The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การป้องกันทุจริต ม.ต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tunsumnfe, 2022-03-10 01:10:43

การป้องกันทุจริต ม.ต้น

การป้องกันทุจริต ม.ต้น

หนังสือเรยี น
สาระการพฒั นาสังคม

รายวชิ า การปอ งกนั การทุจรติ

รหัสรายวิชา สค22022
รายวิชาเลือก ระดับมัธยมศึกษาตอนตน

หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

สํานกั งานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
สํานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศึกษาธกิ าร



สารบัญ

คาํ นํา หนา
คําแนะนาํ การใชห นงั สือเรยี น
โครงสรา งรายวชิ า 1
แบบทดสอบกอนเรยี น 3
บทท่ี 1 การคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตนกับผลประโยชนสว นรวม 5
10
เรื่องที่ 1 การคิดแยกแยะ 15
เรอ่ื งที่ 2 หลักการคดิ เปน 20
เรอ่ื งที่ 3 ความแตกตางระหวางจริยธรรมและการทจุ รติ
เร่ืองท่ี 4 ความหมายของประโยชนส ว นตนและประโยชนส ว นรวม

และการขดั กันระหวา งผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนสว นรวม
เรอ่ื งที่ 5 ความหมายและรปู แบบของผลประโยชนท ับซอ น

บทที่ 2 ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต 23
เรอ่ื งที่ 1 ความละอายและความไมทนตอการทจุ รติ 24
เรือ่ งท่ี 2 การรวมกลุมเพ่ือสรางสรรคป อ งกนั การทจุ ริต 27

บทท่ี 3 STRONG : จติ พอเพยี งตา นทจุ รติ 35
เรอ่ื งท่ี 1 องคประกอบของโมเดล STRONG 37
เรือ่ งที่ 2 การประยกุ ตหลกั ความพอเพยี งดว ยโมเดล STRONG : จติ พอเพียงตา นทจุ ริต 40
2.1 ความพอเพยี ง (Sufficient) 40
2.2 ความโปรง ใส (Transparency) 48
2.3 ความตื่นรู (Realize) 54
2.4 มุงไปขางหนา (Onward) 58
2.5 ความรู (Knowledge) 62
2.6 ความเอ้ืออาทร (Generosity) 65

สารบญั (ตอ) หนา

บทท่ี 4 พลเมืองกบั ความรับผิดชอบตอ สังคม 67
เร่อื งท่ี 1 การเคารพสิทธหิ นาท่ตี อ ตนเองและผอู นื่ ท่มี ีตอ ประเทศชาติ 69
เรอ่ื งท่ี 2 ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย กบั การเปนพลเมอื งท่ีดมี ีสว นรว ม 78
ในการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ
เรอ่ื งท่ี 3 ความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและผอู น่ื 81
เรอื่ งที่ 4 ความเปนพลเมอื ง 85
เรอ่ื งท่ี 5 ความเปนพลโลก 88

แบบทดสอบหลังเรียน 91
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี น-หลงั เรยี น 96
แนวคําตอบกจิ กรรม 97
บรรณานกุ รม 103
คําสง่ั สํานกั งานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั 106
การประชมุ จัดทําหนงั สือเรยี น รายวิชาการปอ งกนั การทจุ รติ 114
คณะทํางาน 119

24

เรื่องท่ี 1 ความละอายและความไมทนตอ การทจุ รติ

การสรางสังคมใหมคี วามละอายและไมท นตอ การทุจริต เปนการปรับเปลี่ยนสภาพสังคมใหเกิดภาวะ
“ที่ไมทนตอการทุจริต” ตองเร่ิมต้ังแตกระบวนการกลอมเกลาทางสังคมในทุกชวงวัย เพ่ือสรางวัฒนธรรม
ตอตานการทุจริต ปลกู ฝง ความพอเพยี ง ความมวี นิ ยั ซือ่ สตั ยสจุ ริต และความเปนพลเมอื งดี ที่มีจิตสาธารณะ
ผานทางสถาบนั หรอื กลมุ ตัวแทนทท่ี ําหนาทใ่ี นการกลอมเกลาทางสังคม เพื่อใหเดก็ เยาวชน ผใู หญ เกิดพฤติกรรม
ทล่ี ะอายตอ การกระทาํ ความผิด การไมย อมรบั และตอตานการทุจรติ ทกุ รูปแบบ

ความหมายและความสาํ คญั
ละอาย หมายถงึ การรสู ึกอายทจ่ี ะทาํ ในสิ่งท่ไี มถูก ไมควร เชน ละอายท่จี ะทําผดิ ละอายใจ
ความละอาย เปนความรูสกึ อายและความเกรงกลัวตอสิ่งที่ไมดี ไมถูกตอง ไมเหมาะสม จึงไมกลา
ทจ่ี ะกระทาํ ใหตนเองไมหลงทาํ ในสงิ่ ทผี่ ดิ เพราะเหน็ ถงึ โทษหรอื ผลกระทบที่จะไดรบั จากการกระทาํ นั้น
ลักษณะของความละอาย แบงเปน 2 ระดับ ไดแก
1. ความละอายระดับตน หมายถึง ความละอายไมกลาที่จะทําในสิ่งท่ีผิด เน่ืองจากกลัววา เม่ือตนเอง
ไดท าํ ลงไปแลวจะมีคนรบั รู หากถกู จบั ไดจะไดรับการลงโทษหรือไดรับความเดือดรอนจากส่ิงที่ตนเองไดทําลงไป
จงึ ไมก ลา ท่ีจะกระทําผิด
2. ความละอายระดบั สูง คือ ความละอายท่ีแมไมมีใครรับรูหรือเห็นในส่ิงที่ตนเองไดทําลงไป ก็ไม
กลา ท่ีจะทําผิด เพราะนอกจากตนเองจะไดรับผลกระทบแลว ครอบครัว สังคมก็จะไดรับผลกระทบตามไปดวย
ทงั้ ชอ่ื เสียงของตนเองและครอบครวั ก็จะเสื่อมเสีย เชน การลอกขอ สอบ เปน ตน
ความไมทน หมายถึง การแสดงออกตอการกระทําท่ีเกิดขึ้นกับตนเอง บุคคลที่เก่ียวของหรือ
สังคมในลักษณะทไี่ มยนิ ยอม ไมย อมรับในส่ิงทเ่ี กดิ ขน้ึ ซ่ึงสามารถแสดงออกไดหลายลกั ษณะ ทง้ั ในรูปแบบของ
กรยิ าทาทางหรือคําพดู เชน การแซงควิ เพอ่ื ซ้อื ของ เปน การกระทาํ ท่ีไมถ ูกตอ ง ผถู ูกแซงควิ จึงตอ งแสดงออกให
ผทู ่ีแซงคิวรบั รวู าตนเองไมพ อใจ โดยแสดงกิรยิ าหรอื บอกกลาวใหท ราบ เพ่ือใหผ ทู แ่ี ซงควิ ยอมท่ีจะตอทายแถว
กรณีนี้แสดงใหเ หน็ วา ผทู ี่ถกู แซงคิว ไมทนตอ การกระทําท่ีไมถกู ตอ ง และหากผทู ีแ่ ซงคิวไปตอแถวก็จะแสดงให
เห็นวาบุคคลนนั้ มีความละอายตอการกระทาํ ท่ไี มถ กู ตอง เปนตน
ทุจรติ หมายถึง ประพฤตชิ ่วั ประพฤติไมดี ไมซื่อตรง คดโกง ฉอโกง โดยใชอุบายหรือเลหเหล่ียม
หลอกลวง เพ่ือใหไดสง่ิ ทต่ี องการ
ความไมทนตอ การทจุ รติ เปนการแสดงออกอยางใดอยา งหนง่ึ เพือ่ ใหร บั รูว าจะไมทนตอบุคคลหรือการ
กระทําใด ๆ ท่ีเปนการทุจริต ความไมทนตอการทุจริต สามารถแบงระดับตาง ๆ ไดมากกวาความละอาย
ใชเกณฑความรุนแรงในการแบงแยก เชน การวากลาวตักเตือนตอบุคคลที่ทุจริต การประณาม การประจาน
การชมุ นุมประทว ง เปน ตน

25

ตัวอยา งเชน เพื่อนลอกขอ สอบเรา ซึง่ เราจะไมย ินยอมใหเ พ่ือนทจุ รติ ในการลอกขอสอบ เราก็ใชมือ
หรือกระดาษมาบังสวนที่เปนคําตอบไว เชนน้ีก็เปนการแสดงออกถึงการไมทนตอการทุจริต นอกจากน้ียังมี
การแสดงออกในระดับท่ีแตกตางกันไป เชน การชุมนุมประทวงของประชาชนเพื่อตอตานการทุจริตตาม
กรณีศึกษาทา ยบท

ความจําเปน ของการที่ไมท นตอการทุจรติ ถือเปนสิ่งสําคญั เพราะการทจุ ริตไมว าระดับเล็กหรือใหญ
ยอ มกอใหเ กิดความเสยี หายตอสงั คมและประเทศชาติ ดังนนั้ จึงมคี วามจาํ เปน อยางย่ิงที่จะตองสรางใหบุคคล
เกดิ ความตระหนกั และรบั รถู ึงผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการทุจริตในทุกรูปแบบ ทุกระดับ หากบุคคลในสังคม
มีความละอายและความไมทนตอการทจุ รติ จะทาํ ใหสงั คมนา อยูและมีการพฒั นาในทกุ ๆ ดา น

การปฏบิ ตั ิตนเพ่ืออยูรว มกนั ในสังคมอยางมีความสุข ไมสรางความเดือดรอนใหกับตนเอง ครอบครัว
ชุมชน สังคม และประเทศ ทุกคนจะตอ งรบู ทบาทหนาท่ี ไมเ อารดั เอาเปรียบ มีความรับผดิ ชอบโดยสมาชกิ ในสงั คม
ตอ งปฏิบัตติ ามขอตกลงในสงั คมท่ีถกู ตอ งตามหลกั ธรรม เรม่ิ ต้งั แตก ารปฏิบัติตนในฐานะสมาชิกของครอบครัวและ
สถานศกึ ษา ซึ่งเปน สถาบันแรกที่บมเพาะทักษะพ้นื ฐานในการดําเนินชวี ติ

การปฏิบตั ติ นของผเู รียนในสถานศึกษา เพือ่ ใหเปนผูมีจิตใจที่ดีเปนที่ช่ืนชมของผูอื่น และสามารถอยู
ในสงั คมรว มกบั ผูอ ื่นไดอยา งดี มแี นวทางการปฏิบตั ิตน ดังน้ี

1. การปฏบิ ัตงิ านทีไ่ ดร บั มอบหมาย ไดแก
1.1 การทําการบา นหรอื ชิ้นงานควรสง ตามเวลาทีก่ ําหนด โดยไมล อกการบานหรอื ชน้ิ งานผอู ื่น
1.2 การทาํ เวรหรอื ทาํ ความสะอาด จะตองปฏบิ ตั ดิ วยความรบั ผิดชอบ ไมเอารดั เอาเปรยี บผอู นื่
กรณที ่เี ราพบเห็นเพ่ือนทล่ี ะเลยจากการปฏิบัติงานที่ไดรับมอบหมาย เราควรตักเตือนเพ่ือน หรือ

รายงานตอ ครู
2. การสอบ ผูเ รยี นจะตองปฏบิ ัตติ ามระเบยี บของการเขาสอบ ไดแ ก
2.1 แตงกายตามท่สี ถานศกึ ษากําหนด
2.2 ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบเกี่ยวกับการสอบ และคําสง่ั ของผูก าํ กับการสอบ โดยไมทจุ ริตในการสอบ
2.3 มิใหผ เู ขาสอบคนอน่ื คดั ลอกคําตอบของตน รวมทัง้ ไมพ ดู คุยกับผูใดในเวลาสอบ เมื่อมีขอสงสัย

หรือมเี หตจุ าํ เปน ใหแ จงตอ ผูกาํ กบั การสอบ
2.4 ไมนาํ กระดาษสาํ หรับเขยี นคาํ ตอบทผี่ ูกาํ กับการสอบแจกใหอ อกไปจากหอ งสอบ

3. การแตงกาย เปน สิ่งสําคัญตอภาพลักษณ และบุคลิกภาพของบุคคล เครื่องแตงกายท่ีดีจะตอง
เหมาะสมกบั โอกาส สถานที่ หรือกาลเทศะ สรางความประทบั ใจแกผ พู บเหน็ หลกั สําคัญของการแตง กาย มดี ังน้ี

3.1 ถูกตอ งตามกาลเทศะ
3.2 สะอาด
3.3 ประหยดั
3.4 เหมาะสมกับวัย รูปราง และฐานะความเปนอยู

26

กรณที ีเ่ ราพบเห็นผทู แี่ ตงกายไมเหมาะสมตอ สถานที่หรือกาลเทศะ บุคคลที่ไมทนตอการทุจริต
หรอื การกระทาํ ทไ่ี มถ ูกตอง ควรใหค าํ แนะนําหรือแสดงออกอยางใดอยา งหน่งึ เพื่อใหผทู ่ีแตง กายไมเ หมาะสมทราบ
เปน ตน

การแตง กายเขาวดั ทเี่ หมาะสม การแตง กายท่ไี มเ หมาะสม

ทมี่ า : https://img.kapook.com/u/2017/rungtip/2017-3/jj9.jpg ที่มา : https://mgronline.com/celebonline/detail/9570000117491

4. การเลอื กต้งั เปน การใชสทิ ธิออกเสียงในการลงคะแนนเลือกผูแทนเพื่อทําหนาท่ีแทนตนเอง
การเลอื กต้งั ทเี่ ปนประชาธปิ ไตย เปน การเลือกต้ังโดยเสรี คือ เปดกวางใหอิสระในการตัดสินใจ ท้ังในแงของ

ผูสมัครและผูออกเสียง ตองเปนไปโดยบริสุทธ์ิและ
ยุติธรรม ไมมีการช้ีนําหรือบังคับ เชน การเลือกต้ัง
องคกรนักศึกษา กศน. เพื่อเปนตัวแทนนักศึกษา
ทั้งหมดในสถานศึกษา ซึ่งเปนการสงเสริมการเรียนรู
ประชาธิปไตยในสถานศกึ ษา

การรณรงคใ ชส ทิ ธิเลือกต้ัง
ท่ีมา : https://www.msn.com/th-th/news/national

ทั้งนี้ การเลือกต้ังของประเทศไทย จะมีการ

เลอื กตั้งระดับตาง ๆ ดงั นี้

1. ระดับหมูบา น คือ การเลอื กตง้ั ผูใหญบา น

2. ระดับตําบล คือ กํานัน สมาชิก อบต. หรือ

สมาชกิ สภาเทศบาล หรือนายก อบต. หรอื นายกเทศมนตรี (สจ.)ทม่ี า : การเลือกตัง้
3. ระดับจงั หวดั คือ การเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาจังหวดั https://www.msn.com/th-th/news/national

นายกองคก ารบรหิ ารสว นจังหวัด (นายก อบจ.)

27

4. ระดับชาติ คอื การเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผแู ทนราษฎร การเลอื กผแู ทนทถ่ี กู ตอ ง ผูเรยี นควรเลอื กผูท่มี ี
ความจริงใจ เสียสละเพื่อสวนรวม มีความรู ความสามารถ มีอาชีพสุจริต ไมควรเลือกผูท่ีมีเบื้องหลังไมสุจริต
และซอ้ื เสยี ง เพราะเขายอมหวังผลประโยชนกลับคืนมา

ในการเลือกตัง้ ทุกระดบั มกั มีขา วเกยี่ วกบั การทุจรติ ซ้ือเสียง ขายเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง ซึ่งหาก
เราพบเห็นเหตุการณ และมีหลกั ฐานการทจุ ริต เราควรแจง หนวยงานหรือผเู กย่ี วของทราบ เพือ่ ดาํ เนนิ การตาม
กฎหมายตอไป

เรื่องที่ 2 การรวมกลมุ เพื่อสรางสรรคปองกันการทุจรติ

สถานการณการทุจริตของประเทศไทยในปจจุบัน ถือเปนภาวะวิกฤตที่เปนอุปสรรคตอการพัฒนา
ประเทศ การทุจรติ ที่เกิดขึ้นยอ มสงผลตอภาพลกั ษณข องประเทศ หากประเทศใดมีการทุจริตนอยจะสงผลให
ประเทศนั้นมีความเปนอยูท่ีดี นักลงทุนมีความตองการท่ีจะมาลงทุนในประเทศ ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจของ
ประเทศจะสามารถพัฒนาไปไดอยางตอเน่ือง แตหากมีการทุจริตเปนจํานวนมาก นักธุรกิจยอมไมกลาที่จะ
ลงทุนในประเทศน้นั ๆ เนือ่ งจากตองเสียคา ใชจ ายในการทําธุรกิจทม่ี ากกวาปกติ แตหากสามารถดําเนินธุรกิจ
ดังกลา วได ผลทเ่ี กดิ ข้ึนยอ มตกแกผูบ รโิ ภคทจ่ี ะตองซื้อสนิ คาและบริการท่ีมีราคาสูง หรืออีกกรณีหน่ึงคือ การใช
สนิ คา และบรกิ ารทไี่ มมีคณุ ภาพ ดงั น้นั จงึ ไดม กี ารวัดและจดั อันดับประเทศตาง ๆ เพ่ือบงบอกถึงสถานการณ
การทุจริต ซ่ึงการทุจริตท่ีผานมานอกจากจะพบเห็นขาวการทุจริตดวยตนเอง และผานสื่อตาง ๆ แลว ยังมี
ตวั ช้ีวดั ท่ีสาํ คัญอกี ตวั หนึง่ ทไี่ ดร บั การยอมรบั คอื ตัวช้ีวดั ขององคก รเพ่อื ความโปรงใสนานาชาติ (Transparency
International : TI) ไดจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณคอรรัปชันประจําป 2560 พบวา ประเทศไทยได 37 คะแนน
จากคะแนนเตม็ 100 คะแนน อยูอันดับที่ 96 จากการจัดอันดับท้ังหมด 180 ประเทศทั่วโลก หากเทียบกับ
ป 2559 ประเทศไทยไดคะแนน 35 คะแนน อยูอันดับท่ี 101 เทากับวาประเทศไทยมีคะแนนความโปรงใสดีขึ้น
แตย งั แสดงใหเห็นวา ประเทศไทยยงั มีการทุจรติ คอรร ัปชันอยใู นระดับสูง ซึ่งสมควรไดรับการแกไขอยางเรงดวน
โดยคะแนนท่ีประเทศไทยไดรับตงั้ แตอ ดีต – ปจจุบนั ไดค ะแนนและลาํ ดบั ดงั นี้

27

4. ระดับชาติ คอื การเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผแู ทนราษฎร การเลอื กผแู ทนทถ่ี กู ตอ ง ผูเรยี นควรเลอื กผูท่มี ี
ความจริงใจ เสียสละเพื่อสวนรวม มีความรู ความสามารถ มีอาชีพสุจริต ไมควรเลือกผูท่ีมีเบื้องหลังไมสุจริต
และซอ้ื เสยี ง เพราะเขายอมหวังผลประโยชนกลับคืนมา

ในการเลือกตัง้ ทุกระดบั มกั มีขา วเกยี่ วกบั การทุจรติ ซ้ือเสียง ขายเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง ซึ่งหาก
เราพบเห็นเหตุการณ และมีหลกั ฐานการทจุ ริต เราควรแจง หนวยงานหรือผเู กย่ี วของทราบ เพือ่ ดาํ เนนิ การตาม
กฎหมายตอไป

เรื่องที่ 2 การรวมกลมุ เพื่อสรางสรรคปองกันการทุจรติ

สถานการณการทุจริตของประเทศไทยในปจจุบัน ถือเปนภาวะวิกฤตที่เปนอุปสรรคตอการพัฒนา
ประเทศ การทุจรติ ที่เกิดขึ้นยอ มสงผลตอภาพลกั ษณข องประเทศ หากประเทศใดมีการทุจริตนอยจะสงผลให
ประเทศนั้นมีความเปนอยูท่ีดี นักลงทุนมีความตองการท่ีจะมาลงทุนในประเทศ ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจของ
ประเทศจะสามารถพัฒนาไปไดอยางตอเน่ือง แตหากมีการทุจริตเปนจํานวนมาก นักธุรกิจยอมไมกลาที่จะ
ลงทุนในประเทศน้นั ๆ เนือ่ งจากตองเสียคา ใชจ ายในการทําธุรกิจทม่ี ากกวาปกติ แตหากสามารถดําเนินธุรกิจ
ดังกลา วได ผลทเ่ี กดิ ข้ึนยอ มตกแกผูบ รโิ ภคทจ่ี ะตองซื้อสนิ คาและบริการท่ีมีราคาสูง หรืออีกกรณีหน่ึงคือ การใช
สนิ คา และบรกิ ารทไี่ มมีคณุ ภาพ ดงั น้นั จงึ ไดม กี ารวัดและจดั อันดับประเทศตาง ๆ เพ่ือบงบอกถึงสถานการณ
การทุจริต ซ่ึงการทุจริตท่ีผานมานอกจากจะพบเห็นขาวการทุจริตดวยตนเอง และผานสื่อตาง ๆ แลว ยังมี
ตวั ช้ีวดั ท่ีสาํ คัญอกี ตวั หนึง่ ทไี่ ดร บั การยอมรบั คอื ตัวช้ีวดั ขององคก รเพ่อื ความโปรงใสนานาชาติ (Transparency
International : TI) ไดจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณคอรรัปชันประจําป 2560 พบวา ประเทศไทยได 37 คะแนน
จากคะแนนเตม็ 100 คะแนน อยูอันดับที่ 96 จากการจัดอันดับท้ังหมด 180 ประเทศทั่วโลก หากเทียบกับ
ป 2559 ประเทศไทยไดคะแนน 35 คะแนน อยูอันดับท่ี 101 เทากับวาประเทศไทยมีคะแนนความโปรงใสดีขึ้น
แตย งั แสดงใหเห็นวา ประเทศไทยยงั มีการทุจรติ คอรร ัปชันอยใู นระดับสูง ซึ่งสมควรไดรับการแกไขอยางเรงดวน
โดยคะแนนท่ีประเทศไทยไดรับตงั้ แตอ ดีต – ปจจุบนั ไดค ะแนนและลาํ ดบั ดงั นี้

28

ตารางที่ 1 แสดงภาพลกั ษณคอรร ัปชันของประเทศไทย ระหวางป 2547 – 2560

ป พ.ศ. คะแนน อันดับ จาํ นวนประเทศ

2547 3.60 (คะแนนเตม็ 10) 64 146

2548 3.80 (คะแนนเต็ม 10) 59 159

2549 3.60 (คะแนนเต็ม 10) 63 163

2550 3.30 (คะแนนเตม็ 10) 84 179

2551 3.50 (คะแนนเตม็ 10) 80 180

2552 3.40 (คะแนนเตม็ 10) 84 180

2553 3.50 (คะแนนเตม็ 10) 78 178

2554 3.40 (คะแนนเตม็ 10) 80 183

2555 37 (คะแนนเต็ม 100) 88 176

2556 35 (คะแนนเต็ม 100) 102 177

2557 38 (คะแนนเตม็ 100) 85 175

2558 38 (คะแนนเต็ม 100) 76 168

2559 35 (คะแนนเตม็ 100) 101 176

2560 37 (คะแนนเต็ม 100) 96 180

ทีม่ า : http://www.mua.go.th/users/bhes/pdf/Anti-Corruption%20Education/Anti-Corruption%20Education.pdf

เมื่อจัดอันดบั ประเทศในกลุมอาเซียน จํานวน 10 ประเทศ เพ่ือเปรียบเทียบดัชนีชี้วัดภาพลักษณ

คอรรัปชันในป พ.ศ. 2560 ประเทศสิงคโปรยังคงอันดับหนึ่งในกลุมอาเซียนเชนเดียวกับ ป พ.ศ. 2559

ตามตารางที่ 2

ตารางท่ี 2 แสดงภาพลักษณค อรรัปชนั ประจําป 2558-2560 ในภูมิภาคอาเซยี น

อนั ดับในอาเซยี น ประเทศ คะแนนป 2560 คะแนนป 2559 คะแนนป 2558

1 สิงคโปร 84 84 85

2 บรไู น 62 58 -

3 มาเลเซีย 47 59 50

4 อนิ โดนีเซีย 37 37 36

5 ไทย 37 35 38

6 เวียดนาม 35 33 31

7 ฟลปิ ปนส 34 35 35

8 เมียนมาร 30 28 22

9 ลาว 29 30 26

10 กัมพชู า 21 21 21

ท่ีมา : http://www.mua.go.th/users/bhes/pdf/Anti-Corruption%20Education/Anti-Corruption%20Education.pdf

29

ผลคะแนนดัชนีภาพลักษณการคอรรัปชัน (Corruption Perception Index : CPI) ในป พ.ศ. 2561
ประเทศไทยได 36 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เปนอนั ดับที่ 99 จาก 180 ประเทศท่ัวโลก และเปน
อนั ดับ 5 ในประเทศกลุมอาเซยี น จํานวน 10 ประเทศ

ผลกระทบของการทจุ รติ ตอการพฒั นาประเทศ
การทจุ ริตมีผลกระทบตอ การพฒั นาประเทศในทุก ๆ ดาน เปน พน้ื ฐานท่ีกอ ใหเกดิ ความขัดแยงของ
คนในชาติ จากการเห็นประโยชนสวนตนมากกวา ประโยชนของประเทศ ประชาชนไดรับบริการสาธารณะหรือ
ส่ิงอํานวยความสะดวกไมเต็มท่ีอยางที่ควรจะเปน เงินภาษีของประชาชนตกไปอยูในกระเปาของผูทุจริต
และผลกระทบอ่นื ๆ อีกมากมาย นอกจากนแี้ ลว หากพิจารณาในแงการลงทุนจากตางประเทศเพื่อประกอบ
กิจการตาง ๆ ภายในประเทศ พบวา นักลงทุนตางประเทศจะมองวาการทุจริตถือวาเปนตนทุนอยางหน่ึง
ซ่งึ นกั ลงทุนจากตางประเทศจะใชประกอบการพจิ ารณาการลงทนุ กบั ปจ จยั ดา นอนื่ ๆ ทั้งนี้ หากตอ งเสยี ตน ทนุ
ท่สี ูงจากการทุจรติ นักลงทุนจากตางประเทศอาจพิจารณาตัดสินใจยายการลงทุนไปยังประเทศอ่ืน สงผลให
การจางงาน การสรา งรายไดใ หแกป ระชาชนลดลง เม่ือประชาชนมีรายไดลดลงก็จะสงผลตอการจัดเก็บภาษี
อากรซึ่งเปน รายไดข องรัฐลดลง จึงสงผลตอ การจัดสรรงบประมาณและการพัฒนาประเทศ
ในการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยจะมีหนวยงานหลักท่ีดําเนินการปองกัน
และปราบปรามการทจุ รติ คือ สํานักงานคณะกรรมการปอ งกันและปราบปรามการทุจรติ แหงชาติ (สํานักงาน
ป.ป.ช.) นอกจากน้ียังมีหนวยงานอื่นที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกันหรือใกลเคียงกับสํานักงาน ป.ป.ช. เชน
สาํ นกั งานการตรวจเงินแผนดิน สํานกั งานผตู รวจการแผนดนิ สาํ นกั งานคณะกรรมการปองกนั และปราบปราม
การทจุ ริตในภาครฐั นอกจากน้ยี ังมีหนว ยงานภาคเอกชนที่ใหค วามรวมมือในการปองกันและปราบปรามการทุจรติ
อกี หลายหนว ยงาน และสาํ หรับหนว ยงานภาครัฐในปจ จุบันประเทศไทยไดมีการประกาศใชยุทธศาสตรชาติ
วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) เพ่ือเปนมาตรการแนวทาง
การดาํ เนินงานทัง้ ของภาครัฐและภาคเอกชน
รปู แบบการทจุ รติ
การทุจริตท่ีเกิดข้ึนในวงราชการและแวดวงการเมือง เปนพฤติกรรมท่ีเจาหนาท่ีของรัฐใชอํานาจ
ในตําแหนงหนาที่โดยมิชอบ เพื่อมุงหวังผลประโยชนสวนตัว สามารถแบงได 3 ลักษณะ คือ แบงตาม
ผทู ่เี กย่ี วของ แบง ตามกระบวนการทีใ่ ช และแบง ตามลักษณะรปู ธรรม ดงั น้ี
1. แบง ตามผทู ีเ่ กี่ยวของ เปนรูปแบบการทุจริตในเร่ืองของอํานาจและความสัมพันธแบบอุปถัมภ
ระหวางผูที่ใหการอุปถัมภหรือผูใหการชวยเหลือ กับผูถูกอุปถัมภหรือผูที่ไดรับการชวยเหลือ โดยใน
กระบวนการการทุจรติ จะมี 2 ประเภทคือ

1.1การทุจริตโดยขาราชการ หมายถึงการกระทําท่ีมีการใชหนวยงานราชการเพื่อมุงแสวงหา
ผลประโยชนจากการปฏิบัติงานของหนวยงานน้ัน ๆ มากกวาประโยชนสวนรวมของสังคมหรือประเทศ
โดยลักษณะของการทุจริตโดยขา ราชการสามารถแบง ออกเปน 2 ประเภท ดังนี้

30

1.1.1 การคอรรัปชันตามน้ํา (corruption without theft) จะปรากฏข้ึนเมื่อเจาหนาที่ของรัฐ
ตองการสินบนโดยใหมีการจา ยตามชอ งทางปกติของทางราชการ แตใ หเพ่มิ สนิ บนรวมเขาไวกับการจายคาบริการ
ของหนวยงานน้ัน ๆ โดยทเี่ งนิ คาบริการปกติที่หนวยงานนั้นจะตอ งไดร บั กย็ งั คงไดรับตอไป เชน การจายเงินพิเศษ
ใหแกเจาหนา ทีใ่ นการออกเอกสารตา ง ๆ นอกเหนือจากคา ธรรมเนียมปกติทตี่ องจา ยอยูแลว เปนตน

1.1.2 การคอรรัปชันทวนนํ้า (corruption with theft) เปนการคอรรัปชันในลักษณะที่
เจาหนา ท่ขี องรฐั จะเรียกรอ งเงินจากผขู อรบั บรกิ ารโดยตรง โดยทหี่ นว ยงานนั้นไมไดมีการเรียกเก็บเงินคาบริการ
แตอยางใด เชน ในการออกเอกสารของหนวยงานราชการไมไดมีการกําหนดใหตองเสียคาใชจายในการ
ดาํ เนินการ แตกรณนี ี้มีการเรียกเกบ็ คาใชจ า ยจากผทู ่ีมาใชบริการของหนว ยงานของรฐั

1.2 การทุจริตโดยนักการเมือง (political corruption) เปนการใชหนวยงานของทางราชการ
โดยบรรดานักการเมอื ง เพ่อื มุง แสวงหาผลประโยชนใ นทางการเงินมากกวาประโยชนสวนรวมของสังคมหรือ
ประเทศเชน เดยี วกนั โดยรูปแบบหรือวธิ กี ารทวั่ ไปจะมลี ักษณะเชน เดยี วกบั การทจุ ริตโดยขาราชการ แตจะเปน
ในระดบั ที่สูงกวา เชน การทจุ ริตในการประมูลโครงการกอ สรา งขนาดใหญ และมีการเรียกรับ หรือยอมจะรับ
ทรพั ยส นิ หรอื ประโยชนต าง ๆ จากภาคเอกชน เปนตน

2. แบงตามกระบวนการที่ใช มี 2 ประเภทคือ
2.1 เกดิ จากการใชอํานาจในการกาํ หนด กฎ กตกิ าพืน้ ฐาน เชน การออกกฎหมาย และกฎระเบียบ

ตาง ๆ เพ่อื อาํ นวยประโยชนต อ กลุมธุรกิจของตนหรือพวกพอ ง
2.2 เกิดจากการใชอํานาจหนาที่เพื่อแสวงหาผลประโยชนจากกฎ และระเบียบที่ดํารงอยู

ซึ่งมักเกิดจากความไมชดั เจนของกฎและระเบยี บเหลา น้ันท่ีทําใหเจาหนาที่สามารถใชความคิดเห็นของตนได
และการใชความคดิ เหน็ นั้นอาจไมถ ูกตอ งหากมกี ารใชไปในทางทผ่ี ิดหรือไมยตุ ิธรรมได

3. แบง ตามลกั ษณะรูปธรรม มีทัง้ หมด 4 รูปแบบ คือ
3.1 คอรรปั ชันจากการจดั ซือ้ จดั หา (Procurement Corruption) เชน การจัดซ้ือส่ิงของในหนวยงาน

โดยมกี ารคดิ ราคาเพ่มิ หรอื ลดคุณสมบตั แิ ตกาํ หนดราคาซื้อไวเทา เดมิ
3.2 คอรร ปั ชันจากการใหสมั ปทานและสทิ ธพิ เิ ศษ (Concessionaire Corruption) เชน การให

เอกชนรายใดรายหน่งึ เขา มามีสิทธิในการจดั ทาํ สัมปทานเปน กรณพี ิเศษตา งกับเอกชนรายอ่นื
3.3 คอรรัปชันจากการขายสาธารณสมบัติ (Privatization Corruption) เชน การขายกิจการ

ของรัฐวสิ าหกิจ หรอื การยกเอาที่ดนิ ทรพั ยส ินไปเปน สทิ ธิการครอบครองของตางชาติ เปนตน
3.4 คอรร ัปชนั จากการกํากับดูแล (Regulatory Corruption) เชน การกํากับดูแลในหนวยงาน

แลว ทําการทุจรติ ตา ง ๆ เปน ตน
นักวิชาการท่ีไดศึกษาเก่ียวกับปญหาการทุจริต ไดมีการกําหนดหรือแบงประเภทของการทุจริต

เปนรปู แบบตา ง ๆ ไว เชน การวิจัยของรองศาสตราจารย ดร.นวลนอย ตรีรัตน และคณะ ไดแบงการทุจริต
คอรร ัปชันออกเปน 3 รูปแบบ ไดแ ก

1) การใชอ ํานาจในการอนุญาตใหละเวนจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐเพื่อลดตนทุนการทํา
ธุรกิจ

31

2) การใชอํานาจในการจดั สรรผลประโยชนใ นรปู ของสิง่ ของ และบรกิ าร หรือสิทธใิ หแ กเอกชน
3) การใชอ าํ นาจในการสรางอปุ สรรคในการใหบ รกิ ารแกภ าคประชาชนและภาคธรุ กจิ เนื่องจาก
เงนิ เดอื นและผลตอบแทนในระบบราชการต่าํ เกินไปจนขาดแรงจูงใจในการทาํ งาน
ในฐานะประชาชนคนไทย เราตางมีหนาท่ีในการเปนพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย การชวยกัน
กําจดั การทุจริตถอื เปนหนา ท่ีของคนไทยทุกคน

การรวมกลุมเพือ่ สรา งสรรคแ ละปอ งกนั การทจุ รติ
การรวมกลุมเพอื่ สรางสรรคแ ละปองกันการทจุ ริตเปน การรวมกลุมกันเพ่ือดูแล ตรวจสอบ สามารถ
ชวยใหการปองกันและกําจัดการทุจรติ เปนไปอยางมีประสทิ ธภิ าพ ซงึ่ ผูเรียนสามารถศกึ ษากรณีตัวอยา งไดจาก
คลิปวีดโิ อ ตอไปน้ี

แมค า และคนในตลาดรวมตัวกนั ตอตานผูทีม่ า ซอ้ื ของ ซ่ึงเปน บคุ คล
ทท่ี ุจรติ การเลอื กต้ัง
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=6xTi4qcGXzs จาก ACT

มคี นยน่ื เงนิ ใหก บั เจา หนา ท่ี ซึ่งเจาหนาทท่ี เ่ี ปนลกู นองไมยอมรับหวั หนา
ทโี่ กง และออกมาตอ ตา น
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=MGc3LXOlZ-o จาก ACT

สิ่งที่ปรากฏในคลปิ วีดิโอ ทง้ั 2 เรอื่ ง เปน เคร่อื งยนื ยนั วา หากพวกเราในฐานะสมาชกิ ในสังคมรว มมือกัน
ในการปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ของชุมชน สงั คม รวมทงั้ ตอตา นบุคคล องคกร ท่ีกระทําการทุจริต ใชการลงโทษ
ทางสงั คม โดยการกดดนั และแสดงปฏกิ ิรยิ าตอตา นใหเ กดิ ความอบั อายขายหนา และไดรับโทษของการทุจริต
ตามกฎหมาย เพราะการทุจริตที่เกิดขึ้นไมวาจะเปนระดับใด ลวนแลวแตสงผลกระทบในทางลบตอสังคม
และประเทศชาติ ดังน้ัน การปลูกฝงใหคนมีความละอายและไมทนตอการทุจริต รวมถึงการรวมกลุม
เพ่อื สรางสรรคและปองกันการทจุ ริต จึงเปนหนทางหน่งึ ที่จะแกป ญหาการทจุ รติ ในประเทศของเราได

37

เรือ่ งที่ 1 องคป ระกอบของโมเดล STRONG

จติ พอเพยี งตานทจุ รติ ตามทป่ี ระเทศไทยไดม ยี ุทธศาสตรช าติวาดวยการปองกันและปราบปรามการ
ทุจริต ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ไดมีการวิเคราะหภาพอนาคตของประชาชนและสังคมไทยในระยะ
5 ปขางหนา ไวว า หากยุทธศาสตรช าตฯิ ไดร บั ความรวมมือรวมใจจากทุกภาคสวนของสังคมไทยในการนําไป
ปฏิบตั ิจรงิ ประชาชนไทยจะมคี วามต่ืนตัวตอการทุจริตมากขนึ้ มีการใหความสนใจตอขา วสารและตระหนักถึง
ผลกระทบของการทุจริตท่ีมีตอประเทศ มีการแสดงออกซึ่งการตอตานการทุจริตท้ังในชีวิตประจําวันและ
การแสดงออกผานส่ือสาธารณะและสื่อสังคมออนไลนตาง ๆ ประชาชนในแตละชวงวัยไดรับกระบวนการ
กลอมเกลาทางสงั คมวา การทุจริต ถอื เปน พฤตกิ รรมทีน่ อกจากจะผดิ กฎหมายและทาํ ใหเกิดความเสียหายตอ
ประเทศแลว ยังเปนพฤติกรรมท่ีผิดจริยธรรม ไมไดรับการยอมรับจากสังคม ประชาชนตองเริ่มเรียนรูการ
ปรับเปลี่ยนฐานความคิดที่ทําใหสามารถแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนกับผลประโยชนสวนรวมได
วัฒนธรรมทางสังคมที่มีฐานอยูบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เน่ืองจากมีพ้ืนฐานจิตท่ีพอเพียงมีความ
ละอายตอการทุจริตประพฤตมิ ิชอบ และไมย อมใหผอู น่ื กระทําการทุจริตอนั สงผลใหเ กิดความเสยี หายตอสังคม
สว นรวม

หนวยงานทุกภาคสวนตองใหความสําคัญอยางแทจริงกับการตระหนักถึงจิตพอเพียงตานทุจริต
โดยประชาชนทกุ คนนาํ การประยกุ ตหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชประกอบกับหลักการตอตานการทุจริต
อน่ื ๆ เพอ่ื สรางฐานคดิ จิตพอเพียงตอตานทุจริตใหเกิดข้ึนเปนพื้นฐานความคิดของปจเจกบุคคล โดยประยุกตหลัก
“STRONG : จิตพอเพียงตานทุจริต” ซึ่งคิดคนโดย รองศาสตราจารย ดร.มาณี ไชยธีรา-นุวัฒศิริ ในป พ.ศ. 2560
มาเปนแนวทางในการพัฒนาวฒั นธรรมหนว ยงาน

38

หลักความพอเพยี ง โดยบุคคลสามารถแยกแยะ

ผลประโยชนส ว นตัวและผลประโยชนส ว นรวม

อยา งเปน อตั โนมัติ บคุ คลและหนวยงาน

รว มพัฒนาใหเ กิด ปฏิบัตงิ านบนฐาน
ความเอ้อื เฟอ อาทร
ตอ กันบนพื้นฐาน ของความโปรงใส

ของจริยธรรมและ
จติ พอเพยี ง

รแู ละพรอ ม
ลงมอื ปอ งกนั ทุจรติ

แสวงหาความรูอ ยางตอเน่อื ง มุงพฒั นาใหเ กดิ ความเจริญ
เพือ่ ใหเทาทันตอ สถานการณการทุจรติ โดยการตอ สกู บั การทจุ ริตไดอ ยางไมย อทอ

พัฒนาโดย การประยกุ ตหลกั ความพอเพยี งดว ยโมเดล
รศ.ดร. มาณี ไชยธีรานุวัฒศริ .ิ 2560.2561
STRONG : จิตพอเพียงตา นทุจรติ

ท่มี า : http://www.stopcorruption.moph.go.th=สะกดจิตเขาสูภวงั ค

STRONG : จิตพอเพยี งตานทุจรติ ประกอบดวย
1) S (Sufficient) : ความพอเพียง หมายถึง ผูนํา ผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน
นอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรบั ประยุกตเ ปน หลกั ความพอเพียงในการทํางาน การดํารงชีวิต
การพัฒนาตนเองและสวนรวม รวมถงึ การปองกันการทุจริตอยางยั่งยืน ซึ่งความพอเพียงตอส่ิงใดส่ิงหนึ่งของ
มนุษยแ มว า จะแตกตางกันตามพ้นื ฐาน แตการตดั สินใจวาความพอเพียงของตนเองตองตั้งอยูบนความมีเหตุมีผล
รวมท้ังตองไมเบียดเบียนตนเอง ผูอื่น และสวนรวม ความพอเพียงดังกลาวจึงเปนภูมิคุมกันใหบุคคลน้ัน
ไมก ระทําการทุจรติ ซง่ึ ตอ งใหค วามรูค วามเขา ใจ และปลุกใหตนื่ รู
2) T (Transparent) : ความโปรง ใส หมายถึง ผนู าํ ผบู รหิ าร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน
ตองปฏิบัติงานบนฐานของความโปรงใส ตรวจสอบได ดังน้ัน จึงตองมีและปฏิบัติตามหลักปฏิบัติ ระเบียบ
ขอ ปฏบิ ตั ิ กฎหมาย ดานความโปรง ใส ซึง่ ตอ งใหความรูความเขา ใจ และปลกุ ใหต ่ืนรู
3) R (Realize) : ความตืน่ รู หมายถึง ผูน ํา ผูบรหิ าร บุคคลทกุ ระดับ องคกรและชุมชน มีความรู
ความเขาใจ และตระหนักรถู งึ รากเหงาของปญ หาและภัยรายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบ ภายในชุมชน
และประเทศ ความตื่นรจู ะบังเกิดเมือ่ ไดพบเหน็ สถานการณท่ีเสีย่ งตอการทจุ รติ ยอ มจะมปี ฏิกริ ิยาเฝา ระวงั และ

39

ไมยินยอมตอการทุจริตในทส่ี ุดซงึ่ ตอ งใหความรูความเขา ใจเกยี่ วกบั สถานการณการทุจริตท่ีเกิดข้ึน ความรายแรง
และผลกระทบตอระดับบุคคลและสวนรวม

4) O (Onward) : มุงไปขางหนา หมายถึง ผูนํา ผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน
มุงพัฒนาและปรับเปล่ียนตนเองและสวนรวมใหมีความเจริญกาวหนาอยางย่ังยืน บนฐานความโปรงใส
ความพอเพียงและรวมสรางวัฒนธรรมสุจริตใหเกิดขึ้นอยางไมยอทอ ซึ่งตองมีความรูความเขาใจในประเด็น
ดงั กลาว

5) N (Knowledge) : ความรู หมายถงึ ผูนํา ผูบริหาร บุคคลทุกระดับ องคกรและชุมชน ตองมี
ความรูความเขาใจสามารถนําความรูไปใช สามารถวิเคราะห สังเคราะห ประเมินไดอยางถองแท ในเร่ือง
สถานการณก ารทจุ ริต ผลกระทบทม่ี ีตอ ตนเองและสวนรวม ความพอเพียงตานทุจริต การแยกแยะผลประโยชน
สว นตนและผลประโยชนส ว นรวมทมี่ ีความสําคัญยงิ่ ตอการลดการทุจรติ ในระยะยาว รวมท้ัง ความอายไมกลา
กระทําการทุจรติ และเกิดความไมท นเม่อื พบเหน็ วา มีการทุจริตเกดิ ข้ึนเพือ่ สรา งสงั คมไมท นตอ การทุจริต

6) G (Generosity) : ความเอ้ืออาทร หมายถงึ คนไทยมีความเอื้ออาทร มีเมตตา มีนํ้าใจ ตอกัน
บนฐานของจติ พอเพียงตานทจุ ริต ไมเอือ้ ตอ การรบั หรือการใหผลประโยชนตอ พวกพอ ง

40

เรือ่ งที่ 2 การประยกุ ตหลกั ความพอเพียงดว ยโมเดล STRONG : จติ พอเพยี งตานทจุ รติ

การนาํ หลกั ความพอเพยี งมาประยกุ ตใชด วยโมเดล STRONG : จติ พอเพยี งตานทจุ ริต มาใชในเร่อื ง
ตา ง ๆ ตอ ไปน้ี

2.1 ความพอเพยี ง (Sufficient)
พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
(พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ในหลวงรชั กาลที่ 9) พระราชทานแกบุคคลตาง ๆ ท่ีเขาเฝาฯ
ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต
วันที่ 4 ธันวาคม 2541
“...คําวาพอเพียง มีความหมายกวางออกไปอีก ไมไดหมายถึงการมีพอสําหรับใชของตัวเองมี
ความหมายวาพอมี พอกิน พอมีพอกินนี้ ถาใครไดมาอยูท่ีนี่ ในศาลาน้ีเม่ือ 24 ป 2517 ถึง 2541 ก็ 24 ป
ใชไหม วันนั้นไดพูดถึงวา เราควรจะปฏิบัติใหพอมีพอกิน พอมี พอกินน้ีก็แปลวาเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง
ถาแตละคนพอมี พอกิน ก็ใชได ย่ิงถาท้ังประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดีและประเทศไทยก็เวลาน้ัน ก็เร่ิมจะเปน
ไมพ อมี บางคนกม็ ีมาก บางคนกไ็ มมเี ลย สมัยกอ นน้พี อมพี อกนิ มาสมัยนชี้ ักจะไมพอมีพอกิน จงึ ตอ งมนี โยบาย
ที่จะทําเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือท่จี ะใหทุกคนมพี อเพยี งได...”
“...คําวาพอก็เพียง พอเพียงนี้ก็พอดังนั้นเอง คนเราถาพอในความตองการ ก็มีความโลภนอย
เม่อื มีความโลภนอย ก็เบียดเบียนคนอื่นนอย ถาทุกประเทศใดมีความคิด อันน้ีไมใชเศรษฐกิจ มีความคิดวา
ทําอะไรตองพอเพยี ง หมายความวา พอประมาณ ไมส ุดโตง ไมโลภอยา งมาก คนเรากอ็ ยูเปน สุข พอเพียงน้ีอาจจะ
มมี าก อาจจะมีของหรหู ราก็ได แตวา ตองไมไปเบียดเบียนคนอนื่ ตองใหพอประมาณ พูดจาก็พอเพยี ง ทําอะไร
ก็พอเพยี ง ปฏบิ ัติตนก็พอเพียง...”
“...อยา งเคยพูดเหมอื นกนั วา ทานท้งั หลายทนี่ ัง่ อยตู รงนี้ ถาไมพ อเพียง คือ อยากจะไปนั่งบนเกาอ้ี
ของผูท ีอ่ ยูขาง ๆ อันนั้นไมพอเพียงและทาํ ไมได ถา อยากน่งั อยางนน้ั ก็เดอื นรอนกนั แนเ พราะวา อดึ อดั จะทําให
ทะเลาะกัน และเม่อื มีการทะเลาะกนั กไ็ มม ปี ระโยชนเ ลย ฉะนั้น ควรทีจ่ ะคิดวาทําอะไรพอเพียง...”
“...ถาใครมีความคิดอยางหน่ึงและตองการใหคนอื่นมีความคิดอยางเดียวกับตัวซ่ึงอาจจะไมถูก
อันน้กี ไ็ มพอเพียง การพอเพียงในความคิดก็คือ แสดงความคิด ความเห็นของตัว และปลอยใหอีกคนพูดบาง
และมาพิจารณาวาท่เี ขาพูดกบั ทเี่ ราพดู อนั ไหนพอเพยี ง อันไหนเขาเรือ่ ง ถาไมเขาเรื่องก็แกไขเพราะวาถาพูด
กันโดยท่ีไมร ูเรื่องกัน ก็จะกลายเปนการทะเลาะ จากการทะเลาะดวยวาจาก็กลายเปนการทะเลาะดวยกาย
ซ่งึ ในทส่ี ดุ กน็ ํามาสคู วามเสยี หาย เสียหายแกคนสองคนที่เปนตัวการ เปนตัวละครท้ังสองคน ถาเปนหมูก็เลย
เปนการตีกนั อยา งรนุ แรง ซึ่งจะทําใหคนอื่นอีกมากเดือดรอน ฉะนัน้ ความพอเพียงน้ีก็แปลวา ความพอประมาณ
และความมีเหตุผล...”

41

การนอ มนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาปฏิบัติ
“เศรษฐกิจพอเพียง” เปนปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ
ต้ังแตระดับครอบครัว ระดับชมุ ชน จนถึงระดบั รัฐ ทง้ั ในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศใหด าํ เนนิ ไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจเพื่อใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัตน
ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตองมีระบบ
ภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรตอการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน
ทั้งนีจ้ ะตอ งอาศยั ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยางย่ิงในการนําวิชาการตาง ๆ มาใชในการ
วางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ
โดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนกั ธรุ กิจในทกุ ระดับ ใหม ีสํานึกในคุณธรรมความซอื่ สตั ยส ุจริต และ
ใหมคี วามรอบรูท่ีเหมาะสม ดาํ เนินชีวติ ดวยความอดทน ความเพียร มีสติ ปญญา และความรอบคอบ เพื่อให
สมดลุ และพรอมตอการรองรับการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและกวางขวางทั้งดานวัตถุ สังคม ส่ิงแวดลอม
และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ ปนอยา งดี”
การนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ทุกคนสามารถนําหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง มาเปนหลักปฏิบัติในการดําเนินชีวิตได ไมใชเฉพาะในหมูคนจนหรือเกษตรกร โดยตอง
“ระเบิดจากขางใน” คือ การเกดิ จิตสาํ นึก มคี วามศรัทธา เชื่อม่นั เหน็ คณุ คา และนําไปปฏิบัติดวยตนเอง แลวจึง
ขยายไปสูครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาตติ อไป
ความพอเพียงระดับบคุ คลและครอบครัว มงุ เนนใหบคุ คลและครอบครัวอยูรวมกันอยางมีความสุข
ทง้ั ทางกายและทางใจ พึ่งพาตนเองอยางเต็มความสามารถ ไมทําอะไรเกินตัว ดําเนินชีวิตโดยไมเบียดเบียน
ตนเองและผูอนื่ รวมทัง้ ใฝรูและมีการพัฒนาตนเองอยางตอเน่ือง เพ่ือความมั่นคงในอนาคต และเปนท่ีพ่ึงให
ผูอ่ืนไดใ นทส่ี ดุ เชน หาปจ จยั ส่ีมาเล้ียงตนเองและครอบครวั จากการประกอบสมั มาชพี รขู อมลู รายรบั -รายจา ย
ประหยัดแตไมใชตระหนี่ ลด-ละ-เลิก อบายมุข สอนใหเด็กรูจักคุณคา รูจักใช และรูจักออมเงินและส่ิงของ
เครื่องใช ดูแลรักษาสุขภาพ มีการแบงปนภายในครอบครัว ชุมชน และสังคมรอบขาง รวมถึงการรักษา
วัฒนธรรม ประเพณี และการอยรู ว มกบั ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมไดอ ยา งเหมาะสม
ความพอเพยี งระดับชุมชน คนในชุมชนมกี ารรวมกลุมกันทาํ ประโยชนเพ่อื สว นรวม ชวยเหลือเก้ือกูลกนั
ภายในชุมชนบนหลักของความรูรักสามัคคี สรางเปนเครือขายเชื่อมโยงกันในชุมชนและนอกชุมชนทั้งดาน
เศรษฐกจิ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม เชน การวมกลมุ อาชีพ องคกรการเงิน สวัสดิการชุมชน
การชว ยดูแลรักษาความสงบ ความสะอาด ความเปนระเบียบเรียบรอย รวมท้ังการใชภูมิปญญาทองถ่ินและ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในชุมชนมาสรางประโยชนไดอยางเหมาะสม เพ่ือสรางเสริมชุมชนใหมี
ความเขมแข็งและมคี วามเปน อยทู พ่ี อเพยี ง
ความพอเพยี งในภาคธุรกิจเอกชน เร่ิมจากความมุงมั่นในการดําเนินธุรกิจท่ีหวังผลประโยชนหรือ
กําไรในระยะยาวมากกวาระยะสั้น แสวงหาผลตอบแทนบนพื้นฐานของการแบงปน มุงใหทุกฝายที่เกี่ยวของ
ไดรับประโยชนอยางเหมาะสมและเปน ธรรมทง้ั ลกู คา คูคา ผูถือหุน และพนักงานดานการขยายธุรกิจตองทํา
อยางคอยเปนคอยไป รวมทั้งตองมีความรูและเขาใจธุรกิจของตนเอง รูจักลูกคา ศึกษาคูแขง และเรียนรู

42

การตลาดอยางถองแท ผลิตในสิ่งที่ถนัดและทําตามกําลังสรางเอกลักษณท่ีแตกตางและพัฒนาคุณภาพ
ผลติ ภัณฑอยางตอเนอ่ื ง มีการเตรยี มความพรอมตอ การเปลีย่ นแปลงทอ่ี าจเกดิ ข้นึ มคี วามซอื่ สตั ยรบั ผิดชอบตอ
สังคมและปอ งกันผลกระทบตอ สงิ่ แวดลอ ม ท่ีสําคญั ตองสรา งเสรมิ ความรแู ละจดั สวัสดกิ ารใหแกพ นกั งานอยาง
เหมาะสม

ความพอเพียงระดับประเทศ เปนการบริหารจัดการประเทศ โดยเร่ิมจากการวางรากฐาน
ใหประชาชนสวนใหญอยูอยางพอมีพอกิน และพ่ึงตนเองได มีความรูและคุณธรรมในการดําเนินชีวิต มีการ
รวมกลมุ ของชมุ ชนหลาย ๆ แหง เพื่อแลกเปล่ียนความรู สืบทอดภูมิปญญา และรวมกันพัฒนาตามแนวทาง
เศรษฐกจิ พอเพียงอยางรู รักสามัคคี เสริมสรางเครือขายเช่ือมโยงระหวางชุมชนใหเกิดเปนสังคมแหงความ
พอเพยี งในทีส่ ดุ

การประยกุ ตใ ชหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในดานตา ง ๆ
ดานเศรษฐกิจ ไมใชจายเกินตัว ไมลงทุนเกินขนาด คิดและวางแผนอยางรอบคอบ มีภูมิคุมกัน
ไมเ สี่ยงเกินไป
ดา นจิตใจ มีจิตใจเขมแข็ง มีจิตสํานึกที่ดี เอ้ืออาทร เห็นแกประโยชนสวนรวมมากกวาประโยชน
สว นตวั
ดา นสังคมและวัฒนธรรม ชว ยเหลือเก้ือกูลกัน รูรัก สามัคคี สรางความเขมแข็งใหครอบครัวและ
ชมุ ชน รักษาเอกลกั ษณ ภาษา ภมู ปิ ญญา และวัฒนธรรมไทย
ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม รูจักใชและจัดการอยางฉลาดและรอบคอบ ฟนฟู
ทรพั ยากรเพอ่ื ใหเ กิดความย่งั ยืนและคงอยชู วั่ ลูกหลาน
ดา นเทคโนโลยี รูจักใชเ ทคโนโลยที เ่ี หมาะสม สอดคลองกับความตองการและสภาพแวดลอมและ
พฒั นาเทคโนโลยีจากภมู ิปญ ญาชาวบา น
ผลทีค่ าดวา จะไดร ับ
การนอมนาํ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใชในทุกภาคสวนของสังคมอยางจริงจัง
จะสง ผลใหการพฒั นาประเทศกาวหนาไปอยางสมดลุ ม่ันคง และยั่งยืน พรอมรับกับการเปลี่ยนแปลงในทุกดาน
ทั้งดานชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดลอม และเทคโนโลยี อันจะนําไปสู “ความอยูเย็นเปนสุข
รว มกนั ในสงั คมไทย”

43

แบบอยางในเรอ่ื งของความพอเพียง

เร่ือง ฉลองพระองค บนความ “พอเพยี ง” : หนังสอื พิมพค มชดั ลกึ 24 ตุลาคม 2559

นายสุนทร ชนะศรีโยธิน เจาของรานสูท “วินสัน เทเลอร” ไดบอกเลาพระราชจริยวัตรในดาน
“ความพอเพียง” ท่ีพระองคทานทรงปฏิบัติมาอยางตอเนื่องวา “นายตํารวจนํามาใหผมซอมเปนผารัดอก
สาํ หรับเลน เรือใบสภาพเกา มากแลว นายตํารวจทา นน้นั บอกวา ไมม รี า นไหนยอมซอ มใหเลย ผมเห็นวายังแกไขได
ก็รับมาซอ มแซมใหไ มคดิ เงนิ เพราะแคนึกอยางบริการแกไขใหดีใหลูกคาประทับใจ แตไมรูมากอนวาเขาเปน
เจา หนาทใี่ นพระราชสํานัก ตอนนนั้ ผมบอกไมค ิดคาตดั บอกเขาวา ไมร ับเงิน แกไ ขแคน้ี ผมมีน้ําใจ ผมเปดรานเส้ือ
เพราะตองการใหม ชี ่อื เสยี งดานคุณภาพและบริการลูกคามากกวา แกไขนิดเดียวก็อยากทําใหเขาดี ๆ ไมตอง
เสียเงิน ตอนน้ันเขาถามผมอีกวา แลวจะเอามาใหทําอีกไดไหม เราก็บอกไดเลย ผมบริการให จากน้ันเราก็
รบั แกช ดุ ใหน ายตาํ รวจทานน้เี ร่อื ย ๆ เขาขอใหค ิดเงนิ ก็ไมค ิดให พอครงั้ ท่ี 5 นี่สิทานเอาผามา 4 - 5 ผืน จะใหตัด
ถามผมวา เทาไหร ๆ แลวก็รีบควักนามบัตรมาใหผม ทานช่ือ พล.ต.ต.จรัส สุดเสถียร ตําแหนงเขียนวา
เปนนายตาํ รวจประจาํ ราชสํานกั ทา นบอกวา “สิง่ ที่เถา แกทาํ ใหเปน ของพระเจา อยูหวั นะ” ผมองึ้ มากรีบยกมือ
ทวมหัว “ดีใจท่ีไดรับใชเบ้ืองพระยุคลบาทแลว” นายสุนทรเลาดวยนํ้าเสียงตื้นตันใจแตละฉลองพระองค
ท่ีไดรับมาใหซอมแซม ถาเปนคนอ่ืนผาเกาขนาดนั้นเขาไมซอมกันแลว เอาไปทิ้งหรือใหคนอ่ืน ๆ ไดแลว
แตพ ระเจา อยูหวั รัชกาลท่ี 9 ทรงมคี วามมัธยัสถแตล ะองคที่เอามาเกามาก เชน เสื้อสูทสฟี าชัยพฒั นา ผาเกาสีซีด
มากแลว ตรงตราชัยพัฒนามัวหมอง ตรงดิ้นทองก็หลุดเกือบหมด ผมเอามาแกะหมดเลยใหโรงงานปกใหม
ใหเ หมอื นแบบเดมิ เพราะเขา ใจวาทา นอยากไดฉลองพระองคองคเดิม แตเปลี่ยนตราใหดูใหม ถาสมมติวันนี้
มเี จาหนา ทม่ี าสงซอ ม พรุง นีเ้ ยน็ ๆ ผมก็ทาํ เสร็จสงคนื เขาไป เจา หนาทท่ี ีม่ ารบั ฉลองพระองคช อบถามวา ทําไม
ทําไว ผมตอบเลยวา เพราะตัง้ ใจถวายงานครับ ผมอยผู ืนแผน ดินไทย ใตรม พระบารมีของพระองค ผมก็อยาก
ไดร ับใชเ บ้อื งพระยุคลบาทสักเรื่อง ผมเปน แคชางตัดเส้ือ ไดร บั ใชข นาดนี้ผมกป็ ลมื้ ปต ทิ ีส่ ุดแลว

“ผมถอื โอกาสนําหลกั เศรษฐกจิ พอเพียงของพระองคท านมาใชต ลอด เสื้อผาเกา ๆ ท่ีไดรับมาวันแรก
ทาํ ใหร วู า พระองคทรงอยูอ ยางประหยัด มธั ยสั ถ ทรงเปนแบบอยางความพอเพียงใหแกประชาชนและเม่ือได
ถวายงานบอ ยคร้ัง ทาํ ใหผมตระหนักวา คนเราวันหนง่ึ ตอ งคิดพจิ ารณาตวั อยางวาสิ่งไหนบกพรอ งก็ตอ งแกไ ขสิ่งนั้น
ทุกคนตอ งแกไ ขสิ่งทบ่ี กพรองกอน งานถึงจะบรรลเุ ปา หมาย และเม่ือประสบความสําเร็จแลวอยาลืมต้ังใจทํา
ส่ิงดี ๆ ใหประเทศชาติตลอดไป” ขอคิดและขอปฏิบัติดี ๆ ท่ีชางสุนทรไดรับจากพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล-
อดลุ ยเดช ในหลวงรชั กาลท่ี 9)

44

ฉลองพระบาท ก. เปรมศลิ ป ชางซอ มฉลองพระบาท รอยเทา ในหลวง ร. 9 รอยเทา ของความพอเพยี ง
นายศรไกร แนน ศรนี ลิ หรือชางไก ชางนอกราชสาํ นักผถู วายงานซอมฉลองพระบาทในหลวง รัชกาลท่ี 9

มานานกวา 10 ป ปจจุบันยังเปนเจา ของรา นซอมรองเทา ก. เปรมศิลป บริเวณส่แี ยกพิชยั เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ประมาณป 2546 มลี กู คา สวมชดุ พระราชสาํ นักมา 2 คน เดินประคองถุงผาลายสกอต ดานในเปนรองเทาเขามา
ในราน พอวางรองเทาก็กมลงกราบ เลยถามวา เอาอะไรมาให ลูกคารายน้ันตอบวา ฉลองพระบาทของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัว รัชกาลที่ 9 ไดย ินเทา น้นั ทําตัวไมถกู ขนลุก พูดอะไรไมถูก ในใจคิดแตเพียงวา
โชคดแี ลว ไมน กึ ไมฝ น วา จะมโี อกาสไดซ อมรองเทา ของเจาฟา เจา แผนดิน ชางไกเลาวา “รองเทาคูแรกที่ในหลวง
รัชกาลที่ 9 ทรงนํามาซอม เปนรองเทาหนังสีดํา ทรงคัทชู แบรนดไทยเปนฉลองพระบาทคูโปรดของพระองค
เบอร 43 เทา ทสี่ ังเกตสภาพชํารดุ ทรุดโทรม ราวกบั ใสใชงานมาแลวหลายสบิ ป ภายในรองเทาผุกรอนหลุดลอก
หลายแหง ถาเปน คนทั่วไปจะแนะนาํ ใหท งิ้ แลวซื้อใหม”

“จริง ๆ ผมใชเวลาซอมรองเทา คนู นั้ ไมถงึ 1 ช่ัวโมงก็เสร็จ แตดวยความที่อยากใหรองเทาคูน้ันอยู
ในบา นใหน าน เลยบอกเจาหนา ทีว่ า ใชเวลาซอ ม 1 เดอื น ซ่งึ ฉลองพระบาทคูนี้ ทรงโปรดใชท รงดนตร”ี

นับจากน้นั เปน ตนมาชางไกย งั มโี อกาสไดถวายงานซอมฉลองพระบาทอีกหลายคู ซ่ึงคูที่ 2 และคูท่ี 3
เปน รองเทา หนงั สีดาํ ทรงคทั ชู คูท ี่ 4 ฉลองพระบาทหนังววั ทรงฮาฟ มกั ใสในงานราชพิธีซ่ึงฉลองพระบาทคูนี้
มรี อยพระบาทตดิ มากบั แผน รองเทา ชา งไกเก็บแผนรองเทา ไวทีร่ า นเพ่ือความเปน สริ ิมงคล สว นฉลองพระบาท
คทู ี่ 5 ทรงนํามาเปล่ียนพืน้ ฉลองพระบาทคทู ี่ 6 เปนรองเทา เปด สน ซงึ่ คุณทองแดงสนุ ัขทรงเล้ียงกัด รวมแลว
ท้ังหมด 6 คู

“ผมซอมฉลองพระบาททุกคอู ยางสดุ ความสามารถ ซ่ึงรองเทา ของพระองคจะนําไปวางปนกับของ
ลูกคาคนอื่นไมได เลยซือ้ พานมาใสพรอ มกบั ผาสีเหลืองมารอง แลวนําไปวางไวท่ีสูงที่สุดในรานเพราะทานคง
ทรงโปรดมาก สภาพรองเทาชํารุดมาก ซับในรองเทาหลุดออกมาหมด ถาเปนเศรษฐีทั่วไปคงจะไมนํามาใชแลว
แตนี่พระองคย งั ทรงใชค ูเ ดิมอยู”

ประการสําคัญท่ีทําใหชายผูน้ีไดเรียนรูจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล-
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9)
คอื “ความพอเพียง” ขนาดฉลองพระบาทขาดและเกา ยังสงมาซอ ม หากคนไทยเดนิ ตามรอยของพระองคทาน
ชวี ติ ไมฟ ุงเฟอจะเปนสขุ กันมากกวาน้ี

“ดร. สเุ มธ ตันติเวชกุล” เขียนไวใ นหนังสอื “ใตเบอ้ื งพระยุคลบาท”
“...พระองคทา น ทรงเปน ผนู าํ อยา งแทจริง ดูแคฉลองพระบาท เปนตน พวกตามเสด็จฯ ท้ังหลาย
ใสร องเทานอก และย่ิงมาจากตางประเทศใสแลวนุมเทาดี พระองคกลับทรงรองเทาที่ผลิตในเมืองไทยคูละ
รอ ยกวาบาทสดี าํ เหมอื นอยา งทีน่ ักเรยี นใสกัน แมกระท่งั พวกเรายังไมซื้อใสเลย...”

48

2.2 ความโปรง ใส (Transparency)

ความหมาย
ความโปรงใส (Transparency) หมายถึง การกระทําใด ๆ ของภาครัฐทั้งในระดับบุคคลและ
องคกรที่ผูอ่ืนสามารถมองเห็นได คาดเดาได และเขาใจได ครอบคลุมถึงทุกการกระทําท่ีเปนผลจากการ
ตัดสนิ ใจของผบู ริหาร การดําเนินงานทางธุรกิจ และงานสาธารณประโยชนตาง ๆ เชน การมีระบบงานและ
ขนั้ ตอนการทํางานท่ีชดั เจน ซ่ึงดูไดจาก กฎ ระเบียบ หรือประกาศ การมีหลักเกณฑประเมินหรือการใหคุณ
ใหโ ทษทีช่ ดั เจน การเปด เผยขอมลู ขา วสารทถ่ี ูกตอ งอยางตรงไปตรงมา ความโปรง ใส จึงเปนเคร่ืองมือที่สําคัญ
ในการตรวจสอบความถูกตอง และชวยปองกันไมใหเกิดการทุจริต รวมท้ังนําไปสูการสรางความไววางใจ
ซ่ึงกันและกันทง้ั ระหวา งผปู ฏิบัตริ วมกันในองคก รเดียวกนั ระหวา งประชาชนตอรัฐไปจนถงึ ระหวา งคนในชาติดวยกัน
ดังนัน้ ทุกองคก รไมว า จะเปน หนว ยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน ควรปรับปรุงกลไกการทาํ งานใหมคี วามโปรงใส
มีการเปด เผยขอ มูลขา วสารทเี่ ปนประโยชนอยางตรงไปตรงมาดวยภาษาทเ่ี ขา ใจงา ย เพ่ือประชาชนจะไดเขาถงึ
ขอมลู ขาวสารไดโ ดยสะดวก และชวยตรวจสอบความถูกตองในการทาํ งานได
ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
การทุจริต มีผลกระทบตอ การพัฒนาประเทศ ทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หายอยางมากในดานตาง ๆ หาก
นําเงินท่ีทจุ รติ มาพัฒนาในสว นอน่ื ความเจรญิ หรอื การไดร บั โอกาสของผูดอ ยโอกาสกจ็ ะมีมากขึ้น ความเหล่ือม
ล้ําดานโอกาสทางดานสังคม ทางดานการศึกษา ฯลฯ ของประชาชนในประเทศก็จะลดนอยลง ดังที่เห็น
ในปจ จบุ ันวา ความเจรญิ ตา ง ๆ มักอยูก ับคนในเมืองมากกวา ชนบท ทงั้ ๆ ท่คี นชนบทกค็ อื ประชาชนสวนหน่ึง
ของประเทศ แตเพราะอะไร ทาํ ไมประชาชนเหลาน้นั จงึ ไมไดรับโอกาสท่ีทัดเทียมหรือใกลเคียงกับคนในเมือง
ปจจยั หนง่ึ คือ การทจุ รติ สาเหตุการเกดิ การทุจรติ มหี ลายประการตามที่กลา วมาขา งตน แตทําอยางไรจึงทําให
มีการทุจรติ ไดม าก อยา งหนงึ่ คอื การลงทุน เม่อื มกี ารลงทนุ ก็ยอมมีงบประมาณ เม่อื มีงบประมาณกเ็ ปน สาเหตุ
ใหบุคคลท่ีทุจริตสามารถหาชองทางดังกลาวในการทุจริตได แมประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับ
เพือ่ ปองกนั การทุจรติ และปราบปรามการทุจรติ แตน่นั กค็ อื ตวั หนงั สือทีไ่ ดเ ขยี นไว แตการบงั คับใชยงั ไมจ รงิ จงั
เทาที่ควรและย่ิงไปกวานั้น หากประชาชนเห็นวาเรื่องดังกลาวไมเก่ียวของกับตนเองก็มักจะไมอยากเขาไป
เกย่ี วขอ ง เนอ่ื งจากตนเองก็ไมไ ดรบั ผลกระทบท่เี กิดขึ้น แตก ารคดิ ดังกลาวเปนส่ิงผิด เนื่องจากตนเอง อาจจะ
ไมไ ดร บั ผลกระทบโดยตรงตอ การทม่ี คี นทุจริต แตโดยออ มแลว ถือวา ใช เชน เม่อื มีการทุจริตมาก งบประมาณ
ของประเทศท่ีจะพฒั นาหรือลงทนุ กล็ ดนอยลง อาจสง ผลใหป ระเทศไมสามารถจา งแรงงานหรือลงทุนได
ความเสียหายทีเ่ กดิ จากการทุจรติ หากเปน การทุจริตในโครงการใหญ ๆ แลว ปริมาณเงินที่ทุจริต
ยอมมมี าก ความเสียหายก็ยอมมีมากไปดวย ซึ่งจะเห็นไดวาความเสียหายที่เกิดข้ึนน้ันมีมูลคามากมาย และ
น่เี ปน เพียงโครงการเดยี วเทานน้ั หากรวมเอาการทจุ ริตหลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ กรณีเขาดวยกัน จะพบวา
ความเสียหายทเี่ กดิ ข้นึ มานน้ั มากมายมหาศาล ดงั น้นั เมื่อเปน เชนน้ีแลว ประชาชนจะตองมคี วามต่ืนตัวในการที่
จะรว มมือกันปองกนั และปราบปรามการทจุ ริต รวมมอื กันในการเฝา ระวงั เหตกุ ารณ สถานการณท่ีอาจเกิดการ
ทุจรติ ได เม่ือประชาชนรวมทงั้ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจมีความต่ืนตัวท่ีจะรวมมือกันในการแกไขปญหาดังกลาว
ปญหาการทุจริตกจ็ ะถือเปน ปญหาเพียงเลก็ นอ ยของประเทศไทย เพราะไมว า จะทาํ อยา งไรกจ็ ะมีการสอดสอง

49

ติดตาม เฝา ระวงั เร่ืองการทุจริตอยางตอเน่ือง ดังนั้นแลวสิ่งสําคัญสิ่งแรกท่ีจะตองสรางใหเกิดข้ึน คือ ความ
ตระหนักรถู งึ ผลเสยี ทเ่ี กิดขน้ึ จากการทจุ รติ สรางใหเกิดการต่ืนตัวตอการปราบปรามการทุจริต การไมทนตอ
การทุจริต ใหเกดิ ขน้ึ ในสังคมไทย

เมื่อประชาชนในประเทศมีความตื่นตัวที่วา “ไมทนตอการทุจริต” แลว จะทําใหเกิดกระแสการ
ตอ ตานการกระทาํ ทจุ รติ และคนทที่ ําทจุ ริตก็จะเกดิ ความละอายไมกลา ที่จะทจุ รติ ตอ ไป เชน หากพบเห็นวามี
การทจุ ริตเกดิ ขึน้ อาจมีการบันทึกเหตุการณหรือลักษณะการกระทํา แลวแจงขอมูลเหลานั้นไปยังหนวยงาน
หรือสื่อมวลชนเพ่ือรวมกันตรวจสอบการกระทําท่ีเกิดขึ้น และยิ่งในปจจุบันเปนสังคมสมัยใหม และกําลัง
เดินหนาประเทศไทยใหกาวสูยุคไทยแลนด 4.0 แตการจะเปน 4.0 ใหสมบูรณแบบไดน้ัน ปญหาการทุจริต
จะตองลดนอยลงไปดวย เมื่อประชาชนมีความตื่นตัวตอการท่ีไมทนตอการทุจริตแลว ผลที่เกิดขึ้นจะเปน
อยางไร

ตัวอยางทจี่ ะนาํ มากลา วถงึ ตอไปนเ้ี ปนกรณที ีเ่ กดิ ขึ้นในตางประเทศ แสดงใหเห็นถึงการไมท นตอ การ
ทจุ รติ ทีป่ ระชาชนไดลกุ ขึ้นมาสตู อ ตานนกั การเมืองทที่ ําทุจรติ จนในทีส่ ดุ นักการเมอื งเหลาน้ันหมดอํานาจทาง
การเมืองและไดรบั บทลงโทษท้งั ทางสงั คมและทางกฎหมาย ดังนี้

ที่มา : http://www.bbc.com/thai/international-39227441

ประเทศเกาหลีใต เกาหลีใต ถือเปนประเทศหน่ึงที่ประสบความสําเร็จในดานการปองกันและ
ปราบปรามการทจุ รติ แตย ังคงมปี ญ หาการทจุ ริตเกิดข้ึนอยบู าง เชน เม่อื ป พ.ศ.2559 มีขาวของประธานาธิบดี
ถกู ปลดออกจากตําแหนง เพราะเขา ไปมสี ว นเกยี่ วของในการเอือ้ ประโยชนใ หพ วกพองโดยการถูกกลาวหาวาให
เพ่ือนสนทิ ของครอบครวั เขามาแทรกแซงการบริหารประเทศ รวมถึงใชค วามสมั พันธทใี่ กลช ดิ กบั ประธานาธิบดี
แสวงหาผลประโยชนส ว นตัว ผลทีเ่ กิดข้นึ คอื ถูกดาํ เนนิ คดีและต้งั ขอ หาวาพวั พนั การทุจริตและใชอํานาจหนาที่
ในทางมิชอบ เพือ่ เอ้อื ผลประโยชนใหแ กพวกพอง กรณีทีเ่ กดิ ขึน้ นี้ประชาชนเกาหลีใตไดมีการรวมกันประทวง
กวาพนั คนเรยี กรองให ประธานาธบิ ดคี นดงั กลาวออกจากตาํ แหนง หลังมีเหตอุ อื้ ฉาวทางการเมือง

อีกกรณีทก่ี ลาวถงึ เพื่อเปนตัวอยางการตอตานการกระทําท่ีไมถูกตอง คือ การท่ีนักศึกษาคนหน่ึง
ไดเขาเรียนท่ีมหาวิทยาลัยท้ังที่ผลคะแนนท่ีเรียนมาน้ันไมไดสูง และการที่คุณสมบัติของนักศึกษาดังกลาว
มีคุณสมบตั ิไมตรงกับการคัดเลือกโควตานกั กีฬาท่ีกําหนดไวว า จะตอ งผา นการแขงขันประเภทเดี่ยว แตนักศึกษา

50
คนดังกลา วผา นการแขง ขันประเภททีมเทากับวา คณุ สมบัตไิ มถกู ตอง แตไดรับเขา เรยี นในมหาวิทยาลยั ดงั กลาว
การกระทําเชนน้ี จึงเปนสาเหตุหนึ่งของการนําไปสูการประทวงตอตานจากนักศึกษาและอาจารยของ
มหาวิทยาลัยดังกลาว ซ่ึงทางมหาวิทยาลัยก็ไมสามารถใหคําตอบท่ีชัดเจนแกกลุมผูประทวงได จนในท่ีสุด
ประธานมหาวทิ ยาลยั จึงลาออกจากตาํ แหนง

ท่ีมา : http://www.bbc.com/thai/international-39227441

ประเทศบราซลิ ปลายป พ.ศ. 2559 ประชาชนในประเทศบราซลิ ไดม กี ารชุมนมุ ประทว งการทุจริต
ทีเ่ กดิ ข้ึนเพือ่ เปน การแสดงออกถึงความไมพอใจตอวัฒนธรรม การโกงของระบบราชการของประเทศ โดยมี
ประชาชนจาํ นวนหลายหม่ืนคนเขารวมชุมนุมกันในคร้ังน้ี และมีการแสดงภาพหนูเพื่อเปนสัญลักษณในการ
ประณามนักการเมืองท่ที ุจรติ การประทว งดังกลาวยังถือวามีขนาดเล็กกวาครั้งกอน เพราะท่ีผานมาไดมีการ
ทุจริตเกิดขึ้นและมีการประทวง จนในที่สุดประธานาธิบดีไดถูกปลดจากตําแหนง เนื่องจากเปนการกระทํา
ท่ีละเมดิ ตอกฎระเบยี บเร่อื งงบประมาณ

ท่มี า : https://www.voathai.com/a/brazil-protests-petrobas/2683119.html

51

จากตัวอยางขา งตน แสดงใหเห็นถึงความต่ืนตัวของประชาชนท่ีออกมาตอตานการทุจริต ไมวาจะ
เปนการทจุ รติ ในระดบั หนวยเลก็ ๆ หรอื ระดับประเทศ ก็เปน การแสดงออกซึ่งการไมทนตอการทุจริต การไม
ทนตอการทุจริตแสดงออกมาไดห ลายระดับ ตง้ั แตก ารเหน็ คนอืน่ ท่กี ระทาํ ทุจรติ แลวตนเองรสู กึ ไมพอใจ มีการ
สง เร่ืองตรวจสอบ รองเรียน และในท่ีสุดคือการชุมนุม ประทวง ตามตัวอยางท่ีไดนํามาแสดงใหเห็นขางตน
ตราบใดท่สี ามารถสรางใหสงั คมไมทนตอการทุจริตได เมือ่ น้ันปญ หาการทุจรติ กจ็ ะลดนอยลง แตห ากจะใหเกดิ
ผลดยี ิ่งขึน้ จะตองสรางใหเกดิ ความละอายตอการทุจรติ ไมก ลาทจ่ี ะกระทําทจุ ริต โดยนาํ หลักธรรมทางศาสนา
มาเปนเคร่ืองมอื ในการสัง่ สอน อบรม ในขณะเดียวกันหากมีการทุจริตเกิดข้ึน กระบวนการในการแสดงออก
ตอการทุจริตจะตองเกิดข้ึน และมีการเปดเผยชื่อบุคคลท่ีทุจริตใหกับสาธารณชนไดรับทราบอยางท่ัวถึง
เม่อื สังคมมที งั้ กระบวนการในการปองกันการทุจรติ การปราบปรามการทุจรติ ทดี่ ี รวมถงึ การสรางใหสงั คมเปน
สังคมท่ไี มทนตอ การทจุ ริต มีความละอายตอ การกระทําทุจริตแลว ปญหาการทุจริตจะลดนอยลง ประเทศชาติ
จะสามารถพฒั นาไดม ากยิ่งข้นึ

สําหรับระดับการทุจริตท่ีเกิดข้ึน ไมวาจะเปนในระดับใดลวนแลวแตสงผลกระทบตอสังคมและ
ประเทศชาติท้ังส้ิน บางคร้ังการทุจริตเพียงเล็กนอยอาจนําไปสูการทุจริตอยางอื่นที่มากกวาเดิมได การมี
วัฒนธรรม คานิยม หรือความเชื่อท่ีถูกตองก็สงผลใหเกิดการทุจริตไดเชนกัน เชน การมอบเงินอุดหนุนแก
สถานศึกษา เพื่อใหบุตรของตนเองไดเขาศึกษาในสถานที่แหงน้ัน หากพิจารณาแลวอาจพบวา เปนการ
ชว ยเหลอื สถานศึกษา เพ่ือท่ีสถานศึกษาแหงน้ันจะไดนําเงินท่ีไดไปพัฒนาสภาพแวดลอม การเรียนการสอน
ของสถานศึกษาตอไป แตก ารกระทาํ ดงั กลา วนีไ้ มถกู ตอ ง เปนการปลกู ฝง ส่งิ ทีไ่ มดีใหเกดิ ขึ้นในสังคม และตอ ไป
หากกระทําเชนนี้เร่ือย ๆ จะมองวาเปนเรื่องปกติท่ีทุกคนทํากัน ไมมีความผิดแตอยางใด จนทําใหแบบแผน
หรือพฤติกรรมทางสังคมที่ดีถูกกลืนหายไปกับการกระทําท่ีไมเหมาะสมเหลาน้ี ตัวอยางเชน การมอบเงิน
แกสถานศึกษายังคงเกิดข้ึนในประเทศไทยอยางตอเน่ือง โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่มีช่ือเสียง ซ่ึงหลายคน
ตองการใหบตุ รของตนเขา ศึกษาในสถานทแ่ี หง น้นั แตดวยขอจํากัดท่ีไมสามารถรับนักเรียน นักศึกษาไดท้ังหมด
จึงทาํ ใหผูปกครองบางคนตองใหเ งนิ กับสถานศึกษาเพอื่ ใหบุตรตนเองไดเขาเรยี น

54

2.3 ความตื่นรู (Realize)

ตน่ื คอื ตน่ื จากความหลง ความไมรู หรือ อวิชชา มสี ติอยูกับส่ิงที่เกิดขึ้น สิ่งท่ีอยูตรงหนา คนที่อยู
ตรงหนา คอื อยูกับส่ิงท่ที าํ คาํ พูด อยูกบั อริ ิยาบททเ่ี คลอ่ื นไหว

รู คอื รคู วามจรงิ ของชีวติ วา สรรพส่งิ ไมแ นนอน สรรพส่ิงไมไดดังใจ สรรพสิ่งไมมีอะไรสมบูรณ คือ
ไมเท่ยี ง ไมทน ไมแ ท หรืออกี ความหมายหนง่ึ คอื รูวาอะไรคอื ความทุกข อะไรคือการดับทกุ ข และอะไรคือเหตุ
แหง ทกุ ข รูวธิ ดี ับทกุ ข และรูว ธิ ีการจัดการความทุกขน ั้น

ต่นื รู คือ การมีสติ รคู วามจรงิ วา อะไรเปนเหตุ อะไรคอื ผลที่เกิด และอยูกบั สิง่ ที่เกดิ ขึน้ ท่ีอยตู รงหนา
รแู ละมีสติในการจดั การเหตทุ ่ีเกดิ ขน้ึ นน้ั ๆ วาตอ งทําอยางไร

สติ
สติ แปลวา ความระลกึ ได ความนึกข้ึนได ความไมเ ผลอ ฉกุ คดิ ขนึ้ ได
การคุมจิตไวในกิจ หมายถึง อาการท่ีจิตนึกถึงสิ่งท่ีจะทําจะพูดได นึกถึงสิ่งที่จําคําท่ีพูดไวแลวได
เปนอาการทีจ่ ิตไมห ลงลมื ระงบั ยับยง้ั ใจได ไมใหเ ลนิ เลอ พล้งั เผลอ ปองกันความเสียหายเบ้อื งตน ยับย้ังช่ังใจ
ไมบ ุมบาม เรียกอีกอยา งหนึ่งวา ความไมประมาท

58

2.4 มงุ ไปขา งหนา (Onward)

มุงไปขางหนา หมายถึง กาวหนา ตอไปขางหนา มุงหนาไป สําหรับ มุงไปขางหนา ในโมเดล
STRONG : จติ พอเพียงตานทจุ ริต หมายถงึ ผูน าํ มงุ พัฒนาใหเ กิดความเจริญอยางย่ังยืน โดยรวมสรางวัฒนธรรม
ไมทนตอ การทุจริตอยา งไมย อทอ

ทัง้ น้ี การมุงไปขางหนา หรอื การพฒั นาใหเ กิดความเจริญ จะสําเรจ็ ไดด ว ยการปลูกฝง บุคคลใหม ี
คุณลกั ษณะทแ่ี สดงออกถึงความตั้งใจและรบั ผดิ ชอบของการทํางานดว ยความเพียรพยายาม โดยการฝกความ
มุง มัน่ ดวยวิธีการดังนี้

วธิ กี ารฝกความมงุ มนั่
การฝก ความมุงม่นั เปนสว นสาํ คญั ท่จี ะทําใหประสบความสาํ เรจ็ ในเปาหมายมากมาย และเมื่อ

เวลาผานไปก็จะเกิดความแข็งแรง โดยการฝกจิตใจและรางกายก็จะสามารถควบคุมตนเองไดดีและคิดใน
แงบวก ดังนนั้ การใหค วามสําคัญกบั แรงบนั ดาลใจ และกระบวนการท่ที ํา จะทาํ ใหม พี ลงั เพมิ่ ข้นึ อยา งยั่งยืน

ฝก ความมงุ ม่ันทางใจและกาย
1. ทนตอ ความเยา ยวนระยะส้นั ความมงุ ม่นั น้ันตองถูกฝก เพื่อจะไมยอมใหกับความเยายวนใจเล็ก ๆ
ที่เราเผชิญทกุ วนั โดยถา ฝกความอดทนตอ สิง่ น้นั ได ก็จะเปน การปพู ื้นฐานไปสูความมุงมั่นท่ีดีข้ึนในพื้นท่ีอื่น ๆ
ของชีวติ เชน ไมซือ้ ของทไี่ มจําเปน จากความอยาก เชน กาแฟ โทรศพั ทม อื ถอื รองเทา กระเปา ฯลฯ ท่เี กนิ ฐานะ
2. สรางแผน “ถา -จะ” การรูเ วลาลว งหนา วา จะทาํ อะไรเพอ่ื ทจ่ี ะหลกี เล่ยี งความเยายวนใจ หรือฝก
ความมุงมั่นจะชวยใหประสบความสําเร็จ โดยเม่ือพบกับสถานการณเชนน้ีใหทําตามขอความ “ถา-จะ”
เชน ถากําลังพยายามทาํ การบานใหเ สร็จตามท่ีครูกําหนด ตอ งคิดวา “ถา ทาํ การบานไมเ สรจ็ กจ็ ะไมมงี านสง คร”ู
3. อดทนรอคอย การมีความปรารถนาอาจจะทําใหเ กิดความพอใจไดในระยะสนั้ แตบางครั้งการอยู
หางไกลจากบางสิง่ ก็สามารถเพิม่ ความรูสึกในความมุง ม่นั และความพอใจโดยรวมได เชน การรอรับประทาน
อาหารพรอมครอบครวั แมวา จะหิวกต็ าม
4. ใหความสนใจกับรางกาย การใหความสนใจตอทาทาง การหายใจ สามารถเสริมความมุงม่ัน
และอารมณได เชน เตอื นตวั เองใหน่ังหลังตรง เปล่ียนอริ ยิ าบถทุก 1 ชัว่ โมง
5. การสรางวนิ ยั หรอื แรงจูงใจใหต นเอง ในการทําส่งิ ที่มปี ระโยชนแกรางกาย เชน การทําแผนการ
ดแู ลสุขภาพรา งกาย เมอื่ ปฏบิ ัตไิ ดแลว จึงปรับแผนพัฒนาดูแลรางกายใหมีการปฏิบัติมากขึ้น เชน การสราง
ตารางการออกกาํ ลงั กายวนั ละ 20 นาที แลวเพิ่มเปน 30 นาทีหรือมากกวาน้นั
6. ฝกตนเองใหคดิ บวกอยเู สมอ โดยการเปลย่ี นสถานการณใ นแงล บใหเปน แงบวก เชน ถาถูกยว่ั ให
คดิ วา “ฉนั ไมเคยทํามนั มากอ นและไมรจู ะทํายงั ไง” ก็ใหคิดวา “นเ่ี ปนโอกาสทีจ่ ะเรยี นรสู ง่ิ ใหม”
7. ทําสมาธิ การฝกทําสมาธงิ า ย ๆ สามารถเพิม่ ความรูสึกในการระวงั ตวั เอง เสรมิ อารมณ
ลดความเครียด ทําใหส ุขภาพกายและสขุ ภาพจิตดี เชน การสวดมนต การฝก จิต และการฝก หายใจแบบโยคะ
เปนตน
8. สนใจในคุณธรรม เปนสวนหนึง่ ของเปา หมายของการใชความมงุ มน่ั เชน การแสดงความเห็นใจ
ตอ ความเปนอยูของผูอน่ื การเปน เพื่อนที่ดี การฝก ความอดทนและความซื่อสัตย เปนตน

60

ใบความรู

เรอ่ื ง “หนทางแหงความสําเร็จเราเลอื กได”

หลายคนอาจจะไดด ูตวั อยางภาพยนตรเรื่อง “TOP SECRET วัยรุนพันลาน” กันมาแลว ดวยตัวอยาง
ที่นาติดตามตางจากภาพยนตรวัยใสทั่วไป เพราะภาพยนตรดังกลาวน้ันมีแรงบันดาลใจมาจากเร่ืองจริง
ของเด็กหนุมที่ตดิ เกมออนไลน เรยี นหนังสอื ไมเกง แถมถกู ประณามวา เปนเด็กไมเอาไหน แตใครจะรูวาเขาคนน้ัน
จะกลายมาเปนเศรษฐรี อยลานเพียง อายแุ ค 23 ปเทานั้น (รอยลานตอนอายุ 23 แตตอนน้ี 26 แลว )

อยากรูกันแลวใชไหมวาเขาคนน้ันคือใคร แลวทําไมเขาถึงกลายเปนเศรษฐีไดในเวลาอันส้ัน ไปทํา
ความรูจักกับ “ตอบ อทิ ธิพทั ธ กลุ พงษวณิชย” เจาของธุรกิจสาหรายทอดกรอบแบรนด “เถา แกนอย” กันเลย

ตอบ อิทธิพัทธ กุลพงษวณิชย เศรษฐีรอยลานคนน้ี กอนหนานี้เขาถูกตราหนาวาเปนคนไมเอาถาน
ไมสนใจเรียน ชวี ิตของ ตอบ มีแตคําวา “เกม” เทานั้น โดยตอบเริ่มเลนเกมออนไลน Everquest มาตั้งแต ม. 4
ถงึ ขนาดสะสมแตมจนรวยที่สดุ ในเซิรฟ เวอร และกลายเปนผทู ี่มชี ่ือเสยี งอยา งมากในเกมดงั กลาว จนมีฝรั่งมาขอซื้อ
ไอเท็มเดด็ ๆ ไอเท็มเจง ๆ ทหี่ ายากในเกมจากเขา และน่ันกเ็ ปนการเร่ิมตนสรางรายไดข องตอ บ ซ่ึงการซ้อื ขาย
ไอเท็มเกมดังกลาว บวกกับการที่เปนผูทดสอบระบบเกมในฐานะคนเลน ก็สรางรายไดใหเขาเปนกอบเปนกํา
จนมีเงนิ เก็บเปนหลักแสนบาทเลยทเี ดียว

ดวยความท่ีเปนเด็กติดเกม ตอบ อิทธิพัทธ จึงเรียนจบช้ันระดับมัธยมศึกษามาไดอยางยากลําบาก
และไดศ กึ ษาตอ ระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยหอการคาไทย ซ่ึงตอนน้ันนั่นเองเขาก็เร่ิมกาวเขาสูถนนแหง
เสนทางธรุ กจิ พรอมตงั้ ใจจะทาํ ความฝน ของตัวเองใหเปน จรงิ ดว ยการมธี รุ กจิ เปนของตัวเอง

และในชวงจงั หวะทเ่ี กมออนไลนเ ร่มิ ไมเปนทน่ี ิยม เขาก็หารายไดจากชอ งทางอืน่ ดว ยการขายเคร่ืองเลนวี
ซดี ี ดทู าํ เลเปดรานกาแฟหนา มหาวิทยาลัย แตก็ไมเ ปนทีป่ ระสบความสําเร็จ จนกระท่ังเขาไดไปเดินงานแฟร
ชอ งทางธุรกจิ ซงึ่ ในงานนั้นมเี ฟรนไชสจากประเทศญ่ีปนุ มาออกบทู ดวยความที่เขาเปนคนชอบกินเกาลัดอยูแลว
เลยสนใจธุรกจิ นี้เปน พิเศษ จึงเขาไปสอบถามคาเฟรนไชสเกาลัดดังกลาว แตท วา ราคาสูงเกินกําลังที่เขามี เลยขอ
แคเ ชา ตคู วั่ เกาลดั เทาน้นั แลวมาสรางเฟรนไชสเ ปน ของตัวเอง และเมอ่ื วนั ที่เขาตอ งไปเซน็ สญั ญาซื้อขายเกาลัด
ทีห่ างแหง หน่ึง กอนออกจากบานเขาไดยนิ คุณพอ พดู กบั เพ่ือนวา “ลกู อั้วกําลังจะเปนเถาแกน อ ยแลว” สันนิษฐานวา
คาํ วา เถา แกน อ ยทไี่ ดยินตอนนัน้ นนั่ เอง จงึ เปนทีม่ าของชอื่ “เถาแกน อ ย” สาหรา ยทอดกรอบในปจจบุ นั

62

2.5 ความรู (Knowledge)
ความรู (Knowledge) หมายถึง สาระ ขอ มูล แนวคิด หลกั การทบี่ ุคคลรวบรวมไดจากประสบการณ
ในวถิ ีชีวิต ความรูเปนผลท่เี กดิ ขึ้นจากการปฏสิ มั พันธกับสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ ทางสังคม และเทคโนโลยี
บุคคลสามารถเรียนรูไดหลากหลายวิธี เชน จากประสบการณ การศึกษา การอบรม การถายทอด
ทางวัฒนธรรม และการฝก ปฏิบัติ จนสามารถสรปุ สาระความรู และนําไปใชประโยชนหรือพัฒนาไปสูระดับท่ี
สูงขนึ้
ความรู ในตัวคนไดมาจากหลายทาง เชน จากประสบการณ พรสวรรค สัญชาตญาณของ
แตละบุคคล การเรียนรขู องแตล ะบคุ คล เปนตน ดังน้ัน คนทุกคนจึงตองมีความรู ความเขาใจ เพ่ือนําความรู
ความเขาใจที่มีอยูในตัวไปวิเคราะห สังเคราะห ประเมินเร่ืองราว สถานการณ เหตุการณ ประกอบ
การพจิ ารณาและการตดั สินใจไดอ ยางถกู ตอ ง เหมาะสมกับเหตุการณ สถานการณท ี่มผี ลกระทบตอตนเองและ
สวนรวม อีกท้ังสามารถแยกแยะไดวาสิ่งใด อันไหน เมื่อกระทําแลวเกิดผลประโยชนสวนตัว หรือเกิด
ผลประโยชนสว นรวมได รวมทั้งใชความรู ความคดิ ความเขาใจทมี่ ีคิดพจิ ารณาตดั สินใจใหไ มกลาทําการทุจริต
และไมทนตอ การทจุ รติ เม่ือพบเห็นวามกี ารทจุ รติ เกดิ ขึน้
ความรู แบง ออกเปน 2 ประเภทใหญ ๆ ไดแก
1. ความรูที่มีอยใู นตัวคนซึ่งเกิดจากประสบการณ จากพรสวรรค หรือเกดิ จากความสามารถในการ
รบั รขู องบุคคลทีเ่ กดิ จากการทาํ ความเขาใจในส่ิงตาง ๆ ไมสามารถถายทอดออกมาเปนคําพูดได เชน ทักษะ
ในการทาํ งาน และการคดิ วิเคราะห
2. ความรทู ี่อยูในรูปแบบส่ือหรือเอกสารเปนความรูท่ีชัดเจนสามารถรวบรวมหรือถายทอดความรู
นนั้ ๆ ดวยวิธีการตาง ๆ เชน เขยี นหนังสอื เปนลายลักษณอ ักษร บนั ทึกเสียง หรอื วธิ กี ารอ่ืน ๆ
เมื่อพิจารณาระดับความรูของคนจากข้ันตํ่าไปสูระดับที่สูงข้ึนไป สามารถแจกแจงรายละเอียด
ไดดงั น้ี (บลมู และคณะ)
1. จาํ (Remembering) หมายถึง ความสามารถในการระลึกได แสดงรายการได บอกได ระบุบอกชื่อได
ตัวอยา งเชน นกั เรียนสามารถบอกความหมายของทฤษฎไี ด
2. เขาใจ (Understanding) หมายถงึ ความสามารถในการแปลความหมาย ยกตัวอยาง สรุป อางองิ
ตัวอยางเชน นกั เรยี นสามารถอธิบายแนวคดิ ของทฤษฎีได
3. ประยกุ ตใช (Applying) หมายถงึ ความสามารถในการนาํ ไปใช ประยุกตใช แกไขปญหา ตัวอยางเชน
นกั เรยี นสามารถใชค วามรใู นการแกไขปญหาได
4. วเิ คราะห (Analyzing) หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบ อธิบายลักษณะการจัดการ
ตวั อยา งเชน นักเรียนสามารถบอกความแตกตางระหวาง 2 ทฤษฎีได
5. ประเมนิ คา (Evaluating) หมายถึง ความสามารถในการตรวจสอบ วิจารณ ตัดสนิ ตวั อยางเชน
นักเรยี นสามารถตดั สนิ คณุ คาของทฤษฎีได
6. คิดสรางสรรค (Creating) หมายถึง ความสามารถในการออกแบบ (Design) วางแผน ผลิต
ตวั อยา งเชน นกั เรยี นสามารถนาํ เสนอทฤษฎใี หมท ี่แตกตางไปจากทฤษฎีเดิมได

65

2.6 ความเอื้ออาทร (Generosity)

ความเอื้ออาทร เกิดจากจิตใจที่มีความรัก ความเมตตา และความโอบออมอารี แลวปฏิบัติ
ตอผูอ่ืนอยางเกื้อกูล ซ่ึงในการดําเนินชีวิตของเราน้ัน ควรมีความเอ้ืออาทรแกคนรอบขาง ซ่ึงสังคมไทย
เปน สังคมท่มี ีความเอือ้ อาทรตอกนั มนี ํา้ ใจตอ กนั มกี ารพ่งึ พาอาศยั ซงึ่ กนั และกัน ชวยเหลือเก้ือกูลกันมาต้ังแต
สมัยอดีต อนั เปนสิง่ ดีงามทีห่ าไดย าก เปนคา นยิ มทเ่ี ราคนไทยควรรวมรกั ษาไว

ลักษณะของผูที่มคี วามเอ้อื อาทร
1. เปนคนมีน้าํ ใจ มักใหความชวยเหลือผทู ไี่ ดรบั ความเดือดรอนอยูเสมอ โดยการชวยเหลือจะ

ทาํ อยา งเต็มกาํ ลงั ที่ตนเองสามารถชวยได และไมหวังผลตอบแทนใด ๆ เพ่ือใหคนหมูมากใชสอยรวมกัน เชน
การสรางโรงพยาบาล การชวยเหลือผูประสบภยั พบิ ตั ติ า ง ๆ

2. คาํ นงึ ถึงผลประโยชนส วนรวม เปนผูทีถ่ อื เอาประโยชนของสวนรวมเปน ที่ตั้ง ไมก ระทําสงิ่ ใด ๆ
ทีเ่ ปน การฉกฉวยผลประโยชนใ หกับตนเอง ไมเ อารดั เอาเปรียบผูอืน่

3. มีความปราณี ปฏิบัติตอผูอื่นดวยความจริงใจ มีไมตรีที่ดีตอคนรอบขางเสมอ ไมดูหม่ิน
เหยยี ดหยามผอู นื่ แตใ หค วามเคารพในศักดิศ์ รีของความเปนมนษุ ย และสิทธิเสรภี าพของทกุ คนอยางเทา เทยี มกัน

4. ไมค ิดรายตอ ผอู ืน่ คิดและปฏิบัติตอผูอื่นดว ยความเมตตา มองโลกในแงดี ไมกระทําในส่ิงท่ี
สรางความเดือดรอนหรือเส่ือมเสียตอผอู น่ื

การปฏบิ ตั ิตนเปน ผูมีความเออ้ื อาทร
การปฏบิ ตั ิตนเปนผมู คี วามเออื้ อาทร สามารถปฏบิ ตั ไิ ดทกุ ท่ที ุกเวลา ดงั นี้

ความเออ้ื อาทรในครอบครัว ไดแก
1. ไมสรา งความเดอื ดรอนหรือกอปญ หาตา ง ๆ ใหเกดิ ในครอบครวั
2. ชว ยเหลอื งานบา นตาง ๆ ตามกําลังท่ีทาํ ได
3. ใชเงนิ อยา งประหยัด เพ่อื ชว ยลดคา ใชจ า ย
4. มคี วามหว งใยตอ สมาชิกครอบครวั ทกุ คน
5. รูจกั แบงปน ใหค วามชวยเหลอื ยามครอบครวั ประสบปญหา
ฯลฯ

ความเอื้ออาทรในชุมชนและสงั คม ไดแ ก
1. มีไมตรจี ติ ตอ เพ่ือนบาน รวมถงึ คนในชุมชนเดยี วกนั
2. มคี วามเออ้ื อาทร และหวงั ดตี อคนในชุมชน
3. ดแู ลรักษาสาธารณสมบตั ิสว นรวมของคนในชุมชนและสังคม
4. มนี ํา้ ใจ คอยชว ยเหลอื ผอู ื่นทไ่ี ดร บั ความเดอื ดรอน
5. แบง ปน อาหาร วตั ถุสงิ่ ของ เคร่อื งใชต า ง ๆ ใหแกเ พือ่ นบานและคนในชุมชน
ฯลฯ


Click to View FlipBook Version