1
ผลงานทศั นศิลปส์ มัยสโุ ขทัย
ศลิ ปกรรมสมยั สุโขทัยเรม่ิ ตน้ ตงั้ แตเ่ ม่อื พ่อขนุ ศรีอนิ ทราทิตย์ สถาปนา
กรุงสโุ ขทยั เป็นอสิ ระไม่ข้ึนแก่ขอม เมอ่ื ราว พ.ศ.1800 อาณาจกั รสุโขทัยอยู่
บรเิ วณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย
ศลิ ปะสุโขทัยได้รับอิทธพิ ลมาจากศาสนาพทุ ธ นิกายเถรวาทลทั ธลิ งั กาวงศ์
มีการออกแบบสรา้ งงานทศั นศลิ ปท์ ่ีมเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั ถือไดว้ ่าเปน็ ยุครุ่งเรือง
สูงสุดในดา้ นคณุ ค่าความงามของศิลปะไทย โดยเฉพาะพระพทุ ธรูปและสถูปเจดีย์ตา่ งๆ
ดา้ นจติ รกรรม
ในสมัยสโุ ขทยั ภาพจติ รกรรมมที ั้งภาพลายเสน้ และภาพเขียนสี โดยเฉพาะ
การเขยี นภาพลายเสน้ สลักบนแผน่ หินชนวน
สาหรบั จิตรกรรมฝาผนังน้นั จะแตกต่างไปจากภาพลายเส้น สีท่ีใช้เป็นสีแบบ
ดา แดง ท่ีเรยี กว่า “สเี อกรงค์” (Monochrome)
ภาพลายเสน้ สลกั บนแผน่ หนิ ชนวน
ประดับมณฑปวดั ศรีชุม จงั หวัดสุโขทยั
สนั นษิ ฐานวา่ ได้รบั อทิ ธิพลจากศิลปะลังกา เนอื่ งจากมีกลุ่มพระสงฆช์ าวลังกาเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา
เปน็ ไปไดว้ ่า พระสงฆ์บางรปู อาจเปน็ ช่างที่เขา้ มาสอนชา่ งไทยสลักภาพลงบนแผ่นหนิ
ภาพจติ รกรรมฝาผนงั พระพทุ ธรปู ปางมารวิชยั ในเจดยี ์วัดเจดียเ์ จ็ดแถว
อาเภอศรีสัชนาลยั จงั หวดั สุโขทัย
ซง่ึ เปน็ ภาพทไ่ี ด้รบั อิทธิพลมาจาก ศิลปะอนิ เดีย ลงั กา และเขมรผสมผสานกัน
สีท่ีใช้มีสีดาและสแี ดงเป็นส่วนใหญ่
ด้านประตมิ ากรรม
ประติมากรรมที่สาคัญ คือ การทา
เครื่องสังคโลก และการสร้างพระพุทธรูป
ก า ร ท า เ ค รื่ อ ง สั ง ค โ ล ก ถื อ เ ป็ น ผ ล ง า น ท่ี
พัฒนาขึ้นมาใหม่ นอกเหนือจากการทา
เคร่ืองปั้นดินเผา โดยได้รับการถ่ายทอดมา
จากประเทศจีน เคร่ืองสังคโลกที่จัดทาข้ึน
เพอ่ื เป็นเครอ่ื งใช้สอยในชีวิตประจาวัน ใช้ประดับ
ตกแต่งศาสนสถาน และส่งออกไปจาหน่าย
ยังต่างประเทศ โดยมากทาเป็นจาน ชาม ไห
แจกนั ตุ๊กตา ฯลฯ
สาหรับผลงานการสร้างพระพุทธรูป
ส่ ว น ใ ห ญ่ ใ น ส มั ย สุ โ ข ทั ย นิ ย ม ส ร้ า ง
พระพุทธรูป 4 อิริยาบถ คือ น่ัง นอน ยืน
และเดิน มพี ระพักตร์รูปไข่ น่ิงสงบ แย้มพระ
โอษฐ์เล็กน้อย สะท้อนถึงสภาวะแห่งปีติสุข
อันมีอยู่ภายในอย่างสมบูรณ์ หลังจากทรง
บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ พระพุทธรูปที่เป็น
เอกลักษณ์เด่นของศิลปะสุโขทัย คือ
พระพุทธรูปปางลลี า
นอกจากพระพุทธรูปสาริดแล้ว ยังนิยมทาพระพุทธรูปปูนป้ันด้วย มีทั้งพระพุทธรูปนูนสูงประดับอาคาร
พุทธสถาน พระพุทธรูปปูนป้ันแบบลอยตัว พระพุทธรูปปูนปั้นรอบพระเจดีย์ใหญ่วัดช้างล้อม ฯลฯ
ขณะเดยี วกนั ก็มกี ารหล่อเทวรูปสารดิ ข้ึนหลายองค์ เพอื่ ใช้บชู าและประกอบพระราชพิธีต่างๆ ของราชสานัก
“พระอจนะ” วัดศรชี มุ
ตานานพระพดู ได้
สมเด็จพระนเรศวรได้วางแผนสร้างกาลังใจให้กบั ทหารโดยการให้ทหารคนหน่งึ ปนี บันได
ไปทางด้านหลังขององค์พระ และพูดใหก้ าลงั ใจแกเ่ หล่าทหาร ทาใหเ้ กดิ กาลงั ใจที่จะตอ่ สู้
ดว้ ยเหตุนจี้ ึงทาให้เกดิ “ตานานพระพูดได้” ที่วดั ศรชี ุมแห่งนี้
ดา้ นสถาปตั ยกรรม
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
เจดยี ์ อาคาร วหิ าร โบสถ์
ด้านสถาปัตยกรรม
1) เจดีย์ ฐานจะเป็นสี่เหล่ียม 3 ชั้น
ต้ังซ้อนกัน องค์เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงกลม
หรือย่อมุมแบบเหลี่ยม มีซุ้มจระนา ปลาย
เจดีย์จะทาเป็นรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือดอก
บัวตูม นอกจากนี้ยังมีการสร้างเจดีย์ทรงกลม
แบบลังกา มีฐานเป็นรูปส่ีเหล่ียม บางแห่งทา
เป็นรูปปูนปั้นช้างครึ่งตัวยื่นศีรษะออกมาราย
รอบท่ีฐานพระเจดีย์ ฐานชั้นที่สองมีซุ้ม
ประดิษฐานพระพุทธรปู อยโู่ ดยรอบ ต่อจากน้ัน
จึงเป็นฐานกลมซ้อนขึ้นไปจนถึงองค์ระฆัง
ส่วนบนขององค์ระฆังเป็นบัลลังก์รูปส่ีเหล่ียม
ต่อด้วยปล้องไฉน รูปวงแหวนเป็นช้ันๆ จนถึง
ยอดรูปดอกบวั ตมู
2) อาคาร อาคารท่ียังหลงเหลืออยู่มีลักษณะเป็นอาคารโถง หรืออาคารท่ีมฝี าผนังมีหลังคาซ้อนกันขึ้นไป
เปน็ ชน้ั ๆ ผงั อาคารเป็นรปู ส่ีเหล่ียมผืนผ้า ทางด้านหน้าก่อเป็นมุขย่ืนออกมา มบี ันไดข้ึนสองข้าง สาหรับอาคาร
ท่ีก่อด้วยศิลาแลง หลังคาจะใช้ศิลาแลงเรียงซ้อนเหล่ือมกันขึ้นไปจนถึงข้ันสูงสุดที่ไปบรรจบกันส่วน
สถาปัตยกรรมรูปทรงอาคารที่มีลักษณะเป็นส่ีเหลี่ยม จะมีหลังคาเป็นช้ันแหลมลดหลั่นกันไปถึงยอดทาเป็นชั้น
ประมาณ 3 ช้ัน เรียกว่า “มณฑป” มที ั้งแบบทมี่ ผี นงั และแบบมีโถง
3) วิหาร ทาเป็นกาแพงทึบแล้วเจาะ
หน้าต่างเป็นช่องเล็กๆ มีลูกกรงทาด้วยอิฐ
หรือดินเผาปั้นเป็นลูกแก้วก้ัน เพื่อให้แสง
ลอดเขา้ ไปข้างในได้ แบ่งไดอ้ อกเป็น
2 แบบใหญๆ่ คือ
3.1) วิหารแบบแรก มีโครงสร้าง
อาคารแบบผนังเปิดโล่ง หรือวิหารโถง
สร้างอยู่บนผังส่ีเหลี่ยมผืนผ้า ยกระดับขึ้น
ไปจากพื้นเล็กน้อย ช่องผนังของวิหาร มี
การก่อฐานสูงข้ึน เพ่ือทาเป็นท่ีประดิษฐาน
พระพุทธรูป วิหารด้านข้างมีแนวเสาร่วม
ทาหน้าท่ีรองรับตัวไมส้ ่วนท่ีเป็นโครงสร้าง
ของหลังคาประธาน และเสาช้ันนอกซึง่ เรียง
รายเปน็ แถวถัดออกมาจะรองรบั หลังคา
ปกี นก
ช่องแบบ “ลูกมะหวด” เพือ่ ใหแ้ สงเข้า
3.2) วหิ ารแบบที่สอง มโี ครงสร้างแบบมีผนงั กอ่ ล้อมทง้ั 4 ดา้ น ภายในวหิ ารดา้ นหลังกอ่ เป็นฐานยกพื้นสงู
ไวป้ ระดษิ ฐานพระประธาน ดา้ นหนา้ วหิ ารจะมีมุขยื่นออกมาแบบ “มขุ โถง” สว่ นผนังดา้ นข้างท้ังสองของวหิ าร
ในแต่ละช่องเสาจะทาเปน็ ชอ่ งแบบ “ลูกมะหวด” เพ่อื ใหแ้ สงเข้า
4) โบสถ์ จะก่อด้วยโครงศิลาแลง
ฉาบปูน โครงสร้างหลังคานิยมเรียงด้วย
ก้อนศิลาเหล่ียมซ้อนกันเป็นรูปกลีบบัว
หรือเรยี งต้ังแตใ่ หญ่ไปหาเล็ก เป็นทรงยอด
มณฑป นอกจากน้ีก็มีโบสถ์ท่ีมีโครงสร้าง
เป็นไม้แบบศาลาโถงมีหลังคาปีกนกคลุม
ต่า ไม่มีบานหน้าต่าง แต่เจาะผนังเป็น
ลูกกรงประดับดว้ ยปูนปั้น เคร่ืองบนหลังคา
ของโบสถ์ประดับด้วยเครื่องสังคโลก
โบสถ์แทบทุกหลังจะหันหน้าไปทางทิศ
ตะวันออกมีแผนผังเป็นรปู สี่เหลย่ี มผนื ผา้
นอกจากน้ี ยังมีสถาปัตยกรรมอีกประเภทหน่ึง ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน คอื กาแพงเมือง
ซุ้มประตู ป้อมปราการ โดยกาแพงเมืองจะมีการขุดคูล้อมรอบ ตัวอย่างท่ีเห็นได้เด่นชัด
เชน่ กาแพงเมอื งเกา่ สุโขทยั กาแพงและป้อมทุ่งเศรษฐี จังหวัดกาแพงเพชร เป็นตน้
คาถาม-คาตอบ
เรือ่ ง ผลงานทัศนศลิ ป์สมัยสโุ ขทยั
คาว่า “สเี อกรงค์” ในงานจิตรกรรมฝาผนงั สมยั สโุ ขทัย มีลกั ษณะอยา่ งไร ?
123
เทา ดา เหลอื ง ชมพู ดา แดง
คาว่า “สเี อกรงค์” ในงานจิตรกรรมฝาผนงั สมยั สโุ ขทัย มีลกั ษณะอยา่ งไร ?
123
เทา ดา เหลอื ง ชมพู ดา แดง
โ
ค เ ง สั ก
ล ห บ น ร่ื
สั ง ค โ ล ก
ค เ ง สั ก
ล ห บ น ร่ื
ะา
ท ป พุ ห ร พ ก เ ค ต
พิ ธ ย ช ล ฟ น ม ร ชิ
พระพทุ ธชินราชเปน็ พระพทุ ธรูป
ปางมารวิชยั ที่มีลกั ษณะงดงาม ท่ีสดุ ในโลก
พ ร ะ พุ ท ธ ชิ น ร า ช
ท ป พุ ห ร พ ก เ ค ต
พิ ธ ย ช ล ฟ น ม ร ชิ
เจดยี ์แบบสโุ ขทัยแท้ ปลายเจดยี ์จะทาเปน็ รปู ทรงอะไร ?
ง พุ่ า บิ
ท น ย ค ร ข้ พ ฑ์ ก ป
ญง ว ฝ ะณลมตอ
เจดยี แ์ บบสโุ ขทัยแท้ ปลายเจดีย์จะทาเปน็ รปู ทรงอะไร ?
ท ร ง พุ่ ม ข้ า ว บิ ณ ฑ์
ท น ย ค ร ข้ พ ฑ์ ก ป
ญง ว ฝ ะณลมตอ
ผลงานทัศนศลิ ป์สมยั อยุธยา
งานทัศนศลิ ป์สมยั อยุธยาเจรญิ ข้นึ ทางภาคกลาง มีชว่ งเวลาววิ ัฒนาการ
นานถึง 417 ปี แนวคดิ และเนื้อหาของผลงานทศั นศิลป์สว่ นใหญ่สะทอ้ นถึงความ
ศรัทธาในพระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาท มกี ารสรา้ งผลงานทัศนศลิ ปเ์ ปน็ จานวนมาก
เพ่อื ถวายแดพ่ ระศาสนา แต่ขณะเดียวกันกม็ ีการสรา้ งผลงานสาหรบั กษตั รยิ ด์ ว้ ย
โดยเฉพาะการกอ่ สรา้ งปราสาทราชวัง เพ่อื ใชเ้ ป็นทป่ี ระทบั ในกรงุ ศรอี ยธุ ยา
ซง่ึ มีความงดงามวิจิตร โดยนาเอาชา่ งแขนงตา่ งๆ มาร่วมกนั สรา้ งสรรคข์ ึ้น
ดา้ นจติ รกรจริตรมกรรม
สว่ นใหญ่จะเกีย่ วเนือ่ งกับ
พระพุทธศาสนา โดยชว่ งแรกจะได้รับ
อทิ ธิพลของศลิ ปะแบบลพบุรี สุโขทัย
และลงั กาผสมผสานกัน บางภาพมี
ลักษณะแขง็ และหนกั มีการปิดทอง
บนภาพ ชว่ งหลังนยิ มวาดภาพ
เก่ียวกบั ไตรภมู ิ และภาพพุทธประวัติ
การเขียนภาพจะเปน็ เชน่ เดยี วกบั
จติ รกรรมสมัยสุโขทยั ท่ีนิยมใชส้ แี ดง
เขม้ เป็นพ้นื แต่สมัยอยธุ ยาจะมีการใช้
สที ่ีเพิม่ มากขนึ้
นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง จนสิ้นสุดสมัยอยุธยา จิตรกรรมของอยุธยาแสดงให้เห็นถึง
ลักษณะของจติ รกรรมไทยแทอ้ ย่างสมบูรณ์ มีการปิดทองบนรูปและลวดลาย เนื้อเรือ่ งท่เี ขียนจะเป็นเร่ืองเก่ียวกับ
เทพชมุ นมุ พุทธประวตั ิ ไตรภูมิ ยงั คงใชส้ นี ้อย ภาพมลี กั ษณะแบนและตดั เสน้ ดว้ ยสีขาวและสดี า
ประดติมา้ากนรรปม ระติมากรรม
ผลงานทมี่ ลี กั ษณะเดน่ ทางดา้ นทศั นศิลปป์ ระเภทประตมิ ากรรมในสมยั อยธุ ยาทสี่ าคัญ ไดแ้ ก่
การสรา้ งพระพทุ ธรปู ซงึ่ จาแนกเป็นกลมุ่ ไดด้ งั นี้
1) พระพทุ ธรปู แบบศลิ ปะทวารวดผี สมเขมร 2) พระพทุ ธรปู แบบศลิ ปะอทู่ อง
พุทธลักษณะทีส่ าคญั คือ รศั มีเป็นรูปดอกบัวตูม มีจวี รคลา้ ย มีลกั ษณะบางอย่างผสมผสานกนั ระหว่างศิลปะทวารวดกี บั ศลิ ปะ
แบบทวารวดี พระพกั ตรส์ ่ีเหล่ียมตามแบบเขมรองคพ์ ระพทุ ธรูป ลพบุรซี ึ่งตอ่ มาศลิ ปะอู่ทองกค็ อ่ ยผสมกลมกลนื เปลย่ี นไปเปน็
ทาด้วยศลิ าหรือโลหะ ศิลปะแบบอยุธยา
3) พระพทุ ธรปู แบบอยธุ ยา 4) พระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื ง
พระพกั ตร์และพระรศั มีเปน็ แบบสโุ ขทัย จะต่างกันทีไ่ รพระศก มีการแต่งองคท์ รงเคร่ืองอย่างกษัตรยิ ์ ท้ังแบบทรงเคร่อื งใหญ่
และชายสังฆาฏิ หากเป็นพระพทุ ธรูปทรงเครอ่ื ง พระรศั มีก็ทา และทรงเครอ่ื งน้อย แบบทรงเครอ่ื งนอ้ ย มีกรรเจยี กเป็นครบี
เปน็ อย่างก้นหอยบ้าง เป็นอย่างมงกฎุ เทวรปู แบบลพบุรีบา้ ง ออกมาเหนือใบพระกรรณ ถอื เปน็ เอกลักษณเ์ ฉพาะของ
พระพุทธรปู สมยั อยธุ ยา
พระพทุ ธรปู แบบศลิ ปะอู่ทอง
พระพทุ ธไตรรัตนนายก หรอื หลวงพ่อซาปอกง วดั พนญั เชิง จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
พระพุทธรปู ทรงเครื่อง
พระพทุ ธนมิ ิตวิชติ มารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ
วดั หนา้ พระเมรุ จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
ดา้ นสถาปตั ยกรรม
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
เจดยี ์ อาคาร วหิ าร โบสถ์
สถาดปัตา้ ยนกรรสมถาปตั ยกรรม
1) เจดีย์ สามารถจาแนกได้หลาย
รูปแบบไปตามแนวความคิด คติความ
เชื่อทางศาสนาในแต่ละช่วงเวลา โดย
ในช่วงระยะแรกนิยมสร้างเจดีย์แบบทรง
ปรางค์ตามธรรมเนียมนิยมที่เคยมีมา
ก่อน แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปทรงองค์
ป ร า ง ค์ ใ ห้ มี ค ว า ม เ พ รี ย ว ไ ด้ สั ด ส่ ว น
มากกว่าศิลปะแบบขอม
ปรางค์ที่สร้างขึ้นจะมีฐานะเป็น
ศูนย์กลางของวัด จึงสร้างให้มีขนาด
ใหญ่ มีการสร้างระเบียงคดเป็นส่ีเหลี่ยม
จตั ุรัสล้อมรอบดว้ ย
ระยะตอ่ มาจะมีการสร้างเจดีย์ทรงกลมแบบสุโขทัย เช่น พระเจดยี ์ใหญ่ 3 องค์ ในวดั พระศรสี รรเพชญ์
เปน็ ตน้ ซ่ึงเชื่อวา่ น่าจะไดแ้ บบอย่างมาจากเจดียป์ ระธานวดั นางพญา เมอื งศรีสชั นาลยั
ช่วงหลัง จงึ มกี ารสร้างเจดยี แ์ บบศิลปะอยธุ ยาแท้ คือ เจดีย์แบบยอ่ มมุ ใหญ่หรอื เจดียย์ อ่ มุมไม้สบิ สอง เช่น พระเจดยี ์ใหญท่ ่ี
วดั ภูเขาทอง พระเจดียศ์ รสี รุ โิ ยทยั วดั สวนหลวงสบสวรรค์ เปน็ ตน้ แต่ทีง่ ดงามทส่ี ุดจะอยทู่ ่ีวัดชุมพลนกิ ายาราม อาเภอบางปะอนิ
จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
2) อาคาร เป็นสมัยแรกท่ีมีการนาเอาแบบอย่าง
การก่อสร้างสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ามาผสมผสานกับ
สถาปัตยกรรมไทยโดยสร้างอาคารแบบก่ออิฐถือปูน
มกี ารวางผังการก่อสร้างอย่างเป็นระเบียบ จัดบริเวณให้
ร่มรื่น มีลานกว้าง มีการสร้างอ่างเก็บน้าไว้ใช้ ที่เห็นได้
เด่นชัด คือ สถาปัตยกรรมภายในเขตพระนารายณ์ราช
นเิ วศน์ จงั หวดั ลพบุรี
3) โบสถ์ วิหาร มณฑป นิยมสร้างให้มีขนาดใหญ่
ยกฐานสูง ผนังด้านข้างทาเป็นช่องแบบลูกมะหวดและแบบ
หน้าต่าง เสาจะก่อด้วยอิฐ ทาเป็นเสากลม ปลายเสาตกแต่ง
ด้วยบัวหัวเสา ในช่วงอยุธยาตอนปลายจะทาฐานให้เห็นเป็น
แนวแอ่นโค้งรับกับส่วนหลังคาท่ีทาซ้อนกันขึ้นไปเป็นช้ันและ
โค้ง มักใช้เสากลมก่ออิฐสอปูนตรงหัวเสาจะทาเป็นบัวตูม
ตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ซุ้มประตู หน้าบันหน้าต่าง นิยม
แกะสลกั ไม้ปดิ ทองประดบั กระจก
คาถาม-คาตอบ
เร่อื ง ผลงานทัศนศลิ ป์สมัยอยุธยา
“มกี ารแต่งองคท์ รงเครื่องอยา่ งกษตั ริย์ ทงั้ แบบทรงเครอ่ื งใหญ่ และ
ทรงเคร่ืองน้อย แบบทรงเครอื่ งน้อย มกี รรเจียกเป็นครบี ออกมาเหนือ
ใบพระกรรณ” จากบทความข้างตน้ กล่าวถงึ ผลงานทัศนศิลป์ใด ?
6 พยางค์
“มีการแต่งองคท์ รงเครือ่ งอยา่ งกษตั ริย์ ท้งั แบบทรงเครือ่ งใหญ่ และ
ทรงเครอ่ื งน้อย แบบทรงเคร่อื งนอ้ ย มกี รรเจียกเป็นครีบออกมาเหนือ
ใบพระกรรณ” จากบทความข้างตน้ กล่าวถงึ ผลงานทศั นศิลปใ์ ด ?
พระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื ง
6 พยางค์
เครื่องเบญจรงคท์ ี่ทางอยธุ ยาส่ังผลิตจากประเทศจนี
มกั จะนยิ มใชก้ ส่ี ี สีอะไรบ้าง ?
คาตอบ
นยิ มใชส้ ี 5 สี
ได้แก่ สขี าว สีเหลือง สีดา สีแดง สีเขยี วหรอื คราม
หมายถึง
เบญจรงค์5 (หา้ )
เจดยี ์แบบศิลปะอยุธยาแท้ คอื เจดยี แ์ บบใด ?
7 พยางค์
เจดยี แ์ บบศลิ ปะอยุธยาแท้ คือเจดีย์แบบใด ?
เจดียย์ อ่ มมุ ไม้สบิ สอง
7 พยางค์