The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการสอนที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pennapaarinta099, 2022-09-21 09:25:51

ชุดการสอนที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชี

ชุดการสอนที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชี

11

ชุดการสอนท่ี 1

เร่ือง ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การบัญชี

วชิ า บญั ชีฟาร์ม (20501-2503)
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2562

จัดทาโดย นางสาวเพญ็ นภา อรินต๊ะ

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยเี ชียงใหม่
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ

11

คำนำ

เอกสารชดุ การสอนวชิ าบัญชฟี ารม์ รหัสวิชา 20501-2503 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.)
ชุดการสอนท่ี 1 เรื่อง ความรู้เบื้องตน้ เก่ยี วกบั การบัญชี เล่มนีจ้ ะประกอบดว้ ย คู่มือครู คำแนะนำ คำชแ้ี จง
สำหรบั ครูผสู้ อน บทบาทของครูผูส้ อน แผนภูมิแสดงข้นั ตอนการเรียนการสอน และคำช้ีแจงสำหรับนกั เรียน
ภายในชุดการสอนเล่มน้ี จะมีเนอื้ หาสาระสำคัญ อธบิ ายถึงความหมาย วตั ถปุ ระสงค์ ประโยชน์ ความสำคัญ
ของการบญั ชี ขอ้ แนะนำในการเรยี นวิชาบัญชี และขอ้ สมมตฐิ านของการบัญชี รวมทั้งมใี บงาน ประกอบการ
ฝกึ ปฏิบตั ิ ซึ่งมคี วามครบถ้วนสมบรู ณ์ของเนื้อหา และใบงานสำหรับครผู สู้ อน เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการ
สอน นอกจากนยี้ งั มสี ื่อ Power Point ใหน้ ักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความเขา้ ใจ และเกิด
ทกั ษะมากย่ิงข้นึ ผเู้ รียบเรียงหวงั เปน็ อยา่ งยิ่งวา่ ชุดการสอนท่ี 1 เรอ่ื ง ความรูเ้ บ้ืองต้นเกี่ยวกับการบัญชี ชุดน้ี
จะเกดิ ประโยชนต์ ่อครูผูส้ อนและนักเรียนอย่างสงู สดุ หากมีส่วนหน่งึ ส่วนใดในชดุ การสอนเล่มนี้ มีขอ้ ผิดพลาด
ประการใด ผเู้ รียบเรยี งต้องขออภยั และพรอ้ มท่ีจะปรับปรุงพฒั นาแกไ้ ขใหด้ ยี ง่ิ ขึ้นต่อไป

นางสาวเพ็ญนภา อรนิ ต๊ะ
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยเี ชียงใหม่

11 หน้า

สารบัญ 1
2
คมู่ ือครู 3
คำแนะนำในการใช้ชดุ การสอน 4
คำชี้แจงสำหรบั ครูผู้สอน 5
บทบาทของครูผสู้ อน 6
แผนภมู แิ สดงขน้ั ตอนการเรียนการสอน 7
คำชี้แจงสำหรบั นักเรยี น 9
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 11
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 20
ใบความรู้ เร่ือง ความรเู้ บ้ืองต้นเก่ียวกบั การบัญชี 22
แบบทดสอบหลงั เรียน 23
แบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี 1 24
แบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2 25
แบบฝกึ เสริมทักษะที่ 3
แบบฝึกเสริมทักษะท่ี 4

1

คมู่ ือครู

11

ชดุ การสอนที่ 1 เรอื่ ง ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกี่ยวกับการบัญชี
สำหรับนกั เรียนระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเกษตรศาสตร์

สว่ นท่ี 1 คูม่ ือครู ซ่ึงมรี ายละเอยี ดดงั น้ี
- คำแนะนำ
- คำชแี้ จงสำหรบั ครูผูส้ อน
- บทบาทของครูผสู้ อน
- แผนภมู ิแสดงขนั้ ตอนการเรยี นการสอน ชดุ การสอนท่ี 1
- แผนการจดั การเรียนรู้
- เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรียน
- แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน
- เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัตงิ าน

ส่วนที่ 2 กิจกรรมสำหรับนักเรยี น ซ่งึ มีรายละเอียดดงั นี้
- คำชี้แจงสำหรับนกั เรียน
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน
- ใบความรู้
- ส่อื ประกอบการเรยี นการสอน
- ใบงาน
- วสั ดุ และอุปกรณ์
- แบบทดสอบหลงั เรียน
- เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรยี น

11

2

คำแนะนำในการใช้ชุดการสอน

เม่อื ครูผู้สอนนำชุดการสอนมาใช้ควรปฏิบตั ิ ดังนี้
1. ก่อนการสอนทุกครั้ง ควรศกึ ษาชดุ การสอนทกุ ข้นั ตอนอย่างละเอยี ดเพอ่ื ให้เกดิ ความเข้าใจ
2. เตรียมสอื่ การเรยี นการสอนให้พร้อมและควรทดลองใชก้ ่อนเสมอ
3. แนะนำให้ผเู้ รียนมีความเข้าใจในขน้ั ตอนและกระบวนการแกป้ ญั หาทางการบัญชี เพ่ือให้ผู้เรยี น
ปฏิบัตกิ ิจกรรมด้วยความเข้าใจ ถกู ต้อง และชัดเจน
4. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ให้ผเู้ รยี นทราบว่าเมอื่ ผู้เรยี นไดใ้ ช้ชดุ การสอนนี้จบแล้ว ผ้เู รยี นตอ้ งมี
ความรู้ความสามารถตามจดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ดบา้ ง
5. ดำเนินการสอนโดยใช้ชุดการสอนที่เน้นกระบวนการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ตามข้นั ตอนใน
แผนการจัดการเรยี นรู้
6. ในชดุ การสอนแตล่ ะชุดจะมีแบบฝึกหดั ระหว่างเรยี นใหผ้ ู้เรยี นไดท้ ำกจิ กรรมเป็นรายบุคคล
บันทึกผลการทำแบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรียนเป็นคะแนนเกบ็ ระหว่างเรียน
7. เมอ่ื ผเู้ รียนใชช้ ดุ การสอนครบแล้วให้ผเู้ รียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นแบบ
เลอื กตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ ใช้เวลา 15 นาที แลว้ บนั ทกึ ผลการสอบเปน็ คะแนนหลัง
เรยี น
8. ครูผสู้ อนควรมีพฤตกิ รรม ดังน้ี เปิดใจใหก้ ว้าง เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นได้แสดงความคิดเหน็ ของ
ตนเองอยา่ งทวั่ ถึง สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนในกรณที ีผ่ ้เู รยี นมปี ัญหาในการเรยี นรผู้ ู้สอนตอ้ งคอยให้
คำแนะนำให้การเสริมแรงทางบวกแก่ผเู้ รยี น เชน่ กล่าวชมเชย ใหข้ องรางวลั เล็กๆ น้อยๆ

11

3

คำชี้แจงสำหรับครูผูส้ อน

คำช้แี จงสำหรบั ครผู ู้สอนในการใชช้ ดุ การสอนที่ 1 เร่อื ง ความรู้เบอ้ื งต้นเก่ยี วกบั การบัญชี
สำหรบั นกั เรยี นระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) สาขาวิชาเกษตรศาสตร์

1. ครผู สู้ อนจะตอ้ งศึกษาเนอ้ื หาวิชาตามใบงานในชดุ การสอนนี้ใหเ้ ขา้ ใจ ก่อนทำการสอน
2. ครูจะตอ้ งดำเนินการสอนโดยใช้ชดุ การสอนที่ 1 เร่ือง ความร้เู บือ้ งตน้ เกี่ยวกบั การบญั ชี ตามคมู่ ือครู
3. จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาบญั ชฟี ารม์ (20501-2503)
4. ครูผสู้ อนให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลุม่ ให้ทำการเลือกหัวหนา้ กล่มุ แลว้ รบั ใบงานจากครู และ
ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มปฏบิ ตั ติ ามใบงาน
5. ครูผสู้ อนจัดเตรียมวัสดุ และอปุ กรณ์ต่างๆ ทใ่ี ชป้ ฏบิ ัตติ ามใบงานให้กบั นักเรียน
6. การปฏบิ ัตงิ านตามใบงานในแต่ละคร้ัง ครูควรแจกเอกสาร ใบความรู้ ใบงาน ใหน้ ักเรียนก่อน
ล่วงหน้า กอ่ นลงมือปฏบิ ัติตามใบงานเพอื่ ให้นักเรียนได้ศึกษาเนอื้ หา และทำความเข้าใจขนั้ ตอนต่าง ๆ
ในการปฏบิ ตั งิ าน
7. หลงั จากปฏิบตั งิ านตามใบงานเสรจ็ แล้ว จะตอ้ งใหน้ ักเรียนเกบ็ วสั ดุ อุปกรณ์ รวมถึง ให้ให้เรยี บร้อย
8. สรุปบทเรียน เป็นกจิ กรรมรว่ มระหวา่ งครกู ับนักเรียน หรอื จะเปน็ กิจกรรมของนกั เรยี นทงั้ หมด ก็ได้
9. ประเมินหลงั การเรยี น นักเรียนทุกคนจะต้องมีผลการประเมนิ ไม่ตาํ่ กว่า 80% ถงึ จะผา่ นเกณฑ์
การประเมิน ในกรณีทนี่ ักเรยี นคนใดไม่ผา่ นเกณฑ์ 80% นักเรยี นจะต้องเรียนซ่อมเสริมโดยขอคำปรกึ ษา
จากครู ผสู้ อนและนำชดุ การสอนท่ี 1 เร่อื ง ความรเู้ บ้ืองต้นเกย่ี วกบั การบญั ชี ไปศกึ ษาต่อทบ่ี า้ น
เม่ือศึกษาจนเข้าใจดีแลว้ กใ็ ห้มาทำแบบทดสอบหลังเรยี นอีกครงั้ จนกวา่ จะผ่านเกณฑ์การประเมิน

4

บทบาทของครูผสู้ อน

1. ครผู สู้ อนให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 2-3 คน แตล่ ะกลุ่มให้ทำการเลือกหวั หนา้ กลมุ่ แล้ว
รับใบงานจากครแู ละให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ปฏิบัตงิ านตามชุดการสอนที่ 1 เร่ือง ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกับการ
บญั ชี

2. ครูจะตอ้ งควบคุมเวลาให้เปน็ ไปตามแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่กำหนดไว้ และจะต้องดูแลนักเรยี น
อยา่ งใกล้ชิด

3. ครผู สู้ อนจะต้องเตรยี มชุดการสอนใหก้ บั ผูเ้ รียน ซง่ึ จะประกอบดว้ ย ชุดกจิ กรรมสำหรับนกั เรียน
ดังน้ี

3.1 คำชแี้ จงสำหรบั นักเรยี น
3.2 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
3.3 ใบความรู้ เรอื่ ง ความรูเ้ บื้องต้นเก่ยี วกับการบัญชี
3.4 สื่อประกอบการเรียนการสอน
3.5 ใบงาน
3.6 วสั ดุ และอปุ กรณ์
3.7 แบบทดสอบหลังเรยี น
4. ครจู ะต้องทำการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของนักเรียนเมอ่ื นักเรียนได้ปฏิบตั ิงานตาม
ขั้นตอนในใบงานเสร็จแล้วโดยใช้แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านใหค้ ะแนนตามเกณฑ์การใหค้ ะแนน
การปฏบิ ัติงาน ในชดุ การสอนที่ 1 เรอื่ ง ความรูเ้ บ้ืองตน้ เก่ยี วกับการบญั ชี

5

แผนภูมิแสดงข้นั ตอนการเรยี นการสอน ชุดการสอนท่ี 1

ศึกษาค่มู ือครู

ประเมินผลก่อนเรียน

ดาเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนการสอน
ชุดการสอนท่ี 1 เร่ือง ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั การบญั ชี

ไม่ผ่าน

ประเมินผลหลงั เรียน การสอนเสริม

ผา่ น

เรียนชุดการสอนที่ 2
เรื่อง การจาแนกสินทรัพย์ หน้ีสิน และทนุ

ของกิจการฟาร์ม

6

คำชแี้ จงสำหรับนกั เรียน

คำช้แี จงสำหรับนกั เรยี นในการใช้ชดุ การสอนท่ี 1 เร่ือง ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ียวกับการ
บญั ชีสำหรบั นกั เรยี นระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) สาขาวชิ าเกษตรศาสตร์

1. ใหน้ ักเรียนอ่านคำชี้แจงให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ ถา้ ไม่เขา้ ใจให้สอบถามจากครผู ู้สอน
2. ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่อื เป็นการทดสอบความรพู้ ืน้ ฐานเดิมของตนเอง
3. ให้นักเรยี นศกึ ษาเนื้อหาชดุ การสอนที่ 1 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบญั ชี จาก
ใบความรใู้ ห้ละเอยี ดเสยี กอ่ นแลว้ คอ่ ยลงมือปฏบิ ัตติ ามใบงาน
4. เมอ่ื นักเรียนปฏิบัติตามใบงานเสรจ็ แลว้ จะต้องไดร้ บั การประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานจากครผู สู้ อน
เสียก่อน ถ้าผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้ก็ใหผ้ เู้ รียนปฏบิ ัติตามใบงานเรื่องต่อไปได้
5. ในแต่ละใบงานจะต้องได้คะแนนไม่ตา่ํ กว่า 80% ถ้าไดค้ ะแนนต่ํากว่า 80% นกั เรียนจะต้อง
กลับมาปฏิบตั ิงานซา้ํ ในใบงานเดมิ จนกวา่ จะผา่ นเกณฑ์
6. ในการทดสอบแต่ละคร้งั นักเรียนจะต้องไดค้ ะแนนไมต่ ่าํ กว่า 80% ถา้ ไดค้ ะแนนตํา่ กวา่ 80%
นกั เรียนจะต้องเรียนซ่อมเสริมและขอคำแนะนำจากครูผสู้ อน และรบั ชดุ การสอนท่ี 1 เรื่อง ความรเู้ บื้องตน้
เกยี่ วกับการบัญชี กลับไปศึกษาต่อทบี่ า้ น เมื่อศึกษาและทำความเขา้ ใจดแี ลว้ ใหก้ ลับมาทำ
แบบทดสอบอีกคร้งั จนกวา่ จะผ่านเกณฑ์ท่ีกำหนด
7. เมื่อทำแบบทดสอบเสร็จแล้วครูจะเปน็ ผปู้ ระเมนิ ผลวา่ ผ่านหรอื ไม่ ถ้าผา่ นก็ให้ไปเรียน
ในชุดการสอนท่ี 2 เรื่อง การจำแนกสนิ ทรพั ย์ หนี้สิน และทนุ ของกิจการฟารม์

7

ความรู้เบือ้ งตน้ เก่ยี วกับการบญั ชี

 สาระสำคัญ

ในปัจจุบัน ธุรกิจมีหลายประเภท และมีการแข่งขันกันมากทำให้ธุรกิจขยายตัวมีการดำเนินงาน
และการบริหารงานยุ่งยากและซับซ้อน เกิดปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลทางการบัญชีหรือการเงิน ดังนั้นการ
บัญชีจึงมีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผู้ทำบัญชีต้องมีหลักเกณฑ์เดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ใช้ข้อมูลทาง
บัญชีได้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป จึงควรเข้าใจความหมายของการบัญชี ความรู้เบื้องต้นในการเรียนบัญชี การ
จัดทำรายงานทางการเงิน เพ่ือการตัดสินใจในการดำเนินธรุ กิจตอ่ ไป

 หัวขอ้ เร่อื ง

1. ความหมายของการบญั ชี
2. ความหมายของบัญชฟี าร์ม
3. วตั ถปุ ระสงค์ของบญั ชีฟารม์
4. ความสำคัญของบัญชฟี าร์ม
5. ประวตั ิของการบญั ชี
6. แมบ่ ทการบญั ชี
7. ประเภทและรปู แบบของฟารม์
8. ข้อแนะนำในการเรียนวิชาบัญชฟี ารม์
9. การเขียนตวั เลขตามหลกั บญั ชี

 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของการบญั ชีได้
2. อธบิ ายความหมายของบัญชีฟารม์ ได้
3. บอกวัตถุประสงค์ของบญั ชีฟาร์มได้
4. บอกความสำคญั ของบัญชฟี ารม์ ได้
5. บอกประวตั ิของการบญั ชไี ด้
6. บอกแมบ่ ทการบญั ชแี ละสมมติฐานของการบญั ชไี ด้
7. บอกประเภทและรปู แบบของฟารม์
8. ปฎิบตั ิตามข้อแนะนำในการเรียนวชิ าบัญชีฟาร์มได้
9. เขียนตวั เลขตามหลักบัญชีได้

8

 กิจกรรมการเรียนรู้

1. อา่ นคำชแี้ จงสำหรับนกั เรียน
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ศกึ ษาเอกสารชดุ การสอนท่ี 1 เร่ือง ความรู้เบ้ืองตน้ เกย่ี วกบั การบญั ชี
4. ฝึกปฏบิ ัติตามใบงาน
5. ผ่านเกณฑก์ ารประเมินผลการปฏิบตั งิ าน
6. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

 ส่อื การเรียนรู้

1. เอกสารชุดการสอนที่ 1 เร่ือง ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับการบัญชี
2. สอ่ื Power Point

 การประเมนิ ผลการเรียนรู้

1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น
2. แบบประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน
3. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบตั ิงาน

9

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ชดุ การสอนที่ 1 เร่ือง ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกับการบญั ชี

คำสัง่ จงเลอื กคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ดุ เพียงข้อเดียว

1. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการบัญชี

ก. การจำแนก การรายงาน การแปลข้อมูลทางการเงินในรูปของหน่วยเงนิ ตรา

ข. การสรุปผล การจดบนั ทกึ การรายงานข้อมูลทางการเงินในรปู ของหนว่ ยเงินตรา

ค. การจดบนั ทกึ การจำแนก การสรปุ ผลของรายการทางการเงินในรปู ของหนว่ ยเงนิ ตรา

ง. การจดบันทึก การรวบรวม การสรุปผลของรายการทางการเงนิ ในรูปของหน่วยเงนิ ตรา

2. ข้อใดเปน็ ข้อสมมตติ ามแม่บทการบญั ชี

ก. เกณฑ์คงค้างและสม่ำเสมอ

ข. เกณฑ์คงคา้ งและคา่ เส่ือมราคา

ค. เกณฑ์การดำเนินงานตอ่ เนื่องและสม่ำเสมอ

ง. เกณฑ์คงค้างและการดำเนินงานตอ่ เนื่อง

3. ผใู้ ดไดร้ ับการยกย่องวา่ เป็นบิดาแหง่ การบญั ชี

ก. ลกู า เดโอบติ ข. ลกู า ปาซิโอลิ

ค. ลกู า ปาชโิ ต้ ง. ลกู า เดบิตโต้

4. ขอ้ ใดคอื ขอ้ แนะนำในการเรียนวิชาบญั ชีฟาร์ม

ก. ควรทำแบบฝึกหัดมาลว่ งหน้าเพือ่ ให้เข้าใจย่ิงขนึ้

ข. ควรทำแบบฝึกหดั ทุกข้อด้วยตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ

ค. ควรมีขอ้ สงสยั ในเน้ือหาท่ีครูสอน และซักถามทนั ที

ง. เม่ือเขยี นตัวเลขผดิ ควรใช้ยางลบหรือน้ํายาลบคำผดิ ลบใหส้ ะอาด

5. การบญั ชเี กิดข้นึ ครง้ั แรกทป่ี ระเทศอะไร

ก. อติ าลี ข. สวเี ดน

ค. องั กฤษ ง. อิสราเอล

6. เมื่อเขยี นตัวเลขผิด มวี ิธแี ก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักการบัญชี

ก. เขียนซํา้ คำทีเ่ ขียนผิดแล้วลงลายมือชอ่ื กำกับ

ข. ใชย้ างลบลบคำทเี่ ขียนผดิ แล้วเขียนตัวเลขทลี่ ูกตอ้ ง

ค. ขดี ทับคำทเี่ ขียนผิดแล้วเขียนตวั เลขท่ีถูกต้องไว้ดา้ นบนตวั เลขทีเ่ ขียนผิด

ง. ขีดทบั คำท่ีเขยี นผิดแลว้ เขียนตวั เลขที่ถูกต้องไวต้ า้ นบนตัวเลขทีผ่ ิด แล้วลงลายมือชือ่ กำกับ

7. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของบัญชฟี ารม์

ก. สามารถแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน

ข. รวบรวมขอ้ มูลและรายละเอียดของผลติ ผลของฟาร์ม

ค. การจดบนั ทึกเหตุการณ์เก่ียวกับการเงินของฟารม์ ไวเ้ ปน็ หลักฐาน

ง. ศิลปะของการบนั ทกึ จดั ประเภทและสรปุ รายการที่สำคัญทางบญั ชีฟาร์ม

10

8. วตั ถปุ ระสงค์ของบัญชฟี าร์ม คอื ข้อใด
ก. เพือ่ ทราบการรบั เงนิ สดและจา่ ยเงนิ สดของกจิ การฟาร์ม
ข. เพอื่ ทราบค่าใชจ้ ่ายทั้งหมดของกิจการฟารม์
ค. เพ่อื เกบ็ หลกั ฐานตา่ ง ๆ ของกจิ การฟาร์มไว้ให้เป็นระเบียบเพือ่ สะดวกในการตรวจสอบ
ง. เพ่ือใหท้ ราบผลการดำเนนิ งานและทราบฐานะทางการเงินของกิจการฟารม์

9. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ความสำคัญของบญั ชีฟาร์ม
ก. เป็นหลกั ฐานในการอา้ งอิง
ข. ช่วยให้ทราบการดำเนินกิจการฟาร์มของบคุ คลอื่น
ค. เป็นหลักฐานในการตรวจสอบตวั เงนิ สดกับยอดบญั ชวี ่าถูกต้องหรือไม่
ง. ชว่ ยใหท้ ราบวา่ กจิ การฟาร์มมีสินทรัพย์ หนส้ี ิน และส่วนของเจา้ ของจำนวนเทา่ ใด

10. ขอ้ ใดคอื รูปแบบของฟาร์มท่ีมีการจำแนกตามวตั ถปุ ระสงค์ของการทำฟารม์
ก. การทำฟารม์ เพอ่ื การยังชพี การทำฟารม์ แบบกง่ึ การค้า การทำฟาร์มเพือ่ การค้า
ข. เจา้ ของคนเดยี ว กลุ่มเกษตร ห้างหุ้นสว่ น วิสาหกิจชมุ ชน สหกรณ์
ค. การทำฟารม์ เฉพาะอย่าง การทำฟาร์มแบบผสม การทำฟาร์มเชงิ ธรุ กิจ
ง. เจ้าของคนเดียว กลมุ่ เกษตร สหกรณ์ การทำฟารม์ แบบผสม

11

ใบความรู้

เร่อื ง ความรู้เบอ้ื งต้นเก่ียวกับการบัญชี

1. ความหมายของการบญั ชี
สภาวิชาชพี บัญชี ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ได้ใหค้ ำนิยามของการบัญชีไว้ ดงั น้ี
การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรุป

ข้อมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานขั้นสุดท้ายของการบัญชีก็คือ การให้
ขอ้ มลู ทางการเงนิ ซ่ึงเป็นประโยชนแ์ ก่บคุ คลหลายฝา่ ย และผูท้ ่สี นใจในกิจกรรมของกิจการ

สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified
Public Accountants : AICPA) ได้ให้คำนยิ ามของการบัญชีไว้ดงั น้ี

การบัญชี หมายถึง ศลิ ปะของการจดบนั ทกึ การจำแนกให้เปน็ หมวดหมแู่ ละสรุปผล
สิ่งสำคัญในรปู ตวั เงิน รายการ และเหตุการณต์ า่ ง ๆ ซ่งึ เกย่ี วขอ้ งทางด้านการเงินรวมทั้งแปลความหมาย
ของผลการปฏบิ ัตดิ ังกล่าว

จากความหมายของการบญั ชดี งั กลา่ วข้างต้น พอสรปุ ความหมายของการบัญชไี ดด้ ังน้ี
1.1 การทำบัญชี (Book Keeping)

เปน็ หน้าที่ของผ้ทู ำบัญชี (Book Keeper) มีลำดับขั้นตอน ดงั นี้
1.1.1 การรวบรวม (Collecting) หมายถงึ การรวบรวมข้อมูลหรือรายการค้าที่เกิดขนึ้ ประจำวัน
และหลักฐานที่เกย่ี วกบั การดำเนินธุรกจิ เช่น การรบั จา่ ยเงินและการซอ้ื ขาย เป็นต้น
1.1.2 การจดบันทึก (Recording) หมายถึง การจดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นแต่ละคร้ัง
ใหถ้ กู ตอ้ งตามหลักบัญชที ่ีรบั รองทั่วไป พรอ้ มกบั บนั ทกึ ขอ้ มลู ให้อยู่รูปของหนว่ ยเงินตรา
1.1.3 การจำแนก (Classifying) หมายถึง การนำข้อมูลที่จดบันทึกไว้แล้วมาจำแนก
เปน็ หมวดหมขู่ องประเภทบัญชีต่าง ๆ เช่น สนิ ทรัพย์ หนสี้ ิน สว่ นของเจา้ ของ รายได้ และคา่ ใชจ้ ่าย
1.1.4 การสรุปผลข้อมูล (Summarizing) หมายถึง การนำประเภทหมวดหมู,ทางการบัญชี
ที่เกิดขึ้นจากการบันทึกรายการค้านั้น ๆ เพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการ
ตลอดจนการไดม้ าและใช้ไปของเงินสดในรอบระยะเวลาบัญชหี นง่ึ
1.2 การใหข้ อ้ มลู ทางการเงิน
เพ่ือประโยชน์แก่บุคคลทเ่ี ก่ียวข้องหลายฝ่าย เช่น ผู้บริหาร ผูใ้ ห้กู้ เจา้ หน้ี รัฐบาล ลกู จ้าง
และนกั ลงทนุ เป็นตน้ นอกจากนี้ขอ้ มลู ทางการเงนิ สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในการ วเิ คราะห์ทางการเงนิ
การจัดทำงบประมาณ และการปรบั ปรงุ บญั ชี

12

2. ความหมายของบัญชฟี ารม์
ฟาร์ม (Farm) หมายถึง สถานที่หรืออาณาบริเวณที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการถือครอง

ไวเ้ พ่ือการผลิตทางการเกษตร
บัญชีฟาร์ม (Farm Accounting) หมายถึง การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายการค้าของ

กิจการฟาร์มบันทึกในรูปตัวเงิน จำแนกหมวดหมู, สรุปผล และจัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อใช้
ประโยชนใ์ นการตัดสินใจดำเนินการแกป้ ัญหาของฟารม์ และชว่ ยปรบั ปรงุ การดำเนนิ กจิ การฟาร์ม ให้ไดผ้ ลดี

3. วัตถปุ ระสงคข์ องบัญชฟี ารม์
ในการทำบัญชฟี าร์มมีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
3.1 เพ่อื จดบนั ทกึ รายการค้าของกิจการฟาร์มท่ีเกดิ ข้ึนตามลำดับกอ่ นหลังและจำแนก

ประเภทของรายการค้าไว้
3.2 เพ่ือใชเ้ ป็นหลักฐานในการอ้างองิ
3.3 เพ่ือชว่ ยให้ทราบผลการดำเนินงานของกิจการฟาร์ม ในรอบระยะเวลาใดเวลาหนง่ึ วา่

ผลการดำเนินงานทผ่ี ่านมา กิจการฟาร์มมกี ำไรหรือขาดทนุ เป็นจำนวนเทา่ ใด
3.4 เพอื่ ให้ทราบฐานะทางการเงินของกิจการฟารม์ ณ วันใดวันหนงึ่ วา่ กิจการฟาร์มมสี นิ ทรัพย์

หนี้สิน และส่วนของเจา้ ของเป็นจำนวนเทา่ ใด
3.5 เพ่อื ควบคมุ รักษาสนิ ทรัพย์ของกิจการฟาร์มได้ โดยต้องรับผิดชอบสินทรัพยใ์ ห้อยคู่ รบ

ตามยอดคงเหลือในบัญชี
3.6 เพื่อเปน็ รายงานทางการเงนิ นำมาใชใ้ นการบรหิ ารงาน วางแผนการดำเนินงาน และ

ควบคมุ กิจการฟาร์มให้ประสบความสำเรจ็ ตามความมงุ่ หมาย

4. ความสำคัญของบัญชฟี าร์ม
ในการทำบัญชีฟารม์ มคี วามสำคัญ ดงั นี้
4.1 ใชเ้ ปน็ หลักฐานในการอา้ งอิงและตรวจสอบในภายหลังการทำบัญชฟารม์ จะทำให้กจิ การฟาร์มมี

หลกั ฐานทแี่ สดงถงึ การผลดำเนนิ งานที่ผ่านมา สามารถตรวจสอบและป้องกัน ข้อผดิ พลาดท่เี กดิ ขน้ึ ได้
4.2 ช่วยให้เจ้าของกิจการฟาร์มทราบผลการดำเนินงานของฟาร์มในรอบระยะ เวลาใด

เวลาหน้ีงวา่ กิจการฟารม์ มผี ลกำไรหรือขาดทนุ เป็นจำนวนเทา่ ใด
4.3 ช่วยให้เจ้าของกิจการฟาร์มทราบฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนี้งว่ามี สินทรัพย์

หนีส้ นิ และสว่ นของเจา้ ของกจิ การฟารม์ เปน็ จำนวนเท่าใด
4.4 ช่วยในการวางแผนและตัดสนิ ใจในการดำเนินงานของกิจการฟารม์ โดยการนำขอ้ มลู ในอดตี

ปัจจบุ นั และอนาคต มาวิเคราะห์โดยการเปรยี บเทียบ เพ่ือให้เจา้ ของกจิ การสามารถ
ดำเนินงานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ข้นี

4.5 ชว่ ยเป็นเครอ่ื งมือในการหาแหลง่ เงินทนุ ในการจัดทำบัญชีฟารม์ จะทำให้ได้
รายงานการเงนิ ทีเ่ ปน็ หลักฐานในการสรา้ งความเชอ่ื มั่นให้กับเจา้ หนแ้ี ละสถาบนั การเงนิ เช่น ใช้
รายงานการเงนิ ของกจิ การเพ่ือพจิ ารณาอนุมัติสนิ เชือ่

13

5. ประวติ ขิ องการบัญชี
การบญั ชแี บ่งออกเปน็ 3 ยุค ตามระยะเวลาที่เปลยี่ นแปลง ดงั น้ี
5.1 ยุคก่อนระบบบัญชีคู่
เกิดก่อน ค.ศ. 3,000 ปี จนถึง ศตวรรษท่ี 13 มีการจดบันทึกขอ้ มลู ทางบัญชี

เน่อื งจากการลงทุนในการคา้ สภาพเศรษฐกจิ และการเมอื งเปลยี่ นจากระบบการแลกเปลี่ยนมาเป็น
ระบบการซื้อขาย และมีการพัฒนาทางเทคโนโลยี การจดบันทกึ ข้อมลู ทางบญั ชีในยุคนี้ได้
จดบนั ทกึ ไวบ้ นแผน่ ขี้ผึง้

5.2 ยุคระบบบัญชีคู่ (Double Entry Book-Keeping)
ในปลายศตวรรษท่ี 13 ในยคุ นี้มีการลงทนุ ทางการคา้ ในรูปของการค้ารว่ ม หรือ ห้างหุน้ ส่วน

เร่ิมมีการก่อต้ังธนาคารมเี รือใบในการขนส่งสนิ คา้ และมีการพิมพห์ นังสือลงใน กระดาษ ค.ศ. 1202 ได้
ค้นพบการจดบนั ทึกบัญชีตามหลักบัญชีคทู่ ีส่ มบูรณ์ชุดแรกท่ีเมอื งเจนวั ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1340
ซ่งึ เปน็ ศูนยก์ ลางทางการค้า โดยลูกา ปาซิโอลิ (Luca Pacioli) ไดเ้ ขียนหนังเชงิ สื่อคณิตศาสตร์ เร่อื ง Summa
de Arithmetica Geometrica Proprtionalita ซง่ึ ส่วนหนง่ื ไดก้ ลา่ วถึงหลกั การบัญชีคู่ โดยกำหนด
ศัพท์ทีม่ าของคำวา่ “Debito หมายถงึ เปน็ หน่ึง” และ “Credito หมายถึงเชอ่ื ถือ” อนั เป็นพืน้ ฐานทีม่ า
ของคำว่า Debit (เดบิต) และ Credit (เครดติ ) ตามหลักบัญชคี ู่ ซ่ึงเป็นท่ยี อมรบั และถือปฏิบตั ิมาจนถึงทุกวนั นี้
ลูกา ปาชโิ อลิ ได้รบั การยกยอ่ ง ว่าเป็นบิดาแหง่ การบัญชี ต่อมาในศตวรรษที่ 15 อิตาลเี ริ่มเสื่อม
อำนาจลงศูนย์กลางการคา้ ได้เปลย่ี นไปยงั ในประเทศยโุ รป เชน่ สเปน โปรตุเกส และ
เนเธอรแ์ ลนดก์ ารบนั ทกึ ข้อมลู ทางบัญชี ในยคุ นี้ได้มีการหาผลการดำเนินงานเมื่อสนิ้ งวดบัญชี
การบัญชเี ร่มิ เป็นวชิ าชพี ข้ีนมาในประเทศ อังกฤษ ในราวกลางปี ค.ศ. 1880 มีการจัดตง้ั สมาคมนักบญั ชี
สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท ไดแ้ กส่ มาชิกสามญั คือ สมาชิกท่ผี ่านการทดสอบและปฏิบตั ิงานแล้ว
และสมาชิกอาวโุ ส คือ สมาชิกสามัญที่เปน็ สมาชิกครบ 10 ปี ศตวรรษที่ 19 การค้าและ
อตุ สาหกรรมขยายตวั อย่าง รวดเร็วโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา มกี ารรวมบริษัท
และทฤษฏี เศรษฐศาสตร์เร่ิมเขา้ มามีอทิ ธิพลตอ่ การบญั ชี เร่ิมมีการทำบญั ชเี พ่ือบุคคลภายนอก
กำหนดรปู แบบ ของงบการเงินและก่อตัง้ สมาคมนักบัญชี

5.3 ยุคปจั จบุ นั ในศตวรรษท่ี 20
ประเทศอังกฤษ กำหนดให้ทำงบกำไรขาดทนุ เพมิ่ จากงบดลุ และทำทุกปี มีการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม

ทำให้ความต้องการทางบัญชมี ีมากข้ึน และวัตถปุ ระสงค์ของขอ้ มลู ทางบัญชีเปลยี่ นไปจากเดมิ ผูบ้ รหิ ารเป็น
ผู้ใชข้ ้อมูลมาเป็นผลู้ งทุน เจา้ หน้ี และรัฐบาลเป็นผู้ใชขั ้อมลู ทางการบญั ชี

สำหรบั ประเทศไทย การบัญชีตัง้ แตเ่ ริม่ ตน้ จนกระทั่งปจั จุบันไดร้ บั อิทธิพลจากประเทศองั กฤษ
ประเทศองั กฤษและสหรัฐอเมริกา โดยการบญั ชีเร่ิมต้นเม่ือมกี ารเปลีย่ นแปลงการปกครอง (เมื่อวนั ท่ี 24
มิถุนายน พ.ศ. 2475) ขึ้นสง่ ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกจิ โดยส่วนรวม โดยมีการออกกฎหมาย ใหม้ ีการ
จัดเกบ็ ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดาและนิติบุคคล ตามพ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ.2482 โดยผทู้ ่ีเผยแพร่ความรทู้ าง
ดา้ นการบญั ชีในระยะแรกคือ พระยาไชยยศสมบตั ิ (เสริม กฤษณามระ) และ หลวงดำรอิ ิศรานุวรรต
(ม.ล.ดำริ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา) ได้จัดทำหลักสตู รการเรยี นการสอน วิชาการบัญชเี พื่อเผยแพร่ ทำใหค้ นไทย
มคี วามรู้ทางด้านการบัญชี

14

6. แม่บทการบัญชี (Accounting Framework)
แม่บทการบญั ชี กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีของสภาวิชาชีพบญั ชี

ขง้ึ ไดจ้ ัดทำข้นึ โดยยกเลิกมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 และให้ใชแ้ มบ่ ทการบัญชี (ปรับปรุง 2552) แทน
แม่บทการบัญชไี ม่ถือเป็นมาตรฐานการบัญชี แต่เปน็ กรอบหรือแนวคิดพ้นื ฐานในการจัดทำ
และนำเสนองบการเงิน ตลอดจนกำหนดและนำมาตรฐานการบญั ชีมาปฏิบตั ิ นอกจากนยี้ ังเปน็
แนวทางในการปฏิบตั ิสำหรับเร่ืองท่ยี ังไมม่ ีมาตรฐานการบญั ชรี องรับ เพื่อให้ผู้จัดทำและผู้ใชงั บการเงนิ
มคี วามเข้าใจและปฏบิ ัติในแนวทางเดยี วกัน

นอกจากน้ันคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชี มีความประสงค์จะใชแ้ ม่บทการบัญชีเป็น
เกณฑ์ในการปรับปรุงมาตรฐานการบญั ชที ่ีมีอยู่ในปัจจบุ ัน และพฒั นามาตรฐานการบัญชีท่ีจะใช้
ในอนาคตให้สอดคลอ้ งกัน และสอดคล้องกบั มาตรฐานการบญั ชีระหวา่ งประเทศ และยังมี
ความประสงคใ์ หผ้ ู้จัดทำและผู้ใชังบการเงนิ เข้าใจถึงทมี่ าและเน้ือหาของมาตรฐานการบัญชไี ด้ ลึกข้ึนยิ่งขึ้น
เพือ่ นำไปใช้อ้างอิงในการนำมาตรฐานการบัญชที ม่ี ีอยู่มาถอื ปฏบิ ัติ และเพื่อให้มีแนวปฏิบตั ิ
ทางบญั ชใี นเรือ่ งทย่ี งั ไมม่ ีมาตรฐานการบัญชกี ำหนดไว้

ภาพท่ี 1.1 แมบ่ ทการบัญชีสำหรับการจัดทำและนำเสนองบการเงิน

แมบ่ ทการบัญชีกำหนดเกณฑ์ในการจดั ทำและนำเสนองบการเงนิ ในเร่ืองต่อไปนี้ 15

6.1 วัตถุประสงค์ของงบการเงนิ

งบการเงินจดั ทำข้นึ โดยมีวตั ถุประสงคท์ ่จี ะให้ข้อมูลทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อการตดั สนิ ใจเชงิ

เศรษฐกจิ ของผูใ้ ชง้ บการเงนิ กลุ่มต่าง ๆ งบการเงิน ประกอบดว้ ย งบแสดงฐานะการเงนิ งบกำไรขาดทนุ

งบกระแสเงินสด หมายเหตุประกอบงบการเงนิ งบประกอบอน่ื และคำอธบิ ายทท่ี ำให้งบการเงนิ นั้นสมบรู ณ์ข้นึ

ตวั อยา่ งของรายละเอยี ดประกอบและข้อมูลเพ่ิมเตมิ อ่ืน ๆ ท่ี ระบุว่าเปน็ สว่ นหน่ึงของงบการเงิน

อยา่ งไรก็ตาม แม่บทการบัญชีมไิ ดเ้ นน้ ถึงความสำคญั ของผู้ใชังบการเงนิ กลุ่มใด กลมุ่ หน่งึ

โดยเฉพาะ แตใ่ ห้ถือความตอ้ งการของผลู้ งทุนเป็นเกณฑ์ งบการเงนิ ไมไ่ ด้ให้ข้อมลู ทุกประเภทท่ีผู้ใช้งบการเงิน

ต้องการในการตัดสนิ ใจเชงิ เศรษฐกิจ

6.2 กลุ่มผใู้ ช้งบการเงิน

ผ้ใู ช้งบการเงินประกอบด้วยผลู้ งทนุ (ท้ังผลู้ งทุนในปัจจุบนั และผู้ท่อี าจตดั สินใจลงทุนในอนาคต)

ลูกจ้าง ผู้ให้กู้ ผขู้ ายสนิ คา้ และเจ้าหนี้อน่ื ลกู ค้า รัฐบาลและหนว่ ยงานราชการ และสาธารณชน ผู้ใชง้ บการเงนิ

เหล่านี้ใชังบการเงินเพอ่ื ตอบสนองความต้องการข้อมลู ที่แตกตา่ งกนั กล่าวคอื

6.2.1 ผู้ลงทุน หมายถงึ ผเู้ ปน็ เจ้าของเงินทนุ รวมทงั้ ท่ปี รึกษาซ้ืงต้องการทราบถงึ ความเส่ียง

และผลตอบแทนจากการลงทุน ผูล้ งทุนต้องการข้อมลู เพ่ือที่จะช่วยในการพจิ ารณาตดั สนิ ใจซ้ือขาย

หรอื ถอนเงนิ ลงทนุ นนั้ ต่อไป

6.2.2 ลูกจา้ ง หมายถึง ลกู จ้างรวมทั้งกลมุ่ ตัวแทนซ่ึงตอ้ งการขอ้ มูลเกี่ยวกับ ความม่ันคง

และความสามารถในการทำกำไรของนายจ้าง นอกจากนัน้ ยงั ตอ้ งการข้อมูลท่ีจะช่วยให้สามารถประเมนิ

ความสามารถของกิจการในการจา่ ยค่าตอบแทน บำเหน็จ บำนาญ และโอกาส ในการจ้างงาน

6.2.3 ผูใ้ หก้ ู้ หมายถงึ ผู้ซ่งึ ต้องการข้อมลู ทจ่ี ะชว่ ยในการพจิ ารณาว่าเงนิ ให้กู้ยมื และ

ดอกเบ้ียทเ่ี กิดข้นึ จะได้รับชำระเมื่อครบกำหนด

6.2.4 ผู้ขายสนิ ค้าและเจ้าหนี้อนื่ หมายถงึ ผู้ซ่งึ ต้องการข้อมลู ทีจ่ ะช่วยในการตดั สนิ ใจ

ว่าหนี้สนิ จะไดร้ บั ชำระเมอ่ื ครบกำหนด เจ้าหนี้การค้าอาจใหค้ วามสนใจข้อมลู ของกิจการในระยะเวลา

ทสี่ ั้นกว่าผใู้ หก้ ู้ นอกจากว่าการดำเนินงานของเจ้าหน้ีน้นั ข้นึ อยกู่ ับการดำเนินงานตอ่ เนื่องของกิจการ

ซ่ึงเปน็ ลูกคา้ รายใหญ่

6.2.5 ลูกค้า หมายถึง ผู้ซ่งึ ต้องการข้อมลู เก่ยี วกบั การดำเนนิ งานต่อเน่ืองของกจิ การ

โดยเฉพาะกรณีทม่ี คี วามสัมพันธอ์ ันยาวนานหรอื ต้องพงึ่ พากิจการนั้น

6.2.6 รัฐบาลและหนว่ ยงานราชการ หมายถงึ หน่วยงานทตี่ ้องการข้อมลู เกย่ี วกบั

การดำเนินงานของกิจการในการจดั สรรทรพั ยากร การกำกบั ดแู ล การพจิ ารณากำหนดนโยบาย ทางภาษี

และเพื่อใชเ้ ป็นฐานในการคำนวณรายได้ประชาชาติ และจัดทำสถิตใิ นดา้ นต่าง ๆ

6.2.7 สาธารณชน หมายถงึ ประชาชนผู้ซ่งึ ตอ้ งการข้อมูลเกีย่ วกับแนวโนม้ ความสำเร็จ

และการดำเนินงานของ กจิ การ เน่ืองจากกจิ การอาจก่อให้เกิดผลกระทบตอ่ สาธารณชนในการจา้ ง งาน

และการรบั ซ้ือสนิ ค้าจากผผู้ ลิตในหอ้ งถนิ่

16
6.3 ข้อสมมติในการจดั ทำงบการเงนิ

แมบ่ ทการบัญชไี ด้กำหนดข้อสมมตใิ นการจัดทำงบการเงินไว้ 2 ข้อ คอื
6.3.1 เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) งบการเงินจัดทำขึน้ โดยใชเ้ กณฑ์คงค้าง เพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของงบการเงนิ ภายใตเ้ กณฑค์ งค้าง รายการ และเหตกุ ารณ์ทางบัญชจี ะรบั รู้เมอ่ื เกดิ ข้ึนมิใช่เม่อื มี
การรับหรอื จ่ายเงินสด หรือรายการเทียบเท่าเงนิ สด โดยรายการตา่ ง ๆ จะบนั ทกึ และแสดงในงบการเงนิ ตาม
งวดทีเ่ กย่ี วข้อง งบการเงินที่จัดทำข้ึนตามเกณฑ์คงค้างจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งบการเงินเกยี่ วกบั รายการในอดีตที่
เกี่ยวข้องกับการรับและจา่ ยเงินสด และเกย่ี วกบั ภาระผูกพัน ทกี่ ิจการต้องจา่ ยเปน็ เงินสดในอนาคต รวมถงึ
ขอ้ มูลเก่ียวกับทรัพยากรที่จะไตร้ บั เป็นเงนิ สด ในอนาคตซง่ึ เปน็ ข้อมลู ที่มีประโยชน์แกผ่ ู้ใชง้ บการเงนิ ในการ
ตดั สินใจเชงิ เศรษฐกจิ
6.3.2 การดำเนินงานต่อเน่ือง (Going Concern) โดยทว่ั ไป งบการเงนิ จดั ทำขน้ึ ตาม
ขอ้ สมมติทว่ี า่ กจิ การจะดำเนนิ งานอยา่ งต่อเน่ืองและดำเนนิ อยู่ต่อไปในอนาคต ตังน้ันจงึ สมมตวิ า่ กจิ การ
ไมม่ เี จตนาหรือมีความจำเป็นทจ่ี ะเลกิ กิจการหรือลดขนาดของการดำเนินงานอย่างมี สาระสำคัญ
หากกิจการมเี จตนาหรือความจำเปน็ ตงั กล่าว งบการเงินตอ้ งจดั ทำข้ึนโดยใชเ้ กณฑ์อื่น
และต้องเปิดเผยเกณฑน์ ้ันในงบการเงนิ

7. ประเภทและรปู แบบของฟาร์ม
ในการจดั ทำงบการเงนิ ประเภทของฟาร์มจะส่งผลให้ขน้ั ตอนในการจดั ทำงบการเงนิ มี

ความยุ่งยากซับซอ้ นแตกต่างกนั แลว้ รปู แบบขององค์กรฟารม์ ก็เป็นปจั จยั หนืง่ ที่ทำให้การบันทกึ
รายการทางด้านบญั ชีและขั้นตอนในการชัดทำงบการเงินมีรายละเอียดทีแ่ ตกตา่ งกันด้วย

7.1 ประเภทของฟาร์ม
ประเภทของฟารม์ สามารถจำแนกไดห้ ลายลกั ษณะ ดังนี้
7.1.1 การจำแนกตามวตั ถปุ ระสงค์ของการทำฟาร์ม จำแนกได้ 3 ประเภท คือ
7.1.1.1 การทำฟารม์ เพ่อื การยังชีพ (Subsistence Farm) มลี กั ษณะสำคัญ เปน็

การทำฟาร์มในที่ดนิ ขนาดเลก็ ในลักษณะของเกษตรรายย่อย ผลิตผลที่ผลติ ไดส้ ว่ นใหญน่ ำมาใช้
เพ่อื การบริโภคของตนเองและครอบครัวเป็นสำคัญ จึงไม่คำนึงถึงการเปล่ียนแปลงด้านราคา

7.1.1.2 การทำฟารม์ แบบกึ่งการค้า (Semicommercial Farm) เป็นการทำฟารม์
ท่ีมลี กั บณะผสมผสานในแบบเพ่ือยังชีพและเพ่ือการคา้ การทำฟารม์ ลักษณะน้ีครอบครัวจะเข้ามามี
สว่ นเก่ียวข้องอยา่ งมากกบั การดำเนนิ งาน

7.1.1.3 การทำฟารม์ เพ่อื การค้าหรือการทำฟาร์มเชิงธุรกิจ (Purely Commercial
Farm) เป็นการทำฟาร์มทีเ่ ป็นธุรกจิ อยา่ งแท้จรงิ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือแสวงหากำไรเปน็ เป้าหมายหลัก

17

7.1.2 การจำแนกตามกิจกรรมการผลติ ของฟาร์ม จำแนกได้ 2 ประเภท คือ
7.1.2.1 การทำฟาร์มเฉพาะอย่าง เปน็ การทำฟารม์ ท่ีเน้นการผลติ สินค้าเกษตร

เฉพาะอยา่ งใดอย่างหนึ่งเพยี งอย่างเดียว เช่น เกษตรกรทปี่ ลกู ข้าว ปลกู มะม่วง เลยี้ งไกห่ รือเลีย้ งสกุ ร
เพียงอย่างเดยี ว

7.1.2.2 การทำฟารม์ แบบผสม เป็นการทำฟารม์ ทเี่ น้นการผลิตท่ีมคี วามหลากหลาย
โดยอาจเปน็ การเพาะปลูกพชื หลายชนดิ และการเลี้ยงสัตว์หลายชนดิ ในฟาร์ม การทำฟาร์มแบบผสม
น้เี ปน็ ทรี่ ้จู ักกันทัว่ ไปคือ การทำไรน่ าสวนผสม

7.1.3 การจำแนกตามรปู แบบขององค์กรฟารม์ การจำแนกวธิ นี พ้ี จิ ารณาจากรปู แบบ
ขององค์กรฟาร์มว่าเปน็ แบบเจ้าของคนเดียว กลมุ่ เกษตร ห้างหุ้นส่วน วิสาหกจิ ชุมชน สหกรณ์หรอื
บริษทั อยา่ งใดอย่างหนง่ึ

7.2 รูปแบบของฟาร์ม
7.2.1 เจ้าของคนเดียว ในการดำเนินกิจการฟาร์มส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นฟาร์ม ขนาดเล็ก

มีลักษณะการบริหารแบบกิจการครอบครัว และเป็นการยากที่จะแยกธุรกิจฟาร์มออกจาก
ครอบครัวได้อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการใช้แรงงาน รวมทั้ งรายได้และค่าใช้จ่าย
การประกอบธุรกิจหรือการดำเนินกิจการฟาร์มที่มีเจ้าของคนเดียว ผู้ที่เป็นเจ้าของมีสิทธิใน สินทรัพย์
และผลกำไร (ขาดทุน) ท้งั หมดของกจิ การแต่เพยี งผ้เู ดยี วและรับผดิ ชอบในหนสี้ ินของ ฟาร์มท้ังหมดดว้ ย

7.2.2 กลุ่มเกษตรกร เปน็ ลกั ษณะการรวมตวั ของบุคคลผปู้ ระกอบอาชพี แต่ละประเภท
เกษตรกรรม เชน่ ทำนา ทำสวน เลย้ี งสตั ว์ ประมง จำนวนไมน่ ้อยกวา่ สามสบิ คน เพื่อชว่ ยเหลอื
ซ่ึงกันและกนั ในการประกอบอาชีพ อาจร่วมกันจดั ต้งั เป็นกลุ่มเกษตรกรตามพระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยกล่มุ เกษตรกร ซ่ึงเป็นองค์การธุรกิจที่ไมแ่ สวงหาผลกำไร

7.2.3 สหกรณ์ เปน็ องคก์ รท่ีเกิดจากการรวมกลุม่ บุคคลทีป่ ระกอบอาชพี อยใู่ นหนว่ ยงาน
เดียวกัน อาชพี เดยี วกัน รวมตัวกันจัดต้งั ขนึ้ และจดทะเบยี นตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์ มฐี านะเปน็ นติ บิ ุคคล
โดยมจี ุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชกิ

7.2.4 วสิ าหกิจชุมชน หมายถงึ กิจการของชุมชนเกี่ยวกบั การผลติ สินค้า การให้บริการ
หรือการอนื่ ๆ ท่ีดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มคี วามผูกพนั กัน และรวมตวั กันประกอบกิจการ ตังกล่าว
อาจจะเป็นนติ ิบคุ คลหรือไมเ่ ป็นนิตบิ ุคคล เพ่ือสรา้ งรายได้และเพ่ือพงึ่ พาตนเอง

7.2.5 ห้างหุ้นส่วน เป็นธรุ กิจท่มี ผี ู้เป็นเจา้ ของ ต้ังแต่ 2 คน ขึ้นไป ไดร้ ่วมลงทุนเพอ่ื
ดำเนินธุรกิจดว้ ยกนั แบ่งผลกำไร (ขาดทุน) ของห้างหนุ้ ส่วนให้แก่ผู้เปน็ หุ้นส่วนตามท่ีได้ตกลงกัน

7.2.6 บรษิ ัทจำกัด เปน็ ธรุ กจิ ท่มี สี ถานะเปน็ นิตบิ ุคคลและผู้เร๋มึ กอ่ การจดั ตัง้ บริษัท ตง้ั แต่ 3
คนขน้ึ ไป เพอ่ื ร่วมกนั จดทะเบียนจดั ตงั้ บรษิ ัท ซ่งึ หุ้นของบริษัทจะแบง่ ออกเปน็ ห้นุ โดย
มรี าคาตราไวห้ ุ้นละเท่ากนั โดยทผ่ี ถู้ ือหุน้ จะมีฐานะเปน็ เจ้าของบริษัท

18

จากรปู แบบของฟาร์มดังกลา่ วขา้ งตน้ เนอ่ื งจากในการดำเนินกิจการฟาร์มสว่ นใหญ่
ในประเทศไทยเปน็ ฟาร์มขนาดเลก็ และเปน็ กจิ การเจา้ ของคนเดียว ในเอกสารประกอบการเรียนการสอน
เลม่ น้ี จะกล่าวถึงการบัญชสี ำหรบั กจิ การเจ้าของคนเดียวเท่านัน้

8. ข้อแนะนำในการเรยี นวิชาบญั ชีฟาร์ม
ในการเรียนวิชาบญั ชฟี ารม์ เพ่อื ใหน้ ักศึกษาประสบความสำเรจ็ ควรปฏปึ ตตามขอ้ แนะนำ สังนี
8.1 ควรอา่ นเน้อื หาในแตล่ ะหนว่ ยมาลว่ งหน้าเพือ่ จะได้เข้าใจย่ิงขน้ึ และควรอา่ นอย่างน้อย

เร่อื งใดที่ยงั ไมเ่ ข้าใจให้ถามครูผูส้ อนทันที
8.2 ต้งั ใจฟังในขณะที่ครูสอน หากมขี ้อสงสัยหรือไมเ่ ข้าใจในเนอ้ื หาเรือ่ งใด ใหซ้ ักถาม ครผู ู้สอนทันที
8.3 ควรทำแบบฝกึ หดั ทุกข้อด้วยตนเองอย่างสมำ่ เสมอ
8.4 ต้องมคี วามละเอยี ดรอบคอบและรกั ษาความสะอาดใหม้ ากทสี่ ุด

9. การเขียนตัวเลขตามหลกั บัญชี
ในการจัดทำบัญชีฟารม์ ผจู้ ัดทำจะต้องมีความรใู้ นเร่ืองการเขยี นตัวเลขตามหลักบัญชี

และควรปฏบิ ตํ ิให้ถูกต้อง ดังน้ี
9.1 ในการเขยี นตัวเลขและตวั หนังสือ ควรเขียนให้อา่ นงา่ ย ชดั เจน สะอาด เรยี บรอ้ ย
9.2 ตวั เลขทกุ จำนวนต้งั แต่ 3 หลักขนึ้ ไป ใหใ้ ส่เครื่องหมายจุลภาค (,) โดยนบั จาก

จดุ ทศนิยมไปทางซ้ายมือทุก 3 ตัว ในกรณีท่ีมีหลายบรรทดั การเขยี นตวั เลขนั้นควรเขยี นให้ ตรงหลักเสมอ
เชน่ หลกั หนว่ ยก็เขยี นให้ตรงกับหลักหน่วย หลักสบิ ก็เขียนให้ตรงกบั หลกั สิบ เป็นตน้ ดงั ตวั อย่าง

2,550.50

150,409.75

4,680,325.50

9.3 จำนวนสตางคท์ ่จี ะเขียนในช่องสตางค์ ถ้าไมม่ ีให้ใชเ้ คร่ืองหมายยตั ภิ ังฅ์ “ -” หรอื เขยี น “00”
กไ็ ด้ แต่มกั นิยมใช้มากกว่า เพราะประหยัดเวลาในการทำงาน

จำนวนเงิน
5,300 -

41,700 -

19

9.4 การเขยี นตวั เลขในช่องจำนวนเงนิ ใหเ้ ขียนหลกั หนว่ ยของจำนวนบาทชิดเส้นด้านขวา
หรือขีดเสนั แบง่ ช่องบาทและสตางคเ์ สมอ

จำนวนเงนิ

12,500 50 ถูกตอ้ ง
ผดิ
12,500 50

9.5 ถ้าเขยี นตวั เลขผดิ การแก้ไขตัวเลขท่ีเปน็ จำนวนเงินห้ามใช้นา้ํ ยาลบคำผิด ให้ใช้ปากกา
ขดี ฆา่ ตัวเลขท่ผี ิดดว้ ยหมกึ สเี ดียวกันและเขยี นตัวเลขที่ลูกต้องขา้ งบนตวั เลขทผี่ ิด พร้อมลงลายมอื ชื่อ
ของผ้ทู ี่ขีดฆา่ กำกับไว้ทางดา้ นขวามือทุกครั้ง ตวั อยา่ งเชน่ ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 3,829.50 แตเ่ ขยี นเป็น
8,329.50 ดงั นั้นการแก้ไขตัวเลขท่ีถูกต้อง ดังนี้

3,829.50
8,329.50
9.6 การเขยี น วันเดอื นปี ใช้หลักเกณฑด์ ังนี้ ถ้าข้อมูลอยใู่ นหน้าเดยี วกันให้เขียนปีพ.ศ. เพียงคร้ังเดียว
การเขยี นเดือนใหเ้ ขยี นเรยี งลำดบั รายการทเ่ี กิดขนึ้ นิยมเขียนอักษรย่อของแตล่ ะเดือน ในชอ่ งวันเดือนปี
ถ้ารายการคา้ ท่เี กิดขึน้ ในเดือนเดียวกนั แตค่ นละวนั ใหเ้ ขียนเดือนเพียงครั้งเดยี ว ในแต่ละหน้าของสมุดบญั ชี
สว่ นวันท่ใี ห้เขียนเรียงลำดบั รายการทเ่ี กิดข้ึนตามลำดบั ก่อนหลงั
พ.ศ. 25x5
เดอื น วันที่
ส.ค. 1

25

ก.ย. 1

7

12

20

แบบทดสอบหลังเรยี น

ชดุ การสอนท่ี 1 เรือ่ ง ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับการบญั ชี

คำส่งั จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดียว

1. ขอ้ ใดคือความหมายของการบญั ชี

ก. การจำแนก การรายงาน การแปลขอ้ มลู ทางการเงินในรูปของหน่วยเงินตรา

ข. การสรุปผล การจดบนั ทกึ การรายงานข้อมูลทางการเงินในรปู ของหนว่ ยเงนิ ตรา

ค. การจดบนั ทึก การจำแนก การสรุปผลของรายการทางการเงินในรูปของหนว่ ยเงินตรา

ง. การจดบนั ทกึ การรวบรวม การสรปุ ผลของรายการทางการเงินในรูปของหนว่ ยเงินตรา

2. ขอ้ ใดเปน็ ข้อสมมติตามแม่บทการบัญชี

ก. เกณฑ์คงคา้ งและสม่ำเสมอ

ข. เกณฑ์คงคา้ งและค่าเสอ่ื มราคา

ค. เกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ง. เกณฑค์ งคา้ งและการดำเนินงานตอ่ เน่ือง

3. ผ้ใู ดไดร้ ับการยกย่องว่าเป็นบดิ าแหง่ การบัญชี

ก. ลกู า เดโอบติ ข. ลกู า ปาซิโอลิ

ค. ลกู า ปาชโิ ต้ ง. ลูกา เดบิตโต้

4. ข้อใดคือข้อแนะนำในการเรียนวชิ าบญั ชีฟาร์ม

ก. ควรทำแบบฝึกหัดมาลว่ งหนา้ เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจยิ่งขน้ึ

ข. ควรทำแบบฝึกหัดทุกข้อด้วยตนเองอย่างสมำ่ เสมอ

ค. ควรมีขอ้ สงสัยในเนื้อหาที่ครสู อน และซักถามทนั ที

ง. เม่อื เขียนตวั เลขผิด ควรใช้ยางลบหรอื น้ํายาลบคำผดิ ลบให้สะอาด

5. การบญั ชเี กดิ ขึน้ คร้ังแรกท่ีประเทศอะไร

ก. อิตาลี ข. สวเี ดน

ค. องั กฤษ ง. อสิ ราเอล

6. เม่ือเขียนตัวเลขผดิ มวี ธิ ีแกไ้ ขอยา่ งไรใหถ้ ูกต้องตามหลักการบัญชี

ก. เขียนซา้ํ คำท่ีเขยี นผิดแล้วลงลายมอื ชือ่ กำกับ

ข. ใชย้ างลบลบคำท่เี ขียนผิดแล้วเขียนตัวเลขทลี่ ูกต้อง

ค. ขดี ทบั คำที่เขียนผิดแล้วเขียนตวั เลขท่ีถูกต้องไว้ดา้ นบนตวั เลขทเี่ ขียนผิด

ง. ขดี ทบั คำทีเ่ ขียนผดิ แลว้ เขียนตัวเลขที่ถูกต้องไว้ด้านบนตัวเลขท่ผี ิด แล้วลงลายมือช่ือกำกบั

21

7. ข้อใด ไมใ่ ช่ ความหมายของบญั ชฟี าร์ม
ก. สามารถแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงนิ
ข. รวบรวมขอ้ มลู และรายละเอียดของผลิตผลของฟาร์ม
ค. การจดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกบั การเงินของฟารม์ ไวเ้ ปน็ หลักฐาน
ง. ศิลปะของการบนั ทึก จดั ประเภทและสรุปรายการทส่ี ำคัญทางบญั ชีฟาร์ม

8. วัตถุประสงคข์ องบัญชฟี ารม์ คือข้อใด
ก. เพื่อทราบการรับเงนิ สดและจา่ ยเงนิ สดของกิจการฟารม์
ข. เพ่อื ทราบคา่ ใช้จา่ ยทั้งหมดของกจิ การฟารม์
ค. เพือ่ เกบ็ หลักฐานต่าง ๆ ของกิจการฟาร์มไว้ใหเ้ ปน็ ระเบียบเพอื่ สะดวกในการตรวจสอบ
ง. เพอื่ ใหท้ ราบผลการดำเนินงานและทราบฐานะทางการเงินของกจิ การฟารม์

9. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ความสำคัญของบญั ชฟี าร์ม
ก. เป็นหลักฐานในการอ้างอิง
ข. ช่วยใหท้ ราบการดำเนนิ กิจการฟาร์มของบุคคลอน่ื
ค. เปน็ หลักฐานในการตรวจสอบตัวเงนิ สดกับยอดบัญชีวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่
ง. ช่วยใหท้ ราบวา่ กจิ การฟาร์มมีสินทรพั ย์ หน้ีสิน และสว่ นของเจ้าของจำนวนเทา่ ใด

10. ข้อใดคอื รปู แบบของฟารม์ ท่ีมกี ารจำแนกตามวตั ถุประสงค์ของการทำฟาร์ม
ก. การทำฟารม์ เพอื่ การยังชีพ การทำฟาร์มแบบกง่ึ การค้า การทำฟาร์มเพ่ือการค้า
ข. เจา้ ของคนเดียว กลุ่มเกษตร ห้างหุน้ สว่ น วิสาหกิจชมุ ชน สหกรณ์
ค. การทำฟารม์ เฉพาะอยา่ ง การทำฟาร์มแบบผสม การทำฟาร์มเชงิ ธรุ กิจ
ง. เจา้ ของคนเดยี ว กลุม่ เกษตร สหกรณ์ การทำฟารม์ แบบผสม

22

แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะที่ 1

จงเขยี นจำนวนเงินต่อไปนเ้ี ป็นตัวอักษร
1. 2,250.- =…………………………………………………………………………………………………..….
2. 10,069.- =…………………………………………………………………………………………………..….
3. 534,209.- =…………………………………………………………………………………………………..….
4. 6,907,145.- =…………………………………………………………………………………………………..….
5. 124,549,098.- =…………………………………………………………………………………………………..….
6. 5,409.50 =…………………………………………………………………………………………………..….
7. 13,965.25 =…………………………………………………………………………………………………..….
8. 806,024.10 =…………………………………………………………………………………………………..….
9. 1,020,700.18 =…………………………………………………………………………………………………..….
10. 97,300,050.05 =…………………………………………………………………………………………………..….

 เกณฑก์ ารให้คะแนน
ทำถกู ขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

 เกณฑก์ ารตดั สิน
ได้ 7-10 คะแนน = ดี 5-6 คะแนน = พอใช้ 0-4 คะแนน = ปรบั ปรงุ
(เกณฑ์ผา่ นคือได้คะแนน 7 คะแนนขน้ึ ไป)

ทำได.้ ......................................................คะแนน  ผา่ น  ไม่ผ่าน

23

แบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2

จงเขยี นจำนวนเงนิ ต่อไปน้เี ป็นตัวเลข
1. ยี่สิบแปดบาทสามสิบสตางค์ = ……………………………………………………………………………………………
2. หา้ ร้อยแปดบาท = ………………………………………………………………………….……………………………
3. สามพนั หกร้อยสามสบิ สองบาทสิบห้าสตางค์ = …………………………………….……………………………….
4. หา้ หมืน่ สองบาทยส่ี บิ หา้ สตางค์ = ………………………………………………………………………………………..
5. สี่แสนหกหมื่นแปดพันหน่งึ รอ้ ยหา้ สบิ เจ็ดบาทสามสบิ เอด็ สตางค์ = ………………………………………….
6. สามแสนหา้ หมืน่ สองพันบาทย่ีสิบหกสตางค์ = ………………………………………………………..…………….
7. ห้ารอ้ ยเก้าสบิ ล้านสองหม่ืนบาท = ……………………………………………………………………………………….
8. ห้าแสนหนึง่ บาทยส่ี บิ หา้ สตางค์ = ……………………………………………………………………………………….
9. หนึง่ ลา้ นห้าหมน่ื หกพันสามร้อยสส่ี ิบเอด็ บาท = …………………………………………………………………….
10. เกา้ หมื่นห้ารอ้ ยเก้าบาทสิบเก้าสตางค์ = ……………………………………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน
ทำถูกขอ้ ละ 1 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ
ได้ 7-10 คะแนน = ดี 5-6 คะแนน = พอใช้ 0-4 คะแนน = ปรับปรงุ
(เกณฑผ์ า่ นคือได้คะแนน 7 คะแนนขึ้นไป)

ทำได.้ ......................................................คะแนน  ผา่ น  ไม่ผา่ น

24

แบบฝึกเสริมทกั ษะท่ี 3

จงเขยี นจำนวนเงนิ ต่อไปน้ีใหเ้ ปน็ แนวตง้ั ตามหลกั การบญั ชี และรวมจำนวนเงินลงในตาราง ขา้ งล่างน้ี

1. 353.50 455.25 2. 355.50 600.- 702.25

จำนวนเงนิ จำนวนเงิน
บาท สต. บาท สต.

3. 455.25 700.- 1,000.25 1,200.- 4. 1,100.50 1,200.25 2,500.50 3,501.- 6,000.-

จำนวนเงนิ จำนวนเงนิ
บาท สต. บาท สต.

5. 702.25 1,000.25 1,200.25 3.200.- 5,000.- 5,200.

จำนวนเงนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
บาท สต. ทำถกู ข้อละ 2 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ
ได้ 7-10 คะแนน = ดี 5-6 คะแนน = พอใช้ 0-4 คะแนน = ปรบั ปรงุ

(เกณฑผ์ ่านคอื ไดค้ ะแนน 7 คะแนนขึ้นไป)

ทำได.้ ......................................................คะแนน  ผ่าน  ไม่ผา่ น

25

แบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี 4

จงเขียนจำนวนเงินต่อไปน้ใี หเ้ ปน็ แนวตั้งตามหลักการบญั ชี และรวมจำนวนเงนิ ลงในตาราง ขา้ งล่างน้ี
2,400.- 200.25 400.50 180.75 149.75 1,465.- 808.75 214.50
จำนวนเงิน
บาท สต.

หลังจากรวมจำนวนเงินแล้วปรากฏวา่ มียอดเงินผิดต้องแกไ้ ข 3 รายการคอื
1. จำนวนเงินรายการท่ี 2 จาก 200.25 แก้ไขให้ถูกตอ้ งเป็น 2,025.-
2. จำนวนเงนิ รายการท่ี 4 จาก 180.75 แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ งเป็น 1,800.75
3. จำนวนเงนิ รายการที่ 7 จาก 808.75 แก้ไขใหถ้ ูกต้อง 808.25

 เกณฑ์การให้คะแนน
ทำถูกท้ังหมด 12 จดุ คดิ เป็นคะแนนเต็ม 10 คะแนน

 เกณฑ์การตัดสนิ
ได้ 7-10 คะแนน = ดี 5-6 คะแนน = พอใช้ 0-4 คะแนน = ปรบั ปรงุ
(เกณฑผ์ า่ นคือได้คะแนน 7 คะแนนขนึ้ ไป)

ทำได.้ ......................................................คะแนน  ผา่ น  ไม่ผา่ น


Click to View FlipBook Version