The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตอบคำถามท้ายบท-บทที่-1-ธรรมชาติของภาษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kang Kangsadal Jaikla, 2023-07-05 03:46:56

kk

ตอบคำถามท้ายบท-บทที่-1-ธรรมชาติของภาษา

นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 1 บทที่ 1 ธรรมชาติของภาษา ตอบค าถามท้ายบท 1.ภาษาหมายถึงอะไร จงอธิบายตามความเข้าใจที่ถูกต้อง ตอบ ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๒ : ๘๒๒) ให้ความหมายของภาษาไว้ว่า ภาษา หมายถึง ถ้อยค าที่ใช้พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ภาษาไทย ภาษาจีน หรือเพื่อสื่อ ความเฉพาะวงการ เช่น ภาษาราชการ ตัวหนังสือ หรือกิริยาอาการที่สื่อความได้ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง ภาษามือ นอกจากนี้ ภาษา หมายถึง การวางเงื่อนไขในการสื่อสารของกลุ่มหรือสังคมนั้น ๆ โดยเข้าใจ ร่วมกันว่าเงื่อนไขหรือรหัสที่ก าหนดไว้หมายถึงอะไร ซึ่งใช้สื่อสารความคิด ความเข้าใจและความรู้สึกของผู้สื่อไปยัง ผู้รับโดยอาศัยเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ภาษาจึงเป็นเครื่องสื่อความโดยภาษาต้องประกอบด้วยระบบ ความหมายและ โครงสร้างเพื่อให้เข้าใจตรงกันผู้อยู่ในกลุ่มหรือสังคมนั้น ๆ จึงต้องเรียนรู้ภาษาซึ่งกันและกัน แต่บางครั้งสิ่งที่เกิดจาก สัญชาตญาณก็อาจเป็นภาษาได้เช่น ภาษาสัตว์ ภาษาดนตรี ภาษานก เป็นต้น ไม่ว่าภาษาใดในโลกย่อมมีลักษณะส าคัญที่มุ่งสื่อสารให้เข้าใจหรือสื่อความรู้ ความคิด ความรู้สึก โดยมี นักวิชาการด้านภาษาได้แบ่งลักษณะส าคัญทางภาษาไว้อย่างน่าสนใจ เช่น ๑. ภาษาเป็นเสียงที่มีความหมาย หมายถึงค าที่เป็นเสียงพูดเท่านั้น ภาษาเขียนเป็นเพียงตัวแทนของภาษา พูด เสียงที่มีความหมายในภาษาหนึ่งอาจเป็นเสียงที่ไม่มีความหมายในภาษาอื่นก็ได้ ๒. ภาษามีระบบกฎเกณฑ์ที่แน่นอน คือ มีการวางโครงสร้างระบบล าดับของเสียงพูด ค า ประโยค โดยมัก แบ่งออกเป็น ๒ ประการ คือ โครงสร้างทางไวยากรณ์และโครงสร้างทางเสียง ๓. มีลักษณะที่อธิบายเหตุผลไม่ได้ คือ ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ว่าท าไมค าที่มีความหมายเดียวกันแต่เขียน และออกเสียงต่างกันทั้งที่มีความหมายตรงกัน ๔. ภาษามีลักษณะเป็นสังคม กล่าวคือภาษามีผู้ใช้อยู่ในวัฒนธรรมกลุ่มเดียวกัน แต่การออกเสียงหรือส าเนียง อาจแตกต่างกันบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสรีระอวัยวะออกเสียงของแต่ละบุคคล ๕. ภาษามีลักษณะสร้างสรรค์ คือ ภาษาสามารถสื่อความเป็นประโยคได้อย่างไม่รู้จบทั้งที่พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์มีจ านวนจ ากัด ๖. ภาษาเป็นวัฒนธรรม กล่าวคือ ภาษามีลักษณะส าคัญเหมือนวัฒนธรรม เพราะภาษาเป็นมรดกทางสังคม มีการถ่ายทอด มีการพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไขตามกาลสมัย ๗. ภาษามีระดับ ภาษาย่อมมีระดับในการใช้เพื่อให้เหมาะสมกับกาลเทศะและถูกต้องตามบริบทที่เผชิญอยู่ โดยมากแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ ภาษาปาก ภาษากึ่งแบบแผน และภาษาแบบแผน(ภาษาราชการ) ๘. ภาษาเป็นเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน กล่าวคือภาษาเป็นเรื่องของหมู่ชนที่ต้องท าความเข้าใจหรือ วางสัญลักษณ์ที่เข้าใจร่วมกัน


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 2 ๙. ภาษาย่อมเกิดจากการเรียนรู้ กล่าวคือ มนุษย์จะเรียนรู้ภาษาได้ต้องอาศัยการได้ยินได้ฟังคนอื่นพูดมา ก่อนแล้วค่อยเลียนแบบอย่างตาม การเรียนรู้ภาษาของมนุษย์อยู่ในทุกช่วงวัย นับตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน วัยชรา มนุษย์ย่อมมีการเรียนรู้ภาษาอยู่เสมอ การเรียนรู้ภาษานั้นต้องอาศัยการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางสังคมไม่ใช้ สัญชาตญาณ กล่าวคือ หากเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนจีนมาอยู่ในสังคมไทยย่อมพูดภาษาไทยได้แต่ไม่สามารถพูดภาษาจีน อันเป็นภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ตนเองได้ แต่เด็กคนนี้ย่อมมีสัญชาตญาณในการเรียนรู้ภาษาจีนได้ดีกว่าคนไม่ใช่กลุ่ม ชาติพันธุ์จีน ๑๐. ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร ภาษาเป็นเครื่องมือที่สื่อความรู้ ความคิด ความรู้สึกของผู้ส่งสารไปยังผู้รับ สาร โดยกระบวนการสื่อสารนั้นต้องอาศัยภาษาเป็นเครื่องมือที่เข้าใจร่วมกัน นั่นคือภาษานั่นเอง ๑๑.แต่ละภาษาย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะภาษาแต่ละภาษานั้นมีโครงสร้างทั้งทางเสียงและทาง ไวยากรณ์ที่แตกต่างกันย่อมน ามาซึ่งความหมายที่แตกต่างกันด้วย หรือแม้แต่ในภาษาเดียวกันแต่มีโครงสร้างที่แตกต่าง กันย่อมมีลักษณะความหมายที่แตกต่างกันไปด้วย ๑๒. ภาษาย่อมไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว กล่าวคือ แม้ว่าภาษาจะมีระบบโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ความ จริงแล้วโครงสร้างเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถก าหนดได้อย่างตายตัว ทั้งนี้เพราะต้องอาศัยบริบทต่าง ๆ ช่วยเหลือให้ ภาษาเหล่านั้นมีความหมายหรือเสียงต่างจากเก่าได้ ๑๓. ภาษาทุกภาษาย่อมมีค่าแห่งความเป็นภาษาเท่าเทียมกัน กล่าวคือ ภาษาย่อมมีคุณค่าความส าคัญเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนก็ตามทีทั้งนี้เพราะภาษาทุกภาษาย่อมกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่ต่างกันแต่มีศักดิ์ในการสื่อสารเท่า เทียมกัน ๑๔. ภาษาเป็นวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ภาษาเป็นการออกเสียงโดยการกักเสียงหรือระเบิดเสียงตามหลักทาง วิทยาศาสตร์สามารถฝึกหัดและเรียนรู้ได้ศาสตร์ในการเรียนรู้ภาษาโดยอาศัยวิทยาศาสตร์ตั้งเรียนรู้ตั้งแต่ระบบสมองสั่ง การ ระบบของอวัยวะออกเสียง ระบบเสียง เรียกศาสตร์แขนงนี้ว่าภาษาศาสตร์ ๑๕.ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปร เนื่องจากภาษาเป็นการวางเงื่อนไขของสังคมแต่ละสังคม ดังนั้นเมื่อมี ผลกระทบอันเกิดจากภาษาย่อมมีการแปรเปลี่ยนภาษาได้ตามเหตุการณ์นั้น ๆ ทางสังคมอย่างแน่นอน ๑๖. ภาษาย่อมมีความหมาย ความหมายเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของภาษา ทุกภาษาย่อมต้องมี ความหมายอยู่ด้วยเสมอซึ่งมีอยู่ ๓ อย่างคือ ๑) ความหมายที่แทนรูปธรรม เช่น คน ต้นไม้ สัตว์ เป็นต้น ๒) ความหมายที่แทนนามธรรม เช่น หนาว ร้อน ชอบ สวย สบาย ดี ชั่ว เป็นต้น ๓) ความหมายของค าที่มีบริบทหรือต าแหน่งเป็นตัวบังคับ เช่น ไก่ขันตอนเช้า /ขัน/ หมายถึง กิริยาอาการส่ง เสียงของไก่ เขาใช้ขันตักน้ า /ขัน/ หมายถึง ภาชนะที่ใช้ตักน้ า เป็นต้น


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 3 2.ภาษาเกิดขึ้นได้อย่างไร อธิบายให้ชัดเจน ตอบ การใช้เสียงสื่อความหมายบางค ามีความสัมพันธ์กับถ้อยค า ท าให้นักปราชญ์ทางภาษาได้ท าการสรุปการก าเนิด ของภาษา ดังนี้ 1) ภาษาเป็นของประทานจากพระเจ้า มนุษย์เชื่อว่าภาษานั้นเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ซึ่งในแต่ละศาสนาได้ใช้ภาษาเป็นภาษา เฉพาะในด้านของบทสวด เช่น ศาสนาฮินดูใช้ภาษาละติน ชาวมุสลิมใช้ภาษาอารบิก ศาสนาออร์โธดอกซ์ใช้ภาษาเฮบรู 2) ภาษาเกิดจากการที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือเลียนเสียงธรรมชาติ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้สื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ภาษาเริ่มจากการเปล่งเสียง กลายมาเป็น ภาษาพูด ต่อมามนุษย์จึงรู้จักขีดเขียนอักขระขึ้นเป็นค าเพื่อแทนเสียงพูด จึงเกิดเป็นภาษาเขียนขึ้น ภาษามีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้คนในสังคมที่เปลี่ยนไป ในมิติหนึ่งมนุษย์เป็นผู้ก าหนดและใช้งานภาษา แต่ในอีกมิติหนึ่งภาษาก็มีพลังหรืออิทธิพลต่อสังคมมนุษย์เช่นกัน การใช้งานภาษาท าให้ระบบความคิดของมนุษย์มี โครงสร้างอย่างที่เป็นอยู่ ภาษาทรงอิทธิพลต่อวิถีชีวิต ซึ่งได้พัฒนามาเป็นวัฒนธรรมและประเพณีนอกจากนี้ ภาษามี สาเหตุเกิดจากการเลียนเสียงจากธรรมชาติ เช่น 1.๑ ) เกิดจากการเลียงเสียงจากสิ่งต่าง ๆ เช่น เพล้ง , โครม , ปัง 1.๒ ) เกิดจากการเลียนเสียงของสัตว์ เช่น แมว , ตุ๊กแก 1.๓ ) เกิดจากการเลียนเสียงจากสิ่งสิ่งนั้น เช่น หวูด , ออด 1.๔ ) เกิดจากเสียงสระหรือพยัญชนะที่มีความสัมพันธ์กับความหมาย เช่น เซ , เป๋ มีความหมายว่า ไม่ตรง (แต่เป็นเพียงส่วนน้อยในภาษาเท่านั้น) 1.๕ ) ภาษาถิ่นบางถิ่นจะมีเสียงสัมพันธ์กับความหมาย เช่น สระเอาะ หรือ ออ ภาษาถิ่นบางถิ่นจะ บอกความหมายว่าเป็นขนาดเล็ก ดังเช่น จ่อว่อ หมายถึง เล็ก , โจ่โว่ หมายถึง ใหญ่ 3) ภาษาเกิดจากการเปล่งเสียงแสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น มนุษย์มีอารมณ์โมโห แปลกใจ เจ็บปวด พอใจ เสียใจ มันจะอุทานถ้อยค าออกมาจึงเกิดเป็นภาษาอย่าง หนึ่ง 4) ภาษาเกิดจากเด็กทารก เช่น เสียงอ้อแอ้ เสียงร้อง เสียงเด็ก เป็นต้น ภาษาเกิดจากการที่มนุษย์สร้างค าขึ้นใหม่ โดยคนที่พูดภาษาเดียวกัน ได้ตกลงกันว่าค าใด เสียงใด ควรมี ความหมายอย่างไร ภาษาจึงเป็นสัญลักษณ์ คือลักษณะที่รับรู้ร่วมกัน


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 4 3.สังเกตและรวบรวมค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาบาลี สันสกฤต ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ตอบ 1) ค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาบาลี ภาษาบาลี เป็นภาษาตระกูลเดียวกับภาษาสันสกฤต คือ ภาษาตระกูลวิภัตติปัจจัย จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มาก ข้อสังเกตและตัวอย่างค าภาษาบาลี นิยมใช้ ฬ เช่น กีฬา จุฬา ครุฬ นาฬิกา วิฬาร์ อาสาฬห เป็นต้น ประสมด้วย สระ อะ อิ อุ แทน ฤ ในภาษาสันสกฤต เช่น อิทธิ อิสิ นิยมใช้พยัญชนะ 2 ตัวซ้อนกัน กิตติ นิพพาน ปัจจัย ปัญญา บุคคล บัลลังก์ ภัตตา มัจจุราช เมตตา วิญญาณ สัญญาณ อัคคี อนิจจา แบ่งพยัญชนะเป็นวรรคตามฐานที่เกิดและมีหลักตัวสะกดตัวตามที่แน่นอน ดังนี้ พยัญชนะวรรคของภาษาบาลีหลักตัวสะกดตัวตามภาษาบาลี 1. ค าบาลี เมื่อมีตัวสะกดต้องมีตัวตาม 2. พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดได้ คือ พยัญชนะแถวที่ 1, 3, 5 3. พยัญชนะแถวที่ 1 สะกด พยัญชนะแถวที่ 1, 2 ในวรรคเดียวกันตาม เช่น สักกะ ทุกข์ สัจจะ มัจฉา อิตถี หัตถ์ บุปผา เป็นต้น 4. พยัญชนะแถวที่ 3 สะกด พยัญชนะแถวที่ 3, 4 ในวรรคเดียวกันเป็นตัวตาม เช่น พยัคฆ์ พุทธ อัคคี อัชฌาสัย อวิชชา เป็นต้น 5. พยัญชนะแถวที่ 5 สะกด พยัญชนะทุกตัวในวรรคเดียวกันตามได้ เช่น สังข์ องค์ สงฆ์ สัญชาติ สัณฐาน สันดาป สันธาน สัมผัส สัมพันธ์ คัมภีร์ อัมพร เป็นต้น 6. พยัญชนะเศษวรรค เป็นตัวสะกดได้บางตัว เช่น อัยกา มัลลิกา วิรุฬห์ ชิวหา เป็นต้น ตัวอย่างค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาบาลี กิตติ กิเลส กิริยา กีฬา เขต ขณะ คิมหันต์ จตุบท จิต จุฬา โจร เจดีย์ จุติ ฉิมพลี ญาติ ดิถี ดารา ดุริยะ เดชะ ทัพพี ทิฐิ นาฬิกา นิพพาน นิลุบล ปฏิทิน ปฏิบัติ ปฐพี ปกติ ปัญญา ปัจจัย บุคคล บัลลังก์ บุปผา โบกขรณี ปฐม ปัญหา พยัคฆ์ พรหม ภัตตา ภิกขุ ภริยา มัจจุราช มัจฉา มัชฌิม มหันต์ เมตตา มิจฉา มเหสี มุสา มัสสุ รัตนา โลหิต วัตถุ วิชา วิญญาณ วิตถาร วิริยะ วิสุทธิ์ วุฒิ สงกา สังข์ สงฆ์ สูญ สิริ สันติ สัญญาณ เสมหะ สัจจะ สติ โสมนัส อิทธิ อัคคี อัจฉรา อนิจจา อัชฌาสัย อายุ อาสาฬห โอวาท โอรส โอกาส อุบล


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 5 2) ค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต ภาษาสันสกฤต เป็นภาษาตระกูลวิภัตติปัจจัย มีรูปค าสละสลวย ไพเราะ นิยมใช้เป็นค าราชาศัพท์ ภาษาใน วรรณคดี ชื่อบุคคล และสถานที่ ฯลฯ ข้อสังเกตและตัวอย่างค าภาษาสันสกฤต นิยมใช้ ฑ เช่น กรีฑา จุฑา ครุฑ ไพฑูรย์ วิฑาร ฯลฯ นิยมใช้ รร เช่น กรรณ ขรรค์ ครรภ์ ธรรม พรรษา บรรพต วรรค วรรณะ มหัศจรรย์ สรรพ สวรรค์ สุวรรณ อัศจรรย์ ฯลฯ นิยมมีอักษรควบกล้ า เช่น กษัตริย์ เกษตร ตรุษ บุตร ปราชญ์ ปรารถนา พฤกษ์ เนตร ไมตรี ศาสตรา อาทิตย์ ฯลฯ ใช้ ศ ษ ประสมค าเป็นส่วนมาก เช่น กษัย เกษม เกษียณ ทักษิณ ทัศนีย์ บุษกร บุรุษ เพศ ภิกษุ มนุษย์ วิเศษ ศิลปะ ศิษย์ ศึกษา ศุกร์ ศูนย์ เศียร อักษร อัธยาศัย ฯลฯ ใช้ ส น าหน้าพยัญชนะวรรค ตะ (ต ถ ท ธ น) เช่น พัสดุ พิสดาร สตรี สถาน สถิต สถิติ สถาปนา สนธยา สัตย์ สันโดษ อัสดง ฯลฯ ประสมด้วยสระ ไอ เอา ฤ ฤ ๅ ฦ ฦ ๅ เช่น ไศล ไศวะ ไวทย์ ไวษณพ ไวยากรณ์ ไวศฺย ไอราวัณ ไอยรา เกาศัย เอารส ฤดี ฤทัย ฤทธิ์ ฤๅษี กฤษณา พฤติกรรม พฤษภาคม ทฤษฎี นฤมล มฤตยู ฦๅชา ฦๅสาย ฯลฯ มีหลักเกณฑ์ตัวสะกด ตัวตามไม่แน่นอน กัลป์ การบูร กีรติ โกรธ จักร จันทรา ดัสกร ทรัพย์ นิตยา ประพันธ์ ประพฤติ พยายาม ลักษณะ วิทยุ มนตรีมัตสยา มัธยม ศัพท์ ศาสนา ศาสตรา อาชญา อาตมา อาจารย์ อุทยาน ฯลฯ ตัวอย่างค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต กัลบก มฤตยู กรรณ มนุษย์ กรรม มนัส กษัตริย์ มารุต กัลป์ มิตร การบูร มนตรี กีรติ ไมตรี โกรธ มหัศจรรย์ กรีฑา ยักษา กษัย วรรค เกษียณ วรรณะ เกษียร วัสดุ เกษตร พรรษา ครรชิต พยายาม ครรภ์ พฤศจิกายน จักร วิทยุ จักรวาล พิสดาร จันทรา วิเศษ จุฑา เพศ ดัสกร ศัพท์ ทรมาน ศาสนา ทรัพย์ ศาสตรา ทฤษฎี ศึกษา ทิศ ศิลปะ ทหาร ศิษย์ ทัศนีย์ ศุกร์ ทิพย์ ศูนย์ นักษัตร ศรี นมัสการ เศียร นาที สัตย์ นฤคหิต สันโดษ นิตยา สมปฤดี นิทรา สตรี นฤมล สวรรค์ เนตร สรรพ บุษบา สุวรรณ บรรพต สถาปนา บุษกร สดุดี บุรุษ สกล ประเทศ สกุล ประทีป อักษร ประพันธ์ อาตมา ประพฤติ อัศจรรย์ ประเวณี อัธยาศัย ประมาท อารยะ ประโยค อวกาศ ประถม อาจารย์ ภักษา อาทิตย์ ภิกษุ อุทยาน


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 6 3) ค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาจีน ภาษาจีนมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาษาไทยมาก คือ เป็นภาษาค าโดด มีเสียงวรรณยุกต์เมื่อน าค าภาษาจีนมาใช้ ในภาษาไทยซึ่งมีวรรณยุกต์และสระประสมใช้จึงท าให้สามารถออกเสียงวรรณยุกต์และสระตามภาษาจีนได้อย่าง ง่ายดาย ค าภาษาจีนยังมีค าที่บอกเพศในตัวเช่นเดียวกับภาษาไทยอีกด้วย เช่น เฮีย (พี่ชาย) ซ้อ (พี่สะใภ้) เจ๊ (พี่สาว) นอกจากนี้การสะกดค าภาษาจีนในภาษาไทยยังใช้ตัวสะกดตรงตามมาตราตัวสะกดทั้ง 8 มาตราและมีการใช้ทัณฑฆาต หรือตัวการันต์ด้วย หลักการสังเกตค าภาษาไทยที่มาจากภาษาจีน - น ามาเป็นชื่ออาหารการกิน เช่น ก๋วยเตี๋ยว เต้าทึง แป๊ะซะ เฉาก๊วย จับฉ่าย เป็นต้น - เป็นค าที่เกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้ที่เรารับมาจากชาวจีน เช่น ตะหลิว ตึก เก้าอี้ เก๋ง ฮวงซุ้ย - เป็นค าที่เกี่ยวกับการค้าและการจัดระบบทางการค้า เช่น เจ๋ง บ๋วย หุ้น ห้าง โสหุ้ย เป็นต้น - เป็นค าที่ใช้วรรณยุกต์ตรี จัตวา เป็นส่วนมาก เช่น ก๋วยจั๊บ กุ๊ย เก๊ เก๊ก ก๋ง ตุ๋น เป็นต้น ตัวอย่างค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาจีน กงสี กงฉิน กงไฉ่ กงเต็ก ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ เกาหลา กุ๊ย เก๊ เก๊ก เกี้ยว เกี๊ยว เกี๊ยะ กุยเฮง เก๊ก ก๋ง เก้าอี้ ขาก๊วย เข่ง จับกัง จับฉ่าย จับยี่กี จันอับ เจ๊ง เจี๋ยน เจ เฉาก๊วย เซ้ง เซียน แซ่ แซยิด เซ็งลี้ ซาลาเปา ซิ้ม ตะหลิว เต๋า ตุน ตุ๋น แต๊ะเอีย เต้าหู้ เต้าฮวย เต้าเจี้ยว โต๊ะ ไต้ก๋ง ตังเก บ๊วย บะฉ่อ บะหมี่ บู๊ ปุ้งกี๋ ปอเปี๊ยะ แป๊ะเจี๊ยะ พะโล้ เย็นตาโฟ หวย ยี่ห้อ ลิ้นจี่ ห้าง หุ้น เอี๊ยม โสหุ้ย เฮงซวย ฮวงซุ้ย ฮ่องเต้ อั้งโล่ 4) ค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน มีวิภัตติปัจจัย เช่นเดียวกับภาษาบาลี-สันสกฤต ภาษาอังกฤษได้รับความนิยมใช้เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารมากที่สุด มีประเทศต่าง ๆ ยอมรับภาษาอังกฤษเป็นภาษา ราชการ ภาษาอังกฤษจึงกลาย เป็นภาษาสากลของชาวโลก คนไทยได้ศึกษาภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองมาเป็น เวลานาน จนภาษาอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนไทยมากขึ้น ทั้งในด้านการพูดและการเขียนสื่อสารใน ชีวิตประจ าวัน โดยเฉพาะในปัจจุบันคนไทยศึกษาความรู้และวิทยาการต่าง ๆ จากต าราภาษาอังกฤษ และสนใจเรียนรู้ ภาษาอังกฤษกันมากขึ้น ค ายืมจากภาษาอังกฤษจึงหลั่งไหลเข้ามาในภาษาไทยมากขึ้นทุกขณะทั้งในวงการศึกษา ธุรกิจ การเมือง การบันเทิง เป็นต้น การยืมค าภาษาอังกฤษมาใช้ในภาษาไทย การทับศัพท์ โดยการถ่ายเสียงและถอดตัวอักษร ค ายืมจากภาษาอังกฤษโดยวิธีการทับศัพท์มีจ านวน มาก ค าบางค าราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติศัพท์เป็นค าไทยแล้ว แต่คนไทยนิยมใช้ค าทับศัพท์มากกว่า เพราะเข้าใจง่าย สื่อสารได้ชัดเจน เช่น


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 7 ค าภาษาอังกฤษ game ค าทับศัพท์ เกม ค าภาษาอังกฤษ graph ค าทับศัพท์ กราฟ ค าภาษาอังกฤษ cartoon ค าทับศัพท์ การ์ตูน ค าภาษาอังกฤษ clinic ค าทับศัพท์ คลินิก ค าภาษาอังกฤษ quota ค าทับศัพท์ โควตา ค าภาษาอังกฤษ dinosaur ค าทับศัพท์ ไดโนเสาร์ ค าภาษาอังกฤษ technology ค าทับศัพท์ เทคโนโลยี การบัญญัติศัพท์ เป็นวิธีการยืมค า โดยรับเอาเฉพาะความคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาแล้วสร้างค าขึ้นใหม่ ซึ่งมีเสียงแตกต่างไปจากค าเดิม โดยเฉพาะศัพท์ทางวิชาการจะใช้วิธีการนี้มาก ผู้ที่มีหน้าที่บัญญัติศัพท์ภาษาไทยแทนค า ภาษาอังกฤษ คือ ราชบัณฑิตยสถาน เช่น ค าภาษาอังกฤษ airport ค าบัญญัติศัพท์ สนามบิน ค าภาษาอังกฤษ globalization ค าบัญญัติศัพท์ โลกาภิวัตน์ ค าภาษาอังกฤษ science ค าบัญญัติศัพท์ วิทยาศาสตร์ ค าภาษาอังกฤษ telephone ค าบัญญัติศัพท์ โทรศัพท์ ค าภาษาอังกฤษ reform ค าบัญญัติศัพท์ ปฏิรูป การแปลศัพท์ วิธีการนี้จะต้องใช้วิธีการคิดแปลเป็นค าภาษาไทยให้มีความหมายตรงกับค าใน ภาษาอังกฤษ แล้วน าค านั้นมาใช้สื่อสารในภาษาไทยต่อไป ดังตัวอย่าง เช่น ค าภาษาอังกฤษ blackboard ค าบัญญัติศัพท์ กระดานด า ค าภาษาอังกฤษ enjoy ค าบัญญัติศัพท์ สนุก ค าภาษาอังกฤษ handbook ค าบัญญัติศัพท์ หนังสือคู่มือ ค าภาษาอังกฤษ school ค าบัญญัติศัพท์ โรงเรียน ค าภาษาอังกฤษ short story ค าบัญญัติศัพท์ เรื่องสั้น ตัวอย่างค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาจีน กราฟ การ์ตูน กิ๊บ กลูโคส กัปตัน แก๊ส กุ๊ก เกียร์ แก๊ง แกลลอน คริสต์มาส ไดนาโม ไดโนเสาร์ ครีม คลอรีน คอนกรีต คลินิก คอนเสิร์ต คอมพิวเตอร์ คุกกี้ เคเบิล เครดิต แคปซูล เคาน์เตอร์ แคลอรี โควตา ชอล์ก ช็อกโกเลต เช็ค เชิ้ต เชียร์ โชว์ ซีเมนต์ เซลล์ ไซเรน ดีเซลดอลลาร์ ดีเปรสชั่น เต็นท์ ทอนซิล เทอม แท็กซี่ แทรกเตอร์ นิโคติน นิวเคลียร์ นีออน นิวเคลียส โน้ต ไนลอน บล็อก เบนซิน แบคทีเรีย ปลั๊ก ปิกนิก เปอร์เซ็นต์ พลาสติก พีระมิด ฟลูออรีน ฟอร์มาลีน ฟังก์ชัน ฟาร์ม ฟิสิกส์ มอเตอร์ มัมมี่ มาเลเรีย โมเลกุล ไมล์ ไมโครโฟน ไมโครเวฟ ยิปซัม ยีราฟ ริบบิ้น เรดาร์ ลิกไนต์ ลิปสติก เลเซอร์ วัคซีน วิตามิน ไวโอลิน


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 8 5) ค าภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาอื่นๆ ค ายืมที่มาจากภาษาชวา – มลายู ภาษาชวา ปัจจุบันเรียกว่าภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาตระกูลค าติดต่อ ตระกูลเดียวกับภาษามลายู ภาษาชวาที่ไทยยืมมาใช้ส่วนมากเป็นภาษาเขียน ซึ่งรับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลังและอิเหนาเป็นส่วนใหญ่ ถ้อยค าภาษาเหล่านี้ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าค าที่น ามาใช้สื่อสารใน ชีวิตประจ าวัน ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์ ปัจจุบันเรียกว่า ภาษามาเลเซีย เป็นภาษาค าติดต่อ อยู่ในตระกูลภาษา ชวา-มลายู ค าส่วนใหญ่จะมีสองพยางค์และสามพยางค์ เข้ามาปะปนในภาษาไทยเพราะมีเขตแดนติดต่อกัน จึง ติดต่อสัมพันธ์กันทั้งทางด้านการค้าขาย ศาสนา วัฒนธรรม มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ยังคงใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิตประจ าวันอยู่เป็นจ านวน มาก การยืมค าภาษาชวา-มลายูมาใช้ในภาษาไทย - ใช้ในการแต่งค าประพันธ์ เช่น บุหรง บุหลัน ระตู ปาหนัน ตุนาหงัน เป็นต้น - ใช้สื่อสารในชีวิตประจ าวัน เช่น กัลปังหา กุญแจ กระดังงา ซ่าหริ่ม ประทัด เป็นต้น - น ามาใช้ในความหมายคงเดิม เช่น ทุเรียน น้อยหน่า บุหลัน เป็นต้น ตัวอย่างค าภาษาชวา-มลายูในภาษาไทย กะพง กระจูด กะลาสี กะลุมพี ก ายาน ก าปั่น กระยาหงัน (สวรรค์) กะละปังหา กระแชง จับปิ้ง จ าปาดะ ตลับ ทุเรียน บูดู ปาเต๊ะ มังคุด สละ สลัก สลาตัน สลัด สุจหนี่ โสร่ง หนัง ยะลา เบตง น้อยหน่า กริช กิดาหยัน (มหาดเล็ก) กุหนุง (เขาสูง) กุญแจ การะบุหนิง (ดอกแก้ว) กระดังงา อิเหนา อังกะลุง อสัญแดหวา (เทวดา) ตุนาหงัน (คู่หมั้น) ยิหวา (ดวงใจ) บุหรง (นกยูง) บุหลัน (ดวงจันทร์) บุหงา (ดอกไม้) อุรังอุตัง สะตาหมัน (สวน) บุหงาร าไป ปาหนัน (ดอกล าเจียก) เป็นต้น


นางสาวกัลยรัตน์ มั่งมูล รหัสนักศึกษา 621166004 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาไทย รายวิชา การศึกษาภาษาไทยเชิงสังคมวิทยา (TED4605) อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.บุญทิวา สิริชยานุกูล วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 9 4) ค าที่ดับสูญไปหมายความว่าอย่างไร อธิบายให้ชัดเจน ตอบ การดับสูญของค าศัพท์หรือการสูญศัพท์ (Lexical Loss) เป็นการเปลี่ยนแปลงทางศัพท์ประเภทหนึ่งในภาษาที่ เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงด้านความคิดของผู้พูด ภาษา กล่าวคือเมื่อผู้พูดภาษาเห็นว่าค าศัพท์เดิมน ามาใช้สื่อ ความคิดหรือความหมาย ที่ต้องการสื่อได้ไม่ชัดเจน ก็จะน าค าศัพท์ใหม่ซึ่งอาจยืมจากภาษาอื่นหรือค าศัพท์ที่ สร้างขึ้น ใหม่มาใช้แทนค าศัพท์เดิมที่มีอยู่ก็ค่อยๆ สูญไปจากภาษา นอกจากนี้การสูญ ศัพท์ยังอาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีเทคโนโลยี สมัยใหม่เกิดขึ้น มีการน าวัตถุสิ่งของใหม่ๆ มาใช้แทนวัตถุสิ่งของเดิมที่ผู้พูดไม่ค่อยใช้แล้ว ค าศัพท์ที่ผู้พูดเคยใช้เรียกวัตถุ สิ่ง ของเดิมก็ค่อยๆ สูญไป และมีค าศัพท์เรียกวัตถุสิ่งของใหม่เข้ามาแทนที่ ยกตัวอย่าง ค าที่ดับสูญไป เช่น ค า ความหมาย บ่วง ช้อน นาด,สะนาด ปืน สุด มุ้ง ปั๊บ,ป๊อบ หนังสือ บ้วน,แมงบ้วน นาก พิณรัตน์อัครวัฒน ากุล.//ค าศัพท์ที่ก าลังสูญไป: ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางศัพท์ ในภาษาไทถิ่นที่พูดในจังหวัดน่าน./2555/25-99.


Click to View FlipBook Version