ใบความรู้ เรอ่ื ง การถอดคำประพันธ์โคลงส่สี ภุ าพ
ความรู้เกี่ยวกบั โคลงสสี่ ภุ าพ
ความเป็นมมา
โคลงสี่สุภาพ ปรากฏในวรรณกรรมไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปรากฏในมหาชาติคำหลวง เป็นเรื่อง
แรกและมีวรรณกรรมที่แต่งด้วยโคลงส่ีสภุ าพ 3 เรื่อง ได้แก่ โคลงนิราศหริภุญชัย โคลงมังทราตเี ชียงใหม่และ
ลลิ ติ พระลอ
สมยั อยุธยาตอนกลาง วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่สภุ าพ ได้แก่โครงเรอ่ื งพาลีสอนน้อง โคลง ทศรถสอน
พระราม และโคลงราชสวัสดพิ์ ระราชนิพนธส์ มเด็จพระนารายณม์ หาราช โคลงเฉลิม พระเกยี รติพระนารายณ์
มหาราช โคลงนิราศนครสวรรคก์ าพย์ห่อโคลงและโคลงอักษรสามของ
พระศรมี โหสถ
สมยั อยธุ ยาตอนปลาย ได้แกโ่ คลงนริ าศพระบาท โคลงนริ าศเจ้าฟ้าอภัย และกาพย์หอ่
สมัยอยุธยาตอนปลาย ได้แก่โคลงนิราศพระบาท โคลงนิราศเจ้าฟ้าอภัย และกาพย์ห่อ โคลงพระ
ราชนิพนธ์เจา้ ฟ้าธรรมาธิเบศร
สมัยธนบรุ ีได้แก่โคลงยอพระเกยี รตพิ ระเจ้ากรุงธนบุรแี ละลิลิตเพชรมงกุฎ สมัยรัตนโกสินทร์วรรณกรรมท่ีใช้โคลง
ส่สี ภุ าพท่เี ดน่ ๆ ไดแ้ ก่ลลิ ติ ะเลงพ่าย โคลงนริ าศนรินทร์ โคลงนริ าศสพุ รรณ โคลงโลกนิติ สามกรงุ
โคลงส่ีสุภาพเปน็ คาประพันธท์ ก่ี วชอี บแต่งและผ่านการพัฒนามายาวนานจนมฉี นั ทลักษณ์ท่ีลงตัวและเป็นแบบฉบบั
ดงั ทีย่ ึดถือกันในปัจจบุ นั
ลกั ษณะคำประพนั ธ์
1. บท บทหนึ่งมี 4 บาท (หนึ่งบรรทัดคือหน่ึงบาท) แต่ละบาทแยกเป็น 2 วรรค เรียกวรรค หน้า
กบั วรรคหลังแบ่งเปน็ วรรคหน้า 5 คำวรรคหลงั 2 คำ เฉพาะบาทที่ 4 หรอื บาทสดุ ทา้ ยกำหนดให้ วรรคหลังมี 4 คำ
2. คำสร้อย คำ สร้อยซ่ึงใช้ต่อท้ายโคลงสี่สุภาพในบาทท่ี1 และบาทที่ 3 นั้น จะใช้ต่อเมื่อ ความ
ขาด หรือยังไม่สมบูรณ์หากได้ใจความอยู่แล้วไม่ต้องใส่ เพราะจะทำให้ "รกสร้อย" คำ สร้อยที่นิยมใช้กันเป็น
แบบแผนมีท้ังหมด 12 คำ
1. พ่อ ใช้ขยายความเฉพาะบคุ คล
2. แม่ ใชข้ ยายความเฉพาะบุคคล หรอื เป็นคำรอ้ งเรยี ก
3. พี่ ใช้ขยายความเฉพาะบุคคลอาจใช้เปน็ สรรพนามบุรุษท่ี 1 หรอื บุรษุ ท่ี 2 ก็ได้
4. เทอญ มีความหมายเชิงขอใหม้ ีหรือขอให้เปน็
5. นา มคี วามหมายวา่ ดังนั้น เชน่ นน้ั
6. นอ มคี วามหมายเชน่ เดยี วกบัคา อุทานว่า หนอ หรอื น่นั เอง
7. บารนี สร้อยคำนี้นิยมใช้มากในลิลิตพระลอ มคี วามหมายวา่ ดังนี้ เช่นน้ี
8. รา มีความหมายว่า เถอะ เถิด
9. ฤา มคี วามหมายเชงิ ถาม เหมอื นกบคั า วา่ หรือ ครบตามบังคบั
10. แล มคี วามหมายวา่ อย่างนั้น เปน็ เช่นนั้น
11. แฮ มีความหมายว่า เป็นอย่างนั้นนัน่ เอง ทำนองเดียวกบคั า สรอ้ ยแล
12. เอย ใช้เม่ืออยหู่ ลังคำ ร้องเรียกเหมือนคา ว่า เอ๋ย ในคำประพนั ธอ์ ื่น หรอื วางไว้ใหค้ ำ
3. เอก– โท คือคา กำหนดบงั คับ เสยี งอัน เป็นลกษั ณะพิเศษของโคลง คำ เอกคือคำ ท่กี ำกับ ด้วย
รปู วรรคยุกต์เอก เช่น แกค่ ่า ป่า เฉพาะคำ เอกน้ีในโคลงอนญุ าตให้ใชค้ ำตายแทนได้ คำตาย คือ คำ ทสี่ ะกด
ในแม่กก กด กบ เชน่ ปิด ฉาก นัด พบ คำโท คอื คำ ที่กำกับดว้ ยรูปวรรณยกุ ต์โท เชน่ รอ้ ง ไห้ ไม้ ล้ม ต้ม
ข้าว โคลงสี่สุภาพ กำหนดบังคับให้แต่ละบทต้องใช้คำ เอก-โท กรณีที่ไม่ สามารถหาพยางค์ที่มีรูป
วรรณยุกตต์ ามตอ้ งการไดใ้ ห้ใช้
คำเอก และคำโท เอกโทษและโทโทษ คืออะไร?
คำเอกคำโท หมายถึงพยางคท์ ี่บังคับดว้ ยรูปวรรณยุกต์เอก และรูปวรรณยุกตโ์ ท กำกบั อยู่ ในคำนั้น
โดยมลี กัษณะบงั คับไวด้ งั น้ี
คำเอก ได้แก่ พยางค์ทมี่ ีรูปวรรณยกุ ต์เอกบงั คบั เช่น ลา่ เก่า ก่อน น่า ว่าย ไม่ ฯลฯ และให้รวมถึงคำตาย
ทง้ั หมดไม่วา่ จะมีเสยี งวรรณยกุ ต์ใดกต็ าม เช่น ปะ พบ รึ ขดั ชิด
คำตาย คือ
1. คำที่ประสมสระเสียงสัน้ แมก่ กา (ไม่มตี ัวสะกด) เช่น กะทิ สินะ เละ เปร๊ยี ะ เลอะ ฯลฯ
2. คำทส่ี ะกดด้วยแมก่ กกบ กด เช่น เลข วดั สารท โจทย์ วทิ ย ศษิ ย์ มาก โชคลาภ ฯลฯ
คำโท ไดแ้ ก่ พยางคท์ ีม่ ีรปู วรรณยุกต์โทบังคับ ไม่วา่ จะเปน็ เสียงวรรณยุกต์ใดก็ตาม เช่น ขา้ ล้ม เศรา้ คา้ น
คำเอกคำ โท ใชใ้ นการแตง่ คำ ประพนั ธป์ ระเภท “โคลง” และ “ร่าย”และถือวา่ เปน็ ขอ้ บังคับ ของ
ฉนั ทลกั ษณท์ ่ีสำคญั มากถงึ กับยอมให้เอาคำ ทไ่ี มเ่ คยใชร้ ูปเอกรูปโท แปลงมาใชเ้ อกและโท ได้ เชน่ เล่น นำมา
เขียนใชเ้ ป็น เหล้น ได้ เรียกว่า “โทโทษ” ห้าม ข้อน นำมาเขยี นเปน็ ฮา่ ม คอ่ น เรียกวา่ “เอกโทษ”
4. สมั ผัสคำของโคลงสี่สุภาพ
ก. สมั ผสั นอก หรอื สมั ผัสระหว่างบท อันเป็นสมั ผัส บงั คับ คำ สุดท้ายของบาทหนึ่งคือคำ ที่ 7 สง่
สมั ผสั ไปรับสมั ผัสกับคำ ท่ี5 ของบาทสองกับบาทสาม (ดูแผนผัง)คำ สุดท้ายของบาทสองคอื คำท่ี 7 สง่ สัมผัส
ไปรับกับคำ ท่ี5 ของบาทส่ี (ซึ่งตกในทบี่ งั คับคำ โท จงึ ต้องสง่ -รับด้วยคำ โททั้งคู่)
ข. สมั ผัสระหว่างบท โคลงส่ีสุภาพไม่เคร่งสมั ผัสระหว่างบท จะมหี รอื ไมม่ กี ็ไดห้ ากจะมี กำหนดให้
คำ สุดทา้ ยของบทคือคำที่ 7 ของบาทสี่ ส่ง-รบั สมั ผัสไปยังคำที่ 1 หรือ 2 หรอื 3 ของบาท หนึง่ ในบทถัดไป
ตัวอย่างแผนผังโคลงสส่ี ุภาพ
ตัวอย่างโคลงสี่สภุ าพ
เสียงลอื เสยี งเล่าอ้าง อนั ใด พ่ีเอย
เสียงยอ่ มยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขอื พีห่ ลบั ใหล ลมื ตื่น ฤๅพี่
สองพคี่ ดิ เองอา้ อย่าไดถ้ ามเผือ
“ลลิ ิตพระลอ”
ใบงาน เรื่อง การถอดคำประพนั ธ์
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นถอดความคำประพันธ์ใหเ้ ป็นรอ้ ยแก้ว จากบทที่กำหนดให้
เชอ้ื วงศว์ ายรกั รอ้ ย ริษยา กัน เฮย
ปรปักษเบ์ ยี นบฑี า งา่ ยแท้
ร่วมสรู้ ่วมรกั ษา
หมน่ื อมิตร บ มแิ พ้ จิตร่วม รวมกัน
เพราะพร้อมเพยี งผจญ
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
………………..............................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
ชื่อ-นามสกุล.....................................................................ชั้น.............เลขที่....................