรู้ 5.1 ชุดการสอนรายวิชาบัญชีฟาร์ม 5.2 ใบความรู้เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 5.3 สื่อสไลด์ Powerpoint เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 5.4 www.youtube.com เรื่อง การ์ตูน..การทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ (ภาษากลาง) ตอนที่..๕ วิธีการจดบัญชีต้นทุนอาชีพ 5.5 ใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 5.6 E-book เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 5.7 ชุดการสอน เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 5.8 ใบงานที่ 2 สมุดบัญชีหรรษาพารวย (งานเดี่ยว) 5.9 เครื่องคอมพิวเตอร์/เครื่องฉายโปรเจคเตอร์
6. การวัดและประเมินผล 6.1 การวัดผล 6.1.1 คะแนนสอบก่อนเรียน-หลังเรียน เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม 6.1.2 ใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 6.1.3 ใบงานที่ 2 สมุดบัญชีหรรษาพารวย (งานเดี่ยว) 6.1.4 การประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านคุณลักษณะพึงประสงค์ 6.2 เครื่องมือวัดผล 6.2.1 แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน (แบบออนไลน์ โดยใช้ Google Forms) เรื่อง การ จัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม 6.2.2 แบบประเมินใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ เกษตรกรรม” 6.2.3 แบบประเมินใบงานที่ 2 สมุดบัญชีหรรษาพารวย (งานเดี่ยว) 6.2.4 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านคุณลักษณะพึงประสงค์ 6.3 เกณฑ์การประเมินผล 6.3.1 ผู้เรียนมีคะแนนสอบหลังเรียน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 6.3.2 ผู้เรียนมีคะแนนใบงานที่ 1 การฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) ทุกกลุ่มต้องได้ผลการประเมิน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี หรือดีมาก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 6.3.3 ผู้เรียนมีคะแนนใบงานที่ 2 (งานเดี่ยว) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 6.3.4 ผู้เรียนมีคะแนนพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านคุณลักษณะพึงประสงค์ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 7. ภาระงานมอบหมาย 7.1 ผู้เรียนทำใบมอบหมายงานใบงานที่ 2 สมุดบัญชีหรรษาพารวย (งานเดี่ยว) 7.2 ผู้เรียนทบทวนเนื้อหาเรื่อง “การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม” 7.3 ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาที่จะเรียนในครั้งต่อไปล่วงหน้าจากชุดการสอนหน่วยที่ 4 เรื่อง งบทดลอง
บันทึกหลังการสอน หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501 – 2503 8. บันทึกหลังการสอน 8.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ได้จริง 2) แผนมีความสอดคล้องกับเนื้อหาและหัวข้อการเรียนรู้ 3) แผนมีความเหมาะสมกับเวลาที่กำหนดไว้ 4) กิจกรรมมีความเหมาะสมกับระดับนักเรียน 5) สื่อการสอนมีความสอดคล้องกับเนื้อหา น่าสนใจ 6) การวัดและประเมินผลได้ตรงตามจุดประสงค์ 8.2 ผลการเรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนมีความตั้งใจเรียน มีความสนใจ ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ตอบคำถามและร่วมกัน ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งส่งผลต่อตัวชี้วัด ดังนี้ ตัวชี้วัดที่ 1 ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสิ่งที่เรียนและเข้าใจบทเรียน ผลจากการริเริ่มพัฒนาเทคนิควิธีการสอนโดยนำรูปแบบการสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model) ซึ่ง เน้นกิจกรรมแบบ Active Learning คือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ โดยผ่านการกระทำและ ร่วมมือกันระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้สอนได้ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายได้แก่ ชุดการสอน E-book, คลิปวีดีโอใน Youtube, Google Classroom, Google form, Wordwall และ PowerPoint ทำให้ผู้เรียนมีความสนใจ มี ความตั้งใจ กระตือรือร้น มีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้นในหน่วยการเรียนรู้ เรื่องการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ เกษตรกรรม และทำให้นักเรียนได้เข้าถึงสิ่งที่เรียน เข้าใจบทเรียนมากยิ่งขึ้น และสามารถศึกษาบทเรียนย้อนหลัง ได้ด้วยตนเอง โดยรวมนักเรียนจำนวน 11 คน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 100 ถือว่าผ่านเกณฑ์ การประเมิน คิดเป็น ร้อยละ 100.00 ตัวชี้วัดที่ 2 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ ผลจากการริเริ่มพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนใช้วิธีการเล่นเกมส์ ให้ผู้เรียนเล่นเกมส์แข่งขัน กระตุ้น ความสนใจทบทวนความรู้เดิมเชื่อมโยงความรู้ใหม่ โดยใช้เว็บแอพลิเคชัน WordWall และครูผู้สอนได้มีการสอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนชั่วโมงก่อนหน้าเรื่องความหมายของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ประโยชน์ ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม และการวิเคราะห์รายได้ ต้นุทน/ค่าใช้จ่าน การลงทุนในสินทรัพย์
ถาวรในการการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งจะนำเรื่องการวิเคราะห์รายได้ ต้นุทน/ค่าใช้จ่าน การลงทุนใน สินทรัพย์ถาวรในการการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาต่อยอดความรู้ในเรื่องการบันทึกบัญชีต้นทุนอาชีพ เกษตรกรรม การคำนวณรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย และการคิดกำไรขาดทุนจากการประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทำให้นักเรียนได้สร้างองค์ความรู้ และเชื่อมโยงความรู้เดิมและความรู้ใหม่ ส่งผลโดยรวมให้ผู้เรียน จำนวน 11 คน สามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ทำให้ผู้เรียนร้อยละ 100.00 มีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินที่กำหนดไว้ ตัวชี้วัดที่ 3 ผู้เรียนได้สร้างความรู้เอง หรือได้สร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ ผลจากการริเริ่มพัฒนา ผู้สอนได้ใช้วิธีมอบหมายงาน แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง การจัดทำบัญชี ต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะในการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ได้ประสบการณ์ในการทำงานเป็นกลุ่ม และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานกลุ่ม นอกจากนี้ยังได้มอบหมาย สมุดบัญชีหรรษาพารวย (งานเดี่ยว) เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้ใหม่ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้ ส่งผลลัพธ์ที่ดีทำให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้และได้ สร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ทุกคน โดยรวมนักเรียนเรียน จำนวน 11 คน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ตัวชี้วัดที่ 4 ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ผลจากการริเริ่มพัฒนา ผู้สอนได้ใช้สื่อการสอนที่หลากหลาย ได้แก่ ชุดการสอน, E-book, คลิปวีดีโอใน Youtube, Google Classroom, Google form, Wordwall และ PowerPoint ทำให้ผู้เรียนมีความสนใจ มีความ กระตือรือร้น มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ทุกคน นอกจากนี้ครูผู้สอนได้กระตุ้นสร้างแรงจูงใจด้วยการให้รางวัลในการ เล่นเกมตอบคำถาม ให้คำชื่นชม ให้กำลังใจเมื่อนักเรียนตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น ปฏิบัติงานกลุ่ม และ นำเสนอหน้าชั้นเรียน จากการจัดการเรียนรู้ในเรื่องการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม พบว่านักเรียนให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากในรายวิชาโครงการผลิตในระดับชั้นปวช.2 ซึ่ง สามารถนำไปต่อยอดได้ อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือสามารถนำไปจัดทำบัญชีต้นทุน อาชีพให้กับผู้ปกครองตามอาชีพของครอบครัวได้ จึงทำให้นักเรียนมีความสนใจ มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ทุกคน ส่งผลให้นักเรียน จำนวน 11 คน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 100.00
ตัวชี้วัดที่ 5 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ ผลจากการริเริ่มพัฒนาทักษะการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ในรายวิชาบัญชีฟาร์ม โดย นักเรียนได้ได้ลงมือปฏิบัติจริงจากการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และจากการฝึกปฏิบัติจากแบบฝึกปฏิบัติ เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ตามกรณีที่กำหนด และจัดทำสมุดบัญชีหรรษาพารวย จึงทำให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ เมื่อนักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญการ เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ยังสามารถนำเสนอวิธีการคิดกำไรขาดทุนจากการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมหน้าชั้นเรียนได้ จากการที่นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ เกษตรกรรมแล้ว พบว่าผลคะแนนการปฏิบัติใบงานของนักเรียนจำนวน 11 คน ที่ทำใบงาน เรื่อง การจัดทำบัญชี ต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 100 ตัวชี้วัดที่ 6 ผู้เรียนได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ ผลจากการริเริ่มพัฒนาใช้วิธีให้ข้อมูลสะท้อนกลับสำหรับนักเรียนจำนวน 11 คน ด้วยการใช้การเล่นเกมส์ ตอบคำถามกระตุ้นความสนใจ และได้เฉลย พร้อมแจ้งคะแนนให้ทราบ และใช้แบบทดสอบออนไลน์ก่อนเรียน-หลัง เรียนผ่าน Google Form เมื่อนักเรียนทำแบบทดสอบเสร็จแล้วจะแจ้งผลคะแนนเช่นเดียวกัน และได้ใช้Google Classroom ในการช่วยจัดระเบียบให้นักเรียนทุกคน นักเรียนติดตามได้ว่ามีงานอะไรครบกำหนดบ้าง ตลอดจน ครูผู้สอนสามารถที่แสดงความคิดเห็น และให้คะแนนโดยตรงได้แบบเรียลไทม์ใน Google Classroom ซึ่งส่งผลดี ต่อการปรับปรุงการเรียนรู้ของนักเรียน และการพัฒนาทักษะการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรมของนักเรียน จึงทำให้นักเรียนมีความตั้งใจในเรียนรู้ และมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่สูงขึ้น จึงทำให้นักเรียนร้อยละ100 มีผลการ เรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ตัวชี้วัดที่7 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในบรรยากาศชั้นเรียนที่เหมาะสม ผลจากการริเริ่มพัฒนา ครูผู้สอนได้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และได้ จัดเตรียมความพร้อมของห้องเรียน สื่อการเรียน อุปกรณ์ให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีจำนวนที่ เพียงพอกับผู้เรียน มีอุปกรณ์ วัสดุฝึกเพียงพอ มีแสงสว่าง สภาพอากาศในห้องเรียนที่เหมาะสม ห้องเรียนสะอาด ทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน นอกจากนี้ครูผู้สอนยังได้มีการพูดคุยกับ นักเรียนอย่างเป็นมิตร และครูผู้สอนยังได้นำผลงานของผู้เรียนติดไว้ที่บอร์ดแสดงผลงาน ส่งผลให้นักเรียนมี ความสุข มีความกระตือรือร้น มีความสนใจในการเรียน ทำให้นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งด้านความรู้ ด้าน ทักษะ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 100
ภาคผนวก
รายวิชาบัญชีฟาร์ม เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม คำสั่งจงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียวโดยทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ก. ทราบจำนวนรายรับ-รายจ่าย ข. รู้จักวางแผนการใช้เงิน ค. มีรายรับเพิ่มมากขึ้น ง. ควบุคมการใช้จ่ายได้ 2. ข้อใดคือรายได้ ก. ขายไข่ไก่ ข. ค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค. ค่าวัคซีน ง. ค่าปุ๋ย 3. การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรมปลูกฝังนิสัยของเกษตรกรดังนี้ยกเว้นข้อใด ก. มีความละเอียดรอบคอบ ข. รู้จักวางแผนการใช้เงิน ค. ควบคุมการใช้จ่ายของตนเองได้ ง. มีความตรงต่อเวลา 4. ข้อใดไม่ปรากฏอยู่ในตารางสมุดบัญชีต้นทุนอาชีพ ก. รายได้ ข. ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย ค. ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ง. ผลการปฏิบัติ 5. เงินที่ได้รับจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่าอะไร ก. ต้นุทน ข. รายได้ ค. กำไร ง. ภาษี
6. รายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย จะได้ผลการดำเนินงานตามข้อใด ก. รายได้ ข. ค่าใช้จ่าย ค. กำไร ง. ขาดทุน 7. รายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย จะได้ผลการดำเนินงานตามข้อใด ก. รายได้ ข. ค่าใช้จ่าย ค. กำไร ง. ขาดทุน 8. ซื้อเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง เป็นเงิน 10,000 บาท คาดว่าจะใช้ได้ 5 ปี คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี เท่ากับข้อใด ก. 500 บาท ข. 1,200 บาท ค. 1,000 บาท ง. 2,000 บาท 9. สมชายฟาร์มมีรายได้ 100,000 บาท มีต้นทุน/ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 66,800 บาท มีรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยใน ฟาร์มทั้งหมด 1,000 บาท มีปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท สมชายฟาร์มจะกำไรหรือขาดทุนเท่าใด ก. กำไร 31,700 บาท ข. ขาดทุน 31,700 บาท ค. กำไร 32,700 บาท ง. ขาดทุน 32,700 บาท 10. ข้อใดไม่ใช่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ก. ซื้อรถไถนา ข. สร้างโรงเรือนปลูกผัก ค. ซื้อเครื่องสูบน้ำ ง. ซื้อวัสดุการเกษตร
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 3 เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 ค ก ง ง ข ค ง ง ค ง เฉลยก่อนรียน มาลองดูกันซิว่าได้คนละกี่คะแนน
รายวิชาบัญชีฟาร์ม เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม คำสั่งจงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียวโดยทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 1. การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรมปลูกฝังนิสัยของเกษตรกรดังนี้ยกเว้นข้อใด ก. มีความละเอียดรอบคอบ ข. รู้จักวางแผนการใช้เงิน ค. ควบคุมการใช้จ่ายของตนเองได้ ง. มีความตรงต่อเวลา 2. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ก. ทราบจำนวนรายรับ-รายจ่าย ข. รู้จักวางแผนการใช้เงิน ค. มีรายรับเพิ่มมากขึ้น ง. ควบุคมการใช้จ่ายได้ 3. ข้อใดคือรายได้ ก. ขายไข่ไก่ ข. ค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค. ค่าวัคซีน ง. ค่าปุ๋ย 4. ข้อใดไม่ใช่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ก. ซื้อรถไถนา ข. สร้างโรงเรือนปลูกผัก ค. ซื้อเครื่องสูบน้ำ ง. ซื้อวัสดุการเกษตร 5. เงินที่ได้รับจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่าอะไร ก. ต้นุทน ข. รายได้ ค. กำไร ง. ภาษี
6. ข้อใดไม่ปรากฏอยู่ในตารางสมุดบัญชีต้นทุนอาชีพ ก. รายได้ ข. ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย ค. ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ง. ผลการปฏิบัติ 7. รายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย จะได้ผลการดำเนินงานตามข้อใด ก. รายได้ ข. ค่าใช้จ่าย ค. กำไร ง. ขาดทุน 8. รายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย จะได้ผลการดำเนินงานตามข้อใด ก. รายได้ ข. ค่าใช้จ่าย ค. กำไร ง. ขาดทุน 9. ซื้อเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง เป็นเงิน 10,000 บาท คาดว่าจะใช้ได้ 5 ปี คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี เท่ากับข้อใด ก. 500 บาท ข. 1,200 บาท ค. 1,000 บาท ง. 2,000 บาท 10. สมชายฟาร์มมีรายได้ 100,000 บาท มีต้นทุน/ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 66,800 บาท มีรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย ในฟาร์มทั้งหมด 1,000 บาท มีปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท สมชายฟาร์มจะกำไรหรือขาดทุนเท่าใด ก. กำไร 31,700 บาท ข. ขาดทุน 31,700 บาท ค. กำไร 32,700 บาท ง. ขาดทุน 32,700 บาท
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 3 เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 ง ค ก ง ข ง ค ง ง ค เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เย้ ! ได้กี่คะแนนเพิ่มขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ
แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน Google Forms แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน
เกมตอบคำถาม Wordwall
ใบความรู้ เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัสวิชา 20501-2503 ความหมายของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม หมายถึง การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย(ต้นทุน) ทั้งหมดจาก การประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ เพื่อให้ทราบผลกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง ซึ่งหากเจ้าของฟาร์มสามารถจัดทำบัญชีได้ก็จะช่วยให้สามารถทราบ ข้อมูลรายได้ ต้นทุน และกำไรในการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การวางแผน ควบคุม และบริหารจัดการการเงิน ได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถวางแผนกำไรในการประกอบอาชีพได้ปัจจุบันประเทศไทยเป็น ประเทศที่ภาคเกษตรกรรมสามารถสร้างรายได้หลักให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง มีทรัพยากรและศักยภาพเพียง พอที่จะทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ดังนั้นคุณภาพชีวิตของเกษตรกรก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จาก สถานภาพทางการเงิน โดยมีการจัดระเบียบและวางแผนเรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการบันทึกบัญชีต้นทุนการเกษตรเป็นการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านการเกษตรตั้งแต่กระบวนการ เริ่มต้นการผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาจำหน่าย เพื่อใช้ในการวางแผนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น
ประโยชน์ของการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม 1. การจดบันทึกรายการทางการเงินต่างๆ ไว้ ช่วยป้องกันการหลงลืม อันก่อให้เกิด ความผิดพลาดในการ ดำเนินการได้ ทำให้รู้เงินสดที่เหลืออยู่ในมือนั้นได้มาจากทางไหนบ้าง เป็นเงินเท่าไร แล้วใช้จ่ายเป็นเงินอะไรบ้าง ฟุ่มเฟือยเกินฐานะหรือใช้ไปในทางไม่ถูกไม่ควรหรือไม่ก็อาศัยตัวเลข ข้อมูลที่จดไว้นั้นเตือนตัวเองให้รู้จักใช้เงิน เลิก กับรายจ่ายไร้ประโยชน์ 2. ช่วยให้เกษตรกรทราบถึงผลกำไรหรือขาดทุนในการดำเนินงาน การทำธุรกิจอย่าง ใดอย่างหนึ่ง หรือ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท่านก็สามารถรู้ว่ากิจกรรมที่ทำไปนั้นมีกำไรหรือขาดทุน โดยอาศัยการจดบันทึก ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อค้นหาต้นทุนซึ่งจะนำไปหักกับรายได้ที่จดไว้ก็จะทราบผลว่าได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไรบ้าง และ มีสาเหตุจากด้านใด เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนกำไร และควบคุมค่าใช้จ่าย 3. ใช้เป็นข้อมูลยืนยันรายการของรายรับ – รายจ่ายต่างๆ ที่ท่านจดไว้ สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยัน สถานการณ์ดังต่อไปนี้ 3.1 การได้รับเงินค่าแรงจากโครงการช่วยเหลือของทางราชการอะไรบ้าง และเป็นเงินเท่าไร 3.2 เมื่อเวลาสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรพร้อมด้วยผู้ตรวจสอบบัญชี ออกมาพบท่านซึ่งเป็นสมาชิก เพื่อขอ สอบถามหรือยืนยันเกี่ยวกับค่าหุ้น หนี้เงินกู้คงเหลือ หนี้การค้าคงเหลือเงิน รับฝากคงเหลือ 3.3 ชี้แจงกับหน่ายราชการต่างๆ ที่ต้องการตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายหรือ ต้นทุนทางการเกษตรของ เกษตรกร เพื่อทางราชการจะได้นำตัวเลขเหล่านั้นไปประกอบการกำหนด นโยบาย และแผนงานช่วยเหลือได้ตรง เป้าหมายยิ่งขึ้น และทำให้สามารถพิจารณาการช่วยเหลือด้านเงินกู้และแหล่งเงินทุนได้เหมาะสมยิ่งขึ้น 4. ทำให้เกษตรกรทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินต่างๆ ที่มีอยู่และให้ข้อมูลแก่เกษตรกร เพื่อทำการ ตัดสินใจวางแผนและงบประมาณการดำเนินงานในปีต่อไป
วิธีการวิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือผลตอบแทน ที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น 1. ขายผลิตจากการทํานา ทำไร่ ทำสวนฯ 2. ขายสัตว์เลี้ยง เช่น หมูวัว เป็ด ไก่ฯ 3. ขายผลผลิตจากสัตว์ เช่น ไข่ไก่ น้ำนมโคฯ 4. รายได้อื่นๆ เช่น ขายฟางข้าว ขายกระสอบปุ๋ย ขายมูลไก่ฯ รายจ่าย หรือ ต้นทุน หรือค่าใช้จ่าย คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ที่จ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งตอบ แทนกลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น 1. ค่าจ้างแรงงาน 2. ค่าเช่าที่นา 3. ค่าขนส่ง 4. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 5. ค่าปุ๋ยชีวภาพ หรืออินทรีย์ฯ 6. ค่าปุ๋ยเคมี/ฮอร์โมน ฯ 7. ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช 9. ค่าเมล็ดพันธุ์ 10. ค่าวัคซีน 11. ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 12. ค่าวัสดุการเกษตร 13. ค่าซ่อมแซม
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร สินทรัพย์ถาวร คือ สินทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงาน มีลักษณะคงทนถาวร และมอายุการใช้งาน นานกว่า 1 ปีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. สินทรัพย์ถาวรที่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพมองเห็นได้ สัมผัสจับต้องได้ แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.1 มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ไม่หักค่าสึกหรอและเสื่อมราคา เช่น ที่ดิน 1.2 มีอายุการใช้งาน ต้องหักค่าสึกหรอและเสื่อมราคา เช่น โรงเรือน คอกสัตว์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น 1.3 ใช้แล้วหมดไปไม่มีทดแทน ต้องหักค่าเสื่อมสิ้น ได้แก่ เหมืองแร่ ป่าไม้ 2. สินทรัพย์ถาวรที่ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่สัมผัสไม่ได้ หรือไม่มีตัวตน ให้ประโยชน์ต่อการ ดำเนินงาน สามารถวัดมูลค่าและสิทธิเป็นตัวเงินได้ เช่น 2.1 สัมปทาน (Franchise) 2.2 เครื่องหมายการค้า (Trademark) 2.3 สัญญาเช่า (Leasehold)
การจัดทำบัญชีต้นทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม วิธีการลงต้นทุนประกอบอาชีพ วิธีลงวัน เดือน ปี (1) ช่อง “วัน เดือน ปี” เขียนวันที่ เดือน ปี พ.ศ. ที่มีรายการรับเงิน และรายการจ่ายเงิน วิธีลงรายการ (2) ช่อง “รายการ” เขียนรายละเอียดของการรับเงิน และจ่ายเงินที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพ วิธีลงปริมาณ (3) ช่อง “ปริมาณ” เขียนจำนวนหน่วยของปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งซื้อมาใช้ ในการประกอบอาชีพและจำนวนผลิตผลที่ขายได้ของแต่ละอาชีพที่ทำ วิธีลงรายได้ (4) ช่อง “รายได้” เป็นการรับจากการประกอบอาชีพของแต่ละอาชีพที่ทำ วิธีลงต้นทุน/ค่าใช้จ่าย (5) ช่อง “ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย” เป็นรายจ่ายในการประกอบอาชีพของ แต่ละอาชีพที่ทำ วิธีลงลงทุนสินทรัพย์ถาวร (6) เขียนจำนวนเงินที่จ่ายเพื่อซื้อหรือสร้างเครื่องใช้ที่ใช้งานได้หลายปี และมีราคาสูง รวมถึงในการลงทุนประกอบอาชีพ เช่น ซื้อรถไถนา ซื้อเครื่องสูบน้ำ ขุดบ่อเลี้ยงปลา สร้างโรงเรือน สร้างคอกสัตว์ เป็นต้น
ตัวอย่าง สมุดต้นทุนประกอบอาชีพ........................................................ ระหว่างวันที่..........................................ถึงวันที่................................................ วัน เดือน ปี (1) รายการ (2) อาชี........................................ ลงทุนใน สินทรัพย์ถาวร (6) ปริมาณ (3) รายได้ (4) ต้นทุน/ ค่าใช้จ่าย (5)
ตัวอย่างการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม ตัวอย่างที่ 1 ลุงคำมา ประกอบอาชีพปลูกข้าว มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 บาท ซื้อวัสดุการเกษตร 600 บาท วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 บาท จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 บาท ซื้อปุ๋ย 6,800 บาท วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 บาท วันที่ 12 ตุลาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 บาท ซื้อปุ๋ย 7,600 บาท วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 บาท วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท จ่ายค่าขนส่ง 1,800 บาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ขายฟางข้าว 5,000 บาท วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท
ตัวอย่างการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม สมุดบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 วัน เดือน ปี รายการ อาชีพ ทำนา ลงทุนใน ปริมาณ รายได้ ต้นทุน/ สินทรัพย์ถาวร ค่าใช้จ่าย 1 ก.ค. 65 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 ซื้อวัสดุการเกษตร 600 7 ก.ค. 65 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 14 ก.ค. 65 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 ซื้อปุ๋ย 10 กระสอบ 6,800 24 ก.ค. 65 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 12 ต.ค. 65 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 ซื้อปุ๋ย 12 กระสอบ 7,600 21 พ.ย. 65 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 23 พ.ย. 65 ขายข้าวเปลือก 7,000 ก.ก. 65,000 จ่ายค่าขนส่ง 1,800 25 พ.ย. 65 ขายฟางข้าว 5,000 28 พ.ย. 65 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 30 พ.ย. 65 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 รวม 70,000 47,500 10,000 1 2 3 4 5 6
วิธีการคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย สินทรัพย์ถาวรที่เกษตรกรซื้อ หรือสร้างขึ้น ซึ่งบันทึกไว้ในช่อง “ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร” เกษตรกรต้อง นำมาคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปีตามอายุการใช้งาน เพื่อนำไปรวมเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพ วิธีการคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี ให้นำจำนวนเงินที่จ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวรหารด้วย อายุการ ใช้งานของสินทรัพย์ถาวรนั้น จากตัวอย่าง ลุงคำมาซื้อเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง เป็นเงิน 10,000 บาท คาดว่าเครื่องสูบน้ำมี อายุ การใช้งาน 5 ปี ใน 1 ปี ปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง นับเป็น 2 รอบการผลิต ดังนั้นระยะเวลา 5 ปี จะปลูกข้าวได้ 10 รอบการผลิต การคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี (ค่าเสื่อมราคา) = ราคาทุนของสินทรัพย์ อายุการใช้งาน เครื่องสูบน้ำ-ทำนา = 10,000 บาท (คาดว่าจะใช้งานได้ 5 ปี ) 5 ปี = 2,000 บาท ต่อปี การคิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อปี (ค่าเสื่อมราคา) = 2,000 บาท (ใน 1 ปี ปลูกข้าวได้ 2 ครั้ง) 2 รอบ = 1,000 บาท ต่อรอบการผลิต หมายเหตุ เมื่อสิ้นรอบการผลิต หากมีปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย ยา คงเหลืออยู่ ให้คิดว่า ของที่เหลือนั้นเป็นเงินเท่าไร เพื่อนำมาหักออกจากยอดรวมต้นทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นต้นทุนที่แท้จริงในการ ประกอบอาชีพนั้น
การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ การคิดคำนวณทางการเงินเพื่อแสดงถึงผลการ ดำเนินงานของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นจำนวน เท่าใด และมีกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเป็นจำนวนเท่าใด มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 เขียนหัวงบกำไรขาดทุน 3 บรรทัด 1) ให้เขียน “การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพ” ตามด้วยชื่อเจ้าของหรือฟาร์ม 2) รอบระยะเวลาบัญชีและวันสิ้นสุด (รอบการผลิต) ขั้นที่ 2 เขียนคำว่า “รายได้” นำรายการเกี่ยวกับรายได้ทุกรายการมาแสดงและรวมยอด ขั้นที่ 3 เขียนคำว่า “ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย” นำรายการเกี่ยวกับต้นทุน/ค่าใช้จ่ายทุกรายการมาแสดง และรวมยอด ขั้นที่ 4 เมื่อสิ้นรอบการผลิต หากมีปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการผลิต เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ย ยา คงเหลืออยู่ ให้ คิดว่าของที่เหลือนั้นเป็นเงินเท่าไร เพื่อนำมาหักออกจากยอดรวมต้นทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นต้นทุนที่แท้จริงใน การประกอบอาชีพนั้น ขั้นที่ 5 คำนวณผลต่างระหว่างยอดรวมของรายได้ และยอดรวมของต้นทุน/ค่าใช้จ่าย หลังหักปัจจัยการ ผลิตคงเหลือ - กรณีผลรวมของรายได้มากกว่าผลรวมของค่าใช้จ่าย ผลต่างเรียกว่า กำไรสุทธิ (Net Profit) - กรณีผลรวมของค่าใช้จ่ายมากกว่าผลรวมของรายได้ ผลต่างเรียกว่า ขาดทุนสุทธิ (Net Loss)
จากตัวอย่างที่ 1 ลุงคำมา ประกอบอาชีพปลูกข้าว มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ซื้อเครื่องสูบน้ำ 10,000 บาท ซื้อวัสดุการเกษตร 600 บาท วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 จ่ายค่าไถที่นา 5,000 บาท จ่ายค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ซื้อพันธุ์ข้าว 3,500 บาท ซื้อปุ๋ย 6,800 บาท วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 2,500 บาท วันที่ 12 ตุลาคม 2565 ซื้อยาปราบศัตรูพืช 3,000 บาท ซื้อปุ๋ย 7,600 บาท วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 จ่ายค่าแรงเก็บเกี่ยว 6,000 บาท วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท จ่ายค่าขนส่ง 1,800 บาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ขายฟางข้าว 5,000 บาท วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท *เมื่อสิ้นรอบการผลิตปรากฏว่ามีปุ๋ยคงเหลือคิดเป็นเงินจำนวน 500 บาท*
ขั้นตอน การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2565 ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2565 รายได้ - ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท - ขายฟางข้าว 5,000 บาท รวมรายได้ 70,000 บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย - ค่าวัสดุการเกษตร 600 บาท - ค่าไถที่นา 5,000 บาท - ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท - ค่าพันธุ์ข้าว 3,500 บาท - ค่าปุ๋ย 14,400 บาท - ค่ายาปราบศัตรูพืช 5,500 บาท - ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว 6,000 บาท - ค่าขนส่ง 1,800 บาท - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท - คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต 1,000 บาท รวมต้นุทน/ค่าใช้จ่าย 48,500 บาท หัก ปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท 48,000 บาท กำไรสุทธิ(รายได้ 70,000 – ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย 48,000) 22,000 บาท ขั้นที่1 ขั้นที่2 ขั้นที่3 ขั้นที่4 ขั้นที่5
ตัวอย่าง การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชีพทำนาของลุงคำมา ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2565 ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2565 รายได้ - ขายข้าวเปลือก 65,000 บาท - ขายฟางข้าว 5,000 บาท รวมรายได้ 70,000 บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย - ค่าวัสดุการเกษตร 600 บาท - ค่าไถที่นา 5,000 บาท - ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 700 บาท - ค่าพันธุ์ข้าว 3,500 บาท - ค่าปุ๋ย 14,400 บาท - ค่ายาปราบศัตรูพืช 5,500 บาท - ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว 6,000 บาท - ค่าขนส่ง 1,800 บาท - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ 1,000 บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง 9,000 บาท - คิดรายจ่ายสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต 1,000 บาท รวมต้นุทน/ค่าใช้จ่าย 48,500 บาท หัก ปุ๋ยคงเหลือ 500 บาท 48,000 บาท กำไรสุทธิ 22,000 บาท
ใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัส 20501-2503 นายคิดดี ประกอบอาชีพเพาะเห็ดฟาง มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 20 สิงหาคม 2565 สร้างโรงเพาะเห็ดและอุปกรณ์ 40,000 บาท (คาดว่าใช้งานได้ประมาณ 5 ปีประมาณ 20 รอบการผลิต) วันที่ 1 กันยายน 2565 ซื้อฟางข้าว 400 บาท ซื้อขี้เลื่อย 1,250 บาท ซื้ออาหารเสริม 260 บาท (ปูนขาว แป้งข้าวเหนียว ยูเรีย ยิปซัม รำข้าว) วันที่ 8 กันยายน 2565 ซื้อเชื้อเห็ดฟาง 500 บาท ซื้อฟืนต้มน้ำ 240 บาท วันที่ 17 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 260 บาท วันที่ 18 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 620 บาท วันที่ 19 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 1,250 บาท วันที่ 20 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 1,700 บาท จ่ายค่าขนส่ง 100 บาท วันที่ 21 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 700 บาท วันที่ 22 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 600 บาท วันที่ 23 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 380 บาท วันที่ 24 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 300 บาท วันที่ 25 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 200 บาท วันที่ 26 กันยายน 2565 ขายเห็ดฟาง 150 บาท คิดค่าแรงงานตนเอง 500 บาท *ใน 1 ปี สามารถเพาะเห็ดได้ 4 รอบการผลิต เมื่อขายเห็ดฟางในรอบการผลิตนี้หมดแล้ว มีฟืนต้ม น้ำคงเหลือ คิดเป็นเงิน 100 บาท* กลุ่มที่ 1 เพาะเห็ดฟาง
สมุดบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ................................................................. ระหว่างวันที่.......................................................................................................... วัน เดือน ปี (1) รายการ (2) อาชีพ...................................... ลงทุนใน สินทรัพย์ ถาวร (6) ปริมาณ (3) รายได้ (4) ต้นทุน/ ค่าใช้จ่าย (5)
การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาซีพ....................................................... ระหว่างวันที่.................................. ถึงวันที่....................................... รายได้ - ………………………………………………………….. ………………………บาท รวมรายได้ ………………………บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง ………………บาท - คิดรายจ่าย...............................เฉลี่ยต่อรอบการผลิต ………………บาท รวมต้นุทน/ค่าใช้จ่าย ………………บาท หัก ......................................... ………………บาท ………………..…บาท ............................. ………………..…บาท รายจ่ายของสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต = อุปกรณ์ / สิ่งกอสร้าง อายุการใช้งาน (1)....................................................... = บาท รอบ = ...................................บาทต่อรอบการผลิต
ใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัส 20501-2503 นายเกษตร ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 15 มกราคม 2565 สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ จำนวน 1 หลัง 50,000 บาท (คาดว่าใช้งานได้ประมาณ 5 ปี ประมาณ 10 รอบการผลิต) วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ค่าอุปกรณ์เลี้ยง 20,000 บาท (คาดว่าใช้งานได้ประมาณ 3 ปี ประมาณ 6 รอบการผลิต) วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ค่าพันธุ์ไก่ 12,000 บาท ค่าอาหารไก่ (30 กระสอบ) 17,100 บาท วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 10,000 บาท วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 ค่ายา วัคซีน 7,500 บาท วันที่ 10 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 15,000 บาท ค่าพาหนะ 10,600 บาท วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 25,000 บาท ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1,000 บาท วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 30,000 บาท วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ค่าอาหารไก่ (20 กระสอบ) 11,400 บาท วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 27,000 บาท วันที่ 17 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายมูลไก่ 2,000 บาท วันที่ 18 กรกฎาคม 2565 จำหน่ายไข่ไก่ 23,000 บาท วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ค่าน้ำยาฆ่าเชื้อ 6,500 บาท วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 10,000 บาท *ไม่มีปัจจัยการผลิตคงเหลือในรอบการผลิตนี้* กลุ่มที่ 2 เลี้ยงไก่ไข่
สมุดบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ................................................................. ระหว่างวันที่.......................................................................................................... วัน เดือน ปี (1) รายการ (2) อาชีพ..................................................... ลงทุนใน สินทรัพย์ ถาวร (6) ปริมาณ (3) รายได้ (4) ต้นทุน/ ค่าใช้จ่าย (5)
การคิดกำไร-ขาดทุนจากการประกอบอาซีพ....................................................... ระหว่างวันที่.................................. ถึงวันที่....................................... รายได้ - ………………………………………………………….. ………………………บาท - ………………………………………………………….. ………………………บาท รวมรายได้ ………………………บาท หัก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท -.............................................. ………………บาท - คิดค่าแรงงานตนเอง ………………บาท - คิดรายจ่าย...............................เฉลี่ยต่อรอบการผลิต ………………บาท - คิดรายจ่าย...............................เฉลี่ยต่อรอบการผลิต ………………บาท ………………..…บาท ............................. ………………..…บาท รายจ่ายของสินทรัพย์ถาวรเฉลี่ยต่อรอบการผลิต = อุปกรณ์ / สิ่งกอสร้าง อายุการใช้งาน (1)....................................................... = บาท รอบ = ...................................บาทต่อรอบการผลิต (2)....................................................... = บาท รอบ = ...................................บาทต่อรอบการผลิต
ใบงานที่ 1 แบบฝึกปฏิบัติ (งานกลุ่ม) เรื่อง การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกรรม รายวิชาบัญชีฟาร์ม รหัส 20501-2503 นายพอเพียง ประกอบอาชีพปลูกผัก มีรายการรับ - รายจ่าย จากการประกอบอาชีพ ดังนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ซื้อเครื่องพ่นยา 1 เครื่อง 5,000 บาท (คาดว่าใช้งานได้ประมาณ 5 ปี ประมาณ 15 รอบการผลิต) วันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลูกผัก 3,000 บาท (คาดว่าใช้งานได้ประมาณ 3 ปี ประมาณ 6 รอบการผลิต) วันที่ 4 พฤษภาคม 2565 ค่าเมล็ดพันธุ์ 500 บาท ค่าปุ๋ยคอก (10 กระสอบ) 350 บาท วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ค่ายากำจัดวัชพืช 1,000 บาท จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 200 บาท วันที่ 2 มิถุนายน 2565 ค่าปุ๋ยเคมี (5 กระสอบ) 2,700 บาท วันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ค่ายากำจัดหนอน 700 บาท ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 100 บาท วันที่ 4 สิงหาคม 2565 จำหน่ายผัก 5,000 บาท วันที่ 5 สิงหาคม 2565 จำหน่ายผัก 7,000 บาท วันที่ 6 สิงหาคม 2565 จำหน่ายผัก 6,000 บาท วันที่ 7 สิงหาคม 2565 จำหน่ายผัก 3,000 บาท วันที่ 8 สิงหาคม 2565 จำหน่ายผัก 1,000 บาท วันที่ 9 สิงหาคม 2565 ค่าแรงเก็บผัก 1,000 บาท วันที่ 10 สิงหาคม 2565 คิดค่าแรงงานตนเอง 7,000 บาท *ใน 1 ปีสามารถผลิตได้ 3 รอบการผลิต เมื่อขายผักในรอบการผลิตนี้หมดแล้ว มีปุ๋ยคอกคงเหลือ คิดเป็นเงิน 200 บาท* กลุ่มที่ 3 ปลูกผัก