The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การออกอีดตามประกาศจุฬาราชมนตรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by satitsangpaijit, 2022-05-10 01:05:50

การออกอีดตามประกาศจุฬาราชมนตรี

การออกอีดตามประกาศจุฬาราชมนตรี

การออกอดี ตาม
ประกาศ

จุฬาราชมนตรี

ซอบรี นภากร

‫‪1‬‬

‫الإلمام‬
‫بوجوب التعييد مع الناس والإمام‬

‫جمع وتأليف وتعليق‬

‫صبري شافعي عبد القادر‬

2

คํานํา

‫بسم ال الرحمن الرحيم‬
‫ وبعد‬،‫وصلى ال على سيدنا محمد وعلى آله وصحبه وسلم‬

หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนรวบรวมขึ้นจากงานเขียนที่ได้ลงในโพส
Facebook บัญชี Sobree Napakorn ระหว่างวันที่ 17-20/07/2021 เพื่อ
มอบเป็นวิทยาทานให้แก่พี่น้องมุสลิมที่สนใจในประเด็นเรื่องการเข้าออกบวช
และอีดทั้งสอง เนื่องจากเป็นปัญหาที่ประสบกับสังคมมุสลิมมาช้านาน
หนังสือแบ่งเป็นสองภาค ภาคแรก ว่าด้วยเรื่องอีดเป็นเรื่องวุฒิภาวะด้านคิ
ลาฟ และภาคสอง เกยี่ วกับการนำเสนอฟัตวาท่เี ก่ยี วข้อง พร้อมคำวจิ ารณ์

ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องขออภัยหากมีข้อผิดพลาดในการเขียน จัดหน้า
รวมถงึ การพิสูจน์อักษรโดยรวม เน่อื งจากความจำกดั ในเวลา

อนึ่ง หนังสือเล่มนี้ทำการรวบรวมและแจกจ่ายในรูปของไฟล์ PDF
ให้แก่พี่น้องมุสลิมที่สนใจ อนุญาตให้ทำซ้ำหรือพิมพ์ได้เพื่อการศึกษา ไม่
อนุญาตให้นำจำหน่ายเพื่อหากำไร หรือการกระทำต่อเนื้อหาใดๆ ในเชิง
พานิชย์

ขอดอุ าอจ์ ากเอกองค์อัลลอฮ์ ซบุ ฮานะฮูวะตะอาลา หากจะพอมีความ
ดีจากหนังสือเล่มนี้อยู่บ้าง ขอได้ทรงโปรดให้มันอยู่ในตราชั่งความดีของ
ผูเ้ ขยี น และขอได้ทรงประทานความรูค้ วามเขา้ ใจให้เราท่านท้งั หลาย

ซอบรี นภากร
กรงุ เทพมหานคร
20/07/2021-10/12/1442

3

อีดคือเร่อื งวุฒิภาวะทางคิลาฟ

**************
บทคัดยอ่

1. พฒั นาการการออกอดี ในหมู่คณะใหม่มคี วามหลากหลาย
2. การยอมรับความเห็นต่างในชว่ งหลงั ไมใ่ ชเ่ พราะฐานะของอะอมิ มะฮ์

มจุ ตะฮดิ นี
3. การยดึ ถือและเห็นดว้ ยกับแนวคิดใดถอื เปน็ อสิ รภาพทางวิชาการ
4. การนำส่งิ ทีย่ ดึ ไปปฏบิ ัติไดห้ รอื ไม่คือแกนเรือ่ งหลักทแ่ี ทจ้ ริง
5. วฒุ ิภาวะทางคลิ าฟคอื การยอมละวางการนำแนวคิดตนเองไปปฏบิ ัติ

และยอมยุติบนฐานของอกี ทัศนะ

***************

"เรื่องอีดมีสองทัศนะพี่น้อง ทั้งสองฝ่ายมีหลักฐานทั้งนั้น ผมเลือก
ทัศนะเดือนนอก ทา่ นกล็ องดวู ่าจะยดึ ทศั นะไหน"

ถ้าผู้อ่านคิดว่าประโยคข้างต้นแสดงถึงวุฒิภาวะทางคิลาฟที่ผมข้ึน
หวั ขอ้ ไว้ ท่านคิดผิดครบั จริงอยทู่ มี่ ันดีกวา่ เมอ่ื สบิ ปกี อ่ น แตน่ น่ั ยงั ไม่พอ

พัฒนาการเรือ่ งการออกอดี ในหมู่คณะใหม่มีอยู่ 2 ระยะใหญๆ่

4

ระยะทีห่ นง่ึ
ออกอีดโดยยึดเดือนนอก(หมายถึงเห็นที่ไหนก็ยึดได้หมด เราเรียก
ลวกๆ ว่าทัศนะ "เดือนนอก" ในฐานที่เข้าใจกัน) โดยอ้างอิงหลักการว่าศาสนา
สั่งให้เข้าออกเดือนโดยการดูเดือน และเป็นคำสั่งที่ใช้กับมุสลิมทั่วโลกโดยไม่
แบ่งเส้นเวลาหรือโซนประเทศ(ถึงตรงนี้มันเป็นแนวคิดวิชาการที่ยอมรับได้ ไม่
มีปัญหาใด ๆ แต่ปัญหาอยู่ในท่อนต่อไป) ในเมื่อหลักการเป็นแบบนี้ ใครที่ยึด
มั่นไว้ก็คือยึดสิ่งที่ถูกต้อง ดำเนินตามซุนนะฮ์ ใครที่เห็นต่างจากนี้ไม่ได้ยึดซุน
นะฮ์ หนักข้อมากหน่อยก็บอกว่าขัดแย้งกับนบี ใช้อารมณ์เหนือหลักการ อีก
ฝา่ ยทอี่ อกคนละวนั น้นั บวชวนั อดี ซ่งึ มันบาป

ระยะที่สอง
ผ่อนคลายจากระยะแรกที่ตึงจนเกินไป มีการให้ที่ยืนกับอีกทัศนะหนึ่ง
ชี้ว่าเป็นเรื่องความเห็นต่างที่หลากหลาย(คิลาฟตะเนาวัวอ์) ที่สามารถ
รอมชอมกันได้ ยอมรับกันได้ และไม่ควรตำหนิกัน ระยะที่สองนี้เป็นเทรนด์
ที่มาแรงในช่วงหลัง โดยเฉพาะในห้วง 6-7 ปีหลังมานี้ บรรยากาศนั้นผ่อน
คลายข้ึนอยา่ งชัดเจนสำหรบั ผ้ทู ี่ติดตามเรอื่ งราวมาตลอด

ภายใต้สองระยะนี้เราเห็นความหลากหลายอยู่พอสมควร บางท่านยืน
อยู่แบบระยะแรกเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน อีกฝั่งไม่ตามซุนนะฮ์ยังไงก็ยังไม่
ตามอยู่แบบเดิม ขณะที่อีกบางท่านเริ่มต้นทำงานศาสนาในโทนของกลุ่มแรก
และมาเปลี่ยนเป็นโทนสองในช่วงที่เทรนด์เริ่มมา ขณะที่บางท่านก็เริ่มทำงาน
ศาสนาในโทนที่สองตัง้ แต่แรก

5

กลุ่มหลังสุดนี้(กลุ่มที่เริ่มทำงานศาสนาโดยเริ่มที่โทนสองเลย) กลุ่มนี้
บางส่วนยึดเดือนนอก บางส่วนยึดเดือนในตามประกาศสำนักจุฬาฯ โดย
หลักการแล้วพวกเขาไม่ได้ยืดหยุ่นให้เพราะให้เกียรติต่อคิลาฟระหว่างอิหม่าม
สี่มัซฮับเป็นสำคัญ แต่ยืดหยุ่นเพราะกลุ่มเชคที่ตนเองยึดอยู่นั้นคิลาฟกันเอง
เชคบางท่านให้น้ำหนักเดือนนอก ขณะที่บางท่านให้น้ำหนักเดือนใน มันจึงมี
ความชอบธรรมท่ีใครจะยึดตามฝา่ ยไหนกไ็ ด้

สำหรับกลุ่มที่เริ่มมาแบบแรกและมาผ่อนในช่วงหลังนั้น กลุ่มนี้
ปัจจุบันแม้จะอะลุ่มอล่วยกับอีกทัศนะแล้ว แต่ด้วยเติบโตมากับการยึดเดือน
นอกและมีมวลชนพ่วงท้ายอยู่ด้วย การกลับทัศนะจึงเป็นไปได้ยาก แม้จะมี
ฟัตวาชัดเจนในกลุ่มเชคที่ตนยึดถือว่าให้ยึดตามประกาศในประเทศก็ตาม
ผลลัพธ์ก็คือต้องหาเหตุผลในการรองรับการกระทำของตนที่ค้านกับฟัตวา
เหล่านั้นอยู่ เหตุผลที่ยกขึ้นมาก็เช่น "จุฬาไม่ใช่ผู้นำ" หรือ "จุฬาแค่ประกาศ
ไม่ได้ออกคำสั่ง" หรือ "ผู้นำนั้นต้องเชื่อฟังจริง แต่นั่นคือผู้นำที่ถืออำนาจสั่งตัด
มอื สัง่ กศิ อศได้ต่างหาก" ฯลฯ

ทำไมการวิวัฒน์มาลงในโทนสองซึ่งแสดงถึงความอะลุ่มอล่วยแล้วน้ัน
ยงั ไม่พอ?

เพราะเราไม่ได้ต้องการเพียงแค่การยอมรับในทัศนะที่แตกต่าง แต่เรา
ต้องการเห็นเอกภาพในทางการปฏิบัติ เราต้องการเห็นทิศทางของวันอีด
เป็นไปในทิศทางเดียวกันเหมือนที่ประเทศมุสลิมอื่นๆ ในโลกเป็น เพราะ
ความแตกต่างระหว่างสองมุมมองทางวิชาการเรื่องอีดนั้นไม่ได้มีเพียงแค่

6

มุสลิมในประเทศไทย แต่มีทุกประเทศ ในหนึ่งประเทศมุสลิมนั้นมีประชาชน
ส่วนหนึ่งที่ยึดเดือนในและอีกส่วนยึดเดือนนอก มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะ
บอกว่า พวกเขาออกอีดวันเดียวกันได้เพราะทุกคน "เผอิญ" ยึดทัศนะเดียวกัน
โดยเอกฉันท์ พวกเขามีจำนวนคนเยอะกว่ามุสลิมไทยหลายเท่าตัว แต่ทำไม
เราจึงไม่เห็นการเจตนากระทำค้านกับประกาศในประเทศอย่างเอิกเกริกดังที่
เราเห็นในประเทศไทย? ก็เพราะเขารู้จักสิ่งที่ผมเรียกมันว่า "วุฒิภาวะด้านคิ
ลาฟ"

การขัดแย้ง(คิลาฟ)ในเรื่องฟิกฮ์หรือภาคปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องปกติ
สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้แนวทางด้านฟิกฮ์ที่ไม่เหมือนกัน อุมมะฮ์
อิสลามเรียนรู้เรื่องนี้มาช้านานตั้งแต่ยุคศอฮาบะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุม และ
มองว่าความแตกต่างนี้เป็นความเมตตาและความสวยงาม มากกว่าจะเป็น
ความแตกแยกและการเอาชนะคะคาน พวกเราเรียนรู้ว่าคนที่ยึดในแนวคิด
หนึ่งไม่สามารถยกตนข่มอีกฝ่ายได้ว่า "ฉันยึดมั่นในศาสนามากกว่าท่าน" หรือ
"ถ้ายึดแบบนคี้ ือซุนนะฮ์ ถ้าอกี แบบไมใ่ ช่" หรอื อะไรทำนองนน้ั

แต่ภายใต้ความหลากหลายนั้นก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะมีบาง
สถานการณ์ที่บังคับให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องยอมละแนวคิดของตนเพื่อให้ภาพที่
ใหญก่ ว่าดำเนนิ ไปได้อย่างราบรน่ื ยกตัวอยา่ งเชน่ กระบวนการยุติธรรม

ผู้อ่านลองนึกถึงศาลแห่งหนึ่งที่มีผู้พิพากษา โจทก์ และจำเลย ณ ท่ี
นั่น ถ้าข้อพิพาทที่กำลังดำเนินเป็นคดีความกันอยู่นั้นเป็นเรื่องที่มีคำตอบ
หลากหลายในทางฟิกฮ์ โดยทั้งผู้พิพากษา โจทก์ และจำเลย ต่างยึดคน

7

ละมัซฮับ ยึดกันคนละทัศนะ ท่านว่าคดีนี้จะจบแบบไหน? หนึ่งคดี กับอีก
สามทางออก ซึ่งแต่ละทางมีคนได้มีคนเสีย ผลประโยชน์ไม่ได้ไปในทิศทาง
เดียวกัน ถ้าเราบอกว่า "แต่ละทัศนะก็มีหลักฐาน ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน"
หรือ "เราต้องยืนหยัดในสิ่งที่เรายึด รอมชอมกับอีกฝ่ายไม่ได้" แล้วคดีจะปิด
ได้ไหม?

ถงึ ตรงน้ีเรามอี ยสู่ องตวั เลอื ก

1. ตัดสินเลยสามแบบโดยให้คู่ความไปตกลงกันเองนอกศาลว่าจะเอา
แบบไหน

2. ตดั สนิ ไปแบบเดยี ว แลว้ ทุกฝ่ายตอ้ งยุติ

ทกุ คนคงเลอื กตอบขอ้ หลงั แต่คำถามคอื แล้วจะตดั สนิ แบบไหน?

ก็ในเมื่อศาลคือผู้ถืออำนาจตัดสิน คู่ความต้องการข้อยุติที่นี่ ก็ต้องอิง
ที่แนวทางของศาล ไม่สามารถอิงทฝี่ ่ายหน่ึงฝ่ายใดได้ เม่อื ไดต้ ดั สินมากถ็ ือเป็น
ที่ยุติ ไม่มีฝ่ายไหนอ้างได้ว่า สิ่งที่ตนยึดนั้นมีน้ำหนัก(รอเญียห์)มากกว่าเมื่อเอา
กุรอานฮะดีษมากาง และสิ่งที่ศาลตัดสินนั้นอิงจากทัศนะที่น้ำหนักน้อย
(มัรญัวห์) เพราะถ้าไปถามศาล ศาลท่านก็พูดแบบเดียวกันนี้ได้เหมือนกัน
แล้วเรื่องก็จะไม่จบ ท่ามกลางแนวคิดที่ต่างกันสามฝ่ายแบบนี้ เมื่อตัดสิน
ออกมาอย่างหนึ่งอย่างใด ฝ่ายที่เสียประโยชน์ก็จำต้องรู้จัก "ละวาง" ข้อ
เรียกร้องใด ๆ ก็ตามที่ผูกอยู่กับแนวคิดตน น้อมรับคำตัดสิน เพราะหลักการ
ทางศาสนาระบุไวว้ า่ การตดั สินของผู้ตัดสนิ ถือเปน็ การยตุ ิข้อขัดแยง้

8

การทีศ่ าลตดั สินไปทางหนง่ึ ทางใดน้นั ไม่ไดห้ มายถงึ

• ไมใ่ ห้เกยี รติทศั นะอน่ื
• เหน็ แกท่ ัศนะของตนเป็นใหญ่
• ยกเลิกทัศนะอนื่ ท้ังหมด
• ห้ามผเู้ สยี ประโยชน์ยดึ แนวคดิ เดิมอกี ต่อไป(ข้อนี้ทดไวใ้ นใจ สำคญั )

แต่เพราะหัวใจของการพิพากษาคือการยุติข้อขัดแย้ง ณ เวลานั้น ซึ่งจะจบ
แบบปลายเปิดไม่ได้ การตัดสินจึงต้องออกหน้าหนึ่งหน้าใดเท่านั้น ทุกฝ่าย
ต้องยอมรับข้อจำกัดนี้ร่วมกัน สิ่งที่ผู้เสียประโยชน์ทำอันได้แก่การยอมยุติโดย
ดนี ้ันเราขอเรียกมันว่า "วุฒภิ าวะทางคิลาฟ"

วุฒิภาวะทางคิลาฟท่ีผู้เสียประโยชนแ์ สดงออกมานั้นไมไ่ ด้หมายถงึ

• ยอมรับวา่ แนวคดิ ตนเองผิด
• จำนนต่ออำนาจแล้วยอมทง้ิ หลกั การ
• เท่ากับยอมรบั วา่ จะตอ้ งเปล่ยี นแนวคดิ ในอนาคต

แต่มันเป็นการยอมจบแบบท่ี "มอื อาชพี " เขาทำกนั

เมื่อเรารู้ว่ามีสถานการณ์สาธารณะบางอย่างที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วม
ดำเนินกิจกรรมไปอย่างเป็นเอกภาพ มันเป็นเวลาที่ยังเปิดกว้างทางความคิด
แต่ไม่ได้เปิดกว้างทางการปฏิบัติ เมื่อถึงเวลานั้นก็จำเป็นต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ที่ยอมละวางอัตตาของตนเองและยอมรับการดำเนินไปของกิจกรรมนั้น ๆ ใน
แบบหนึ่งที่ตนเองก็ไม่ได้ยึดหรือเห็นด้วยนัก ไม่ใช่แค่ยอมปล่อยผ่านเท่านั้น

9

แต่เขาต้องพาตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ว่าด้วย และหนึ่งใน
สถานการณน์ น้ั กค็ ือการออกอีด

ภายใต้ผู้ถืออำนาจการประกาศอีดเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะในนามรัฐ
ภูมิภาค หรือประเทศ ไม่มีรัฐใดที่ยอมรับการออกอีดสองวันในหมู่ประชาชน
ของตน ต่างกันแค่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการหรือเอาผิดได้หรือไม่
เท่าน้นั

โต๊ะครูที่ดำเนินการเรื่องอีดโดยค้านกับประกาศของสำนักจุฬานั้น
ย้อนไป ณ เวลาที่พวกเขาศึกษากันอยู่ในต่างประเทศ พวกเขาไม่เคยทำมันใน
ต่างแดนเลย พวกเขาไม่ออกมาตั้งญะมาอะฮ์ตักบีรออกไมค์เอิกเกริกในวันที่
ประชาชนคนอื่นกำลังถือศีลอดกันอยู่(อาจจะรอมฎอนหรืออะรอฟะฮ์) พวก
เขาอาจไม่ถือบวชในวันที่มีการเห็นเดือนที่หนึ่งท่ีใด แต่พวกเขาก็จะออกมาอีด
ในอีกวันอันเป็นวันเดียวกันกับที่ประกาศในประเทศนั้น ๆ ทุกคนรู้ดีอยู่เต็มอก
ว่านี่คือเรื่องจริง พวกเขาไม่ทำมันในต่างแดน แต่จงใจทำมันในเมืองไทย และ
ถ้าวันนี้พวกเขาเดินทางกลับไปยังประเทศเหล่านั้นอีกครั้งพวกเขาก็จะทำ
แบบเดิมเหมือนตอนเป็นนักเรียน จะไม่ฝ่าประกาศอย่างที่เคยทำมาใน
เมอื งไทย

แทนที่เราจะถามว่าทำไมไม่ทำที่นั่นเหมือนกับที่ทำในไทย เราควร
ถามว่า ทำไมไม่ทำที่เมืองไทยเหมือนกับทำที่นั่น? ถ้าชีวิตคุณผ่านสถานการณ์
แบบนั้นมาได้ ทำไมจึงทำมันอีกต่อ ๆ ไปในเมืองไทยบ้างไม่ได้? หรือมันเคย
ชินไปแล้วท่ีองค์กร,สถาบัน,สังคมที่ตนยึดโยงอยู่เขาจัดกันมา เขาทำกันมา

10

มันจึงกลายเป็น "ความแหวกแนวที่ชินชา" ที่ต้องสานต่อเท่านั้น? ถ้าอย่างน้ัน
ท่านไมค่ วรตอ่ ว่าคนอนื่ นะครับวา่ "ชอบทำตามปูย่ ่าตายาย"

ปรากฎในตำรา 435-434/1 ‫ اﻟﻔﻘﻪ ﻋﻠﻰ اﳌﺬاﻫﺐ اﻷرﺑﻌﺔ‬วา่

‫ﻻ ﻳﺸﱰط ﰲ ﺛﺒﻮت اﳍﻼل ووﺟﻮب اﻟﺼﻮم ﲟﻘﺘﻀﺎﻩ ﻋﻠﻰ اﻟﻨﺎس ﺣﻜﻢ اﳊﺎﻛﻢ‬
‫وﻟﻜﻦ ﻟﻮ ﺣﻜﻢ ﺑﺜﺒﻮت اﳍﻼل ﺑﻨﺎء ﻋﻠﻰ أي ﻃﺮﻳﻖ ﰲ ﻣﺬﻫﺒﻪ وﺟﺐ اﻟﺼﻮم ﻋﻠﻰ‬
‫ﻋﻤﻮم اﳌﺴﻠﻤﲔ وﻟﻮ ﺧﺎﻟﻒ ﻣﺬﻫﺐ اﻟﺒﻌﺾ ﻣﻨﻬﻢ ﻷن ﺣﻜﻢ اﳊﺎﻛﻢ ﻳﺮﻓﻊ اﳋﻼف‬

"ในการยืนยันจันเสี้ยวและการจะวายิบต้องถือศีลอดตามมาสำหรับประชาชน
นั้น ไม่มีเงื่อนไขว่าต้องมีการตัดสินของผู้ตัดสิน แต่ว่าหากมีการตัดสินยืนยัน
การเห็นเดือนตามวิถีทางใดก็ตามๆ แนวคิดของผู้ตัดสิน วายิบที่ประชาชน
มุสลิมทั่วไปต้องถือศีลอด***แม้จะค้านกับแนวคิดของตนก็ตาม*** เพราะการ
ตดั สินของผู้ตัดสินนน้ั เปน็ การยุตขิ ้อขดั แย้ง"

หมายถึง ท่ามกลางแนวคิดที่แตกต่างนนั้ หากมีการตดั สนิ การเข้าเดอื น
(ว่าเห็นหรือไม่เห็น)ไปในแบบใดตามแนวคิดที่ผู้มีอำนาจยึดถือก็ให้เป็นไป
ตามนั้น และเป็นหน้าที่ที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม นั่นคือความหมายของคำ
ว่า "วายิบ" มันเป็นหน้าที่ที่ประชาชนพึงปฏิบัติ*ต่อให้ค้านกับแนวคิดตนก็
ตาม* น่ีคือ "วุฒิภาวะทางคลิ าฟ" ทีเ่ รากำลงั กล่าวถึง

11

จากเนื้อหาข้างต้น ชัดเจนว่าผู้ที่ยึดคนละทัศนะกับผู้มีอำนาจนั้น
จำเปน็ ต้องละวางการปฏบิ ัตติ ามแนวคิดของตนเสยี และปฏบิ ตั ิตามผ้มู อี ำนาจ
ไม่ใชย่ ึดแนวคิดตนและละทงิ้ หน้าทีก่ ารปฏิบัติตาม

ณ ท่นี เ้ี รากำลงั พาผูอ้ า่ นมาอยู่ใจกลางของปญั หา

ปัญหาที่ว่าไม่ใช่ประเด็น "การมีสองทัศนะและต้องให้ที่ยืนกับอีกฝ่าย"
มันไม่ใช่เรื่องที่ปัจเจกบุคคลจะเลือกแนวคิดเพื่อปฏิบัติเองในทางส่วนตัว การ
มีสองทัศนะนั้นไม่มีใครปฏิเสธ การที่แต่ละฝ่ายต้องยึดแนวคิดของตนเองได้
อย่างอิสระก็ไม่มใี ครคัดคา้ น แตป่ ระเดน็ ที่แทจ้ รงิ อยู่หลังจากน้ัน นั่นคอื

*"จะนำส่งิ ทต่ี นเองยดึ ไปปฏิบตั โิ ดยทงิ้ คำประกาศ หรอื จะยึดการปฏบิ ตั ิตาม
คำประกาศโดยทิ้งสง่ิ ทตี่ นเองยึด"*

บางท่านที่ทุกวันนี้ยังวนเวียนนำเสนอเร่ืองเอาหรือไม่เอามัฏละอ์ นำ
หลักฐาน,ทัศนะมาแสดงว่าเดือนนอกมันมีน้ำหนักที่สุด การออกอีดใหญ่ต้อง
ตรงกับแผ่นดินอะรอฟะฮ์จริง ดูสิคนนั้นคนนี้ยอมรับ องค์นี้ก็บอก สถาบันนี้ก็
พูด... แล้วหยุดแค่ตรงนี้นั้น ท่านกำลังวนเวียนอยู่ในอ่างที่ไม่ใช่แก่นของเรื่อง
ท่านไม่ได้อยู่ใน ‫ ﳏﻞ اﳋﻼف‬ตั้งแต่แรก ท่านจะยึดอะไรท่านยึดไป ท่านถูกใจ
ใครในต่างประเทศไม่ถูกใจองค์กรบ้านเรานั่นสิทธิ์ของท่าน ใครมาถามท่านๆ
ก็ตอบไปว่ายึดแบบไหน ตรงนี้ไม่มีใครว่าท่าน แต่ในภาคปฏิบัตินั้นท่านต้อง
ละวางแนวคิดตนเอง แล้วปฏบิ ตั ิตามประกาศ เพราะองคก์ ร,สถาบนั ,บคุ คลใน
ต่างประเทศที่ท่านชื่นชมนั้นถ้าท่านเขียนไปถามเขาๆ จะตอบมาเหมือนกัน

12

หมดแบบเดียวกัน คือ **ห้ามฝ่าประกาศของผู้มีอำนาจในแต่ละประเทศ**
นน่ั คือคำของหนงั สือท่ีบอกวา่

‫وﻟﻮ ﺧﺎﻟﻒ ﻣﺬﻫﺐ اﻟﺒﻌﺾ ﻣﻨﻬﻢ‬

"ตอ่ ใหค้ า้ นกับแนวคิดตนกต็ าม"

คำของหนังสอื แยกระหว่างนยั ทางความคดิ กับนยั ทางการปฏิบตั ชิ ดั เจน

ท่ีใหต้ ามประกาศนน้ั ไมไ่ ดห้ มายถึง

• ใหท้ ่านเลิกยึดทศั นะของทา่ น
• ให้ทา่ นวายิบต้องเปล่ียนความคดิ
• ผู้มอี ำนาจถูกและทา่ นผิด
• ให้ท่านทิ้งหลกั การและโอนออ่ นต่อสง่ิ ผดิ

หรืออนั ใดก็ตามทมี่ ันแล่นเขา้ มาในหวั ท่าน

ท่ านใสซื่อเกินไปที่คิดว่ายึดอะไรต้องปฏิบัติแบบนั้นเท่านั้น ไม่เคย
เรียนรู้ว่าบางสถานการณ์ยึดอย่างหนึ่งก็ทำอีกอย่างหนึ่งได้ เหมือนที่มุฟตีเวลา
จะตอบคำถามผู้ซักถาม เขาไม่จำเป็นต้องตอบตามที่เขายึดหรือปฏิบัติอยู่ เขา
อาจพิจารณาหยิบยกทัศนะหนึ่งใดมาตอบผู้ถามเพื่อให้ปัญหาของเขา
คลคี่ ลายกไ็ ด้ เรือ่ งน้ีเปน็ ทร่ี ู้กนั ดี

13

หากผู้มีอำนาจในเมืองไทยปัจจุบันยึดทัศนะเดือนนอก ต่อให้
ประชาชนส่วนใหญ่จะยึดเดือนใน พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามประกาศ ไม่ใช่ดึง
ดันทำในแบบของตนเอง

แต่ถึงกระนั้น ตามโรงเรียนก็จะยังสอนกันตามเนื้อหาเดิมที่ว่าด้วย
เดือนในไม่ใช่ได้อย่างอิสระ เนื้อหาแบบเดิมจะยังคงถูกสอนอยู่ ความคิดเดิม
จะยังคงอยู่ในหัวของทุกคน แต่เมื่อประกาศอิงจากเดือนนอก พวกเขาต้อง
"มืออาชีพ" พอที่จะรู้ว่าควรทำตัวแบบไหน เมืองนอกเขารู้ว่าควรทำแบบไหน
มันถึงไม่มีภาพแบบเมืองไทย ท่านเองก็เคยเป็นมืออาชีพตอนเป็นนักเรียนท่ี
เมืองนอก แต่ใยกลับมาเมืองไทยกลบั ตรงกนั ข้าม?

ปัจจุบันอียิปต์ยึดการประกาศอีดใหญ่จากซาอุฯเป็นสำคัญ ผมเองไม่
เห็นด้วยกับไอเดียนี้ แต่ถ้าผมอยู่อียิปต์ผมก็จะตามประกาศนี้แน่นอน 100%
โดยไม่ลังเล มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะยึดอัตตาแล้วฝ่าประกาศ ผมเป็นผู้เล่นใน
สนาม กรรมการตัดสินแล้ว ผมก็ต้องจบ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าโดน
ใบแดงคุณก็แค่ต้องทำใจและเดินออกไปซะ เพื่อให้เกมดำเนินต่อ มันไม่มีนัก
บอลคนไหนพอใจที่ตัวเองโดนใบแดง คุณก็แค่ต้องรับมือและทำมันอย่างมือ
อาชีพแบบมีวุฒิภาวะ และเมื่อผมยอมรับคำตัดสินทั้งที่ไม่เห็นด้วย ถ้าใครมา
ถามความเห็น ผมก็จะตอบอย่างซื่อตรงว่าผมเห็นอย่างไร ทุกอย่างในหัวยังคง
เหมือนเดิม เพียงแต่ผมนำมันออกมาปฏิบัติในโลกภายนอกไม่ได้ นี่คือวุฒิ
ภาวะทางคิลาฟทกี่ ำลังพูดถึง

ทีน้ีรู้รึยงั ครับว่าคำพูดท่ีว่า

‫‪14‬‬

‫" ั‪"ดเู ดอื นมีสองทศั นะ จะยึดอย่างไหนกอ็ ย่าวา่ กน‬‬

‫‪มันไมใ่ ชป่ ระเด็น ประเด็นมันหลังจากขยกั น้ีตา่ งหาก ปัญหาคอื "คุณทำ‬‬
‫"?‪อะไรบ้างกับส่งิ ทคี่ ุณยึด?" ไม่ใช่ว่า "คุณกำลังยึดอะไร‬‬

‫่‪ถึงเวลาแลว้ ครบั ทตี่ ้องเขา้ ใจภาพทง้ั หมดกนั ใหม‬‬
‫‪คนท่ีออกอดี ตามจฬุ าอาจจะไม่ใช่คนที่ยึดเดือนในกไ็ ด้...‬‬

‫‪ผมอยากให้ผอู้ ่านของผมดกู รณศี ึกษาหน่ึง‬‬

‫่‪ ระบวุ า‬اﻟﻔﻘﻪ اﻹﺳﻼﻣﻲ وأدﻟﺘﻪ ‪ในตำรา 610/3‬‬

‫وﻫﺬا اﻟﺮأي )رأي اﳉﻤﻬﻮر( ﻫﻮ اﻟﺮاﺟﺢ ﻟﺪي ﺗﻮﺣﻴﺪاً ﻟﻠﻌﺒﺎدة ﺑﲔ اﳌﺴﻠﻤﲔ‪،‬‬
‫وﻣﻨﻌﺎً ﻣﻦ اﻻﺧﺘﻼف ﻏﲑ اﳌﻘﺒﻮل ﰲ ﻋﺼﺮ‪ ،x‬وﻷن إﳚﺎب اﻟﺼﻮم ﻣﻌﻠﻖ {ﻟﺮؤﻳﺔ‪،‬‬
‫دون ﺗﻔﺮﻗﺔ ﺑﲔ اﻷﻗﻄﺎر‪ .‬واﻟﻌﻠﻮم اﻟﻔﻠﻜﻴﺔ ﺗﺆﻳﺪ ﺗﻮﺣﻴﺪ أول اﻟﺸﻬﺮ اﻟﺸﺮﻋﻲ ﺑﲔ‬
‫اﳊﻜﻮﻣﺎت اﻹﺳﻼﻣﻴﺔ‪ ،‬ﻷن أﻗﺼﻰ ﻣﺪة ﺑﲔ ﻣﻄﻠﻊ اﻟﻘﻤﺮ ﰲ أﻗﺼﻰ ﺑﻠﺪ إﺳﻼﻣﻲ‬

‫وﺑﲔ ﻣﻄﻠﻌﻪ ﰲ أﻗﺼﻰ ﺑﻠﺪ إﺳﻼﻣﻲ آﺧﺮ ﻫﻮ ﳓﻮ ‪ 9‬ﺳﺎﻋﺎت‪ ،‬ﻓﺘﻜﻮن ﺑﻼد‬
‫اﻹﺳﻼمﻛﻠﻬﺎ ﻣﺸﱰﻛﺔ ﰲ أﺟﺰاء ﻣﻦ اﻟﻠﻴﻞ ﲤﻜﻨﻬﺎ ﻣﻦ اﻟﺼﻴﺎم ﻋﻨﺪ ﺛﺒﻮت اﻟﺮؤﻳﺔ‬
‫واﻟﺘﺒﻠﻴﻎ ‡ﺎ ﺑﺮﻗﻴﺎً أو ﻫﺎﺗﻔﻴﺎً‪ .‬واﻻﺣﺘﻴﺎط ﻫﻮ اﻻﻛﺘﻔﺎء ﺑﺘﻮﺣﻴﺪ اﻷﻋﻴﺎد ﰲ ﺣﺪود‬

‫اﻟﺒﻼد اﻟﻌﺮﺑﻴﺔ ﺑﺪءاً ﻣﻦ ﻋﻤﺎن ﰲ اﻟﺸﺮق إﱃ اﳌﻐﺮب اﻷﻗﺼﻰ‬

15

"แนวคดิ ของนกั วชิ าการส่วนใหญน่ ้ี(ทว่ี ่าเห็นเดือนทไ่ี หนกต็ ามได้หมด)ถอื เปน็
แนวคดิ ท่ีมนี ้ำหนกั สำหรบั ขา้ พเจ้าเพอื่ สร้างเอกภาพใหอ้ บิ าดะฮข์ องบรรดา
มุสลิม และไมใ่ หเ้ กดิ ข้อขดั แยง้ ท่ีไมอ่ าจยอมรับได้ในยคุ ของเรา และก็เพราะ
การสง่ั วายบิ ใหถ้ ือบวชถกู นำไปผูกพนั กบั การเห็นเดือนโดยไมพ่ ิจารณาความ

แตกต่างของพืน้ ท.ี่ .."

ดร.วะฮ์บะฮ์ รอหิมะฮุลลอฮ์ ผู้เขียนตำราเล่มนี้ท่านยึดมัซฮับชาฟิอีย์
แต่ท่านซื่อตรงต่อความคิดตนเอง ท่านเห็นว่าอีดนั้นควรจะเป็นวันเดียวกันทั่ว
โลก และเห็นเดือนที่ไหนก็น่าจะรับได้หมดถ้าว่ากันด้วยหลักฐาน ซึ่งบทสรุปน้ี
ค้านกบั มัซฮับชาฟิอียท์ ่ีทา่ นยดึ เราอาจตัง้ คำถามว่า

"แลว้ เชควะฮบ์ ะฮท์ ช่ี เู ดือนนอกนนั้ ถา้ ท่านอยู่ในประเทศทด่ี ูเดอื นในประเทศ
เท่านั้น ทา่ นจะพาชาวบ้านออกสวนประกาศในประเทศตนเองหรอื ไม่ เพ่อื

เป็นการแสดงการยืนหยดั ต่อทศั นะของท่าน?"

เมอื่ เราเปิดตำราเล่มเดยี วกนั หน้า 3/605-606 ทา่ นบอกว่า

‫ﻫﺬا ﻣﻊ اﻟﻌﻠﻢ ‹ن اﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ ﻧﻔﺴﻪ ﻻﻧﺰاع ﻓﻴﻪ ﻓﻬﻮ أﻣﺮ واﻗﻊ ﺑﲔ اﻟﺒﻼد‬
‫اﻟﺒﻌﻴﺪةﻛﺎﺧﺘﻼف ﻣﻄﺎﻟﻊ اﻟﺸﻤﺲ وﻻ ﺧﻼف ﰲ أن ﻟﻺﻣﺎم اﻷﻣﺮ {ﻟﺼﻮم ﲟﺎ‬

‫ﺛﺒﺖ ﻟﺪﻳﻪ ﻷن ﺣﻜﻢ اﳊﺎﻛﻢ ﻳﺮﻓﻊ اﳋﻼف‬

"ทง้ั นีค้ วรทราบว่าเฉพาะประเดน็ ความต่างของการข้ึนของดวงจันทร์น้ันไม่มี
ขอ้ ขดั แย้งกนั มันเป็นเรื่องท่มี ีจริงอยู่แลว้ ตามแตล่ ะดินแดนทห่ี า่ งไกลกัน

16

เหมอื นเรื่องการข้ึนของดวงอาทติ ย์ และ**ไมม่ ขี อ้ ขัดแย้งกนั วา่ ผ้นู ำมสี ทิ ธทิ จ่ี ะ
สง่ั การใหม้ ีการถอื ศีลอดตามวธิ ีการยนื ยันท่ีตนยอมรับ** เพราะขอ้ ตัดสินของ

ผู้ตัดสินน้นั ยุติข้อขดั แย้ง"

วะฮ์บะฮ์คนที่ชูเดือนนอกตรงนั้น ก็คือวะฮ์บะฮ์คนเดียวกันกับที่บอก
ให้ตามประกาศผู้นำของตนตรงนี้ เป็นคนเดียวกัน ในหนังสือเล่มเดียวกัน ห่าง
กันไม่กี่หน้า ดร.วะฮ์บะฮ์ก็มองแบบที่โต๊ะครูบ้านเราบางท่านมอง ท่านเห็น
ด้วยกับแนวคิดเดือนนอก แต่สิ่งที่ท่านต่างออกไปก็คือ ท่านรู้ว่าแนวคิดของ
ท่านไม่ได้ใหญ่เกินกว่าประกาศของผู้มีอำนาจ สิ่งที่ตนยึดนั้นสามารถยุติได้ ณ
จุดๆ หนึ่ง และไม่นำออกสู่การปฏิบัติ พร้อมกันนั้นท่านก็ไม่จำเป็นต้อง
ปรับเปลี่ยนแก้ไขสิ่งที่ได้จารึกเอาไว้ในตำราในฐานะของแนวคิด ทุกอย่าง
ดำเนินไปพรอ้ มๆ กนั ได้

ช่วงยุค 80s-90s แนวคิดเรื่องออกอีดวันเดียวกันทั่วโลกถือเป็นเทรนด์
ที่มาแรงในสมัยนั้น ในการประชุมวิชาการที่ถูกจัดตามประเทศต่างๆ นั้นเป็น
เรื่องปกติที่เราจะได้เห็นบทวิเคราะห์ที่ลงข้อสรุปว่าแนวคิดเดือนนอกนั้นมี
น้ำหนักกว่า แต่กระนั้นในทางปฏิบัติแล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีประเทศใด
ประกาศอดี บนฐานทัศนะนี้จรงิ

การที่ทุกประเทศนำพาประชาชนของตนเข้าเดือนและออกอีดในวัน
เดียวกันได้นั้นไม่ใช่เพราะทางการทำสิ่งอัศจรรย์อย่างการล็อบบี้ประชาชนให้
ยึดเดือนในตามมัซฮับชาฟิอีย์ได้หมดทุกคน และก็ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ยืน

17

หยัดต่อหลักการหรอกครับ แต่มันเป็นเพราะประชาชนที่นั่นเข้าใจบางอย่างท่ี
คนไทยบางคนไม่เขา้ ใจแคน่ นั้ เอง

วลั ลอฮุอะลัม

ขออลั ลอฮ์ ตะอาลา อำนวยให้เราทา่ นเขา้ ใจศาสนาของพระองค์ และ
ทรงแผ้วทางให้อยูบ่ นแนวทางที่พระองคท์ รงพอพระทยั ดว้ ยเถดิ อามนี

18

19

20

21

รวมฟตั วา

22

ต่อไปเป็นฟตั วา แจง้ รายละเอียดเอาไวต้ รงนีเ้ ลยครบั

1. ฟัตวามีจากทุกแหล่ง ชอบสายไหน ไม่ชอบสายไหน เขาตอบเรื่องนี้
เหมอื นกนั หมด

2. เนื้อหาแบง่ เป็น 3 กลุ่ม
ก. การประกาศอีดใหญโ่ ดยไม่องิ กบั ทุ่งอะรอฟะฮ์ทำไดห้ รอื ไม่
ข. อนุญาตใหแ้ ยกญะมาอะฮไ์ ปจัดอดี กนั เองได้หรือไม่ และ
ค. จุฬาไมใ่ ชผ่ ้นู ำทต่ี ัดมอื คนได้จึงไมเ่ ข้าขา่ ยตอ้ งเชอ่ื ฟงั จริงหรอื ไม่

3. ผมจะโพสเรียงจากกลุ่ม ก. ไปกลุ่ม ค. จะเริ่มเย็นนี้และพยายามให้เสร็จ
ภายในพรุ่งนี้หรือช้าสุดคือวันอังคาร เพื่อพวกเราจะออกอีดพร้อมกันวันพุธ
อินชาอัลลอฮ์

4. หนึ่งโพสต่อหนึ่งข้อมูล ท้ายโพสผมอาจให้คอมเมนต์ไว้ด้วย ดังนั้น จำนวน
โพสจะเยอะ

5. บางข้อมูลอาจสืบค้นไม่ได้แล้ว เพราะผมเก็บรวมไว้มากกว่าสิบปีแล้ว(ผม
ออกอดี ตามจุฬามาเกือบ 20 ปี)

23

หมวด ก. การประกาศอีดใหญ่โดยไม่อิง
กับทุ่งอะรอฟะฮ์ทําได้หรอื ไม่

24

หมวด ก. การประกาศอีดใหญ่โดยไมอ่ ิงกบั ทุ่งอะรอฟะฮท์ ำได้
หรือไม่

ตวั บทท่ี 1 การมวี นั อะรอฟะฮ์นอกดนิ แดนหะรอมไมใ่ ช่เรื่องแปลก

เชคอซุ ัยมีน

"ท่านเชค รอหมิ ะฮลุ ลอฮ์ ถกู ถามว่า: ถา้ วันอะรอฟะฮถ์ ูกกำหนดต่างวนั
ออกไปเพราะอยตู่ ่างพน้ื ที่และต่างกันในทข่ี ้ึนจันทร์เสี้ยว จะใหเ้ ราถอื บวชอะ

รอฟะฮ์ข้นึ กับเดอื นของเมอื งที่เราอยหู่ รือให้บวชตามที่
ประกาศท่มี กั กะฮ,์ มะดนี ะฮ?์

ท่านตอบว่า: ประเด็นนี้ขึ้นกับข้อขัดแย้งของนักวิชาการว่า เดือนเป็น
อย่างเดยี วกันทั้งโลกหรอื ต่างไปตามแตต่ ำแหนง่ ทีป่ รากฎ(มัฏละอ)์

ที่มีน้ำหนักคือต่างไปตามตำแหน่งที่ขึ้น(หมายถึงทัศนะเดือนใน - ผู้
แปล) เช่นว่าเห็นเดือนที่มักกะฮ์แล้วอะรอฟะฮ์เป็นวันที่ 9 ขณะที่อีกที่เห็น
เดือนก่อนมักกะฮ์หนึ่งวัน อะรอฟะฮ์ที่มักกะฮ์ก็จะตรงกับวันที่ 10 ของที่น่ัน
ไมอ่ นุญาตให้พวกเขาถือบวชวันน้ันเพราะถือเปน็ วนั อดี

หรือถ้าสมมติว่าอีกที่เห็นเดือนทีหลังมักกะฮ์ แล้ววันอะรอฟะฮ์ของมัก
กะฮ์ตรงกับวันที่แปดของพวกเขา ให้พวกเขาถือบวชวันที่เก้าของตัวเองซึ่ง
ตรงกบั วันที่ 10 ของมกั กะฮ์ น่ีคอื ทศั นะทมี่ นี ้ำหนัก..."

**************

‫‪25‬‬

‫‪Comment:‬‬

‫‪สิ่งที่สำนักจุฬาทำถูกบทบัญญัติมาตลอด เพราะเป็นการกำหนดวัน‬‬
‫‪ตามวิธีการที่ศาสนาสั่งใช้บนฐานของแนวคิดหนึ่ง ไม่ได้ทำผิดแผกแปลก‬‬
‫ั‪ประหลาดอนั ใดเลย ไม่มอี ุลามาอ์คนไหนเขาวา่ ผดิ หรอกครบ‬‬

‫‪คนที่กระแนะกระแหนว่า "เมืองไทยก็มีทุ่งอะรอฟะฮ์" ผมโอนสาย‬‬
‫็‪ท่านไปคุยกับเชคอุซัยมีนละกันครับ นั่นเชคของพวกท่านเอง ถ้าจุฬาผิดเชคก‬‬
‫ี้‪ตอ้ งผดิ ครับ ถ้าเชคไม่ผิด จุฬากต็ ้องไมผ่ ิด งา่ ยๆ แฟรๆ์ แค่น‬‬

‫ﺳﺌﻞ ﻓﻀﻴﻠﺔ اﻟﺸﻴﺦ ‪ -‬رﲪﻪ ﷲ ﺗﻌﺎﱃ ‪ :-‬إذا اﺧﺘﻠﻒ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻧﺘﻴﺠﺔ ﻻﺧﺘﻼف‬
‫اﳌﻨﺎﻃﻖ اﳌﺨﺘﻠﻔﺔ ﰲ ﻣﻄﺎﻟﻊ اﳍﻼل ﻓﻬﻞ ﻧﺼﻮم ﺗﺒﻊ رؤﻳﺔ اﻟﺒﻠﺪ اﻟﱵ ﳓﻦ ﻓﻴﻬﺎ أم‬

‫ﻧﺼﻮم ﺗﺒﻊ رؤﻳﺔ اﳊﺮﻣﲔ؟‬

‫ﻓﺄﺟﺎب ﻓﻀﻴﻠﺘﻪ ﺑﻘﻮﻟﻪ ‪:‬ﻫﺬا ﻳﺒﲎ ﻋﻠﻰ اﺧﺘﻼف أﻫﻞ اﻟﻌﻠﻢ‪ :‬ﻫﻞ اﳍﻼل واﺣﺪﰲ‬
‫اﻟﺪﻧﻴﺎ ﻛﻠﻬﺎ أم ﻫﻮ ﳜﺘﻠﻒ {ﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ؟ واﻟﺼﻮاب أﻧﻪ ﳜﺘﻠﻒ {ﺧﺘﻼف‬
‫اﳌﻄﺎﻟﻊ‪ ،‬ﻓﻤﺜﻼ إذا ﻛﺎن اﳍﻼل ﻗﺪ رؤي ﲟﻜﺔ‪ ،‬وﻛﺎن ﻫﺬا اﻟﻴﻮم ﻫﻮ اﻟﻴﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ‪،‬‬
‫ورؤي ﰲ ﺑﻠﺪ آﺧﺮ ﻗﺒﻞ ﻣﻜﺔ ﺑﻴﻮم وﻛﺎن ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻋﻨﺪﻫﻢ اﻟﻴﻮم اﻟﻌﺎﺷﺮ ﻓﺈﻧﻪ ﻻ ﳚﻮز‬
‫ﳍﻢ أن ﻳﺼﻮﻣﻮا ﻫﺬا اﻟﻴﻮم ﻷﻧﻪ ﻳﻮم ﻋﻴﺪ‪ ،‬وﻛﺬﻟﻚ ﻟﻮ ﻗﺪر أﻧﻪ ‪£‬ﺧﺮت اﻟﺮؤﻳﺔ ﻋﻦ‬
‫ﻣﻜﺔ وﻛﺎن اﻟﻴﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ ﰲ ﻣﻜﺔ ﻫﻮ اﻟﺜﺎﻣﻦ ﻋﻨﺪﻫﻢ‪ ،‬ﻓﺈ‪¤‬ﻢ ﻳﺼﻮﻣﻮن ﻳﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ‬
‫ﻋﻨﺪﻫﻢ اﳌﻮاﻓﻖ ﻟﻴﻮم اﻟﻌﺎﺷﺮ ﰲ ﻣﻜﺔ‪ ،‬ﻫﺬا ﻫﻮ اﻟﻘﻮل اﻟﺮاﺟﺢ‪ ،‬ﻷن اﻟﻨﱯ ﺻﻠﻰ ﷲ‬

‫‪26‬‬

‫ﻋﻠﻴﻪ وﺳﻠﻢ ﻳﻘﻮل« ‪:‬إذا رأﻳﺘﻤﻮﻩ ﻓﺼﻮﻣﻮا وإذا رأﻳﺘﻤﻮﻩ ﻓﺄﻓﻄﺮوا »وﻫﺆﻻء اﻟﺬﻳﻦ ﱂ ﻳﺮ‬
‫ﰲ ﺟﻬﺘﻬﻢ ﱂ ﻳﻜﻮﻧﻮا ﻳﺮوﻧﻪ‪ ،‬وﻛﻤﺎ أن اﻟﻨﺎس {ﻹﲨﺎع ﻳﻌﺘﱪون ﻃﻠﻮع اﻟﻔﺠﺮ وﻏﺮوب‬
‫اﻟﺸﻤﺲ ﰲ ﻛﻞ ﻣﻨﻄﻘﺔ ﲝﺴﺒﻬﺎ‪ ،‬ﻓﻜﺬﻟﻚ اﻟﺘﻮﻗﻴﺖ اﻟﺸﻬﺮي ﻳﻜﻮن ﻛﺎﻟﺘﻮﻗﻴﺖ‬

‫اﻟﻴﻮﻣﻲ‬
‫ﳎﻤﻮع ﻓﺘﺎوى ورﺳﺎﺋﻞ اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ ﻋﺜﻴﻤﲔ ‪47/20‬‬

27

ตัวบทท่ี 2 บวชไมต่ รงกบั วนั วกุ ูฟก็ยังถอื เป็นการบวชอะรอฟะฮ์

หมวด ก. การประกาศอดี ใหญ่โดยไมอ่ ิงกบั ทงุ่ อะรอฟะฮ์ทำไดห้ รอื ไม่

ดร. ฮานี อับดุลลอฮ์ อัลญุบยั ร์
ผ้พู พิ ากษาศาลมักกะฮ์

"ถาม: สอบถามเกี่ยวกับความแตกต่างของเดือนในช่วงซุลฮิจยะฮ์
เป็นไปได้หรือไม่ที่จะวันนี้จะเป็นวันอีดในประเทศส่วนใหญ่ แต่อีกกลุ่ม
ประเทศหนึ่งยังเป็นวันอะรอฟะฮ์อยู่ แบบที่เกิดในปากีฯ โมริตาเนีย วันอะ
รอฟะฮ์นั้นไม่ผูกกับสถานที่หรือการวุกูฟของคนฮัจยีได้หรือไม่ แล้วมุสลิมใน
ประเทศเหลา่ นี้จะได้บญุ กนั ไหม?

ตอบ: ถ้ามุสลิมคนใดอยู่ในบ้านเมืองที่ใช้วิธีการดูเดือนที่ถูกต้องตาม
บทบัญญัติ ยึดการดูเดือนเป็นวิธีในการยืนยันเดือน ให้มุสลิมที่อาศัยอยู่ใน
ดินแดนนั้นกระทำไปตามที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ของที่นั่นยืนยัน ให้ถือบวชวันท่ี
เก้า แม้ว่าจะตรงกับวันที่ 8 หรือ 10 ของที่มักกะฮ์ก็ตาม แต่ในส่วนพิธีกรรม
ฮัจย์น้นั จะตอ้ งทำตามการดเู ดอื นที่มักกะฮ์..."

.......................

Comment:

28

วันอะรอฟะฮ์มีทั่วโลก มันคือวันที่เก้าซุลฮิจยะฮ์ เมื่อเข้าเดือนมา
ถูกต้องก็มีความชอบธรรมทุกประการที่จะนับไปเก้าวันแล้วบวช และออกอีด
ในอีกวัน

ในฟัตวายังบอกอีกว่า ให้ยึดตามที่มีการประกาศในประเทศ ไม่ใช่ให้
ฝา่ คนที่ทำตามนี้คือคนที่ยดึ ตามประกาศสำนักจุฬาครบั ส่วนคนไมย่ ดึ ทา่ นไป
หาเถอะครับว่ามีใครรับรองการกระทำท่านบ้างในการฝ่าสวนประกาศใน
ประเทศ

************

‫ ﻫﺎﱐ ﺑﻦ ﻋﺒﺪﷲ اﳉﺒﲑ ﻗﺎﺿﻲ ﲟﺤﻜﻤﺔ ﻣﻜﺔ اﳌﻜﺮﻣﺔ‬.‫د‬
‫اﻟﺘﺎرﻳﺦ‬

‫ﻫـ‬22/6/1424

‫اﻟﺴﺆال‬
‫ اﻟﺴﺆال ﻋﻦ اﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ ﰲ ﺷﻬﺮ ذي اﳊﺠﺔ ﻫﻞ ﳚﻮز ﲟﻌﲎ‬.‫اﻟﺴﻼم ﻋﻠﻴﻜﻢ‬
‫أن ﻳﻜﻮن اﻟﻴﻮم ﻋﻴﺪ ﰲ ﻣﻌﻈﻢ اﻟﺪول وﰲ دول أﺧﺮى ﻳﻜﻮن ﻋﻨﺪﻫﻢ ﺻﻮم ﻳﻮم‬
‫ وﻫﻞ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻻ ﻳﺮﺗﺒﻂ {ﳌﻜﺎن أي‬،‫ﻋﺮﻓﺔ ﻛﻤﺎ ﺣﺪث ﰲ {ﻛﺴﺘﺎن وﻣﻮرﻳﺘﺎﻧﻴﺎ‬
‫ وﻫﻞ ﳛﺼﻞ ﻟﻠﻤﺴﻠﻢ ﰲ ﻣﺜﻞ ﻫﺬﻩ اﻟﺒﻼد أﺟﺮ‬،‫وﻗﻮف اﳊﺠﻴﺞ ﰲ ﺻﻌﻴﺪ ﻋﺮﻓﺎت‬

‫‪29‬‬

‫اﳉﻮاب‬
‫وﻋﻠﻴﻜﻢ اﻟﺴﻼم ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ‪ .‬وﺑﻌﺪ‪ ..‬ﻓﺈذا ﻛﺎن اﳌﺴﻠﻢ ﰲ ﺑﻠﺪ ﻳﻌﻤﻞ اﻟﺮؤﻳﺔ‬
‫اﻟﺸﺮﻋﻴﺔ‪ ،‬وﻳﻌﺘﻤﺪﻫﺎ ﻃﺮﻳﻘﺎً ﻹﺛﺒﺎت اﻟﺘﺎرﻳﺦ ﻓﺈن اﳌﺴﻠﻢ ﻓﻴﻪ ﻳﻌﻤﻞ ﲟﻘﺘﻀﻰ ﻣﺎ أﺛﺒﺘﻪ‬
‫اﳌﺨﺘﺼﻮن ﻋﻨﺪﻩ‪ ،‬وﻳﺼﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻳﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ‪ ،‬وﻟﻮ ﻛﺎن ﻳﻮاﻓﻖ ﰲ ﻣﻜﺔ اﻟﻴﻮم اﻟﺜﺎﻣﻦ‬
‫أو اﻟﻌﺎﺷﺮ‪ ،‬أﻣﺎ ﰲ اﳌﻨﺎﺳﻚ ﻓﺈﻧﻪ ﻳﻌﻤﻞ {ﻟﺮؤﻳﺔ ﺣﺴﺐ ﺛﺒﻮ‪À‬ﺎ ﰲ ﻣﻜﺔ‪ ،‬ﻋﻦ أﰊ‬
‫ﻫﺮﻳﺮة – رﺿﻲ ﷲ ﻋﻨﻪ‪ -‬أن اﻟﻨﱯ – ﺻﻠﻰ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ وﺳﻠﻢ‪ -‬ﻗﺎل‪" :‬اﻟﺼﻮم ﻳﻮم‬
‫ﺗﺼﻮﻣﻮن‪ ،‬واﻟﻔﻄﺮ ﻳﻮم ﺗﻔﻄﺮون‪ ،‬واﻷﺿﺤﻰ ﻳﻮم ﺗﻀﺤﻮن"‪،‬رواﻩ اﻟﱰﻣﺬي )‪،(697‬‬
‫وأﺑﻮ داود )‪ (2324‬واﺑﻦ ﻣﺎﺟﺔ )‪ ،(1660‬وﻣﺜﻠﻪ ﻋﻦ ﻋﺎﺋﺸﺔ – رﺿﻲ ﷲ‬
‫ﻋﻨﻬﺎ‪ -‬ﻋﻨﺪ اﻟﱰﻣﺬي )‪ ،(802‬وﺻﺤﺤﻪ اﻷﻟﺒﺎﱐ ﰲ اﻟﺴﻠﺴﻠﺔ ﺑﺮﻗﻢ )‪،(224‬‬

‫وﷲ اﳌﻮﻓﻖ واﳍﺎدي ‪.‬‬

30

ตัวบทที่ 3 อะรอฟะฮ์มสี องมิติ คอื ดา้ นสถานท่ี กบั ด้านเวลา

หมวด ก. การประกาศอีดใหญ่โดยไมอ่ งิ กับทุ่งอะรอฟะฮ์ทำไดห้ รอื ไม่

ดร. ซัลมาน อลั เอาดะฮ์

ถาม: ปัจจุบันผมใช้ชีวิตอยู่อเมริกา อย่างที่รู้ มุสลิมที่นี่ยึดตาม
แนวทางที่องค์กรสันนิบาตมุสลิมแห่งอเมริกาเหนือ ISNA กำหนด คำถามของ
ผมก็คือ ตอนนี้เดือนซุลฮิจยะฮ์ แล้วเราทุกคนก็รู้กันดีว่าอะรอฟะฮ์เป็นพื้นที่
ทางภูมิศาสตร์หนึ่ง และก็มีผลสืบเนื่องเกี่ยวกับการถือบวชในวันอะรอฟะฮ์
และกำหนดวันอีดอัฎฮา แต่ทาง ISNA แถลงว่าวันอะรอฟะฮ์เป็นวันศุกร์และ
อีดเป็นวันเสาร์ ซึ่งแน่นอนว่าค้านกับปฏิทินฮัจย์ ฮัจย์คือวันที่มีการวุกูฟท่ี
ทุ่งอะรอฟะฮ์ ซึ่งมันวันพฤหัสไม่ใช่วันศุกร์ ท่านคิดเห็นอย่างไร? แล้วเราต้อง
ถือบวชวันศุกร์ร่วมกับที่น่ีหรือจะให้บวชผูกโยงกับทุ่งอะรอฟะฮ์ตามที่ผม
เข้าใจ?

ตอบ: ประเดน็ ทีเ่ กย่ี วกับอะรอฟะฮน์ นั้ ถกู เอย่ ในสองมุมดว้ ยกัน
หนึ่ง- มุมของสถานที่ คนฮัจยีเขาจะวุกูฟที่อะรอฟะฮ์ในวันที่ 9 คือตามเวลา
ของมกั กะฮ์ดว้ ยการเหน็ พ้องกนั ของบรรดาอลุ ามาอ์...
สอง- มุมของเวลา ซึ่งมีฮะดีษอบูกอตาดะฮ์กล่าวถึงความประเสริฐของการถือ
บวชว่าจะลบล้างความผิดสองปีด้วยกัน ซึ่งอะรอฟะฮ์นี้ด้วยความเห็นตรงกัน
ของบรรดาอลุ ามาอค์ ือวนั ที่ 9 ซลุ ฮิจยะฮ์

31

ดังนั้น ถ้าในมักกะฮ์หรือบริเวณใกล้เคียง อะรอฟะฮ์สำหรับเขาก็คือ
วันที่ 9 ซุลฮิจยะฮ์ตามการเห็นเดือนของมักกะฮ์ แต่ใครที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น
จะต้องทำตามมักกะฮ์เท่านั้นหรือจะต้องทำตามประกาศในบ้านเมืองตัวเอง?
เรื่องนี้ผูกอยู่กับการยืนยัน 10 วันของซุลฮิจยะฮ์และ*การเห็นเดือนใน
บ้านเมืองของเขาเอง* และผูกพันกับอีดหรือก็คือวันที่ 10 ซุลฮิจยะฮ์ ดังนั้น
เรามีคำตอบอย่างไรในรอมฎอนนั่นก็คือคำตอบของซุลฮิจยะฮ์ ถ้าสามารถทำ
ให้มุสลิมทั้งหมดรวมกันอยู่ในวันเดียวได้ก็จะดีกว่า นั่นคือบนฐานของความ
ขดั แย้งท่ีทราบกันดใี นหม่นู กั วิชาการ

*แต่ถ้าทำไม่ได้ อย่างน้อยในกรณีของมุสลิมที่อยู่บ้านเมืองเดียวกันน้ัน
ให้รวมตัวกันออกอีด เข้าบวช ออกบวชให้ตรงกัน* เมื่อมีการกำหนดวันอีดอัฎ
ฮาแล้ว วันก่อนหน้านั้นก็ถือเป็นวันอะรอฟะฮ์สำหรับพวกเขา..มันบ่งชี้ว่า
เรื่องราวนั้นผูกโยงอยู่กับการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจยะฮ์ ซึ่งมีอยู่ทุก
ประเทศแล้วแต่การเหน็ ...

วายิบต่อมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศตะวันตกจะต้องกำหนดพิธีกรรม
ต่างๆ ให้ตรงกัน ไม่อนุญาตให้คนหนึ่งมาถือบวชสุนัต ขณะที่อีกคนข้างๆ ยึด
วา่ หา้ มบวช เพราะเปน็ วันอดี ...

ที่สำคัญก็คือให้พี่น้องที่นั่นดำเนินตามองค์กรใดก็ตามที่มุสลิมส่วน
ใหญ่ยดึ ถอื ...

.....................

‫‪32‬‬

‫‪Comment:‬‬

‫‪เวลาอ่านแยกประเด็นให้ดีครับ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ "มีคนสนับสนุน‬‬
‫‪แนวคิดเรื่องให้ยึดกับสถานที่จริง" หรือไม่? คนที่สนับสนุนแนวทางนั้นมีครับ‬‬
‫‪แต่ประเด็นอยู่ที่ กลุ่มนักวิชาการที่บอกให้ยึดสถานที่จริงนั้นมีใครสักคนบอก‬‬
‫้‪หรือไม่ว่า "ถ้าประเทศคุณยังดูเดือนเองไม่ยอมตามมักกะฮ์ก็ฝ่าประกาศได‬‬
‫ั‪เลย" ถ้าหามาใหผ้ มไดจ้ ะยอมไหวง้ ามๆ สักทคี รบ‬‬

‫******************‬

‫د‪ .‬ﺳﻠﻤﺎن اﻟﻌﻮدة‬
‫‪7/12/1422‬‬
‫أ‪ x‬أﺳﻜﻦ ﺣﺎﻟﻴﺎً ﰲ أﻣﺮﻳﻜﺎ وﻛﻤﺎ ﺗﻌﻠﻤﻮن ﻓﻌﻨﺪ‪ x‬ﻫﻨﺎ ﻳﺘﺒﻊ اﳌﺴﻠﻤﻮن ﻣﺎ ﺗﺰودﻫﻢ ﺑﻪ‬
‫راﺑﻄﺔ ﻣﺴﻠﻤﻲ ﴰﺎل أﻣﺮﻳﻜﺎ )أﺳﻨﺎ‪) .‬‬
‫ﺳﺆاﱄ ﻫﻨﺎ ﻫﻮ اﻵن وﰲ ﺷﻬﺮ ذي اﳊﺠﺔ وﳓﻦ ﲨﻴﻌﺎً ﻧﻌﻠﻢ أن ﻋﺮﻓﺔ ﻣﻮﻗﻊ ﺟﻐﺮاﰲ‬
‫ﻣﻌﲔ‪ ،‬وأﻧﻪ ﻋﻠﻰ ذﻟﻚ ﻳﱰﺗﺐ ﺻﻮم ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ‪ ،‬ﰒ ﻳﻮم ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ‪ ،‬ﻓﻘﺪ أﺻﺪرت‬
‫اﻟﺮاﺑﻄﺔ أن ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﺳﻴﻜﻮن ﻳﻮم اﳉﻤﻌﺔ‪ ،‬واﻟﻌﻴﺪ ﺳﻴﻜﻮن ﻳﻮم اﻟﺴﺒﺖ‪.‬‬
‫ﻫﺬا ﻃﺒﻌﺎً ﺧﻼف ﻟﺘﻮﻗﻴﺖ اﳊﺞ‪ ،‬ﻓﺎﳊﺞ ﻫﻮ ﻳﻮم اﻟﻮﻗﻮف ﺑﻌﺮﻓﺔ‪ ،‬ووﻗﻮف ﻋﺮﻓﺔ ﻳﻮم‬
‫اﳋﻤﻴﺲ وﻟﻴﺲ اﳉﻤﻌﺔ‪.‬‬
‫ﻓﻤﺎ رأﻳﻜﻢ ﰲ ﻫﺬﻩ اﳌﺴﺄﻟﺔ ؟ وﻫﻞ ﳚﺐ أن ﻧﺼﻮم ﻳﻮم اﳉﻤﻌﺔ ﻫﻨﺎ ؟ أو أن اﻟﺼﻴﺎم‬
‫وﻛﻤﺎ أﻋﺘﻘﺪ ﻣﺮﺗﺒﻂ ﺑﻴﻮم وﻗﻮف اﳊﺠﺎج ﰲ ﻋﺮﻓﺔ ؟‬

‫‪33‬‬

‫اﳉﻮاب‬
‫ﻓﻴﻤﺎ ﻳﺘﻌﻠﻖ ﺑﻌﺮﻓﺔ‪ ،‬ﻓﻬﻲ ﺗﻄﻠﻖ ﻋﻠﻰ اﻋﺘﺒﺎرﻳﻦ‪:‬‬
‫أوﳍﻤﺎ ‪ :‬اﻋﺘﺒﺎر اﳌﻜﺎن‪ ،‬ﻓﺎﻟﻮﻗﻮف ﺑﻌﺮﻓﺔ ﻟﻠﺤﺠﺎج ﰲ اﻟﻴﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ‪ ،‬أي ‪ :‬ﻳﻜﻮن‬
‫ﲝﺴﺐ ﺗﻮﻗﻴﺖ ﻣﻜﺔ {ﺗﻔﺎق اﻟﻌﻠﻤﺎء‪ ،‬ﺣﱴ إ‪¤‬ﻢ ﻟﻮ أﺧﻄﺆوا ﻓﻮﻗﻔﻮا ﻗﺒﻞ ذﻟﻚ‪ ،‬أو‬

‫ﺑﻌﺪﻩﻛﻠﻬﻢ أﺟﺰأﻫﻢ ذﻟﻚ‪.‬‬
‫ﻗﺎل ﰲ اﻹﻧﺼﺎف ‪ :‬ﺳﻮاءًﻛﺎن وﻗﻮﻓﻬﻢ ﻳﻮم اﻟﺜﺎﻣﻦ أو اﻟﻌﺎﺷﺮ‪ ،‬ﻧ ّﺺ ﻋﻠﻴﻬﺎ‪.‬‬
‫وﻧﺺ اﻹﻣﺎم اﺑﻦ ﺗﻴﻤﻴﺔ ﰲ ﺷﺮح اﻟﻌﻤﺪة ﻋﻠﻰ أﻧﻪ ﻳﻜﻮن ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ {ﻃﻨﺎً وﻇﺎﻫﺮاً‪.‬‬
‫وﻣﻦ اﳊﺠﺔ ﰲ ذﻟﻚ ﻣﺎرواﻩ اﻟﱰﻣﺬي وأﺑﻮ داود واﺑﻦ ﻣﺎﺟﻪ وﻏﲑﻫﻢ ﻣﺮﻓﻮﻋﺎً )‬
‫ﻓﻄﺮﻛﻢ ﻳﻮم ﺗﻔﻄﺮون‪ ،‬وأﺿﺤﺎﻛﻢ ﻳﻮم ﺗﻀﺤﻮن ( وﻗﺎل اﻟﱰﻣﺬي ‪ :‬ﻓ ّﺴﺮ ﺑﻌﺾ أﻫﻞ‬
‫اﻟﻌﻠﻢ ﻫﺬا اﳊﺪﻳﺚ ﻓﻘﺎل‪ :‬إﳕﺎ ﻣﻌﲎ ﻫﺬا أن اﻟﺼﻮم واﻟﻔﻄﺮ ﻣﻊ اﳉﻤﺎﻋﺔ وﻋﻈﻢ‬

‫اﻟﻨﺎس‪.‬‬
‫وﰲ ﻟﻔﻆ‪ ) :‬اﻟﻔﻄﺮ ﻳﻮم ﻳﻔﻄﺮ اﻟﻨﺎس‪ ،‬واﻷﺿﺤﻰ ﻳﻮم ﻳﻀﺤﻲ اﻟﻨﺎس ( وﻗﺎل‬

‫اﻟﱰﻣﺬي ‪ :‬ﺣﺴﻦ ﻏﺮﻳﺐ ﺻﺤﻴﺢ‪.‬‬
‫وﻋﻨﺪ اﻟﺪارﻗﻄﲏ ‪ ) :‬ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ اﻟﻴﻮم اﻟﺬي ﻳﻌﺮف اﻟﻨﺎس ﻓﻴﻪ‪) .‬‬
‫ﻗﺎل ﰲ ﻣﻄﺎﻟﺐ أوﱄ اﻟﻨﻬﻰ ‪ :‬ﺳﻮاءً أﺧﻄﺆوا ﰲ اﻟﻌﺪد‪ ،‬أو اﻟﺮؤﻳﺔ‪ ،‬أو اﻻﺟﺘﻬﺎد ﰲ‬

‫اﻟﻐﻴﻢ‪.‬‬
‫وﻫﺬا ﻳﺆﻛﺪ ﻋﻨﺎﻳﺔ اﻟﺸﺮﻳﻌﺔ {ﺟﺘﻤﺎع اﻟﻨﺎس واﻟﺘﺌﺎم ﴰﻠﻬﻢ‪ ،‬وﻋﺪم ﺷﻐﺐ ﺑﻌﻀﻬﻢ‬
‫ﻋﻠﻰ ﺑﻌﺾ ﰲ ﻫﺬﻩ اﳌﺴﺎﺋﻞ اﻟﱵ ﻣﺒﻨﺎﻫﺎ ﻋﻠﻰ اﻟﻮﺣﺪة‪ ،‬وﻣﺎ ﻋﻠﻴﻪ ﻏﺎﻟﺐ اﻟﻨﺎس‬

‫وﲨﻬﻮرﻫﻢ‪.‬‬
‫‪Ô‬ﻧﻴﻬﺎ ‪ :‬اﻋﺘﺒﺎر اﻟﺰﻣﺎن‪ ،‬وﻗﺪ ورد ﰲ ﻓﻀﻞ ﺻﻴﺎم ﻋﺮﻓﺔ ﺣﺪﻳﺚ أﰊ ﻗﺘﺎدة ﰲ‬

‫اﻟﺼﺤﻴﺢ أﻧﻪ ﻳﻜﻔﻲ ﺳﻨﺘﲔ‪.‬‬

‫‪34‬‬

‫وﻋﺮﻓﺔ {ﺗﻔﺎق اﻟﻌﻠﻤﺎء ﻗﺎﻃﺒﺔ ﻫﻮ اﻟﺘﺎﺳﻊ ﻣﻦ ذي اﳊﺠﺔ‪ ،‬ﻓﻤﺎ ﻛﺎن ﲟﻜﺔ أو ﻣﺎ ﰲ‬
‫ﺣﻜﻤﻬﺎ‪ ،‬ﻓﻌﺮﻓﺔ {ﻟﻨﺴﺒﺔ ﻟﻪ ﻫﻲ اﻟﺘﺎﺳﻊ ﻣﻦ ذي اﳊﺠﺔ ﲝﺴﺐ رؤﻳﺔ أﻫﻞ ﻣﻜﺔ‬

‫وﺗﻮﻗﻴﺘﻬﻢ‪.‬‬
‫ﻟﻜﻦ ﻣﻦ ﱂ ﻳﻜﻦﻛﺬﻟﻚ‪ ،‬ﻓﻬﻞ ﻳﻮاﻓﻖ أﻫﻞ ﻣﻜﺔ ﻣﻄﻠﻘﺎً أو ﻳﻌﻤﻞ ﲟﺎ ﻋﻠﻴﻪ أﻫﻞ ﺑﻠﺪﻩ‬

‫؟‬
‫ﻫﺬا ﻣﺮﺗﺒﻂ ﺑﻌﺸﺮ ذي اﳊﺠﺔ‪ ،‬ورؤﻳﺔ ﻫﻼﻟﻪ ﰲ ﺑﻠﺪﻩ‪ ،‬و{ﻟﻌﻴﺪ‪ ،‬وﻫﻮ اﻟﻴﻮم اﻟﻌﺎﺷﺮ‬

‫ﻣﻦ ذي اﳊﺠﺔ‪.‬‬
‫وﳍﺬا ﻳﻘﺎل ﻓﻴﻪ ﻣﺎ ﻳﻘﺎل ﰲ ﻫﻼل رﻣﻀﺎن‪ ،‬وﻫﻼل ﺷﻮال‪ ،‬أﻧﻪ إن أﻣﻜﻦ اﺗﻔﺎق‬
‫اﳌﺴﻠﻤﲔ ﻋﻠﻰ ﻗﻮل واﺣﺪ ﳚﻤﻌﻬﻢ ﻓﻬﻮ أوﱃ‪ ،‬ﻋﻠﻰ ﺧﻼف ﻣﺸﻬﻮر ﺑﲔ أﻫﻞ اﻟﻌﻠﻢ‬
‫ﰲ ﻫﺬﻩ اﳌﺴﺄﻟﺔ‪ ،‬ﻓﺈذا ﱂ ﳝﻜﻦ ﻓﻼ أﻗﻞ ﻣﻦ أن ﳚﺘﻤﻊ اﳌﺴﻠﻤﻮن ﰲ اﻟﺒﻠﺪ اﻟﻮاﺣﺪ‬

‫واﳌﺼﺮ اﻟﻮاﺣﺪ ﻋﻠﻰ ﺗﻮﺣﻴﺪ ﻋﻴﺪﻫﻢ وﺻﻮﻣﻬﻢ وﻓﻄﺮﻫﻢ‪.‬‬
‫وإذا ﲢﺪد ﻳﻮم اﻟﻌﻴﺪ‪ ،‬ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ‪ ،‬ﻓﺎﻟﻴﻮم اﻟﺬي ﻗﺒﻠﻪ ﻫﻮ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ {ﻟﻨﺴﺒﺔ ﳍﻢ‬

‫‪.‬‬
‫وﻫﻜﺬا ﻣﺎ ﻳﺘﻌﻠﻖ ‹ﺣﻜﺎم اﻟﻌﺸﺮ ﻛﱰك اﻟﺸﻌﺮ واﻟﻈﻔﺮ ﳌﻦ أراد أن ﻳﻀﺤﻲ ﻛﻤﺎ‬
‫ﺟﺎء ﰲ ﺣﺪﻳﺚ أم ﺳﻠﻤﺔ‪ ) :‬إذا دﺧﻠﺖ اﻟﻌﺸﺮ وأراد أﺣﺪﻛﻢ أن ﻳﻀﺤﻲ ﻓﻼ‬

‫‪Ø‬ﺧﺬ ﻣﻦ ﺷﻌﺮﻩ وﻻ ﻣﻦ ﻇﻔﺮﻩ ﺷﻴﺌﺎً‪) .‬‬
‫وﰲ ﻟﻔﻆ ﳌﺴﻠﻢ ) ‪ ) ( 3655‬إذا رأﻳﺘﻢ ﻫﻼل ذي اﳊﺠﺔ‪ ،‬وأراد أﺣﺪﻛﻢ أن‬
‫ﻳﻀﺤﻲ ‪ ( ...‬ﻓﺪل ﻋﻠﻰ أن اﻷﻣﺮ ﻣﺘﻌﻠﻖ ‡ﻼل ذي اﳊﺠﺔ‪ ،‬وﻫﻮ ﰲ ﻛﻞ‬

‫ﺑﻠﺪٍ ﲝﺴﺒﻪ‪.‬‬

‫‪35‬‬

‫وﻣﺜﻠﻪ ﻣﺎ ﻳﺸﺮع ﻣﻦ اﻟﺘﻜﺒﲑ‪ ،‬واﻟﺬﻛﺮ‪ ،‬واﻟﻌﻤﻞ اﻟﺼﺎﱀ ﻛﻤﺎ ﰲ ﺣﺪﻳﺚ اﺑﻦ ﻋﺒﺎس‬
‫رﺿﻲ ﷲ ﻋﻨﻬﻤﺎ ﰲ اﻟﺼﺤﻴﺢ ‪ ) :‬ﻣﺎ ﻣﻦ أ‪Ü‬م اﻟﻌﻤﻞ اﻟﺼﺎﱀ ﻓﻴﻬﻦ أﺣﺐ إﱃ ﷲ‬

‫ﻣﻦ ﻫﺬﻩ اﻟﻌﺸﺮ‪...) .‬‬
‫ﻓﺈذا ﻋﻠﻢ أن أﺣﻜﺎم اﻟﻌﺸﺮ ﻣﻦ ذي اﳊﺠﺔ ﺗﺘﻌﻠﻖ ﺑﺪﺧﻮل اﻟﺸﻬﺮ؛ﻛﺎن ﲢﺪﻳﺪ ﻳﻮم‬
‫ﻋﺮﻓﺔ ﻣﻦ ﺟﻨﺴﻬﺎ‪ ،‬ﻓﻤﱴ ﺟﺎء اﻟﻴﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ ﺣﺴﺐ ﺗﻮﻗﻴﺖ أﻫﻞ اﳌﺼﺮ اﺳﺘﺤﺐ أن‬

‫ﻳﺼﻮﻣﻮا‪ ،‬ﻓﺈذاﻛﺎن‬
‫اﻟﻴﻮم اﻟﺬي ﺑﻌﺪﻩ ﻓﻬﻮ ﻳﻮم ﻋﻴﺪﻫﻢ ‪.‬‬

‫وﳚﺐ ﻋﻠﻰ اﳌﺴﻠﻤﲔ ﰲ د‪Ü‬ر اﻟﻐﺮب ﺧﺎﺻﺔ أن ﻳﻮ ّﺣﺪوا ﺷﻌﺎﺋﺮ ﻧﺴﻜﻬﻢ ودﻳﻨﻬﻢ‪،‬‬
‫وﻻ ﳚﻮز أن ﻳﺼﻮم أﺣﺪﻫﻢ ﺗﻄﻮﻋﺎً وأﺧﻮﻩ إﱃ ﺟﻨﺒﻪ ﻳﻔﻄﺮ ﺗﻌﺒﺪاً ؛ ﻷﻧﻪ ﰲ ﻳﻮم‬

‫ﻋﻴﺪ‪ ،‬ﻫﺬﻩ ﺳﺒّﺔ ﻋﻠﻴﻨﺎ ﻣﻌﺎﺷﺮ أﻫﻞ اﻹﺳﻼم‪.‬‬

‫وﳓﻦ ﻧﺮى اﻋﺘﻤﺎد اﻟﺮؤﻳﺔ اﻟﺸﺮﻋﻴﺔ ﰲ إﺛﺒﺎت اﻟﺸﻬﺮ‪،‬ﻛﻤﺎ ورد ﰲ اﻟﺼﺤﻴﺢ ﰲ ﺷﺄن‬
‫رﻣﻀﺎن‪ ،‬وأﻣﺎ اﳊﺴﺎب ﻓﻼ ﻳﺼﻠﺢ دﻟﻴﻼً ﻟﻺﺛﺒﺎت‪ ،‬وﻟﻜﻨﻪ ﻳﺼﻠﺢ دﻟﻴﻼً ﻟﻠﻨﻔﻲ‪،‬‬
‫ﲟﻌﲎ أﻧﻪ إذا ﻛﺎن ﻣﻦ اﳌﺴﺘﺤﻴﻞ ﺣﺴﺎﺑﻴﺎً رؤﻳﺔ اﳍﻼل ﱂ ﻳﻌﺘ ّﺪ ﺑﺸﻬﺎدة ﻣﻦ رآﻩ‪،‬‬
‫ﻟﻜﻦ ﻻ ﻳﺜﺒﺖ دﺧﻮل اﻟﺸﻬﺮ {ﳊﺴﺎب‪ ،‬ﺑﻞ {ﻟﺮؤﻳﺔ اﻟﺸﺮﻋﻴﺔ اﻟﱵ ﻻ ﺗﻨﺎﰲ ﻗﻄﻌﻴﺎً‬

‫ﺣﺴﺎﺑﻴﺎً‪.‬‬
‫أﻣﺎ ﻣﺎ اﺧﺘﻠﻒ ﻓﻴﻪ أﻫﻞ اﳊﺴﺎب ﻓﻼ ﻳﻌﺘ ّﺪ ﺑﻪ‪ ،‬وﻻ ﺗﺮّد ﺑﻪ ﺷﻬﺎدة اﻟﺸﻬﻮد‪.‬‬
‫واﳌﻘﺼﻮد أﻧﻪ ﳚﺐ ﻋﻠﻰ اﻹﺧﻮة ﻣﺘﺎﺑﻌﺔ اﳉﻬﺎت اﳌﻌﺘﻤﺪة اﻟﱵ ﻳﺘﺒﻌﻬﺎ ﻏﺎﻟﺐ‬
‫اﳌﺴﻠﻤﲔ‪ ،‬وﺣﺒّﺬا أن ﻳﻜﻮن ﻫﻨﺎك ﺗﺪاول وﺗﺸﺎور ﻳﻠﺘﺌﻢ ﺑﻪ ﴰﻠﻬﻢ‪ ،‬وﺗﺘﻔﻖ ﺑﻪ‬

‫ﻛﻠﻤﺘﻬﻢ ﻋﻠﻰ أﻣﺮ ﺳﻮاء‪.‬‬

‫‪36‬‬

‫وأن ﻳﺘﺠﺎوز ﻫﺆﻻء وﻫﺆﻻء أﻣﺮ اﳊﺴﺎﺳﻴﺎت اﻟﺴﻴﺎﺳﻴﺔ واﳌﺬﻫﺒﻴﺔ واﻹﻗﻠﻴﻤﻴﺔ ؛‬
‫ﻟﻴﻜﻮﻧﻮا ﻋﻠﻰ ﻣﺴﺘﻮى اﻟﺘﺤﺪ‪Ü‬ت اﻟﱵ ﺗﻮاﺟﻬﻬﻢ‪ ،‬ﺧﺎﺻﺔً واﻹﺧﻮة ﰲ ﻗﻠﺐ اﳌﻌﻤﻌﺔ‪،‬‬

‫وﻫﻢ ﻳﺪرﻛﻮن ﻣﻦ أﻣﺮﻫﺎ ﻣﺎﻻ ﻳﺪرﻛﻪ ﻏﲑﻫﻢ‪ ،‬وﷲ اﳌﺴﺘﻌﺎن‪.‬‬
‫ﻗﺎل اﻹﻣﺎم اﺑﻦ ﺗﻴﻤﻴﺔ ﰲ اﻟﻔﺘﺎوى اﻟﻜﱪى‪ ،‬وﻗﺪ ﺳﺌﻞ ﻋﻦ أﻫﻞ ﻣﺪﻳﻨﺔ رأى ﺑﻌﻀﻬﻢ‬
‫ﻫﻼل ذي اﳊﺠﺔ‪ ،‬وﱂ ﻳﺜﺒﺖ ﻋﻨﺪ ﺣﺎﻛﻢ اﳌﺪﻳﻨﺔ‪ ،‬ﻓﻬﻞ ﳍﻢ أن ﻳﺼﻮﻣﻮا اﻟﻴﻮم اﻟﺬي‬

‫ﰲ اﻟﻈﺎﻫﺮ ﻫﻮ اﻟﺘﺎﺳﻊ‪ ،‬وإنﻛﺎن ﰲ اﻟﺒﺎﻃﻦ ﻫﻮ اﻟﻌﺎﺷﺮ ؟‬
‫ﻓﺄﺟﺎب ‪ :‬ﻧﻌﻢ ‪ .‬ﻳﺼﻮﻣﻮن اﻟﺘﺎﺳﻊ ﰲ اﻟﻈﺎﻫﺮ اﳌﻌﺮوف ﻋﻨﺪ اﳉﻤﺎﻋﺔ‪ ،‬وإن ﻛﺎن ﰲ‬

‫ﻧﻔﺲ اﻷﻣﺮ ﻳﻜﻮن ﻋﺎﺷﺮاً‪ ،‬ﻟﻮ ﻗ ّﺪر ﺛﺒﻮت ﺗﻠﻚ اﻟﺮؤﻳﺔ ‪...‬اﱁ‬
‫وﷲ أﻋﻠﻢ ‪.‬وﺻﻠﻰ ﷲ ﻋﻠﻰ ﻧﺒﻴﻨﺎ ﳏﻤﺪ وﻋﻠﻰ آﻟﻪ أﲨﻌﲔ‬

37

ตวั บทท่ี 4 จะอีดไหนกล็ ้วนผูกพันกบั ประเด็นการดูเดือน ซ่ึงจุฬา
ทำแล้ว

หมวด ก. การประกาศอดี ใหญโ่ ดยไม่องิ กบั ทุ่งอะรอฟะฮ์ทำไดห้ รอื ไม่

เชคมนุ ัจญิด

คำถามหมายเลข 97750

ถาม: ...ในกรณีของอดี อฎั ฮา ตอ้ งให้ตรงกบั ที่มกั กะฮ์วกุ ูฟกัน หรอื วา่
สามารถเป็นคนละวันได้ แล้วแตว่ า่ ใครจะอยทู่ ่ไี หน?

ตอบ: ประการแรก การที่มุสลิมขัดแย้งกันในการกำหนดวันแรกของ
รอมฎอนและอีดเล็กนั้นย้อนกลับไปประเด็นเรื่องที่นักฟิกฮ์ขัดแย้งกันใน
ประเด็นอันโด่งดังซึ่งก็คือ การเห็นเดือนของที่หนึ่งผูกพันต่อทุกที่ หรือแต่ละที่
ให้ดูของตนเอง ซ่งึ ประเด็นน้ีกเ็ กดิ ขน้ึ กับอีดใหญ่เหมอื นกนั ...

ประการที่สอง ประเด็นต่อเนื่องมาจากการดูเดือนก็คือ การขัดแย้งใน
การกำหนดวันอดี โดยไม่มีขอ้ แตกตา่ งใดๆ ระหวา่ งสองอดี

เชคบินบาซ รอฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวหลังจากได้พูดถึงความขัดแย้ง
ของบรรดาอุลามาอ์เรื่องมัฏละอ์ว่า "ข้อสรุปที่เด่นชัดสำหรับฉันก็คือ ความ
แตกต่างในมัฏละอ์นั้นไม่ส่งผลใดๆ วายิบให้ยึดการดูเดือนทั้งเข้าบวช ออก

38

บวช และเชือดกุรบาน เมื่อมีการเห็นเดือนอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาไม่ว่า
จะ ณ แผ่นดนิ ใด...
หรือถ้าเรายึดตามความแตกต่างของมัฏละอ์หรือจะไม่ยึดก็ตาม ที่ชัดเจนก็คือ
สถานภาพของรอมฎอนกับอีดใหญน่ ัน้ ก็เหมือนกนั ไมต่ ่างกันเทา่ ทฉ่ี นั รู้"...

ในฟัตวาเชคอุซัยมีนที่อ้างถึงก่อนหน้านี้ก็กล่าวเช่นกันว่าเรื่องความ
ตา่ งของมฏั ละอน์ ้ันคลมุ ถึงเรอ่ื งอีดใหญด่ ้วย เหมอื นทีค่ ลุมในเร่อื งเข้าออกบวช

ดังนั้น จึงชัดเจนว่าอีดใหญ่ในดินแดนหนึ่งอาจเป็นวันศุกร์ ขณะที่ใน
อีกทีอ่ าจเป็นวนั เสาร์กไ็ ด้ เปน็ ไปตามความแตกตา่ งในเร่ืองการเหน็ เดือน

ประเด็นน้ีคลมุ ท้ังรอมฎอน บวชอะรอฟะฮ์ บวชอาชูรอ เพราะทั้งหมด
เกี่ยวโยงกับเร่ืองการเห็นเดอื นเพอ่ื กำหนดการเข้า-ออกเดือน

วลั ลอฮุอะลัม

........................

Comment:

ฟัตวายืนยันว่าการดูเดือนกำหนดซุลฮิจยะฮ์เองนอกซาอุฯนั้นถูกต้อง
ตามหลักการศาสนาแลว้

‫‪39‬‬

‫ี‪เดี๋ยวจะมีคนลอยๆ มาว่า "เห็นมั้ยเชคบินบาซท่านยังบอกว่าเดือนนอกม‬‬
‫" ่‪น้ำหนกั กวา‬‬
‫?‪ถามวา่ แล้วมสี ่วนไหนไฟเขียวให้ฝา่ ประกาศแบบที่ท่านทำ‬‬
‫‪ประเด็นมันอยู่ที่ท่านบอกว่าการดูเดือนนั้นผูกพันทั้งอีดเล็กและอีดใหญ่ แล้ว‬‬
‫?‪จฬุ าดเู ดือนทัง้ อีดเลก็ อีดใหญไ่ หม‬‬
‫็‪คนที่บอกว่าถ้าอีดเล็กเป็นเรื่องดูเดือน แต่อีดใหญ่เป็นเรื่องอิงสถานที่ อันนี้ก‬‬
‫‪ไปเคลียร์กบั สองเชคกันเองละกันครับ‬‬

‫*********‬

‫اﻟﺴﺆال‬
‫ﻟﺪى ﺳﺆال ﻳﺘﻌﻠﻖ ﲟﻮﻋﺪ اﻷﻋﻴﺎد ﻓﺄ‪ x‬ﻋﻠﻰ ﻋﻠﻢ ‹ن ﻋﻴﺪ اﻟﻔﻄﺮ ﻳﻌﻘﺐ ﺷﻬﺮ‬
‫رﻣﻀﺎن و‹ن ﻫﻨﺎك ﺧﻼﻓﺎً داﺋﻤﺎً ﺑﲔ اﳌﺴﻠﻤﲔ ﺣﻮل ﻫﺬا اﻟﻴﻮم )ﳛﺘﻔﻞ ﺑﻪ اﻟﺒﻌﺾ‬
‫ﺑﻌﺪ اﻟﻴﻮم اﻟﺘﺎﺳﻊ واﻟﻌﺸﺮﻳﻦ ﺑﻴﻨﻤﺎ ﳛﺘﻔﻞ ﺑﻪ اﻵﺧﺮون ﺑﻌﺪ اﻟﺜﻼﺛﲔ ﻣﻦ اﻟﺸﻬﺮ(‬
‫وﻟﻜﻦ ﲞﺼﻮص ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ‪ ,‬ﻫﻞ ﻳﺘﻔﻖ ﻫﺬا اﻟﻴﻮم ﻣﻊ ﻣﺎﻳﻘﻮم ﺑﻪ اﳊﺠﺎج ﰱ‬

‫ﻣﻜﺔ أم ﳝﻜﻦ اﻻﺧﺘﻼف ﰲ ﻫﺬا اﻟﻴﻮم ﲝﺴﺐ اﺧﺘﻼف اﻟﺒﻠﺪ اﻟﱵ ﻳﻮﺟﺪ ‡ﺎ ﻛﻞ‬
‫ﻓﺮد ؟‬
‫اﳉﻮاب‬
‫اﳊﻤﺪ ‪ã‬‬
‫أوﻻً‪:‬‬

‫اﺧﺘﻼف اﳌﺴﻠﻤﲔ ﰲ ﲢﺪﻳﺪ أول ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن ‪ ،‬وﲢﺪﻳﺪ وﻗﺖ ﻋﻴﺪ اﻟﻔﻄﺮ ‪،‬‬
‫راﺟﻊ إﱃ اﺧﺘﻼف اﻟﻔﻘﻬﺎء ﰲ ﻣﺴﺄﻟﺔ ﻣﺸﻬﻮرة ‪ ،‬وﻫﻲ ﻫﻞ رؤﻳﺔ اﳍﻼل ﰲ ﺑﻠﺪ‬

‫‪40‬‬

‫ﺗﻠﺰم ﲨﻴ َﻊ اﻟﺒﻠﺪان ‪ ،‬أم ﻟﻜﻞ ﺑﻠﺪ رؤﻳﺘﻪ ‪ ،‬وﻫﺬا ﻳﻨﻄﺒﻖ أﻳﻀﺎ ﻋﻠﻰ ﲢﺪﻳﺪ وﻗﺖ ﻋﻴﺪ‬
‫اﻷﺿﺤﻰ‪.‬‬

‫وﻫﻲ ﻣﻦ اﳌﺴﺎﺋﻞ اﻻﺟﺘﻬﺎدﻳﺔ ‪ ،‬وﻗﺪ اﺳﺘﺪل ﻛﻞ ﻓﺮﻳﻖ ﻣﻦ اﻟﻌﻠﻤﺎء ‹دﻟﺔ ‪ ،‬ورﲟﺎ‬
‫اﺳﺘﺪل اﻟﻔﺮﻳﻘﺎن {ﻟﻨﺺ اﻟﻮاﺣﺪ ‪ ،‬وﻗﺪ ﺳﺒﻖ ﺑﻴﺎن ذﻟﻚ ﰲ ﺟﻮاب اﻟﺴﺆال رﻗﻢ‬

‫‪(1248) .‬‬

‫اﻟﻘﻮل ‹ﻧﻪ إذا رؤي اﳍﻼل ﰲ ﺑﻠﺪ ﻟﺰم ﲨﻴﻊ اﻟﺒﻠﺪان ﻫﻮ ﻣﺬﻫﺐ ﲨﻬﻮر اﻟﻌﻠﻤﺎء ‪،‬‬
‫وﻗﺪ اﺧﺘﺎرﻩ اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ {ز رﲪﻪ ﷲ ‪،‬ﻛﻤﺎ ﰲ ﳎﻤﻮع اﻟﻔﺘﺎوى )‪)77/15‬‬

‫واﻟﻘﻮل {ﻋﺘﺒﺎر اﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ ﻫﻮ اﻷﺻﺢ ﻋﻨﺪ اﻟﺸﺎﻓﻌﻴﺔ ‪ ،‬واﺧﺘﺎرﻩ ﺷﻴﺦ‬
‫اﻹﺳﻼم اﺑﻦ ﺗﻴﻤﻴﺔ واﺧﺘﺎرﻩ ﻣﻦ اﳌﻌﺎﺻﺮﻳﻦ اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ ﻋﺜﻴﻤﲔ ‪ ،‬وﻗﺪ ﺳﺒﻖ ﻧﻘﻞ‬

‫ﻓﺘﻮاﻩ ﰲ ﺟﻮاب اﻟﺴﺆال رﻗﻢ‪(40720) .‬‬

‫‪Ô‬ﻧﻴﺎً‪:‬‬
‫ﻳﻨﺒﲏ ﻋﻠﻰ ﻫﺬا اﳋﻼف اﺧﺘﻼف اﳌﺴﻠﻤﲔ ﰲ ﻋﻴﺪ اﻟﻔﻄﺮ وﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ ﻣﻦ‬

‫ﻏﲑ ﻓﺮق ﺑﻴﻨﻬﻤﺎ ‪،‬‬

‫ﻗﺎل اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ {ز رﲪﻪ ﷲ ﺑﻌﺪ أن ذﻛﺮ اﺧﺘﻼف اﻟﻌﻠﻤﺎء ﰲ اﻟﻌﻤﻞ {ﺧﺘﻼف‬
‫اﳌﻄﺎﻟﻊ ﻣﻦ دﺧﻮل اﻟﺸﻬﺮ وﺧﺮوﺟﻪ‪:‬‬

‫‪41‬‬

‫"واﻟﺬي ﻳﻈﻬﺮ ﱄ أن اﺧﺘﻼﻓﻬﺎ ﻻ ﻳﺆﺛﺮ ‪ ،‬وأن اﻟﻮاﺟﺐ ﻫﻮ اﻟﻌﻤﻞ ﺑﺮؤﻳﺔ اﳍﻼل‬
‫ﺻﻮﻣﺎً وإﻓﻄﺎراً وﺗﻀﺤﻴﺔ ﻣﱴ ﺛﺒﺘﺖ رؤﻳﺘﻪ ﺛﺒﻮ‪ ًå‬ﺷﺮﻋﻴﺎً ﰲ أي ﺑﻠﺪ ﻣﺎ‪..‬‬

‫ﰒ ﻗﺎل ‪ :‬وإذا ﻗﻠﻨﺎ {ﻋﺘﺒﺎر اﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ ﰲ اﳊﻜﻢ أو ﱂ ﻧَـُﻘ ْﻞ ﺑﻪ ‪ ،‬ﻓﺎﻟﻈﺎﻫﺮ أن‬
‫اﳊﻜﻢ ﰲ رﻣﻀﺎن واﻷﺿﺤﻰ ﺳﻮاء ‪ ،‬ﻻ ﻓﺮق ﺑﻴﻨﻬﻤﺎ ﻓﻴﻤﺎ أﻋﻠﻤﻪ ﻣﻦ اﻟﺸﺮع "‬

‫اﻧﺘﻬﻰ‪.‬‬

‫ﳎﻤﻮع ﻓﺘﺎوى اﺑﻦ {ز )‪)79/15‬‬

‫وﰲ ﻓﺘﻮى اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ ﻋﺜﻴﻤﲔ رﲪﻪ ﷲ اﳌﺸﺎر إﻟﻴﻬﺎ آﻧﻔﺎً ذََﻛﺮ أن اﺧﺘﻼف اﳌﻄﺎﻟﻊ‬
‫ﻳُﻌ َﻤﻞ ﺑﻪ ﰲ ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰﻛﻤﺎ ﻳُﻌﻤﻞ ﺑﻪ ﰲ دﺧﻮل ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن وﺧﺮوﺟﻪ‪.‬‬

‫وﻋﻠﻰ ﻫﺬا ﻓﻼ إﺷﻜﺎل ﰲ أن ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ ﻳﻜﻮن ﰲ ﺑﻠﺪ ﻳﻮم اﳉﻤﻌﺔ ‪ ،‬وﻳﻜﻮن‬
‫ﰲ ﺑﻠﺪ آﺧﺮ ﻳﻮم اﻟﺴﺒﺖ ‪ ،‬وﻫﻜﺬا ‪ ،‬ﺑﻨﺎء ﻋﻠﻰ ﺗﻌﺪد اﻟﺮؤﻳﺔ واﺧﺘﻼﻓﻬﺎ‪.‬‬

‫وﻣﺜﻞ ﻫﺬا ﻳﻘﺎل ﰲ ﺻﻮم رﻣﻀﺎن ‪ ،‬وﰲ ﺻﻮم ﻋﺮﻓﺔ ‪ ،‬وﺻﻮم ﻋﺎﺷﻮراء ‪ ،‬ﻷ‪¤‬ﺎ‬
‫ﻣﺴﺎﺋﻞ ﻣﱰﺗﺒﺔ ﻋﻠﻰ رؤﻳﺔ اﳍﻼل واﳊﻜﻢ ﺑﺪﺧﻮل اﻟﺸﻬﺮ أو ﻋﺪم دﺧﻮﻟﻪ‪.‬‬
‫وﷲ أﻋﻠﻢ‬

42

ตัวบทท่ี 5 ไอเดียบวชกับประเทศตัวเอง แล้วอดี ใหญม่ าตามซาอฯุ
ไม่ถกู ตอ้ ง

หมวด ก. การประกาศอีดใหญโ่ ดยไม่องิ กบั ทุ่งอะรอฟะฮ์ทำได้หรอื ไม่

เชคอซุ ัยมีน

ถาม: ผมเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุฯ ที่นี่เราประสบปัญหาในเรื่อง
การเขา้ บวชรอมฎอนและบวชอะรอฟะฮ์ พวกเราแตกกนั อยู่สามฝา่ ย
ฝา่ ยแรกบอกว่าจะเข้าบวชออกบวชตามซาอุฯ
อกี ฝา่ ยบอกว่าเราจะเข้าบวชออกบวชตามประเทศทีเ่ ราอยู่น้ี
อีกฝ่ายบอกวา่ ถา้ รอมฎอนเราตามประเทศนี้ แต่ถา้ อะรอฟะฮเ์ ราตามซาอุฯ
เราขอทราบคำตอบและแจ้งให้ทราบว่า ประเทศนี้ตลอด 5 ปีมานี้เข้าออก
บวช และอะรอฟะฮ์ไม่เคยตรงกับทางซาอุฯเลย มักจะเข้าทีหลังหนึ่งวันบ้าง
สองบา้ ง สามบ้าง

ตอบ: บรรดาอุลามาอ์ขัดแยังกันว่าเมื่อเห็นเดือนที่หนึ่งแล้ว มุสลิมที่
อน่ื ต้องยึดถอื ตามหรอื ไม.่ ....

แต่ว่าถ้าหัวเมืองต่างๆ อยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกัน และมีการสั่งให้มี
การเข้าบวชหรือออกบวช *วายิบต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น* เพราะปัญหานี้
เป็นเร่อื งขดั แย้ง ซงึ่ การตัดสนิ ของผปู้ กครองถอื เปน็ การยุตขิ ้อขดั แย้ง

43

**ตามนัยนี้ ขอให้ทุกท่านเข้าบวชและออกบวชตามที่คนในดินแดนที่
ไปอยู่เขาทำกัน ไม่ว่ามันจะตรงกับประเทศเดิมของพวกท่านหรือไม่ก็ตาม
เช่นเดียวกับวันอะรอฟะฮ์ ก็ใหด้ ำเนินตามบา้ นเมอื งที่พวกทา่ นอยู่

........................

Comment:

ขอให้สังเกตคำถามนะครับ คนถามแยกเป็นสามฝ่าย และผู้ตอบ
ยืนยันว่ากลุ่มที่ยึดตามประเทศที่อยู่นั้นถูกต้อง(กลุ่มสอง) ไม่ใช่ไปอ้างอิงกับ
ประเทศบ้านเกิด หรือแยกระหว่างอีดเล็ก,อีดใหญ่ คำว่า "วายิบ" ตอบทุก
อย่างแล้ว
คนทีต่ ามจุฬาทำตามวายิบน้ีแล้ว
แลว้ คนที่ฝ่าประกาศจุฬาทำอะไรครับ?

**********

‫ﻓﻀﻴﻠﺔ اﻟﺸﻴﺦ ﳏﻤﺪ ﺑﻦ ﺻﺎﱀ اﻟﻌﺜﻴﻤﲔ ﺣﻔﻈﻪ ﷲ ﺗﻌﺎﱃ‬

:‫اﻟﺴﻼم ﻋﻠﻴﻜﻢ ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ وﺑﻌﺪ‬

.‫ﻓﺄﺳﺄل ﷲ ﻟﻜﻢ اﻟﻌﻮن ودوام اﻟﺘﻮﻓﻴﻖ‬

‫‪44‬‬

‫وأﻓﻴﺪ ﻓﻀﻴﻠﺘﻜﻢ ‹‪ x‬ﻣﻦ ﻣﻮﻇﻔﻲ ﺳﻔﺎرة ﺧﺎدم اﳊﺮﻣﲔ اﻟﺸﺮﻳﻔﲔ ﺣﻔﻈﻪ ﷲ ﺗﻌﺎﱃ‬
‫ﰲ‪ ....‬وﳓﻦ ﻫﻨﺎ ﻧﻌﺎﱐ ﲞﺼﻮص ﺻﻴﺎم ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن اﳌﺒﺎرك وﺻﻴﺎم ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ‪ ،‬وﻗﺪ‬

‫اﻧﻘﺴﻢ اﻷﺧﻮة ﻫﻨﺎك إﱃ ﺛﻼﺛﺔ أﻗﺴﺎم‪:‬‬
‫‪1‬ﻗﺴﻢ ﻳﻘﻮل ‪:‬ﻧﺼﻮم ﻣﻊ اﳌﻤﻠﻜﺔ وﻧﻔﻄﺮ ﻣﻊ اﳌﻤﻠﻜﺔ‪.‬‬
‫‪2‬ﻗﺴﻢ ﻳﻘﻮل ﻧﺼﻮم ﻣﻊ اﻟﺪوﻟﺔ اﻟﱵ ﳓﻦ ﻓﻴﻬﺎ وﻧﻔﻄﺮ ﻣﻌﻬﻢ‪.‬‬
‫‪3‬ﻗﺴﻢ ﻳﻘﻮل ‪:‬ﻧﺼﻮم ﻣﻊ اﻟﺪوﻟﺔ اﻟﱵ ﳓﻦ ﻓﻴﻬﺎ رﻣﻀﺎن‪ ،‬أﻣﺎ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻓﻤﻊ‬

‫اﳌﻤﻠﻜﺔ‪.‬‬
‫وﻋﻠﻴﻪ آﻣﻞ ﻣﻦ ﻓﻀﻴﻠﺘﻜﻢ اﻹﺟﺎﺑﺔ اﻟﺸﺎﻓﻴﺔ واﳌﻔﺼﻠﺔ ﻟﺼﻴﺎم ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن اﳌﺒﺎرك‪،‬‬
‫وﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻣﻊ اﻹﺷﺎرة إﱃ أن دوﻟﺔ ‪ ...‬وﻃﻮال اﳋﻤﺲ ﺳﻨﻮات اﳌﺎﺿﻴﺔ ﱂ ﳛﺪث‬
‫وأن واﻓﻘﺖ اﳌﻤﻠﻜﺔ ﰲ اﻟﺼﻴﺎم ﻻ ﰲ ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن وﻻ ﰲ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ‪ ،‬ﺣﻴﺚ إﻧﻪ‬
‫ﻳﺒﺪأ ﺻﻴﺎم ﺷﻬﺮ رﻣﻀﺎن وﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ ﻫﻨﺎ ﰲ‪ ....‬ﺑﻌﺪ إﻋﻼﻧﻪ ﰲ اﳌﻤﻠﻜﺔ ﺑﻴﻮم أو‬

‫ﻳﻮﻣﲔ‪ ،‬وأﺣﻴﺎ‪ ًx‬ﺛﻼﺛﺔ أ‪Ü‬م‪ ،‬ﺣﻔﻈﻜﻢ ﷲ‪ .‬واﻟﺴﻼم ﻋﻠﻴﻜﻢ ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ‪.‬‬
‫ﺑﺴﻢ ﷲ اﻟﺮﲪﻦ اﻟﺮﺣﻴﻢ‬

‫وﻋﻠﻴﻜﻢ اﻟﺴﻼم ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ‬

‫‪45‬‬

‫اﺧﺘﻠﻒ اﻟﻌﻠﻤﺎء رﲪﻬﻢ ﷲ ﻓﻴﻤﺎ إذا رؤي اﳍﻼل ﰲ ﻣﻜﺎن ﻣﻦ ﺑﻼد اﳌﺴﻠﻤﲔ دون‬
‫ﻏﲑﻩ‪ ،‬ﻫﻞ ﻳﻠﺰم ﲨﻴﻊ اﳌﺴﻠﻤﲔ اﻟﻌﻤﻞ ﺑﻪ‪ ،‬أم ﻻ ﻳﻠﺰم إﻻ ﻣﻦ رأوﻩ وﻣﻦ واﻓﻘﻬﻢ ﰲ‬
‫اﳌﻄﺎﻟﻊ‪ ،‬أو ﻣﻦ رأوﻩ‪ ،‬وﻣﻦ ﻛﺎن ﻣﻌﻬﻢ ﲢﺖ وﻻﻳﺔ واﺣﺪة‪ ،‬ﻋﻠﻰ أﻗﻮال ﻣﺘﻌﺪدة‪،‬‬

‫وﻓﻴﻪ ﺧﻼف آﺧﺮ‪.‬‬

‫واﻟﺮاﺟﺢ أﻧﻪ ﻳﺮﺟﻊ إﱃ أﻫﻞ اﳌﻌﺮﻓﺔ‪ ،‬ﻓﺈن اﺗﻔﻘﺖ ﻣﻄﺎﻟﻊ اﳍﻼل ﰲ اﻟﺒﻠﺪﻳﻦ ﺻﺎرا‬
‫ﻛﺎﻟﺒﻠﺪ اﻟﻮاﺣﺪ‪ ،‬ﻓﺈذا رؤي ﰲ أﺣﺪﳘﺎ ﺛﺒﺖ ﺣﻜﻤﻪ ﰲ اﻵﺧﺮ‪ ،‬أﻣﺎ إذا اﺧﺘﻠﻔﺖ‬
‫اﳌﻄﺎﻟﻊ ﻓﻠﻜﻞ ﺑﻠﺪ ﺣﻜﻢ ﻧﻔﺴﻪ‪ ،‬وﻫﺬا اﺧﺘﻴﺎر ﺷﻴﺦ اﻹﺳﻼم اﺑﻦ ﺗﻴﻤﻴﺔ ‪ -‬رﲪﻪ ﷲ‬

‫ﺗﻌﺎﱃ ‪ -‬وﻫﻮ ﻇﺎﻫﺮ اﻟﻜﺘﺎب واﻟﺴﻨﺔ وﻣﻘﺘﻀﻰ اﻟﻘﻴﺎس‪:‬‬

‫ااﻟْﻟﻴُ ﱠﺸْﺴَْﻬﺮَﺮَوﻓَـﻻَْﻠﻴَﻳُِﺮﻳُﺼُْﺪﻤﻪُﺑِ َُﻜوَﻣُﻢ اﻦﻟْﻌَُﻛﺎْﺴََنﺮ‬ ‫أََﻣوﻟﻣِِﺮﺘﻳُﺎ ْاﻜًﻀﻟِﺎﻤﻠُﻜأَﺘﻮْاْﺎو اﻟَْﻋبﻌِﻠَﱠﻓﺪﻰَةﻘﺪََﺳوﻟَِﻔﻗﺘٍُﺎﺮَﻜِلﻓَّﱪُﻌِواْﱠﺪﷲةٌ ﺗِّﻣﷲَﻌْﺎﻦَﻋأﻠََﱃﱠ‪Ü‬ﻰٍ{م َﻣأ‪ُ:‬ﺎﻓََﺧَﻤََﻫﺮﻦَﺪﻳُاِﺮﻳُﻛَﺷُﺪْﻢِﻬ َﺪَوﻟَﷲُِﻣَﻌﻨﺑﻠﱠِ ُُُﻜﻜﻜ ُُْﻢﻢﻢ‬
‫ﺗَ ْﺸ ُﻜُﺮو َن }ﻓﻤﻔﻬﻮم اﻵﻳﺔ‪:‬‬ ‫أن ﻣﻦ ﱂ ﻳﺸﻬﺪﻩ ﱂ ﻳﻠﺰﻣﻪ اﻟﺼﻮم‪.‬‬

‫وأﻣﺎ اﻟﺴﻨﺔ ﻓﻘﺪ ﻗﺎل اﻟﻨﱯ َﺻﻠﱠﻰ ا ﱠ‪َ ُî‬ﻋﻠَْﻴِﻪ َو َﺳﻠﱠَﻢ« ‪:‬إذا رأﻳﺘﻤﻮﻩ ﻓﺼﻮﻣﻮا‪ ،‬وإذا‬
‫رأﻳﺘﻤﻮﻩ ﻓﺄﻓﻄﺮوا«ﻣﻔﻬﻮم اﳊﺪﻳﺚ إذا ﱂ ﻧﺮﻩ ﱂ ﻳﻠﺰم اﻟﺼﻮم وﻻ اﻟﻔﻄﺮ‪.‬‬

‫وأﻣﺎ اﻟﻘﻴﺎس ﻓﻸن اﻹﻣﺴﺎك واﻹﻓﻄﺎر ﻳﻌﺘﱪان ﰲ ﻛﻞ ﺑﻠﺪ وﺣﺪﻩ وﻣﺎ واﻓﻘﻪ ﰲ‬
‫اﳌﻄﺎﻟﻊ واﳌﻐﺎرب‪ ،‬وﻫﺬا ﳏﻞ إﲨﺎع‪ ،‬ﻓﱰى أﻫﻞ ﺷﺮق آﺳﻴﺎ ﳝﺴﻜﻮن ﻗﺒﻞ أﻫﻞ‬

‫‪46‬‬

‫ﻏﺮ‡ﺎ وﻳﻔﻄﺮون ﻗﺒﻠﻬﻢ‪ ،‬ﻷن اﻟﻔﺠﺮ ﻳﻄﻠﻊ ﻋﻠﻰ أوﻟﺌﻚ ﻗﺒﻞ ﻫﺆﻻء‪ ،‬وﻛﺬﻟﻚ اﻟﺸﻤﺲ‬
‫ﺗﻐﺮب ﻋﻠﻰ‬

‫أوﻟﺌﻚ ﻗﺒﻞ ﻫﺆﻻء‪ ،‬وإذا ﻛﺎن ﻗﺪ ﺛﺒﺖ ﻫﺬا ﰲ اﻹﻣﺴﺎك واﻹﻓﻄﺎر اﻟﻴﻮﻣﻲ ﻓﻠﻴﻜﻦ‬
‫ﻛﺬﻟﻚ ﰲ اﻟﺼﻮم واﻹﻓﻄﺎر اﻟﺸﻬﺮي وﻻ ﻓﺮق‪.‬‬

‫وﻟﻜﻦ إذا ﻛﺎن اﻟﺒﻠﺪان ﲢﺖ ﺣﻜﻢ واﺣﺪ وأﻣﺮ ﺣﺎﻛﻢ اﻟﺒﻼد {ﻟﺼﻮم‪ ،‬أو اﻟﻔﻄﺮ‬
‫وﺟﺐ اﻣﺘﺜﺎل أﻣﺮﻩ؛ ﻷن اﳌﺴﺄﻟﺔ ﺧﻼﻓﻴﺔ‪ ،‬وﺣﻜﻢ اﳊﺎﻛﻢ ﻳﺮﻓﻊ اﳋﻼف‪.‬‬

‫وﺑﻨﺎء ﻋﻠﻰ ﻫﺬا ﺻﻮﻣﻮا وأﻓﻄﺮوا ﻛﻤﺎ ﻳﺼﻮم وﻳﻔﻄﺮ أﻫﻞ اﻟﺒﻠﺪ اﻟﺬي أﻧﺘﻢ ﻓﻴﻪ ﺳﻮاء‬
‫واﻓﻖ ﺑﻠﺪﻛﻢ اﻷﺻﻠﻲ أو ﺧﺎﻟﻔﻪ‪ ،‬وﻛﺬﻟﻚ ﻳﻮم ﻋﺮﻓﺔ اﺗﺒﻌﻮا اﻟﺒﻠﺪ اﻟﺬي أﻧﺘﻢ ﻓﻴﻪ‪.‬‬
‫ﻛﺘﺒﻪ ﳏﻤﺪ اﻟﺼﺎﱀ اﻟﻌﺜﻴﻤﲔ ﰲ ‪ 1420/8/28‬ﻫـ‬
‫ﳎﻤﻮع ﻓﺘﺎوى ورﺳﺎﺋﻞ اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ ﻋﺜﻴﻤﲔ ‪41-39/19‬‬

47

ตัวบทที่ 6 "ผูน้ ำมุสลิมในประเทศทไี่ มใ่ ช่มสุ ลิม" นี่มันจฬุ าไหม?

หมวด ก. การประกาศอดี ใหญ่โดยไมอ่ ิงกบั ทุง่ อะรอฟะฮ์ทำไดห้ รอื ไม่

เชคอุซยั มนี

ถาม: ทางเราได้อ่านฟัตวาของท่านในหนังสือฟะตาวาอิสลามียะฮ์
เกี่ยวกับการเห็นจันทร์เสี้ยว ณ ที่หนึ่งไม่ผูกพันต่อดินแดนอื่น ถามว่ามัน
ครอบคลมุ ถงึ การเห็นเดือนซลุ ฮิจยะฮด์ ้วยหรอื ไม?่

ตอบ: เดือนนั้นขึ้นไม่ตรงกันแล้วแต่ภูมิภาค ไม่ว่าจะในหรือนอก
รอมฎอน หุก่มก็เหมือนกันทั้งหมด แต่ฉันมองว่าผู้คนต้องปฏิบัติให้ตรงกัน **
โดยพวกเขาจะปฏิบัติตามผู้นำของชนกลุ่มน้อยมุสลิมในดินแดนที่ไม่ใช่อิสลาม
เพราะประเด็นนี้เปิดกว้าง อินชาอัลลอฮ์ ผู้รู้บางท่านบอกว่า บ้านเมืองมุสลิม
ไหนเห็นเดอื นถือวา่ ผกู พันมสุ ลิมทงั้ หมดทกุ ประเทศ

................

Comment:

"หุก่มก็เหมือนกันทั้งหมด" หมายถึง ไม่ว่าจะอีดเล็กหรืออีดใหญ่ก็เป็น
เร่ืองดเู ดอื น ซง่ึ มสี องทศั นะอันเป็นทีร่ ู้กันดี

48

"เพราะประเด็นนี้เปิดกว้าง" หมายถึง เปิดกว้างสำหรับผู้นำมวลชน
(เช่นจุฬา)ที่จะเลือกทัศนะใดก็ได้ในสองทัศนะ ส่วนลูกญะมาอะฮ์ก็ให้ปฏิบัติ
ตาม และไม่ว่าจะอะรอฟะฮ์หรอื รอมฎอนก็ไมต่ า่ งกนั

บทสรปุ ในเร่อื งอีดใหญค่ ือ
ไม่มีอุลามาอ์,สถาบันฟัตวาไหนบอกว่าการดูเดือนเองในประเทศเพื่อ
กำหนดเดอื นซลุ ฮิจยะฮ์เป็นเรือ่ งผิดและห้ามทำ

ไม่มีอุลามาอ์,สถาบันฟัตวาไหนบอกว่าประชาชนสามารถฝ่าฝืน
ประกาศของผูน้ ำได้

********************

‫ﺑﺴﻢ ﷲ اﻟﺮﲪﻦ اﻟﺮﺣﻴﻢ‬
‫ﲰﺎﺣﺔ اﻟﺸﻴﺦ ﳏﻤﺪ ﺑﻦ ﺻﺎﱀ اﻟﻌﺜﻴﻤﲔ ﺣﻔﻈﻜﻢ ﷲ‬

‫اﻟﺴﻼم ﻋﻠﻴﻜﻢ ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ‬

‫ﻓﻘﺪ اﻃﻠﻌﻨﺎ ﻋﻠﻰ ﻓﺘﻮى ﲰﺎﺣﺘﻜﻢ ﰲ ﻛﺘﺎب «ﻓﺘﺎوى إﺳﻼﻣﻴﺔ »ﺣﻮل رؤﻳﺔ اﳍﻼل‬
.‫ﰲ ﺑﻠﺪ ﻻ ﺗﻠﺰم ﲨﻴﻊ اﻟﺒﻼد ‹ﺣﻜﺎﻣﻪ‬

‫‪49‬‬

‫ﻓﻬﻞ ﻳﻨﻄﺒﻖ ﻫﺬا ﻋﻠﻰ رؤﻳﺔ ﻫﻼل ﻋﻴﺪ اﻷﺿﺤﻰ (ﺷﻬﺮ ذي اﳊﺠﺔ )أﻓﻴﺪو‪x‬‬
‫ﻣﺄﺟﻮرﻳﻦ‪.‬‬

‫ﺑﺴﻢ ﷲ اﻟﺮﲪﻦ اﻟﺮﺣﻴﻢ‬
‫وﻋﻠﻴﻜﻢ اﻟﺴﻼم ورﲪﺔ ﷲ وﺑﺮﻛﺎﺗﻪ‬
‫اﳍﻼل ﲣﺘﻠﻒ ﻣﻄﺎﻟﻌﻪ ﺑﲔ أرض وأﺧﺮى ﰲ رﻣﻀﺎن وﻏﲑﻩ‪ ،‬واﳊﻜﻢ واﺣﺪ ﰲ‬
‫اﳉﻤﻴﻊ‪ ،‬ﻟﻜﲏ أرى أن ﻳﺘﻔﻖ اﻟﻨﺎس ﻋﻠﻰ ﺷﻲء واﺣﺪ‪ ،‬وأن ﻳﺘﺒﻌﻮا ﻣﺎ ﻳﻘﻮﻟﻪ أﻣﲑ‬
‫اﳉﺎﻟﻴﺔ اﻹﺳﻼﻣﻴﺔ ﰲ ﺑﻼد ﻏﲑ اﳌﺴﻠﻤﲔ؛ ﻷن اﻷﻣﺮ ﰲ ﻫﺬا واﺳﻊ إن‬
‫ﺷﺎءﷲ‪ ،‬ﺣﻴﺚ إن ﺑﻌﺾ اﻟﻌﻠﻤﺎء ﻳﻘﻮل ‪:‬ﻣﱴ ﺛﺒﺘﺖ رؤﻳﺔ اﳍﻼل ﰲ ﺑﻠﺪ اﻹﺳﻼم‬
‫ﰲ أي ﻗﻄﺮ ﻟﺰم اﳊﻜﻢ ﲨﻴﻊ اﳌﺴﻠﻤﲔ ﰲ ﲨﻴﻊ اﻷﻗﻄﺎر اﻹﺳﻼﻣﻴﺔ‪ .‬ﻛﺘﺒﻪ ﳏﻤﺪ‬
‫اﻟﺼﺎﱀ اﻟﻌﺜﻴﻤﲔ ﰲ ‪ 1421/2/15‬ﻫـ‪.‬‬
‫ﳎﻤﻮع ﻓﺘﺎوى ورﺳﺎﺋﻞ اﻟﺸﻴﺦ اﺑﻦ ﻋﺜﻴﻤﲔ ‪43/19‬‬


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Riwayat Hidup Hj
Next Book
RACHEL DAN SERIGALA