ววิ ัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
คอมพวิ เตอร์ท่ีเราใชก้ นั อยทู่ กุ วนั น้ีเป็ นผลมาจากการประดิษฐค์ ิดคน้ เครื่องมือในการคานวณซ่ึงมีววิ ฒั นาการนาน
มาแลว้ เริ่มจากเครื่องมือในการคานวณเคร่ืองแรกคือ "ลูกคิด" (Abacus) ที่สร้างข้ึนในประเทศจีน เม่ือประมาณ 2,000-3,000 ปี
คอมพวิ เตอร์มีการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง สามารถแบ่งออกไดโ้ ดยแบ่งส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ (Hardward ) เป็น 6 ยคุ ดว้ ยกนั
ยุคท่ี 1 (The First Generation) ปี ค.ศ. 1951 – 1958
คอมพวิ เตอร์ในยคุ แรกน้ี ใชห้ ลอดสูญญากาศในวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ทาใหต้ อ้ งการกาลงั ไฟฟ้ าเล้ียง
วงจรท่ีมีปริมาณมากและทาใหม้ ีความร้อนเกิดข้ึนมากจึงตอ้ งติดต้งั เครื่องในหอ้ งปรับอากาศ ความเร็วในการทางานเป็ น
วนิ าที เคร่ืองคอมพวิ เตอร์มขี นาดใหญ่ ส่ือที่ใชใ้ นการเก็บขอ้ มูล คือ บตั รเจาะรู ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใชใ้ นการเขียน
โปรแกรมเพอ่ื ควบคุมการทางาน คือ ภาษาเครื่องซ่ึงเป็นภาษาท่ีใชร้ หสั เลขฐานสอง ทาใหเ้ ขา้ ใจยาก
อุปกรณ์ : ใชห้ ลอดไฟสูญญากาศและวงจรไฟฟ้ า
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็ นวนิ าที ( Second)
ตวั อยา่ งภาษาคอมพิวเตอร์ : ภาษาเครื่อง (Machine Language
ตวั อยา่ งเครื่องคอมพวิ เตอร์ : Univac I, IBM 650, IBM 700, IBM 704, IBM 705, IBM 709 และ MARK I
ยุคท่ี 2 (The Second Generation) ปี ค.ศ. 1959 – 1964
เครื่องคอมพวิ เตอร์มีขนาดเลก็ ลง กินไฟนอ้ ยลง ราคาถูกลง เพราะมีการประดิษฐท์ รานซิสเตอร์ข้ึนมาใชแ้ ทนหลอด
สูญญากาศ ทาใหท้ างานไดเ้ ร็วข้ึน ความเร็วในการทางานเท่ากบั 1/103 วนิ าที (มิลลิเซคคนั่ ) และไดผ้ ลลพั ธท์ ี่ถูกตอ้ ง
มากกวา่ ใชห้ ลอดสูญญากาศ ทรานซิสเตอร์มีขนาดเลก็ กวา่ หลอดสูญญากาศ 200 เท่า และไดม้ ีการสร้างวงแหวนแมเ่ หลก็
(Magnetic core) มาใชแ้ ทนดรัมแมเ่ หลก็ (Magnetic drum) เป็ นหน่วยความจาภายในซ่ึงใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู และ
ชุดคาสง่ั ภาษาคอมพิวเตอร์ท่ีใชเ้ ขียนโปรแกรมในยคุ ท่ี 2 น้ี คือ ภาษาแอสแซมบล้ี (Assembly) ซ่ึงเป็ นภาษาที่ใชส้ ญั ลกั ษณ์
แทนคาสง่ั ต่าง ๆ ทาใหเ้ ขียนโปรแกรมไดง้ ่ายกวา่ ภาษาเครื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ในยคุ น้ี เช่น IBM 1620,IBM 401, Honeywell
อปุ กรณ์ : ใชท้ รานซิสเตอร์(Transistor) แทนหลอดไฟสูญญากาศ
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็ นมิลลิวนิ าที ( Millisecond)
ตวั อย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : ภาษาแอสแซมบลี (Assembly) , ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN)
ตวั อย่างเครื่องคอมพวิ เตอร์ : IBM 1620, IBM 1401, CDC 6600, NCR 315 , Honey Well
ยุคท่ี 3 (The Third Generation) ปี ค.ศ. 1965 – 1970
เครื่องคอมพวิ เตอร์ท่ถี กู พฒั นามาใช้ในยคุ นเี ้ป็ นวงจรรวม หรือ เรียกวา่ ไอซี (IC : Integrated Circuit) ซง่ึ เป็ น
วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ่ีถกู บรรจลุ งในแผน่ ซลิ คิ อน (silicon) บาง ๆ ท่ี เรียกวา่ ซปิ (Chip) ในซิปแตล่ ะตวั จะประกอบด้วย
วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สห์ ลายพนั ตวั จึงทาให้คอมพวิ เตอร์มขี นาดเลล็ งกวา่ เดมิ แตค่ วามเร็วในการทางานสงู ขนึ ้ ความเร็วในการ
ทางานเป็ น 1/106 วนิ าท่ี (ไมโครเซคคน่ั ) กินไฟน้อยลง ความร้อนลดลงปละประสทิ ธิภาพในการทางานเพิ่มขนึ ้ แตก่ ่อนท่ี
คอมพิวเตอร์จะเป็ นวงจรรวม คอมพิวเตอร์จะถกู ออกแบบเพอื่ ใช้กบั งานแตล่ ะอยา่ ง เช่น ใช้ในงานคานวณหรือใช้กบั งาน
ธรุ กิจ เมอื่ คอมพวิ เตอร์ถกู พฒั นามาใช้วงจรรวมก็สามารถใช้กบั งานทซี่ บั ซ้อนได้มากขนึ ้
IBM 360 เป็ นหนงึ่ ในคอมพวิ เตอร์ที่ใช้วงจรรวมทีส่ ามารถทางานได้ทงั้ การประมวลผลแฟ้ มข้อมลู และวเิ คราะห์
คา่ ทางคณิตศาสตร์ ตอ่ มาบริษัท DEC (Digital Equiptment Corporation) ได้หนั มามงุ่ ผลติ คอมพิวเตอร์ขนาดเลก็
เพ่ือหลกี เลยี่ งการแขง่ ขนั กบั IBM มนิ ิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) จงึ ถกู พฒั นาขนึ ้ เป็ นครงั้ แรก ในชว่ งยคุ ท่ี 2 และ
นิยมใช้กนั แพร่หลาย DEC ได้แนะนามินคิ อมพวิ เตอร์เคร่ืองแรก และ PDP1 เป็ นหนง่ึ ใน
มนิ คิ อมพวิ เตอร์ยคุ แรกท่นี ยิ มใช้กนั แพร่หลายโดยเฉพาะในกลมุ่ ของนกั วิทยาศาสตร์ นกั วศิ วกร และนกั วจิ ยั ตาม
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ก็เกิดขนึ ้ โปรแกรมมาตรฐานได้ถกู เขียนขนึ ้ เพอื่ ใช้งานกบั คอมพิวเตอร์ทเ่ี ป็ น
วงจรรวม และใช้เคร่ืองมาหลงั จากท่ีได้มกี ารปรับปรุงทางด้านฮาร์ดแวร์
อุปกรณ์ : ใช้วงจรแบบไอซี (IC) ซงึ่ เป็ นวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ีถ่ กู บรรจลุ งในแผน่ ซลิ กิ อน ( Silicon)ท่เี รียกวา่ Chip
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็ นไมโครวนิ าที ( Microsecond)
ตัวอย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : COBOL , PL/1 , RPG , BASIC
ตัวอย่างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ : IBM 360 , CDC 3300 , UNIVAC 9400 BURROUGH 7500 , PDP1
ยุคท่ี 4 (The fourth Generation) ปี ค.ศ. 1971
ในยคุ นไี ้ ด้มกี ารพฒั นาเอาวงจรรวมหลาย ๆ วงจรมารวมเป็ นวงจรขนาดใหญ่ เรียกวา่ LSI (Large Scalue
Integrated) ลงในซิปแตล่ ะอนั บริษัทอนิ เทล (Intel) ได้สร้างไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ซงึ่ เป็ นซปิ 1
อนั ทีป่ ระกอบด้วยวงจรทงั้ หมดทต่ี ้องใช้ในการประมวลผลโปรแกรม ไมโครโปรเซสเซอร์ซปิ ทใ่ี ช้ในเครื่องพซี ี (PC :
Personal Computer) มีขนาดกระทดั รัดประกอบด้วยสว่ นประกอบของ ซีพียู (CPU) 2 สว่ น คือ หนว่ ยควบคมุ (Control
Unit) และหนว่ ยคานวณและตรรก (Arithmetic / Logic Unit)
ปัจจบุ นั ได้มกี ารสร้างวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์หลายหมื่นวงจรรวมอยใู่ นซิปเดยี ว เป็ นวงจร LSI (Large Scalue
Integrated) และ VLSI (Very Large Scale Integrated) ในยคุ นไี ้ ด้มีการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ทงั ้ ขนาดเลก็ ขนาด
กลาง และขนาดใหญ่ ได้แก่ ไมโครคอมพิวเตอร์ มินคิ อมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ และซปุ เปอร์
คอมพวิ เตอร์ โดยเฉพาะเคร่ืองไมโครคอมพวิ เตอร์ได้รับความนยิ มมากเพราะมขี นาดเลก็ กระทดั รดั และราคาถกู
แตม่ ปี ระสทิ ธิภาพเพม่ิ ขนึ ้ ทางานเร็วขนึ ้ ความเร็วในการทางานเป็น 1/109 วนิ าที (นาโนเซคคน่ั ) และ 1/1012 วนิ าที (พโิ ค
เซคคน่ั ) นอกจากนวี ้ งจร LSI ยงั ได้ถกู นาไปใช้กบั เครื่องคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่เป็ นการลด คา่ ใช้จา่ ยพร้อมกบั เพิม่
ประสทิ ธิภาพในการทางาน
อุปกรณ์ : ใช้ระบบ LSI ( Large Scale Integrated ) ซงึ่ เป็ นวงจรที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์หลายพนั ตวั และ
ตอ่ มา ได้รับการพฒั นาปรับปรุงเป็ น VLSI ซง่ึ ก็คอื Microprocessor หรือ CPU
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็ นนาโนวนิ าที ( Nanosecond) และพิโควินาที (Picosecond)
ตัวอย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : ภาษาปาสคาล (PASCAL) , ภาษาซี (C)
ตัวอย่างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ : IBM 370
เนื่องจากการเพิ่มความจขุ องหนว่ ยบนั ทกึ ข้อมลู สารองน่ีเอง ซอฟต์แวร์ชนดิ ใหมไ่ ด้พฒั นาขนึ ้ เพอ่ื ให้สามารถเก็บ
รวมรวบและบนั ทกึ แก้ไขข้อมลู จานวณมหาศาลทีถ่ กู จดั เก็บไว้ นนั่ คือ ซอฟร์แวร์ ฐานข้อมลู (Data base ) นอกจากนี ้ยงั
มกี ารถือกาเนิดขนึ ้ ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คลในปี 1975 คอื เคร่ือง Altair ซงึ่ ใช้ชิฟ intel 8080 และถดั จากนนั้ ก็
เป็ นยคุ ของเคร่ือง และ ตามลาดบั ในสว่ นของซอฟต์แวร์ก็ได้มีการพฒั นาให้เป็ นมิตรกบั ผ้ใู ช้ มีขนาดใหญ่และซบั ซ้อนมาก
ขนึ ้ เร่ือย ๆ รวมทงั ้ มกี ารนาเทคนคิ ตา่ ง ๆ เช่น OOP (Object-Oriented Programming) และ Visual
Programming มาเป็ นเครื่องมอื ช่วยในการพฒั นา
การพฒั นาท่ีสาคญั อ่ืนๆในยคุ ที่ 4 คือการพฒั นาเครื่อขา่ ยคอมพวิ เตอร์ความเร็วสงู ทาให้คอมพวิ เตอร์สามารถ
เช่ือมโยงและแลกเปลยี่ นกนั ได้ โดยการใช้งานภายในองค์กรนนั้ ระบบเคร่ือขา่ ยท้องถิ่น (Local Araa Networks) ซงึ่
นิยมเรียกวา่ แลน (LANs) จะมีบทบาทในการเชอ่ื งโยงเคร่ืองนบั ร้อยเข้าด้วยกนั ในพนื ้ ทห่ี า่ งไกลกนั นกั สว่ นระบบเคร่ือง
ขา่ ยระยะไกล ( Wide Area Networks ) หรือ แวน (WANs) จะทาหน้าท่เี ช่ือมโยงเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ที่อยหู่ า่ งไกลคนละ
ซีกโลกเข้าด้วยกนั
ยุคท่ี 5 (The Fifth Generation) ตัง้ แต่ปี ค.ศ. 1980 - 1989
ในยคุ ท่ี 4 และยคุ ท่ี 5 ก็จดั เป็ นยคุ ของคอมพวิ เตอร์ในปัจจบุ นั แตใ่ นยคุ ท่ี 5 นมี ้ กี ารใช้คอมพิวเตอร์เพ่ือชว่ ยการ
จดั การและนามาใช้สนบั สนนุ การตดั สนิ ใจของผ้บู ริหารจงึ เกดิ สาขา MIS (Management Information System) ขนึ ้
ในปี ค.ศ 1980 ญ่ีป่ นุ ได้พยายามทจ่ี ะสร้างเครื่องคอมพวิ เตอร์ให้สามารถคดิ และ ตดั สนิ ใจได้เอง โดยสร้างเครื่อง
คอมพวิ เตอร์ให้มี “สติปัญญา” เพอื่ ใช้ในการตดั สนิ ใจแทนมนษุ ย์จึงเกิดสาขาใหมข่ นึ ้ เรียกวา่ สาขาปัญญาประดษิ ฐ์ (AI :
Artificial Intelligence) สาขาปัญญาประดิษฐ์เป็ นสาขาทเ่ี น้นถึงความพยายามในการนาเอากระบวนการทางความคดิ
ของมนษุ ย์มาใช้ในการแก้ปัญหาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนมี ้ ีการตน่ื ตวั ในการจดั เก็บข้อมลู เป็ นระบบฐานข้อมลู
(Database) การนาคอมพวิ เตอร์มาใช้กบั งานทางด้านกราฟิก และมีการพฒั นาซอฟต์แวร์ (Software) เพ่ือใช้กบั งาน
เฉพาะอยา่ ง เชน่ งานการเงิน งานงบประมาณ งานบญั ชี งานสต๊อกสนิ ค้า เป็ นต้น
จากววิ ัฒนาการของคอมพวิ เตอร์ทงั้ 5 ยุคสามารถสรุปเป็ นแผนผังได้
ดังนี ้